ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"โลบะ(แม่ย่านาง)"ภูเก็ต รสเด็ด เจ้าเก่า

โลบะ แม่ย่านาง ร้านขึ้นชื่อแห่งภูเก็ต
       สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส ย่านเมืองเก่าในภูเก็ต ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในเมืองไทย
      
       “ผ่านมาแวะกิน” นานๆจะมีโอกาสไปภูเก็ตสักครั้ง นอกจากการเที่ยวทะเลแล้ว การเดินทอดน่องชมอาคารเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ไม่ยอมพลาดด้วยประการทั้งปวง
      
       หลังใช้เวลาเดินเที่ยว ถ่ายรูป และพูดคุยกับชาวบ้านอยู่ร่วมๆ 3 ชั่วโมง จนท้องหิวกิ่ว เราจึงสอบถามชาวบ้านถึงอาหารร้านอร่อยในละแวกเมืองเก่าได้ความว่ามีอยู่หลาย ร้านเชียวล่ะ แล้วแต่ว่าอยากจะกินแบบไหน
      
       งานนี้ไหนๆเมื่อมาภูเก็ตทั้งทีก็ขอเลือกลองลิ้มอาหารพื้นเมืองสัก หน่อย คำตอบที่ได้ก็ยังมีหลายร้านอยู่ดี แต่ว่าที่เราสนใจเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็น“โลบะ” ที่นานๆจะมีโอกาสได้กินสักที
โลบะ สดๆใหม่ๆพร้อมน้ำจิ้ม
       โลบะ ชื่อนี้อาจจะฟังแปลกสำหรับหลายๆคน แต่นี่คืออาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของภูเก็ต ทำจาก หัวหมู หมู 3 ชั้น เครื่องในหมูต้มพะโล้ ร่วมด้วยต่าวกั้ว(เต้าหู้ทอด)หรือต่าวกั้วจี่(เต้าหู้เหลืองผ่าเฉียงสาม เหลี่ยมใส่ไส้พวกแห้ง กุ้ง) แห่จี่(แป้งปสมถั่วงอก กุ้ง แล้วนำไปทอด) เกี้ยน(หมูสับกับไส้อื่นๆ อาทิ กุ้ง ปู มันแกว ห่อด้วยฟองเต้าหู้ นำไปนึ่งให้สุกแล้วจึงชุบแป้งทอดอีกที) ซึ่งแต่ละร้านจะมีสูตรและเครื่องคล้ายกันแต่แตกต่างในรายละเอียด โดยก่อนกินจะนำไปทอดร้อนๆอีกที
โลบะชวนกิน
       สำหรับร้านโลบะเจ้าเด็ดเจ้านี้ ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลเจ้าแม่ย่านาง เดิมเป็นร้านไม่มีชื่อ แต่ฝีมือการทำโลบะขึ้นชื่อนัก จนหลายๆคนเรียกกันติดปากว่า “โลบะ แม่ย่านาง” ร้านนี้ขายโลบะมายาวนานหลายสิบปี(ประมาณ 3 รุ่นเห็นจะได้) ทางร้านได้สูตรเก่าแก่มาจากแม่เฒ่าโดยเฉพาะสูตรทำเกี้ยนที่เป็นสูตรพิเศษ
บรรยากาศร้านเล็กๆแต่สะอาดสะอ้าน
       พอเราไปถึงที่ร้านก็ได้กลิ่นหอมของหมู(ต้ม)ทอดโชยมายั่วน้ำลาย จึงลงมือสั่งโลบะแบบใส่ทุกอย่างมากิน ที่ก็มีทั้ง หมู 3 ชั้น หูหมู ไส้ ปอด เต้าหู้ เกี๊ยน แห่จี่ ที่ทอดมาสดๆร้อนๆ พร้อมด้วยแตงกวาเอาไว้ให้กินแกล้ม
หมู 3 ชั้น และเครื่องในพะโล้
       โลบะที่นี่ ในส่วนต่างๆของหมูนั้นเคี้ยวแน่นหนึบ ไร้คาว เพราะทางร้านใช้หมูสดใหม่ทุกวัน ด้านเครื่องอย่างอื่น อย่าง เต้าหู้ เกี๊ยน แห่จี่(ที่นี่ใส่มันแกวผสมในแป้งด้วย)ก็ทอดออกมาได้รสกลมกล่อม ส่วนน้ำจิ้มนั้นถือเป็นสูตรเด็ดของทางร้านเพราะผสมด้วยน้ำมะขามและน้ำ กระเทียมสด ที่ให้รสชาติเข้มข้น เหนียว หอม กินกับเครื่องโลบะเข้ากันดีนัก แถมยังช่วยตัดความเลี่ยนมันของอาหารทอดได้ดีนักแล
แม่ค้ากำลังทำหมี่หุ้นกระดูกหมู
       โลบะร้านนี้ขายกันในราคาตั้งแต่ 30 บาทขึ้นไป ตามแต่ลูกค้าจะสั่งมากหรือน้อย นอกจากนี้ทางร้านยังมีหมี่หุ้นกระดูกหมู(20 บาท)ขายเคียงคู่กันไป
      
