ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“สวนอาหารร่มเย็น” เด่นอาหารรสจัด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มกราคม 2548 11:25 น.
บรรยากาศด้านใน “สวนอาหารร่มเย็น” นั่งหม่ำอาหารสบายๆ
       รสชาติอาหารแบบไทยๆจะเน้นที่รสชาติจัดจ้าน ชนิดถึงพริกถึงเครื่อง
      
       สำหรับ “ผ่านมาแวะกิน” นับเป็นหนึ่งในคนชอบอาหารไทย ที่พอพูดถึงอาหารไทยคราใด จะอดน้ำลายสอปากไม่ได้ ในมื้อนี้เราจึงไปแวะกินอาหารไทยที่ “สวนอาหารร่มเย็น” ร้านนี้บอกได้เลยว่าถูกใจถูกปากคนชอบอาหารรสชาติจัดจ้านนัก
      
       “สวนอาหารร่มเย็น” ในซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แม้เป็นร้านอาหารเล็กๆ แต่ก็มีบรรยากาศของร้านที่ชวนนั่งไม่น้อย โต๊ะเก้าอี้ที่นั่งจัดแบบเรียบง่าย ไม่ได้ติดแอร์ แต่ก็นั่งหม่ำอาหารสบายๆ เพราะได้รับลมเย็นๆ จากธรรมชาติแทน
ผัดฉ่าทะเลจานร้อน
       มาถึงเมนูอาหาร อย่างที่บอกไว้ว่าที่นี่จะเน้นอาหารไทยๆ ที่มีรสชาติจัดจ้าน เราเลยเปิดเมนูแรกกันที่ ไก่กรอบมะนาว (50 บาท) เป็นเนื้อไก่สันในชุปเกร็ดขนมปังทอดกรอบ มีใบคะน้าหั่นฝอยทอดกรอบรองอยู่ด้านล่างจาน มีน้ำซอสคล้ายๆ กับน้ำสลัด เป็นสูตรพิเศษที่ทางร้านทำเองราดลงมาบนไก่ โรยหน้าด้วยมะนาวฝานชิ้นบางๆ ตักชิ้นไก่และคะน้าเคี้ยวกร้วมรวมกันทั้งคำ เนื้อไก่กรอบนอกนุ่มใน ใบคะน้าก็กรุบกรอบ ผสานกับน้ำซอสที่ออกรสเปรี้ยวโดดเด่น แต่ไม่ใช่เปรี้ยวจี๊ด เป็นเปรี้ยวแบบกลมกล่อม และถ้าเคี้ยวมะนาวรวมกันด้วยจะได้รสชาติความเปรี้ยวหอมของเนื้อมะนาวเพิ่ม ขึ้นอีก
      
       ตามมาด้วย ผัดฉ่าทะเลจานร้อน (80 บาท) เสิร์ฟมาร้อนๆ เป็นผัดฉ่าทะเลใส่ทั้งกุ้ง ปลาหมึก เนื้อปลาช่อนทะเล เนื้อปลาเก๋า ผัดกับเครื่องเทศที่มีรากผักชี พริกขี้หนู กระเทียมตำรวมกัน และใส่เครื่องผัดฉ่าพริกไทยสด ใบมะกรูด ตะไคร้ซอย หอมหัวใหญ่ซอย กระชาย พริกชี้ฟ้าเหลือง ผัดฉ่าจานนี้เด็ดสะระตี่ ตรงที่รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านถึงเครื่องเทศและเครื่องผัดฉ่า
ต้มแซบเอ็นเนื้อตุ๋น
       ปิดท้ายที่เมนูเด็ดสุดยอดทางร้านบอกว่าลูกค้าสั่งขึ้นโต๊ะเยอะมาก ต้มแซบเอ็นเนื้อตุ๋น (หม้อดิน 70 บาท, หม้อไฟ 100 บาท) เป็นเนื้อตรงน่องกับเอ็นแก้วตุ๋นกับเครื่องยาจีนกว่า 5 ชม. จนได้เนื้อที่นุ่ม ส่วนน้ำซุปเป็นน้ำซุปเนื้อที่ได้มาจากการตุ๋นยาจีน แล้วนำมาทำเป็นต้มแซบใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ข่าแก่ ปรุงรสด้วยพริกขี้หนูโขลก น้ำมะนาว และซอสปรุงรส ตักน้ำซุปจะซดเข้าปาก ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องยาจีน พอซดน้ำซุปร้อนๆ รับรู้ถึงรสชาติความแซบ เปรี้ยวจี๊ดจ๊าด เผ็ดร้อน และหอมหวานน้ำซุป ส่วนเนื้อนั้นนุ่มเหนียวไม่ยุ่ย เอ็นแก้วก็เคี้ยวกรึบๆ ดี
      
