ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"บุญตงเกียรติ" อร่อยถึงใจ ข้าวมันไก่ไหหลำสิงคโปร์

บรรยากาศภายในร้านบุญตงเกียรติ
       "ผ่านมาแวะกิน" ขอบอกว่ามื้อนี้ "ยอม..ยอม ให้อ้วนลงพุง" เพราะว่าเรามีจุดหมายมากินเพิ่มน้ำหนักตัวกับการกินข้าวมันไก่ที่เป็นอีกหนึ่งอาหารจานโปรด โดยขอมุ่งหน้ามากันที่ร้าน "บุญตงเกียรติ" ตรงทองหล่อ ซ.16 ซึ่งที่นี่มีข้าวมันไก่ไหหลำ สไตล์สิงคโปร์แท้ๆ รสชาติดีให้ได้ลองลิ้มกันแบบไม่ต้องบินไปกินไกลถึงประเทศสิงคโปร์
บุญตงเกียรติ ชวนกินข้าวมันไก่สิงคโปร์
       ข้าวมันไก่ของที่ร้านนี้เป็นสูตรไหหลำ สไตล์สิงคโปร์ขนานแท้ ที่เจ้าของร้านได้เชฟชาวสิงคโปร์มาสอน แต่ว่าจะมีการปรับแต่งรสชาติอย่างข้าวมันและพวกน้ำจิ้มให้มีความเข้มข้นถูก ปากคนไทยสักนิด จนได้มาเป็น ข้าวมันไก่ (ธรรมดา 60 บาท พิเศษ 70 บาท สั่งไก่เป็นจาน เล็ก 80 บาท กลาง 120 บาท ใหญ่ 180 บาท) ที่น่ากิน เพราะข้าวมันของที่นี่สีจะออกเหลืองๆ สักหน่อย ใช้ข้าวหอมมะลิอย่างดีใส่เครื่องเทศกว่า 9 อย่าง ผัดกับน้ำมันไก่ให้ข้าวมีกลิ่นหอม แล้วหุงด้วยน้ำต้มไก่จนข้าวสุกหอมเป็นเม็ดร่วนไม่แฉะ เคี้ยวนุ่มนิ่มปาก ช่างกินเข้ากันกับไก่ที่สับมาเป็นชิ้นๆ
ข้าวมันไก่ชวนกิน
       สำหรับไก่ที่นี่เขาเน้นใช้ไก่ตอนเอามาต้มกับน้ำอุ่นไม่ต้มกับน้ำร้อน เพื่อยังคงความหวานของเนื้อไก่ และใส่ตะไคร้ ขิง ข่า หอม กระเทียม เพื่อดับกลิ่นคาว จนต้มเนื้อไก่สุกได้ที่ก็พร้อมสับขาย แล้วที่แปลกไม่เหมือนร้านไหนคือจะมีถั่วงอกลวกสุกรองมามาใต้ไก่ด้วยเพื่อให้ กินแกล้มกัน และส่วนน้ำจิ้มก็มีให้เลือกถึง 3 แบบ คือ น้ำจิ้มสิงคโปร์ สีส้มๆ รสออกเปรี้ยว เค็มเจือหวาน อมเผ็ด น้ำจิ้มแบบไทย ออกรสเค็มเต้าเจี้ยว เปรี้ยว หวาน เผ็ด และน้ำจิ้มขิงปั่นใส่เกลือ
ข้าวหน้าเป็ด
       ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะกินข้าวมันไก่อย่างเดียว แต่พอมองไปที่ฝาผนังร้านก็เห็นว่ามีรูปภาพอาหารจานเด็ดที่ทางร้านแปะไว้ อย่างชวนกินมากมาย เราเห็นอาหารน่ากินๆ เป็นไม่ได้ เลยเลือกที่จะขอลองสั่งมากินดูบ้าง เลยสั่ง ข้าวหน้าเป็ด (70 บาท) มากินกัน ทางร้านเขาเลือกใช้เป็ดเชอร์รี่มาหมักกับเครื่องเทศจีนไทย ผ่านกระบวนการย่างเป็ดตามสูตรเด็ดของร้าน ที่ย่างด้วยเตาถ่านทำให้ได้เป็นย่างที่หอมหนังบางกรอบเนื้อแห้งนุ่มหวาน กินกับข้าวนุ่มๆ และมีน้ำราดเป็ดหอมหวานรสกลมกล่อมถูกปาก
หมี่มาเลย์
       กินเมนูข้าวไปแล้วถึง 2 จาน เลยขอสั่งมาเป็นเมนูเส้นๆ อย่าง หมี่มาเลย์ (100 บาท) มากินบ้าง เป็นเมนูขายดีออกสไตล์มาลายู เป็นเส้นโซบะผัดใส่กุ้ง ปลาหมึก ใส่ถั่วงอก ข้าวโพด หอใหญ่ และผัดกับซอสสูตรพิเศษที่ทางร้านปรุงขึ้นเป็นโดยเฉพาะ ชิมรสชาติแล้วเส้นโซบะเคี้ยวเหนียวนุ่มชุ่มน้ำซอสออกรสเค็มๆ เจือเผ็ดนิดๆ
ขนมผักกาดและผักกาดแก้วน้ำมันหอย
       แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่เมนูเหล่านี้ที่เราได้กิน เพราะว่ายังเห็นว่ามีเมนูเด่นๆ จานอื่นที่น่ากินอีกเพียบ อาทิ ขนมผักกาด (100 บาท) ผักกาดแก้วน้ำมันหอย (100 บาท) ข้าวผัดสิงคโปร์ (100 บาท) ซี่โครงน้ำแดง (100 บาท) บักกุเต๋ (100 บาท) ส้มตำสิงคโปร์ (80 บาท) เต้าหู้ผัด (100 บาท) และอีกสารพัดเมนูอาหารสไตล์สิงค์โปร์ที่ชวนให้แวะมาลองลิ้มรสชาติกันเอาเองว่าจะถูกปากแค่ไหน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "บุญตงเกียรติ" ตั้งอยู่ที่ 440/5 ถ.สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ปากซอยทองหล่อ 16 กทม. การเดินทางถ้ามาจากถ.เพชรบุรีตัดใหม่ วิ่งเข้ามายังถ.สุขุมวิท (ทองหล่อ) ตรงมาจนถึงซ.ทองหล่อ 16 จะเห็นร้านตั้งอยู่ซ้ายมือริมถนน สามารถนำรถไปจอดที่วิลล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ฝั่งตรงข้าม เปิดทุกวัน 10.00 - 22.00 น. รับออกงานนอกสถานที่ โทร. 0-2390-2508, 08-3835-1527 และมีอีก 1 สาขาอยู่ที่ประชาอุทิศ โทร. 0-2274-3595