       สำหรับคนที่ไปภูเก็ตแล้ว หากอยากกินอาหารพื้นเมืองอย่างโลบะ ร้านโลบะ แม่ย่านาง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของความอร่อยที่ผู้สนใจสามารถไปลิ้มลองกันได้ตามแต่ ใจปรารถนา
       *****************************************
      
       ร้านโลบะ(แม่ย่านาง) ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 143 ถ.กระบี่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต (ตรงข้ามศาลเจ้าแม่ย่านาง) เปิดขายทุกวัน ยกเว้นวันพระ ตั้งแต่ 9.00 -16.00 น. โทร. 0-7621-0201

"ข้าวซอยเชียงใหม่" อร่อยในกรุงเทพฯ

บรรยากาศร้านข้าวซอยเชียงใหม่
       มีโอกาสไปแอ่วเมืองเหนือทีไร "ผ่านมาแวะกิน" เป็นต้องเรียกร้องหาอาหารพื้นเมืองอย่างข้าวซอยกินอยู่ร่ำไป แต่เมื่อไม่มีเวลาว่างที่จะได้ไปแอ่วเหนือกับเขาสักที และปากท้องมันอยากกินอาหารเหนืออย่างข้าวซอยขึ้นมาเวลานี้ ก็ถึงคราที่จะต้องออกตามหาว่าในเมืองกรุงนี้มีร้านขายข้าวซอยรสเด็ดบ้าง ไหม??
      
       แล้วสวรรค์ก็เป็นใจให้เรามาเจอะเจอจนได้กับร้าน "ข้าวซอยเชียงใหม่" เจ้าเด็ดที่ไม่ได้ตั้งอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ตั้งอยู่ตรงสุโขทัยซอย 5 ในกรุงเทพฯ ใกล้ๆ แค่นี้เอง
ลุงชลอ และป้าศศิธร พงษ์พิบูลย์ เจ้าของร้านข้าวซอยเชียงใหม่
       ร้าน "ข้าวซอยเชียงใหม่" แค่ชื่อร้านก็บ่งบอกได้แล้วว่าที่นี่ต้องมีเมนูข้าวซอยเป็นอาหารจานเด่นชูโรงประจำร้าน โดยมีเจ้าของร้านคือคุณป้าศศิธร พงษ์พิบูลย์ เป็นผู้ตักขายอยู่หน้าร้าน แล้วมีพ่อครัวฝีมือดีอย่างคุณลุงชลอ พงษ์พิบูลย์ ที่ลงมือทำข้าวซอยด้วยตัวเองแบบสูตรคนเหนือแท้ ที่ลุงชลอคิดค้นปรุงแต่งสูตรเด็ดขึ้นมาเองเพื่อให้ถูกปากคนภาคกลางด้วย
ข้าวซอยไก่ และข้าวซอยกระดูกหมูอ่อน
       ที่ร้านนี้มีข้าวซอยให้เลือกกินหลายอย่าง มีทั้งข้าวซอยน่องไก่ (35 บาท) ที่จะมีน่องไก่โตๆ ใส่มาในข้าวซอยที่มีน้ำแกงเข้มข้นหอมๆ มีเส้นข้าวซอยสีเหลืองเส้นแบนลวกสุก และมีแบบทอดกรอบโรยหน้ามาด้วย และมาพร้อมกับเครื่องเคียงคือ ผักกาดดอง มะนาว หอมแดง และพริกคั่วน้ำมันที่ทางร้านทำเอง ชิมรสชาติข้าวซอยแล้วต้องบอกว่าโดนใจปากมากๆ น้ำแกงข้าวซอยหอมกลิ่นเครื่องแกง ถึงเครื่องกะทิออกรสเครื่องแกงกลมกล่อมกำลังดี
      