       นอกจาก 3 เมนูนี้ที่ “ผ่านมาแวะกิน” ลองลิ้มรสชาติแล้วนั้น ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสั่งมาหม่ำอีก อาทิ ยำถั่วพลู (50 บาท) ยำตะไคร้ (50 บาท) ปลาช่อนนึ่งแจ่ว (150 บาท) สำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน ถึงเครื่องถึงใจ ก็ลองแวะมาพิสูจน์รสชาติด้วยตัวเอง จะได้รู้ว่าจะจัดจ้านถึงใจอย่างที่บอกไว้หรือเปล่า
      
       
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “สวนอาหาร่มเย็น”
ตั้งอยู่ ที่ ถ. ศรีนครินทร์ แยกอุดมสุข เข้าไปในซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หรือซอยที่มีป้ายเขียนไว้ว่าเป็นทางลัดไปสุขุมวิท 103 เข้าไปในซอยประมาณ 100 ม. ร้านอยู่ขวามือ ตรงข้ามกับสโมสรธนาคารกรุงเทพ เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.30-24.00 น. แต่ว่าครัวจะปิด 23.30 น. โทร. 0-1907-1640, 0-6337-5866
       

ก๋วยเตี๋ยวปลาสดสี่จ่า” ลิ้มรสปลาหลากหลาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ธันวาคม 2547 17:51 น.
ภายในร้าน “ก๋วยเตี๋ยวปลาสดสี่จ่า” โต๊ะเก้าอี้สีขาวสะอาดตาดูโล่งโปร่งสบาย
       “ปลา” เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื้อปลาอุดมไปด้วยโปรตีน และไขมันไม่อิ่มตัว ให้กรดไลโนเลอิกและโอเมก้า 3 ช่วยลดและป้องกันการอุดตันของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด มีวิตามิน และแร่ธาตุมากมาย รวมไปแคลเซียมที่ได้จากปลาตัวเล็กตัวน้อย
      
       แหมประโยชน์จากการกินปลาช่างมากมายเหลือเกิน มื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” จึงขอชวนมิตรรักแฟนกินทั้งหลายไปหม่ำปลาให้สบายกระเพาะกัน ที่ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวปลาสดสี่จ่า”
       

บะหมี่พริกเผาปลาทอด
       ซึ่งจุดเด่นของร้าน “ก๋วยเตี๋ยวปลาสดสี่จ่า”นี้ อยู่ตรงที่เนื้อปลากะพงที่นำมาทำอาหารนั้น เป็นเนื้อปลาชั้นเยี่ยมระดับเกรดส่งออก ซึ่งเจ้าของร้านไปซื้อเองถึงที่มหาชัยโดยไม่ต้องผ่านมือพ่อค้าคนกลางให้เสีย เวลา คุณภาพของดีๆอย่างนี้แต่ขายกันไม่แพง ราคา 20- 70 บาทเท่านั้น แถมไม่ต้องห่วงเรื่องว่าจะสั่งเมนูอะไรดี เพราะมีเมนูหลากหลายเปลี่ยนไปแต่ละอาทิตย์ หรือถ้ายังคิดไม่ออกแค่บอกแม่ครัวว่าอยากได้อยากกินแนวไหน แม่ครัวก็จะจัดแจงทำให้ได้ทันที
      
