ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

สัมผัสรส จีนร่วมสมัยที่ “อาเก่ง อบาโลน เรสตัวรองท์”

ทางเข้าร้านที่ให้บรรยากาศสไตล์จีน
       “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้”
      
       “ตระเวนกิน” ขอสวัสดีปีใหม่จีนล่วงหน้ากับนักกินทุกท่าน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนแบบนี้ก็ต้องหาอะไรที่เป็นมงคลเข้ามาสู่ชีวิตตัวเอง เพื่อให้ชีวิตในปีใหม่นี้เป็นสุข เจริญรุ่งเรืองไปทั้งปี
      
       นอกจากที่ตรุษจีนจะเป็นการขึ้นปีใหม่แล้ว ยังเป็นวันที่รวบรวมสมาชิกในครอบครัวให้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน มาสังสรรค์สนุกสนานด้วยกัน “ตระเวนกิน” จึงอยากจะนำเสนอร้านอาหารแสนอร่อยสำหรับการไปสังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ในบรรยากาศแบบจีนๆ กันที่ร้าน “อาเก่ง อบาโลน เรสตัวรองท์”
บรรยากาศภายในร้าน
       “อาเก่ง อบาโลน เรสตัวรองท์” มีการตกแต่งบรรยากาศ ภายในร้านในสไตล์จีนร่วมสมัย ที่โอ่โถงสบายตา พร้อมด้วยสิ่งของตกแต่งที่บ่งบอกความจีนได้ดี ซึ่งนอกจากห้องโถงขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางร้านแล้ว ก็ยังมีห้องวีไอพีไว้คอยบริการอีก 8 ห้อง ทั้งเล็ก กลาง และใหญ่ ที่สามารถเลือกให้เข้ากับจำนวนคนได้
      
       ส่วนด้านอาหารของทานร้าน ก็คัดสรรวัตถุดิบสด ใหม่ คุณภาพเยี่ยมทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ มาทำเป็นนานาเมนูเลิศรส จากฝีมือของเชฟผู้มีประสบการณ์ ในสไตล์การปรุงแบบต้นตำรับจีนฮ่องกง จึงทำให้ทั้งอร่อย และได้รสชาติแบบจีนแท้ๆ
ห้องวีไอพีที่นั่งสบายๆ
       เห็นจากชื่อร้านแล้ว เมื่อมาถึงที่ก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องสั่ง เป๋าฮื้อขาห่านน้ำแดง (2,800 บาท) เมนูเด็ดขึ้นชื่อ ที่ทางร้านนำเข้าเป๋าฮื้อมาจากเม็กซิโกมาตุ๋นจนได้ที่ ส่วนขาห่านก็นำไปทอดก่อนตุ๋นจนเปื่อย เสิร์ฟพร้อมกับยอดคะน้าลวก ราดด้วยซอสเป๋าฮื้อสูตรพิเศษ ที่ชิมแล้วรสชาติกลมกล่อม ขาห่านเปื่อยนุ่มละลายในปาก ส่วนเป๋าฮื้อก็เคี้ยวนุ่มหนึบเต็มคำ
เป๋าฮื้อขาห่านน้ำแดง
       จากนั้นก็มาลองชิมเมนูสไตล์ฮ่องกงแท้ๆ ไก่ทอดหนังกรอบฮ่องกง (ครึ่ง ตัว 500 บาท ทั้งตัว 1,000 บาท) ที่นำเข้าไก่ทั้งตัวมาจากฮ่องกง ทำมาหมักให้ตัวไก่สีสวย จากนั้นนะไปผ่านกรรมวิธีเป่าให้หนังไก่แห้ง แล้วนำไปทอดด้วยวิธีพิเศษที่ไม่อมน้ำมัน เวลาเสิร์ฟจะมาพร้อมกับน้ำจิ้มเกลือผงพะโล้รสเค็มๆ หอมๆ น้ำจิ้มต้นหอม ที่ใช้ต้นหอมซอยละเอียดผสมกับน้ำมันงาและเกลือเล็กน้อย ให้รสชาติหอมเค็มมัน และสุดท้ายคือซอสเปรี้ยว ที่กินคู่กับไก่ทอดก็ล้วนแต่อร่อยไปเสียหมด ส่วนเนื้อไก่ก็จะนุ่ม ได้รสเครื่องหมักเล็กน้อย หนังไก่บางกรอบไม่เลี่ยน
ไก่ทอดหนังกรอบฮ่องกง
       มาต่อกันด้วยเมนู แหวนหยกกังป๋วย (800 บาท) ที่ใช้กังป๋วยจากญี่ปานนำมาตุ๋นจนนุ่ม แล้วยัดลงไปในหัวไชเท้าที่คว้านตรงกลางออก นำลงไปนึ่ง แล้วเสิร์ฟพร้อมกับบร็อกโคลี และเห็ดฟางลวก ราดด้วยซอสเป๋าฮื้อ เมนูนี้ชิมแล้วรสดี กังป๋วยนุ่มหนึบ เคี้ยวอร่อย ซอสเป๋าฮื้อก็รสชาติกำลังดี
แหวนหยกกังป๋วย
       แล้วลองมาชิม ปลาหมอทะเลผัดขิงต้นหอม (800 บาท) ใช้ปลาหมอทะเลแล่เอาแต่เนื้อมาผัดกับขิง และต้นหอม ปรุงรสเล็กน้อย ให้กลิ่นหอมหวนชวนกิน ส่วนเนื้อปลาก็สดหวานนุ่ม และได้รสเผ็ดนิดๆ จากขิง เรียกได้ว่าจานนี้เป็นเมนูสุขภาพอีกจานหนึ่ง
ปลาหมอทะเลผัดขิงต้นหอม
       สุดท้าย มาลองเมนู หัวปลาหมอนึ่งซีอิ้วเปลือกส้ม (800 บาท) ที่คัดเอาหัวปลาหมอมาหั่นเป็นชิ้นพอดิบพอดี นำไปนึ่งกับวุ้นเส้น เปลือกส้ม เห็ดหอม และเนื้อหมูหั่นชิ้นเล็ก พร้อมด้วยซีอิ้วปรุงรสแบบพิเศษ เมื่อนึ่งได้ที่แล้วก็ยกมาเสิร์ฟร้อนๆ โรยหน้าด้วยผักชีต้นหอมเพิ่มกลิ่น ชิมแล้วเนื้อนุ่มหวานหอม รสกลมกล่อมถูกปาก
หัวปลาหมอทะเลนึ่งซีอิ้วเปลือกส้ม
       และนอกจากเมนูที่ได้มาชิมกันนี้แล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูอร่อยให้เลือกชิมกันอีกหลายจาน อาทิ หูฉลามน้ำแดงหม้อดิน (450 บาท) ซุปเสฉวนต้นตำรับ (180 บาทต่อถ้วย) เต้าหู้นึ่งหอยเชลล์ซอสเอ๊กซ์โอ (350 บาท) ข้าวอบเป๋าฮื้อ (880 บาท) เป็นต้น
      