“เฉาก๊วยคุณวี” เคี้ยวนุ่มเหนียวหนึบหนับรับลมร้อน

ร้าน “เฉาก๊วย คุณวี” เป็นร้านรถเข็นเล็กๆตั้งอยู่ริม ถ.พระราม 4
       ช่วงที่อากาศร้อนร้อนตับจะแตกเช่นนี้ อะไรที่ทำให้หายร้อนได้ “ผ่านมาแวะกิน” ขอจองหมด รวมไปถึงของกินด้วย อาหารการกินแบบไหนที่ช่วยให้ชุ่มฉ่ำใจในช่วง Summer อันร้อนแรงนี้ “ผ่านมาแวะกิน” ขอเสนอ เฉาก๊วยเย็นๆ ที่นอกจากจะซดให้ชื่นใจคลายร้อนได้แล้ว ยังอร่อยถูกปากถูกใจทุกเพศทุกวัยกันด้วย
      
       โดยเฉพาะร้านนี้ “เฉาก๊วย คุณวี” ย่านบ่อนไก่ ซึ่งมี คุณวีราพัชร์ เลิศวุฒินันท์ หรือคุณวี เจ้าของร้าน เล่าว่า คิดสูตรเฉาก๊วยเองและทำขายมากว่า 2 ปีแล้ว จุดเด่นที่ดึงดูดใจลูกค้าก็อยู่ที่เจ้าตัวเฉาก๊วยที่เคี้ยวนุ่ม เหนียว หนึบหนับปากเป็นที่ยิ่ง
เฉาก๊วยทรงเครื่องในชาม
       และที่ตัวเฉาก๊วยมีเอกลักษณ์จนเป็นที่ติดปากติดใจลูกค้าเช่นนี้ เพราะคุณวีใช้หญ้าเฉาก๊วยในปริมาณที่มากมาผสมกับน้ำเท่านั้น ไม่ได้ผสมวุ้นหรือแป้งอย่างอื่นลงไปแม้แต่น้อย ถึงต้นทุนจะแพงแต่ก็ได้เฉาก๊วยที่เคี้ยวนุ่มเหนียวหนึบหนับปากเป็นที่ติดอก ติดใจผู้ที่ได้ลิ้มลอง
      
