| ชื่อร้านอาหาร | ร้านลูกอิน |
| ที่อยู่ | 1 สุขุมวิท ซอย 58 บางจาก พระโขนง กทม 10260 |
| โทร. | 02-741-5246,02-741-5242 ต่อ 101 |
| เปิด. | 11.00-22.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ |
| เว็ปไซด์ | - |
แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:14 น.)
credit หมึกแดงดอทคอม
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
| ชื่อร้านอาหาร | ร้านลูกอิน |
| ที่อยู่ | 1 สุขุมวิท ซอย 58 บางจาก พระโขนง กทม 10260 |
| โทร. | 02-741-5246,02-741-5242 ต่อ 101 |
| เปิด. | 11.00-22.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ |
| เว็ปไซด์ | - |
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 31 สิงหาคม 2554 16:17 น. |
| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
เป็นสิ่งผิดกม.ที่บ้านเรา แต่ถูกกม.ที่บ้านเขา เอ๊า!! มีให้กิน ก็กินซิเออ แซบอีหลี เพราะข่าวหมาส่งออกจากเมืองไทยไปขายเพื่อนบ้าน เป็นอาหารจานดังขายดิบ...ขายดี | ||||
ค้นเท่าไหร่ หาไม่เจอ พบแต่ภาพผมตอนไปเมืองจำปาสัก...ปากเซ ประเทศลาว มีภาพเก่า...เก่าเรื่องคนลาวกินฟาน ก็เลยเอามาเขียนเล่ากัน "ฟาน"...เป็นภาษาไทย-ลาวมาก่อนเก่าเราเราเรียกเก้งว่า "ฟาน" อย่างที่อำเภอศรีราชา ชลบุรี มีชายหาดชื่อว่า..."หาดแหลมฟาน" | ||||
พวกเก้ง กวาง หมูป่า กระทั่งกระทิงจะออกมาจากป่า "ปลวกแดง" ลงมาเดินเพ่นพ่านทะเล เพื่อให้พรานไพรใจฉกรรจ์ยิงเปรี้ยง...ปร้าง ร้านอาหารแถวศรีราชา จึงมีอาหารป่าให้ได้กินกันเป็นประจำ ตอนนี้อย่าแต่ป่าเลย ภูเขายังโล้นเตียนราวกับหัวล้าน เอาน้ำป่าไหลลงมาจากภูเขาไปกินแทนก็แล้วกัน | ||||
ไปตั้งแต่สมัยสงคราม แต่ไปเป็นนักข่าวอยู่เวียงจันทน์ บางทีก็สุวรรณเขตและก็อยู่แต่ในเขตเมือง ไม่ได้ออกไปต่างจังหวัด สมัยนั้นจะเดินทางในลาว ใช้เครื่องบินทหารของ "แอร์ อเมริกัน" อย่างเดียว ถนนหนทางมีให้เหมือนทุกวันนี้เสียเมื่อไหร่ ประสบการณ์เรื่องอาหารการกินก็มักจะได้อาหารญวน อาหารฝรั่ง(เศส)เป็นประจำ ส่วนอาหารลาวไม่คิด เพราะมันก็ก็อาหารไทยอีสาน จึงไม่มีความแตกต่างอะไรกัน เว้นแต่ว่า ...ลาวกินเค็มนำ ส่วนไทยกินเปรี้ยว นอกนั้นมันก็...ครือกัน | ||||
