ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“สเต็กแซลมอนไวท์ซอส” อิ่มเบาๆ เต็มคุณค่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2554 21:56 น.
โดย : กุ๊กเล็ก


       ช่วงนี้ “กุ๊กเล็ก” รู้สึกว่าอยากจะกินอะไรเบาๆ เพื่อไม่ให้กระเพาะทำงานหนักมากนัก แต่ก็ยังอยากได้สารอาหารที่ครบถ้วนอยู่ ก็เลยลองเสาะอาเมนูเด็ดมาทำกินเองที่บ้าน ซึ่งก็คือเมนู “สเต็กแซลมอนไวท์ซอส” ที่ได้ประโยชน์ทั้งจากเนื้อปลาและผักเครื่องเคียงต่างๆ
      
       ส่วนผสม
       เนื้อปลาแซลมอน ชิ้นละประมาณ 150 - 200 กรัม
       เกลือป่น 1 ช้อนชา
       พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
       เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ
       นมสด 1 ถ้วย
       หอมหัวใหญ่ซอย 1/4 ถ้วย
       กานพลู 3-4 ดอก
       วิปปิ้งครีม 1 ช้อนโต๊ะ
       แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนชา
       ไวน์ขาว 1 ช้อนโต๊ะ
       มันฝรั่ง แครอท บล็อกโคลี หรือผักเครื่องเคียงอื่นๆ
      
       วิธีทำ เริ่มจากล้างปลาแซลมอนให้สะอาดแล้วผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ โรยเกลือ 1/2 ช้อนชา และพริกไทย 1/2 ช้อนชา ลงบนเนื้อปลาให้ทั่วทั้ง 2 ด้าน นำกระทั้งตั้งไฟกลาง ใส่เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำเนื้อปลาลงทอดโดยเอาส่วนที่เป็นหนังลงก่อน ทอดจนหนังกรอบแล้วจึงกลับด้านทอดพอสุกแล้วตักขึ้นพักไว้
      
       ส่วนไวท์ซอสเริ่มจากนำนมสดไปต้มพร้อมกับกานพลูและหอมหัวใหญ่ซอยจนหอม เปื่อย จากนั้นกรองเอากากออก ให้เหลือแต่นมสดที่ต้มแล้ว พักไว้ก่อน นำกระทะตั้งไฟ ใส่เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ แล้วใส่แป้งข้าวโพดผัดพอสุก จากนั้นเทนมที่พักไว้ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน ใส่วิปปิ้งครีม เกลือ 1/2 ช้อนชา และพริกไทย 1/2 ช้อนชา พอเดือดอีกครั้งเมไวน์ขาวตามลงไป ปิดไฟ และตักราดเนื้อปลาที่ทอดไว้แล้ว เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่ง แครอท และบล็อกโคลีต้มเพิ่มคุณค่าทางอาหาร แต่หากชอบผักชนิดอื่นก็สามารถปรับเปลี่ยนได้

“สุธัญทิพย์” อร่อยแบบเจ รสไม่จำเจ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กันยายน 2554 14:24 น.

บรรยากาศภายในร้าน
       ใกล้ถึงช่วงเทศกาลกินเจแบบนี้ หลายๆ คนคงกำลังมองหาร้านขายอาหารเจที่สามารถไปเลือกกินกันได้อย่างหลากหลาย มีเมนูมากมายให้ไปลองลิ้มชิมรสกัน “ผ่านมาแวะกิน” ก็มีอยู่ร้านหนึ่งมานำเสนอเพื่อให้เป็นตัวเลือกกับนักกินทั้งหลาย จะได้ไปกินกันในช่วงถือศีลกินผักนี้
      