       ส่วนกรรมวิธีในการทำที่ต้องเลือกสรรหญ้าเฉาก๊วยอย่างดีจากเมืองจีนมา ล้างให้สะอาดแล้วต้มกับน้ำกรอง เคี้ยวนานถึง 6 ชั่วโมง จนมียางสีดำๆออกมาแล้วจึงกรองเอากากออกเอาแต่น้ำ แล้วเคี้ยวต่ออีก 2 ชั่วโมง จากนั้นรอให้เย็นจนเฉาก๊วยอยู่ตัวแล้วจึงตัดออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แลดูน่ากิน
เฉาก๊วยทรงเครื่องแบบใส่แก้ว
       ยังไม่หมดแค่นี้ ที่ร้านคุณวียังมีรากบัว แป๊ะก๊วย พุทราจีน ถั่วแดง ลูกชิด และลำไย ให้เลือกใส่เลือกกินกันได้อย่างสำราญปาก และของเชื่อมแต่ละอย่างรวมถึงเฉาก๊วยล้วนมีสรรพคุณทางยาทั้งสิ้น โดยเริ่มจากเฉาก๊วย มีสรรพคุณแก้ร้อนใน กระหายน้ำ เช่นเดียวกับรากบัว
      
       แป๊ะก๊วย ช่วยบำรุงสมอง และทำให้เลือดหมุนเวียน พุทราจีน แก้อาการนอนไม่หลับ และป้องกันเส้นเลือดในสมองเปราะ ถั่วแดง ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ และน้ำลำไย บำรุงเลือด และที่สำคัญเครื่องประกอบเหล่านี้คุณวียังได้ลงมือเชื่อมเองอีกด้วย
เฉาก๊วยตัดสีเหลี่ยมเล็กๆที่เคี้ยวนุ่มเหนียวหนึบหนับปาก
       สำหรับรากบัว แป๊ะก๊วย และถั่วแดง เป็นของเชื่อมที่ทำเอง โดยเน้นที่ความสะอาด และรสชาติต้องไม่หวานมาก เพราะเมื่อเวลามาผสมกับเครื่องอย่างอื่นๆ และน้ำเชื่อมแล้วจะได้ไม่หวานจนเกินไป ซึ่งของเชื่อมแต่ละอย่างรวมถึงเฉาก๊วยล้วนมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ร้อนใน ดับกระหาย คลายร้อนทั้งสิ้น
      
       ส่วนน้ำเชื่อมนั้น ใช้เนื้อลำไยอบแห้งมาต้มเป็นน้ำลำไย ใส่น้ำตาลอ้อย เพื่อเพิ่มความหอมแก้ร้อนใน และถ้าสั่งใส่แก้วจะมีน้ำต้มใบเตยใส่เติมให้ด้วยเพื่อความหอมสดชื่น
ของเชื่อมที่เชื่อมเองอย่างสะอาดและไม่หวานเกินไป
       เฉาก๊วยคุณวีปกติแล้วจะขายโดยใส่ให้ครบทุกเครื่องทั้งเฉาก๊วย รากบัว แป๊ะก๊วย พุทราจีน ลูกชิด ถั่วแดง และเนื้อลำไย หรือเรียกง่ายๆว่า “เฉาก๊วยทรงเครื่อง” ราคาใส่ชามหรือใส่แก้วก็ 20 บาท หรือถ้าอยากกินเฉพาะอย่างก็บอกให้ใส่โน่นไม่ใส่นี่ได้ คุณวีจัดให้
      
       ร้อนนี้หากอยากหาของกินที่ช่วยดับกระหายคลายร้อน ก็อย่าลืม “เฉาก๊วยคุณวี” รับร้อนกินแล้วชื่นกายสบายใจ
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “เฉาก๊วย คุณวี” ตั้งอยู่เยื้องกับร้านเซเว่นฯ ถนนพระราม 4 ฝั่งซอยงามดูพลี กทม. การเดินทาง ถ้ามาจากคลองเตย วิ่งตรงมาตาม ถ.พระราม 4 จนถึงตึกลุมพินีทาวเวอร์ แล้วให้ชิดซ้ายไว้จะเห็นซอยงามดูพลีทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปในซอยนั้นและเข้าไปจอดรถที่ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ (เสียค่าจอดชม.ละ30 บาท) จากนั้นเดินออกมาที่หน้าปากซอย แล้วเลี้ยวขวาเดินตรงมาที่เซเว่นอีเลฟเว่น จะเห็นร้านเฉาก๊วยตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นร้านรถเข็นเล็กๆ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-15.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 08-6569-4800

ชวนกิน "ขนมหวานจีน" เย็นชื่นใจ

เฉาก๊วย กินคลายร้อน
       ขนมหวานจีนดั้งเดิม ถือเป็นอีกหนึ่งของจีนดับร้อนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ“เฉาก๊วย”นั้น คนไทยคุ้นเคยกันดี เพราะสามารถหากินได้ทั่วไป นอกจากนี้ก็ยังมีขนมหวานจีนอีก 2 อย่าง ที่แม้ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูใครหลายๆคน แต่ว่ารสชาติความอร่อยนั้น ยากที่จะปฏิเสธยิ่งนัก
      