หรือจะว่าเป็นลาวก็ไม่เชิง มันตะเลิดเปิดเปิงรสชาติตีกันพัลวัน...พันเก แต่ถ้าเป็นอาหารฝรั่งเศส มีอยู่ร้านหนึ่งชื่อ "ฟาวด์เท่น" (FOUNDTAIN) อยู่ริมแม่น้ำโขง ตรงหน้ากรมโฆษณาการ (สมัยเมื่อก่อนสงครามเลิกเขาเรียกอย่างนั้น แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนเป็นเรียกชื่ออื่นไปแล้วกระมัง) ร้านนี้ขายอาหารฝรั่งเศส แต่มีชื่อเป็นอังกฤษ เพราะตรงนั้นมี "น้ำพุ" ให้เห็นเป็นสำคัญ สเต๊กแบบฝรั่งเศสร้านนี้อร่อยมากมายหลากหลายรายการ แต่จานดังประจำร้านก็คือ "สเต้กเนื้อฟาน" ใครมาต้องสั่งกินกัน โดยเฉพาะคนไทยที่ไม่มีสิทธิ์กินเก้งได้ในบ้านเรา แต่เมืองลาว เก้ง...กวางกินกันได้เสรีไม่ผิดกฎหมาย | ||||
"ถนนเก้ง-กวาง" หลังสงคราม ผมไปลาวอีกหลายครั้ง แต่จะไปลาวใต้แถวปากเซ จำปาสักเป็นสำคัญ แล้วก็เลยรู้ว่าถนนสองสายของเมืองใหญ่ทางใต้ของลาวเป็นถนนมที่มีเก้ง...กวาง ขายสองฟากทาง กินกันไม่หวาดไม่ไหว ที่นิยมมากก็คือแหนมฟาน(ก็แหนมเก้ง) กับแหนมกวาง เขาทำมัดห่อใบตอง ใครกินก็ต้องย่าง ส่วน "ฟาน...กวาง" แบบเนื้อแห้ง เขาจะเอาไปปิ้งแล้วเอาสากกระเบือตีให้แตก แบบเนื้อกาฬสินธุ์ อร่อยจนขอแนะนำให้ลองกิน ถ้ามีโอกาสไปลาวใต้ "แหนมฟาน...กวางแห้ง" ซื้อกินกันตามริมทาง ขายตลอดทั้งวันและทั้งคืน แต่ถ้าอยากจะกินแบบเนื้อสด...สดก็ต้องเข้าร้านอาหาร สั่งลาบฟาน ลาบกวาง หรือเนื้อฟานสด เนื้อกวางสดย่างก็อร่อยแบบบ้าน...บ้าน | ||||
มิฉะนั้น เขาคงจะไม่เรียกเนื้อหมาว่า เก้งเอ๋งหรอก ในกรุงเทพสมัยเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อนมีร้านขายเนื้อหมา เนื้อหมาน้ำตก เครื่องในหมาต้มยำ อยู่ในซอยหลังสวนเพลินจิตร ...คนรุ่นผมรู้จักกันดี ถูกหลอกให้ไปกินจนเป็นประเพณีต้องหลอกคนอื่นมากินต่อ อ้วกอ้าก รากแตก รากแตนกันมาแล้วครับ... |
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 23 สิงหาคม 2554 16:36 น. | |
| โดย :สันติ เศวตวิมล | ||||
พวก...พวกบอกผมว่า บ้านสวนทุกเรียนในซอยเรวดี นนทบุรีของผมมีบรรยากาศเหมือน "อริยาศรมวิลล่า" ฟังแล้วผมก็สงสัยว่า มันเหมือนกันอย่างไร? เพื่อนก็เลยต้องพาผมไปดูกับตาให้หายสงสัย พอไปแล้วความสงสัยก็เลิกสงสัย แต่กลายเป็นใหลหลง จนต้องเก็บมาเขียนเล่า เผื่อว่า...ท่านผู้อ่านชอบบรรยากาศและอาหารแบบนี้ "อริยาศรมวิลล่า"...เป็นชื่อบ้านสวยแบบโบราณ สร้างกลางธรรมชาติต้นไม้...ใบหญ้าใกล้กับคอลงแสนแสบ เป็นที่เล่ากันว่า | ||||