       ซึ่งการมาแวะหม่ำของเราในมื้อนี้ ก็ขอสั่งเมนูเด็ดของที่นี่มาลองลิ้มชิมรสกันก่อนแล้วกัน ประเดิมกันที่เมนูแรก เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้น (30 บาท พิเศษ 40 บาท) เส้นเล็กเหนียวนุ่ม ชุ่มด้วยน้ำต้มยำรสเข้มข้นด้วยส่วนผสมถึงใจ ทั้งพริกขี้หนู ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และยังกลมกล่อมหอมมัน เพราะใส่ทั้งกะทิและนมสดรวมกัน มีเนื้อปลากะพงขาวๆ ชิ้นใหญ่ แล้วยังมีลูกชิ้นปลากับฮือก้วยใส่มาด้วย แต่ถ้าใครอยากกินเมนูนี้เป็นต้มยำน้ำใสที่นี่ก็ทำให้ได้ หน้าตาจะเหมือนโป๊ะแตก
ปลาลวกจิ้ม
       ตามต่อมาด้วยก๋วยเตี๋ยวชามนี้ บะหมี่พริกเผาปลาทอด (30 บาท พิเศษ 40 บาท) จานนี้ก็เป็นปลากะพงชุบแป้งทอดที่กรอบนอกนุ่มใน และมีบะหมี่เส้นเหนียวนุ่มส่งมาพร้อมกับน้ำพริกเผาปรุงรสกลิ่นหอมฉุย มีผักกวางตุ้งลวกส่งมาเป็นเครื่องเคียง เวลากินก็คลุกเคล้าเข้ากัน มีน้ำซุปร้อนๆ ให้ซดคล่องคอ
      
       ปิดท้ายด้วย ปลาลวกจิ้ม (40 บาท) เป็นปลากะพงเนื้อขาวๆ ชิ้นใหญ่ๆ ไม่ติดมัน ที่ทั้งใหม่และสดมาลวก จึงไม่มีกลิ่นคาว โดยที่ไม่ต้องอาศัยเทคนิคการดับกลิ่นคาวด้วยสมุนไพรชนิดใดเลย จิ้มกินกับน้ำจิ้มรสเด็ดที่มีให้เลือกทั้งน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสออกเค็มนิดๆ และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวจี๊ด
      
       ก็ถ้าใครได้ลองแวะมาหม่ำกันแล้วอยากจะสั่งเมนูอื่นๆ ก็มีให้เลือกสั่งอีกมาก อาทิ สลัดปลาทอด (40 บาท) ปลาชนไก่ (60 บาท) ลูกชิ้นปลาทอด (40 บาท) ปลากะพงผัดพริกไทยดำ (60 บาท) ผัดฉ่ารวมมิตร (70 บาท) และอีกสารพัดเมนูปลารสเด็ด ส่วนตอนนี้ “ผ่านมาแวะกิน” ขอตัวไปจัดการกับเมนูปลาๆ ที่สั่งมาก่อนแล้วกัน
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“ก๋วยเตี๋ยวปลาสดสี่จ่า” ตั้งอยู่ที่ 27/256 ซ.ลาดพร้าว 101 ม.นครไทยซอย 13 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. เข้าไปในซอยลาดพร้าว 101 ประมาณ 300 เมตร ร้านอยู่ฝั่งขวามือ โดยสังเกตที่ซอยนครไทย 13 ตรงข้ามร้านวีดีโออีซี่ และอู่ประสิทธิยนต์ จอดรถได้ที่หน้าร้านและในซอยนครไทย 13 เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 น.-22.00 น. โทร. 0-1309-9979

“ก่วงเฮง”มื้อไหนๆ ก็อิ่มได้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 กันยายน 2547 15:26 น.
“ก่วงเฮง” ร้านเก่าแก่กว่า 40 ปี กับหลายเมนูชวนกิน
       เคยถามตัวเองไหม ว่าวันๆหนึ่ง คุณกินข้าวกี่มื้อ?
      
       บางคนอาจจะกินเป็นเวลา มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น แต่ถ้าสำหรับบางคนที่ทำงานแบบไม่เป็นเวลาเหมือน “ผ่านมาแวะกิน” แล้วละก็ บอกไม่ได้เลยละว่าวันหนึ่งๆ กินข้าวมื้ออะไรบ้าง เอาเป็นว่าหิวเมื่อไหร่ มีเวลาก็กินเมื่อนั้น อันที่จริงการกินข้าวไม่เป็นเวลาแบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพซะเท่าไหร่ แต่เอานะก็ยังดีกว่าไม่ได้กินข้าวสักมื้อเลยก็แล้วกัน
กระเพาะปลา
       อย่างมื้อนี้ (ที่ไม่รู้ว่าเป็นมื้อไหนของวัน) “ผ่านมาแวะกิน” ต้องมาทำธุระแถวย่านประตูน้ำ พอเสร็จจากธุระก็เลยเดินหาอาหารใส่ท้องกันสะหน่อย เดินไปเดินมาก็มาเจอะเข้ากับร้าน “ก่วงเฮง” ที่หน้าร้านมีหม้อกระเพาะปลา และเตาปิ้งหมูสะเต๊ะล่อตาล่อน้ำลายของเรายิ่งนัก
      
