ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

กลมกล่อมหอมอร่อย "เลือดหมู" ม.หอการค้า

บรรยากาศร้าน"เกาเหลาเลือดหมู - ก๋วยจั๊บ" ละแวก ม.หอการค้า
       ช่วงเช้าของฤดูหนาวแบบนี้ จะมีลมเย็นๆ พัดผ่านมาเป็นช่วงๆ ให้ได้รู้สึกถึงความเป็นฤดูหนาวในกรุงเทพฯ นั่นก็เลยทำให้ "ผ่านมาแวะกิน" นึกไปถึงอาหารเช้าอร่อยๆ ที่ชวนกินรองท้องก่อนจะที่จะเริ่มทำกิจกรรมประจำวันซึ่งในบรรดาอาหารเช้า นั้นก็มีให้เลือกอยู่หลายหลาก แต่ถ้า ณ ชั่วโมงนี้ เรากลับนึกอยากที่จะกิน อาหารเช้าร้อนๆ ที่เรียกว่า ต้มเลือดหมู ที่ทั้งหอมอร่อย และทำให้อุ่นท้องในช่วงฤดูหนาวแบบนี้
      
       ดังนั้นในมื้อนี้ เราเลยหอบหิ้วเอากระเพาะน้อยๆ มาอิ่มอร่อยกับต้มเลือดหมูร้อนๆ หอมกรุ่นกันที่ร้าน"เกาเหลาเลือดหมู - ก๋วยจั๊บ" ที่ ตั้งอยู่ตรงละแวก ม.หอการค้าไทย ซึ่งร้านนี้เขามีอาหารขายอยู่สองอย่างก็คือ เกาเหลาเลือดหมู และกวยจั๊บ ที่มีรสชาติอันเด็ดดวงชวนกิน แต่ที่ฮิตที่สุดก็คงจะเป็นเกาเหลาเลือดหมู ที่ลูกค้ามาแล้วเป็นต้องสั่งมากินกันแทบจะทุกโต๊ะ
เกาเหลาเลือดหมูกินกับข้าวสวย
       สำหรับสูตรเด็ดเคล็ดลับของร้านก็คือ ใช้ของที่สดใหม่ทุกวันและมีคุณภาพ เริ่มที่บรรดาเครื่องใน ก็ต้องคัดสรรมาเป็นอย่างดี นำมาล้างจนสะอาด ต้มจนสุก ทำให้ไม่มีกลิ่น เนื้อหมูและหมูสับก็หมักด้วยสูตรพิเศษ ส่วนน้ำซุปก็ใช้กระดูกหมูมาเคี่ยวแล้วปรุงจนได้รสกลมกล่อม
      
       ด้วยวัตถุดิบดีๆ แบบนี้ ทำให้คนในละแวกนี้ติดใจในรสชาติ การันตีความอร่อยด้วยระยะเวลาที่ขายมานาน 8 – 9 ปี และลูกค้าที่แน่นร้านทุกวัน ในช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าถึงบ่ายสองโมง และถึงแม้ว่าร้านจะเปิดถึงสี่โมงเย็นก็ตาม หากว่าวันไหนที่ลูกค้าเยอะจริงๆ ของก็อาจจะหมดก่อนปิดร้านได้
      
       ว่าแล้วก็ตามมาชิมเกาเหลาเลือดหมูของที่ร้านนี้กันดีกว่า สำหรับเกาเหลาเลือดหมู(ธรรมดา 30 บาท พิเศษ 40 บาท) ของที่นี่ในชามเกาเหลาเลือดหมูก็จะมีเลือดหมูก้อนโต ใบตำลึง เครื่องในหมู ทั้งปอด ลิ้น เซี่ยงจี้ ไส้อ่อน ใส่รวมมากับหมูหมักเป็นชิ้นๆ และที่เด็ดที่สุดก็ต้องหมูสับนุ่มๆ แทบจะละลายอยู่ในปาก ทั้งหมดนี้อยู่ในน้ำซุปหอมหวาน รสกลมกล่อม
กวยจั๊บน้ำใส
       สำหรับเกาเหลาเลือดหมูของที่นี่ใครจะสั่งใส่อะไร หรือไม่ใส่อะไรบ้างก็ได้ตามแต่จะชอบกินกัน และจะกินเกาเหลาเลือดหมูแบบไม่ใส่เลือดหมูก็ยังได้ หรือจะสั่งข้าวเปล่า (8 บาท) มากินคู่กันก็จะยิ่งดี
      