       หรือหากว่าจะสั่งอาหารเป็นชุด ก็มีให้เลือกกันอย่างหลากหลาย ตามแต่ความชอบ และพลาดไม่ได้กับเมนูติ่มซำฮ่องกงกว่า 30 ชนิด ที่มีมาให้เลือกกินกัน ซึ่งหากตรุษจีนนี้ใครยังหาอาหารจีนอร่อยๆ ไปสังสรรค์กันไม่ได้ “ตระเวนกิน” ก็ขอแนะนำร้าน “อาเก่ง อบาโลน เรสตัวรองท์” ให้ไปลิ้มลองกันแบบอิ่มหนำสำราญ และสำหรับผู้อ่านหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ ทางร้านมีส่วนลดพิเศษ 20% พร้อมเสิร์ฟขนมหวานฟรี
อีกหนึ่งห้องวีไอพีในบรรยากาศที่แตกต่าง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “อาเก่ง อบาโลน เรสตัวรองท์” ตั้งอยู่ที่ 762/2 บางกอกสแควร์ ตลาดจตุจักร-พระราม 3 ถ.พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. การเดินทางจากแยกท่าน้ำสาธุประดิษฐ์ให้ตรงมาบน ถ.พระราม 3 ที่จะไปคลองเตย ตรงไปเรื่อยๆ แล้วไปกลับรถใต้สะพานตรงธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ แล้ววิ่งตรงมาเรื่อยๆ สังเกตทางซ้ายมือจะมีทางเลี้ยวเข้าสู่โครงการบางกอกสแควร์ ตลาดจตุจักร-พระราม3 ร้านจะอยู่ด้านในสุดของโครงการ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดรถหน้าร้าน ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิตและรับจัดงานเลี้ยงภายในร้าน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-14.30 น. และ 17.30-22.30 น. โทร. 0-2295-3238-40

