ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"Bacco" อร่อยเด็ดสไตล์อิตาเลียน

บรรยากาศสบายภายในร้าน
       เวลาที่ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสมาเหนื่อยๆ ก็อยากจะหาของอร่อยมากินชดเชยพลังงานที่เสียไป แต่จะให้ขับรถออกไปตระเวนหาร้านไกลๆ ก็คงจะหมดแรงเสียก่อน วันนี้ "ตระเวนกิน" เลยมีร้านอร่อยมาแนะนำ รับรองว่าไม่ต้องเหนื่อยออกไปไหน เพราะร้านนี้เค้าอยู่ติดกับ Sport Club เลยทีเดียว
      
       ร้านที่ว่านี้มีชื่อว่า "Bacco Italian Bar & Pizza @ Bludeck" เป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อร้านนี้ว่าอยู่ในย่านทองหล่อ ในบรรยากาศแบบอิตาเลียนขนานแท้ แต่ร้าน Bacco ที่ Bludeck แห่งนี้ ได้ปรับเปลี่ยนให้มีบรรยากาศที่อบอุ่น ผสมผสานกับความโมเดิร์น เข้ากับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่
มุมครัวเปิดโล่งโชว์การทำอาหาร
       ในส่วนของอาหารก็เป็นอาหารสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ โดยมีเชฟเซอร์จิโอ จากร้าน Bacco ที่ทองหล่อ มาดูแลทั้งในด้านของวัตถุดิบ และรสชาติของอาหาร ที่จะทำให้ได้สัมผัสกับความเป็นอิตาเลียนอย่างแท้จริง ทางด้านโซนที่นั่งก็สามารถนั่งได้ทั้งภายในและภายนอกร้าน โดยเฉพาะที่นั่งภายนอกริมสระ ที่ให้อารมณ์ผ่อนคลาย และมีความเป็นส่วนตัว ส่วนที่ริมผนังของด้านในร้าน ด้านหนึ่งตกแต่งด้วยขวดไวน์หลากหลายชนิด ส่วนอีกมุมหนึ่งก็มีครัวเปิดโล่งให้ลูกค้าได้สัมผัสการทำอาหารอย่างใกล้ชิด

Gran misto di Antipasti
       “ตระเวนกิน”เมื่อมาในร้านแล้วก็ชักหิว เรามารองท้องกันก่อนด้วย Pizza Breads แผ่นแป้งนุ่มกรอบ ที่เสิร์ฟให้ฟรีทุกโต๊ะ แล้วตามต่อกันด้วยเมนู Gran misto di Antipasti (750 บาท++) จานเรียกน้ำย่อยที่ผสมผสานเอา 4 เมนู อย่าง ยำทูน่าสไตล์อิตาเลียน ตับห่านราดซอสราสเบอรี่และซอสมะม่วง พาร์มาแฮมเสิร์ฟพร้อมเมล่อน หอยแมลงภูนิวซีแลนด์ราดซอสมะเขือเทศ และร็อคเกตสลัดพร้อมไส้กรอกอิตาเลียน ซึ่งแต่ละอย่างนั้นล้วนแต่ถูกปากถูกใจทั้งสิ้น

Ravioli Crema Di Tartufo Rucola E Porcini
       จากนั้นมาต่อกันด้วย Ravioli Crema Di Tartufo Rucola E Porcini (450 บาท++) ที่เป็นพาสต้าแบบโฮมเมด สอดไส้ผักโขมผสมกับรีคอตตาชีส เสิร์ฟพร้อมครีมซอสเห็ดทรัฟเฟิล เห็ดพอร์ชินี และร็อคเกตสลัด จานนี้รสชาติซอสนุ่มนวลเนียน แป้งพาสต้านุ่มเข้ากับไส้ผัก หอมกลิ่นนมเนย


John Dory Alla Griglia Con Salsa Allo Zafferano
       เมนคอร์สของวันนี้เป็น John Dory Alla Griglia Con Salsa Allo Zafferano (550 บาท++) เป็นปลาจอห์นโดรี่ย่างในซอสหญ้าฝรั่น เสิร์ฟกับผักกะหล่ำผัดและมันฝรั่งบด เนื้อปลาจอห์นโดรี่ช่างสดหวานอร่อย เข้ากันกับซอสรสกลมกล่อม และผักกะหล่ำที่ออกหวานเล็กน้อย