       ส่วนกวยจั๊บของร้านนี้ (ธรรมดา 30 บาท พิเศษ 40 บาท) เป็นกวยจั๊บแบบน้ำใส ใส่เครื่องแบบเดียวกับเกาเหลาเลือดหมู แผ่นแป้งไม่นิ่มไม่เละเกินไป กินกับน้ำซุปหวานหอม เข้ากันได้ดี เรียกว่านับว่าหากใครที่นึกอยากจะกินเกาเหลาเลือดหมูและกวยจั๊บร้อนๆ รสดี ร้าน "เกาเหลาเลือดหมู - ก๋วยจั๊บ" ก็นับว่าเป็นอีกร้านที่ชวนให้มาลองลิ้มชิมรสชาติไม่น้อยเลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "เกาเหลาเลือดหมู - ก๋วยจั๊บ" ตั้งอยู่ที่ซอยวิภาวดีรังสิต 2 ดินแดง กรุงเทพฯ การเดินทางจากถนนวิภาวดีมุ่งหน้าไปแยกดินแดงแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวิภาวดี รังสิต 2 (ซอย ม.หอการค้า) มุ่งตรงเข้าไปตามเส้นทางถนนหลัก ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ติดกับร้านข้าวมันไก่ ตรงข้ามกับร้าน 7-11 ร้านเปิดทุกวันจันทร์ – เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์และในช่วงที่ ม.หอการค้าไทยปิดภาคเรียน) เวลา 07.00 – 16.30 น. โทร. 08-3717-6504

