ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

อาหารใต้ หรอยแรง ที่ ดวงจิตต์ รีสอร์ทฯ

บรรยากาศภายในห้องอาหารบานบุรี
       อยู่กรุงเทพฯ มีแต่เรื่องร้อนๆ ให้วุ่ยวายใจ ไหนจะอากาศที่แสนจะร้อนอบอ้าว การเมืองที่ร้อนระอุและรุนแรง ทำเอา "ตระเวนกิน" ต้องขอแอบหนีความร้อนในเมืองกรุง ขอไปเที่ยวผ่อนคลายให้หายร้อนกายร้อนใจยังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีทั้งทะเลสวยๆ และบ้านเมืองที่งดงามไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงามชวนให้มาเที่ยว
      
       การมาเที่ยวภูเก็ตของ "ตระเวนกิน" ในครั้งนี้ได้รับทั้ง ความสนุกสนานและเพลิดเพลินใจจากการได้ไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ของภูเก็ตมากมาย และก็ยังได้รับการพักผ่อนที่แสนจะสบาย เพราะว่าเราได้ไปพักที่โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ตั้งอยู่ที่หาดป่าตอง ซึ่งขอบอกว่าเป็นโรงแรมที่สงบและร่มรื่นไปด้วยธรรมชาติ ทำให้ได้พักผ่อนอย่างผ่อนคลายสบายใจ แถมยังสบายท้องถูกใจกับอาหารการกิน
สุบิน โพรงทอง เชฟประจำห้องอาหารบานบุรี
       เพราะที่นี่มีห้องอาหารประจำโรงแรมที่ชื่อว่า "ห้องอาหารบานบุรี" เป็นห้องอาหารขนาดใหญ่ มีส่วนโต๊ะนั่งด้านในห้องแอร์นั่งสบาย และส่วนเทอเรสด้านนอกให้นั่งรับลมเย็นๆ จากธรรมชาติ สำหรับอาหารของที่นี่จะบริการอาหารแบบอินเตอร์เนชั่นแนลอันหลากหลาย แต่อาหารที่ถูกปากและถูกใจเราเป็นอย่างมาก ก็เห็นจะไม่พ้นอาหารไทยปักษ์ใต้พื้นถิ่น ที่บางเมนูนั้นหากินได้ยาก แต่ว่ามาที่นี่รับรองว่าจะได้ลิ้มรสอย่างแน่นอน เพราะว่ามีคุณสุบิน โพรงทอง เป็นเชฟประจำห้องอาหารบานบุรี ที่มีฝีมือดี สามารถปรุงอาหารได้หลากหลายและมีรสชาติดี เป็นอะไรที่ถูกปากและโดนใจ "ตระเวนกิน" มากๆ จนต้องขอนำมาเสนอให้ได้รับรู้กัน
น้ำพริกกุ้งเสียบ
       สำหรับอาหารใต้ท้องถิ่นที่เราได้ลองลิ้มในมื้อนั้นก็มีอยู่หลายเมนู ด้วยกัน ซึ่งเชฟสุบินได้แนะนำให้ชิมอยู่หลายอย่าง เริ่มจากเมนูแรกเป็นเมนูเด็ดประจำห้องอาหารที่ถ้าแล้วไม่ควรพลาดสั่งด้วย ประการทั้งปวง นั่นคือ น้ำพริกกุ้งเสียบ (150 บาท) เป็นน้ำพริกสูตรเด็ดเฉพาะที่เชฟสุบินปรุงขึ้นมาเอง นำเอากุ้งเสียบมาตำหยาบๆ กับกะปิอย่างดี พริกขี้หนู หอมแดง และปรุงรสชาติเน้นรสจัดสไตล์คนใต้ขนานแท้ และโรยหน้าน้ำพริกด้วยกุ้งเสียบตัวโต ชิมแล้วขอบอกว่ารสชาติจัดจ้านเผ็ดลิ้นเอาการ กินแกล้มกับผักสดหลายๆ อย่างที่เสิร์ฟเคียงมา หรอยจังฮู้จริงๆ
หมูฮ้อง
       กินน้ำพริกจนเผ็ดลิ้นแล้ว ต้องขอคั่นความเผ็ดด้วยเมนูนี้ หมูฮ้อง (200บาท) เป็นหมูสามชั้นหั่นชิ้นหนาหน่อย นำมาผัดกับเครื่องเทศที่มีรากผักชี กระเทียม พริกไทยนำมาโขลกรวมกัน และผัดปรุงรสชาติใส่ซีอิ้ว น้ำตาลทราย ผัดเคี่ยวนานกว่า 1 ชม. จนเครื่องทุกอย่างซึมถึงเนื้อในหมู ได้หมูฮ้องเนื้อนุ่มนิ่มออกรสหวานๆ กินแก้เผ็ดได้ดี
ผัดผักเหมียงกุ้งเสียบ