       ร้านที่ว่านี้มีชื่อว่า “สุธัญทิพย์” ที่เป็นร้านอาหารเจแท้ๆ เปิดขายอาหารเจกันทั้งปี เน้นที่การบริการ และความสะอาดของอาหาร ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ปรุงเมนูเจทั้งหลายบางส่วนก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้ได้ความหลากหลายของรสชาติในเมนูต่างๆ นอกจากนี้บรรยากาศภายในร้านก็ยังดูสะอาดตา โปร่งโล่งสบาย น่ามานั่งเสียเหลือเกิน
ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน
       เมื่อมานั่งในร้านแล้ว เราก็ลองเปิดดูเมนูที่หลากหลายของทางร้าน ซึ่งก็มีอยู่กว่า 100 เมนู เลยลองเลือกมาชิมกันเสียหน่อย เริ่มจาก ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน (เริ่มต้นที่ 35 บาท) เป็นเมนูที่ใช้ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่มาห่อกับไส้ที่ใส่มาอย่างหลากหลาย ทั้งเต้าหู้ถั่วเหลือง แฮมเทียม ผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง และแครอท กินคู่กับน้ำจิ้มรสเข้มข้นที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเอง เรียกว่าเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่อร่อยโดนใจ กินแล้วหอมกลิ่นสมุนไพร
เต้าหู้บล็อกโคลีราดซีอิ้วญี่ปุ่น
       ต่อกันด้วย เต้าหู้บล็อกโคลีราดซีอิ๊วญี่ปุ่น (80 บาท) เมนูนี้ใช้เต้าหู้ถั่วเหลือง มาทอด แล้วราดด้วยน้ำแดงที่ปรุงจากซีอิ้วญี่ปุ่น ผัดใส่กับปูอัดเจ เห็ดเข็มทอง และเห็ดหอม เสิร์ฟพร้อมกับผักบล็อกโคลีลวกสุก ลองชิมเมนูนี้แล้วรสชาติกลมกล่อมหอมอร่อย เต้าหู้ทอดเข้ากับน้ำแดงเป็นอย่างดี
ส้มตำไทย
       จานต่อมาลองชิมอาหารไทยๆ กันบ้างกับ ส้มตำไทย (35 บาท) หน้าตาเหมือนกับส้มตำไทยปกติ เพียงแต่ไม่ใส่กระเทียม กุ้งแห้ง และน้ำปลา เปลี่ยนไปใส่ซีอิ้วแทน แต่รสชาตินั้นก็ยังจัดจ้านคงเดิม แทบจะไม่รู้เลยว่าจานนี้เป็นอาหารเจ
ผัดโหงวก้วย
       ส่วนเมนู ผัดโหงวก้วย (120-250 บาท) จานนี้เป็นอาหารจีนที่ใช้เกาลัด เผือก แปะก๊วย พุทราจีน แห้ว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเนื้อไก่เทียม มาผัดรวมกันปรุงรสเล็กน้อย โรยด้วยใบลิ้นมังกรทอดกรอบ จานนี้รสชาติออกจีนๆ กลมกล่อม เคี้ยวมัน
แกงฟักเขียว
       เมนูถัดมาคือ แกงฟักเขียว (60 บาท) ที่เป็นแกงกะทิแบบไทยๆ ใช้เครื่องแกงที่เป็นเจ ใส่เนื้อฟัก ใส่เนื้อไก่เทียม ปรุงรสชาติเล็กน้อย ลองชิมแล้วเนื้อไก่เทียมนุ่มดี กะทิหอมมัน เครื่องแกงเข้มข้น กินกับข้าวสวยสักจานก็อร่อยเพลินไปเลย
      
       ขอต่ออีกสักเมนูที่ แกงเผ็ดเป็ดย่าง (60 บาท) ถ้วยนี้ก็ใช้เนื้อเป็ดเทียม ใส่มะเขือเทศ มะเขือพวง ใช้เครื่องแกงเผ็ดแบบไทยๆ ทำให้รสชาติหอมมันเข้มข้น
แกงเผ็ดเป็ดย่าง
       แต่ถ้ายังไม่อิ่มดีก็มาปิดท้ายกันด้วย หมูสะเต๊ะ (ชุดละ 45 บาท) ที่จะใช้แผ่นโปรตีนมาหมักแล้วทำไปทอด ส่วนตัวน้ำจิ้มนั้นก็เป็นสูตรเด็ดของทางร้านที่ไม่ใส่กระเทียม แต่ออกมาเข้มข้นกลมกล่อม ส่วนเมื่อลองชิมเนื้อหมูสะเต๊ะที่ทำจากแผ่นโปรตีนก็ได้รสชาติกำลังดี เนื้อนุ่ม กินคู่กับน้ำจิ้ม และอาจาดรสออกเปรี้ยวนำ
      