"เล่าตั๊ง" ลือชื่อห่านพะโล้ รสโอชา

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้านเล่าตั๊ง
       "ผ่านมาแวะกิน" เพิ่งจะได้ฉลองเทศกาลปีใหม่ (สากล) ไปไม่ทันไร อีกหนึ่งเทศกาลแห่งความสุข คือ "เทศกาลตรุษจีน" (ปีนี้ตรงกับวันที่ 26) หรือวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ก็ย่างกรายมาให้ได้เฉลิมฉลองกันอีกแล้ว
หน้าร้านเล่าตั๊งห่านพะโล้
       เมื่อเทศกาลตรุษจีนมาถึงทั้งที เราก็ไม่พลาดที่จะขอร่วมฉลองให้เข้ากับบรรยากาศจีนๆ สักหน่อย โดยการขอพามิตรรักนักกินไปเจี๊ยะอาหารจีนกันดีกว่า ยังย่าน "เยาวราช" ไชน่าทาวน์ที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านอาหารจีนเลิศรสที่มีให้เลือกกินมากมาย
เพ็ญงาม พวงเงิน เจ้าของร้าน
       และในมื้อนี้เราก็เลือกที่จะขอพาทุกคน มาอิ่มหนำกับห่านพะโล้เลิศรสกันที่ร้าน "เล่าตั๊ง" ที่นี่เขาขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของห่านพะโล้ ที่คนแถวเยาวราชต่างรู้จักและคุ้นลิ้นกันเป็นอย่างดี ว่าที่นี่ขายห่านพะโล้มานานถึง 30 กว่าปี มีคุณเพ็ญงาม พวงเงิน เป็นเจ้าของร้านที่จะคอยยืนสับห่านพะโล้อยู่ตรงหน้าตู้ที่จะมีห่านพะโล้ตัวโตแขวนโชว์ยั่วน้ำลายให้ลองลิ้มกัน
เมนูห่านพะโล้รสเลิศ
       ห่านพะโล้ของที่ร้านนี้เป็นห่านพะโล้สไตล์จีน แต้จิ๋ว ซึ่งห่านพะโล้ของที่นี่ตัวโตน่ากิน เพราะทางร้านเลือกห่านที่ดีมีคุณภาพสั่งตรงมาจากฟาร์มที่เชื่อถือได้ และเน้นคัดแต่ห่านสดๆ นำมาล้างทำความสะอาดอย่างดี และนำมาต้มกับพวกเครื่องเทศยาจีนหลายชนิดตามสูตรเด็ดเฉพาะนานกว่า หนึ่งชั่วโมงครึ่ง จนเนื้อห่านนุ่มได้ที่ก็พร้อมสับขายได้ทันที
แกงจืดและหน่อไม้จีนต้มพะโล้
       สำหรับห่านพะโล้ของที่นี่สามารถเลือกสั่งมากินเป็นส่วนๆ ได้ สนนราคาแตกต่างกันไปตามแต่จะสั่ง อย่างถ้าสั่งห่านครบตัว (1,000 บาท) สั่งเป็นจานราคา (80 บาทขึ้นไป) แต่ถ้าจะให้ได้สัมผัสถึงรสชาติห่านพะโล้ที่ถูกปากและโดนใจแบบเต็มที่ ขอแนะนำว่าให้สั่งเนื้อห่านบวกหนังมากินกัน ทางร้านจะแล่เนื้อห่านติดหนังมาเป็นชิ้นๆหนาพอดีคำ แล้วก็ราดด้วยน้ำพะโล้ คีบชิ้นห่านพะโล้ส่งเข้าปากเคี้ยวแล้วจะสัมผัสได้ถึงเนื้อห่านที่นุ่มหวาน ชุ่มปาก ไม่เหนียวและไม่มีกลิ่นสาป กลับได้กลิ่นหอมของพะโล้อ่อนๆ ส่วนหนังห่านนั้นนุ่มนิ่มมากๆ หรือจะจิ้มกับน้ำจิ้มพริกน้ำส้ม ก็ช่วยเพิ่มรสชาติ เปรี้ยวนิดๆ แก้เลี่ยนได้ด้วย
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านในเป็นห้องแอร์
       ส่วนถ้าใครไม่อยากกินแต่เนื้อห่านอย่างเดียวจะสั่งห่านมาเป็นส่วนๆ ก็มีให้เลือกทั้งส่วนปีก (ชุดละ 50 บาท) ขา (ชุดละ 70 บาท) คอ (อันละ 30 บาท) เครื่องใน (ชุดละ 40 บาท) มีลิ้น ไส้ เลือด ตับ กึ๋น และยังมีแกงจืดให้สั่งมาซดน้ำร้อนๆ กินแกล้มกับห่าน อาทิ แกงจืดมะระต้มกระดูกหมู เต้าหู้สาหร่าย (40 บาทขึ้นไป) แถมมีเมนูพิเศษอย่าง หน่อไม้จีนต้มพะโล้ (50 บาท) ให้ได้ชิมด้วย เอาเป็นว่าหากใครอยากจะลิ้มรสชาติห่านพะโล้รสเลิศลิ้น ก็อยากบอกว่าให้มาชิมกันได้ที่ร้าน "เล่าตั๊ง" แห่งนี้ขอบอกว่าไม่ผิดหวัง หอเจี๊ยะจริงๆ
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "เล่าตั๊ง" ตั้งอยู่ที่ 467/1 ถ.เยาวราช กทม. การเดินทางจากวงเวียนโอเดียน ตรงมาที่ถ.เยาวราช วิ่งจนมาถึงแยกเฉลิมบุรี เลยจากแยกมาประมาณ 10 ม. จะเห็นตรอกเล็กๆ ทางขวามือเป็นที่ตั้งของร้านเล่าตั๊ง จะมีตู้โชว์ห่านและป้ายร้านให้เห็นชัดเจน จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามกับรุ่งทรัพย์การท่องเที่ยว เปิดทุกวัน 09.00-16.00 น. (แต่ถ้ามาช้าห่านอาจจะหมดเร็วแนะนำว่ามากินก่อนบ่ายโมงจะดีกว่า) โทร. 0-2221-6070