       จานถัดมาเป็นอีกหนึ้งเมนูไม่เผ็ด คือ ผัดผักเหมียงกุ้งเสียบ (160 บาท) ผักเหมียง หรือผักเหลียง เป็นพักพื้นบ้านที่ชาวใต้นิยมกินกัน ซึ่งเชฟสุบินนำเอาเฉพาะใบผักเหมียงที่ไม่แก่เกินไป นำมาผัดกับกระเทียม น้ำมันหอย ใส่หัวกะทิลงไปด้วยเพื่อให้มีรสชาติมันๆ และผักเหมียงจะแววสวยน่ากิน พร้อมกับใส่กุ้งเสียบตัวโตลงมาผัดด้วย ลิ้มรสชาติผัดผักเหมียงเคี้ยวมันไม่ขมปาก ได้รสชาติที่กลมกล่อมถูกลิ้นดี
แกงเลียง
       เมนูต่อมามาชิมเมนูน้ำๆ กันบ้าง เป็น แกงเลียง (160 บาท) เป็นสไตล์เฉพาะของที่นี่ที่ใส่ไข่ไก่มาด้วยทั้งฟอง และเป็นแกงเลียงแบบน้ำน้อย ใส่เห็ดฟาง ฟักทอง บวบ ใบแมงลัก ตำลึง ส่วนน้ำแกงเลียงจะตำกะปิกับหอมแดงให้เป็นเครื่องแกงเลียงที่มีความเข้มข้น และส่งกลิ่นหอม ซดน้ำแกงร้อนๆ รสชาติกลมกล่อมกินแล้วดีต่อสุขภาพเพราะเต็มไปด้วยผักมากมาย
แกงส้มปลาแซลมอน
       ส่วนอีกหนึ่งเมนูแกงที่เป็นการประยุกต์อาหารใต้ได้อย่างลงตัวนั่นก็คือ แกงส้มปลาแซลมอน (300 บาท) เป็นแกงส้ม(แกงเหลือง)รสจัดจ้านแบบคนใต้ เข้มข้นน้ำน้อย เครื่องแกงส้มนั้นเชฟสุบินโขลกเองกับมือ มีส่วนผสมของพริก ขมิ้น กระเทียม พริกไทยดำ และส้มควายตากแห้งที่ใส่เพื่อให้รสเปรี้ยว และยังใส่ปลาแซลมอนชิ้นใหญ่มาด้วย ลิ้มรสชาติแกงส้มโดนใจปากมากๆ ตรงที่น้ำแกงส้มเข้มข้นถึงเครื่องแกงออกรสเปรี้ยวเผ็ดลิ้น ส่วนเนื้อปลาแซลมอนก็หวานนุ่มชุ่มรสน้ำแกง กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ขอบอกว่าหรอยแรง
โอเอ๋ว
       เมนูสุดท้ายมาปิดมื้ออิ่มล้างปากกันด้วยของหวานที่มีชื่อว่า โอเอ๋ว (60 บาท) เป็นของหวานที่มีให้กินเฉพาะที่ภูเก็ต ลักษณะเหมือนน้ำแข็งใส โอเอ๋วเป็นของหวานทำมาจากวุ้นของเมล็ดโอเอ๋ว (คล้ายเมล็ดแมงลัก) ที่แช่น้ำและนำมาผสมกับกล้วย ออกมาเป็นวุ้นใสๆ แล้วก็ ใส่ถั่วแดง น้ำเชื่อม และน้ำแข็งป่น กินแล้ววุ้นเคี้ยวนุ่มลื่นคอ หวานเย็นสดชื่นปาก กินแล้วช่วยคลายร้อนได้ดี
โต๊ะนั่งด้านนอกรับลม
       ทั้งหมดที่ได้ชิมมานี้ถือว่าเป็นเมนูเด่นจานเด็ดที่ชวนกินเอามากๆ แต่ก็ยังมีอาหารจานเด่นอีกหลายอย่างที่น่าลิ้มลอง อาทิ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง (180 บาท) ผัดไท (160 บาท) เปปเปอร์สเต็ก (600 บาท) ไทเกอร์พอนบาร์บีคิว (660 บาท) และอีกหลากหลายอาหารที่ชวนกิน ซึ่งทางห้องบานบุรี โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา นั้นยินดีมอบความอิ่ม พร้อมความอร่อย ให้กับนักกินทุกคนที่แวะเวียนมา
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ห้องอาหารบานบุรี ตั้งอยู่ภายในโรงแรม ดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา เลขที่ 18 ถ.ประชานุเคราะห์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 18.30-23.00 น. ครัวปิด 22.00 น. ตอนเช้ามีบุฟเฟต์อินเตอร์เนชั่นแนล บริการ เวลา 06.30-10.00 น. ทางห้องอาหารรับจัดงานเลี้ยงต่างๆ ด้วย โทร. 0-7634-0778 ถึง 9