ดินเนอร์แสนหวาน ที่ “เวนิส วานิช”

บรรยากาศโรแมนติกของร้านเวนิส วานิช
       ดูเหมือนว่าตอนนี้ โลกทั้งใบจะกลายเป็นสีชมพูหวานแหวว สีแดงสดใสไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าใกล้จะถึงเทศกาลแห่งความรัก “วันวาเลนไทน์” (14 ก.พ.) กันแล้ว เลยทำให้บรรยากาศช่วงนี้อบอวลไปด้วยความหอมหวาน ความสดชื่นของไออุ่นแห่งความรักเสียจริงเชียว
      
       สำหรับวันแห่งความรักเช่นนี้ คาดว่าหลายๆ คนอาจจะกำลังอยากจะพาคนที่คุณรักไปฉลองความหวาน และความสุขให้แก่กัน ซึ่ง “ตระเวนกิน” ขอ นำเสนอว่าการพาคนที่คุณรักไปอิ่มสำราญกับอาหารท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก ก็เป็นการเติมความรักความหวานที่ดีไม่น้อยเลย ซึ่งเรามีร้านอาหารที่เหมาะแก่การมาดินเนอร์ฉลองวันแห่งความรัก แบบได้ทั้งอิ่มอร่อยและสวีทหวานท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่นมาแนะนำ
โต๊ะนั่งสบายๆ ตกแต่งสวยงาม
       ร้านอาหารที่ว่ามีชื่อเก๋ๆ ว่า “เวนิส วานิช” เป็น ร้านอาหารขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศของร้านมีให้เลือกนั่งในหลายโซนด้วยกัน โซนแรกด้านหน้าจัดโต๊ะนั่งเน้นความโปร่งโล่งสบายแฝงไปด้วยบรรยากาศไทยปน ฝรั่ง และมีห้องส่วนตัวที่สามารถชมความสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาได้ชัดเจน
       โซนที่สองเป็นส่วนด้านใน จัดโต๊ะนั่งแบบเป็นส่วนตัวออกแนวหรูหรา ตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบไทยๆ เหมาะมาดินเนอร์และจัดเลี้ยง
      
       ส่วนอีกโซนเป็นชั้นดาดฟ้าข้างบน จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป โซนนี้จัดโต๊ะนั่งแบบเน้นให้ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนราม่า นั่งสบายรับลมธรรมชาติเย็นๆ แบบผ่อนคลาย เวลายามเย็นนั่งชิลล์ ชิลล์ ดูพระอาทิตย์ลาลับฟ้าแสงสีดูอบอุ่นโรแมนติกสุดๆ
      