Romagnola
       และเมื่อมาชิมอาหารอิตาเลียนก็ขาดไม่ได้ที่จะสั่งพิซซ่ามาลองชิม วันนี้เราเลือก Romagnola (390 บาท++) เป็นแป้งพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน ที่ด้านบนมีส่วนผสมของซอสมะเขือเทศ พาร์มาแฮม มอสซาเรลลาชีส พาร์เมซานชีส มะเขือเทศเชอรี่ และผักร็อคเกต เนื้อแป้งพิซซ่าบางกรอบ ได้รสอมเปรี้ยวอมหวานจากซอสมะเขือเทศ และความเค็มเล็กน้อยจากพาร์มาแฮม

Apple Crumble
       ตบท้ายกันด้วยของหวานแสนอร่อย Apple Crumble (180 บาท++) ที่มีไส้ในเป็นผลไม้เชื่อมชนิดต่างๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสวนิลา และไอศกรีมวนิลา ตัวแป้ง Apple Crumble นุ่มๆ ร่วนๆ ออกรสเค็มนิดหน่อย เข้ากันกับรสหวานจากไส้ผลไม้เชื่อม และเย็นชื่นใจจากไอศกรีมวนิลา

อีกโซนนั่งริมสระน้ำ
       นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ ไว้ให้ลองชิมกันอีก อาทิ Seafood Pasta : Tagliolini Alle Vongole (480 บาท++) Meat Main Course : Ossobuco di Vitello (650 บาท++) Grigliata Mista di Carne (880 บาท++) หรือจะเป็นของหวานสไตล์อิตาเลียนอย่าง Tiramisu (180 บาท++)
      
       ใครที่ชื่นชอบในอาหารอิตาเลียน สามารถมาสัมผัสรสชาติอาหารแบบอิตาเลียนแท้ๆ ในบรรยากาศสบายๆ กันได้ที่ร้าน Bacco @ Bludeck ซ.กิ่งแก้ว 19
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "Bacco Italian Bar & Pizza @ Bludeck" ตั้ง อยู่ที่ 99/3 หมู่ 14 ซอยกิ่งแก้ว 19 ถนนบางนา-ตราด กม 10.5 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ การเดินทางจากถนนบางนา-ตราด แยกเข้าถนนกิ่งแก้ว เลี้ยวเข้าซอยกิ่งแก้ว 19 สังเกตป้ายบิลบอร์ด Bludeck & Bacco เลี้ยวเข้าไปและจากนั้นวิ่งตามป้ายบอกทาง ร้านอยู่ภายใน Bludeck สามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดรถ ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิต และรับจัดงานภายใน ร้านเปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เปิด 11.30-14.30 น. และ 17.30-23.00 น. (วันศุกร์เปิดถึง 24.00 น.) และเสาร์-อาทิตย์ เปิด 11.30-24.00 น. (ครัวปิด 22.30 น.) โทร. 0-2762-0055 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.thebacco.com

[เชฟกระทะเหล็ก]...นำเสนอเมนู ส า คู แ ค น ต า ลู ป

เอาการบ้านมาส่งแล้วจ้า...วันนี้ยู้เอาสาคูแคนตาลูปน้ำกระทิมาฝากเพื่อนๆพี่ๆค่ะ ไม่รู้จะถูกอกถูกใจกันรึป่าว

 ส่วนผสมมีดังนี้จ้า

แคนตาลูปควักเป็นลูกเล็กๆ 1 ลูก
ฮันนี่ดิวควักเป็นลูกเล็กๆ     1 ลูก
สาคู                              ครึ่งถ้วย
กระทิ                             3 ถ้วย
เกลือ                             1 ช้อนชาครึ่ง
น้ำตาลทราย                    1 ช้อนชา
น้ำ                                 2 ถ้วย
 นำหม้อใส่น้ำต้มให้เดือดแล้วค่อยใส่สาคูลงไปต้มต่อจนเดือดอีกครั้งประมาณ 3-4 นาที หรือพอเม็ดสาคูใสแต่ยังเป็นตากบข้างใน
 ใส่น้ำตาลลงไปคนพอน้ำตาลละลายปิดไฟพักไว้ให้เย็น
 นำกะทิใส่หม้อตั้งไฟอ่อน
 ใส่เกลือลงไปในหม้อกระทิ
 และน้ำตาล คนให้ละลาย
ชิมดูออกรสหวาน เค็มเล็กน้อย ต้มพอเดือดพักไว้ให้เย็น
 วิธีจัดเสิร์ฟตัดแคนตาลูป ฮันนีดิวใส่ลงไปในถ้วยตามด้วยสาคูพอประมาณ ราดหน้าด้วยน้ำกะทิแต่งด้วยใบสะหระแหน่
 เอามาฝากเพื่อนๆพี่ๆหลายๆถ้วยค่ะ อิอิ
 จะให้อร่อย ต้องเอากระทิไปแช่ให้เย็นๆนะคะ แคนตาลูปและฮันนี่ดิวด้วย จะเพิ่มรสชาติให้ขนมอร่อยมากขึ้นค่ะ เมนูง่ายๆลองทำทานกันดูนะคะ
 แคนตาลูป
 ฮันนี่ดิว

