ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“บอยโพนยางคำ” อร่อยล้ำ เนื้อโคขุนปิ้งย่าง

บรรยากาศร้านบอยโพนยางคำ
       สำหรับสาวกคนกินเนื้อวัว คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงของ “เนื้อโคขุนโพนยางคำ” จาก จ. สกลนคร ที่ได้ชื่อว่าเป็นเนื้อโคขุนคุณภาพดีของเมืองไทย เกิดจากโคเนื้อลูกผสมระหว่างสายพันธุ์พื้นเมืองของไทย กับโคเนื้อสายพันธุ์แท้จากฝรั่งเศส จนได้ออกมาเป็นเนื้อโคขุนโพนยางคำ ที่ถือว่าเป็นเนื้อโคธรรมชาติ ปราศจากฮอร์โมนหรือสารเร่งการเจริญเติบโต ทำให้ได้เนื้อวัวโคขุนที่มีคุณภาพ เป็นเนื้อที่มีรสชาติอันถูกปากโดนใจคนรักเนื้อทั้งหลาย
มุมบุฟเฟต์มีอาหารให้เลือกตักตามใจชอบ
       “ตระเวนกิน” เองก็พิสมัยในรสชาติของเนื้อโคขุนโพนยางคำเป็นอย่างมาก หากว่าใครชวนไปกินเนื้อโพนยางคำเป็นไม่มีการปฏิเสธเด็ดขาด เหมือนที่ในมื้อนี้มีพี่คนสนิทชวนไปกินเนื้อโพนยางคำแบบปิ้งๆ ย่างๆ มีหรือที่จะพลาดรีบตกปากรับคำ และเตรียมท้องไปอิ่มแบบเต็มที่ยังร้าน “บอยโพนยางคำ” ที่ตั้งอยู่แถวรัชดา เปิดมานานกว่า 4 ปีแล้ว มีคุณบอย มงคล พอกพูนขำ เป็นเจ้าของร้านที่จะมาคอยดูแลบริการลูกค้าด้วยตัวเอง
อร่อยแบบเต็มที่กับเมนูปิ้งย่างหรือจิ้มจุ่ม
       เมื่อมาถึงร้านบอยโพนยางคำต้องบอกเลยว่า บรรยากาศร้านของที่นี่ชวนนั่งแบบสบายๆ เป็นหลังคาสูงโปร่งเปิดโล่งรับลมเย็นตามธรรมชาติ จัดโต๊ะเก้าอี้นั่งแบบไม่แออัดมากนัก แถมยังมีโปรเจกเตอร์จอยักษ์เปิดบริการให้ความบันเทิงลูกค้าด้วย
เนื้อปิ้งย่างบนเตาร้อนๆ ชวนกิน
       ในส่วนของเรื่องอาหารทางร้านบอยโพนยางคำ เน้นบริการเมนูเนื้อโคขุนโพนยางคำ แบบสไตล์ปิ้งๆ ย่างๆ โดยเมนูอาหารของร้านมีให้เลือกอยู่ 2 ประเภท คือ แบบแรกเป็นเมนูบุฟเฟต์เนื้อโคขุนโพนยางคำอิ่มอร่อยไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา กับโคขุนโพนยางคำชุดปิ้งเนยบนกระทะร้อนเตาถ่าน หรือจะเป็นชุดตะแกรงย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่คุณบอยออกแบบคิดค้นเอง ซึ่งเป็นตะแกรงย่างแบบไม่มีควัน หรือถ้าจะเลือกกินแบบจิ้มจุ่มทางร้านก็มีบริการ ในเมนูบุฟเฟต์สามารถขอชุดอุปกรณ์ทั้ง 3 อย่างได้เลยโดยทางร้านไม่คิดค่าเตาใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเมนูบุฟเฟต์มีราคา 189 บาทต่อคนเท่านั้น และอีกแบบเป็นเมนูพรีเมี่ยม และอาหารตามสั่ง สามารถสั่งเพิ่มเติมได้นอกเหนือจากรายการบุฟเฟต์
สารพัดเมนูเนื้อในบุฟเฟต์
