ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"Jamie’s" รสดี อิตาเลียนโฮมเมด

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้าน Jamie’s
       ดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้ "อาหารโฮมเมด"จะเป็นสไตล์ อาหารที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยจากเหล่านักกินทั้งหลาย สังเกตได้จากการที่หากร้านอาหารไหน บอกว่าขายอาหารสไตล์โฮมเมดที่ทางร้านคิดค้นปรุงแต่งสูตรการทำอาหารขึ้นมาเอง จากวัตถุดิบคุณภาพที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแรงดึงดูดและหนึ่งในปัจจัยตัวเลือกให้บรรดานักกินอยาก ลองเข้าไปลิ้มรสชาติกัน
      
       และในมื้อนี้ "ตระเวนกิน" ก็มีร้านอาหารสไต์โฮมเมดอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจมาแนะนำกัน ร้านที่ว่านั้นมีชื่อว่า "Jamie’s" (เจมส์มี่) เป็นร้านอาหารที่ขายอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด โดยมีคุณนพดล ดุษฎีวิจัย เป็นทั้งเจ้าของร้านรวมถึงเป็นเชฟเองด้วย ได้ค้นคิดสูตรอาหารอิตาเลียนตามแบบสไตล์ของตัวเองขึ้นมา โดยมีการประยุกต์รสชาติให้เข้ากับลิ้นคนไทยสักนิด และได้เลือกสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีความสด สะอาด และปรุงแต่งพวกวัตถุดิบอย่างซอสต่างๆ และชีสต่างๆ ที่ได้ทำการคิดค้นสูตรขึ้นมาโดยเฉพาะ ทำให้เมนูอิตาเลียนโฮมเมดของที่นี่มีความโดดเด่นไม่เหมือนร้านไหน มีเมนูอาหารอิตาเลียนให้เลือกกินมากมาย และเน้นสปาเก็ตตี้และพิซซ่าเป็นพิเศษ
เกี๊ยวห่อชีสและซุปครีมเห็ด
       สำหรับเมนูอิตาเลียนจานเด่นๆ ของที่นี่ที่ชวนสั่งให้มาชิมนั้นมีมากหลาย ขอแนะนำเริ่มจากเมนูกินเล่น อย่างเกี๊ยวห่อชีส (70 บาท) ที่แผ่นเกี๊ยวทอดได้กรอบนอกนุ่มในและข้างในอัดแน่นไปด้วยชีส 3 อย่าง คือมอสซาเรลล่าชีส พาร์เมซานชีส เชดดาร์ชีส ที่ทางร้านนำมาผสมผสานกัน กินแล้วหอมนุ่มออกเค็มรสชีสนิดๆ
      