 เมนู ส า คู แ ค น ต า ลู ป
ขอขอบพระคุณ  คุณ : bigsize  เจ้าของข้อมูลมา  ณ  โอกาสนี้ด้วยนะคะ 
CREDIT www.pantip.com









“ไดจัง” อร่อยปิ้งย่าง สไตล์ญี่ปุ่น

บรรยากาศภายในร้านไดจัง
       ร้านอาหารที่เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ เวลาที่นัดสังสรรค์กับหมู่เพื่อนฝูง หรือสมาชิกครอบครัว ก็มักจะเป็นอาหารแนวบุฟเฟต์ ซึ่งก็ได้ทั้งความคุ้มค่าด้านปริมาณอาหาร และความหลากหลาย จนทำให้ทุกวันนี้มีร้านอาหารในแบบบุฟเฟต์เกิดขึ้นมากมาย
      
       และสำหรับวันนี้ “ตระเวนกิน” ก็อยากจะพาไปลองชิมอีกสักหนึ่งร้าน ที่เป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ตั้งอยู่ใน ซ.ราชครู หรือ ซ.พหลโยธิน 5
ห้องที่เป็นส่วนตัว
       “ไดจัง (Dai Chan)” เป็นชื่อของร้านแห่งนี้ ที่ต่อยอดมาจากร้าน “ไจแอนท์” ซึ่ง เป็นร้านในแนวบุฟเฟต์ปิ้งย่างเช่นกัน แต่ได้มีการพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพของวัตถุดิบให้ดียิ่งขึ้นไปอีก บรรยากาศก็นั่งกันได้แบบสบายๆ โปร่งๆ โล่งๆ แต่ถ้าหากมากันหลายคน ก็มีห้องส่วนตัวไว้บริการด้วย

เนื้อวัวชนิดต่างๆ
       จุดเด่นของร้านอยู่บรรดาเนื้อชนิดต่างๆ ที่มีมาให้เลือกสรรทั้ง เนื้อติดมัน เนื้อสัน และ เนื้อลายมัน ที่สไลด์มาเป็นแผ่นบางๆ โดยเนื้อเหล่านี้ส่งตรงมาจากฟาร์มโคเนื้อคุณภาพดี จึงทำให้เวลาที่ลิ้มรสเข้าไปแล้วจะได้รสชาติความอร่อยอย่างแท้จริง

สันคอหมู (บน), เบคอน (ล่าง)
       สำหรับคนที่ไม่กินเนื้อ ที่นี่ยังมี หมูเบคอน และสันคอหมู มาให้ลองชิม นอกจากนี้ก็ยังมี สะโพกไก่ ที่ย่างเสร็จสรรพออกมาแล้วนุ่มนวลชวนกินเสียจริง หรือจะเป็น ปลาแซลมอนชิ้นโต ปลาหมึกสด และกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ และยังมีเห็ดออรินจิ ให้สั่งมาลองกินกันด้วย

เนื้อปลาแซลมอน ปลาหมึกสด และกุ้งแม่น้ำ
       น้ำจิ้มของที่นี่ก็เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่มีส่วนผสมของโชยุ มิริน สาเก และผลไม้อีก 2-3 อย่าง ที่ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อให้เมนูปิ้งย่างได้รสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละโต๊ะก็จะมีน้ำมะนาว พริกขี้หนูซอย และกระเทียมสับ วางไว้ให้เพื่อให้ลูกค้าได้เพิ่มรสชาติน้ำจิ้มในแบบที่ตัวเองชื่นชอบ แต่ถ้าหากจะกินแบบญี่ปุ่นจริงๆ ก็จะแยกน้ำจิ้มเป็น 2 ถ้วย คือ ถ้วยแรกเป็นน้ำจิ้มโชยุ ส่วนอีกถ้วยหนึ่งเป็นน้ำมะนาว