       ดับร้อน ผ่อนคลายกับ "เฉาก๊วย"
       

       "เฉาก๊วย" เป็นขนมที่ทำจาก "ต้นเฉาก๊วย" ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่ง ตระกูลเดียวกันกับ ใบสะระแหน่ ,ใบกะเพรา,ใบโหระพา ในเมืองไทยหาต้นเฉาก๊วยดูได้ยาก เพราะสภาพอากาศและดินไม่เอื้อต่อการปลูก
      
       เฉาก๊วย มีสรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ เหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนแบบบ้านเราเป็นอย่างยิ่ง สำหรับร้านเฉาก๊วยเจ้าแรกที่จะพาไปรู้จัก คือ ร้าน"เฉาก๊วยดอนเมือง" ร้านนี้ตั้งอยู่หลังร้านเจ๊เล้ง ดอนเมือง 40/74-76 แขวงหลักสี่ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. สนใจติดต่อ โทร. 0-2565-2653, 0-2531-8081
      
       ตามติดอีกแห่งกับ "เฉาก๊วย คุณวี" ย่านบ่อนไก่ ที่มีจุดเด่น คือเหนียว นุ่ม หนุบ หนับแล้ว ยังจะมี พุทรา รากบัว แป๊ะก๊วย ถั่วแดง และลูกชิด เป็นเครื่องประกอบด้วย เพื่อสร้าง "หน้าตา" ให้ขนมน่าทานมากขึ้นไปอีก ร้านเปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-15.00 น. โทร. 08-6569-4800
      
       ร่นเฉาก๊วยรถเข็นที่โดดเด่นอีกแห่งหนึ่งต้องยกให้ ร้าน "เฉาก๊วยเฮฮา" ตั้งอยู่ริมทางเท้าย่านสยามและมีสาชาตามห้างใหญ่ๆทั่วไป เฉาก๊วยที่นี่พิเศษตรงที่นอกจากเหนียมนุ่ม น้ำเชื่อมรสชาติยัง ไม่ซ้ำใคร เพราะเป็นสูตรแบบชาวจีนไหหลำ สนใจติดต่อ "เฉาก๊วย เฮฮา" โทร.08-7501-7766

บ๊วยเกี๊ยชวนกิน
       เฉาก๊วยอีกร้านที่จะแนะนำให้รู้จักครั้งนี้ คือร้าน "อาคุงสูตรโบราณ"ร้าน จะอยู่ระหว่างท่าพระจันทร์กับท่าช้าง ขายเต้าฮวยเป็นหลัก แต่ก็มีเมนูอื่นๆในเลือกหลายเมนู เช่น เฉาก๊วยปาท่องโก๋ เฉาก๊วยเต้าฮวย ร้าน"อาคุงสูตรโบราณ" เปิดทุกวัน เวลา 11.00-19.00 น. โทร. 08-1775-2540
      
       "บ๊วยเกี้ย-เช็งซิมอี๊" อร่อย ชื่นใจ
      
       ใครไม่อยากกินเฉาก๊วยก็ยังมีของหวานอย่างอื่นมาแนะนำอย่าง"บ๊วยเกี้ยสูตรไหหลำ เจ๊น้อย" ร้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ใน ซ.เจริญกรุง 67 "โบ๊กเกี้ย" "โบ๊ะเกี๊ย" หรือ"บ๊วยเกี้ย" คือ ชื่อเรียกของขนมหวานชนิดหนึ่งของคนจีนไหหลำ เป็นขนมหวานที่หากินได้ยากในบ้านเรา
      
       เป็นการนำเอาแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้ามาผสมกวนให้เข้ากัน แล้วก็ผสมกับแป้งมันอีกที นวดจนให้แป้งเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาปั้นด้วยมือทุกตัว ปั้นให้มีลักษณะเป็นตัวยาวๆ ปลายแหลมทั้ง 2 ข้าง แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดให้ตัวบ๊วยเกี้ยสุกเป็นสีขาวใส
      
       เครื่องของบ๊วยเกี้ยร้านนี้ใส่หลายอย่าง ทั้งมันเชื่อม ถั่วแดงต้ม แปะก๊วยเม็ดนุ่มสีเหลือง และถั่วลิสงที่คั่วเองแบบสดใหม่ ร้าน"บ๊วยเกี้ยสูตรไหหลำ เจ๊น้อย" เปิดทุกวัน เวลา 12.00-22.00 น. โทร.0-2211-4812, 08-7823-1884
      
       อีกร้านที่ขายของหวานๆเย็นๆที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือร้าน "เช็งซิมอี๊" ตรงถ.ตรอกจันทร์สะพาน 3 "เช็งซิมอี๊" มีความหมายว่า กินแล้วชื่นใจ สบายใจ ที่นี่มีเครื่องหวานเย็นมากมายกว่า 40 อย่าง "เช็งซิมอี๊"เปิดทุกวัน เวลา 12.00-24.00 น.โทร. 0-2212-4262, 08-9922-3180, 08-6090-1361

