ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“Whatever อะไรก็ได้” อะไรก็อร่อย

บรรยากาศภายนอกร้าน Whatever
       เวลาที่ “ตระเวนกิน” ไปร้านอาหารกับเพื่อนๆ แล้วจะต้องสั่งอาหาร ก็ต้องมีใครสักคนพูดขึ้นมาว่า “เอาอะไรก็ได้” แต่แหม…ไอ้เมนูนี้ ไปที่ร้านไหนๆ ก็ไม่เห็นจะมีสักที่ แต่ไม่ใช่กับที่ร้านนี้ “Whatever อะไรก็ได้” ที่ชื่อของร้านนี้ก็เกิดมาจากประโยคคำพูดข้างต้นนั่นเอง
      
       ทำเลที่ตั้งของร้านก็อยู่ริมถนนเลียบทะเลสาบเมืองทองธานี ที่ใช้บ้านดั้งเดิมมาดัดแปลงให้เป็นร้านอาหาร การตกแต่งก็จะเน้นให้ลูกค้านั่งได้อย่างสบายๆ ในทุกมุมของร้าน ที่มีให้เลือกทั้งด้านในบ้านที่เป็นห้องแอร์โปร่งโล่ง ซึ่งมีชั้นบนที่จะเหมาะกับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ ด้านในห้องแอร์ยังมีโซนที่เป็นเคาท์เตอร์กาแฟให้ได้มานั่งกันสบายๆ ที่ต่อไปจะเพิ่มเป็นมุมชา กาแฟ และเบเกอรี่ในช่วงบ่ายๆให้ได้มาพักผ่อนเล่นๆ กัน ส่วนด้านนอกมีให้เลือกทั้ง มุมระเบียงบ้าน และด้านหน้าบ้าน ให้ออกมารับลมเย็นสบาย ใกล้ๆ ทะเลสาบ แถมในช่วงวันศุกร์ - อาทิตย์ ในช่วงหัวค่ำ ก็จะมีนักดนตรีมาเล่นไวโอลินสดๆ ให้ฟังกันอีกด้วย
ยำอะไรก็ได้
       ในส่วนของเมนูอาหารของทางร้านก็มีให้ได้เลือกลองชิมกันร้อยกว่าเมนู โดยจะมีให้เลือกทั้งอาหารไทย และอาหารฝรั่ง ที่รสชาติดีเด็ดด้วยสูตรเฉพาะของทางร้าน รายการอาหารต่างๆ ก็กินกันได้ทั้งครอบครัว เพราะมีตั้งแต่อาหารสำหรับเด็ก ไปจนถึงรสจัดจ้านสำหรับผู้ใหญ่
      
       เดินดูมุมต่างๆ ของร้านกันแล้ว ก็ได้เวลามาลองชิมกันเสียที จานแรกเริ่มต้นที่ ยำอะไรก็ได้ (90 บาท) เมนูจานเด็ดของร้าน ที่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเต้าหู้ฟู ที่ทำมาจากเต้าหู้ขาวขูดฝอยผสมสาหร่าย คลุกเกล็ดขนมปังแล้วนำไปทอดจนกรอบ หน้าตาและรสชาติคล้ายๆ ปลาดุกฟู กินคู่กับยำส้มโอประยุกต์ ที่ใช้ส้มโอ กุ้ง และปลาหมึก มาราดด้วยน้ำยำแล้วคลุกให้เข้ากัน ยำส้มโอรสจัดจ้าน เข้ากันดีกับเต้าหู้ฟูกรอบๆ
แกงคั่วหอยขม
       ต่อด้วยเมนู แกงคั่วหอยขม (120 บาท) แกงแบบไทยๆ ที่ทางร้านซื้อหอยขมมาลวก แล้วแกะเอาแต่เนื้อมาแกงกับกะทิ และเครื่องแกงที่ทำสดใหม่ แล้วใส่ทั้งใบชะพลู ชะอม และยอดมะพร้าว ได้รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศ
      
       ส่วนเมนูนี้ ปลาทรายทอดขมิ้น (120 บาท) ที่กินคู่กับแกงคั่วหอยขมแล้วเข้ากันดี เลือกใช้ปลาทรายสดๆ ตัวขนาดพอเหมาะ มาหมักกับขมิ้น แล้วนำไปทอดจนกรอบ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสพริก ปลาทรายทอดกรอบนอกนุ่มใน ได้รสขมิ้นอ่อนๆ หอมกลิ่นกระเทียมเจียว
ปลาทรายทอดขมิ้น
       จากเมนูไทยๆ เปลี่ยนมาเป็นอาหารฝรั่งกันบ้าง เริ่มกันที่ ซุปกุ้ง (120 บาท) เป็นซุปน้ำข้น ที่ใช้เนื้อกุ้งไปเคี่ยวพร้อมกับเครื่องเทศ และใส่บรั่นดีเพิ่มกลิ่นหอมเล็กน้อย ตักใส่ถ้วย ราดด้วยครีม เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังกรอบ ชิมแล้วได้รสชาติของกุ้ง หอม มัน นุ่มเนียน