       สำหรับเนื้อโคขุนที่ทางร้านบอยโพนยางคำนำมาบริการให้แก่คนรักเนื้อ ได้กินกันนั้น ทางร้านได้คัดสรร และเลือกเฟ้นเนื้อโคขุนโพนยางคำที่มีคุณภาพดี ส่งตรงมาจากสหกรณ์โพนยางคำโดยเฉพาะ และก็มีเนื้อโคขุนโพนยางคำหลากหลายส่วนให้เลือกกินตามใจชอบ
นานาเมนูหมูในบุฟเฟต์
       มาดูกันว่าหากเราเลือกสั่งเป็นเมนูบุฟเฟต์ที่อิ่มได้แบบไม่อั้นนั้น มีอะไรกันบ้าง ทางร้านจะมีเมนูเนื้อให้เลือกสั่งแบบจานๆ หลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เนื้อเสือร้องไห้ เนื้อลูกมะพร้าว เนื้อหนอก เนื้อน่องลาย เนื้อตะพาบ เนื้อลูกเต๋า (จะหมักน้ำหมักสูตรพิเศษของทางร้าน) ทางร้านจะสไลด์เนื้อเป็นชิ้นพอดีคำ นำมาปิ้งย่างบนกระทะแบนๆ มีเนยเค็มมาให้ใส่ลงไป ปิ้งเนื้อย่างร้อนๆ ช่างส่งกลิ่นหอมของเนยอ่อนๆ เนื้อสุกกำลังพอดีส่งเข้าปากเคี้ยวนุ่มหนึบถูกปากมากๆ เลย
ซีฟู้ดหลากหลายชนิด
       ในส่วนของหมูก็มีให้เลือกกินด้วย มีทั้งเนื้อหมูส่วนสันคอ หมูสามชั้น หมูลูกเต๋าเป็นหมูส่วนสันนอกหมักน้ำปรุงสูตรเด็ดของทางร้าน รวมไปถึงยังมีซีฟู้ด ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอยเชลล์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หมึกสด มาให้ปิ้งย่างด้วย หรือจะสั่งกุ้งเผาตัวโตที่ทางร้านจะปิ้งมาให้ได้กินแบบสบายๆ และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ในเมนูบุฟเฟต์ยังมีอาหารรสเยี่ยมอื่นๆ ให้ได้เลือกอร่อยกันอีก อาทิ ซูชิ เนื้อแดดเดียว หมูแดดเดียว ส้มตำ ลาบก้อย น้ำตก ปีกไก่ทอด ต้มแซบ คอหมูย่าง ไส้ย่าง ข้าวผัดกระเทียม ไอศกรีม ขนมหวานลอดช่องเผือก ผลไม้ตามฤดูกาล
อาหารหลายเมนูรวมอยู่ในบุฟเฟต์
       แล้วการกินเนื้อปิ้งย่างให้อร่อย แน่นอนว่าก็ต้องไม่พลาดน้ำจิ้มที่จะมาจิ้มเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อได้รสชาติ อร่อยยิ่งขึ้น ซึ่งที่นี่มีน้ำจิ้มรสแซบเด็ดให้เลือกถึง 5 แบบด้วยกัน มีน้ำจิ้มปิ้งเนย น้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มจิ้มจุ่ม น้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มแจ่วรสจัด
สารพัดเนื้อพรีเมี่ยมมีให้เลือกสั่ง
       และสำหรับเมนูพรีเมี่ยมนั้นก็คือ ทางร้านได้คัดสรรเนื้อโคขุนส่วนพิเศษมาให้เลือกสั่งแบบจานๆ มีเนื้อที่ชวนกิน ไม่ว่าจะเป็น เนื้อริบอายพรีเมี่ยม (190 บาท) เป็นเนื้อส่วนริบอายสไลด์หมักน้ำหมักสไตล์ญี่ปุ่น โรยงาขาว เสิร์ฟมาพร้อมกับกระเทียมพริกไทย
