ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"Pandanus Bar Bistro" อร่อยหลากหลาย สไตล์ฟิวชั่น

บรรยากาศด้านหน้าร้าน
       ร้านอาหารน่ารักน่านั่งในกรุงเทพฯมีให้เลือกอยู่หลายร้าน หลายสไตล์ อย่างกับร้านที่“ตระเวนกิน” ไปลองลิ้มชิมรสในคราวนี้ ก็เป็นอีกร้านที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง จนหลายๆ คนที่เคยแวะเวียนไปที่ร้านนี้ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าบรรยากาศดีจริงๆ
      
       สำหรับร้านที่ว่านั้นก็คือ ร้าน “Pandanus Bar Bistro” ที่ ตั้งอยู่ในซอยสาทร 1 เป็นร้านอาหารในสไตล์ฟิวชั่น ที่เน้นอาหารอิตาเลียน แต่ก็มีอาหารไทยไว้คอยบริการด้วย ร้านนี้เริ่มจากการที่ คุณหนึ่ง วิลาสินี วารีวนิช เจ้าของร้าน ผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวที่ประเทศแคนาดามานาน พอกลับมาอยู่เมืองไทย ก็อยากจะมีสถานที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ จึงได้ทำร้านขึ้นมา
มุมน่ารัก ใกล้กับครัวเปิดโล่ง
       คำว่า “Pandanus” เป็นภาษาอังกฤษ ที่หมายถึงใบเตย ซึ่งคุณหนึ่งให้คำนิยามไว้ว่า ใบเตยสามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งของคาว หวาน และยังทำเครื่องดื่มได้ด้วย เหมือนกับร้านแพนดานัส ที่มีทั้งอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มไว้ให้บริการลูกค้าทุกๆ คน ซึ่งอาหารภายในร้านนั้น คุณหนึ่งก็คิดค้นสูตรขึ้นเอง โดยจะผสมเครื่องเทศ หรือรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ เข้าไปในอาหารแทบทุกจาน เพื่อเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น
      