อร่อยคลายร้อนด้วย "ลอดช่องสิงคโปร์" เยาวราช

บรรยากาศภายในร้าน "ลอดช่องสิงคโปร์"
       คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า "เยาวราช" เป็นอีกย่านหนึ่งที่มีของกินอร่อยมากมาย ชนิดที่ว่ามากินกันเป็นเดือนก็ยังกินอาหารกันไม่ครบทุกอย่าง ทุกร้าน และในหน้าร้อนๆ แบบนี้ หากมาเยือนยังถิ่นเยาวราช แล้วอยากหาอะไรหวานๆ เย็นๆ มากินดับร้อนเห็นทีว่าจะหนีไม่พ้นต้องขอเดินเข้าร้าน "ลอดช่องสิงคโปร์" ที่ตั้งอยู่ตรงแยกหมอมี
คุณณรงค์ จักรธีรังกรู ชวนกินลอดช่องสิงคโปร์
       อันว่าลอดช่องสิงคโปร์นี้ หลายคนคงคิดว่าน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสิงคโปร์เป็นแน่แท้ แต่เราขอบอกเลยว่าไม่ใช่ แท้จริงแล้ว ลอดช่องสิงคโปร์มีต้นกำเนิดมาจากเมืองไทยของเรานี่เอง และเกิดขึ้นที่ร้านลอดช่องสิงคโปร์แห่งนี้เป็นที่แรกอีกด้วย คุณณรงค์ จักรธีรังกูร เจ้าของร้านลอดช่องสิงคโปร์คนปัจจุบัน เล่าให้เราฟังว่า ลอดช่องสิงคโปร์นี้คิดค้นขึ้นในสมัยของคุณพ่อ และเริ่มขายมาจากวันนั้นถึงวันนี้ก็กว่า 60 ปีแล้ว ชื่อของร้านตั้งขึ้นตามชื่อโรงภาพยนตร์สิงคโปร์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันในสมัยนั้น ทำให้คนที่มากินลอดช่องจึงเรียกกันว่า มากินลอดช่องที่หน้าโรงหนังสิงคโปร์ และเรียกกันสั้นๆ และกลายมาเป็นลอดช่องสิงคโปร์ในทุกวันนี้
ลอดช่องสิงคโปร์หวานเย็นชื่นใจ
       สำหรับลอดช่องสิงคโปร์ของร้านนี้จะทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง วิธีทำก็นำแป้งมาผสมตามสูตรเฉพาะของทางร้าน ผสมกับน้ำใบเตยและสีผสมอาหารเล็กน้อย เพื่อให้แป้งออกมาเป็นสีเขียวใส จากนั้นอัดให้ออกมาเป็นเส้นยาวๆ ส่วนของกะทินั้น ใช้น้ำกะทิทั้งหัวและหางผสมกัน และน้ำเชื่อมหอมหวานก็ได้มาจากการเคี่ยวน้ำตาลทรายจนเป็นน้ำเชื่อม แล้วหั่นขนุนเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหอมให้กับลอดช่อง โดยส่วนผสมทั้งหมดนั้น ทางร้านจะทำวันต่อวัน ไม่มีการค้างคืนและไม่ใส่สารกันเสีย
ตัวลอดช่องสิงคโปร์เป็นเส้นสีเขียวใส
       ลอดช่องจะถูกเสิร์ฟตักใส่มาเป็นแก้ว โดยใส่น้ำเชื่อมก่อน แล้วจึงตักตัวลอดช่องใส่ตามลงไป ตามด้วยน้ำแข็งเกล็ดป่นละเอียด ส่วนวิธีกินให้อร่อยนั้น คุณณรงค์บอกว่า ให้คนให้น้ำเชื่อม ลอดช่อง และน้ำแข็งเข้ากันเป็นอย่างดีก่อน และใช้ช้อนตักกินจะอร่อยสุดยอด
      