       และก็ยังมีข้าวซอยกระดูกหมูอ่อน (30 บาท) ที่ทางร้านจะนำกระดูกหมูส่วนซี่โครงแก้วมาต้มและเคี่ยวกับเครื่องแกงกะทิ แล้วจึงค่อยใส่น้ำแกงข้าวซอย กินแล้วจะได้เคี้ยวกระดูกหมูนุ่มๆ ซี่โครงแก้วกรุบๆ ปาก ยังไม่หมดยังมีข้าวซอยเนื้อไก่ ข้าวซอยหมู และข้าวซอยเนื้อ (ทุกอย่าง 30 บาท) ให้ได้เอร็ดอร่อยกันด้วย
ข้าวหมูอบ
       นอกจากข้าวซอยรสดีแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูอาหารจานเดียวอย่างอื่นที่ชวนกินอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหมูอบ (30 บาท) ที่เนื้อหมูส่วนสันคอและส่วนสันนอกหมักเครื่องปรุงอบจนนุ่มหอมหวานน้ำผึ้งและกลิ่นขิงอ่อนๆ ข้าวเนื้ออบ (30 บาท) เนื้อสันนอกอย่างดีหมักเครื่องยาจีนหลายชนิดและอบจนเนื้อสุกได้ที่กินแล้ว เนื้อนุ่มเคี้ยวอร่อยปากไม่เหนียวไม่สาปหอมกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ แล้วก็ยังมีข้าวกระเพราเนื้อน่องลาย (50 บาท) ขนมจีนไหหลำ (40 บาท) ผัดคะน้าฮ่องกงราดข้าว (40 บาท) ผัดพริกแกงมังสวิรัติ (40 บาท) เรียกว่ามาที่ร้าน "ข้าวซอยเชียงใหม่" เป็นได้อิ่มกับข้าวซอยรสเด่นและอาหารจานเด็ดอีกมากมาย
ข้าวเนื้ออบ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้าน "ข้าวซอยเชียงใหม่" ตั้งอยู่ที่ 328/10 ถ.สุโขทัย 5 แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กทม. การเดินทางถ้ามาจาก ร.ร.วชิราวุธวิทยาลัย วิ่งตรงมาตามถนนสุโขทัย ตรงมาเรื่อยๆ จนมาถึงสุโขทัยซอย 5 เลี้ยวเข้ามาในซอยนิดเดียวจะเห็นร้านข้าวซอยเชียงใหม่ตั้งอยู่ขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดจันทร์-เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา 08.00-15.00 น. โทร. 0-2668-4497, 08-4386-2140