       เมนูเจอร่อยๆ ก็ยังมีให้เลือกชิมกันอีกมาก อาทิ ลาบเป็ด (60 บาท) ก๋วยเตี๋ยวหลอด (40 บาท) ถั่วแปดเซียน (35 บาท) ทอดมันปลาผัดฉ่า (80 บาท) เห็ดออรินจิคลุกแป้งขนมปัง (60-100 บาท) ปลาหิมะราดพริก (70 บาท) เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคนที่กินเจหรือไม่ได้กินเจ ก็มาอิ่มอร่อยแบบนี้ได้ที่ร้าน “สุธัญทิพย์” แห่งนี้เลย
หมูสะเต๊ะ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “สุธัญทิพย์” ตั้ง อยู่ที่ 1022/34-36 ถ.เจริญนคร ซอย 36 แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน กทม. การเดินทางจากวงเวียนใหญ่ให้วิ่งมาทางถนนลาดหญ้า แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเจริญนคร วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จนถึงเจริญนคร ซอย 36 สังเกตทางซ้ายมือจะเห็นร้านตั้งอยู่ริมถนน ใกล้กับธนาคารกสิกรไทย สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ร้านเปิดวันพุธ-จันทร์ (หยุดวันอังคาร) เวลา 10.00-21.30 น. โทร. 0-2862-4238

“ธรรมเกิดทรัพย์” อิ่มท้องอิ่มใจในเมนูเจรสเด็ด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กันยายน 2554 15:02 น.
บรรยากาศบนชั้นสองของร้าน
       การทำบุญสุนทานนั้น นอกจากจะเข้าวัดเข้าวา ทำจิตใจให้บริสุทธิ์แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็สามารถทำได้โดยการไม่เบียดเบียนคนอื่นอีกด้วย ซึ่งในช่วงเทศกาลกินเจที่กำลังจะมาถึงนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่คนเราได้ลดละการ เบียดเบียนสัตว์ต่างๆ ที่จะต้องมาเป็นอาหาร
      
       “ตระเวนกิน” ก็อยากจะทำบุญกับเขาด้วยเหมือนกัน เลยเลือกมากินอาหารเจในมื้อนี้ที่ร้าน “ธรรมเกิดทรัพย์” ร้านขายอาหารเจที่เปิดขายกันตลอดทั้งปีมากว่า 20 ปีแล้ว ขายอาหารที่เป็นเจครบถ้วนทุกอย่าง ซึ่งก็มีทั้งอาหารไทยและอาหารจีน มีเมนูให้เลือกชิมเกือบร้อยเมนู โดยที่ทางร้านคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง นอกจากจะมีอาหารเจขายแล้ว ที่ร้านก็ยังมีอาหารปกติขายด้วย แต่สำหรับอาหารธรรมดากับอาหารเจนั้นก็จะแยกส่วนปรุงและภาชนะกันอย่างชัดเจน
น้ำตกขาหมู
       วัตถุดิบที่นำมาใช้ทำอาหารเจนั้นก็จะเป็นถั่วเหลืองที่แปรรูปมาใน หลายรูปแบบให้เข้ากับเมนูต่างๆ โดยปกติแล้วลูกค้าก็มาเลือกสั่งกันได้ตามเมนู แต่ในช่วงเทศกาลเจก็จะมีความพิเศษตรงที่ทางร้านจะทำอาหารเป็นหม้อๆ มาเปิดขายตักใส่ถุงกันที่หน้าร้านด้วย
      