ละเลียดขนมเบื้องโบราณ ที่ร้าน"ละเมียด"

บรรยากาศร้านละเมียด
       ปีนี้เป็นปีวัวถ้าให้ "ผ่านมาแวะกิน" นึกถึงอะไรดีๆ ที่เกี่ยวกับวัว เราปิ๊งนึกถึงสี่แยกคอกวัวขึ้นมาทันที เพราะตรงสี่แยกคอกวัวนี้ มีถนนสายเก่าแก่ที่ชื่อว่า ถ. ตะนาวที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสี่แยก ซึ่งถนนสายนี้คราคร่ำไปด้วยสารพัดของกินอร่อยๆ มากมาย เป็นอะไรที่ถูกใจคนชอบกินอย่างเรานักเชียว
ร้านละเมียดมีขนมเบื้องไทบโบราณที่ชวนกิน
       และในมื้อนี้เมื่อผ่านมาที่นี่ เราก็ขอพาทุกคนมากินขนมเบื้องไทยโบราณเจ้าเก่าแก่ของร้าน "ละเมียด" ที่ขายอยู่ยั่งยืนยง คู่กับถ.ตะนาวมานมนาน ซึ่งเมื่อมาถึงร้านก็จะได้เห็นลุงพิมาย พุฒประเสริฐ เจ้าของร้านนั่งละเลงขนมเบื้องอยู่บนเตาร้อนๆ โชว์อยู่หน้าร้าน
ลุงพิมาย พุฒประเสริฐ นั่งละเลงขนมเบื้อง
       เรามีโอกาสได้คุยกับลุงพิมาย ท่านบอกว่าขนมเบื้องแบบนี้ เป็นขนมเบื้องสูตรแบบไทยโบราณจริงๆ ที่ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นยายสู่รุ่นแม่ และมาสู่รุ่นคุณลุง ซึ่งหน้าตาขนมเบื้องของที่ร้านนี้ต้องบอกว่าเป็นขนมเบื้องไทยสูตรโบราณจริงๆ ที่หากินได้ยากแล้วในปัจจุบันนี้
      
       สำหรับเอกลักษณ์ของของขนมเบื้องไทยของที่นี่ มีความพิเศษตั้งแต่ตัวแป้งขนมเบื้องที่จะต้องใช้ถั่วทองคั่วมาผสมกับข้าว เจ้าเก่า ใส่ปูนแดง น้ำปูนใส แล้วนำไปโม่ในเครื่องโม่ เมื่อออกมาเป็นตัวแป้งแล้วก็นำไปผสมกับไข่แดงล้วนๆและน้ำตาลทราย เป็นอันเสร็จสิ้นขบวนการตัวแป้งที่นำมาละเลงได้
      
       ส่วนหน้าของขนมเบื้อง หรือที่เรียกว่า สังขยาขนมเบื้อง นั้นทำจากน้ำตาลปี๊บ ผสมกับไข่ทั้งไข่แดงและไข่ขาว นำมาขยำรวมกัน เวลาลงมือทำขนมเบื้องก็จะใช้กระจ่าละเลงแป้งลงไปก่อน แล้วจึงตามด้วยสังขยาขนมเบื้อง และใส่ไส้ต่างๆ ลงไป
ขนมเบื้องหลากไส้ชวนกิน
       สำหรับไส้ขนมเบื้องของที่นี่มีให้เลือกกินทั้งไส้หวาน และไส้คาว (หรือไส้เค็ม) ซึ่งไส้หวานมีส่วนประกอบคือ มะพร้าวขูด ชิ้นฟักเชื่อม ลูกพลับแห้ง และฝอยทองที่ทางร้านทำเอง รสชาติไม่หวานจนเกินไป พอนำมาใส่รวมกับเครื่องอื่นๆ ทำให้ขนมเบื้องชิ้นนี้มีทั้งความหวานจากฝอยทอง ความหอมมันจากมะพร้าวขูด แถมยังได้เคี้ยวชิ้นฟักและลูกพลับมันปาก
      