"T.House" เลิศรสอาหารเวียดนาม

บรรยากาศภายในร้าน T.House
       สำหรับนักกินทั้งหลายที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ อาหารเวียดนามนับว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อย เพราะส่วนใหญ่อุดมไปด้วยพืชผักสมุนไพร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจยิ่งของบรรดานักกินเพื่อสุขภาพทั้ง หลาย ที่ตัวของ "ตระเวนกิน" เองก็ชื่นชอบในรสชาติของอาหารเวียดนามไม่น้อย
      
       ดังนั้นในมื้อรักสุขภาพมื้อนี้ "ตระเวนกิน" จึงอยากจะชวนผู้ที่รักสุขภาพทั้งหลายไปตระเวนกินอาหารเวียดนามรสเยี่ยมกันที่ ร้าน "T.House" ที่ตั้งอยู่ตรงซ.พหลโยธิน 5หรือซ.ราชครู ร้านนี้เป็นร้านอาหารเวียดนามขนาดใหญ่เปิดให้บริการความอร่อยมากว่า 20 ปีแล้ว เริ่มแรกเดิมทีนั้น ร้านT.House ตั้งอยู่ตรง ซ.อารีย์ 3 และย้ายมาที่ ซ.ราชครู ปัจจุบันร้านที่ย้ายมาเปิดขายได้ประมาณ 7 ปีแล้ว
บรรยากาศห้องส่วนตัว
       สำหรับอาหารเวียดนามของร้านนี้ เป็นสูตรของชาวเวียดนามแท้ๆ ที่นำมาประยุกต์รสชาติให้เข้ากับลิ้นของคนไทยมากขึ้น วัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาใช้นั้นคัดเลือกคุณภาพมาเป็นอย่างดี ผักสดที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักและเครื่องเคียงในอาหารจานต่างๆ ก็ใช้ผักปลอดสาร ที่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยกับนักกินทุกคน
      