บุฟเฟต์ต่างๆ และเครื่องเคียง
       ในส่วนของเครื่องเคียงต่างๆ ก็มีให้เลือกหลายจาน อย่างข้าวสวยแบบญี่ปุ่น ข้าวกระเทียม หรือจะเพิ่มกากใยด้วย คิมูจิ (หรือ กิมจิ) ผักยำ (กวางตุ้ง และถั่วงอก ผัดน้ำมันงา) และ ผักกาดหอม แล้วมาซดมิโซะซุปใส่สาหร่ายร้อนๆ ให้คล่องคอ เพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับบุฟเฟต์มื้อนี้

ปิ้งๆ ย่างๆ กลิ่นหอมชวนกิน
       นอกจากนี้ ถ้าอยากลองชิมเมนูปลาดิบ ก็มีให้เลือกทั้ง ปลาแซลมอน ปูอัด ปลาซาบะดอง และปลากะพง ที่แล่มาแบบสดๆ เนื้อหวานอร่อย รวมไปถึง ทงคัตสึ สูตรพิเศษสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เลือกได้ว่าอยากกินหมูสันในหรือสันนอก ซึ่งก็กรอบนอกนุ่มในเช่นกัน

ทงคัตสึ
       แต่ถ้าอิ่มจากเมนูของคาวกันแล้ว ก็ยังมีของหวานๆ เย็นๆ ไว้ให้ลองลิ้มกันอีกด้วย คือ น้ำแข็งไสเยลลี่ น้ำแข็งไสถั่วแดง และไอศกรีมโฮมเมด รสสตรอเบอรี่ มะขาม มะพร้าว และฝรั่งแช่บ๊วย มาในถ้วยเล็กๆ เหมาะสำหรับที่จะชิมรสชาติกันให้ครบทุกรส

ปลาดิบ
       สำหรับบุฟเฟต์ของร้านนี้อิ่มอร่อยกันได้ในราคา 450 บาทต่อคน (เด็ก 250 บาทต่อคน) ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งก็รวมทั้งบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เมนูปลาดิบ ทงคัตสึ เครื่องเคียงต่างๆ และเครื่องดื่ม (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) เอาไว้แล้ว


น้ำแข็งไสเยลลี่
       คราวนี้ ถ้าจะไปสังสรรค์กันในแบบคุ้มค่าคุ้มราคา ก็อย่าลืมนึกถึง “ไดจัง” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกก็แล้วกัน อ้อ... “ตระเวนกิน”ขอแนะนำไว้อีกอย่างว่า ควรจะโทรไปจองโต๊ะก่อนล่วงหน้า ไม่อย่านั้นอาจจะพลาดบุฟเฟต์สุดอร่อยก็เป็นได้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ไดจัง (Dai Chan)” ตั้ง อยู่เลขที่ 33 ซ.พหลโยธิน 5 (ราชครู) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ การเดินทางถ้ามาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ขับตรงมาทางถนนพหลโยธินขาออก จนถึง ซ.ราชครู ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปประมาณ 20 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ หรือถ้ามาจากสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ให้เดินย้อนมาทางสนามเป้า แล้วเลี้ยวเข้า ซ.ราชครู สามารถจอดรถได้บริเวณด้านหน้าร้าน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. โทร. 0-2619-5570-1, 08-0093-0007

มะลิวัลย์ ขนมไทย" หอมหวาน ถูกใจคนรักขนม

บรรยากาศร้าน
       ขนมไทยของเรานั้น มีอยู่หลากหลายชนิด บ้างก็ทำกันได้ง่ายๆ บ้างก็มีกรรมวิธีการทำมากมาย และขนมไทยบางอย่างก็ยังจัดอยู่ในฐานะสิ่งมงคล ที่ใช้ในงานมงคลต่างๆ และถ้าจะหาขนมไทยๆ กินในชีวิตประจำวันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าจะหาแบบที่สดใหม่ มีคุณภาพ ก็ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ
      
       "ผ่านมาแวะกิน" ได้ยินชื่อเสียงของร้าน "มะลิวัลย์ ขนมไทย" มานาน แต่ก็ยังไม่ได้ไปลองชิม วันนี้ฤกษ์ดี ได้แวะเวียนได้ไปแถวๆ ซอยอารีย์ ก็เลยมีโอกาสลิ้มลองขนมไทยอร่อยๆ เสียที
      