ตั้งแต่สมัยแถวนี้ยังเป็นทุ่งนา เรียกกันว่า "ทุ่งบางกะปิ" เวลาจะเดินทางจะต้องใช้เรือ เจ้าของบ้านคือ "พระเจริญวิศวกรรม" คณะบดีคณะวิศวกรรมฯ คนแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณพระท่านมาซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามโลก พอตอนเกิดสงครามก็ใช้บ้านหลังนี้เป็นที่หนีสงคราม | ||||
ที่ต้องสร้างแปลก...แปลกแบบนี้ เพราะคุณพระได้ชื่อว่า "นักวิศวกรรมคนแรกของชาติ" ก็เลยต้องสร้างให้แปลกแตกต่างไปจากบ้านทั่วไป คือเอาความงามแบบไทย...ไทย มาผสมปนเปกับความแข็งแรงมั่นคงอย่างฝรั่ง ผมเห็นแล้วยังทึ่ง!! อายุจะเข้าร้อยปีแต่ก็ยังมั่นคงดีจะอยู่ได้อีกร้อยปีก็คิดว่าคงจะ อยู่ได้ ถ้าคิดเป็นมูลค่าบ้านและที่ดิน คงจะได้เป็นร้อย...ร้อยล้าน | ||||
เรื่องนี้ก็เป็นเพราะว่าคุณปริมกับสามีคือคุณเดวิส ชาวอังกฤษเป็นนักมังสวิรัติ แล้วก็เป็นนักปฏิบัติธรรม พออายุมากเข้าก็เข้าหาปริเวก ก็เลยเสกให้บ้านซึ่งสร้างไว้ จนอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นบ้านหลังแรก เลขที่ 1 ของถนนสุขุมวิท รวมทั้งย่าเป็นคนรักต้นหมากรากไม้ ปลูกพันธุ์แปลก...แปลกมากมายเต็มบ้านที่มีเนื้อที่เป็นไร่ | ||||
ประกอบกับคุณเดวิสก็เคยทำงานบริหารโรงแรม สโมสรระดับชาติ มีความสามารถในเรื่องอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนมหวาน เบเกอรี่ที่ทำเอง "โฮมเมด" ผมกินอาหารหวานดาวของที่นี่สามารถติดดาวของ "ป้าช้อย" ได้ คือถ้าให้ดาวกันก็ต้องสี่ดาว คือ ดาวอร่อย ดาวสะอาด ดาวราคายุติธรรม และดาวบริการ | ||||
4 หมี่กรอบ ตำรับไทยแท้ แต่ไม่มีกุ้งเพราะเป็นมังสวิรัติแต่จัดได้ไม่ผิดหวัง 5 ลูกมะเดื่อฝรั่ง (FIG) อบบลูชีส เป็นตำราคุณแม่สอนให้ "มิสเตอร์เดวิส" 6 แอปเปิ้ล ครัมเดิล (APPLE CRUMDLE) ฝีมือของคุณเดวิส ทั้งแอปเปิ้ลเค้กแบบอังกฤษ ไอศครีมโฮมเมดรวมทั้งมัสตาร์ด อาหารมังสวิรัตที่ "อริยาศรมวิลล่า" มีเป็นสิบ...สิบรายการ อร่อยทั้งนั้น แต่ห้ามพลาดฝีมือทำขนมของคุณเดวิสอย่างเด็ดขาด ผมชักอยากจะทำบ้านสวนของผมที่ซอยเรวดี นนทบุรีเป็นวิลล่า เป็นอาศรมบ้าง แต่ก็คงจะมีปัญหา เพราะ "ป้าช้อย" แกตั้งใจไว้ว่า ...ร้านกาแฟ ไแม่ช้อย ดอยหลวง" ขายกาแฟถึงจะเป็นมังสวิรัต แต่อาหารที่ขายจะต้องเป็นมังสาภิรัติ ไม่งั้นจะเสียคอนเซ็ปต์ (CONCEPT)...เปิบพิสดารครับ | ||||