ซุปกุ้ง
       จากนั้นมาลองเมนู สลัดปูนิ่ม (150 บาท) ใช้เฉพาะเนื้อปูมาผสมกับไข่ไก่ มายองเนส และมัสตาร์ด นำเข้าไปอบจนสุก ราดด้วยซอสส้ม เสิร์ฟมาพร้อมกับสลัดผักไฮโดรโปนิก ราดด้วยน้ำสลัดบัลซามิก ปูอบได้รสมัสตาร์ด รสชาติหอม หวาน มัน ซอสส้มรสเปรี้ยวหวาน ผักสลัดสดกรอบ อร่อยแบบพอดิบพอดี
สลัดปูนิ่ม
       ถัดมาเป็น สเต๊กเนื้อริบอาย (390 บาท) ใช้เนื้อโพนยางคำส่วนริบอาย มาหมักจนได้ที่ แล้วย่างพอสุกปานกลาง ราดด้วยน้ำเกรวี่ซอสพริกไทยดำ เสิร์ฟพร้อมมันบด อบชีสและผักโขม และผักย่าง สเต๊กเนื้อนุ่ม ไม่เหนียว ส่วนน้ำเกรวี่รสกลมกล่อม หอมพริกไทยดำ
สเต๊กเนื้อริบอาย
       ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยของหวานอร่อยๆ ช็อกโกแลตลาวา (120 บาท) ที่นำช็อกโกแลตมาผสมกับแป้งและส่วนผสมอื่นๆ แล้วนำเข้าไปอบในอุณหภูมิพอเมาะ ส่วนไส้ด้านในจะเป็นช็อกโกแลตเหลว ราดด้วยวิปปิ้งครีม ซอสช็อกโกแลต ซอสวานิลา และซอสราสเบอรี่ เวลาตักกินช็อกโกแลตเหลวข้างในจะไหลเยิ้มออกมา กินพร้อมกับแป้งกรอบๆ ข้างนอก ได้รสช็อกโกแลตเข้มข้น ขม หวาน
ช็อกโกแลตลาวา
       ส่วนเมนูของร้านจานอื่นๆ ที่น่ามาลิ้มลอง ก็อย่างเช่น แกงเลียง (120 บาท) กุ้งผัดพริกเกลือ (220 บาท) ผัดพริกแห้งเนื้อ/กบ (120 บาท) เป็ดอบซอสส้ม (250 บาท) ปลากะพงราดซอสไวน์ขาว (250 บาท) เป็นต้น
      
       คราวหน้าคราวหลัง ถ้านักกินท่านใดอยากจะสั่งเมนูอะไรก็ได้ ก็ต้องแวะมาที่ร้าน “Whatever อะไรก็ได้” แห่งนี้ ที่ไม่ว่าจะสั่งอะไรก็อร่อยไปหมดทุกอย่าง

อีกมุมสบายของร้าน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “Whatever อะไรก็ได้” ตั้งอยู่ที่ 50/498 หมู่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี การเดินทางจากห้าแยกปากเกร็ด ให้ตรงมาทาง ถ.แจ้งวัฒนะ ขับไปเรื่อยๆ จนถึงแยกซอยเมืองทองธานี ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป ขับตรงไปจนเห็น ม.สุโขทัย ให้ตรงไปอีกประมาณ 1 กม. จะมีทางแยก ให้เลี้ยวขวาเข้า ถ.เลียบทะเลสาบ ประมาณ 100 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ สามารถจอดรถได้บริเวณสองฝั่งถนนหน้าร้าน ทางร้านรับบัตรเครดิต และรับจัดเลี้ยง เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 23.00 น. โทร. 0-2984-1295


credit www.manager.co.th

“ยามากิชิ” ทีเด็ดราเมน รสต้นตำรับ

บรรยากาศภายในร้าน
       แถบถนนสุขุมวิทนั้นเรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นให้ เลือกกินอยู่หลายร้าน หลากสไตล์ ซึ่งก็เลือกกันได้ตามสะดวก แต่สำหรับร้านที่ “ตระเวนกิน” เลือกเข้าไปลองชิมกันในวันนี้ เป็นร้านราเมนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเควิลเลจ ซ.สุขุมวิท 26 ซึ่งมีชื่อว่า “ยามากิชิ”
      