       อีกไส้คือไส้เค็ม หรือไส้กุ้ง ซึ่งนำกุ้งนำมาสับละเอียด ผัดกับมะพร้าวขูดด้วยกระต่าย และผัดผสมกับมันกุ้ง ปรุงรสด้วยรากผักชี พริกไทย ออกมาเป็นตัวไส้กุ้ง นำมาใส่ลงบนแผ่นขนมเบื้อง แล้วก็ใส่พริกไทย ใส่มะพร้าวและและ โรยหน้าด้วยผักชีอีกที ทำให้เวลากินเข้าไปแล้วได้รสเค็มๆ มันๆ หอมกลิ่นพริกไทยอ่อนๆ
ขนมเบื้องละเลงอยู่บนเตาร้อนๆ
       ราคาขนมเบื้องของที่นี่แบบธรรมดาชิ้นเล็ก 10 บาท กลาง 20 บาท หรือถ้าใครอยากจะกินลิ้มรสทั้งไส้หวานและเค็มในชิ้นเดียวกัน ที่นี่ก็จัดให้ได้เป็นขนมเบื้องแบบทูอินวัน (ธรรมดา 30 บาท พิเศษ 50 บาท) และยังมีขนมขนมเบื้องใส่ไข่ (ธรรมดา 30 บาท พิเศษ 50 บาท) โดยจะใส่เฉพาะไข่แดง เกลี่ยรวมไปกับหน้าสังขยา แล้วจึงเลือกใส่ไส้เค็ม ไส้หวาน หรือไส้ทูอินวันก็ได้ตามชอบ
      
       และนอกจากขนมเบื้องไทยโบราณแล้ว ก็ยังมีขนมเบื้องญวนรสดี (ธรรมดา 30 บาท ใส่ไข่ 35 บาท) ที่ชวนกินไม่แพ้กัน เรียกว่าหากใครอยากจะลองลิ้มขนมเบื้อไทยโบราณอร่อยๆ ที่หากินได้ยาก หากตรงมาที่ร้าน "ละเมียด" ขอบอกว่าสมใจปากอย่างแน่นอน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "ละเมียด" ตั้งอยู่ที่ 286 ถ.ตะนาว หน้าวัดมหรรณพาราม กทม. การเดินทางจากสี่แยกคอกวัว ตรงมาที่ถ.ตะนาว ตรงเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงวัดมหรรณฯ ก็จะเห็นร้านละเมียดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัด มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 09.00-17.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย (เฉพาะขนมเบื้องไทย) โทร. 0-2224-2117

"Custard Nakamura" หอมนุ่ม เบเกอรี่โฮมเมดญี่ปุ่น

บรรยากาศภายในร้านคัสตาร์ด นากามูระ
       อยู่ดีๆ เพื่อนสาวก็มาชวน "ผ่านมาแวะกิน" ไปญี่ปุ่น เราออกอาการดีใจสุดๆ เพราะนึกว่าจะได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเขา แต่ที่ไหนได้ญี่ปุ่นที่เพื่อนพาไป คือเจแปนนิส ทาวน์ ที่ตั้งอยู่ตรงซอยสุขุมวิท 33/1 ในเมืองไทยของเรานี่เอง
      