       เมนูถัดมาเป็น ซุปครีมเห็ด (70 บาท) ที่ถ้าใครชอบกินซุปเห็ดเนื้อเนียนเข้มข้นหอมนุ่มละมุนลิ้นไม่ควรพลาดสั่งมา ลิ้มลอง เพราะที่นี่ใช้เห็ดแชมปิยองอย่างดีมาทำผสมกับการใส่ครีมข้นแท้ๆ
หอยลายอบเนย
       หอยลายอบเนย (80 บาท) เป็นเมนูที่น่ากิน มาในรูปแบบของจานที่ดูเหมือนถาดขนมครก ภายในแต่ละหลุมมีหอยลายสดตัวใหญ่ที่ผ่านการปรุงรสผสมเครื่องเทศ ใส่พาเมซานชีส หัวหอมใหญ่ และเนยที่อบมาจนร้อน ส่งกลิ่นหอมๆ กินแล้วหอยลายเคี้ยวกรุบชุ่มรสชีสและเครื่องเทศ
ซีซาร์สลัด
       แต่ถ้าใครชอบกินสลัดเพื่อสุขภาพ ขอนำเสนอซีซาร์สลัด (90 บาท) ที่อุดมไปด้วยผักไฮโดรโปนิกส์ อย่างผักคอส ฟิลเลย์ไอส์เบิร์ก และราดด้วยน้ำสลัดซีซาร์สูตรของทางร้าน โรยหน้าด้วยขนมปังครูตอง และพาร์เมซานชีส กินสลัดผักสดกรอบเข้ากับน้ำสลัดรสดี
สปาเก็ตตี้เส้นดำกุ้งแม่น้ำ
       และก็มาถึงเมนูจานเส้นอย่างพาสต้า ซึ่งที่นี่มีเมนูสปาเก็ตตี้ให้เลือกกินมากมายอย่างจานเด็ดที่ชวนกิน คือ สปาเก็ตตี้เส้นดำกุ้งแม่น้ำ (180 บาท) เป็นเส้นสปาเก็ตตี้เส้นดำนำมาผัดกับซอสมะเขือเทศเข้มข้นสูตรพิเศษที่ปรุง ขึ้นมาเองโดยเฉพาะ และผสมกับพริกนิดหน่อย เสิร์ฟพร้อมกับกุ้งแม่น้ำที่ย่างแบบสดๆ กินสปาเก็ตตี้เส้นดำเหนียวนุ่มหนึบปากผสานรสชาติซอสที่เข้มข้น และเข้ากันดีกับกุ้งแม่น้ำเนื้อหวานมีมันกุ้งเยิ้ม
สปาเก็ตตี้ผัดหอยลาย
       สปาเก็ตตี้ผัดหอยลาย (140 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูจานเส้นที่น่ากิน เส้นสปาเก็ตตี้แบบเส้นเล็กผัดกับหอยลายคลุกเคล้ากับโฮมเมดซอสเพสโตที่ทาง ร้านทำเอง ปรุงแต่งรสชาติออกสไตล์ไทยๆ นิดๆ ใส่พริกและพริกไทยอ่อนด้วย ชิมรสชาติแล้วต้องบอกว่าสปาเก็ตตี้ซึมรสชาติซอสเพสโตและหอมกลิ่นใบโหระพา อ่อนๆ ได้รสชาติที่จัดจ้านออกเผ็ดลิ้นกำลังดี
สเต็กปลาแซลมอน
       แล้วถ้าอยากกินสเต็กที่นี่ก็มีให้กินเหมือนกัน สเต็กปลาแซลมอน (180 บาท) จานนี้ชวนสั่งมาชิม เพราะทางร้านเลือกใช้ปลาแซลมอนจากนอร์เวย์นำมาหั่นเป็นชิ้นตามที่ต้องการ แล้วนำไปย่างบนกระทะจนหนังปลากรอบเนื้อปลาสุกนุ่มฉ่ำกำลังดี มีน้ำเกรวี่สูตรเด็ดปรุงเองราดมา กินสเต็กปลาแซลมอนหอมๆ หนังปลากรอบเนื้อปลานุ่มฉ่ำหวาน ผสานรสชาติเข้ากันกับน้ำเกรวี่ที่ออกรสเปรี้ยวนิดๆ และมีมันบดปรุงรสให้กินแกล้มด้วย
พิซซ่า 4 ฤดู
       ยังมีเมนูที่อยากแนะนำแบบว่าพลาดไม่ได้ต้องสั่งมากินกัน นั่นคือพิซซ่าโฮมเมดสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ แบบบางกรอบ ที่ทางร้านทำแป้งพิซซ่าเอง มีหลายหน้าให้สั่งมากิน แต่หน้ายอดนิยมขอแนะนำ พิซซ่า 4 ฤดู (280 บาท) ที่รวมพิซซ่า 4 หน้ามาไว้ในถาดเดียวกัน มีหน้าปลาทูน่ากับมะกอกดำ ฮาวายเอี้ยนแฮมกับสับปะรด ซีฟู้ด และเปปเปอร์โรนี่กับมะกอกดำ และเด่นตรงที่ใส่ชีส 3 อย่าง คือ มอสซาเรลล่าชีส พาร์เมซานชีส เชดดาร์ชีส แล้วโรยหน้าด้วยผักร็อกเก็ต กินพิซซ่าแป้งบางกรอบแต่นุ่มแน่นไปด้วยเครื่องสารพัดหน้าที่ใส่มา
ยำสลัดคุณแม่
       ทั้งหมดนี่คือส่วนหนึ่งของเมนูจานเด่นๆ ที่ขอนำมาเสนอ แต่ว่าเมนูอิตาเลียนอันเลิศรสของที่นี่นั้นยังมีอีกเพียบ อาทิ ยำสลัดคุณแม่ (90 บาท) เส้นดำเฟตตูชินี่ซอสไวน์ขาว (180 บาท) ปลาดอรี่ย่างสมุนไพร (150 บาท) ปลาหมึกชุปแป้งทอด (100 บาท) สปาเก็ตตี้แกงกะหรี่ญี่ปุ่น (150 บาท) ฯลฯ ขอบอกว่าร้าน Jamie’s เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่พิสมัยอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดที่ไม่ซ้ำแบบใคร
เส้นดำเฟตตูชินี่ซอสไวน์ขาว
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "Jamie’s" (เจมส์มี่) ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้า เซฟ-อี 42/19 ถ.บรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. การเดินทางวิ่งมาตามถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านสายใต้ใหม่ (ตลิ่งชัน) ผ่านรพ.ธนบุรี 2 และตรงมาอีกนิดให้ขับชิดซ้ายไว้จะเห็นป้ายศูนย์การค้าเซฟ-อี ก็ให้เลี้ยวเข้าไป และตรงไปด้านในก็จะเห็นร้าน Jamie’s ตั้งอยู่ซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถอยู่ด้านหลังของศูนย์การค้าฯ เปิดจันทร์-ศุกร์ 16.00-21.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 11.00-21.00 น. มีบริการเดลิเวอร์รี่ด้วย โทร. 0-2885-9185