น้ำจิ้ม 5 แบบสุดแซบ
       เนื้อหัวไหล่ (180 บาท) เป็นเนื้อส่วนหัวไหล่สไลด์มาเป็นชิ้น หมักด้วยน้ำหมักญี่ปุ่นเหมือนกัน เนื้อซี่โครง (150 บาท) เป็นเนื้อส่วนซี่โครงที่เลาะเอากระดูกออกแล้ว และยังมีลิ้นโคขุน (100 บาท) เป็นลิ้นวัวสไลด์มาเป็นชิ้นบางๆ หมักงามาด้วย ซึ่งเนื้อแต่ละตัวล้วนแล้วแต่สดหวาน เคี้ยวนุ่มถูกปากคนชอบเนื้อกันไป รวมไปถึงยังมีอาหารอีสาน และซีฟู้ดตามสั่งให้เลือกอิ่มหนำกันด้วย และในต้นเดือนมีนาคมนี้ทางร้านจะมีไวน์แดงให้บริการ ดื่มคู่กับเนื้อในราคาแก้วละ 80 บาท
กุ้งเผาตัวโต
       เรียกว่าหากใครเป็นคอกินเนื้อปิ้งๆ ย่างๆ ที่มาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด หากพากันมาที่ร้าน “บอยโพนยางคำ” บอกได้คำเดียวเลยว่าไม่ผิดหวัง เพราะที่นี่ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรัก (กิน) เนื้อจริงๆ
สารพันข้าวปั้นก็มีให้กิน

“ศาลาไทย” รร. อินทรา รีเจนท์ โชว์เด่น อาหารเด็ด

ห้องอาหารศาลาไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเรือนไทยโบราณ
       เอกลักษณ์ความเป็นไทยของเรานั้น ต้องบอกเลยว่ามีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นยิ้มสยามหวานๆ การแสดงศิลปะนาฎศิลป์อันงดงามและอ่อนช้อย และก็ต้องไม่พลาดที่จะพูดถึง อาหารไทย อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของรสชาติอันจัดจ้านและเป็นที่ถูกปากของนัก กินต่างชาติอยู่ไม่น้อย
      
       หากว่าเวลามีแขก หรือเพื่อนชาวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย “ตระเวนกิน” เป็นต้องนำเสนอพาพวกเขาให้ไปรับรู้ถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอันดีงามเสียทุก ครั้งไป อย่างที่ในคราวนี้เมื่อมีเพื่อนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย เราก็ได้พาเขาไปสัมผัสความเป็นไทยอย่างแท้จริง แถมได้อิ่มอร่อยกับอาหารไทยเลิศรสกันด้วย
บรรยากาศภายในห้องอาหารศาลาไทย
       โดยพามาโรงแรมอินทรา รีเจนท์ ตรงประตูน้ำ ซึ่งที่นี่มีความเป็นไทยอันโดดเด่นและน่าสนใจให้ได้มาสัมผัสกันยัง “ห้องอาหารศาลาไทย” ที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนชั้น 4 ท่ามกลางบรรยากาศริมสระว่ายน้ำ เป็นเรือนไทยหลังงามที่ได้รับเกียรติสูงส่ง จาก ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของไทย และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2528 