       เราเปิดดูเมนูก็นึกอยากลองชิมของจริงขึ้นมาทันที เลยสั่ง น้ำตกขาหมู (80 บาท) มาลองชิมเสียหน่อย เห็นชื่อน้ำตกก็คาดว่าจะต้องเป็นเมนูแซ่บๆ แน่นอน ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาด เพราะปรุงออกมาได้รสชาติจัดจ้านถึงใจ โดยใช้ถั่วเหลืองสำเร็จรูปที่หน้าตาเหมือนขาหมูมาลวกให้สุก แล้วนำไปยำแบบครบเครื่องน้ำตก เมนูนี้ยกมาแล้วจะหอมกลิ่นข้าวคั่ว ชิมเนื้อขาหมูก็เคี้ยวเด้งอร่อยดี
หมูกระเทียม
       ส่วนเมนู หมูกระเทียม (80 บาท) ที่เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน ที่ใครมาก็ต้องสั่งมาลองลิ้มกัน จานนี้ใช้ถั่วเหลืองสำเร็จรูปที่ทำมาเป็นเนื้อหมู นำมาหมักเล็กน้อยแล้วทอดไปพร้อมกับกระเทียมที่ทำมาจากหัวไชโป๊ว เสิร์ฟมาร้อนๆ นึกว่าเป็นหมูกระเทียมของจริง เพราะได้กลิ่นหอม รสชาติก็ออกเค็มๆ และหวานน้อยๆ จากหัวไชโป๊ว
ปลารมควัน
       แล้วมาชิม ปลารมควัน (100 บาท) ที่ใช้ถั่วเหลืองสำเร็จรูปทำเลียนแบบเนื้อปลาลวกสุก แต่หนังด้านนอกนำไปรมควัน เสิร์ฟมาพร้อมกับแตงกวาและมะเขือเทศ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดที่ไม่ได้ใส่กระเทียมกับน้ำปลา แต่เมื่อลองชิมแล้วรสชาติจัดจ้านจี๊ดจ๊าด ส่วนเนื้อปลาก็ได้กลิ่นรมควันหอมๆ เนื้อนุ่มเด้งอร่อย
      
       ต่อกันด้วย ปลาหิมะนึ่งบ๊วย (200 บาท) ใช้ถั่วเหลืองสำเร็จรูปที่ทำมาเป็นเนื้อปลาหิมะแบบมีลายก้าง นำมานึ่งกับขิง เห็ดหอม หมูเจ ปรุงรสชาติ แล้วใส่บ๊วย ลองชิมแล้วเนื้อปลาหวานนุ่ม หอมขิง ได้รสชาติความเปรี้ยวและเค็มเล็กน้อยจากบ๊วย
ปลาหิมะนึ่งบ๊วย
       ยำปลาดุกฟู (80 บาท) เมนูนี้ก็น่าลองชิม ทางร้านใช้ถั่วเขียวกับสาหร่ายนำมาสับให้ละเอียดแล้วทอดกรอบ ออกมาหน้าตาเหมือนปลาดุกฟูจริงๆ กินคู่กับน้ำยำมะม่วง ชิมเนื้อปลาดุกฟูก็กรอบฟูอร่อย เข้ากันกับน้ำยำรสเปรี้ยวจากมะม่วง
      
       ปิดท้ายความอิ่มอร่อยกันด้วยเมนู ยำสาวตาหวาน (80 บาท) ที่เป็นผักบุ้งชุบแป้งทอดกรอบ กินกับน้ำยำที่ทำมาเหมือนสลัด มีเครื่องยำเป็นปลาหมึกที่ทำจากหัวบุก หมูแดงเจ และกุ้งเจ ชิมแล้วผักบุ้งกรอบดี น้ำยำข้นๆ หอมๆ รสชาติกลมกล่อม
ยำปลาดุกฟู
       เมนูที่ลองชิมไปนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความอร่อย ยังมีเมนูแนะนำที่น่าลองชิมอีกหลากหลาย อาทิ ยำปลากระป๋อง (80 บาท) ซีฟู้ดอบวุ้นเส้น (80 บาท) ไก่ผัดเม็ดมะม่วง (80 บาท) ปลาสำลีแดดเดียว (80 บาท) โป๊ะแตก (80 บาท) เป็นต้น ที่เชิญชวนกันให้มาลองลิ้มกันได้ที่ร้าน “ธรรมเกิดทรัพย์”
      
