ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“บ้านใบผัก” อาหารจานเจ ที่ไม่จำเจ

เคาน์เตอร์หน้าร้าน
       พูดถึงอาหารเจทีไร คนก็มักจะนึกถึงอาหารที่มีแต่แป้ง มัน และเลี่ยน รูปร่างหน้าตาไม่ชวนกินเสียเท่าไหร่ ทำให้หลายๆ คนไม่อาจจะตกลงปลงใจกินเจได้เสียที
      
       แต่ถ้าหากมาที่ร้านนี้ อาจจะเปลี่ยนใจมากินเจแบบถาวรเลยก็ได้ เพราะที่นี่เขาเน้นอาหารเจที่มีรถชาติถูกปาก แถมเมนูต่างๆ ก็มีมาให้เลือกสรรมากมาย ร้านที่ว่านี้ก็คือ “บ้านใบผัก” ตั้งอยู่ใน ซ.ติวานนท์ 14
บรรยากาศร้านบ้านใบผัก
       จุดเริ่มต้นของร้านมากจาที่ครอบครัวของคุณ วรรณพร ภักดีเดชาเกียรติ เจ้า ของร้าน ที่กินเจทุกวันมากว่า 10 ปีแล้ว จึงเกิดความคิดที่ว่า จะทำยังไงให้คนที่กินเจสามารถหาร้านอาหารมานั่งกินได้ตลอด ไม่ใช่มีแต่ช่วงเทศกาลเจเท่านั้น จึงเริ่มที่จะตั้งร้านนี้ขึ้นมา
      
       ซึ่งภายในร้านจะมีเมนูอาหารไทยทั่วไป จำพวกข้าวตามสั่ง ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว รวมไปถึงอาหารอีสาน อย่างพวกส้มตำ น้ำตก ซึ่งรสชาติที่ทำมานั้นก็จะทำให้ถูกปากคนกิน ไม่จืดชืดหรือรสจัดจนเกินไปนัก
หมูทอด
       ว่าแล้ว “ผ่านมาแวะกิน” ก็ต้องลิ้มลองรสชาติเสียหน่อย ว่าจะถูกปากถูกใจแค่ไหน โดยเริ่มกันที่เมนูเบาๆ อย่าง หมูทอด (3 ชิ้น 25 บาท) ที่ใช้โปรตีนเกษตรที่เป็นแผ่นมาหมักกับซีอิ้ว และเครื่องปรุงรสต่างๆ ทิ้งไว้จนเข้าเนื้อ แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ ซึ่งเมื่อลองชิมแล้วก็ได้กลิ่นหอมน้อยๆ กรอบนอกนุ่มใน รสเค็มพอดิบพอดี
ไก่กรอบ
       ส่วนอีกจานนั้นเป็น ไก่กรอบ (ถุงละ 30 บาท) ที่ใช้โปรตีนเกษตรเช่นกันแต่นำมาฉีกเป็นชิ้น แล้วค่อยไปหมัก จากนั้นก็นำไปทอดจนกรอบ ลองชิมดูแล้วรู้สึกได้เลยว่ากรอบสมชื่อไก่กรอบจริงๆ ได้รสชาติดี จะกินเปล่าๆ กินคู่กับข้าวสวย หรือจะกินคู่กับอาหารชนิดอื่นก็อร่อยไม่แพ้กัน
ส้มตำสมุนไพร
       และอาหารอีสานก็ขาดจานนี้ไม่ได้ ส้มตำสมุนไพร (45 บาท) ใช้มะละกอดิบขูดเป็นเส้น และแครอทขูดเป็นเส้น มาตำกับเครื่องส้มตำอย่างมะเขือเทศ ถั่วฝักยาว และถั่วลิสง ปรุงออกมาให้ได้สามรส แล้วก็ใส่ตะไคร้ซอยลงไปด้วย เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับอาหารจานนี้ ซึ่งเราลองชิมแล้วก็ต้องบอกเลยว่ารสชาติกำลังดี เพราะไม่ได้เผ็ด หรือรสจัดจนเกินไปนัก
น้ำตกหมู
       อีกจานที่ขาดไม่ได้เช่นกันก็คือ น้ำตกหมู (45 บาท) ใช้โปรตีนเกษตรแบบเดียวกับที่ทำหมูทอด เพียงแต่ทอดแค่พอสุก ไม่ต้องกรอบ แล้วนำมาหั่น คลุกเคล้ากับเครื่องลาบหอมๆ ที่ทำสดใหม่ กินคู่กับในแปะตำปึง ที่เข้ากันสุดๆ จานนี้ทั้งหอม ทั้งกลมกล่อม ถูกใจเราเสียจริง
      