ให้ความกรุณาออกแบบอาคารหลังนี้ตามสถาปัตยกรรมยุคสุโขทัย มีความสวยงามตามแบบไทยมากๆ เพราะก่อสร้างโดยการเข้าไม้แบบไทยโบราณ ด้วยการตอกหรือสลักลิ่มทั้งหมด ไม่ได้ใช้ตะปูตอกแม้แต่ตัวเดียว ด้านนอกเรือนไทยมีการแกะสลักเสลาไม้มาประดับประดาอย่างงดงามวิจิตรบรรจง แถมยังมีการปลูกพันธุ์ไม้ไทยที่สวยงามมีกลิ่นหอม หาชมได้ยาก อาทิ เข็มเศรษฐี เข็มหอม ลีลาวดี อินจัน จำปี และพลับพลึง มาปลูกรอบบริเวณอาคารทรงไทยหลังนี้ โชว์เอกลักษณ์ความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติได้เห็นและเกิดความประทับใจ
การแสดงนาฏศิลป์ไทย
       ครั้นเมื่อเดินเข้ามาภายในเรือนไทย ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมไทยอันงดงามตระการตา ที่เห็นได้ถึงฝีมือช่างโบราณที่ทำการแกะสลักลายดอกบัวไว้บนเพดานและเสาเรือน และติดตั้งโคมไฟระย้าทองเหลืองบนเพดาน ต้องแสงไฟระยิบระยับเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งได้อย่างกลมกลืน และในส่วนของที่นั่งนั้นก็จัดให้เป็นที่นั่งแบบสบายๆ มีโต๊ะสูงขึ้นมาตรงกลาง และมีเบาะนุ่มๆ วางเป็นที่นั่งรอบโต๊ะจะนั่งแบบพับเพียบแบบไทยๆ หรือถ้ากลัวเมื่อยก็สามารถนั่งห้อยเท้าลงไปด้านล่างได้ แถมยังมีหมอนสามเหลี่ยมใบใหญ่เอาไว้ให้นั่งหนุนแขนแบบสบาย ๆ
ชุดสำรับอาหารไทย
       เรือนไทยหลังนี้ทางโรงแรมอินทราฯ ได้จัดทำเป็นห้องอาหารศาลาไทยให้บริการอาหารไทยและการแสดงนาฏศิลป์ไทย ซึ่งเป็นอาหารไทยแบบต้นตำรับดั้งเดิมรสเลิศชวนกิน โดยมีเฉพาะมื้อค่ำเท่านั้น และจะจัดอาหารเป็นชุด มีอยู่ 4 ชุดด้วยกัน และจะสับเปลี่ยนอาทิตย์ละ 1 ชุด ซึ่งอาหารแต่ละชุดล้วนแล้วแต่เป็นอาหารไทยยอดนิยมทั้งนั้น และอาหารแต่ละอย่างทางเชฟก็ได้คัดสรรแต่วัถุดิบที่สดใหม่ มีคุณภาพ และปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน
ขนมไทยและผลไม้
       สำหรับในมื้อนี้เราได้ลองลิ้มอาหารชุดเมนูที่ 1 ซึ่งอาหารจะจัดมาเป็นชุดในถาดอย่างสวยงาม ในถาดมีข้าวสวยหุงด้วยข้าวหอมมะลิเนื้อนุ่ม มีกับข้าวถึง 5 อย่าง โดยอย่างแรกเป็น ต้มยำกุ้ง เมนูขึ้นชื่อที่คนต่างชาติ รู้จักกันดี ต้มยำกุ้งของที่นี่เป็นแบบน้ำข้นใส่น้ำพริกเผา มีกุ้งลายเสือเนื้อหวานกินเต็มปากเต็มคำ ส่วนน้ำต้มยำรสชาติเข้มข้นแต่ไม่เผ็ดมากคนต่างชาติกินได้สบายๆ อีกเมนูเป็น ปลาทอดกระเทียมพริกไทย ที่ ใช้เนื้อปลากะพงขาวแล่เอาแต่เนื้อเป็นชิ้นพอดีคำ หมักกับเครื่องปรุงเกลือ พริกไทย กระเทียมสด และคลุกแป้งทอดจนเหลืองกรอบ กินแล้วเนื้อปลากรอบนอกนุ่มในได้รสและกลิ่นหอมของกระเทียม