       ซึ่งนอกจากการไม่เบียดเบียนด้วยการไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว เราก็ควรทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส รักษาศีล เพื่อให้ได้อิ่มบุญกันถ้วนหน้าในช่วงเทศกาลเจนี้
ยำสาวตาหวาน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ธรรมเกิดทรัพย์” ตั้งอยู่ที่ 216 ปากซอยเพชรเกษม 32 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กทม. การเดินทางถ้ามาจากแยกท่าพระ ให้วิ่งตรงมาที่ถนนเพชรเกษม วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นซอยเพชรเกษม 32 อยู่ทางขวามือ ให้ตรงไปกลับรถด้านหน้า แล้ววิ่งย้อนกลับมาที่ซอยเพชรเกษม 32 จะเห็นร้านธรรมเกิดทรัพย์อยู่ที่ปากซอยติดถนนใหญ่ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน สามารถจอดรถได้บริเวณด้านหลังร้านและด้านข้าง ร้านเปิดทุกวัน (หยุดเฉพาะวันที่ 16-17 ของเดือน) เวลา 09.00-21.00 น. โทร. 0-2467-3113, 0-2457-4381, 08-6781-9748, 08-6069-3501

"ไอศกรีมมูนเค้ก" มิติใหม่ของขนมไหว้พระจันทร์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2548 15:33 น.
บรรยากาศร้านไอศกรีม "ฮาเก้น-ดาส" สาขาอาคารมณียา เซ็นเตอร์
       "เทศกาลไหว้พระจันทร์" เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของชาวจีน และเมื่อเทศกาลไหว้พระจันทร์ใกล้มาถึง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ และถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการทำพิธีเซ่นไหว้เทพเจ้าดวงจันทร์ ก็คือ "ขนมไหว้พระจันทร์" ซึ่งยิ่งใกล้วันเข้ามาเท่าไหร่ (ปีนี้ตรงกับวันที่ 18 ก.ย.) เราจะเห็นขนมไหว้พระจันทร์ ถูกนำมาตั้งขายไว้มากมาย ให้เลือกซื้อเลือกหาไปไหว้และกินกัน
"ไอศกรีมมูนเค้ก" หน้าตาชวนลิ้มลอง
       ปกติส่วนใหญ่ "ขนมไหว้พระจันทร์" มีลักษณะเป็นทรงกลมทำมาจากแป้ง มีไส้ข้างในสารพัดไส้ อย่าง ทุเรียน โหวงยิ้ง เกาลัด และไส้ตรงกลางเป็นไข่เค็มที่ใช้เฉพาะไข่แดงเท่านั้น แถมมีลวดลายที่สวยงามอยู่บนหน้าขนมด้วยอีกต่างหาก
      
       ในมื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" เลยขอแนะนำขนมไหว้พระจันทร์กันสักหน่อย แต่ไม่ใช่ขนมไหว้พระจันทร์รูปแบบเก่าๆเดิมๆ อย่างที่เคยกินกัน เป็นขนมไหว้พระจันทร์รูปแบบใหม่ เก๋ไก๋แปลกแหวกแนว ทั้งหน้าตาและรสชาติ นั่นคือ "ไอศกรีมมูนเค้ก" ที่ทางไอศกรีม "ฮาเก้น-ดาส" จัดทำขึ้นเพื่อเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้โดยเฉพาะ
      
       "ไอศกรีมมูนเค้ก" เป็นขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำมาจากไอศกรีม มีลักษณะเป็นทรงกลมคงความเป็นเอกลักษณ์ของขนมไหว้พระจันทร์ไว้ แต่มีความพิเศษแปลกไปกว่าปกติก็คือ ตัวไส้ข้างในเป็นไอศกรีมล้วนๆ มีอยู่ 4 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็น รสวานิลลา รสสตรอเบอร์รี่ รสช็อกโกแลต และรสแมคคาดาเมียนัท ส่วนที่เป็นไข่แดงสอดไส้มาเป็นไอศกรีม Mango Sorbet มีสีสันเหมือนไข่แดง และด้านนอกที่เป็นตัวแป้งใช้ช็อกโกแลตแท้เข้มข้นเคลือบไว้ทั้งชิ้น
      