       เมื่อเราลองทำตามดูแล้ว ปรากฏว่าอร่อยยอดเยี่ยมจริงๆ ตัวแป้งลอดช่องเหนียวนุ่มมาก ส่วนตัวน้ำเชื่อมและกะทิ เมื่อคนจนเข้ากันดีแล้วจะได้ทั้งรสหวานมัน ตามด้วยความหอมจากชิ้นขนุน และความเย็นจากน้ำแข็งเกล็ด รวมความแล้ว ทั้งหอม หวาน เย็น อร่อยชื่นใจดีจริงๆ
ลอดช่องสิงคโปร์ เปิดขายมานานกว่า 60 ปี
       นอกจากลอดช่องสิงคโปร์ (แก้วละ 15 บาท) ทางร้านยังขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส (ชาม ละ 30 บาท) ถ้าหากว่าจะสั่งก๋วยเตี๋ยวสักชาม แล้วตามด้วยลอดช่องสิงคโปร์เป็นของหวานล้างปากก็จะดีมาก เอาเป็นว่าร้อนๆ อย่างนี้ ได้ลอดช่องสิงคโปร์มากินสักแก้ว ก็ช่วยดับร้อนเย็นชื่นใจแบบหอมหวานได้ไม่น้อยเลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       "ลอดช่องสิงคโปร์" ตั้งอยู่ที่ 680-682 ถ.เจริญกรุง สามแยกหมอมี แขวง/เขต สัมพันธวงศ์ กทม. การเดินทาง จากสถานีรถไฟหัวลำโพง วิ่งตรงมาตาม ถ.พระราม 4 จนสุดทางจะพบแยกหมอมี แล้วเลี้ยวซ้าย ร้านจะอยู่ทางขวามือ ตรงข้ามธนาคาร UOB เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ (ตั้งแต่ 300 แก้วขึ้นไป) เทศกาลสงกรานต์จะหยุดร้านวันที่ 11 – 20 เม.ย. นี้ โทร. 0-2221-5794, 08-1651-4444 และมีอีก 1 สาขาตรงสี่แยกสะพานควาย ใกล้ห้างบิ๊กซี โทร. 0-2278-1299

"ทิพย์รส" รสทิพย์ไอติมไทย

คุณพรชัย เสรีเจริญสถิตย์ ชวนลิ้มรสไอศกรีมทิพย์รส
       ความร้อนของเดือนเมษยานนี้ ทำเอาอุณหภูมิความร้อนของบ้านเมืองเราสูงขึ้นแทบจะทะลุจุดเดือด ไม่ว่าจะเปิดแอร์ เปิดพัดลมแรงแค่ไหน อากาศก็ยังร้อนระอุอบอ้าวอยู่ดี ทำเอาเกิดอาการไม่สบายตัวและไม่สบายใจเพราะอากาศร้อนได้ง่ายๆ
      
       ฉะนั้นเพื่อเป็นการคลายความหงุดหงิดใจ มื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" เลยอยากจะขอชวนมิตรรักนักกินไปกินของกินที่ช่วยคลายร้อนให้ชื่นกาย แถมหอมหวานชื่นใจกับไอศกรีมหรือไอติมเย็นๆ ที่ร้านไอศกรีม "ทิพย์รส" ตรงประตูผี กันดีกว่า
ไอศกรีมรสกะทิแมงลัก
       "ทิพย์รส" เป็นร้านไอศกรีมร้านเล็กๆ ของคุณพรชัย เสรีเจริญสถิตย์ ซึ่งที่จริงแล้วมีสาขาแรกเป็นสาขาใหญ่อยู่ที่เตาปูน ความโดดเด่นน่าสนใจของไอศกรีมที่ร้านนี้อยู่ตรงที่เป็นไอศกรีมโฮมเมดแบบไทยๆ เน้นรสชาติแบบไทยๆ มีกะทิเป็นส่วนผสมหลัก เน้นใช้ผลไม้ไทยๆ ที่คัดสรรแต่วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ดี และมีคุณภาพไม่มีการใส่สารกันเสียมาทำเป็นไอศกรีมหลากหลายกว่า 18 รสชาติให้เลือกรสลิ้มกันได้ตามใจชอบ
      