       นี่เป็นบรรยากาศของร้านที่พาเพลินชวนนั่ง ส่วนอาหารของที่นี่ก็ชวนกินเหมือนกัน ทางร้านมีทั้งอาหารไทย อาหารจีน และอาหารอิตาเลียนฟิวชั่น แต่จะเน้นหนักไปที่เมนูอาหารไทยมากกว่า ที่ทางร้านคิดปรุงแต่งขึ้นมาเองตามสูตรเฉพาะมีให้เลือกกินหลากหลายเมนู
อกไก่ซอสสตรอเบอร์รี่
       เมนูแรกที่ขอนำแสนอ เป็นเมนูพิเศษที่ทางร้านคิดขึ้นมาใหม่เพื่อวันวาเลนไทน์โดยเฉพาะ มีชื่อว่า อกไก่ซอสสตรอเบอร์รี่ (220 บาท) เป็นอกไก่หมักเครื่องปรุงรสและไวน์แดง และเอาไปกริลล์จนสุก ราดด้วยซอสสตรอเบอร์รี่สีแดงสดใส ที่ทำมาจากสตรอเบอร์รี่สดๆ นำมาปั่นและผสมกับไวน์แดง ปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะของทางร้าน ชิมแล้วถูกปากตรงที่เนื้อไก่นุ่มชุ่มรสซอสที่หอมหวานกำลังดี
พระจันทร์ทอง
       ต่อมาเป็นสลัดจานเด่นของทางร้าน โตเกียวสลัด (210 บาท) ในจานมีผักกาดแก้ว แครอท แตงกวา ปูอัด และไข่กุ้ง แล้วมีน้ำสลัดโตเกียว เป็นสลัดน้ำข้นสูตรพิเศษที่ทางร้านปรุงขึ้นมามีส่วนผสมของโชยุ และน้ำจิ้มซีฟู้ดให้ราดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมแล้วผักสลัดสดกรอบได้รสชาติน้ำสลัดเข้มข้นออกเผ็ดนิดหน่อย
โตเกียวสลัด
       พระจันทร์ทอง (160 บาท) เป็นเมนูใหม่ล่าสุดที่ทางร้านเพิ่งคิดขึ้น ใช้กุ้งล้วนๆ มาตีนวดให้เหนียวปรุงรสชาติแล้วนำมาห่อกับแผ่นแป้งปอเปี๊ยะ และทอดจนเหลืองกรอบ กินแล้วกรอบนอกนุ่มในสัมผัสได้ถึงรสชาติกุ้งล้วนๆ และมีน้ำจิ้มบ๊วยมาให้กินเพิ่มรสชาติ
ยำก้านคะน้ากุ้งสด
       ยำก้านคะน้ากุ้งสด (150 บาท) เมนูยำแบบไทยๆ ที่ทางร้านนำเอาก้านคะน้าที่ปอกเปลือก และยอดคะน้าอ่อนๆ สดๆ มายำกับน้ำยำสูตรเด็ด ใส่หมูสับ กุ้ง กระเทียมสด และมะม่วงเพิ่มความเปรี้ยว กินแล้วคะน้าสดกรอบกรุบเข้ากับน้ำยำรสจัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ดโดนใจ
ไส้กรอกเยอรมันรวม
       มากินเมนู ไส้กรอกเยอรมันรวม (250 บาท) กันบ้างที่ถ้าใครชอบกินไส้กรอกแบบเยอรมันแท้ๆ ไม่ควรพลาด เพราะจานนี้มีไส้กรอกสั่งตรงจากเยอรมัน มีให้เลือก 3 อย่าง คือมีไส้กรอกเนื้อลูกวัว ไส้กรอกหมูแบบเผ็ด และไส้กรอกหมูแบบไม่เผ็ด ทางร้านนำมากริลล์จนสุกหอม กินแล้วไส้กรอกแต่ละตัวเนื้อแน่นรสดี และยังมีเปปเปอร์เกรวี่ซอสและทาทาร์ซอสให้จิ้มกินคู่กัน
ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว
       จากนั้นมาลิ้มรสเมนู ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว (200 บาท) ที่เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ เป็นหมึกไข่ตัวใหญ่ลวกพอสุกและหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่มาในน้ำนึ่งมะนาวสูตรพิเศษที่ทางร้านปรุงขึ้นแบบจัดจ้าน ลิ้มรสชาติแล้วแซบปากมาก น้ำนึ่งมะนาวเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดได้ใจ เพราะใช้น้ำมะนาวแท้ๆ ส่วนหมึกและไข่หมึกเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปากดี
ปลาแรดทอดกระเทียม
       ต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูปลา ชื่อว่า ปลาแรดทอดกระเทียม (260 บาท) เป็นปลาแรดสดๆ หนัก 7 ขีดทางร้านนำมาหมักกับเครื่องปรุงสูตรพิเศษแล้วทอดมาจนเหลืองกรอบ และมีกระเทียมทอดที่คั่วกับน้ำปรุงรสสูตรเด็ด แล้วก็นำปลาลงไปคลุกเคล้าอีกที กินปลาแรดเนื้อกรอบนุ่มหวานข้ากับเครื่องกระเทียมกรบกรุบที่มีรสชาติอยู่ใน ตัว
บรรยากาศยามค่ำคืนชวนนั่งรับลมเย็นๆ
       แนะนำมาก็หลายเมนูแล้ว แต่ว่าในเมนูอาหารก็ยังมีอาหารจานเด่นอื่นๆ ที่ชวนกินอีกมากมาย อาทิ ปลากะพงทอดน้ำปลา (280 บาท) ลาบเป็ดกรอบ (150 บาท) ยำทูน่าฟู (140 บาท) ห่อหมกทะเล (200 บาท) ฯลฯ เอาเป็นว่าหากมิตรรักนักกินท่านไหน กำลังเมียงมองหาสถานที่ที่จะควงแขนคนที่คุณรัก มาอิ่มอร่อยแบบสวีทหวานท่ามกลางบรรยากาศอันโรแมนติก ร้าน “เวนิส วานิช” เป็น อีกหนึ่งร้านที่อยากแนะนำ และหากคู่รักที่มากินอาหารที่ร้าน ทางร้านมีม็อกเทลเลิศรสดื่มแล้วสดชื่นใจ ให้ฟรีแก่ทุกคู่รักตลอดเดือน ก.พ. นี้
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “เวนิส วานิช” ตั้งอยู่ที่ 1/12 ซ.มหาธาตุ ถ.มหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. การเดินทางถ้ามาจากม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วิ่งตรงมายังถ.มหาราช สังเกตทางขวามือจะเห็นตรอกทวีผล ให้เลี้ยวเข้าไปในตรอกนั้น (ที่เป็นที่ตั้งของท่าเรือมหาราช) จะเห็นร้านเวนิส วานิช ตั้งอยู่ด้านใน มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถด้านหน้า เปิดทุกวัน เวลา 11.00-24.30 น. ทางร้านรับบัตรเครดิตด้วย ถ้าใช้บัตรเครดิตของ KTC ทางร้านมอบส่วนลดเฉพาะค่าอาหารให้ 10% ถ้ามากินวันเสาร์-อาทิตย์ควรโทร.จองโต๊ะก่อนจะดี โทร. 0-2222-8082 หรือเข้าไปที่ http://www.venicevanich.com/