ความสวยงามของการแกะสลักลายดอกบัวบนเพดาน
       เมนูถัดมาเป็น เปรี้ยวหวานหมู ที่ครบเครื่องใส่ ทั้งหมู สับปะรด พริกยักษ์ หอมใหญ่ มะเขือเทศ แตงล้าน ผัดคลุกเคล้ากับซอสเปรี้ยวหวานสูตรเด็ดของเชฟ รสชาติกลมกล่อมอมเปรี้ยวอมหวานถูกปากดี ถัดมาชิมเมนู แกงมัสมั่นไก่ รสเข้มข้นเครื่องแกงที่เชฟปรุงเอง ใช้กะทิสดๆ รสหวานมัน เนื้อไก่นุ่มกำลังดี และเมนูสุดท้ายเป็น ผัดผักรวมมิตร ที่มีผักสดหลายชนิดเอามาผัดกับน้ำมันหอย และใส่เนื้อสัตว์ด้วย กินแล้วผักหวานกรอบรสกลมกล่อมถูกปาก
ชุดการแสดงรำศรีวิชัย
       นอกจากอาหารคาวแล้ว ยังมีขนมหวานหลากชนิดของไทยให้กินเป็นของหวานล้างปาก พร้อมกับมีผลไม้ตามฤดูกาล ชาและกาแฟให้ได้อิ่มแบบเต็มที่ ซึ่งราคามากินอาหารพร้อมกับชมการแสดงนาฎศิลป์ไทย ราคาคนละ 1,050 บาท เด็กคนละ 550 บาท หรือถ้าจะมาดูโชว์นาฎศิลป์ไทยอย่างเดียวไม่กินอาหาร ราคาคนละ 550 บาท
โต๊ะนั่งตกแต่งสไตล์ไทยๆ
       สำหรับการแสดงจะเริ่มทำการแสดง เวลา 20.30 น หลังจากที่กินอาหารอิ่มแล้ว มีการแสดงดนตรีไทย บรรเลงเพลงสดๆ หลากหลายเพลงไทยเพราะๆ ให้ฟังแบบเพลิดเพลิน หลังจากนั้นจึงตามด้วยการแสดงนาฏศิลป์ไทยอันอ่อนช้อยและสวยงาม 6 ชุด อาทิ รำ 4 ภาค ภาคเหนือเป็นการฟ้อนมาลัย ภาคอีสานเซิ้งโปงลาง ภาคกลางแสดงโขนชุดหนุมานจับนาง และรำศรีวิชัยสลับกับรำลพบุรี ส่วนภาคใต้เป็นรำมโนราห์หรือรำพัด(ปาลีกีปัป) และรำชุดสุดท้ายเป็นรำวง ซึ่งนางรำจะเชิญแขกออกมาร่วมรำวงอย่างสนุกสนาน เป็นการได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมไทยด้วยตัวเอง และระหว่างการแสดงจะมีล่ามคอยบอกความเป็นมาของชุดรำต่าง ๆ รวมทั้งแนะนำเครื่องดนตรีไทย แล้วเมื่อชมการแสดงจบนักแสดงก็จะมาโชว์ตัวให้แขกที่มากินอาหารหรือชมการแสดง ได้ถ่ายรูปคู่กับนางรำเป็นที่ระลึก
      
       เรียกว่ามาที่ “ห้องอาหารศาลาไทย” จะได้สัมผัสกับ เอกลักษณ์ของเรือนไทยที่งดงาม ได้ชมโชว์ไทยอันสวยงาม ได้อิ่มหนำกับอาหารไทยเลิศรส สร้างความรู้สึกที่อิ่มเอมและประทับใจกับความเป็นไทยอย่างเต็มที่
 

“ซูชิมารุ” อิ่มคุ้ม อาหารญี่ปุ่นคุณภาพ

บรรยากาศด้านในร้านซูชิมารุ