       "ผ่านมาแวะกิน" มากินไอศกรีมที่ร้านนี้ทีไร เป็นต้องไม่พลาดที่จะสั่งรสชาติไอศกรีมที่เราชื่นชอบ จนต้องขอแนะนำให้มาลิ้มรสกันก็มี ไอศกรีมกะทิแมงลัก เป็นไอศกรีมรสกะทิผสมกับนมสด และใส่เม็ดแมงลัก พร้อมกับเนื้อขนุนมาด้วย เนื้อไอศกรีมเนียนๆ ออกรสกะทิหอมมัน หวานเย็นชื่นใจ และเคี้ยวเม็ดแมงลักกรุบๆเพลินปาก
ไอศกรีมรสชาเย็น
       ไอศกรีมรสชาเย็น เป็นอีกหนึ่งรสชาติที่เราติดใจ เพราะกินแล้วเหมือนได้กินชาเย็นจริงๆ ตัวไอศกรีมเป็นไอศกรีมกะทิ ผสมนมสดและชาเย็นที่ทางร้านชงเอง และนำมาปั่นรวมกันจนออกมาเป็นไอศกรีมรสชาเย็นเข้มข้นหอมหวานชื่นใจ
ไอศกรีมรสทุเรียน
       แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบผลไม้ไทยๆ อย่างทุเรียน แนะนำรสนี้เลย ไอศกรีมรสทุเรียน ที่จะได้กลิ่นหอมๆ ของกลิ่นทุเรียนเตะจมูก เพราะทางร้านใช้เนื้อทุเรียนหมอนทองมาปั่นรวมกับกะทิ และนมสดจนได้ออกมาเป็นไอศกรีมรสทุเรียนสีเหลืองนวล กลิ่นหอมชวนกิน ไอศกรีมเนื้อละเมียดรสหวานนุ่มกรุ่นกลิ่นทุเรียนหมอนทองอ่อนๆ
หลากรสไอศกรีมชวนกิน
       ทั้ง 3 รสชาตินี้คือรสไอศกรีมที่เราพิสมัย แต่ถ้าใครนิยมรสชาติอื่น ก็มาเลือกกินกันได้ตามใจ เพราะมีรสไอศกรีมให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รส นมสดชิฟ รสมอคค่า รสเชอร์เบทส้ม รสวนิลา รสนมสด รสเชอร์เบทมะนาว รสช็อคโกแลต รสสตรอเบอร์รี่ รสกาแฟโบราณ รสเผือก รสกะทิรวมมิตร รสกะทิข้าวโพด และก็ยังมีไอศกรีมรสผลไม้ต่างๆ ตามฤดูกาลที่ผลไม้นั้นออก
      
       และนอกจากไอศกรีมแล้วก็ยังมีเครื่องที่ทางร้านทำเองให้เลือกสั่งมี มะยมเชื่อม มะม่วงเชื่อม ลูกชิด ข้าวเหนียว ถั่วลิสง เชอร์รี่ ลูกเกด ที่ใส่มากินคู่กับไอศกรีมก็เข้ากันดีอย่าบอกใคร สำหรับไอศกรีมของร้านนี้ขายอยู่ที่สกู๊ปละ 20 บาท และ 2 สกู๊ป 35 บาท ใส่เครื่อง 2 อย่าง 5 บาท ขายแบบกิโลกรัมละ 160 บาท ครึ่งกิโลกรัม 80 บาท และ 3 กิโลกรัมรวมกล่องโฟม 515 บาท "ผ่านมาแวะกิน" ว่า ร้อนๆ อย่างนี้มากินไอศกรีมเย็นๆ กันสักถ้วยสอง ช่วยคลายร้อนกาย ชื่นใจจริงๆ เลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้านไอศกรีม "ทิพย์รส" ตั้งอยู่ที่ ถ.มหาไชย ซ.สำราญราษฎร กทม. ตรงประตูผี อยู่ถัดจากร้านผัดไททิพย์สมัย เปิดทุกวัน 19.00-01.00 น. นอกจากนี้ยังมีสาขาอื่นๆ อยู่ที่เตาปูน, เยาวราช, และที่โกลเด้นเพลสพระราม 9, โกลเด้นเพลสสะพานสูง ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 08-1985-2970