       ด้านการตกแต่งร้านนั้น ชั้นล่างจะตกแต่งในแนวโมเดิร์นวิกทอเรียน โดยแบ่งเป็นโซนด้านในที่เป็นห้องแอร์ โซนห้องกระจกบรรยากาศโปร่งโล่งเย็นสบาย และโซนรับลมด้านนอก และในส่วนทำครัวก็เปิดโล่ง สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนชั้นบนเป็นบาร์ที่เปิดช่วงกลางคืน ซึ่งจะเป็น Full Bar มีไวน์จากทั่วโลก มีเครื่องดื่มคอกเทลหลากหลายชนิด และมีการแสดงดนตรีสด ตั้งแต่เวลา 21.00 – 00.30 น.
สลัดกุ้ง
       เมื่อเดินชมบรรยากาศน่ารักรอบๆ ร้านแล้ว ก็ได้เวลาชิมกันเสียที มาเริ่มมื้อนี้กันด้วยเมนูเบาๆ อย่าง สลัดกุ้ง (280 บาท++) จานนี้ใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโต ผัดกับโอลีฟออยล์ กระเทียม และไวน์ขาว จนพอสุก เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ในส่วนของสลัดก็จะมี เรดโอ๊ค โรเมน ร็อคเก็ต ผักชีลาว มะเขือเทศราชินี และมะกอกดำ ราดด้วยน้ำสลัดเทาซันด์ไอส์แลนด์ผสมกับฮันนี่มัสตาร์ด ชิมแล้วรสชาติกลมกล่อม ละมุนลิ้น ผักสลัดสดกรอบ เนื้อกุ้งหวานอร่อย
หอยแมงภู่อบชีส
       จากนั้นมาต่อกันด้วย หอยแมลงภู่อบชีส (220 บาท++) ที่เลือกใช้หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ไซส์ใหญ่ นำซอสที่ทำจากเนื้อมะเขือเทศปั่นกับอิตาเลียนเบซิลและพริกไทยดำ มาผัดกับโอลีฟออยล์ กระเทียม พริกไทย และไวน์ขาวจนได้กลิ่นหอม จากนั้นนำเข้าไปอบพร้อมกับตัวหอย และโรยหน้าด้วยเชดดาร์ชีส และมอสซาเรลล่าชีส เมื่อยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะก็ได้กลิ่นหอมจากชีสลอยมาหอมฟุ้ง เนื้อหอยหวานสด ไม่มีกลิ่นคาว ส่วนรสชาติซอสมะเขือเทศออกเปรี้ยวอมหวาน เข้ากันดีกับหอยแมลงภู่และชีส
ปูนิ่มทอดกรอบ
       อีกจานเป็น ปูนิ่มทอดกรอบ (220 บาท++) ทางร้านเลือกใช้ปูนิ่มคัดพิเศษนำมาคลุกกับแป้ง จากนั้นทอดในน้ำมันที่อุณหภูมิพอเหมาะจนสุกดี แล้วราดด้วยทาทาร์ซอส เสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์สูตรพิเศษที่คงความกรอบนอกนุ่มในได้นานหลาย ชั่วโมง ความอร่อยของจานนี้มาจากความสดของปูนิ่ม ที่ให้ความหวานในตัว เข้ากันกับซอสที่ออกรสเปรี้ยวเล็กน้อย ทำให้ไม่เลี่ยน
ลิงกุยนีเพสโตซอส เสิร์ฟคู่กับหอยเชลล์ย่าง
       มาลองชิมอาหารเส้นกันสักจาน ลิงกุยนีเพสโตซอส เสิร์ฟคู่กับหอยเชลล์ย่าง (340 บาท++) จานนี้พิเศษที่หอยเชลล์ส่งตรงจากฮอกไกโด นำมาย่างพอสุก ตัวลิงกุยนีก็ลวกให้ไม่นิ่มไม่แข็งเกินไป ส่วนเพสโตซอสนั้นเป็นสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำขึ้นมาเอง และยังเพิ่มคุณค่าด้วยบล็อกโคลี่ ซูกินี และข้าวโพดอ่อนผัดเนย กับมันฝรั่งอบ จุดเด่นของจานอยู่ที่หอยเชลล์สด เนื้อหวานอร่อย ส่วนเพสโตซอสรสกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ
ชาเซ็ต
       จากนั้นมาล้างปากด้วยขนมหวาน ชาเซ็ต (สำหรับ 2 คน 300 บาท++) ที่นำมาด้วยช็อกโกแลตลาวาซึ่งทำจากดาร์กช็อกโกแลต ผสมกับแป้งเค้กและเนย นำมาอบด้วยกันและเสิร์ฟแบบร้อนๆ ให้รสช็อกโกแลตเข้มข้น ตามด้วยบลูเบอรี่ชีสเค้ก ที่ความพิเศษอยู่ที่ชั้นเค้กซึ่งทำจากบัตเตอร์คุกกี้ จึงให้รสเค็มเล็กน้อย และให้ความหอม ในส่วนของเค้กที่มาในเซ็ตนี้มีอยู่ 4 ชนิด คือ ช็อกโกแลตฟัจน์ โอริโอชีสเค้ก เชอรี่ชีสเค้ก และโคโคนัทเค้ก ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวของแต่ละอย่าง และถ้าหากเลือกชิมชาเซ็ตเมนูนี้ ก็สามารถเลือกเค้กได้ตามชอบใจ ซึ่งทางร้านมีเค้กโฮมเมดให้เลือกถึง 12 ชนิด
The Treaditional
       ตบท้ายกันด้วยเครื่องดื่มชวนชื่นใจอย่าง The Treditional (120บาท++) ที่ใช้น้ำส้มคั้นสดๆ ผสมกับน้ำสับปะรด และเนื้อสับปะรดสด นำมาปั่นรวมกับไซรัปและน้ำผึ้ง แล้วยกมาเสิร์ฟแบบเย็นๆ ดื่มแล้วได้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กๆ สดชื่นดีทีเดียว
      