"ณ ชเล" ชวนอิ่มท้องหลากเมนูเด็ด

บรรยากาศโต๊ะนั่งสบายๆ ของร้าน ณ ชเล
       อาทิตย์ก่อนนู้น “ผ่านมาแวะกิน” แวะไปเที่ยวบ้านเพื่อนแถวถนนสวนผัก ย่านตลิ่งชันมา แถวนี้หมู่บ้านจัดสรรเกิดใหม่ขึ้นมากมายเสียจริงเชียว กลายเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ และเป็นแหล่งที่มีอาหารการกินเปิดขายมากมายอยู่เหมือนกัน
บรรยากาศโต๊ะนั่งร่มรื่น
       และในบรรดาร้านอาหารมากมายนั้น มีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่งที่เพื่อนบอกว่าชอบมาฝากท้องอิ่มกับอาหารที่ร้าน นี้เป็นประจำ จนอยากแนะนำให้เรามาลองกินกัน เป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่มีบรรยากาศร้านอันชวนนั่งสบายๆ และมีชื่อร้านเก๋ๆ ว่า "ณ ชเล" ที่ดูชื่อแล้วเหมือนจะขายอาหารทะเล แต่เปล่าเลยร้านนี้กลับขายก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย (30 บาท) ที่ดูน่าชวนกิน และหลังจากที่ได้ลองลิ้มแล้วก็ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังจริงๆ
ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย
       เพราะเป็นก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยสูตรโบราณขนานแท้และทางร้านยังประยุกต์ ปรับปรุงนิดหน่อยให้เป็นแบบสไตล์ของทางร้านเอง คือไม่ใส่เครื่องในแต่ใส่ลูกชิ้นปลาแทน แต่เรื่องความครบเครื่องแบบฉบับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยยังคงไว้เหมือนเดิมคือ มีเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เลือกหลากหลายมีทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่เหลือง วุ้นเส้น เส้นใหญ่ และเส้นเซี่ยงไฮ้
      
       ส่วนน้ำปรุงนั้นเป็นแบบโบราณปรุงแบบชามต่อชาม ใส่น้ำตาลปี๊บ ไชโป้หวาน น้ำมะนาวคั้นสด น้ำปลา พริกและถั่วลิสงที่คั่วเองแบบสดใหม่ ปรุงรสแบบแซบเด็ดก่อนจะนำมาราดบนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีถั่วฝักยาวหั่นแฉลบรอง ชามมา และเครื่องที่ใส่มาก็มีหมูสับปรุงรส หมูย่างสูตรเด็ดที่ทางร้านทำเอง ลูกชิ้นปลาแบบกลมและแบบแบน โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวและผักชีฝรั่งหอมๆ ถ้าสั่งน้ำจะได้ซดน้ำซุปซี่โครงหมูร้อนๆ รสกลมกล่อม กินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยของที่นี่ไม่ต้องปรุงรสเพิ่มเลยยังได้ เพราะทางร้านปรุงรสชาติมาเสร็จสรรพเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ครบรสกำลังดี
ข้าวไก่อบ (บน) ข้าวหมูย่าง (ล่าง)
       แล้วนอกจากก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยรสเด็ดที่ชวนกินแล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูอิ่มท้องอื่นๆ ที่น่าลิ้มรสอีก ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไก่อบ (30 บาท) ข้าวหอมมะลินุ่มๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับไก่อบ ที่ทางร้านเลือกใช้ไก่ส่วนสะโพกมาหมักกับเครื่องเทศและอบจนไก่สุกน่ากิน ราดด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษอีกนิด กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ขอบอกว่าไก่อบเนื้อหนังนุ่มนิ่มได้รสชาติเครื่องหมักกำลังดี
      
       ข้าวหมูย่าง (30 บาท) เป็นอีกหนึ่งจานที่น่ากิน หมูส่วนสันคอติดมันนิดๆ หมักเครื่องเทศย่างมาหอมๆ ราดด้วยน้ำซอสสูตรเด็ด กินกับข้าวสวยร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้ม เนื้อหมูเคี้ยวนุ่มติดมันแบบไม่เลี่ยนจิ้มด้วยน้ำจิ้มแจ่วรสแซบถูกปากดีจริง เชียว
ปากหม้อญวน (บน) ปอเปี๊ยะทอด (ล่าง)
       หรือจะเลือกสั่งเมนูกินเล่นก็มีหลายเมนูที่น่าสนใจ อาทิ ปากหม้อญวน(30 บาท ที่เป็นแป้งนุ่มๆ ข้างในมีไส้หมูสับ เห็ด ต้มหอมและแครอทผัดปรุงรส รสชาติเข้มข้นกินกับน้ำจิ้มหวานๆ ปอเปี๊ยะทอด (30 บาท) มีทั้งไส้เผือกและมันเทศให้เลือกกิน ของหวานก็มี เต้าหู้นมสด (20 บาท) เยลลี่ผลไม้ (25 บาท) เอาเป็นว่าหากใครผ่านเข้ามาที่ ถ.สวนผักลองหาโอกาสแวะชิมเมนูเหล่านี้ได้ที่ร้าน "ณ ชเล"
       