| ***************************************** อริยาศรมวิลล่า 65 สุขุมวิท กทม. โทรศัพท์ 081 837 1573 E-MAIL:INFO@ARIYASOM.COM/WWW"ARIYASOM.COM) (หมายเหตุ "มังสาภิรัติ" หมายถึงอาหารที่มีเนื้อสัตว์ครับ) |
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 8 สิงหาคม 2554 17:50 น. |
| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
มีคนถามผมบ่อย...บ่อยว่า ไปฮ่องกงแล้วควรจะไปกินอะไร "ป้าช้อย" บอกผมว่า ไปฮ่องกงต้องไปกินห่านย่าง ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณป้า เพราะไปฮ่องกงแล้วไม่ไปกินห่านย่าง ก็ดูเหมือนว่าจะตกหล่นอะไรไปอย่าง หรือถ้าไปกินห่านย่าง แล้วไม่ได้กินห่านย่างที่ภัตตาคาร "หยงกี่" แล้วก็ไม่รู้จะไปฮ่องกงกันทำไม (คำว่า "หยงกี่" ผมเรียกตามขี้ปากผม แต่ถ้าเป็นขี้ปากฝรั่งจะเรียกว่า "ยงเก่" (YOUNGKEE) แต่มีคนไทยบางคนผ่าไปเรียก "โหยงเก๋" ก็ว่ากันไป ความจริงมันก็คือร้านเดียวกัน) | ||||
ไปฮ่องกงครั้งแรกเมื่อปี 1970 สิ่งแรกที่ทำก็คือไปกินห่านย่างร้านนี้ เพราะได้ยินได้ฟังคนเล่ามาก็มากว่า...ห่านย่างร้านนี้อร่อยที่สุดในโลก ประสบการณ์ครั้งนั้นก็ต้องว่ามันแปลก ประการแรกก็คือห่านย่างที่นี่หนังมันกรอบเนื้อมันนุ่ม หอมกลิ่นเครื่องยาจีนชนิดบ้านเราไม่ใช้กัน และที่สำคัญน้ำจิ้มของเขาพิศดาร คือเอาน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำบ๊วย รสชาติจึงออกเปรี้ยว...หวานถูกลิ้นคนไทยที่ชอบรสนี้นัก สมัยเมื่อสาม...สี่สิบปี ร้าน "หยงกี่" ซึ่งอยู่ฝั่งฮ่องกง ถนนควีนส์ โรด คนไทยรู้จักกันดี เพราะอยู่ใกล้กับธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง คนไทยไปกินจึงสะดวกสบาย หาง่าย ชวนคนไทยที่ทำงานในธนาคารไปกินกันตอนกลางวัน สะดวกสบายดี ถ้าไปร้านนี้ไม่ถูกก็ให้ถามคนไทยทำงานที่นั่น ไม่มีวันหลง หรือถ้าจะหลง ก็คงจะหลงรสชาติเจ้าห่านย่างที่ต้องว่า อร่อยพิศดารกว่าบ้านเราที่เห็นกันอย่างชัดเจนก็คือ เขาใช้ห่านย่าง แต่บ้านเราใช้เป็ด และที่สำคัญห่านที่เขาเอามาย่างนั้น ไม่ใช่ห่านดินกินหญ้าอย่างบ้านเรา แต่เขาใช้ห่านพันธุ์พิเศษที่เรียกว่า..."ห่านหัวสิงโต" เป็นห่านพันธุ์ที่นักเปิบบางคน...บางท่านเรียกว่า "ห่านฮ่องเต้" เพราะว่ามันมีหัวมันใหญ่โตเหมือนสวมหมวกฮ่องเต้อย่างไร...อย่างนั้น เรื่องนี้ "ป้าช้อย" แกมีคำอธิบายขยายความ เพราะให้รู้กันว่ามันเป็นห่านไม่ธรรมดา อย่างนี้ครับ | ||||