       นอกจากเมนูที่แนะนำกันไปแล้ว ร้านก็ยังมีอาหารขึ้นชื่ออีกหลายเมนู อย่างเช่น ลิงกุยนีครีมซอสไข่กุ้งกับกุ้งแม่น้ำ (380 บาท++) พอร์กช๊อพ (480 บาท++) อกไก่ซอสส้ม (340 บาท++) อกเป็ดรมควันราดซอสแครนเบอรี่ (420 บาท++) หรือจะเป็นของหวานอย่าง บานอฟฟี่ (150 บาท++) ทีรามิสุ (150 บาท++) รับรองว่า ถ้านักชิมท่านใดมาลองลิ้มชิมรสที่นี่แล้ว เป็นต้องติดใจทั้งรสชาติอาหาร และบรรยากาศของร้านอย่างแน่นอน
มุมบาร์บนชั้นสองของร้าน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "Pandanus Bar Bistro" ตั้ง อยู่ที่ 50 ซ.สาทร 1 (ซ.นันทา) ถ.สาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. การเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี เลี้ยวเข้า ถ.สาทรใต้ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ซ.สาทร 1 ตรงเข้าไปประมาณ 500 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ สามารถจอดรถได้ในซอยด้านข้าง ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิต ร้านเปิดทุกวัน ในส่วนร้านอาหารเปิดเวลา 11.30 – 24.00 น. ส่วนของบาร์เปิดเวลา 18.00 – 01.00 น. โทร 0-2287-4021, 08-6988-9399

"เท็กซัส สเต็ก" ทีเด็ดเนื้อโคขุน อร่อยละมุนหลากเมนู


ซุ้มทางเข้าร้านเท็กซัส สเต็ก
       ถ้าพูดถึงเมนูเนื้อที่ "ตระเวนกิน" ชื่นชอบเป็นพิเศษแล้ว ก็คงจะเป็นสเต็กเนื้อ ที่ ได้รสชาติจากความสดใหม่ของเนื้อวัว แถมยังมีเครื่องเคียงต่างๆ ให้เลือกกินมากมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ร้านนี้ เป็นเนื้อโคขุนจากฟาร์มของ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ด้วยแล้ว ยิ่งรับรองได้เลยว่ารสชาติยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
บรรยากาศภายในร้าน
       สำหรับสเต็กของที่ร้านนี้เป็นสเต็กในสไตล์อเมริกัน และนำมาปรับปรุงรสชาติให้เข้ากับลิ้นของคนไทย ในส่วนของเนื้อวัวนั้นใช้โคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน ที่เลี้ยงอยู่ภายใน ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นเนื้อวัวที่มีคุณภาพดี เนื้อนุ่ม และมีไขมันน้อย ซึ่งภายหลังจากเลี้ยงโคจนมีน้ำหนักพอเหมาะแล้ว ก็จะนำเข้าแปรสภาพตามขั้นตอนที่ได้มาตรฐานสากล จากนั้นก็นำเข้าแช่เย็นที่อุณหภูมิ 3 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48 ชั่วโมง และนำเข้าสู่กระบวนการบ่ม เพื่อให้ได้เนื้อที่พร้อมจะนำไปประกอบอาหาร
      