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "ณ ชเล" ตั้งอยู่ที่ 82/1 หมู่ 10 ถ.สวนผัก แขวง/เขต ตลิ่งชัน กทม. การเดินทางถ้ามาจากสน.ตลิ่งชันให้วิ่งขึ้นสะพานที่วิ่งตรงมาถ.ราชพฤกษ์ วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จากนั้นก็เลี้ยวเข้าถ.สวนผักทางซ้ายมือ จากปากทางวิ่งตรงเข้ามาประมาณ 200 ม. จะเห็นร้านณ ชเล อยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายให้เห็นชัดเจน จอดรถได้ริมถนน เปิดทุกวัน (หยุดวันพุธ) เวลา 09.30-17.30 น. โทร. 08-9108-2360

"โจ๊กกวางเจา" ขาวใส ใหม่สด รสเลิศ

บรรยากาศภายในร้าน
       อาหารในยามที่คนเรารู้สึกป่วยไข้ หรือไม่สบายท้องมักจะนึกถึงก็คือ "โจ๊ก" เพราะดูแล้วน่าจะกินได้คล่องคอ ย่อยง่าย มื้อนี้แม้ "ผ่านมาแวะกิน" จะไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยแต่ก็นึกอยากลิ้มลองโจ๊กอุ่น กินให้อุ่นกายอุ่นท้องในยามฝนโปรยปรายอย่างเอาแน่เอานอนไม่ได้
      
       ร้านโจ๊กร้านนี้มีชื่อว่า "ร้านโจ๊กกวางเจา" ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธินใกล้แยกเสนา ซึ่งโจ๊กร้านนี้ก็ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะเป็นโจ๊กตำหรับกวางเจาตามชื่อของร้านแล้ว ยังมีเครื่องสารพัดให้เลือกใส่เลือกกินกันตามใจปาก
      
       คุณอรชุน รักไทยเจริญชีพ เจ้าของร้านรุ่นที่สองต่อจากคุณพ่อ เล่าว่า เปิดร้านมา 30 กว่าปี สำหรับโจ๊กนั้นมีต้นตำรับมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ดั้งเดิมนั้นโจ๊กกวางเจาจะใสคล้ายน้ำซุป ส่วนเครื่องที่ใส่ก็มีแค่ไข่เยี่ยวม้า หมูบะช่อ และถั่วลิสง เท่านั้น
โจ๊กกวางเจา
       แต่เพื่อให้เข้ากับลิ้นคนไทยบ้านเราจึงมีการปรับสูตรเล็กน้อย ส่วนที่ปรับก็คือจะเพิ่มเครื่องจำพวกเครื่องใน และเปลี่ยนจากถั่วลิสงมาเป็นเม็ดมะม่วงหิมพานต์แทน
      
       สำหรับวิธีการทำโจ๊กก็ใช้ปลายข้าวหอมมะลิมาต้มเคี่ยวถึง 2 รอบจนเนื้อข้าวเนียน แล้วเอามาเคี่ยวต่อในซุปน้ำต้มหมูบะช่อ โดยไม่ต้มหมูบะช่อรวมกับข้าว ข้าวจึงดูขาวเนียน และตัวโจ๊กข้าวจะอุ่นเคี่ยวอยู่ตลอดเวลา
      
       ส่วนหมูบะช่อ ใช้หมูส่วนสะโพกปรุงรสด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน ต้มหมูบะช่อต่างหากแล้วจึงค่อยตักใส่ในโจ๊กและจะทำใหม่สดวันต่อวัน
      