       ชื่อร้านยามากิชิ เป็นชื่อของ Yamagishi Kazuo เจ้าพ่อของวงการราเมน (ราเมง) ในญี่ปุ่น ที่เป็นผู้คิดค้น ซึเคเมน (Tsukemen) ที่เป็นเมนูเด็ดของร้านนี้ ซึ่งซึเคเมน สูตรของคุณยามากิชิ ที่เมืองโตเกียวนั้นโด่งดังจนขนาดที่ลูกค้าต้องยืนเข้าคิวซื้อกันเลยทีเดียว
ด้านหน้าร้านยามากิชิ
       เล่าให้ฟังก่อนว่า ซึเคเมน ก็คือ ราเมงที่แยกน้ำซุปกับเส้นออกจากกัน เวลากินก็ให้เอาเส้นมาจุ่มลงในน้ำซุปแล้วกินทีละคำ ซึ่งที่ร้านยามากิชิแห่งนี้ ก็เสิร์ฟซึเคเมนรสชาติต้นตำรับให้ได้ลองชิมในบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่น
      
       มาถึงร้านแล้ว ก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องมาลิ้มลองเมนูเด็ด ซึเคเมน (195 บาท) ที่สามารถเลือกได้ว่าจะสั่งเส้นราเมนแบบร้อนหรือแบบเย็น ซึ่งก็จะเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุปร้อนๆ ที่มีหมูชาชูแผ่นใหญ่ หน่อไม้ญี่ปุ่นดอง และไข่ต้มยางมะตูม โรยหน้าด้วยสาหร่าย และต้นหอมญี่ปุ่นซอย รสชาติของน้ำซุปออกสามรส เค็ม เปรี้ยว หวาน เนื้อหมูชาชูนุ่ม ไม่มีมัน ตัวเส้นราเมนร้อนเหนียวนุ่ม ส่วนเส้นเย็นจะมีความเด้ง เคี้ยวแล้วหนึบมากกว่า
ซึเคเมน
       เมนูถัดมาคือ ราเมน (195 บาท) ที่ใส่เครื่องมาเหมือนกับซึเคเมน แต่ราดน้ำซุปรวมมากับเส้นเลย และน้ำซุปของจานนี้จะมีรสอ่อนกว่าซึเคเมน สำหรับนักกินที่ชื่นชอบรสจัดจ้านอาจจะไม่ค่อยถูกใจนัก แต่ก็กลมกล่อม ตามต้นตำรับญี่ปุ่น
ราเมน
       และอีกจานกับ ฮิยาชิ ชูกะ หรือ หมี่เย็นทรงเครื่อง (220 บาท) ที่มีซอสให้เลือก 2 ตัว คือ ซอสเปรี้ยว และซอสงา แต่ในวันนี้เราขอเลือกซอสงามาลองชิม พร้อมๆ กับฮิยาชิ ชูกะ ที่ใส่เส้นราเมน หมูชาชู แฮมหั่นเส้น ไข่หั่นเว้น แตงกวา และมะเขือเทศ เวลากินนำซอสมาคลุกกับเส้นและเครื่องเคียงต่างๆ ชิมแล้วรสชาติดี ได้กลิ่นหอมจากถั่วและงาในซอส
ฮิยาชิ ชูกะ
       ส่วนของกินเล่นของที่ร้านนี้ก็เด็ดไม่แพ้กัน เริ่มจาก เกี๊ยวซ่า (95 บาท) ที่ตัวไส้นั้นเป็นเนื้อหมูปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่น น้ำมาห่อด้วยแป้งเกี๊ยวซ่า แล้วนำไปทอด กินคู่กับซอสญี่ปุ่น เกี๊ยวซ่ากรอบนอกนุ่มใน ตัวไส้กลมกล่อม
เกี๊ยวซ่า
       แล้วมาลองชิม ไก่ทอด (90 บาท) ที่เป็นสูตรพิเศษ เพราะใช้เนื้อไก่ส่วนสะโพกมาชุบแป้งทอด แล้วคลุกกับซอสสูตรพิเศษ โรยหน้าด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอย พริกทอด และกระเทียมทอด เนื้อไก่นุ่มกรอบ ตัวซอสออกเปรี้ยวเค็ม ไม่เลี่ยน
ไก่ทอด
       นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูข้าวและเมนูกินเล่นอื่นๆ ให้มาลองชิมกัน และที่พิเศษไปกว่านั้น ทางร้านก็ยังเสิร์ฟน้ำเย็นให้ดื่มกันฟรีๆ อีกด้วย แถมช่วงนี้ก็ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับมื้อกลางวัน (เวลา 11.30-17.00 น.) โดยถ้าเลือกสั่งอาหารจานเส้น ไม่ว่าจะเป็นราเมนชนิดใดก็ตาม แถมฟรีข้าวผัด หรือข้าวหน้าเต้าหู้สไตล์เสฉวน หรือไก่ทอด (จานเล็ก) และแถมฟรีอีกต่อด้วยขนมโมจิถั่วแดงเย็น ให้อิ่มอร่อยกันไปเต็มๆ อ้อ...แต่โปรโมชันนี้จะหมดเขตสิ้นเดือนกันยายนนี้เท่านั้น
      