       และปิดท้ายให้อิ่มสุดๆ กันด้วย ข้าวผัดเบญจรงค์ (45 บาท) ใช้ข้าวกล้องมาผัดกับข้าวโพดอ่อน แครอท ถั่วลันเตา แฮมเจ และสมุนไพรชนิดพิเศษที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โรงหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด เมนูนี้สีสันสวยงามน่ากิน รสชาตินุ่มนวลชวนอร่อย
ข้าวผัดเบญจรงค์
       แต่ถ้าอยากลองชิมเมนูอื่นๆ อีก ก็ขอแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก (35 บาท) ผัดหมี่ฮ่องกง (40 บาท) ผัดเผ็ดหมูป่า (50 บาท) ลาบ (45 บาท) แล้วก็ยังมีข้าวแกงเมนูต่างๆ ให้เลือกชิมกันอีกหลากหลาย อาหารเจรสดีทั้งหมดนี้ รวมกันอยู่ในร้าน “บ้านใบผัก” ที่ “ผ่านมาแวะกิน” ขอแนะนำให้ไปลองลิ้มกันดู
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “บ้านใบผัก” ตั้ง อยู่ที่ 118/58 ซ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทางจากแยกบางเขน ตรงมาตาม ถ.งามวงศ์วาน ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกแคราย ให้เลี้ยวซ้าย แล้วคอยสังเกตทางซ้ายมือ ขับตรงไปจนถึง ซ.ติวานนท์ 14 (ซอย รพ.บำราศนราดูร) เลี้ยวซ้ายเข้าซอยแล้วตรงไปอีกประมาณ 100 เมตรจะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ สามารถจอดรถได้หน้าร้าน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น. โทร. 08-6313-6980, 08-5130-6225

“ปึงใฮ้ฮวด”ต้นตำรับชุนเปี๊ยะ ขนมบ้องกินเล่นอร่อยจริง

บรรยากาศของตลาดบางหลวง
       ริมแม่น้ำท่าจีนสายยาวที่ไหลผ่าน จ.นครปฐม ก็ทำให้เกิดชุมชนการค้าหลากหลายแห่ง ที่ปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ อย่างเช่นที่ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 แห่งนี้ ที่ “ผ่านมาแวะกิน” ได้มีโอกาสแวะเวียนมา
      
       ตลาดบางหลวงแห่งนี้ เป็นตลาดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนทางฝั่งตะวันตก เริ่มก่อตั้งตลาดตั้งแต่ปี พ.ศ.2446 ทั้งสองฝั่งของตลาดนั้นเป็นห้องแถวไม้สองชั้นที่หันหน้าเข้าหากัน โดยข้างล่างจะเปิดเป็นร้านรวงต่างๆ ที่ปัจจุบันนี้ก็ยังเปิดขายให้กับผู้คนในชุมชน และนักท่องเที่ยวต่างถิ่นเข้าไปเลือกซื้อกันได้
ส่วนผสมต่างๆ ของชุนเปี๊ยะ
       ครั้นจะมาเที่ยวเพียงอย่างเดียวก็ใช่ที่ ตลาดโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปีแห่งนี้ ย่อมต้องมีของดีของอร่อยรอคอยให้มาลิ้มลองอย่างแน่นอน “ผ่านมาแวะกิน” ก็เลยมองหาไปเรื่อย จนไปเจอร้านหนึ่งที่ชื่อว่า “ปึงใฮ้ฮวด” ที่ มีลูกค้ามายืนรอต่อคิวอยู่หลายคน ลองชะโงกหน้าเข้าไปดูก็เห็นอาหารที่มีรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับปอ เปี๊ยะทอด แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นป้ายที่เขียนชื่อไว้ว่า “ชุนเปี๊ยะ” แบบนี้ก็เกิดอาการสงสัยขึ้นในทันที เลยลองสอบถามจากเจ้าของร้าน คุณจันทิมา ปัญญาพิทักษ์วงศ์ แล้วก็ได้คำตอบมาว่า
      