       ด้านการตกแต่งร้านนั้นเน้นในสไตล์คาวบอยตะวันตก มีการจัดบรรยากาศไว้หลากหลายรูปแบบให้ลูกค้าได้เลือกตามชอบ เช่น ห้องกระจกติดแอร์ ที่นั่งซุ้มเกวียน หรือที่นั่งริมน้ำ และที่สำคัญคือในช่วงหัวค่ำจะมีการเล่นดนตรีแนวโฟล์คซอง ให้ฟังอีกด้วย
เชอร์ลอย สเต็ก
       หลังจากนั่งพักผ่อนกันสักพักแล้ว ก็เริ่มสั่งอาหารมาลองชิมกัน เมนูแรกคือ เชอร์ลอย สเต็ก (250/360 บาท) เป็นส่วนของเนื้อสันสะโพกนำมาหมัก แล้วย่าง ส่วนอีกจานเป็น ทีโบนสเต็ก (390/490/590 บาท ที่ใช้ส่วนของเนื้อสันนอกติดกระดูก ที่มีความนุ่มและเหนียวกำลังพอดี วันนี้เราเลือกสเต็กทั้งสองจานที่สุกแบบปานกลาง ทำให้คงรสชาติของเนื้อ ได้ความนุ่ม หอม รสกลมกล่อม
ทีโบน สเต็ก
       แล้วมาลองชิมสเต็กอย่างอื่นกันบ้าง เราเลือก สเต็กหมู (140 บาท) ที่ใช้เนื้อหมูส่วนสันคอมาหมัก แล้วนำไปย่างจนสุก เนื้อหมูนุ่ม ไม่เหนียว
สเต็กหมู
       และสเต็กอีกจานคือ สเต็กปลาแซลมอน (250 บาท) ทางร้านเลือกใช้ปลาแซลมอนชิ้นโตมาหมัก แล้วย่าง เสิร์ฟพร้อมกับน้ำสลัด และชิ้นมะนาว เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยนุ่มลิ้นมากขึ้น
สเต็กปลาแซลมอน
       อ้อ...ลืมบอกไปว่า สเต็กทุกจานนั้นจะเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง คือ ขนมปัง เนย เฟรนช์ฟรายด์ แครอท ผักกาดม่วง ถั่วแขก และบร็อคโคลี่ลวก ข้าวโพดต้ม และสลัดผัก ที่มีส่วนผสมของผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี แครอท มะเขือเทศ หอมใหญ่ ผักกาดม่วง สับปะรด ราดด้วยน้ำสลัดสูตรเฉพาะของทางร้าน ชิมแล้วออกสามรส ไม่เลี่ยน
หอยลายอบกระเทียม
       หมดเซ็ทของสเต็กแล้ว เรามาต่อกันที่ หอยลายอบกระเทียม (150 บาท) เมนูนี้ใช้หอยลายที่แกะเอาแต่เนื้อมาคลุกกับเครื่องเทศต่างๆ แล้วนำเข้าอบพร้อมกับเนย เสร็จแล้วเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมกับขนมปังกระเทียม ลองชิมแล้วหอยลายรสชาติดี หอมเนยและกระเทียม กินคู่กับขนมปังกระเทียมกรอบๆ เข้ากันดีนักแล
หมูคาวบอย
       เมนูสุดท้ายของวันนี้ คือ หมูคาวบอย (150 บาท) เมนูนี้รู้สึกเหมือนกับได้กินอาหารสองอย่างในจานเดียว เพราะมีทั้งเนื้อหมูที่นำไปชุบแป้งและเกร็ดขนมปังทอด จนกรอบนอกนุ่มใน แล้ววางแผ่นชีสไว้ด้านบน เสิร์ฟมาพร้อมกับสปาเก็ตตี้ราดซอสหมูสับรสชาติเข้มข้น ใครจะกินทีละอย่าง หรือจะกินพร้อมๆ กันก็ตามชอบ
อีกมุมหนึ่งของร้าน
       หรือจะลองชิมเมนูอื่นของร้านบ้าง ก็ขอแนะนำ ริบอายสเต็ก (340 บาท) ซุปข้นหอมใหญ่ (30 บาท) ผักโขมอบชีส (150 บาท) แต่ถ้าอยากลองชิมเมนูอาหารไทยบ้าง ทางร้านก็มีให้เลือกหลากหลายจาน อาทิ ส้มตำกุ้งเผา (120 บาท) ยำผักบุ้งกรอบ (95) หรือจะเป็นเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ เช่น พั้นช์ (40 บาท) น้ำผลไม้ปั่น (40 บาท) น้ำกรีนเลมอน (40 บาท)
      