       ซอยสุขุมวิท 33/1 แห่งนี้เป็นซอยเล็กๆ ที่ภายในซอยมีความเป็นญี่ปุ่นอยู่สูง เพราะเป็นแหล่งรวมความเป็นญี่ปุ่นมากมายไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ร้านเช่าวีดีโอ ร้านขายของ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ให้คนญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทยได้มาจับจ่ายซื้อของ รวมถึงคนไทยที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นมาที่นี่ก็ไม่ผิดหวัง
ร้านคัสตาร์ด นากามูระ ชวนชิมเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น
       เหมือนอย่างที่พวกเรามาที่นี่ ก็มาเพื่อที่จะมาหาของกินอร่อยๆ สไตล์ญี่ปุ่นแบบแท้ๆ กินกัน และในมื้อนี้พวกเราก็เลือกที่จะขอเดินเข้าร้านเบเกอรี่ร้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่า "Custard Nakamura" (คัสตาร์ด นากามูระ) เป็นร้านเบเกอรี่ที่มีผู้คนเดินเข้าร้านอย่างขวักไขว่ ซึ่งร้านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของเบเกอรี่ที่ชวนกิน ซึ่งเป็นเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เพราะมีเจ้าของร้านคือคุณคิโยจิ นากามูระ ที่เป็นผู้ก่อตั้งร้านคัสตาร์ดฯ สาขาแรกอยู่ที่เมือง Ichigawa จังหวัด Chiba ประเทศญี่ปุ่น และก็ได้คิดขยายสาขามาที่เมืองไทย เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มรสชาติเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น ที่เน้นเรื่องคุณภาพ และรสชาติแบบญี่ปุ่นที่แท้จริง
คัสตาร์ดพุดดิ้ง
       เบเกอรี่ของที่นี่มีให้เลือกลิ้มรสมากมายกว่า 300 รายการ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังต่างๆ แซนวิช คุกกี้ เค้ก และคัสตาร์ดที่เป็นของขึ้นชื่อของร้าน ซึ่งเบเกอรี่ของที่นี่เป็นโฮมเมดทำแบบสดใหม่ทุกๆ วัน ไม่มีการใส่สารกันบูดแต่อย่างใด เราสามารถเลือกเบเกอรี่ได้ตามใจชอบ (ทางร้านไม่มีโต๊ะนั่ง ลูกค้าเลือกซื้อแบบบริการตัวเอง และคิดเงินซื้อกลับบ้าน)
      
       มาดูกันดีกว่าว่าที่นี่มีเบเกอรี่เด่นๆ อะไรบ้างที่ชวนกิน อย่างแรกที่อยากแนะนำเป็นเมนูขึ้นชื่อที่นำมาตั้งเป็นชื่อร้าน นั่นคือ คัสตาร์ดพุดดิ้ง (40 บาท) เป็นคัสตาร์ดสไตล์ญี่ปุ่นที่ทำมาจากไข่กับนมสด เนื้อเหลืองนวล ราดด้วยคาราเมลหวานๆ กินแล้วเนื้อคัสตาร์ดเนียนนุ่มเด้ง รสชาติหอมหวานละมุนลิ้น
เม้นจิซานโดะ(บน), บัตเตอร์โรลเนื้อ (ล่าง)
       ส่วนอีกตัวเป็น พุดดิ้งวนิลา (55 บาท) หน้าตาเหมือนคัสตาร์ดแต่จะต่างตรงที่มีทั้งไข่ นมสด และใส่วิปปิ้งครีมลงไปด้วย ทำให้ได้เนื้อพุดดิ้งที่เนียนเบานุ่มถูกปากไม่แพ้กัน
      