       ชุนเปี๊ยะ เป็นของว่างกินเล่นของจีนแต้จิ๋ว มีชื่อแบบไทยว่า “ขนมบ้อง” ซึ่งกรรมวิธีการทำชุนเปี๊ยะนั้นก็ไม่ยากไม่ง่าย แต่ก็มีสูตรเด็ดเคล็ดลับอยู่พอตัว โดยเริ่มจากนำแป้งสาลีมาผสมกับไข่ แล้วนำไปละเลงลงบนกระทะให้เป็นแผ่นกลมๆ ขนาดพอดี เมื่อสุกดีแล้วก็นำขึ้นมาพักไว้ก่อน
คุณจันทิมา ปัญญาพิทักษ์วงศ์ สาธิตวิธีการห่อชุนเปี๊ยะ
       ส่วนตัวไส้นั้นทำมาจากกุ้งแห้ง ใบกุยช่ายหั่นเป็นท่อน และหมูสามชั้นปรุงรสที่นำไปผัดจนสุกแล้ว เวลาห่อก็จะนำแผ่นแป้งที่เตรียมไว้มาวาง จากนั้นนำกุ้งแห้ง ใบกุยช่าย และหมูสามชั้นมาวางด้านบน ม้วนห่อแล้วปิดหัวท้าย เอาแป้งสาลีที่ผสมกับน้ำให้มีลักษณะคล้ายกับแป้งเปียก ทำมาทาตรงขอบ เพื่อให้แผ่นแป้งอยู่ตัว ไม่แตกกระจายตอนทอด
      
       เมื่อห่อเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ก็นำลงไปทอดในน้ำมัน จนได้แป้งที่เหลืองกรอบ ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันเล็กน้อยก็พร้อมขายให้ได้ลองชิมกันเลย ที่ร้านนี้เค้าจะไม่ทอดชุนเปี๊ยะทิ้งไว้นานๆ เพราะจะทำให้ความกรอบและรสชาติความอร่อยลดลง แต่จะทอดตอนที่มีลูกค้ามาสั่ง จึงทำให้ต้องยืนรอต่อคิว โดยเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะยิ่งมีลูกค้าเยอะเป็นพิเศษ
ทอดจนเหลืองกรอบ
       ชุนเปี๊ยะกรอบอร่อยแบบนี้ มีขายให้ลิ้มลองกันในราคา 4 ชิ้น 10 บาท กินแล้วได้ความกรอบ แต่ไม่อมน้ำมัน เคี้ยวเข้าไปแต่ละคำได้รสชาติของใบกุยช่าย รสเค็มนิดๆ จากกุ้งแห้ง และหมูสามชั้นนุ่มๆ กลิ่นของกุยช่ายอวลอยู่เต็มปาก ความอร่อยของชุนเปี๊ยะแบบร้อนๆ นี้กลมกล่อมดีจนไม่ต้องใช้น้ำจิ้มใดๆ มาเพิ่มรสชาติเลยทีเดียว
      
       ขอแนะนำสักหน่อยสำหรับคนที่จะมาชิมชุนเปี๊ยะรสดีร้านนี้ ต้องมองดูป้ายชื่อร้านให้ดีก่อน เพราะร้านที่ขายชุนเปี๊ยะนั้นก็มีอยู่หลายร้าน แต่ที่ร้าน “ปึงใฮ้ฮวด” แห่งนี้ เป็นเจ้าแรกของตลาด ต้นตำรับจากเมืองจีน จึงมีสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยที่แตกต่างจากร้านอื่น
ชุนเปี๊ยะกรอบอร่อย
       ถ้าหากนักกินท่านใดได้แวะเวียนมาเที่ยวชมกันที่ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 แห่งนี้แล้ว ก็อย่างลืมมาชิมชุนเปี๊ยะที่ร้าน “ปึงใฮ้ฮวด” ด้วยก็แล้วกัน เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะไม่ได้สัมผัสกับรสชาติความอร่อยของตลาดแห่งนี้อย่างแท้จริง
      