       หากว่านักชิมท่านใดอยากจะชิมสเต็กอร่อยๆ ที่ใช้เนื้อคุณภาพดีแล้วละก็ "ตระเวนกิน"ขอแนะนำร้าน "เท็กซัส สเต็ก" ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในดวงใจ
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "เท็กซัส สเต็ก" ตั้ง อยู่ภายใน ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เลขที่ 1 หมู่.6 ซ.คาวบอยแลนด์ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม การเดินทางจากกรุงเทพฯ วิ่งมายัง ตัวเมือง จ.นครปฐม จากนั้นให้ขับมาทางทิศใต้ประมาณ 2 กม. เพื่อไปยังสามแยกมาลัยแมน จากนั้นเลี้ยวขวาเพื่อไปยัง จ.สุพรรณบุรี ขับไปประมาณ 21 กม. จะพบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อยู่ด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไป แล้วขับตามป้ายบอกทาง จะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือ ติดกับคาวบอยแลนด์ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. สามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดรถ ทางร้านรับจัดงานเลี้ยง และยินดีรับบัตรเครดิต โทร. 0-3435-5553 

รื่นรส "ตะวันออกกลาง" สดใหม่ได้สุขภาพ ที่ แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ


บรรยากาศห้องอาหาร เดอะ ไดนิ่งรูม
       ปกติ "ตระเวนกิน" มักจะพามิตรรักนักกินไปตระเวนกินอาหารที่คุ้นลิ้นและเคยปาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น หรือฝรั่งกันอย่างมากมาย แต่ว่ามาในมื้อนี้ เราอยากจะขอพานักกินทุกคนไปลิ้มลองอาหารแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกันบ้าง นั่นคือ อาหารตะวันออกกลาง ซึ่งถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย
อาหารตะวันออกกลางมีให้ลิ้มลองในบุฟเฟต์
       โดยเราขอพามาที่ เดอะ ไดนิ่งรูม ห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ ของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ซึ่ง ที่นี่ได้นำเสนอเสน่ห์อารยธรรมอาหารดินแดนตะวันออกกลาง (Flavours of Middle East) ให้เหล่านักชิมได้ไปอิ่มอร่อยกับอาหารตะวันออกกลางที่ขึ้นชื่อในด้านรสชาติ ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกลิ่นเครื่องเทศที่ชวนให้ลิ้มลอง และยังถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีให้คุณค่าทางโภชนาการ เพราะสูตรอาหารตะวันออกกลางมักจะใช้ไขมันและเนยในปริมาณที่น้อยมาก วิธีการปรุงอาหารหลัก คือการย่างและอบ โดยใช้น้ำมันมะกอก และเรียกได้ว่าอาหารตะวันออกกลางยังเป็นอาหารโปรดของคนที่กินอาหาร มังสวิรัติอีกด้วย เพราะมีอาหารจำพวกผักและเครื่องเทศให้เลือกหลากหลาย
      