       ว่าแล้วก็ไม่ให้เสียเวลาเห็นๆ อยู่ว่ามีเมนูอะไรน่ากินบ้างจากหน้าร้าน “ผ่านมาแวะกิน” เลยจัดแจงสั่งกระเพาะปลา (40 บาท พิเศษ 50 บาท) มาใส่ท้องเป็นอย่างแรก เป็นกระเพาะแท้ๆ เกรดเอ นำมาล้างมาต้มจนหายเหม็นคาว แล้วก็ใส่เครื่องอย่างไก่ เลือดไก่ หน่อไม้ดอง เห็ดหอม และไข่นกกระทา กระเพาะปลานั้นเนื้อนุ่ม น้ำซุปก็เหนียวหนืดกำลังดี รสชาติกลมกล่อมลิ้นโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
      
       อย่างที่สองเป็น หมูสะเต๊ะ (ไม้ละ 3 บาท) ที่เห็นปิ้งๆ อยู่หน้าร้านนั่นละ หมูสะเต๊ะปิ้งหอมๆ เนื้อหมูสีสันเหลืองนวลชวนกิน เนื้อหมูสะเต๊ะนุ่มเคี้ยวนิ่มเพราะผ่านการหมักกับมัสตาร์ด น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว กะทิ นมสด และผงกระหรี่ จิ้มกับน้ำสะเต๊ะรสเด็ดที่หอมหวานเผ็ด (พริกแกง) มัน (ถั่วลิสงกับหัวกะทิ) และแกล้มด้วยอาจาดกินเพลินจนหมูหมดจานไม่รู้ตัว
หมูสะเต๊ะ
       กินมา 2 อย่างแล้วแต่กระเพาะมันยังมีพื้นที่ว่าง “ผ่านมาแวะกิน” เหลือบไปเห็นเมนูด้านข้างยังมี ข้าวมันไก่ (25 บาท พิเศษ 30 บาท) เลยสั่งมากินอีกจาน ข้าวมันไก่เป็นไก่ตอนที่เนื้อขาวนุ่ม ส่วนข้าวมันก็เป็นข้าวหอมมะลิเก่าที่นำมาทำเป็นข้าวมันไว้กินกับไก่ตอน ข้าวมันไม่มันมากเคี้ยวนุ่มเข้ากับเนื้อไก่ และน้ำจิ้มสูตรเด็ด หวาน เค็ม เผ็ดกำลังดี แถมมีน้ำซุปฟักมะนาวดองหอมๆ ซดร้อนๆ ช่วยคล่องคอ
      
       ส่วนเมนูอื่นๆ ที่เห็นก็ยังมีอีก อาทิ ปอเปี๊ยะสด (20 บาท) หรือจะเป็นเครื่องดื่มที่น่าสั่งก็มี นมสด (แก้วละ10 บาท) เป็นนมวัวสดๆ เอาต้มใส่ใบเตยเสิร์ฟใส่น้ำแข็งดื่มแล้วสดชื่นแถมมีประโยชน์
      
       เอาเป็นว่ามื้อนี้ของวัน ของ “ผ่านมาแวะกิน” ก็จบลงเสร็จสินพร้อมกับการกินอาหารหลายเมนู ที่ร้าน “ก่วงเฮง” แห่งนี้ ซึ่งถ้าใครผ่านแวะเวียนมาแถวประตูน้ำก็ลองแวะเข้ามากินตามเมนูที่ว่ามาข้างต้น แล้วจะรู้ว่ารสชาติที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้าน “ก่วงเฮง” เปิดขายมานานกว่า 40 ปี ตั้งอยู่ที่ 930 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ตรงข้ามกับประตูน้ำคอมเพล็กซ์ ร้านอยู่หัวมุมถนนตรงสี่แยกใต้สะพานลอยประตูน้ำ ติดกับสถานธนานุเคราะห์ 4 ร้านเปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00 น. – 02.00 น. ทางร้านมีรับออกงานนอกสถานที่ด้วยติดต่อได้ที่เบอร์ 0-2251-8768, 0-1817-7921

กรุ่นกลิ่นความเก่า เคล้ากลิ่นกาแฟ ที่ “ออน ล๊อก หยุ่น”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กันยายน 2547 13:00 น.