       สำหรับมื้อนี้ “ตระเวนกิน” ก็อิ่มอร่อยแบบเต็มที่กับราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่น ส่วนถ้าใครจากจะลองลิ้มราเมนรสเลิศ ก็มาตระเวนกินกันได้ที่ร้าน “ยามากิชิ” แห่งนี้

อีกมุมที่น่านั่ง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ยามากิชิ” ตั้งอยู่ที่ 93 ซ.สุขุมวิท 26 ศูนย์การค้าเควิลเลจ คลองตัน คลองเตย กทม. การเดินทางใช้ถนนสุขุมวิทตรงไปจนถึงซอยสุขุมวิท 26 เลี้ยวเข้าซอยแล้วตรงไปจนเกือบสุดทางที่จะไปถนนพระราม 4 จะเห็นศูนย์การค้าเควิลเลจตั้งอยู่ ให้เดินขึ้นบันไดบริเวณซูเปอร์มาร์เกต จะเห็นร้านยามากิชิตั้งอยู่บนชั้น 2 ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. (ครัวปิด 21.00 น.) ยินดีรับบัตรเครดิต สามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดรถ โทร.0-2661-2931


credit  www.manager.co.th

"Bacco" อร่อยเด็ดสไตล์อิตาเลียน

บรรยากาศสบายภายในร้าน
       เวลาที่ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสมาเหนื่อยๆ ก็อยากจะหาของอร่อยมากินชดเชยพลังงานที่เสียไป แต่จะให้ขับรถออกไปตระเวนหาร้านไกลๆ ก็คงจะหมดแรงเสียก่อน วันนี้ "ตระเวนกิน" เลยมีร้านอร่อยมาแนะนำ รับรองว่าไม่ต้องเหนื่อยออกไปไหน เพราะร้านนี้เค้าอยู่ติดกับ Sport Club เลยทีเดียว
      
       ร้านที่ว่านี้มีชื่อว่า "Bacco Italian Bar & Pizza @ Bludeck" เป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อร้านนี้ว่าอยู่ในย่านทองหล่อ ในบรรยากาศแบบอิตาเลียนขนานแท้ แต่ร้าน Bacco ที่ Bludeck แห่งนี้ ได้ปรับเปลี่ยนให้มีบรรยากาศที่อบอุ่น ผสมผสานกับความโมเดิร์น เข้ากับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่
มุมครัวเปิดโล่งโชว์การทำอาหาร
       ในส่วนของอาหารก็เป็นอาหารสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ โดยมีเชฟเซอร์จิโอ จากร้าน Bacco ที่ทองหล่อ มาดูแลทั้งในด้านของวัตถุดิบ และรสชาติของอาหาร ที่จะทำให้ได้สัมผัสกับความเป็นอิตาเลียนอย่างแท้จริง ทางด้านโซนที่นั่งก็สามารถนั่งได้ทั้งภายในและภายนอกร้าน โดยเฉพาะที่นั่งภายนอกริมสระ ที่ให้อารมณ์ผ่อนคลาย และมีความเป็นส่วนตัว ส่วนที่ริมผนังของด้านในร้าน ด้านหนึ่งตกแต่งด้วยขวดไวน์หลากหลายชนิด ส่วนอีกมุมหนึ่งก็มีครัวเปิดโล่งให้ลูกค้าได้สัมผัสการทำอาหารอย่างใกล้ชิด

Gran misto di Antipasti
       “ตระเวนกิน”เมื่อมาในร้านแล้วก็ชักหิว เรามารองท้องกันก่อนด้วย Pizza Breads แผ่นแป้งนุ่มกรอบ ที่เสิร์ฟให้ฟรีทุกโต๊ะ แล้วตามต่อกันด้วยเมนู Gran misto di Antipasti (750 บาท++) จานเรียกน้ำย่อยที่ผสมผสานเอา 4 เมนู อย่าง ยำทูน่าสไตล์อิตาเลียน ตับห่านราดซอสราสเบอรี่และซอสมะม่วง พาร์มาแฮมเสิร์ฟพร้อมเมล่อน หอยแมลงภูนิวซีแลนด์ราดซอสมะเขือเทศ และร็อคเกตสลัดพร้อมไส้กรอกอิตาเลียน ซึ่งแต่ละอย่างนั้นล้วนแต่ถูกปากถูกใจทั้งสิ้น