       บรรยายสรรพคุณกันจนน้ำลายสอแล้ว "ผ่านมาแวะกิน" ก็ขอสั่งประเดิมจากแรกด้วย โจ๊กกวางเจา (35 บาท) ใส่ไข่ไก่ ไข่เยี่ยวม้า เครื่องในด้วย คือ ไส้ กระเพาะซึ่งจะเอามาต้มอยู่ 1 วัน จนเปื่อย และตับหมูลวกสด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หมูบะช่อ ขิงซอย ต้นหอมซอย หมี่ขาวกรอบที่ทางร้านทอดเอง
โจ๊กกวางเจาไข่เค็ม
       รสชาติก็กลมกล่อมชนิดที่ไม่ต้องปรุงแต่อะไรเพิ่ม ตัวก้อนหมูบะช่อเคี้ยวนุ่มนิ่มลิ้นกลมกล่อม ตัวโจ๊กเป็นน้ำไหลลื่นลงคอ ไส้นุ่มไม่เหนียวเคี้ยวง่าย ตับก็สุกพอดีไม่แข็ง ไม่ขม
      
       ชามถัดมาคือโจ๊กกวางเจาใส่ไข่เค็ม (30 บาท) ใส่หมูบะช่อ ใส่เครื่องใน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หมี่ขาวกรอบ และที่สำคัญต้องใส่ไข่เค็มไปด้วยก็อร่อยเข้ากันเป็นอย่างดี
โจ๊กกวางเจาแห้ง
       ชามสุดท้ายได้แก่ โจ๊กกวางเจาแห้ง (40 บาท) เหมาะสำหรับคนที่ไม่เน้นข้าว เน้นเครื่อง อันได้แก่หมูบะช่อ ไข่ไก่ ไข่เยี่ยวม้า เครื่องใน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ขิงซอย ต้นหอมซอย หมี่ขาวกรอบ และทางร้านจะราดโจ๊กข้าวมาให้นิดหน่อยพอให้ได้ลิ้มรสโจ๊กกวางเจา
      
       สำหรับเครื่องเคราทั้งหลายลูกค้าสามารถเลือกสั่งได้ว่าอยากให้ใส่ อะไร ไม่ใส่อะไร ทางร้านเขาตามใจลูกค้าอยู่แล้ว ใครที่ผ่านไปมาแถวเส้นพหลโยธิน(เสนา) ก็อย่าลืมแวะลิ้มลองโจ๊กตำรับเมืองจีนได้ที่ "ร้านโจ๊กกวางเจา" เนื้อโจ๊กขาวใสอิ่มอุ่นท้อง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้านโจ๊กกวางเจา ตั้งอยู่ที่ 2010/9-10 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. การเดินทาง จากถนนพหลโยธิน(ฝั่งเมเจอร์ฯ) วิ่งตรงมาเลยแยกเสนาแล้วชิดขวากลับรถก่อนถึงแยกเกษตร ร้านจะอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือก่อนถึงโรงพยาบาลเมโย ไม่มีที่จอดรถ ร้านเปิดทุกวันในช่วงเวลา 05.00-10.00 น. และ 15.00-22.00 น. รับออกงานนอกสถานที่ โทร.0-2579-9899, 0-2579-0485, 08-1847-2681
       

“ไท้เฮง” ตำรับไหหลำ อร่อยอย่างเหลาที่เยาวราช

บรรยากาศภัตตาคารไท้เฮง
       3 ก.พ. นี้ เป็น “วันตรุษจีน” หรือวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งถ้าพูดถึงความเป็นจีนในเมืองไทย ก็หนีไม่พ้นเยาวราชย่านทองคำ เพราะที่นี่มีความเป็นจีนสูง มีทั้งคนจีน การค้าขายสินค้าจีน และแน่นอนว่ามีอาหารจีนหอเจี๊ยะมากมายให้เลือกกินด้วย
      