       แน่นอนว่าเมื่อเอ่ยถึง “ซูชิ” ก็ต้องนึกถึงอาหารญี่ปุ่น เพราะซูชิหรือข้าวปั้นมีหน้า เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ข้าวมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู และกินคู่กับปลา เนื้อ หรือของคาวชนิดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น แทบจะเรียกได้ซูชิเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น ที่ทำให้นักกินชาวไทยรู้จักอาหารญี่ปุ่นผ่านจากซูชิสารพัดหน้า และหลากหลายรสชาติอันถูกปากนักกินชาวไทยนักแล
มุมโต๊ะนั่งเคาน์เตอร์บาร์ซูชิ
       และในมื้อนี้หากใครที่ชื่นชอบกินอาหารญี่ปุ่น “ตระเวนกิน” จะขอพาไปอิ่มหนำสำราญปากให้ถูกใจกับอาหารญี่ปุ่นรสดียังร้าน “ซูชิมารุ” ที่ ถึงแม้จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ได้ใหญ่โตมากมาย แต่กลับมีความน่าสนใจในเรื่องของรสชาติอาหารที่ทางร้านคัดสรรแต่วัตถุดิบ ชั้นดี มีคุณภาพมาปรุงเป็นเมนูญี่ปุ่นสารพัดรายการ ที่มีการปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนไทย ให้ได้เลือกกินกันแบบหลากหลาย ตามแต่ใจชอบกันเลย
Sashimi Salad
       อย่างที่ “ตระเวนกิน” มาถึงร้านปุ๊บหาที่นั่งได้ปั๊บก็ขอ เมนูสั่งอาหารจานเด็ดมาแบบไม่อั้น เอาแบบที่ชอบๆ ทั้งนั้นเริ่มจากเมนูแรกเป็นสลัดสไตล์ญี่ปุ่น ชื่อว่า Sashimi Salad (180 บาท+) ทางร้านนำผักไฮโดรโปนิกส์หลายชนิดสดๆ แล้วก็มีกุ้งต้ม ปลาทูน่าสด แซลมอนสด ใส่ด้วยด้วย และก็โรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอน มาพร้อมกับน้ำสลัดให้เลือก 2 อย่างคือ น้ำสลัดพอนซึซอส และน้ำสลัดสไปซี่ที่ทางร้านปรุงขึ้นเป็นพิเศษ กินสลัดจานนี้แล้วต้องบอกว่าผักสดกรอบเข้ากับเนื้อกุ้ง ปลาทูน่า และปลาแซลมอนที่สดหวาน และผสานกับน้ำสลัดที่เข้มข้นรสชาติดีทั้ง 2 แบบเลย
Nigiri Sushi A
       และก็ต้องไม่พลาดที่จะสั่งซูชิมากินกัน เลือกสั่งมาเป็น Nigiri Sushi A (950 บาท+) มาแบบจัดเต็มเลยทีเดียว กับซูชิสารพัดหน้า มีทั้งหน้าปลาโทโร่ ปลาทูน่า ปลาฮามาจิ กุ้งหวาน ไข่ปลาแซลมอน หอยปีกนก กุ้งหวาน หอยเชลล์ยักษ์ ไข่หอยเม่น และยังมีซูชิไส้ปลาทูน่า ลิ้มรสซูชิของที่นี่แล้วขอบอกว่าชิ้นใหญ่คำโตมาก ข้าวญี่ปุ่นเม็ดนุ่มรสชาติละมุนลิ้นเข้ากับหน้าต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีความสดถูกปากมากๆ เลย
Sashimi Mori B
       กินซูชิแล้วจะพลาดซาซิมิก็เห็นจะไม่ได้ เลยสั่งเมนูนี้ Sashimi Mori B (800 บาท+) เป็นปลาดิบรวมหลากหลายอย่างที่ทางร้านเน้นปลาเกรดดีมีคุณภาพแล่มาเป็นชิ้นพอ ดีคำ มีปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาฮามาจิ หอยปีกนก หอยเชลล์ยักษ์ กุ้งหวาน ปูอัด กินซาซิมิเมนูนี้แล้วขอยกนิ้วให้ในรสชาติของปลาแต่ละอย่างที่ล้วนแล้วแต่มี ความสดได้ใจ