"ธาราคอฟฟี่ช้อป" อาหารจากดอกไม้ สวยสด รสโดน

บรรยากาศภายในห้องอาหารธาราค็อฟฟีช็อป
       เมื่อพูดถึง "ดอกไม้" ก็คงจะนึกถึงความสวยงามของเหล่าดอกไม้นานาพันธุ์ที่มีสีสันสวยงาม ที่ถูกปลูกประดับประดาให้กับสถานที่ต่างๆ มีความงดงามและดูสดชื่นขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าดอกไม้ที่เห็นสีสันสดสวยเหล่านี้ไม่ใช่เป็นแค่ไม้ประดับ เป็นอาหารตาเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาทำเป็นอาหารปาก เพื่อช่วยให้อิ่มท้อง และอิ่มใจได้อีกด้วย
      
       หากใครไม่เชื่อ หรือมีข้อกังขาว่าดอกไม้จะมาเป็นอาหารกินได้ได้อย่างไร เชิญตาม "ตระเวนกิน" มาได้เลย เพราะเราจะพาไปอิ่มกับเมนูอาหารดอกไม้ที่ทาง "ห้องอาหารธาราคอฟฟี่ช้อป" ของโรงแรมอิมพีเรียลธารา ได้จัด "เทศกาลมหัศจรรย์อาหารจากดอกไม้ และผลไม้ไทย" ขึ้นมา โดยนำดอกไม้ต่างๆ ที่สามารถกินได้ มาทำเป็นอาหารนานาชนิดให้ได้ลิ้มลองกัน
ทรงพร สถิตย์ไทย ผู้รังสรรค์เมนูอาหารดอกไม้
       เมนูอาหารจากดอกไม้เหล่านี้ คิดค้นขึ้นโดยคุณทรงพร สถิตย์ไทย หรือ แม่เจี๊ยบ Executive Chef โรงแรมอิมพีเรียลธารา บอกว่าดอกไม้ที่เห็นสวยๆ นั้น ก็มีประโยชน์เช่นเดียวกับพืชผักสมุนไพรที่ใช้กันอยู่ จึงได้ดึงเอาความสวยงามและประโยชน์ของดอกไม้ที่มีออกมา เพื่อสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารจานใหม่ ซึ่งดอกไม้ที่เลือกมาใช้ในเมนูต่างๆ เป็นดอกไม้ที่ทางโรงแรมปลูกเอง อาทิ ดอกกุหลาบ ดอกเข็ม อัญชัญ กล้วยไม้ หางนกยูง เฟื่องฟ้า พวงชมพู ดาหลา ข่าแดง ชบา เป็นต้น ซึ่งดอกไม้พวกนี้ไม่มียาฆ่าแมลงหรือสารพิษใดๆ ทำให้คนที่กินเข้าไปแล้ว ได้ทั้งความอิ่มท้อง อิ่มตา และอิ่มใจจากอาหารจานเดียวกัน
ม้าห้อดอกไม้
       ถึงตรงนี้แล้วเรามาลองชิมอาหารจากดอกไม้กันดีกว่าว่าจะมีหน้าตา และรสชาติที่ชวนกินมากเพียงใด เริ่มจากจานแรก ม้าห้อดอกไม้ ม้าห้อเป็นอาหารว่างของโบราณ กินคู่กับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่างส้มหรือสับปะรด ตัวไส้ทำจากหัวไชโป๊ว ผสมกับถั่วลิสงป่นหยาบๆ หอมใหญ่สับ และไก่สับ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และพริกไทย ผัดผสมกันให้แห้ง ปั้นเป็นก้อนแล้ววางบนสับปะรดหั่นชิ้นพอคำ วางดอกไม้สีสันสวยงามลงไปข้างบน ชิมแล้วรสหวานๆ เค็มๆ ของไส้ ตัดกับรสเปรี้ยวของสับปะรดเป็นอย่างดี