บรรยากาศภายในร้าน “ออน ล๊อก หยุ่น” ที่ไม่เคยขาดซึ่งผู้คนมานั่งดื่มกิน
       หากใครเคยผ่านไปแถวถนนเจริญกรุง คงจะพอทราบกันอยู่บ้างว่าถนนสายนี้เป็นถนนเก่าแก่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาช้านาน และถือได้ว่าเป็นถนนสายธุรกิจที่สำคัญในอดีต ไม่แพ้ถนนสีลมหรือสุขุมวิทในปัจจุบัน
ภาพของผู้เฒ่าผู้แก่ที่มักมานั่งจิบชาไปพลางอ่านหนังสือพิมพ์ไปพลาง
       ถึงแม้ว่าถนนเจริญกรุงสายนี้จะไม่ได้เป็นถนนสายหลักที่คึกคักและ คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเหมือนเช่นเมื่อก่อน ทว่าถนนเจริญกรุงสายนี้ก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวในอดีตมากมายที่ผู้คน ในยุคดิจิตอลอย่างเราๆ ท่านๆ อาจจะหลงลืมไปแล้วก็ได้ว่า ยังมีเรื่องราวและสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างที่ตั้งอยู่บนถนนสายนี้ อย่างเช่นร้านรวงจำนวนมากที่เปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่สมัยก่อน และปัจจุบันนี้ก็ยังคงเปิดดำเนินกิจการกันอยู่
      
       อย่างเช่นร้านที่ “ผ่านมาแวะกิน” จะพาไปย้อนรำลึกอดีตกันในมื้อนี้ เป็นร้านตึกแถวห้องเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเจริญกรุง ที่เชื่อว่าถ้าเอ่ยชื่อมาแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่อายุกว่า 60 ปีขึ้นไปต้องร้องอ๋อ! กันเป็นแถวๆ นั่นก็คือร้าน
“ออน ล็อก หยุ่น” ที่เป็นแหล่งชุมนุม พบปะสังสรรค์ของหลายๆ คน
      
       ภาพของผู้คนที่นั่งกันอยู่เต็มร้าน บ้างนั่งจิบกาแฟ นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ บ้างก็รวมกลุ่มกันนั่งสนทนาจิบชากาแฟแกล้มกับเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟัง อย่างสนุกสนาน ภาพเหล่านี้เป็นบรรยากาศภายในร้าน“ออน ล็อก หยุ่น” ที่เพียงเดินเข้ามาในร้านก็จะสัมผัสกับบรรยากาศเหล่านั้นได้อย่างเต็มๆ
เมนูชุดกาแฟ (ชุดใหญ่)
       เล่นเอา “ผ่านมาแวะกิน” เคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศก่อนหย่อนตัวลงนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศสักพัก พร้อมๆ กับเหลียวหน้าแลหลังแล้วก็เห็นแต่ละโต๊ะจะมีแต่ชากาแฟและเครื่องดื่มเป็น ส่วนใหญ่ ถามไถ่จากเจ้าของร้านได้ความว่า เนื่องจากที่นี่เป็นร้านขายกาแฟเมนูหลักๆ จะเป็นพวกเครื่องดื่มกินง่ายๆ แต่ถ้ามาด้วยอาการหิวหน่อยๆ ไม่มากนัก ขอแนะนำให้สั่งเป็นเมนูชุดกาแฟ (ชุดใหญ่ 67 บาท) ที่ประกอบไปด้วย ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก เบคอน ขนมปังพร้อมเนยหรือสังขยา และเครื่องดื่ม 1 แก้วจะเป็นกาแฟร้อน กาแฟเย็น หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นก็ได้แล้วแต่จะเลือกสั่ง แถมมีชาร้อนๆ ให้ดื่มกลั้วปากอีกหนึ่งแก้ว
      