       เรื่องรสชาติของ "ไอศกรีมมูนเค้ก" บอกได้เลยว่า ให้ความรู้สึกแปลกแตกต่างไปจากการกินขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำมาจากแป้งเลย คือ เมื่อได้ลองลิ้มรสชาติแล้วให้ความรู้สึกหวานเย็นฉ่ำชื่นใจไปกับรสชาติของ ไอศกรีมแต่ละรสที่เป็นตัวไส้ และหวานเข้มข้นไปกับช็อคโกแลตที่เคลือบเป็นตัวแป้งอยู่ด้านนอก เรียกว่าถูกใจผู้ที่ชื่นชอบกินไอศกรีมกันไปล่ะงานนี้
" ไอศกรีมมูนเค้ก" 4 รสชาติ ด้านในเป็นไอศกรีม ด้านนอกเป็นช็อคโกแลต
       และสำหรับสนนราคา "ไอศกรีมเมนูเค้ก" นั้นราคาต่อชิ้นตกอยู่ที่ รสวานิลลา (225 บาท) รสสตรอเบอร์รี่ (225 บาท) รสช็อกโกแลต (225 บาท) รสแมคคาดาเมียนัท (250 บาท) หรือจะเลือกซื้อแบบไอศกรีมเมนูเค้ก 1 กล่องมี 4 รส (899 บาท) หรือจะซื้อเป็นของขวัญของฝากมอบให้กันในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ก็มีบัตรกำนัล ฮาเก้น-ดาส ไอศกรีมมูนเค้ก (899 บาท)
      
       เอาเป็นว่า"เทศกาลไหว้พระจันทร์" (18 ก.ย.) ที่จะมาถึงนี้ หากใครอยากจะหาความแปลกใหม่ ฉีกความจำเจเก่าๆ ให้กับการไหว้พระจันทร์ ก็ลองมาสัมผัสกับ "ไอศกรีมมูนเค้ก" ดู น่าสนใจและน่าลิ้มลองรสชาติอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
"ไอศกรีมมูนเค้ก" มีจำหน่ายที่ร้าน "ฮาเก้น-ดาส" สาขาอาคารมณียา เซ็นเตอร์ ถ. เพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กทม. เปิดทุกวันเวลา 11.00 – 23.00 โทร. 0-2279-5547-8 ต่อ 87 และที่สาขาอื่นอีก 6 สาขา คือ ดิ เอ็มโพเรียม โทร. 0-2644-8139, พัฒน์พงษ์ โทร. 0-2632-8973, เซ็นทรัล ลาดพร้าว โทร. 0-2541-1721, เซ็นทรัล พระราม 3 โทร. 0-2673-6216, เดอะมอลล์ บางกะปิ 0-2930-0390 ต่อ 704 และเพลินจิต เซ็นเตอร์ โทร. 0-2656-8410 ลองลิ้มรสชาติกันได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 18 ก.ย. นี้

กิน "ขนมจีนมอญ" ที่ "สังขละ" เมืองกาญจน์ / สันติ เศวตวิมล

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กันยายน 2554 17:34 น.
 โดย : สันติ เศวตวิมล
      
      
"สะพานไม้" ยาวที่สุดในเมืองไทย อยู่ที่ "สังขละ" ทางเข้าวัดหลวงพ่ออุตตมะ
       ขนมจีนมอญ...เรียกได้หลายชื่อ
      
       มอญเรียก "คนอมจิน" ไทยว่า "ขนมจีน"
      
       แต่พม่าผ่าเป็น "โมฮิงกา"
      
       ฝนตกหนัก...หนักอย่างตอนนี้ทำให้คิดถึง "สังขละ" เมืองกาญจน์
       ที่นั่นหลังฝนตก อากาศเย็นสบาย
      
       สวยงามโดยไม่ต้องไปถึงปาย ไปมาก็สะดวกสบาย ขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เห็นป่าเขา ลำเนาไพร แล้วก็ทะเลสาปใหญ่...ปายไม่มี!!
      