แพแตก
       ต่อด้วยเมนูอาหารว่างอีกหนึ่งจานที่ชื่อ แพแตก ฟังชื่อแล้วอาจจะสงสัยว่าคืออะไร แพแตกจานนี้ก็คือดอกไม้ชุบแป้งทอดนั่นเอง ในจานมีทั้งกลีบกุหลาบ พวงชมพู ดอกเข็ม แถมด้วยใบไม้อย่างใบตำลึง นำดอกไม้ใบไม้ไปชุบแป้งทอด กินคู่กับน้ำจิ้มแดงสูตรเด็ด กินแพแตกเคี้ยวดอกไม้กรุบกรอบปาก
ขนมปังหน้าดอกไม้
       แล้วมากินกันต่อกับ ขนมปังหน้าดอกไม้ จากขนมปัง หน้าหมูธรรมดา กลายมาเป็นหน้าดอกไม้ที่มีความสวยงาม หน้าขนมปังทำจากหมูบด หมักผสมไข่ รากผักชี กระเทียม พริกไทยแล้วปรุงรสชาติ ก่อนจะนำทาบนหน้าขนมปัง วางดอกไม้ลงไปข้างบนอีกทีแล้วนำไปทอด ชิมขนมปังหน้าดอกไม้กรอบนอกนุ่มในออกรสเค็มพอดิบพอดี ตัดกับอาจาดแตงกวาเปรี้ยวๆ เจือหวาน
ยำดอกเข็ม
       จากนั้นมาชิม ยำดอกเข็ม หน้าตาสวยงามน่ากิน เป็นการนำเอาหมูสับต้ม กุ้งต้ม ข้าวคั่ว (ข้าวพองหรือข้าวตัง) มายำรวมกับดอกเข็ม ส้มโอ มะพร้าวคั่ว หอมเจียว และปรุงรสตามสูตรเด็ด กินยำดอกเข็มห่อด้วยผักกาดแก้วเคี้ยวกรุบกรอบข้าวพองครบรสกลมกล่อม เปรี้ยว หวาน หอมมันมะพร้าวคั่ว
ห่อหมกดอกไม้
       ส่งท้ายที่เมนู ห่อหมกดอกไม้ เป็นห่อหมกที่สวยงาม ตัวห่อหมกเป็นห่อหมกเนื้อปลากรายแท้ๆ ตีให้เนียนผสมกับเครื่องแกงเผ็ดที่ทำขึ้นเอง แล้วนำไปใส่กระทงใบตองที่รองกระทงด้วยใบโหระพาเพิ่มความหอม แล้วก็มีดอกไม้สารพัดอย่างโรยหน้าบนห่อหมกนึ่งจนสุก ส่งกลิ่นห่อหมกหอมๆ ชิมรสชาติห่อหมกเนื้อเนียนนุ่มรสเข้มข้นเครื่องแกงเผ็ด
อีกหนึ่งมุมโต๊ะนั่งสบายๆ
       และนอกจากเมนูเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีเมนูดอกไม้ให้เลือกชิมอีกหลากหลายเมนู โดยในแต่ละวันจะมีออกมา 20 เมนูให้ชิมกัน อาทิ เมี่ยง คำกลีบบัว ล่าเตียงดอกอัญชัน ปากหม้อกุหลาบ ดอกไม้แปลงโฉม บุปผาซ่อนรูป การะเวกสอดสี ปอเปี๊ยะทอดดอกไม้ เมี่ยงมะม่วง ยำดอกกุหลาบ ยำดอกไม้ใบหญ้า สลัดดอกไม้ บุปผาห่มผ้า ข้าวยำดอกไม้ น้ำพริกชมสวน แกงจืดซ่อนกลิ่น แกงส้มดอกไม้ สายบัวต้มกะทิปลาทูกับมะดัน ของหวานก็มีมากมาย อาทิ ดอกไม้น้ำ ลอยแก้วส้มเช้ง สังขยาขนุน ข้าวเหนียวมะม่วง
       