       เมื่อมาถึงร้านและเดินเข้ามาหาโต๊ะที่นั่งในมุมที่ถูกใจได้แล้ว ทางร้านจะเสิร์ฟตะกร้าผักสดๆ ที่เป็นเครื่องเคียงของอาหารจานต่างๆ ทันทีรวมถึงยังมีน้ำจิ้มแครอท ที่มีส่วนผสมของแครอท หัวไชเท้า พริกสด ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวหวาน กินคู่กับอาหารเวียดนามได้เกือบทุกจาน
ขลุ่ยปู
       จากนั้นก็ลงมือสั่งอาหารจานเด็ดมาชิมกันได้เลย ซึ่งในมื้อนี้เราขอแนะนำอาหารเวียดนามจานเด็ดที่ได้ลองลิ้มจนติดใจและขอนำ มาบอกต่อให้ได้มากินกันก็มีอยู่หลายเมนู นำเสนอ ขลุ่ยปู (150 บาท) มาลองชิมเป็นจานแรก ขลุ่ยปูจานนี้ มีส่วนผสมของเนื้อปู เนื้อหมูสับ นำมาปรุงรส แล้วห่อม้วนด้วยแป้งโรตีให้เป็นแท่งยาวๆ แล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ กินคู่กับน้ำจิ้มหวาน ที่มีถั่วบดและพริกตำผสมเข้าด้วยกัน ตัวขลุ่ยปูกรอบนอก ไส้ในอร่อยกลมกล่อม หอมหวนชวนกิน ได้รสปูทุกคำที่กัดกิน
ขนมถ้วยหน้าหมู
       ต่อด้วย ขนมถ้วยหน้าหมู (120 บาท) หน้าตาเหมือนขนมถ้วยบ้านเรา แต่ต่างกันที่ตัวแป้ง เป็นแป้งล้วนๆ ไม่มีรสหวาน และกินคู่กับหน้าหมูสับ ซึ่งเป็นหมูสับผสมกับเห็ดหูหนู แครอท และหอมหัวใหญ่ นำมาปรุงรสผัดให้สุก แล้วราดบนตัวแป้ง กินคู่กับน้ำจิ้มหวาน กินแล้วเนื้อแป้งเหนียวนุ่ม หน้าหมูออกรสเค็มเล็กน้อย หอมกลิ่นต้นหอมที่โรยหน้า
ข้าวเกรียบปากหม้อญวน
       เมนูถัดมาคือ ข้าวเกรียบปากหม้อญวน (หมู 120 บาท / กุ้ง 150 บาท) ที่สามารถเลือกได้ว่าจะกินไส้หมู หรือไส้กุ้ง ส่วนที่ได้ลิ้มลองเป็นไส้หมู ซึ่งเป็นไส้เดียวกับที่ราดอยู่บนขนมถ้วยหน้าหมู แต่ห่อด้วยแป้งขนมเบื้องญวนแทน และโรยหน้าด้วยหมูยอหั่นเป็นเส้นๆ และหอมเจียว ชิมแล้วตัวแป้งนุ่มเหนียวเข้ากันกับไส้หมูที่ออกกลมกล่อม และเพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มหวาน หรือน้ำจิ้มแครอทถูกปากจริงๆ
ขนมเบื้องญวน
       ตามติดมาด้วย ขนมเบื้องญวน (120 บาท) ที่สามารถเลือกไส้หมู, ไก่, หรือ กุ้ง ก็ได้ โดยตัวไส้จะนำมาผัดกับถั่วงอก ต้นหอม แครอท และกุ้ยช่าย ปรุงรส แล้วห่อด้วยแผ่นแป้งพับครึ่งที่ทำจากแป้งผสมกับขมิ้น ผงกะหรี่ และไข่ไก่ เป็นแผ่นแป้งที่บางกรอบ ตัวไส้หอมกลิ่นของกุ้ยช่าย ส่วนรสชาติออกเค็มนิดๆ หวานเล็กน้อย และกินกับอาจาดเปรี้ยวๆ หวานๆ ช่างแกล้มเข้ากันดีนักเชียว
สลัดปลาฮานอย
       จากนั้นมากินเมนูปลาเพื่อสุขภาพชื่อว่า สลัดปลาฮานอย (450 / 500 บาท) ทางร้านนำปลากระพงมาทอด แล้วราดด้วยน้ำยำสามรส ที่มีส่วนผสมของสับปะรส แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ องุ่น มะเขือเทศ แครอท กุ้งแห้ง ถั่วลิสง และพริกซอย กินคู่กับหมี่ขาวลวก และผักดองแก้เลี่ยน เมนูนี้รสชาติอร่อยติดใจ ปลาสดหวานกรอบนอกนุ่มใน เข้ากับน้ำราดรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดแบบกลมกล่อม และได้ประโยชน์จากผลไม้นานาชนิดๆ
สุกี้เวียดนาม
       เปลี่ยนมาซดน้ำกันบ้างกับเมนูนี้ สุกี้เวียดนาม (300 บาท) เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาด้วยความอร่อยสูตรเฉพาะ ซึ่งน้ำซุปที่ใช้นั้นจะใช้น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวอ่อนผสมกับน้ำซุปกระดูก หอมหัวใหญ่ ตะไคร้ และใบโหระพา เคี่ยวจนได้น้ำซุปรสหอมหวาน ส่วนเครื่องสุกี้ก็จะมี กุ้ง ปลาหมึก เนื้อไก่ ตะไคร้ มะม่วง พริก กระเทียม แตงกวา และกล้วยดิบ จะกินแบบสุกี้ทั่วไปๆ หรือกินแบบนำเครื่องมาห่อกับเส้นขนมจีน แผ่นแป้งและผักกาดหอม ห่อเป็นคำจิ้มน้ำจิ้มกะปิสูตรเฉพาะ ได้รสชาติเค็มๆ เผ็ดๆ ได้กลิ่นหอมสมุนไพร และซดน้ำซุปร้อนๆ รสหวานกลมกล่อมคล่องคอดี
กล้วยหอมทอด
       เหล่านี้คือเมมนูที่นำมาแนะนำบอกล่าว แต่ว่าทางร้านก็ยังมีอาหารเวียดนามอร่อยๆ ไว้คอยบริการอีกหลากหลายเมนู อาทิ กุ้งพันอ้อย (ชิ้นละ 80 บาท) ปลาแรดฮานอย ( 400 บาท) แหนมเนือง (ชุดละ 200 บาท) เส้นหมี่หมูย่าง (120 บาท) ก๋วยจั๊บเวียดนาม (120 บาท) เรียกว่าหากนักกินท่านไหนนึกอยากจะดูแลสุขภาพด้วยการเลือกกินอาหารเวียดนามขึ้นมาบ้าง ก็พามากันได้ที่ร้าน “T.House” แห่งนี้ขอบอกว่าไม่มีคำว่าผิดหวังทั้งด้วยรสชาติอาหารที่ดี และบรรยากาศร้านที่ชวนนั่งสบายๆ