       ร้านมะลิวัลย์ตั้งมากว่า 30 ปีแล้ว โดยเปิดขายขนมไทยมาตลอด ขนมของที่ร้านนั้นเป็นสูตรของคุณแม่ ของ คุณณัฐหทัย เปี่ยมเจริญ เจ้า ของร้าน ซึ่งมีการนำมาดัดแปลงรสชาติให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น ขนมไทยของที่ร้านนั้นจะทำขึ้นสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน โดยจะเริ่มทำตั้งแต่เช้าตรู่ของทุกวัน แล้วขายในวันนั้นเลย
ข้าวเหนียวดำกะทิ
       บริเวณหน้าร้านของที่ร้านนี้ เป็นเพียงคูหาเล็กๆ เท่านั้น แต่ปริมาณลูกค้าที่มาซื้อขนมไปนั้นไม่ได้น้อยเลย โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยง ที่จะมีผู้คนมารุมล้อมมากมาย ทำให้ขนมของร้านนี้ขายหมดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ขายดีมาก บางครั้งขนมอาจจะหมดตั้งแต่ 14.00 น. เลยอยากกระซิบบอกท่านนักชิมไว้ว่า ควรจะรีบไปซื้อก่อนเที่ยง ไม่เช่นนั้นอาจจะพลาดของอร่อยได้
      
       คราวนี้ก็ได้เวลาลองชิมกันแล้ว ขนมอย่างแรกก็คือ ข้าวเหนียวดำกะทิ (15 บาท) หรือบางทีก็จะเรียกว่าหัวข้าวหลาม ใช้ข้าวเหนียวดำมามูลพร้อมกับถั่วดำต้ม จากนั้นก็อัดใส่ถาด แล้วนำไปนึ่ง เมื่อสุกดีแล้วก็ราดด้านบนด้วยหัวกะทิที่ผสมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย ชิมดูแล้วข้าวเหนียวนุ่ม เหนียว ไม่หวานมากเกินไป กินพร้อมกับหัวกะทิด้านบนแล้วได้รสเค็มๆ มันๆ เข้ากันดี
ขนมกล้วย
       อย่างที่สองเป็น ขนมกล้วย (15 บาท) ใช้กล้วยน้ำว้าที่สุกจนงอมมาปลอกเอาแต่เนื้อ แล้วนำไปปั่นละเอียด ใส่หัวกะทิ น้ำตาลทราย แป้งข้าวเจ้า เทใส่พิมพ์ และนำไปนึ่งจนสุกดี จากนั้นโรยหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวน้ำหอมขูดฝอย ขนมกล้วยชิ้นนี้กลิ่นหอมน่ากิน ชิมแล้วอร่อยถูกใจ ตัวเนื้อกล้วยออกหวานเล็กน้อย รสกลมกล่อม กินคู่กับเนื้อมะพร้าวน้ำหอม ก็ยิ่งหอมอร่อยมากขึ้นไปอีก
      
       ต่อด้วย ขนมมันสำปะหลัง (20 บาท) ที่ทำมาจากเนื้อมันสำปะหลังผสมกับแป้งมัน น้ำตาลทราย และกะทิ จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก แล้วโรยหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวน้ำหอมขูดฝอย ตัวขนมมันสีออกเหลืองใสอ่อนๆ เคี้ยวแล้วเหนียวนุ่มหนึบหนับ รสหวานเล็กน้อย กินกับเนื้อมะพร้าวอร่อยละมุนลิ้น
ขนมมันสำปะหลัง
       ขนมอย่างสุดท้ายนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ชื่นชอบเป็นพิเศษ ขนมชั้น (15 บาท) ที่ร้านนี้ทำออกมาทั้งหมดสามสี โดยมีสีเขียวที่ทำจากใบเตย สีฟ้าอมม่วงทำจากดอกอัญชัน และสีน้ำตาลทำจากกาแฟ ตัวขนมชั้นเหนียวนุ่ม ไม่หวานมาก ขนมชั้นสีเขียวได้กลิ่นใบเตยอ่อนๆ สีฟ้าอมม่วงสีสวยชวนกิน ส่วนสีน้ำตาลหอมกลิ่นกาแฟ ชิมแล้วได้รสกาแฟเล็กน้อย
      
       นอกจากบรรดาขนมไทยที่ได้แนะนำกันไปแล้วนั้น ที่ร้านก็ยังมีขนมไทยอีกหลากหลายชนิดให้ได้ลองชิมกัน อาทิ วุ้น (20 บาท) ตะโก้รวมมิตร (13 บาท) ข้าวเหนียวดำสังขยา (15 บาท) และอีกมากมายที่มีให้เลือกซื้อได้ทุกวัน และหากนึกถึงขนมไทยอร่อยๆ ก็อย่าลืมนึกถึงร้าน "มะลิวัลย์ ขนมไทย" ก็แล้วกัน
credit  www.manager.co.th