“ศรีสุวรรณ” สารพันอาหารจานเด็ด

บรรยายภายในร้าน “ศรีสุวรรณ”
       ไม่รู้ว่านักกินหลายๆ คนจะเป็นเหมือน “ตระเวนกิน” บ้างไหม??
      
       เวลาที่เกิดอาการหิวหน้ามืดตาลายขึ้นมาเมื่อไหร่ มักจะควบคุมความหิวและความอยากไว้ไม่ไหว มักจะสั่งอาหารแบบไม่ยั้ง เรียกว่าสั่งมามากมายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว จนกระทั่งอาหารถูกเสิร์ฟมาที่โต๊ะจึงเพิ่งรู้ว่าสั่งมาเกินไปแล้ว อย่างที่เขาเรียกว่า โมโหหิวนั่นแหละ
เชิญอิ่มกับอาหารที่ร้านศรีสุวรรณ
       เหตุที่ “ตระเวนกิน” พร่ำเพ้อมานี่ก็ไม่ใช่อะไร เพราะว่าอาการที่ว่าเกิดขึ้นกับเราอีกแล้ว เมื่อหลังจากที่ได้ไปทำธุระแถว ม. มหิดล ศาลายา ตรงพุทธมณฑลสาย 4 เสร็จแล้วเกิดอาหารหิวจัด และจำได้ว่ามีน้องที่รู้จักเคยแนะนำว่าแถวนี้มีร้านอาหารรสเลิศที่ชวนกิน อยู่ นั่นก็คือ ร้านศรีสุวรรณ เป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศสบายๆ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และมีห้องแอร์ให้บริการด้วย และขายอาหารไทยแบบพื้นบ้าน แถมยังมีเมนูอาหารจีน และซีฟู้ดด้วย
      