"เฮือนลำพูน" อาหารเหนือลำแต้ๆ เจ้า

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้าน เฮือนลำพูน
       "ตระเวนกิน" มีโอกาสผ่านไปผ่านมาแถวๆ ซอยสวนผัก-ตลิ่งชัน ก็หลายครั้งหลายครา ขับรถผ่านครั้งใดก็จะเห็นร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในแมกไม้ร่มรื่น ซึ่งป็นร้านอาหารเหนือที่มีผู้คนแวะเวียนมากินกันไม่ขาดสาย ตั้งใจว่าอยากจะลองแวะชิมอาหารร้านนี้ดูสักที แต่ก็พลาดเสียทุกครั้ง จนกระทั่งมาคราวนี้เราไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสอีกแล้ว ขอเข้ามาชิมอาหารเหนือตามที่ใจเรียกร้องเสียที ยังร้านอาหารแห่งนี้ที่มีชื่อว่า "เฮือนลำพูน"
      
       เมื่อเดินเข้ามาถึงในร้าน ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงาน และโดยเฉพาะเจ้าของร้าน พี่จันทร์หอม ศรีตะเขตต์ ที่ออกมาต้อนรับขับสู้ลูกค้าเป็นอย่างดี พร้อมกับการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง เจอตัวเจ้าของร้านแบบนี้ ก็เลยขอคุยถึงความเป็นมาเสียหน่อย
      