อยู่กวางตุ้ง "ย่างไฟ" อันว่า "ห่านหัวสิงโต" ที่ร้น "หยงกี่" นั้น ความจริงมันก็คือห่านพันธุ์พิเศษที่คนจีนเขาขุนเลี้ยงมาเป็นพันปี พวกจีนแต้จิ๋วเอาไปต้มพะโล้ มีขายแถวซัวเถา แต่จีนบ้านเราไม่ยักกะเอามาเลี้ยง พอพวกกวางตุ้งเห็นเข้า ก็เลยเอาไปย่างแล้วก็พบว่าอร่อยแตกต่างไปจากการต้มพะโล้ ร้าน "หยงกี่" เป็นผู้ทำก่อน ตั้งแต่สมัยยังหาบขาย จนกระทั่งขึ้นร้านภัตตาคารใหญ่โต | ||||
ร้านหยงกี่อยู่ฝั่งฮ่องกงซึ่งเป็นย่านธุรกิจผู้คนมากมาย ก็เลยขายดิบขายดี เป็นที่รู้จักมากกว่าร้านอื่น แต่ "ป้าช้อย" แกเล่าว่า เวลาป้าทำทัวร์ไปกินอาหารอร่อยที่ฮ่องกง ถ้าลูกค้าไม่ขอมา ป้าจะพาไปกินร้านอื่น แล้วก็ถูก...อร่อยกว่าที่ "หยงกี่" เพราะตอนนี้ขายดิบขายดีเกินไป จนดูแลลูกค้าไม่ทั่วถึง บ้านเราห่านย่างไม่มี แต่เป็ดย่างละอร่อยไม่หนีกันซะเท่าไหร่ อย่างร้านเป็ดย่างร้านชื่อ "ตงเพ็ง" ในซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว เจ้านี้วันหนึ่งขายเป็นร้อยตัว แต่ถ้าตรุษ...สารทฟาดเป็นพันตัว ขายเป็ดย่างมากที่สุดในเมืองไทย ไม่ต้องไปฮ่องกง มาที่นี่...อร่อยเหมือนกันแต่ถูกกว่าเจ้าค่ะ จ๊ะบอกให้... (เสาร์อาทิตย์นี้ที่ร้าน "แม่ช้อย ดอยหลวง" เมนูจะมี "มัสมั่นเนื้อ-ไก่" ป้าช้อยแกจะโชว์ฝีมืออาหารไทยอร่อยที่สุดในโลกที่เขาโหวตกัน แถม "ผัดหมี่ฮกเกี้ยน" แบบภูเก็ต กับ "ผัดก๊วยเตี๋ยวปูม้า" แบบจันทบูรณ์ กรุณาสั่งจองที่หมายเลข 02 969 0028 กับ 081 553 8475 สอบถามกับ "ยี่หวา ยาหยี่" ร้านอยู่ซอยเรวดี 62 ถนนเลียบเมืองนนทบุรีเจ้าค่ะ) |
| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
นักเลงเปิบ...ใครบ้างจะไม่รู้จักภัตตาคาร "ยิ้ม-ยิ้ม" ที่อยู่ถนนพาดสาย เยาวราช ภัตตาคารร้านนี้ เป็นภัตตาคารแต้จิ๋วร้านแรกในเมืองไทย คะเนอายุขาย ก็มากกว่าหนึ่งร้อยปี ขายมาแล้วสามชั่วคน คือสมัยอากง นั่งสำเภาหัวแดงที่เรียกเป็นภาษาจีนว่า "อั้งม้อจุง" แล้วก็มาตั้งร้านอาหาร จากนั้นก็ถึงรุ่นที่สองที่เป็นจีนใหม่ เกิดในไทย แล้วปัจจุบันก็คือคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นรุ่นที่สาม อายุอานามก็ปาเข้าไปเกือบจะ 90 อยู่รำไร | ||||
ตอนผมเป็นหนุ่มเริ่มทำงานมีกะตังค์ใช้ เก็บเงินได้จนมั่นใจก็จะต้องแวะมากินอาหารแต้จิ๋วที่ "ยิ้ม-ยิ้ม" เรียกได้ว่า ถ้าเป็นนักเลงกิน...นักเลงเปิบ ถ้าไม่รู้จักภัตตาคาร "ยิ้ม-ยิ้ม" ละก็ไม่ต้องมายิ้มให้กัน สมัยเมื่อสี่...ห้าสิบปีก่อนที่ผมกิน ภัตตาคารยิ้ม-ยิ้มอยู่ติดกับถนนในซอยพาดสาย แต่ผมเรียกว่า "ไต๋แปะ" | ||||