       เม้นจิซานโดะ (42 บาท) เป็นแซนวิชหมูทอดที่ขายดี เพราะหมูทอดมีส่วนผสมของหัวหอมใหญ่ ปรุงรสชาตินำไปคลุกเกร็ดขนมปังทอดจนสุกเหลืองและชุปซอสญี่ปุ่นอีกที แล้วเอามาใส่ในขนมปังแซนวิชที่ทาซอสมะเขือเทศกับมัสตาร์ดไว้ เคี้ยวกินคำโตหมูทอดเนื้อนุ่มได้รสชาติซอสญี่ปุ่นที่กลมกล่อมกินเข้ากันกับ ขนมปังนิ่มๆ
นานาเบเกอรี่ชวนกิน
       นอกจากนี้ก็ยังมีเบเกอรี่อื่นๆ ที่น่ากินอีกเพียบ อาทิ บัตเตอร์โรลเนื้อ (36 บาท) ชูว์พาย (25 บาท) คัสตาร์ดครีมชาเขียว (25 บาท) เมนไตโกะมายองเนสบาร์เก็ต (38 บาท) ปังถั่วแดง (20 บาท) มาเดรีนงา (130 บาท) สตรอเบอรี่ชอร์ทเค้ก (70 บาท) ชีสเค้ก (45 บาท) และอีกสารพันเบเกอรี่โฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่หอมนุ่มชวนกิน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สารพัดเค้กที่น่าลิ้มรส
       "Custard Nakamura" (คัสตาร์ด นากามูระ) ตั้งอยู่ที่ 595/12 ถ.สุขุมวิท 33/1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าBTSมาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วลงตรงฝั่งตรงข้ามกับห้างเอ็มโพเรียม และเดินมาที่ซ.สุขุมวิท 33/1 ตรงเข้ามาในซอยประมาณ 50 ม. ก็จะเห็นร้านคัสตาร์ดฯ ตั้งอยู่ขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น. โทร. 0-2259-9630, 0-2259-9355

หวานรัก อร่อยรสไอศกรีม ที่ "คอฟฟี่ แอนด์ โคนส์"