       ร้านเฮือนลำพูนนี้ตั้งขึ้นมาได้ประมาณ 7 ปีแล้ว เหตุที่ชื่อเฮือนลำพูนก็เพราะพี่จันทร์หอมเป็นคนลำพูนแท้ๆ โดยในช่วงแรกนั้น ได้ทดลองเปิดเป็นร้านเล็กๆ เพื่อสำรวจความนิยมจากลูกค้าก่อน ต่อมาก็ขยับขยายมาเปิดเป็นร้านอย่างใหญ่โตที่เห็นในปัจจุบัน
โต๊ะนั่งแบบเป็นซุ้ม
       บรรยากาศในร้านเป็นแบบสบายๆ ร่มรื่น สามารถที่จะมานั่งกินอาหารได้ทั้งวัน การตกแต่งเน้นวัสดุที่ทำจากไม้ และประดับประดาด้วยบรรดาของที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของภาคเหนือ โต๊ะนั่งก็แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ คือ โซนกลาง โซนที่เป็นซุ้มโต๊ะส่วนตัว โซนริมป่า และโซนห้องแอร์
      
       มาพูดถึงอาหารเหนือของที่นี่ เมื่อถามถึงวัตถุดิบที่นำมาทำอาหาร ก็ได้รับคำตอบว่า วัตถุดิบส่วนหนึ่งก็นำมาจากภาคเหนือโดยเฉพาะ อย่างเช่น พวกเครื่องเทศ เครื่องแกงต่างๆ ข้าวเหนียว ที่มีทั้งข้าวเหนียวขาว และข้าวเหนียวกล้อง สำหรับคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะเห็ด ที่เป็นเมนูเด่นของร้าน ก็สั่งตรงมาจากทางเหนือเลยทีเดียว
      