       (เขยนอย่างนี้แล้วก็ไม่สบายใจ เพราะเดี๋ยวนี้เห่อไปเที่ยวกันใหญ่ "สังขละ" ก็จะกลายเป็นปาย...ล้มละลายทางนิเวศน์แล้ว)
      
       สมัยเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519เคยหนีเข้าป่าไปปักหลักอยู่แถวนั้น เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ก็จะข้ามไปฝั่งพม่าตอนนั้นถนนหนทางยังไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน
"คนอมจินมอญ"
       ถนนมีไปแค่ไทรโยค ถัดจากนั้นก็เป็นถนนป่า มีแต่รถเหมืองแร่ของกำนัน "ผล กลีบบัว" ถึงจะเข้าไปได้
      
       เอาแค่ไม่ไกลไปถึงทองผาภูมิ ก็ต้องนอนป่าสอง...สามวัน
      
       แล้ว "สังขละ" ชายแดนมอญ-พม่า สมัยสงคราม 9 ทัพ ก็ต้องเดินกันเป็นเดือน...เดือน บางทีก็ไปไม่ถึง...ไข้ป่ารับประทานซะก่อน!!*
      
       ไปอยู่กับมอญตอนนั้น ได้ความรู้เรื่องอาหารการกินของคนที่นั่นมากมาย แต่ติดปาก ติดใจมาจนถึงขณะนี้ก็คือ
      
       ...คนอมจิน อ่านแล้วสงสัยว่า ความจริงมันก็คือขนมจีนแบบคนไทย แต่คนมอญเรียกเสียงมอญ เหน่อ...เหน่อแบบตัวละครเรื่อง "ราชาธิราช"
      
       แต่ไปบอกว่าเป็นขนมจีนของไทยไม่ได้ มอญเถียงตายยืนยันว่าคนไทยจำจากมอญเอาไปทำกินต่างหาก
มอญจับขนมจีน ไหญ่กว่าไทยจับขนมจีน
       ไม่อยากจะทะเลาะกับมอญ เดี๋ยวไม่ได้ลูกสาว เอ๊า!! ทอญทำ แล้วไทยกิน โอเค
      
       "คนอมจิน"...ที่มอญว่า ที่เมืองพม่ามีขายมากมาย หม่องเลย่ะเรียกว่า "โมฮิงกา"
       ไม่รู้ว่ามอญรบกับพม่า เพราะปัญหาว่าใครทำคนอมจินก่อนกัน
      
       แต่ผมอยู่พม่าก็ได้พึ่งหา "คนอมจินมอญ...โมงฮิงกาพม่า" เพราะหาขนมจีนน้ำยาไทยไม่มี
      
       แต่กินแล้ว มันก็คือกัน คือมีเส้นขนมจีน แล้วราดหน้าด้วยน้ำยาที่ใช้ปลาทำ มอญ...พม่าไม่ได้ใส่กระชาย แล้วก็ไม่
      
       มีผักแนมให้มากมายอย่างบ้านเรา ของเขาใส่ถั่วทอดกรอบปริใส่
      
       แต่ที่สำคัญก็คือจะขาดหยวกกล้วยไม่ได้ ทำยังจะให้หมูกิน
       มารู้จักคนอมจิน
      
       เครื่องเคียงสำหรับกินคนอมจินมอญ มีกพริกทอด กระเทียมเจียว น้ำส้มมะขาม น้ำปลาแล้วก็ผงชูรส ส่วนเส้นขนมจีนก็แบบบ้านเรา ใช้แป้งข้าวเจ้า น้ำยาก็ใช้ปลารสชาติไม่เนียนปาก คาวอีกต่างหาก
      
       ที่สังขละมีร้านขาย "คนอมจิน" หรือ "โมฮิงกา" หลายเจ้า
      
       ที่อร่อยมากถูกปาก อยู่ริมทางเข้าสะพานยาวที่ข้ามแม่น้ำซองกะเลีย
      
       แต่ต้องทำความเข้าใจกันว่า
      
       ร้านนี้ไม่ใช่เป็นร้าน เป็นเพิงหลังคาจาก แบบชาวบ้าน แล้วก็ไม่ได้ขายทั้งวัน จะต้องตื่นเช้า...เช้า ออกมาแย่งชาวบ้านกิน
      