       สำหรับเมนูอาหารดอกไม้ที่ชวนกินเหล่านี้ มีให้สัมผัสลองลิ้มชิมรสชาติกันได้ ใน "เทศกาลมหัศจรรย์อาหารจากดอกไม้ และผลไม้ไทย" ที่ห้องอาหารธาราคอฟฟี่ช้อป โรงแรมอิมพีเรียลธารา ในวันที่ 11 – 21 ธ.ค. นี้ โดยเพิ่มพิเศษในบุฟเฟต์สเต็กและบุฟเฟต์นานาชาติ ราคาท่านละ 550 บาทสุทธิ เปิดบริการทุกวันเฉพาะมื้อกลางวัน เวลา 11.30 – 14.00 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ มา 4 ท่าน จ่าย เพียง 3 ท่าน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ห้องอาหารธาราคอฟฟี่ช้อป ตั้งอยู่ที่โรงแรมอิมพีเรียลธารา 18/1 ซอยสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินเข้ามาทางซอยสุขุมวิท 26 จะเจอรร. อิมพีเรียลพาราตั้งอยู่ทางขวามือ และพอเข้าไปถึงตัวรร. อิมพีเรียลธารา ก็จะเจอห้องอาหารธาราค็อฟฟีช็อป อยู่ชั้นล็อบบี้ โทร. 0-2259-2900

"มิลค์โจ๊ก" โจ๊กฮ่องกง โจ๊กใส่นม รสกลมกล่อม

บรรยากาศนั่งสบายๆ ภายในร้านมิลค์โจ๊ก
       Got MilkJook Today? "วันนี้คุณกินโจ๊กหรือยัง?"
      
       ประโยคทักทายสั้นๆ ที่ติดอยู่ตรงกระจกหน้าร้าน "มิลค์โจ๊ก" (Milk Jook : คำว่า Jook คือคำว่าจ๊กที่คนกวางตุ้งใช้เรียกโจ๊ก) ที่ "ตระเวนกิน" ได้ เดินทางมากินโจ๊กในมื้อนี้ เหตุผลที่เราเลือกมากินเมนูโจ๊กที่ร้านนี้ก็เพราะว่า ที่นี่มีโจ๊กสไตล์ฮ่องกงแท้ๆบริการ แถมยังมีโจ๊กแบบพิเศษที่ไม่มีร้านไหนเหมือน เพราะปกติโจ๊กของร้านทั่วๆ ไปจะเป็นโจ๊กที่เป็นอาหารคาวร้อนๆ แต่ว่าที่ร้านมิลค์โจ๊กนี้มีโจ๊กที่เป็นของหวานบริการด้วย ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่และน่าสนใจชวนให้มาลิ้มลองกัน
อิ่มกับโจ๊กฮ่องกงที่ร้านมิลค์โจ๊ก
       ความพิเศษของโจ๊กที่ดูเหมือนจะเป็นเมนูธรรมดากลับมีจุดเด่นที่น่าสนใจขึ้นมาได้นั้น คุณหยก วรรณวนัช ฤกษ์ลัภนะนนท์ เจ้าของร้านได้บอกให้ฟังว่า โจ๊กของที่นี่เป็นสูตรสไตล์ฮ่องกงแท้ๆ ที่ทางคุณพ่อศักดิ์ ฤกษ์ลัภนะนนท์ ได้ทำการคิดค้นและปรุงแต่งรสชาติโจ๊กขึ้นมาเอง โดยยึดถือเอาวลีเด็ดของการปรุงโจ๊กสไตล์ฮ่องกงที่ว่า "ในโจ๊กมีน้ำ ในน้ำมีโจ๊ก" ทำให้โจ๊กของที่นี่เลิศรสเป็นหนึ่งเดียวของน้ำและเนื้อโจ๊ก ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และที่นี่ยังคำนึงถึงเรื่องของการกินโจ๊กแล้วได้สุขภาพที่ดีเป็นหลัก โจ๊กของที่นี่จึงปรุงโดยไม่ใส่ผงชูรส และเน้นคัดเลือกสรรแต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพมาปรุงโจ๊ก
โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหอยเชลล์แห้งกุ้ง
       สำหรับโจ๊กสไตล์ฮ่องกงที่เป็นเมนูของคาวมีให้เลือกอิ่มอยู่ 2 แบบด้วยกัน อย่างแรกเป็นเมนูโจ๊กตัวเด่นชูโรงที่ขายดีคือ โจ๊กกวางตุ้ง แบบสูตรกวางตุ้งแท้ๆ ที่ทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิเกรดเอเต็มเมล็ด นำมาต้มกับหอยนางรมแห้ง และหอยเชลล์แห้ง (กังป๋วย) ที่ใส่ลงไปเคี่ยวรวมกันนานกว่า 4 ชม. จนได้เนื้อโจ๊กที่เนียนละเอียดข้นไม่เหลวและสีออกเข้มนิดหน่อย ส่งกลิ่นหอมของหอยนางรมอ่อนๆขึ้นจมูก และมีรสชาติหวานของหอยนางรมแห้ง และหอยเชลล์แห้งอยู่ในตัวเนื้อโจ๊กด้วย
      