บรรยากาศภายในร้านคอฟฟี่ แอนด์ โคนส์
       เดือนแห่งกุมภาพันธ์ ถือเป็นเดือนแห่งความสุขที่อบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรัก เพราะในวันที่ 14 ก.พ. นั้นถือว่าเป็น "วันวาเลนไทน์" ที่ใครหลายๆ คนยึดถือเอาว่าเป็นวันแห่งการแสดงออกซึ่งความรักที่มีให้ต่อกัน "ผ่านมาแวะกิน" ก็ว่าความรักเป็นสิ่งที่ดี คนเราทุกคนควรจะรักกัน ไม่ว่าจะรักพ่อแม่ พี่น้อง คนรัก เพื่อน เพื่อนร่วมชาติ ขอแค่มีความรักที่บริสุทธิ์ใจให้แก่กันทุกวัน
สตรอเบอร์รี่ ซอร์เบท
       และในมื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ก็มีความรักตามแบบฉบับส่วนตัวของคนชอบกินมามอบให้แก่มิตรรักนักกิน นั่นคือการขอพาทุกคนไปเติมความหวานความสดชื่นฉ่ำใจกันการกินไอศกรีมเย็นๆ ให้ชื่นใจกันที่ร้านไอศกรีมร้านเล็กๆ ชื่อว่า "คอฟฟี่ แอนด์ โคนส์" (Coffee & Cones)
ช็อกโกแลต ซอร์เบท ชูการ์ฟรี
       คอฟฟี่ แอนด์ โคนส์ มีจุดเด่นอยู่ตรงไอศกรีมของที่นี่ เป็นไอศกรีมที่เป็นเฟรนไชส์ของดรีม โคนส์ ซึ่งเป็นไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนเจลาโตโฮมเมด ซึ่งใช้นมเป็นส่วนผสมหลัก และถ้าเป็นไอศกรีมเชอร์เบทก็จะใช้ผลไม้และน้ำเป็นส่วนผสมหลัก แถมยังเป็นไอศครีมแบบปราศจากน้ำตาล (Sugar Free) โดยจะใช้สารที่ให้ความหวานที่สกัดจากมันสำปะหลังแทน ซึ่งให้พลังงานน้อยกว่าน้ำตาลธรรมดาทำให้สาวๆ ที่กลัวว่ากินไอศกรีมมากๆ แล้วจะอ้วนไม่ต้องกลัวเลย
บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก
       สำหรับไอศกรีมของที่นี่มีมากมายกว่า 30 รสให้ได้เลือก และจะสลับหมุนเวียนเปลี่ยนรสชาติใหม่ๆ มาเสมอ สำหรับไอศกรีมรสเด่นๆ ที่น่ากินก็มีมาก อย่างเช่นถ้าใครชอบไอศกรีมเชอร์เบทแบบได้รสผลไม้จริงๆ ก็ต้องนี่เลย สตรอเบอร์รี่ ซอร์เบท ที่จะได้ลิ้มรสชาติความเปรี้ยวอมหวานของสตรอเบอร์รี่ล้วนๆ แบบฉ่ำปาก และใส่มาในถ้วยโคนบางกรอบที่ทางร้านทำองแบบสดใหม่
นานาขนมโฮมเมดชวนกิน
       แต่ถ้าใครชอบกินช็อกโกแลตมากๆ แนะนำว่ารสนี้เลย ช็อกโกแลต ซอร์เบท ชูการ์ฟรี จะได้ลิ้มรสชาติช็อกโกแลตที่หอมหวานเข้มข้น แต่ไม่ขมเพราะเป็นช็อกโกแลตแท้ๆ นำเข้าจากอเมริกา และอีกหนึ่งรสที่น่ากิน คือ บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก เป็นไอศกรีมรสบลูเบอร์รี่หวานอมเปรี้ยวนิดๆ เนื้อเนียนนุ่มและได้รสของชีสที่ใส่มา และก็ยังมีรสอื่นๆ ที่น่าชิมอีกมาก อาทิ แอปเปิ้ล-กีวี ซอร์เบท, เจลลี่ ออเร้นท์, พายมะนาว, รัมย์เรซิ่น, คอฟฟี่ อัลมอนด์, มิ้นท์ ช็อกโกแลต ชิพ ฯลฯ ซึ่งราคาไอศกรีมขายสกู๊ปละ (40 บาท) สองสกู๊ป (70 บาท) ซื้อกลับบ้าน 6 สกู๊ป (230 บาท)
ไอศกรีมหลากรสหวานเย็น
       แล้วนอกจากไอศกรีมแล้ว ที่นี่ยังมีขนมโฮมเมดที่ทางร้านทำเองให้ได้ลองกินกันด้วย อาทิ วอฟเฟิลกรอบ (35 บาท) บราวนี่เค้ก (45 บาท) บัตเตอร์เค้ก (40 บาท) รวมถึงมีเครื่องดื่มอย่างกาแฟ ที่ทางร้านเลือกใช้กาแฟอราบิก้ากับโรบัสต้าผสมกัน ชงเป็นกาแฟสดหอมๆ ที่ชวนดื่ม อาทิ คาปูชิโน (ร้อน 35 เย็น 40 ปั่น 45 บาท) ลาเต้ (ร้อน 35 เย็น 40 ปั่น 45 บาท) มอคค่า (ร้อน 40 เย็น 45 ปั่น 50 บาท) ฯลฯ และยังมีเครื่องดื่มอย่างน้ำปั่นเย็นๆ ให้ดื่มอีกด้วย อาทิ สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มิกซ์เบอร์รี่ ฯลฯ (แก้วละ 35 บาท เพิ่มโยเกิร์ตอีก 10บาท)
มุมโต๊ะนั่งสบายๆ
       "ผ่านมาแวะกิน" ว่าหากใครกำลังคิดอยากเพิ่มความหวานให้กับชีวิตรัก แบบเย็นฉ่ำชื่นใจกับไอศกรีมเย็นๆ ก็รีบควงแขนคนรักมากันได้เลยที่ร้าน "คอฟฟี่ แอนด์ โคนส์"
       

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "คอฟฟี่ แอนด์ โคนส์" (Coffee & Cones) ตั้งอยู่ที่ 23 ซ.อารีย์ ถ.พหลโยธิน 7 สามเสนใน พญาไท กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าBTS ลงที่สถานีอารีย์ แล้วเดินลงมาทางซ.อารีย์ จากปากซอยเดินตรงเข้ามาประมาณ 200 ม.จะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือเป็นตึกแถว มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น. โทร. 0-2279-0872, 08-9486-3806