       มื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” เลยขอร่วมฉลองตรุษจีน ด้วยการพาไปเจี๊ยะอาหารเหลาอันเลิศรสที่ “ภัตตาคารไท้เฮง” เป็นร้านอาหารจีนเก่าแก่อยู่คู่กับเยาราชมากว่า 90 ปี ขายมานานถึง 3 รุ่น ตอนนี้มีคุณรณเชษฐ์ เหรียญวิจิตร์ รุ่น หลานเป็นผู้ดูแลร้าน และดูแลเรื่องเมนูอาหาร ที่ทางร้านสืบทอดเคล็ดลับความอร่อยของอาหารจีนตำรับไหหลำจากรุ่นสู่รุ่น และมีการคิดค้นเมนูอาหารใหม่ๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ รวมถึงเรื่องของคุณภาพอาหารของที่นี่ที่ทางร้านปรุงอาหารโดยไม่ใส่ผงชูรสเลย เรียกว่าดีต่อสุขภาพลูกค้าที่มากิน
โกยซี่หมี่
       เมนูอาหารของที่ร้านไท้เฮงมีให้เลือกเจี๊ยะๆ มากมายตามใจชอบ แต่ที่เราอยากแนะนำว่าเป็นเมนุเด่นขึ้นชื่อ ที่ถ้ามาแล้วควรต้องสั่งมาชิมกันให้ได้ นำเสนอจานแรก โกยซี่หมี่ (200 บาท)สูตรไหหลำ ที่หมี่เหลืองไม่ได้ทอดกรอบ แต่นำไปนึ่งให้สุกและผัดกับน้ำมัน แล้วก็ทำน้ำราดใส่หน่อไม้ เห็ดสด เนื้อไก่ ต้นหอม น้ำออกหนืดนิดๆ ราดมาบนบะหมี่ ชิมแล้วถูกปากเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ชุ่มน้ำราดรสกลมกล่อม
กระเพาะปลาผัดแห้ง
       กระเพาะปลาผัดแห้ง (200 บาท) เป็นกระเพาะปลาคัดเกรดอย่างดี นำมาต้มและนึ่งให้นิ่ม ก่อนนำมาผัดใส่เห็ดหอม ถั่วงอกไม่มีหาง ไข่ไก่ และเนื้อปูสด ผัดแบบแห้งๆ กินแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติกระเพาะปลาแท้ๆ ที่นุ่มนิ่ม เข้ากับเครื่องที่ผัดมาแบบลงตัว หรือจะกินคู่กับซอสเปรี้ยวช่วยเพิ่มรสชาติ
      
       ซี่โครงเดือด (150 บาท) เมนูนี้ใหม่ๆ เป็นกระดูกหมูอ่อนชิ้นใหญ่หมักกับเครื่องเทศต่างๆ นาน 1 วัน แล้วเอามาทอด พร้อมกับทำน้ำปรุงสูตรไหหลำเอามาราดบนกระดูกหมู ส่งชิ้นกระดูกหมูเคี้ยวเข้าปากเนื้อนุ่มกำลังดี ออกรสชาติน้ำปรุงที่เข้มข้นหวานหอม
ซี่โครงเดือด
       ตามมาด้วยเมนู ทอดมันกุ้ง (150 บาท) ที่ขอบอกว่ากินแล้วกรอบนอกนุ่มในได้รสชาติของเนื้อกุ้งเต็มปากเต็มคำมาก เพราะทางร้านใช้เนื้อกุ้งแชบ๊วยล้วนๆ นำมาปรุงรสชาติ ปั้นเป็นก้อนแล้วคลุกเกร็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบ และมีน้ำจิ้มบ๊วยให้กินคู่กัน
      
       และยังมีเมนูแนะนำอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ ข้าวมันไก่ (จานละ 40 บาท สั่งไก่เป็นจานๆ ละ 100 บาทขึ้นไป ) สุกี้ยากี้ (ชุดละ 200 บาท) ผัดจับฉ่ายไหหลำ (เล็ก 100 บาท ใหญ่ 200 บาท) เนื้อปลากะพงน้ำแดง (เล็ก 150 บาท ใหญ่ 250 บาท) ฯลฯ ถ้าใครอยากกินอาหารจีนหอเจี๊ยะ “ภัตตาคารไท้เฮง” ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่น่าสนใจให้มาลิ้มลอง
ทอดมันกุ้ง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ภัตตาคารไท้เฮง” ตั้งอยู่ที่ 320-322, 67/4 ถ. เยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กทม. การเดินทางถ้ามาจากถ.เยาวราช ให้ตรงมาที่เยาราช ซ. 8 เข้ามาในซอยประมาณ 20 ม. จะเห็นร้านไท้เฮงตั้งอยู่ อยู่ติดกับวัดบำเพ็ญจีนพรต มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น. ทางร้านรับออกงานเฉพาะข้าวมันไก่ โทร. 0-2222-6791, 0-2623-1724, 08-1811-8795