       เมื่อมาถึงร้านเราเลือกนั่งในมุมโต๊ะรับลมด้านนอกสบาย แล้วก็ไม่รอช้าเพราะหิวมากมาย เปิดเมนูมาดูเพื่อจะเลือกสั่งอาหาร ขอบอกว่าที่นี่มีเมนูให้เลือกกินมากมายหลายอย่าง เราก็เลือกแต่เมนูจานเด็ดของที่นี่มากินกันแบบไม่ยั้ง สั่งไปหลายอย่าง เพราะหิวจัดนั่นเอง
ทอดมันกุ้ง
       เมนูแรกที่เสิร์ฟเป็น ทอดมันกุ้ง (150 บาท) ที่กินแล้วกรอบนอกนุ่มใน ได้รสชาติของเนื้อกุ้งและมันหมูที่ผสมกันมา กินคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยหวานๆ เข้ากันดี
ยำถั่วพู
       ยำถั่วพู (80 บาท) จานนี้ทางร้านนำถั่วพูไปลวกแล้วยำปรุงรสใส่น้ำพริกเผา มะพร้าวคั่ว ใส่หมูสับ กุ้งลวก โรยหน้าด้วยหอมเจียว และหัวกะทิ แถมมีไข่ต้มมาให้กินแนมกับยำถั่วพูที่เคี้ยวกรอบชุ่มน้ำยำรสจัดจ้านถูกปากดี
เต้าเจี้ยวหลน
       ตามมาด้วย เต้าเจี้ยวหลน (80 บาท) เมนูไทยพื้นบ้านที่ทางร้านนำถั่วเหลืองมาหมักเป็นเต้าเจี้ยว แล้วเอามาหลนใส่เครื่องปรุงต่างๆ ออกมาเป็นเต้าเจี้ยวหลนแบบไทยๆ ที่หอม หวาน มัน เค็ม กินเคียงกับผักสดต่างๆ
เป็ดพะโล้
       จานต่อมาเป็น เป็ดพะโล้ (จานละ 180, 280, บาทตัวละ 350 บาท) เมนูขึ้นชื่อที่สั่งแทบทุกโต๊ะ เพราะที่นี่ใช้เป็ดเชอร์รี่ นำมาต้มกับเครื่องพะโล้ตามสูตรเด็ด จนได้เป็ดพะโล้แล่เสิร์ฟมาเป็นชิ้นๆ กินแล้วเนื้อเป็ดเคี้ยวนุ่มปาก ไม่เหม็นกลิ่นสาปเป็ด และได้รสของเครื่องพะโล้กำลังดี
กุ้งผัดเกลือกระทะร้อน
       กุ้งผัดเกลือกระทะร้อน (กก. ละ 1,200 บาท) จานนี้เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ เลย กุ้งแม่น้ำตัวโตทอดจนสุก แล้วมีน้ำราดสูตรเฉพาะของทางร้านราดมาบนตัวกุ้ง ชิมแล้วเนื้อกุ้งแน่นนุ่มหวาน น้ำราดออกหวานๆ เค็มๆ
ปลาช่อนเผาสะเดาน้ำปลาหวาน
       เมนูถัดมาเป็น ปลาช่อนเผาสะเดาน้ำปลาหวาน (190 บาท) จานนี้ได้อร่อยกับปลาช่อนเผาเนื้อหวาน กินคู่กับสะเดาลวกและน้ำปลาหวานที่ทางร้านปรุงเองรสชาติดีกลมกล่อม แถมยังมีน้ำจิ้มแจ่วรสแซบให้เลือกจิ้มกินคู่กับปลาอีกด้วย
ผัดโหงวก๊วยกระเช้าเผือก
       กินอาหารไทยมาหลายอย่างแล้ว มากินอาหารจีนกันบ้าง ผัดโหงวก๊วยกระเช้าเผือก (150 บาท) เมนูนี้กินได้หมดทั้งกระเช้าที่ทำมาจากเผือกนำมาสานเป็นกระเช้าแล้วทอดกรอบ เพื่อใส่เครื่องโหงวก๊วยที่มีเนื้อไก่ กุ้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พุทราจีน แห้ว เกาลัค แปะก๊วย ที่ผัดปรุงรสชาติให้เข้ากัน กินผัดโหงวก๊วยกระเช้าเผือกกรุบกรอบ เครื่องทุกอย่างรสชาติดี
ปลาหิมะนึ่งซีอิ้ว
       มาถึงเมนูสุดท้าย ปลาหิมะนึ่งซีอิ้ว (300 บาท) เป็นปลาหิมะชิ้นใหญ่คัดมาแบบสดๆ นำมานึ่งจนสุก แล้วทำน้ำซีอิ้วปรุงรสตามสูตรเด็ดของทางร้าน ใส่ต้นหอม เห็ดหอม และราดมาบนชิ้นปลา กินเนื้อปลาหิมะเนื้อนุ่มหวานมากและได้รสชาติของน้ำซีอิ้วที่หอมหวาน
มุมโต๊ะนั่งสบาย
       นี่คือเมนูมากมายที่เราได้ลองลิ้มจนอิ่มแน่นท้องสุดๆ แต่ถ้าถามว่ายังมีเมนูจานเด่นอย่างอื่นที่น่ากินอีกไหม ก็บอกเลยว่ามี อาทิ ออเดิร์ฟไทย (250 บาท) ปลากะพงทอดน้ำปลา (280 บาท) หน่อไม้ทะเลผัดน้ำมันหอย (200, 400 บาท) เนื้อกวางผัดน้ำมันหอย หรือผัดพริกไทยดำ (200 บาท) และเมนูอีกสารพัดอย่าง ที่เอาเป็นว่าหากผ่านมาแถวพุทธมณฑล สาย 4 อีกเมื่อไหร่ ค่อยแวะมาที่ร้าน “ศรีสุวรรณ” เพื่ออิ่มหนำกับอาหารอีกก็แล้วกัน