แซลมอนเทอริยากิ
       จากนั้นมาชิมเมนูปลาอย่างอื่นกันบ้างนำเสนอ แซลมอนเทอริยากิ (180 บาท+) เป็นปลาแซลมอนส่วนกลางตัวชิ้นใหญ่ เอามาแล่และโรยเกลือนิดหน่อย ก่อนนำไปย่างและทาด้วยซอสเทอริยากิสูตรเด็ด ย่างไปทาซอสไปจนปลาสุกได้ที่ ก่อนเสิร์ฟราดด้วยซอสเทอริยากิอีกที กินแล้วโดนใจตรงที่เนื้อปลาแซลมอนนุ่มหวานได้รสชาติซอสเทอริยากิที่หอมหวาน อีกด้วย
แก้มปลาฮามาจิย่าง
       แก้มปลาฮามาจิย่าง (300 บาท+) เป็นอีกหนึ่งเมนูปลาที่ชวนกิน ทางร้านใช้เฉพาะแก้มปลาฮามาจิ เอามาย่างและโรยเกลือ ย่าจนหนังปลากรอบเนื้อปลาสุกได้ที่ เสิร์ฟมาร้อนๆ พร้อมกับมะนาว หัวไชเท้าขูดฝอย และน้ำซอสพอนซึให้จิ้มกินคู่กับปลา เวลากินถ้าอยากได้รสชาติที่แปลกใหม่แนะนำว่าให้บีบมะนาวลงไปในหัวไชเท้า แล้วก็คีบเนื้อปลาฮามาจิกินพร้อมกันไป หรือจะกินปลาฮามาจิย่างจิ้มซอสพอนซึ ก็ได้รสชาติของเนื้อปลาที่หวานนุ่มผสานรสชาติอมเปรี้ยว อมเค็มกลมกล่อมถูกปากดี
ทงคัตสึราเมง
       และเมนูสุดท้ายที่เลือกอิ่มคือ ทงคัตสึราเมง (140 บาท+) เป็นราเมงเส้นสด โดดเด่นที่น้ำซุปที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเองจากกระดูกหมูที่ปรุงเคี่ยวรวมกับ ซอสญี่ปุ่นนานกว่า 7 ชม. และยังมีหมูชาชูที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเองอีกเช่นกัน แถมยังใส่ไข่ต้ม สาหร่ายสด แล้วโรยหน้าด้วยงาขาวกับหอมซอย ชิมราเมงซดน้ำซุปหอมหวานออกเค็มกลมกล่อม เส้นราเมงนุ่มไม่เละ ส่วนหมูชาชูก็เนื้อนุ่มดี
ร้านซูชิมารุบริการอาหารญี่ปุ่นรสดี
       แต่ขอบอกว่าถึงแม้เราจะปิดมื้ออิ่มไปแล้วก็ยังไม่วายปลายตาแอบเห็นว่ายังมีเมนูแนะนำอื่นๆ ที่ชวนกินอีกมากมายเลย อาทิ ปลาดิบรวม 3 แบบ (450 บาท+) ข้าวหน้าปลาดิบ (330 บาท+) และยังมีเซ็ทเมนูกลางวันราคาพิเศษช่วงเวลา 11.30-14.00 น. มีเมนูถึง 17 รายการให้เลือกอิ่ม อาทิ ข้าวหน้าแกงกะหรี่ (109 บาท+) ข้าวหน้าปลาซาบะ (119 บาท+) ข้าวปั้นหน้าปลาดิบรวมเซ็ท A (450 บาท+) และอีกนานาเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ล้วนแล้วแต่น่ากินทั้งนั้น
      
       หากใครเป็นแฟนอาหารญี่ปุ่นแล้วนึกอยากกินอาหารญี่ปุ่นรสชาติดี ที่คุ้มค่ากับราคา ก็ขอแนะนำว่าร้าน “ซูชิมารุ” เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจให้มาลิ้มลองไม่น้อยเลย
 
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *