ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

ลิ้มรสอิตาเลียนโฮมเมดราคาเยาที่ “Peppercorns”

บรรยากาศภายในร้าน
       พริกไทยดำ สมุนไพรรสเผ็ดร้อนที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย อาทิ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ เป็นต้น ซึ่งในมื้อนี้เราไม่ได้พามากินพริกไทยดำ หากแต่พามากินอาหารที่ร้านที่มีชื่อแปลเป็นไทยว่า “พริกไทยดำ”
      
       ร้าน “Peppercorns” หรือ “พริกไทยดำ” ตั้งอยู่แถวๆ แยกบางโพ ร้านนี้เปิดมาได้เกือบ 10 ปีแล้ว ซึ่งคนที่ผ่านไปผ่านมาในละแวกแยกบางโพก็จะเห็นคนมาต่อคิวรอเข้าไปนั่งกินใน ร้าน ซึ่งก็การันตีได้ถึงความอร่อยของนานาเมนู แต่ต้องขอบอกก่อนว่าร้านนี้ไม่ได้ขายอาหารที่เผ็ดร้อนตามอย่างชื่อของร้าน แต่ว่าเป็นร้านที่เน้นขายอาหารอิตาเลียนโฮมเมดในราคาเบาๆ รวมไปถึงยังมีอาหารอีสาน และอาหารจานเดียว ไว้ให้เลือกชิมอีกด้วย และอีกอย่างที่เป็นที่ชื่นชอบของคนที่เข้ามาในร้านก็คือ การตกแต่งร้านที่ดูสบายตาน่านั่ง
ซีซาร์สลัด
       ว่ากันด้วยเรื่องของอาหารต่างๆ ของร้านก็จะเป็นแนวโฮมเมดที่เน้นคุณภาพและความสดใหม่ของวัตถุดิบ อย่างเช่นเมนู ซีซาร์สลัด (95 บาท) ที่สั่งมารองท้อง ก็ใช้ผักไฮโดรโปนิกส์หลายชนิดที่สดกรอบ และยังมีพริกหวานสามสี มะเขือเทศราชินี หอมใหญ่ แครอท โรยดานบนด้วยเบคอนทอดกรอบ และขนมปังกรอบที่ทางร้านทำเอง ส่วนน้ำสลัดซีซาร์ก็ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษที่จะมีส่วนผสมของพริกไทยดำเพิ่มรส ชาติ ลองชิมดูแล้วรสเข้มข้นกลมกล่อม ผักกรอบ เข้ากับเบคอนทอดกรอบที่เค็มนิดๆ
ผักโขมอบชีส
       ส่วนเมนูถัดมาเป็น ผักโขมอบชีส (85 บาท) ที่เลือกใช้ผักโขมชิ้นใหญ่มาลวก แล้วนำไปผัดปรุงรสเล็กน้อย ก่อนจะนำใส่ถ้วย แล้ววางทับด้วยพาเมซานชีส และ มอสซาเรลลาชีส นำเข้าตู้อบให้ร้อนและชีสละลาย เมนูนี้ทั้งหอม มัน นุ่ม รับรองว่าถูกใจคนรักชีสแน่นอน
      
       ต่อกันด้วย สปาเกตตี้ไส้กรอกอิตาเลียน (75 บาท) ทางร้านใช้เส้นสปาเกตตี้ที่ลวกแล้วมาผัดกับเพสโต้ซอสที่ทำเอง ผัดพร้อมกับไส้กรอกอิตาเลียน และใบโหระพา โรยหน้าด้วยพริกแห้งทอดกรอบ จานนี้เป็นลูกผสมระหว่างไทยกับอิตาเลียนที่รสชาติไม่จัดจ้านเกินไป ออกเผ็ดๆ หอมๆ ไส้กรอกก็ได้รสชาตินุ่มๆ เข้ากันดีทีเดียว
สปาเกตตี้ไส้กรอกอิตาเลียน
       และยังมี หมูทอดสอดไส้ชีส (125 บาท) ที่นุ่มอร่อยด้วยการนำเนื้อหมูสันในมาประกบกับแผ่นชีส แล้วนำไปคลุกแป้งและเกล็ดขนมปัง แล้วทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมกับผัดสลัด ซอสมายองเนสรสเข้มข้นหอมมัน และซอสสูตรพิเศษของร้านที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เข้ากันกับเนื้อหมูนุ่มๆ มันๆ ด้วยชีส
หมูทอดสอดไส้ชีส
       ปิดท้ายด้วยเมนูเด็ดขึ้นชื่อของร้าน สเต็กเนื้อโพนยางคำ (ราคามตามน้ำหนัก เริ่มต้นที่ 195 บาท) ที่เลือกใช้เนื้อโคขุนไทย-เฟรนซ์ เน้นเฉพาะส่วนที่มีเอ็นน้อย แล้วนำไปย่างจานต่อจานโดยไม่ต้องหมัก เพราะจะได้ลิ้มรสชาติหวานธรรมชาติของตัวเนื้อ เวลาเสิร์ฟจะโรยหน้าด้วยพริกไทยอ่อน มาพร้อมกับมันบด เฟรนช์ฟรายส์ ขนมปัง ผักสลัด ซอสมายองเนส และน้ำเกรวี่ ชิมเนื้อแล้วนุ่ม ไม่เหนียว จะกินคู่กับน้ำเกรวี่ ซอสพริก หรือซอสมะเขือเทศ ก็ได้ตามใจชอบ
สเต็กเนื้อโพนยางคำ
       นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูน่าชิมอีก อย่างเช่น สปาเก็ตตี้หอยลาย (65 บาท) ไส้กรอกรวมเยอรมัน (150 บาท) กระทะจานร้อนรวมมิตรทะเล (150 บาท) ลาซานญ่าหมู/เนื้อ (95 บาท) เป็นต้น และถ้าหากว่าอยากมาลองลิ้มเมนูอร่อยที่ร้าน “Peppercorns” แห่งนี้ ก็ขอแนะนำให้โทรมาจองโต๊ะล่วงหน้าก่อน จะได้ไม่ต้องมาหิ้วท้องรอคิว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “Pepper Corns” ตั้งอยู่ที่ 150/8 ถ.ประชาราษฎร์สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. การเดินทางให้ใช้ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ตรงไปทางแยกบางโพ ก่อนจะถึงแยกบางโพประมาณ 100 เมตร จะเห็นร้านอยู่ตรงข้ามกับสำนักงานกฎหมายธรรมนิติ รับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ (เน้นบุฟเฟ่ต์) สามารถจอดรถได้ที่หน้าร้าน และซอยด้านข้างร้าน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.00-21.30 น. โทร. 0-2912-5853

“อัยย์ การ์เด้น” หอมอบอวลในสวนแห่งความรัก

ด้านหน้าร้านอัยย์ การ์เด้น
       เทศกาลวาเลนไทน์แบบนี้“ผ่านมาแวะกิน” รู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆตัวมันช่างหวานหอมเสียเหลือเกิน หลายๆคนอาจจะเตรียมของขวัญเอาไว้เซอร์ไพรส์หวานใจในวันแห่งความรักกันเรียบ ร้อยแล้ว ส่วนใครที่ยังโสดก็ไม่ต้องนั่งเหี่ยวแห้งอยู่คนเดียว ลองชวนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ออกไปเติมความหวานให้กับชีวิตกันดีกว่า
      
       วันนี้เราเลยอยากจะชวนมาหาของหวานอร่อยๆ กินกันที่“อัยย์ การ์เด้น” ร้านน่ารักน่านั่ง ที่อยู่ในโครงการนิฮอนมาชิ ซ.สุขุมวิท 26
อีกหนึ่งมุมน่ารักๆ ในร้าน
       “อัยย์ การ์เด้น” หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “ai garden” ที่คำว่า ai มาจากภาษาญี่ปุ่น แปลว่าความรัก ส่วน garden ก็คือสวน ความหมายโดยรวมของร้านก็คือ สวนแห่งความรัก ซึ่งร้านนี้ก็เกิดมาจากการรวมตัวกันของคนในครอบครัว ที่อยากจะเปิดร้านน่ารักๆ และมีของอร่อยไว้ให้ลองชิม
      
       สไตล์การตกแต่งร้านเป็นแบบโมเดิร์นเจแปนนิส เน้นโทนสีชมพู-ขาว ที่ทำให้เหมือนได้นั่งอยู่ในสวนสวยด้วยการเพิ่มหญ้าเทียมสีเขียวสด พร้อมด้วยเก้าอี้หวายเทียมนั่งสบาย แถมท้ายด้วยการมีแมกกาซีนทั้งไทยและญี่ปุ่นให้เลือกอ่านกัน
      
       ส่วนอาหารของร้านนี้ก็มีให้เลือกชิมทั้งเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น ไอศกรีมโฮมเมดหลากรสชาติ ที่สลับสับเปลี่ยนมาให้ลิ้มลอง รวมทั้งยังมีกาแฟสไตล์อิตาเลียน และอาหารเบาๆ เอาไว้รองท้อง ซึ่งในช่วงวาเลนไทน์แบบนี้ก็มีเมนูพิเศษมาเพิ่มความหวานหอมอีกด้วย
Valentine Waffle
       มาลองชิมเมนูพิเศษอย่างแรก Valentine Waffle (175 บาท) ที่เป็นวาฟเฟิลสูตรเด็ดสไตล์ญี่ปุ่น มีความนุ่มและหวานขมกำลังดี จากช็อกโกแลตที่ผสมอยู่ในวาฟเฟิล เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมสตรอเบอรี่โอมเมดเปรี้ยวๆ หวานๆ พร้อมด้วยสตรอเบอรี่สด ซอสสตรอเบอรี่ วิปปิ้งครีมสด และโรยผงโกโก้ที่ด้านบนเพิ่มความสวยงาม จานนี้นอกจากจะหน้าตาน่ารักแล้วก็ยังมีความอร่อยที่เข้ากันดีของวาฟเฟิลกับ ไอศกรีม และความนุ่มมันของวิปปิ้งครีมที่ตัดกับซอสสตรอเบอรี่ ส่วนถ้าใครไม่ชอบไอศกรีมสตรอเบอรี่ก็สามารถขอเปลี่ยนรสชาติได้
ai love strawberry parfait
       เมนูถัดมาคือ ai love strawberry parfait (129 บาท) เป็นพาร์เฟ่ต์สไตล์หวานๆ ที่ชั้นล่างเป็นเยลลี่สตรอเบอรี่ ตามมาด้วยวิปปิ้งครีม คอนเฟล็ก ไอศกรีมสตรอเบอรี่ ส่วนด้านบนจะมีวิปปิ้งครีม มาชเมลโล ชิ้นสตรอเบอรี่สด และซอสสตรอเบอรี่ที่ราดมาเพิ่มความอร่อย เมนูนี้ชิมแล้วจะออกหวานๆ เย็นๆ แต่แอบเปรี้ยวเล็กน้อย คล้ายๆ รสชาติของความรัก
      
       และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูพิเศษ Love Soda (95 บาท) เป็นน้ำหวานผสมโซดาสไตล์ญี่ปุ่น ที่ใช้น้ำหวานรสสตรอเบอรี่ ผสมกับน้ำหวานกลิ่นกุหลาบ แล้วเทโซดาลงไป เสิร์ฟมาเย็นๆ ในแก้วที่ใส่น้ำแข็ง และเติมความน่ารักด้วยชิ้นสตรอเบอรี่ เวลาจะกินต้องคนให้เข้ากัน ซึ่งพอชิมแล้วจะได้รสหวานเปรี้ยวซ่า หอมกลิ่นกุหลาบเย็นชื่นใจ
Love Soda
       ส่วนเมนูปกติของร้านที่เราได้ลองลิ้มอย่าง Super Caramel Matcha Snowberg (129 บาท) ถ้วยนี้ก็ให้อารมณ์น้ำแข็งไสหวานเย็นแบบประยุกต์ ที่นำเอาผงชาเขียวมาปั่นกับนมและน้ำแข็ง ออกมาได้รสชาติชาเขียวนมแบบเข้มข้น โรยหน้าด้วยผงชาเขียว และเสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวนิลา ถั่วแดงกวน คอนเฟล็ก วิปปิ้งครีม และคาราเมล ลองชิมแล้วได้รสชาเขียวเข้มข้น ผสมความหวานของถั่วแดง และไอศกรีมวนิลา ที่เอร็ดอร่อยจนไม่อยากวางช้อน
      
       หรือถ้าหากจะมาลองชิมเมนูอื่นๆ เราก็ขอแนะนำ ai garden brownie (135 บาท) Blue Soda (95 บาท) Tokyo red waffle (175 บาท) white chocolate strawberry layer (115 บาท) และยังมีอีกหลากหลายเมนูที่น่ากินไม่แพ้กัน แต่ในส่วนของเมนูพิเศษจะมีเฉพาะในช่วงเดือนแห่งความรักเท่านั้น
Super Caramel Matcha Snowberg
       ถ้าใครสนใจจะมาเพิ่มความหวานให้กับตัวเอง หรือจะพาหวานใจมานั่งชิลล์ในสวนแห่งความรักแห่งนี้ ก็แวะเวียนมากันได้เลยที่ “อัยย์ การ์เด้น” รับรองว่าระดับน้ำตาลในหัวใจจะพุ่งปรี๊ดกันเลยทีเดียว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “อัยย์ การ์เด้น” ตั้ง อยู่เลขที่ 115 โครงการนิฮอนมาชิ ห้อง 106 ซ.สุขุมวิท 26 เขตคลองเตย กทม. การเดินทาง จาก ถ.สุขุมวิท ให้เลี้ยวเข้า ซ.สุขุมวิท 26 แล้ววิ่งตรงมาเรื่อยๆ จนเกือบถึง ถ.พระราม 4 จะเห็นทางเลี้ยวซ้ายเข้าสู่โครงการนิฮอนมาชิ ร้านอัยย์ การ์เด้นจะอยู่ที่ชั้น 1 ใกล้กับบันไดทางขึ้นชั้น 2 สามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดรถของโครงการ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.30-22.00 น. โทร. 08-9033-2266, 08-5825-9888

อร่อยริมน้ำ “ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำคลองขุดมหาสวัสดิ์”

บรรยากาศสบายๆ ริมน้ำ
       การได้นั่งกินอาหารอร่อยๆ ที่ริมน้ำลมพัดเย็นๆ เป็นบรรยากาศที่เมื่อไหร่ก็ให้ความสุขกับเราเสมอ “ผ่านมาแวะกิน” ก็เลยอยากจะชวนทุกคนไปพักผ่อนสบายๆ กันที่ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำคลองขุดมหาสวัสดิ์” ที่มีก๋วยเตี๋ยวต้มยำรสเด็ดให้เราได้มาลิ้มลองกันด้วย
      
       ร้านนี้เปิดขายกันมากว่า 40 ปีแล้ว โดยเริ่มจากที่ คุณลุงสมพงษ์ ฟักฟูทอง พายเรือขายก๋วยเตี๋ยวต้มยำแบบโบราณอยู่ในคลองมหาสวัสดิ์ และพอมาในระยะหลังๆ ก็ย้ายขึ้นมาขายบนบก อยู่ภายในบ้านของคุณลุงเองที่อยู่ริมคลอง
คุณลุงสมพงษ์ ฟักฟูทอง
       ทางด้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่เป็นที่ขึ้นชื่อของร้าน ก็เป็นสูตรแบบดั้งเดิมของคุณลุงสมพงษ์ ที่เวลาเสิร์ฟก็จะปรุงรสมาให้เสร็จสรรพเรียบร้อย ใส่ทั้งถั่วลิสงบด น้ำตาลทราย น้ำปลา พริกป่น และน้ำมะนาว ซึ่งเคล็ดลับความอร่อยของที่นี่ก็คือใช้ของสดใหม่ คุณภาพดี อย่างเช่นพวกพริกป่น ถั่วลิสงคั่ว ทางร้านก็จะทำเองใหม่ๆ ได้กลิ่นหอมและรสอร่อย ส่วนความเปรี้ยวก็ได้จากน้ำมะนาวแท้ๆ ที่ไม่ว่าจะมีราคาแพงเท่าไหร่ก็ใส่มาเพื่อรสชาติที่ดี
เส้นเล็กต้มยำ
       น้ำซุปของที่นี่จะใช้กระดูกหมูมาเคี่ยว แล้วปรุงรสอีกเล็กน้อย ให้ได้น้ำซุปที่หอมหวน รสชาติกลมกล่อม และส่วนประกอบอื่นๆ อย่างเช่น เนื้อหมูก็เลือกใช้เนื้อหมูส่วนสันมาหั่น แล้วลวกให้สุก เครื่องในต่างๆ คือ ตับหมู หัวใจ ไส้ กระเพาะ ก็จะนำมาทำความสะอาด และลวกให้สุก
      
       มาลองชิม เส้นเล็กต้มยำ (30 บาท พิเศษ 40 บาท) ที่กลิ่นหอมหวนชวนหิว หน้าตาสีสันชวนน้ำลายไหล ลิ้มรสน้ำต้มยำแล้วเข้มข้นโดนใจ ทั้งเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน เนื้อหมูและหมูสับก็นุ่มอร่อย เครื่องในนุ่มไม่คาว ไม่มีกลิ่นสาบ
บะหมี่แห้งต้มยำ
       ส่วนชามนี้คือ บะหมี่แห้งต้มยำ (30 บาท พิเศษ 40 บาท) ที่อร่อยโดนใจไม่แพ้กัน และที่พิเศษก็คือ เส้นบะหมี่ของร้านนี้ทำเองสดๆ วันต่อวัน โดยจะเป็นบะหมี่ไข่เส้นกลม ไม่ใส่สีเพิ่มเติม สีของเส้นบะหมี่จะออกเหลืองนวลๆ พอนำมาลวกสุกแล้วก็จะนุ่มเหนียวน่ากิน
      
       อ้อ…ระดับความเผ็ดของต้มยำนั้นก็สั่งได้ตามชอบ ว่าจะเผ็ดมากเผ็ดน้อยขนาดไหน แต่ถ้าหากว่าใครไม่กินเผ็ด ก็สั่งน้ำใสมาชิมแทนก็ได้ อย่างชามนี้ เส้นใหญ่น้ำใส (30 บาท พิเศษ 40 บาท) ที่ลองชิมน้ำซุปแล้วก็กลมกล่อมดี เรียกว่าอร่อยไม่แพ้ต้มยำเหมือนกัน
เส้นใหญ่น้ำใส
       แต่ถ้าอิ่มกันแล้ว ก็แนะนำให้สั่ง เต้าทึงเย็น (20 บาท) มากินกันเย็นๆ ชื่นใจ เครื่องเต้าทึงต่างๆ ก็มี เฉาก๊วย พุทราเชื่อม ถั่วแดง เม็ดบัว ลูกชิด แห้ว รากบัว และแปะก๊วย ที่ทางร้านนำมาต้มเองทั้งหมด แล้วตักเครื่องใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำเชื่อม ใส่น้ำแข็งเกล็ดให้เย็นๆ ขนมถ้วยนี้ทั้งหวานทั้งหอม กินกันได้ไม่เบื่อ
      
       นอกจากนี้ ที่ร้านก็ยังมีน้ำหวานๆ ไว้ให้ดื่มแก้กระหายกันด้วย มีทั้ง น้ำลำไย น้ำเก๊กฮวย และน้ำกระเจี๊ยบ (แก้วละ 10 บาท) ที่ทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ นำมาต้มเองทั้งหมด ได้น้ำที่ไม่หวานมาก แต่ดื่มแล้วชื่นใจ
เต้าทึงเย็น
       ซึ่งหากใครอยากจะมาลองชิมก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรเด็ดกันที่นี่ ขอแนะนำให้โทรมาสอบถามก่อนว่าร้านเปิดหรือไม่ เพราะบางวันอาจจะปิดไปออกร้านข้างนอก จะได้มาไม่เสียเที่ยว
      
       ใครที่ชอบกินของอร่อยๆ ริมน้ำแบบนี้ ก็มากันได้ที่ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำคลองขุดมหาสวัสดิ์” รับรองว่ามาชิมแล้วจะติดใจ
น้ำเก๊กฮวย ลำไย และกระเจี๊ยบ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำคลองขุดมหาสวัสดิ์” ตั้ง อยู่ที่ 160/1 ม.2 ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี การเดินทางถ้ามาจากสะพานพระราม 5 ให้วิ่งตรงมาเรื่อยๆ บน ถ.นครอินทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.กาญจนาภิเษก (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) ให้วิ่งชิดซ้ายในเส้นคู่ขนานด้านนอกมาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร สังเกตซอย ถ.ปลายบาง (จะมีป้ายบอกทางไปวัดศรีเรืองบุญ) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป แล้ววิ่งตรงไปตามทางหลักอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จนถึงทางบังคับเลี้ยวซ้ายที่เป็นหัวโค้งใหญ่ ทางขวามือจะมีป้ายบอกทางไปบ่อตกปลาลุงวาน ให้เลี้ยวเข้าซอยนั้น เป็นถนนลูกรังขรุขระ เมื่อถึงริมคลองให้จอดรถได้ ส่วนตัวร้านให้เดินไปทางซ้ายเล็กน้อย จะมีป้ายร้านบอกให้เลี้ยวขวาเดินเข้าไปในบ้านริมคลอง ทางร้านรับออกงานภายนอก เปิดทุกวัน เวลา 08.00-13.00 น. (ควรโทรศัพท์ไปสอบถามก่อนเพราะบางวันอาจปิดร้าน) โทร. 0-2985-1899, 08-1495-6874, 08-1836-9242

หอมหวาน มันกรอบ “ขนมครกเข้าวัง” มนต์ขลังขนมไทย อร่อยจนลืมอิ่ม

บริเวณร้านขนมครกเข้าวัง
       ขนมไทยๆ ที่มีส่วนผสมหลักเป็นกะทิอย่าง “ขนมครก” ที่ให้ทั้งความหอมและความหวาน ก็เป็นที่ถูกปากของใครหลายๆ คน แถมยังหาซื้อกินกันได้ง่าย มีขายกันทุกตลาดทั้งเช้าสายบ่ายค่ำ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหน้าแบบเดิมๆ ทั้งต้นหอม ข้าวโพด เผือก
      
       แต่ถ้าหากอยากจะกินขนมครกที่หน้าแตกต่างออกไป และมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม “ผ่านมาแวะกิน” ก็จะพาไปลองชิมกันที่ร้าน “ขนมครกเข้าวัง” ที่อยู่ตรงข้ามตลาดราชวัตร
กรรมวิธีหยอด-แคะ ขนมครก
       เห็นเป็นร้านตั้งอยู่ริมถนนแบบนี้ แต่ก็ขายกันมาเกือบ 30 ปีแล้ว ซึ่งสูตรของขนมครกก็เป็นสูตรดั้งเดิมที่นำมาปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยมาก ขึ้น ความอร่อยของขนมครกร้านนี้ การันตีได้จากที่ต้องมีบัตรคิวมานั่งรอซื้อกันเลยทีเดียว และนอกจากที่สาขานี้แล้ว “ขนมครกเข้าวัง” ก็ยังมีอีกสองสาขา คือ สาขาที่ตั้งอยู่ข้างตลาดบองมาร์เช่ และบริเวณปากซอยประชาชื่น 24 ซึ่งทั้งสามสาขาจะใช้สูตรเหมือนกันกัน จึงการันตีได้ว่าความอร่อยนั้นเป็นมาตรฐานเดียวกัน
      
       ตัวขนมครกจะแบ่งส่วนผสมออกเป็น 2 อย่าง คือ แป้งและกะทิ โดยจะใช้แป้ง 2 ส่วน กะทิ 1 ส่วน ตัวแป้งนั้นใช้แป้งข้าวเจ้า แป้งอเนกประสงค์ ข้าวสุก น้ำตาล และเกลือมาปั่นผสมรวมกัน เติมน้ำปูนใสลงไปแล้วนำมากรองก่อนจะหยอดในหลุมขนมครกบนเตา ส่วนกะทิก็จะใช้หัวกะทิคั้นใหม่ๆ ผสมกับน้ำตาล และเกลือ ปรุงรสให้ออกหวานนำเค็มตาม จากนั้นก็หยอดตามลงไปในหลุม
ขนมครกหน้าดั้งเดิม
       ขนมครกของร้านนี้จะมีทั้งหมด 5 แบบ คือ หน้าดั้งเดิม จะเป็นหน้ากะทิล้วนๆ ที่หอมมันหวานกลมกล่อม ไม่หวานแหลมจนแสบคอ หน้าแปะก๊วย ที่ใช้แปะก๊วยลูกใหญ่มาต้มทั้งลูก แล้วใส่ไปบนหน้าขนมครก ชิมแล้วแปะก๊วยไม่ขม เคี้ยวกันเพลินๆ หน้าอัลมอนต์ จะใช้เอล็ดอัลมอนต์มาอบจนกรอบ แล้วใส่บนหน้าขนมครก นี่ก็เคี้ยวแล้วมันกรอบหอม เป็นที่ถูกใจเช่นกัน
      
       ส่วนหน้าฝอยทอง ก็จะนำฝอยทองมาอบจนกรอบ ก่อนจะใส่ลงไปบนขนมครก ตัวฝอยทองก็ไม่ได้หวานมากเกินไป กินพร้อมๆ กันแล้วก็อร่อยดี และหน้าสุดท้าย คือหน้ากุ้ง ที่ทางร้านใช้เนื้อกุ้งสดมาสับ ผัดกับกระเทียม พริกไทย รากผักชีที่โขลกละเอียด มะพร้าวขูด และใบมะกรูดฝอย ก็จะได้เป็นหน้ากุ้งที่มาใส่บนขนมครก ชิ้นนี้จะออกเค็มๆ หอมๆ เผ็ดพริกไทยเล็กน้อย
ขนมครกทรงเครื่อง
       สนนราคาขายของขนมครกหน้าดั้งเดิมมีตั้งแต่ 20, 30 และ 40 บาท ส่วนหน้าทรงเครื่องขายในราคา 40 บาท ซึ่งก็เลือกได้ว่าอยากจะกินหน้าไหนบ้าง
      
       จุดเด่นของขนมครกที่นี่ก็คือความกรอบ ซึ่งก็มีเทคนิคในการกินเล็กน้อย คือ ถ้าซื้อใส่กล่องมาแล้ว ทางร้านแนะนำให้เดินถือไปก่อน ยังไม่ต้องใส่ถุงหิ้ว เพราะไอน้ำจากความร้อนจะทำให้ขนมครกนิ่ม ไม่กรอบอร่อย แต่ถ้าจะกินเลยก็ต้องระวังร้อนลวกลิ้น ฉะนั้นอย่าลืมเป่าก่อนกิน
ระบายความร้อนเพิ่มความกรอบอร่อย
       ส่วนถ้ามาแล้วก็แนะนำให้ลองชิม ลูกชิ้นหมูปิ้ง (ไม้ละ 10 บาท) ที่ทางร้านทำเอง ไม่ได้ใส่แป้ง สารคงความกรอบ และวัตถุกันเสีย มีให้เลือกทั้งเนื้อหมู และเอ็นหมู ที่อร่อยนุ่มหนึบไม่แพ้กัน จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดก็ยิ่งเคี้ยวมัน
      
       ได้ลิ้มลองขนมครกร้อนๆ ที่หอมหวานมัน แถมด้วยลูกชิ้นหมูปิ้งอีกสักหน่อย “ผ่านมาแวะกิน” ก็อร่อยเพลิดเพลิน จนลืมอิ่มกันเลยทีเดียว
ลูกชิ้นหมูปิ้ง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ขนมครกเข้าวัง” ตั้งอยู่ตรงข้ามกับตลาดราชวัตร บน ถ.นครไชยศรี การเดินทาง จากแยกศรีย่าน ให้วิ่งตรงมาบน ถ.นครไชยศรี เมื่อผ่านแยกราชวัตรแล้ว ให้สังเกตทางซ้ายมือ จะเห็นร้านตั้งอยู่ริมถนน ตรงข้ามกับตลาดราชวัตร ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย ร้านเปิดทุกวัน เวลา 17.00-23.00 น. โทร. 08-1916-0974, 0-2241-3840, 0-2591-5998 ส่วนอีกสองสาขา ตั้งอยู่ข้างตลาดบองมาร์เช่ และปากซอยประชาชื่น 24

“ข้าวแกงป๋าทวี” เมนูเด็ด รสดีชวนกิน

หน้าร้านข้าวแกงป๋าทวี
       “ข้าวแกง”หรือ “ข้าวราดแกง” เป็น อาหารกินง่าย และหากินง่ายได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเช้าสายบ่ายเย็น ไปจนถึงค่ำมืด มีร้านขายข้าวแกงให้กินกันตลอด แต่ว่าถ้าจะหาข้าวแกงเจ้าเด็ดรสอร่อยนั้น คงต้องเสาะหากันหน่อย อย่างกับที่“ผ่านมาแวะกิน” ไปเสาะหาเจอข้าวแกงเจ้าเด็ดในมื้อนี้เข้า
      
       สำหรับร้านที่ว่านั้นชื่อ “ข้าวแกงป๋าทวี” ตั้ง อยู่ที่ย่านสะพานหัน เป็นร้านข้าวแกงที่ยังคงสูตรเด็ดและคงเส้นคงวาในความอร่อยมาร่วม 50 ปี ทำให้ลูกค้าที่เคยมาลิ้มลองติดใจต้องแวะเวียนมาลิ้มรสอยู่เสมอ ซึ่งสูตรเด็ดเคล็ดลับของร้านนี้ก็คือ ความสด สะอาด และคุณภาพของวัตถุดิบ ที่ทางร้านเลือกสรรของสดของแห้งมาปรุงแบบพิถีพิถัน ในแต่ละวันก็จะมีข้าวแกงประมาณ 40 - 60 ชนิด หมุนเวียนกันออกมาเรื่อยๆ แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลกินเจ ที่นี่ก็จะขายเฉพาะอาหารเจเท่านั้น
      
       นอกจากข้าวแกงที่นี่จะรสชาติดีแล้ว ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด ถ้าหากว่ากินข้าวราดแกง 1 อย่าง 20 บาท, ราดแกง 2 อย่าง 30 บาท ส่วนถ้าจะสั่งกับข้าวแยกเป็นจานๆ ก็คิดอย่างละ 30 บาท และข้าวสวยจานละ 5 บาท
หมูหวานและหมูเค็ม
       สำหรับเมนูเด็ดของร้านข้าวแกงป๋าทวีที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ ได้แก่ หมูหวาน และ หมูเค็ม (ขีดละ 40 บาท กิโลกรัมละ 400 บาท) ทั้งสองอย่างนี้ใช้เนื้อหมูสามชั้นเลาะมันออก ในส่วนของหมูหวานนั้นจะนำเนื้อหมูลงไปทอด ก่อนจะนำมาคลุกกับน้ำตาลเคี่ยวที่ปรุงรสไว้แล้ว ลองชิมแล้วเนื้อหมูนุ่มๆ รสชาติหวานๆเค็มๆ ส่วนหมูเค็มนั้นก็จะนำเนื้อหมูสามชั้นไปหมักก่อน แล้วค่อยนำไปทอดให้สุกเหลืองให้รสชาติหอม นุ่ม เค็มกำลังดี เรียกว่าอร่อยไปคนละแบบกับหมูหวาน
      
       ส่วนอีกเมนูหนึ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือ ปลาทูอบน้ำอ้อย (ตัวละ 40 บาท) เมนูนี้ใช้ปลาทูสดตัวโตสั่งตรงจากแม่กลอง นำมาเคี่ยวอบไปกับน้ำอ้อย และอ้อยที่หั่นเป็นท่อนๆ ประมาณ 4 ชั่วโมง จะได้ปลาทูอบน้ำอ้อยหน้าตาน่ากินออกมาให้ลองชิมกัน ซึ่งลองแล้วเนื้อปลาทูนุ่มมัน หวานกลมกล่อมอร่อยดี หรือจะเพิ่มรสชาติอีกสักนิดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ได้
ปลาทูอบน้ำอ้อย
       ผัดหน่อไม้ดอง จานนี้ก็น่าลอง ทางร้านใช้หน่อไม้ดองมาต้มหลายรอบเพื่อจะให้ได้หน่อไม้ที่ไม่มีกลิ่นสาบ จากนั้นนำมาผัดกับพริกแกง และเนื้อปลากรายปรุงรสที่ทางร้านทำเอง เคี่ยวอยู่นานจนเข้าเนื้อ กินแล้วหน่อไม้อ่อน ได้รสชาติของพริกแกง ส่วนเนื้อปลากรายนุ่ม เหนียว ไม่คาว
      
       เมนูถัดมาคือ แกงลูกชิ้นเขียวหวานฟัก ที่ทางร้านตำ เครื่องแกงเขียวหวานเอง ได้กลิ่นหอมและรสชาติเครื่องเทศจัดจ้าน ตัวลูกชิ้นก็ทำมาจากเนื้อปลากรายแท้ๆ นำมาปรุงรสเล็กน้อย แกงถ้วยนี้อร่อยเข้มข้น หอมมันจากกะทิ เผ็ดไม่มากนัก เนื้อปลากรายเหนียวนุ่มเด้งดี
ผัดหน่อไม้ดอง
       ต่อกันด้วย มะระยัดไส้ ที่เคี่ยวกันนานจนเปื่อยนุ่ม มะระไม่ขม ส่วนไส้มะระที่ทำจากหมูสับก็รสดี ลองซดน้ำซุปร้อนๆ แล้วคล่องคอมาก หรือจะลองชิม แกงส้มชะอมทอด ถ้วยนี้ก็อร่อยกลมกล่อม ไม่เผ็ด ทางร้านจะทำน้ำแกงส้มด้วยเครื่องแกงที่ตำเอง แล้วแยกไว้ก่อน ถ้ามีคนสั่งก็จะนำชะอมชุบไข่ทอดที่ทำไว้มาราดด้วยน้ำแกงส้ม และเนื้อกุ้งลวกสุก
      
       สุดท้ายมาลิ้มลอง ปูจ๋าไข่เค็ม ที่ทำจากเนื้อหมูผสมเนื้อปู และกระเทียม ปรุงรส ก่อนจะใส่ไข่แดงเค็มทั้งลูก แล้วนำไปทอดสุก และอีกเมนูคือ กุ้งกระเทียม ที่ใช้กุ้งแม่น้ำมาทอดกระเทียมพริกไทยแล้วปรุงรสเล็กน้อย สองเมนูสุดท้ายนี้ก็อร่อยจนต้องขอสั่งข้าวเปล่ามากินเพิ่มอีกจาน
แกงลูกชิ้นเขียวหวานฟัก
       นอกจากที่ได้ลองชิมกันไปแล้ว ก็ยังมีอีกหลายเมนูที่เอร็ดอร่อยไม่แพ้กัน อย่างเช่น ไก่อบยอดคะน้า ปลาดุกกรอบ ฉู่ฉี่พุงปลาช่อน ผัดลูกชิ้นมะเขือ เป็นต้น
      
       ถ้าหากว่าอยากจะมาลองชิมกันก็มาได้ที่ร้าน “ข้าวแกงป๋าทวี” ตรงสะพานหัน ที่ละลานตาไปด้วยข้าวแกงหลากหลายเมนูอร่อย เรียกว่าเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ข้าวแกงป๋าทวี” ตั้งอยู่ในซอยเชิงสะพานเหล็ก ฝั่งที่จะไปแยกเมอร์รี่คิงส์ เมื่อลงจากสะพานหันแล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็กๆ ที่อยู่เชิงสะพาน เดินตรงเข้าไปประมาณ 20 เมตร จะถึงร้านข้าวแกงป๋าทวีที่อยู่ด้านในสุด (สังเกตจากป้ายร้านที่อยู่ตรงกลางทางเดิน) ทางร้านรับทำข้าวกล่อง และจัดบุฟเฟ่ต์นอกสถานที่ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00-16.30 น.โทร. 08-1916-5053