       อาหารตะวันออกกลางที่ทางเดอะ ไดนิ่มรูม ที่นำมาเสนอนั้นเป็นสูตรอาหารที่ปรุงสดใหม่โดยฝีมือเชฟรับเชิญชาวเลบานอน ที่ได้รังสรรค์อาหารตะวันออกกลางจัดอยู่ในบุฟเฟต์ประมาณ 20 เมนู หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปทุกวัน และมีแบบอลาคาสให้เลือกชิมอีกกว่า 20 เมนู
มูซากา
       เอาเป็นว่าตามมาดูกันดีกว่าว่าอาหารตะวันออกกลางที่น่าชิมมีอะไรบ้าง เริ่มจากขอแนะนำเมนูที่มีอยู่ในบุฟเฟต์ที่น่ากินก็มีอยู่หลายตัว อย่างแรกที่อยากแนะนำคือ มูซากา (Musakka) ถือว่าเป็นอาหารจานเด่นสไตล์เลบานอนที่น่าลิ้มลอง เป็นมะเขือม่วงเผา นำมาตุ๋นกับมะเขือเทศ ถั่วชิคพี เครื่องเทศ ปรุงรสเล็กน้อย ออกมาเป็นมูซากาที่ชิมแล้วได้รสชาติมะเขือม่วงเผาเนื้อนุ่มรสเนียนเข้ากับ เครื่องเทศ
สลัดฟาตุช
       ถัดมานำเสนอสลัดกันมีชื่อว่า สลัดฟาตุช (Fatoush salad) มีส่วนผสมของ พริกหวาน แตงกวา มะเขือเทศ หอมแดง และราดด้วยน้ำสลัดที่ทำจากสะระแหน่สับ ผักชีสับ กระเทียมสับ น้ำมันมะกอก น้ำมะนาว เกลือ พริกไทย และซูมักเป็นเครื่องเทศที่นำเข้ามาจากเลบานอน และมีแป้งพิต้าทอดกรอบใส่มาด้วย กินแล้วดีต่อสุขภาพเพราะมีแต่ผักและเครื่องเทศ รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ จากเครื่องเทศซูมัก
ชาวาร์มา
       เมนูต่อมาชื่อว่า ชาวาร์มา (Shawarma) มีให้เลือกทั้งเนื้อไก่ เนื้อแกะ หรือเนื้อแพะ ที่นำมาหมักกับโยเกิร์ต น้ำมะนาว และเครื่องเทศต่างๆ นำมาเสียบเหล็กแล้วย่างแบบหมุนจนเนื้อสุก หั่นเสิร์ฟมาพร้อมกับแป้งพิต้า สลัดผัก และดิปทาฮินิซึ่งเป็นน้ำมันงาแบบเข้มข้น เมนูนี้ถูกปากตรงที่เนื้อสัตว์นุ่มเคี้ยวนิ่มปาก กินคู่กับแป้งพิตต้านุ่มๆ และสลัดผักเข้ากันดีนักเชียว
ฮัมมูส
       จากนั้นมาชิมเมนู ฮัมมูส (Hummus) เป็นอาหารขึ้นชื่อของตะวันออกกลาง ทำมาจากถั่วชิคพีนำมาปั่นกับน้ำมะนาว ทาฮินิ น้ำมันมะกอก และเกลือ ปั่นจนทุกอย่างเข้ากันเป็นเนื้อเดียวแบบเนียนละเอียด กินคู่กับแป้งพิต้า ชิมแล้วขอบอกว่าเนื้อเนียนละเมียดปากออกรสชาติเปรี้ยวๆ
โอมาลี
       กินเมนูของคาวแล้วมาชิมของหวานกันบ้าง ที่ขอนำเสนอก็มี โอมาลี (Om’Ali) เป็นพุดดิ้งร้อนในแบบฉบับอาหารตะวันออกกลาง ดูแล้วคล้ายสังขยาบ้านเราแต่โรยหน้าด้วยถั่ว ส่วนรสชาตินั้นเนื้อขนมเนียนนุ่มออกรสหวานและหอมดี
พุดดิ้งข้าว
       ขนมอีกตัวที่น่าลิ้มลองก็คือ พุดดิ้งข้าว (Riz-b-halib) เป็นพุดดิ้งทำมาจากข้าว ผสมกับนม น้ำตาล และอบเชย แล้วนำไปอบจนได้พุดดิ้งข้าวที่กินแล้วรสชาติออกหวานๆ เนื้อพุดดิ้งเคี้ยวแล้วรู้สึกกรุบๆ กับเม็ดข้าวที่ใส่ผสมมา
      
       และในบุฟเฟต์ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ให้ลองชิมอีก อาทิ เมนูเคบับ ที่มีให้เลือกทั้งเนื้อไก่ เนื้อแกะ และเนื้อสันใน สตูว์ไก่ในซอสมะเขือเทศและถั่วชิคพี สตูว์ไก่ตุ๋นใบกี และอีกหลายเมนูหมุนเวียนกันทุกวัน
กิบเบ
       ส่วนเมนูอลาคาสที่มีให้เลือกสั่งมากินก็มีหลายเมนูที่น่าลิ้มรส อย่าง กิบเบ (Kibbeh) (360 บาท++) เป็นของว่างที่จะกินกันมากในช่วงเดือนรามาดอน ลักษณะเป็นก้อนรูปทรงเหมือนหยดน้ำ ซึ่งข้างในมีไส้ที่มีส่วนผสมของ เนื้อแกะบดใส่เครื่องเทศแล้วปรุงรส และข้างนอกห่อด้วยเนื้อแกะบด ผสมหอมแดงสับ และข้าวนำไปปั่นรวมกันจนละเอียด แล้วห่อปั้นเป็นก้อนทอดให้สุก ได้เป็นเมนูกิบเบที่กินแล้วได้รสชาติของเนื้อแกะผสมเครื่องเทศที่กลมกล่อม เข้ากันดี
ฟาตาย่า
       อีกเมนูที่ชวนกิน คือ ฟาตาย่า (Spinach Puffs) (360 บาท++) เป็นพัฟผักโขมที่ไส้ทำมาจากผักโขม มะเขือเทศ หอม กระเทียม ซูมัก นำมาปรุงรส แล้วห่อด้วยแป้งพัฟ นำไปทอดจนเหลืองกรอบ กินแล้วแป้งพัฟกรอบเนื้อในได้รสชาติไส้ผักโขมถูกปากดี
      
       นี่เป็นแค่บางส่วนของอาหารตะวันออกที่ได้นำมาแนะนำให้นักกินได้ไปลอง ลิ้มรสชาติอาหารที่แปลกใหม่กันบ้าง แต่ถ้าใครยังอยากชิมอาหารที่คุ้นลิ้นอยู่ ที่เดอะไดนิ่ง รูม ก็ยังมีบุฟเฟต์นานาชาติ ให้ลิ้มลองกันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นซูชิ และซาชิมิ อาหารจีน ติ่มซำ หลากหลายเมนูอาหารไทย และอิ่มอร่อยกับฟัวกราส์ ซี่โครงแกะย่าง เนื้อย่าง รวมถึงยังมีปูทะเล กั้ง กุ้ง หอยนางรม และหอยแมลงภู่สดใหม่ทุกวัน แล้วก็ขนมสารพัน อาทิ ช็อกโกแล็ตฟาวเท่น ไอศกรีมหลากรสและข้าวเหนียวมะม่วง ให้ได้อิ่มเอมกันอย่างเต็มที่
      
       เอาเป็นว่าหากนักกินคนไหนอยากสัมผัสกับรสชาติอาหารตะวันออกกลางและ อิ่มอร่อยกับอาหารนานาชาติก็เชิญลิ้มลองได้ในรูปแบบบุฟเฟต์มื้อกลางวัน จันทร์ - เสาร์ เวลา 12.00-14.30 น. ผู้ใหญ่ 820 บาท++ เด็ก 410 บาท++ ซันเดย์ บรันช์ วันอาทิตย์ เวลา 12.00-15.00 น. ผู้ใหญ่ 1,499 บาท++ เด็ก 750 บาท++ บุฟเฟต์มื้อเย็น จันทร์ - พฤหัสบดี ผู้ใหญ่ 1,250 บาท++ เด็ก 625 บาท++ บุฟเฟต์มื้อเย็น ศุกร์ - อาทิตย์ ผู้ใหญ่ 1,499บาท++ เด็ก 750 บาท++ ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคมนี้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ห้องอาหาร เดอะ ไดนิ่งรูม ตั้งอยู่ที่ชั้นล็อบบี้ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โทร. 0- 2254-1234