       ส่วนถ้ามาแล้วอยากนั่งกินบรรยากาศมากกว่า ก็สั่งเป็นเครื่องดื่มที่มีให้เลือกด้วยกันหลายอย่างเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟร้อน-กาแฟเย็น (15 และ 17 บาท) ชาร้อน-ชาเย็น (15 และ 17 บาท) โอเลี้ยง ชาดำเย็น ชามะนาว (15 บาท) นมเย็น (15 บาท) ไมโลร้อน-ไมโลเย็น (15 และ 17 บาท) เรียกว่าสั่งมานั่งดื่มไปพลาง สนทนาไปพลาง ท่ามกลางบรรยากาศเก่าๆ อันรื่นรมย์ ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสมไปอีกแบบ
      
       เรียกว่าถ้าใครมีโอกาสผ่านแวะเวียนมาทางถนนเจริญกรุงสายนี้แล้วละก็ ลองเดินเข้ามานั่งจิบชากาแฟ แล้วซึมซับเอาบรรยากาศเก่าๆ ที่มีมนเสน่ห์ของร้าน “ออน ล็อก หยุ่น” ใส่ตัวดูบ้าง บางครั้งการที่ได้มานั่งทบทวนเรื่องราวเก่าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ อาจจะทำให้คุณอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือน “ผ่านมาแวะกิน” ที่รู้สึกอยู่ในขณะนี้ก็เป็นได้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       “ออน ล๊อก หยุ่น” ตั้งอยู่ที่ 72 ถ.เจริญกรุง แขวงวังบูรพาเขตพระนคร กทม. ร้านอยู่ใกล้กับโรงหนังเฉลิมกรุง เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00-18.00 น. โทร.0-2233-9621

เรื่องโจ๊กๆ ที่ “โจ๊กปริ๊นซ์ บางรัก”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2547 18:06 น.
บรรยากาศร้าน “โจ๊กปริ๊นซ์ บางรัก” ลูกค้ายืนรอซื้อโจ๊กเป็นแถว
       มีเรื่องโจ๊ก!!! มาเล่าให้ฟัง แต่อย่าเพิ่งเตรียมหัวเราะกันจนท้องแข็งละ เพราะเรื่องโจ๊กๆ ที่ “ผ่านมาแวะกิน” จะมาเล่าให้ฟังในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องโจ๊กๆ ที่เป็นเรื่องเล่าเนื้อหาสนุกๆ ชวนขำกันหรอกนะ แต่ว่าเป็นเรื่องของโจ๊กที่สัมผัสได้ด้วยการกินลงท้องของพวกเราให้อิ่มท้อง กันต่างหาก
      
       เอาละมื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” ขอนำเสนอเรื่องโจ๊ก ที่รับรองว่าไม่ขำ แต่กลับอิ่มท้องแทนก็แล้วกัน กับร้าน “โจ๊กปริ๊นซ์ บางรัก” ที่เปิดขายโจ๊กมานานกว่า 40-50 ปี เรียกว่าคนแถวบางรักนี่รู้จักโจ๊กร้านนี้กันดี เผลอๆ บางคนโตมาได้ก็เพราะกินโจ๊กร้านนี้ตั้งแต่เด็กจนโตกันเชียวละ
โจ๊กหมูธรรมดา
       ภายในซอยเล็กๆ ที่เป็นที่ตั้งร้าน มีโต๊ะเก้าอี้เรียงเป็นแถวให้ลูกค้าสามารถนั่งกินโจ๊กร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนน้ำลายหลายๆ คน และก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยยืนรออยู่หน้าร้านเพื่อซื้อโจ๊กกลับไปกินที่บ้าน เรียกว่าแม่ค้าตักโจ๊กมือเป็นระวิงไม่วางมือกันเลย เห็นอย่างนี้หลายๆ คนชักอยากรู้กันแล้วละสิท่าว่าโจ๊กร้านนี้มีอะไรน่ากินกันบ้าง เอาเป็นว่าเราเริ่มบรรเลงกระบวนท่าการกินกันเลยจะดีกว่า ด้วยการสั่งโจ๊กหมูธรรมดา (20 บาท) มาลองลิ้มเป็นชามแรก โจ๊กร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมของข้าวเตะจมูกตั้งแต่ยกมาไม่ถึงโต๊ะ โจ๊กชามนี้ใส่หมูก้อนชิ้นโตมากๆ กับไส้หมู เคี้ยวหมูก้อนที่ออกรสเค็มนิดๆ กลมกล่อม เพราะทางร้านเขาหมักกับเครื่องปรุง และไส้หมูเคี้ยวหนึบไม่ขมเพราะผ่านการล้างมาอย่างดีเช่นกัน ส่วนเนื้อโจ๊กที่เป็นข้าวทางร้านเขาใช้ข้าวหอมมะลิมาทำเป็นโจ๊ก ที่ผ่านการตุ๋นข้าวจนได้ที่ ได้โจ๊กที่ข้าวนุ่มไม่เหลวไม่ข้นจนเกินไป เล่นเอาตักโจ๊กเข้าปากส่งลงกระเพาะจนหมดชาม
โจ๊กพิเศษใส่ทุกอย่างใส่ไข่ด้วย
       แต่ถ้าใครกินโจ๊กธรรมดาชามนี้แล้วยังไม่อิ่มพอ จะสั่งโจ๊กพิเศษใส่ทุกอย่าง (30 บาท) มากินเป็นชามที่สองก็ไม่ว่ากัน ซึ่งทุกอย่างที่ใส่มามีทั้งหมูก้อนชิ้นโต กระเพาะหมู ไส้หมู ตับ เซี้ยงจี้ และใส่ไข่มาด้วย รับรองว่ากินโจ๊กชามนี้แล้วไม่อิ่มให้มันรู้ไป
      
       ส่วนถ้าใครอยากจะสั่งแบบเลือกใส่ตามใจอยาก ก็เลือกได้ว่าจะเอาโจ๊กใส่อะไรบ้าง ซึ่งราคาโจ๊กธรรมดาก็ (20 บาท) แต่ถ้าสั่งเป็นโจ๊กธรรมดาแล้วใส่ไข่ด้วยก็ (25 บาท) ส่วนถ้าสั่งโจ๊กพิเศษก็ราคา (30 บาท) อันนี้ก็เลือกได้ว่าจะใส่ไข่หรือไม่ใส่ไข่ อ้อแล้วมีปาท่องโก๋ (ถุงละ 5 บาท) ให้กินคู่กับโจ๊กด้วย
      
       และเรื่องโจ๊กๆ ที่ “ผ่านมาแวะกิน” นำมาเล่าให้ฟังในมื้อนี้ก็จบลงด้วยความอิ่มท้อง แทนที่จะขำหัวเหราะกันจนท้องแข็ง แต่กลับกลายเป็นว่าอิ่ม เพราะในท้องมีแต่โจ๊กร้อนๆ ของร้าน “โจ๊กปริ๊นซ์ บางรัก” ที่รอให้ใครหลายๆ คนไปพิสูจน์เรื่องโจ๊กๆ นี้ด้วยตัวเอง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       “โจ๊กปริ๊นซ์ บางรัก” ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก อยู่ตรงข้ามกับโรบันสันบางรัก ตรงมาประมาณ 200 เมตร ร้านจะอยู่ในซอยหน้าโรงหนังปริ๊นซ์ จุดสังเกตจะมีป้ายชื่อร้านให้เห็นชัดเจน เปิดขายทุกวันเป็นรอบๆ เวลา 06.00-13.00 น., 17.00-22.30 น. และ 23.00-04.00น. ถ้าใครกลัวไปไม่ถูกโทรสอบถามเส้นทางได้ที่เบอร์ 0-2234-9407 และ 0-9795-2629

เติมพลังให้กาย (ใจ) ที่ร้าน “กำลังใจ”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 กันยายน 2547 17:05 น.
บรรยากาศนั่งกินอาหารสบายๆ ในร้าน “กำลังใจ”
       บางครั้งเมื่อเรารู้สึกท้อแท้ขึ้นมา ในใจ ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใด การงาน การเรียน หรือมีเรื่องราวใดๆ ที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ หนทางที่จะทำให้จิตใจรู้สึกดีขึ้นมาได้ คงมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี
      