Ravioli Crema Di Tartufo Rucola E Porcini
       จากนั้นมาต่อกันด้วย Ravioli Crema Di Tartufo Rucola E Porcini (450 บาท++) ที่เป็นพาสต้าแบบโฮมเมด สอดไส้ผักโขมผสมกับรีคอตตาชีส เสิร์ฟพร้อมครีมซอสเห็ดทรัฟเฟิล เห็ดพอร์ชินี และร็อคเกตสลัด จานนี้รสชาติซอสนุ่มนวลเนียน แป้งพาสต้านุ่มเข้ากับไส้ผัก หอมกลิ่นนมเนย


John Dory Alla Griglia Con Salsa Allo Zafferano
       เมนคอร์สของวันนี้เป็น John Dory Alla Griglia Con Salsa Allo Zafferano (550 บาท++) เป็นปลาจอห์นโดรี่ย่างในซอสหญ้าฝรั่น เสิร์ฟกับผักกะหล่ำผัดและมันฝรั่งบด เนื้อปลาจอห์นโดรี่ช่างสดหวานอร่อย เข้ากันกับซอสรสกลมกล่อม และผักกะหล่ำที่ออกหวานเล็กน้อย

Romagnola
       และเมื่อมาชิมอาหารอิตาเลียนก็ขาดไม่ได้ที่จะสั่งพิซซ่ามาลองชิม วันนี้เราเลือก Romagnola (390 บาท++) เป็นแป้งพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน ที่ด้านบนมีส่วนผสมของซอสมะเขือเทศ พาร์มาแฮม มอสซาเรลลาชีส พาร์เมซานชีส มะเขือเทศเชอรี่ และผักร็อคเกต เนื้อแป้งพิซซ่าบางกรอบ ได้รสอมเปรี้ยวอมหวานจากซอสมะเขือเทศ และความเค็มเล็กน้อยจากพาร์มาแฮม

Apple Crumble
       ตบท้ายกันด้วยของหวานแสนอร่อย Apple Crumble (180 บาท++) ที่มีไส้ในเป็นผลไม้เชื่อมชนิดต่างๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสวนิลา และไอศกรีมวนิลา ตัวแป้ง Apple Crumble นุ่มๆ ร่วนๆ ออกรสเค็มนิดหน่อย เข้ากันกับรสหวานจากไส้ผลไม้เชื่อม และเย็นชื่นใจจากไอศกรีมวนิลา

อีกโซนนั่งริมสระน้ำ
       นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ ไว้ให้ลองชิมกันอีก อาทิ Seafood Pasta : Tagliolini Alle Vongole (480 บาท++) Meat Main Course : Ossobuco di Vitello (650 บาท++) Grigliata Mista di Carne (880 บาท++) หรือจะเป็นของหวานสไตล์อิตาเลียนอย่าง Tiramisu (180 บาท++)
      
       ใครที่ชื่นชอบในอาหารอิตาเลียน สามารถมาสัมผัสรสชาติอาหารแบบอิตาเลียนแท้ๆ ในบรรยากาศสบายๆ กันได้ที่ร้าน Bacco @ Bludeck ซ.กิ่งแก้ว 19
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "Bacco Italian Bar & Pizza @ Bludeck" ตั้ง อยู่ที่ 99/3 หมู่ 14 ซอยกิ่งแก้ว 19 ถนนบางนา-ตราด กม 10.5 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ การเดินทางจากถนนบางนา-ตราด แยกเข้าถนนกิ่งแก้ว เลี้ยวเข้าซอยกิ่งแก้ว 19 สังเกตป้ายบิลบอร์ด Bludeck & Bacco เลี้ยวเข้าไปและจากนั้นวิ่งตามป้ายบอกทาง ร้านอยู่ภายใน Bludeck สามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดรถ ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิต และรับจัดงานภายใน ร้านเปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เปิด 11.30-14.30 น. และ 17.30-23.00 น. (วันศุกร์เปิดถึง 24.00 น.) และเสาร์-อาทิตย์ เปิด 11.30-24.00 น. (ครัวปิด 22.30 น.) โทร. 0-2762-0055 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.thebacco.com