       โจ๊กกวางตุ้งมีให้เลือกสั่งมากินหลายเมนู มีโจ๊กกวางตุ้งหมู (80 บาท) ที่ใส่หมูสับปรุงรสชาติมาแล้ว เคี้ยวหมูสับเนื้อนุ่มได้รสชาติ เข้ากันกับโจ๊กเนื้อเนียนนุ่มร้อนๆ โจ๊กกวางตุ้งกุ้ง (120 บาท) ใส่กุ้งทะเลตัวใหญ่เนื้อนุ่มหวานกินเข้ากันกับโจ๊ก โจ๊กกวางตุ้งปลาเก๋า (120 บาท) คัดแต่เนื้อปลาเก๋าสดๆ นำมาลวก เนื้อปลานิ่มหวานกลมกลึงรสชาติเข้ากับโจ๊กเนียนนุ่ม และมีโจ๊กกวางตุ้งหมู+กุ้ง+ปลาเก๋า (150 บาท) โจ๊กกวางตุ้งกุ้ง+หมู (120 บาท) โจ๊กกวางตุ้งปลาเก๋า+หมู (120 บาท) ซึ่งการกินโจ๊กกวางตุ้งที่มีหอยนางรมแห้งจะช่วยปรับธาตุไฟในร่างกายให้เกิด ความสมดุล มีประโยชน์ต่อผู้ที่นอนดึก หรือมีอาการเหงือกบวม
โจ๊กกวางตุ้งหมู กุ้ง ปลาเก๋า
       ส่วนโจ๊กของคาวแบบที่ 2 ที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอก็คือ โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหอยเชล์แห้ง เป็นโจ๊กที่ทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิเกรดเอเช่นกัน นำมาต้มเคี่ยวกับหอยเชลล์แห้งนานกว่า 4 ชม.จนได้โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหอยเชลล์แห้งที่มีเนื้อโจ๊กเนียนนุ่มขาวข้น กินแล้วเนื้อโจ๊กละเอียดนุ่มเนียนเป็นเนื้อเดียวกันและได้รสชาติของหอยเชล์ แห้งที่เป็นเส้นๆ อยู่ในเนื้อโจ๊กด้วย อ้อ!! แล้วก็ยังมีไข่เยี่ยวม้าปลอดสารตะกั่วใส่มาด้วย
      
       โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหอยเชลล์แห้งก็มีให้เลือกกินหลายเมนู อาทิ โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหอยเชลล์แห้งหมู (80 บาท) โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหอยเชลล์แห้งกุ้ง / กุ้ง+หมู (120 บาท) โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหอยเชลล์แห้งปลาเก๋า / ปลาเก๋า+หมู (120 บาท) โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหอยเชลล์แห้งหมู +กุ้ง+ปลาเก๋า (150 บาท) นอกจากนี้ยังมีโจ๊กเป๋าฮื้อ (500 บาท) โจ๊กใส่ไข่เพิ่ม (10 บาท) และมีปาท่องโก๋ (15 บาท) ให้สั่งมากินคู่กับโจ๊กด้วย
โจ๊กนมสดแปะก๊วย
       และนั่นก็คือส่วนของโจ๊กของคาวที่ชวนกินไปแล้ว ทีนี้มาชิมโจ๊กที่เป็นของหวานกันบ้าง ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเอง โดยการนำเอาข้าวหอมมะลิอย่างดีตัวเดียวกับที่ทำโจ๊กแบบคาว นำมาต้มเคี่ยวกับนมสด และน้ำตาลกรวด จนได้ออกมาเป็นเนื้อโจ๊กสีขาวๆ เนื้อเนียน และนำมาปรุงแต่งเป็นเมนูโจ๊กนมสดที่สามารถสั่งได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น และสามารถราดไซรัปชอคโกแลต หรือสตรอเบอร์รี่ก็ได้ตามใจชอบ ซึ่งชวนให้สั่งมาลองลิ้มรสชาติกัน
      
       อย่างเมนูแรกเป็น โจ๊กนมสดแปะก๊วย (50 บาท) ตัวเนื้อโจ๊กสีขาวและใส่แปะก๊วยที่ทางร้านต้มเอง กินแล้วตัวเนื้อโจ๊กละเมียดเนียนรสชาติหวานกำลังดีลงตัวเข้ากันกับแปะก๊วย
โจ๊กนมสดอัลมอนด์ฟรุต
       เมนูที่สองเป็น โจ๊กนมสดอัลมอนด์ฟรุต (50 บาท) ก็คือโจ๊กนมสดที่โรยหน้ามาด้วยถั่วอัลมอนด์ ข้าวโพดแผ่น กล้วยกรอบ เชอร์รี่แห้ง สตรอเบอร์รี่ กินแล้วได้อารมณ์เหมือนกินโยเกริต์ฟรุตสลัดที่ไม่หวานมาก
      
       ส่วนเมนูที่สามคือ โจ๊กนมสดผลไม้ (50 บาท) เป็นโจ๊กนมสดและให้เราเลือกใส่ผลไม้ได้ 4 ชนิดจาก 10 ชนิดที่มี กินแล้วได้ทั้งรสชาติโจ๊กเนื้อเนียนนุ่มหวานผสานรสชาติเข้ากันกับผลไม้สดๆ
โจ๊กนมสดผลไม้ราดไซรัปชอคโกแลต
       และเมนูสุดท้าย โจ๊กแดง (50 บาท) เป็นข้าวเหนียวแดงที่นำมาเคี่ยวกับนมสด และน้ำตาลกรวด จนได้เนื้อโจ๊กสีแดงที่เนียนนุ่มเสิร์ฟพร้อมพุทราจีนและเก๋ากี้เชื่อม ชิมแล้วได้รสชาติข้าวเหนียวแดงที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ กินเข้ากันกับพุทราจีนและเก๋ากี้ที่ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป
      
       แล้วหากกินโจ๊กแล้วก็ควรสั่งเครื่องดื่มอย่างชาจีนมาดื่มล้างปากด้วย ชาจีนของ ที่นี่เป็นชาจีนอูหลงอย่างดีดื่มแล้วหอมสดชื่นเลือกได้จะเอาแบบร้อน หรือเย็น (แก้วละ 20 บาท) เติมได้แบบไม่อั้น เรียกว่าหากใครอยากกินโจ๊กไม่ว่าจะเป็นโจ๊กอาหารคาวหรือโจ๊กของหวานที่ดู แปลกชวนกินแล้วล่ะก็ ก็อยากชวนให้มาที่ร้าน “มิลค์โจ๊ก” แห่งนี้ จะได้อิ่มกับโจ๊กรสชาติเยี่ยม และเพื่อสุขภาพที่ดีกันด้วย
โจ๊กแดง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "มิลค์โจ๊ก" (Milk Jook) ตั้งอยู่ที่รร. I Residence ชั้น 1 ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ สีลม บางรัก กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสลงที่สถานีช่องนนทรี ออกทางออก 2 แล้วเดินมาที่รร. I Residence ตรงมาที่ชั้น 1 จะเห็นร้านมิลค์โจ๊กตั้งอยู่ด้านในขวามือ จุดสังเกตอยู่หลังร้านDaddy Dough เปิดทุกวัน 07.00-14.00 น. และ 16.00-21.00 น. โทร. 0-22345108 หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.milkjook.com