"ทับทิมกรอบ" วงเวียนใหญ่ ชื่นใจหวานเย็น

บรรยากาศภายในร้านทับทิมกรอบ
       หลายๆ คนรอบกาย "ผ่านมาแวะกิน" ยังบ่นกันไม่หยุด กับเรื่องอากาศของบ้านเราที่มันช่างร้อน...ร้อนเสียเหลือเกิน และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกว่าความร้อนของแดด มันช่างร้อนแรงแผดเผาร่างกายสูงขึ้นมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เหตุน่าจะเป็นเพราะสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นกับโลกเบี้ยวๆที่พวกเราอาศัยอยู่
คุณแหม่ม อังคณา จิรภัตตานนท์ ชวนลิ้มรสทับทิมกรอบ
       เอาเถอะถึงตอนนี้ผู้คนทั่วโลกก็ได้รับรู้แล้วว่าต้องทำให้โลกใบนี้ เย็นลง ต่างก็รณรงค์รักษ์โลก ช่วยกันดูแลให้โลกเย็นขึ้นกันอย่างเต็มที่ แต่ ณ เวลานี้พวกเราก็ต้องเผชิญกับความร้อนกันไปก่อน แล้วก็หาวิธีคลายร้อนกันไปตามแต่ใครจะเลือกเอาอย่าง "ผ่านมาแวะกิน" เป็นคนชอบกิน แน่นอนว่าเราก็ต้องขอเลือกคลายร้อนด้วยของกินชื่นใจ อย่างขนมหวานเย็น ที่ในมื้อนี้เราได้เลือกเดินทางมาที่ร้าน "ทับทิมกรอบ" ตรง วงเวียนใหญ่ เพื่อมาลองลิ้มทับทิมกรอบที่ขึ้นชื่อลือชา ถึงขนาดว่าหากใครมาวงเวียนใหญ่ แล้วไม่ได้แวะมากินทับทิมกรอบที่ร้านนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงวงเวียนใหญ่
ทับทิมกรอบ
       เรื่องนี้เท็จจริงแค่ไหนต้องมาพิสูจน์กัน ซึ่งเมื่อมาถึงร้านทับทิมกรอบก็จะได้เห็นตู้ขนมหวานที่มีทับทิมกรอบสีสวยรอ (ให้มากิน) อยู่ และมีเจ้าของร้านคือ คุณแหม่ม อังคณา จิรภัตตานนท์ กำลังง่วนอยู่กับการตักทับทิมกรอบอยู่หน้าร้าน ซึ่งคุณแหม่มเป็นทายาทที่สืบทอดกิจการทับทิมกรอบนี้มาจากคุณแม่ดวงพร จิรภัตตานนท์ ซึ่งเป็นคนคิดค้นสูตรการทำทับทิมกรอบอันเลิศรส ที่เน้นเรื่องคุณภาพและความสะอาดในการทำ และไม่มีเรื่องของการใส่สารกันบูดต่างๆ ในขนม จนเป็นที่ถูกปากและติดใจของลูกค้ามาอย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้
มะพร้าวแก้วและซาหริ่ม
       ทับทิมกรอบของที่นี่รสชาติดีไม่เปลี่ยนแปลง ว่าแล้วเราก็ลองลิ้มชิมรสด้วยการสั่ง ทับทิมกรอบ (20 บาท พิเศษ 30 บาท) มากินกัน ซึ่งในถ้วยนั้นมีทับทิมเม็ดขนาดกำลังดีไม่เล็กไปหรือใหญ่ไป สีส้มแดงน่ากิน ตัวทับทิมเคี้ยวแล้วกรอบนุ่มโดนใจ ตัวแป้งนั้นนุ่มบางใสส่วนแห้วข้างในก็กรอบกรุบจริงๆ
      
       อีกทั้งยังมีมะพร้าวที่ไม่มีที่ไหนเหมือน เพราะทางร้านนำมะพร้าวกะทิมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วเชื่อมกับน้ำตาล ออกมาเป็นมะพร้าวกะทิที่เคี้ยวมันหวานนุ่มหอมกะทิอยู่ในปาก และสุดท้ายในถ้วยยังมีแห้ว ที่ทางร้านคัดแต่แห้วแก่มาเชื่อมเอง ทำให้ได้แห้วเชื่อมที่เคี้ยวมันกรุบกรอบปาก แต่ที่ขาดไม่ได้ที่สร้างความชื่นใจให้ก็คือ น้ำกะทิที่ทางร้านทำเองแบบสดใหม่ทุกวัน ใช้หัวกะทิอย่างเดียวเอามาต้มจนสุก ทำให้ได้กะทิที่เข้มข้น ไม่มันมาก และหวานหอมเป็นอย่างมาก กินทับทิมกรอบใส่น้ำกะทิใส่น้ำแข็งเกร็ดเย็นๆ เคี้ยวกรุบกรอบหอมหวานชื่นใจ คลายร้อนดีนักแล
มาวงเวียนใหญ่อย่าลืมแวะร้านทับทิมกรอบ
       นอกเสียจากทับทิมกรอบแล้ว ก็ยังมีซาหริ่ม (20 บาท) และมะพร้าวแก้ว (30 บาท) ให้สั่งมากินแบบเย็นปาก ส่วนถ้าใครอยากอิ่มท้องกลับบ้านไปด้วย ที่นี่ก็มีขนมจีนน้ำยากะทิ (25 บาท พิเศษ 30 บาท) รสดีที่ทางร้านทำน้ำยาเองมาให้ลิ้มรสแบบอิ่มทั้งของคาวและของหวานไปในคราวเดียวกันเลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "ทับทิมกรอบ" (วงเวียนใหญ่) ตั้งอยู่ที่ 184 ถ.ลาดหญ้า คลองสาน กทม. การเดินทางจากวงเวียนใหญ่ให้ตรงมาที่ถ.ลาดหญ้า ร้านทับทิมกรอบจะตั้งอยู่ริมถนนเป็นตึกแถวตรงข้ามกับห้างโรบินสันวงเวียน ใหญ่ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน (หยุดทุกวันพุธที่ 4 ของเดือน) เวลา 9.00-21.00 น. ทางร้านรับสั่งทำตามงานเลี้ยงต่างๆ ตั้งแต่ 200 ถ้วยขึ้นไป โทร. 0-2438-2118, 0-2437-8077, 08-9500-8748