       จุดเด่นของอาหารเหนือที่ร้านเฮือนลำพูน เน้นที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบ ความหอมของเครื่องเทศ รสชาติกลมกล่อม ตามตำรับอาหารเหนือแท้ๆ โดยที่ราคาไม่แพงจนเกินไป และมีอาหารเหนือแบบครบสูตร ที่สามารถเลือกสั่งได้ตามที่อยากกิน และนอกจากนี้ก็ยังมีบริการอาหารไทย อาหารอีสาน และเมนูปลาต่างๆ ด้วย
ออเดิร์ฟเหนือ
       หลังคุยกันจนหนำใจแล้ว มาลองชิมอาหารเหนืออร่อยๆ กันดีกว่า เมนูแรกเริ่มที่ ออเดิร์ฟเหนือ (110 บาท) ที่ประกอบไปด้วยแหนมสด หมูยอทอด แคปหมู ไส้อั่ว และน้ำพริกหนุ่ม ซึ่งสองอย่างหลังนั้นทางร้านทำขึ้นเองสดๆ ใหม่ๆ ส่วนอย่างอื่นก็คัดสรรมาจากร้านที่มีคุณภาพดี จิ้มไส้อั่วเข้าปาก ก็ได้กลิ่นเครื่องเทศเข้าปากทันที ไส้อั่วรสเข้มข้น กินกับข้าวเหนียวก็เข้ากันดี ส่วนน้ำพริกหนุ่มก็เข้าที ไม่เผ็ดจนเกินไป
ข้าวซอยไก่
       ต่อด้วย ข้าวซอยไก่ (35 บาท) เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน เน้นที่น้ำแกงที่นำมาเคี่ยวเป็นชั่วโมง ไก่ที่ใช้ก็จะเป็นปีกไก่บน ส่วนเส้นข้าวซอยนั้นใช้เส้นบะหมี่เหลืองแบน ที่ให้ความเหนียวนุ่ม และก็ยังนำไปทอดกรอบเพื่อโรยหน้าอีกด้วย ชิมน้ำแกงข้าวซอยแล้วต้องบอกว่าหอมกลิ่นเครื่องแกงอ่อนๆ ได้รสกลมกล่อม ไม่มัน ไม่เลี่ยน เนื้อไก่นุ่ม เส้นเหนียวอร่อย กินคู่กับเครื่องเคียงอย่าง หอมแดงซอย ผักกาดดอง และมะนาว หรืออาจจะเพิ่มรสเผ็ดด้วยพริกผัดก็แล้วแต่จะชอบ
ลาบคั่วหมู
       ถัดมาเป็นเมนู ลาบคั่วหมู (70 บาท) เป็นลาบแบบเมืองเหนือ ที่ใช้เนื้อหมูสันนอกเอามาสับ รวนให้สุกพร้อมกับคลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศต่างๆ พริกป่น และโรยหน้าด้วยกากหมู หอมเจียว พริกแห้งทอด กินคู่กับผักพื้นบ้านเมืองเหนือนานาชนิด รสชาติอร่อย หอมเครื่องเทศ ถ้ากินข้าวเหนียวตามเข้าไปอีกคำก็ยิ่งอร่อยล้ำเหลือ
แกงโฮะ
       ตามมาด้วย แกงโฮะ (70 บาท) แกงเหนือที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้เนื้อหมูและน้ำแกงจากแกงฮังเล ที่รสชาติคล้ายมัสมั่น แต่เข้มข้นกว่า นำมาใส่ผักต่างๆ อย่าง มะเขือเปาะ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว ตำลึง บวบงู กะหล่ำดอก หน่อไม้ดอง ใส่วุ้นเส้น และโรยหน้าด้วยใบมะกรูด และผักชีฝรั่ง หน้าตาออกมาเป็นแกงแบบแห้งๆ แต่หอมเครื่องเทศ รสชาติถูกลิ้น
แกงเลียงเห็ด 3 อย่าง
       แล้วมาซดน้ำของ แกงเลียงเห็ด 3 อย่าง (100 บาท) ที่โดดเด่นมาด้วยเห็ดหล่ม ที่เป็นเห็ดหายาก พบได้เฉพาะภาคเหนือในช่วงหน้าฝน ส่วนเห็ดอีกสองอย่างก็คือ เห็ดเข็มทอง และเห็ดนางฟ้า ส่วนอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ ใบแมงลัก น้ำแกงเลียงของที่นี่ก็เด็ดไม่เหมือนใคร เพราะเป็นสูตรแบบทางเหนือที่จะไม่ใส่กระชาย และกุ้งแห้ง แต่จะใส่น้ำปลาร้าเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความอร่อย แกงเลียงถ้วยนี้นอกจากจะหอมอร่อยแล้ว ก็ยังดีต่อสุขภาพด้วย
ตำกระท้อน
       ตำกระท้อน (60 บาท) เป็นอีกเมนูรสชาติดีที่ใช้กระท้อนคัดพิเศษ มาตำเหมือนส้มตำไทย-ปู รสชาติจัดจ้าน ได้ความเปรี้ยวอมหวานจากกระท้อน และได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่มีให้กินเฉพาะหน้ากระท้อนเท่านั้น
ไก่ทอด
       และเมนูสุดท้ายซึ่งเป็นเมนูเด็ดของร้าน ที่ไม่ว่าโต๊ะไหนก็สั่งกันอย่าง ไก่ทอด (60 / 80 / 100 บาท) ที่เสิร์ฟมาในตะกร้าสาน เป็นไก่เนื้อที่นำมาหมักกับเครื่องเทศสูตรเฉพาะ นำมาทอดด้วยน้ำมันใหม่ ทำให้สีเหลืองสวย กรอบนอก นุ่มใน หอมเครื่องเทศ โดยหน้าด้วยกระเทียมเจียว แล้วมาเพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มที่มีให้กินทั้งน้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มหวาน
      
       ส่วนเมนูอาหารเหนืออย่างอื่นที่น่ามาลองชิม ก็มีหลายเมนู อาทิ แหนมย่างใบตอง (50 บาท) ข้าวกั้นจิ้น (30 บาท) แกงผักหวานไข่มดแดง (90 บาท) ตำขนุน (50 บาท) แกงหน่อไม้ใบย่านาง (70 บาท) รวมถึงขนมหวาน อาทิ ลอดช่องแตงไทย (20 บาท) เผือกข้าวเหนียวดำน้ำกะทิ (20 บาท) รวมมิตรน้ำแข็งไส (25 บาท) และอีกสารพัดเมนูอาหารเหนือที่มีให้กินกันจนพุงกาง และขอบอกว่ารสชาตินั้นช่างลำแต้ๆ เจ้า