       คุณป้ามอญแกนั่งทำขนมจีนร้อน...ร้อน(โปรดสังเกตหน้า ถ้ากลัวจะเข้าร้านผิด)
       ส่วนน้ำยาหยวกกล้วยแกทำมาจากบ้าน หมดแล้วหมดครับ อยากจะกินอีกพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
      
       "คนอมจินมอญ"...ที่สังขละอร่อยแบบชาวบ้าน แต่ถ้าจะอร่อยแบบชาววัง ผมเคยไปกินร้านหน้าวังเมืองมัณฑเลย์ อร่อยเสียไม่มี
      
       ว่าง...ว่างจะเขียนเล่าให้รู้กันว่า ก่อนพระนาง "ศุภยลัต" จะถูกเนรเทศไปอยู่อินเดีย พระนางยังสั่งเสียเมืองด้วยการเสวย "โมฮิงกา" จานเบ้อเร่อ
      
       ...คนขายพม่ามันบอกอย่างนั้น ช่วยทำให้ผมกินอร่อยเยอะเลยละครับ...

“สเต็กแซลมอนไวท์ซอส” อิ่มเบาๆ เต็มคุณค่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2554 21:56 น.

โดย : กุ๊กเล็ก


       ช่วงนี้ “กุ๊กเล็ก” รู้สึกว่าอยากจะกินอะไรเบาๆ เพื่อไม่ให้กระเพาะทำงานหนักมากนัก แต่ก็ยังอยากได้สารอาหารที่ครบถ้วนอยู่ ก็เลยลองเสาะอาเมนูเด็ดมาทำกินเองที่บ้าน ซึ่งก็คือเมนู “สเต็กแซลมอนไวท์ซอส” ที่ได้ประโยชน์ทั้งจากเนื้อปลาและผักเครื่องเคียงต่างๆ
      
       ส่วนผสม
       เนื้อปลาแซลมอน ชิ้นละประมาณ 150 - 200 กรัม
       เกลือป่น 1 ช้อนชา
       พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
       เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ
       นมสด 1 ถ้วย
       หอมหัวใหญ่ซอย 1/4 ถ้วย
       กานพลู 3-4 ดอก
       วิปปิ้งครีม 1 ช้อนโต๊ะ
       แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนชา
       ไวน์ขาว 1 ช้อนโต๊ะ
       มันฝรั่ง แครอท บล็อกโคลี หรือผักเครื่องเคียงอื่นๆ
      
       วิธีทำ เริ่มจากล้างปลาแซลมอนให้สะอาดแล้วผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ โรยเกลือ 1/2 ช้อนชา และพริกไทย 1/2 ช้อนชา ลงบนเนื้อปลาให้ทั่วทั้ง 2 ด้าน นำกระทั้งตั้งไฟกลาง ใส่เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำเนื้อปลาลงทอดโดยเอาส่วนที่เป็นหนังลงก่อน ทอดจนหนังกรอบแล้วจึงกลับด้านทอดพอสุกแล้วตักขึ้นพักไว้
      
       ส่วนไวท์ซอสเริ่มจากนำนมสดไปต้มพร้อมกับกานพลูและหอมหัวใหญ่ซอยจนหอม เปื่อย จากนั้นกรองเอากากออก ให้เหลือแต่นมสดที่ต้มแล้ว พักไว้ก่อน นำกระทะตั้งไฟ ใส่เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ แล้วใส่แป้งข้าวโพดผัดพอสุก จากนั้นเทนมที่พักไว้ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน ใส่วิปปิ้งครีม เกลือ 1/2 ช้อนชา และพริกไทย 1/2 ช้อนชา พอเดือดอีกครั้งเมไวน์ขาวตามลงไป ปิดไฟ และตักราดเนื้อปลาที่ทอดไว้แล้ว เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่ง แครอท และบล็อกโคลีต้มเพิ่มคุณค่าทางอาหาร แต่หากชอบผักชนิดอื่นก็สามารถปรับเปลี่ยนได้