พวกหนุ่ม...หนุ่มสมัยนั้นมีใครบ้างไม่แวะมาดู...จ้ำบ๊ะชนช้าง...คู่แข่งของ "นายหรั่ง เรืองนาม" ที่ตั้งระบำโป๊อยู่ใต้ถุนตลาดบำเพ็ญบุญ ผมน่ะอุดหนุนทั้งสองวิก ค่าดูยังจำได้เก็บคนละห้าบาท ดูแล้วก็ออกมาฟาดปลาดิบจีนที่เรียกว่า "ฮื้อแซ" เขาบอกว่ากินแล้วมันโป๊วดี จะได้มีแรงไปทำอะไรก็ไม่ต้องบอกกัน | ||||
มาที่นี่ผมก็จะต้องเริ่มด้วย "ฮื้อแซ" ปลาดิบจีนล้างปากก่อน จากนั้นก็ต้องว่าด้วย "แพะเย็น" กินกับมายองเนส...หน่อไม้ฝรั่งกระป๋อง พอได้ที่แล้วจะต้องตามด้วย "หูฉลามน้ำแดง" แล้ว "หมูหันแต้จิ๋ว" ตามมาติด...ติด ก่อนที่จะปิดท้ายด้วย "ข้าวผัดปลาเค็ม" (ปลาทิโปตาเดียว) ก็จะต้องสั่ง "ปลาเต๋าเต้ย" หรือ "ปลาจาระเม็ดหนึ่งบ๊วย" มากระตุ้นต่อมน้ำลายต่อ | ||||
ไปกับป้าช้อยคราวนี้ ถึงได้รู้ว่าภัตตาคาร "ยิ้ม-ยิ้ม" เขาย้ายขึ้นมาอยู่ชั้นสองร้านอาหารจีน "ตั้งใจหยู" สังเกตง่าย ก็คือต้องขึ้นบันไดโบราณขึ้นไปกิน จำได้ว่าสมัยก่อนตรงนี้เป็นภัตตาคาร "ไต๋แปะ" ภัตตาคารยิ้ม-ยิ้มมาเซ้งอยู่หลายสิบปีแล้ว แต่ผมเองก็ชักจะเลือน...เลือน ไม่เหมือนตอนหนุ่ม...หนุ่ม จะกินอาหารอร่อยต้องมาเยาวราช แต่สมัยนี้ร้านอาหารเก่า...เก่าอย่าง "ยิ้ม-ยิ้ม" น่ะยังอร่อยคงเส้นคงวา | ||||
ตำนานร้าน "ยิ้ม-ยิ้ม" ภัตตาคารแต้จิ๋ว 100 ปี "นายเต็ง เตียวเฮียง" รุ่นปู่เมื่อ 100 ปี มาตั้งภัตตาคารยิ้ม-ยิ้ม ทำ "ฮื้อแซ" ปลาดิบจีนเป็นคนแรก "นายประภาพ ชวาลากุล" กับนาง "จารุวรรณ" รุ่นที่สามอายุอานามก็ 90 กว่าปีผู้บริหารตอนนี้ อย่างที่เรียนว่า จู่...จู่ "ป้าช้อย" ก็ชวนไปกินอาหารจีนแต้จิ๋วอร่อยที่ภัตตาคาร "ยิ้ม-ยิ้ม" อิ่มจะยิ้มไม่ออก เพราะมันแน่นท้อง...จุกทวาร แต่ก็ต้องเขียนเล่า เพราะร้านนี้คือร้านตำนานอาหารแต้จิ๋วในเมืองไทย อย่างที่ผมใช้สำนวนจัดรายการวิทยุคลื่น 99 เอฟเอ็มอสมท. ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ว่า ...ยู มัส อีท บีฟอร์ ยู ดาย รีบ...รีบไปกินกันซะ ก่อนที่ไม่รู้ว่าคนขายหรือคนกินจะตายก่อนกัน... ***************************************** "ยิ้ม-ยิ้ม ภัตตาคาร" ถนนพาดสาย หลังห้างขายทองฮั่วเซ่งเฮง เยาวราช โทรศัพท์ 0-2224-2203, 0-2224-2205 โทรสาร 0-2224-2262 |