       สำหรับส่วนตัว “ผ่านมาแวะกิน” มีวิธีเติมแรงใจให้ตัวเอง ด้วยการหาของกินอร่อยๆ ถูกใจและมีเพื่อนร่วมวงสนทนาแบบรู้ใจ แค่นี้ก็ทำให้หัวใจรู้สึกดีขึ้นมาแล้ว
      
       อย่างมื้อนี้ที่ “ผ่านมาแวะกิน” จูงมือเพื่อนคุยถูกปาก มานั่งกินอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ แบบว่ามานั่งกินนั่งคุยปรับทุกข์กันไป ที่ร้านอาหารชื่อเก๋ไก๋ว่าร้าน “กำลังใจ” ที่ “ผ่านมาแวะกิน” ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเวลามานั่งกินอาหารที่ร้านนี้ทีไร มันเหมือนมาเติมกำลังใจ ใส่ตัวเอง
ปลาหมึกกล้วยผัดผงกะหรี่
       ร้าน “กำลังใจ” เป็นร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่โต เมนูอาหารของร้านนี้ส่วนใหญ่จะเน้นอาหารไทยๆ รสชาติถูกปากถูกลิ้นทั้งนั้น อย่างเมนูเด็ดที่ “ผ่านมาแวะกิน” สั่งมากินเป็นประจำแล้วอยากจะแนะนำมี ปลาหมึกกล้วยผัดผงกะหรี่ (80-100 บาท) ปลาหมึกกล้วยหั่นชิ้นโตๆ ผัดกับผงกะหรี่ ใส่หอมใหญ่ ขึ้นฉ่าย และผัดรวมกับไข่เพิ่มความมัน รสชาติเนื้อปลาหมึกที่เคี้ยวหนึบปากบวกกับความมันจากไข่ และหอมเข้มได้รสผงกระหรี่
      
       
ปลากะพงนึ่งมะนาว (150 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูซึ่งถ้าคนชอบกินปลาไม่ควรพลาด ปลากะพงตัวโตเนื้อแน่นนึ่งจนสุก ราดด้วยน้ำยำ พริก มะนาว ตักเนื้อปลาขาวๆ ส่งเข้าปาก ไม่ได้กลิ่นคาว แต่ได้รสชาติที่น้ำยำซึมถึงเนื้อปลา รสเข้มจัดจ้าน เปรี้ยวนำเผ็ดตามถูกลิ้นดี
ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน
       หนึ่งในเมนูน้ำ ๆ ก็มี ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน (100 -150 บาท) เสิร์ฟมาแบบหม้อไฟร้อนๆ เป็นต้มยำกุ้งน้ำข้น ที่มีกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ ใส่เครื่องต้มยำครบเครื่อง และก็เด่นตรงที่มีเนื้อมะพร้าวอ่อนใส่มาด้วย เพื่อเพิ่มความหวานมัน ซึ่งพอกินแล้วก็ไม่รู้แปลกลิ้นแต่อย่างใด น้ำต้มยำก็ยังเข้มข้นเปรี้ยวเผ็ดสะใจ และได้รสหวานอ่อนๆ จากเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ใส่มาด้วย ซดน้ำกินร้อนๆ คล่องคอดีแท้
      
       นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่นๆ อีก อาทิ ผัดเปรี้ยวหวาน (80 บาท) ผัดหอยลาย (50-80 บาท) ยำสามกรอบ (60 บาท) ยำทูน่า (60 บาท) สลัดทูน่า (60 บาท) และเมนูชวนกินอื่นๆ อีกหลายรายการ เอาเป็นว่าถ้าใครอยากรู้ ก็ต้องหาโอกาสลองแวะมาลิ้มรสชาติอาหาร ที่ร้าน “กำลังใจ” กันเอาเอง ส่วน “ผ่านมาแวะกิน” ขอตัวจัดการกับอาหารที่สั่งมาทั้งหมดนี้ก่อนที่อาหารจะเย็นเสียรสชาติไปหมดเสียก่อน
      
       
*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *   
       
       

       
ร้าน “กำลังใจ” ตั้งอยู่ที่ ถ.ประชาสงเคราะห์ ตรงข้ามกับซอยประชาสงเคราะห์ 3 แฟลต พ.4 ร้านอยู่ติดริมถนน เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-23.00 น. แต่จะหยุดทุกเสาร์ต้นเดือนและกลางเดือน โทร. 0-2247-3600, 0-9132-2675