       *****************************************************************************
      
       ร้าน “ปึงใฮ้ฮวด” ตั้งอยู่เลขที่ 8 หมู่ 1 ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม การเดินทางใช้เส้นทางถนนบรมราชชนนี แยกต่างระดับฉิมพลี เข้าเส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพสู่อำเภอบางบัวทอง (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) หมายเลข 340 ถึงแยกนพวงศ์ เส้นทางบางเลน-ลาดหลุมแก้ว สาย 346 เข้าอำเภอบางเลน ใช้เส้นทางบางเลน-บางหลวง (สุชาติพัฒนา สาย3351) ถึงตลาดบางหลวง เดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ จะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-13.00 น. (เสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 9.00 น.) โทร. 0-3439-9150

“นนฯบุรีตำแหลก” ส้มตำรสแซ่บถึงใจ

บรรยากาศหน้าร้านนนฯบุรีตำแหลก
       อาหารอีสานรสแซ่บนั้นเป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดานักกินตัวยงทั้งสิ้น ซึ่งก็รวมไปถึง “ผ่านมาแวะกิน” ด้วยเช่นกัน
      
       ทำให้ในมื้อนี้ เราจึงขอเอาใจแฟนๆ ด้วยการพาไปลิ้มรสอาหารอีสานรสแซ่บเหลือใจ การันตีได้จากจำนวนลูกค้าที่ไปเข้าคิวรอกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ที่ร้าน “นนฯบุรีตำแหลก” ที่อยู่ใกล้ๆ กับท่าน้ำนนทบุรี
คุณทัศนีย์พร คำปัน เจ้าของร้าน
       ร้านนี้มีเจ้าของคือคุณทัศนีย์พร คำปัน ผู้ชื่นชอบรสชาติของอาหารอีสานเป็นอย่างยิ่ง จึงมาเปิดร้านเพื่อเอาใจลูกค้าที่ชอบกินอาหารรสจัดจ้านในสไตล์อีสานผสมผสาน กับภาคกลาง ซึ่งก็เป็นที่ถูกอกถูกใจเป็นอย่างยิ่ง
      
       ขึ้นชื่อว่าร้านตำแหลกแล้ว ที่ร้านนี้ก็มีส้มตำกว่า 30 ชนิด ไว้ให้เลือกชิมกัน แต่ที่เด่นๆ ก็คือ ส้มตำปูม้า (45 บาท) ที่ทางร้านเลือกใช้มะละกอพันธุ์ดำเนินที่มีเนื้อกรอบมาขูด แล้วตำกับเครื่องส้มตำครบเครื่อง และที่เด็ดของจานนี้คือ ปูม้าดองที่ทางร้านทำเอง โดยใช้ปูม้าสดๆ มาดองกับน้ำปลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ส้มตำจานนี้รสชาติจัดจ้านถึงใจ เข้านับเนื้อปูม้าดองที่เนื้อหวาน ไม่เค็มเกินไป
ส้มตำปูม้า
       ตามมาด้วย ไก่ย่าง (ตัวละ 120 บาท ครึ่งตัว 60 บาท) ใช้ไก่พันธุ์เนื้อมาหมักกับสมุนไพรหลากหลายชนิด อย่างเช่น กระเทียม พริกไทย รากผักชี ทิ้งไว้ให้เข้าเนื้อ 1 คืน จากนั้นก็นำมาย่างในเตาไร้ควัน ที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีสารก่อมะเร็ง และทำให้ได้เนื้อไก่ที่นุ่มฉ่ำ ไม่แห้ง หนังบางกรอบ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด หรือน้ำจิ้มหวานก็อร่อยดีจริงๆ
ไก่ย่าง
       เมนูเด็ดอีกหนึ่งอย่างที่มาแบบปิ้งๆ ย่างๆ ก็คือ ปลาช่อนเผาเกลือ (150 บาท) ที่ใช้ปลาช่อนสดๆ ทั้งตัว ยัดไส้ด้วยตะไคร้ โหระพา เพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมฉุย จากนั้นก็ทาด้านนอกด้วยเกลือ นำไปเผาจนสุกแบบพอดิบพอดี ได้เนื้อนุ่มเหนียว ไม่คาว เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเฉพาะที่รสชาติจี๊ดจ๊าด รวมถึงผักลวกที่กินคู่กันแล้วได้คุณค่าครบครัน
ปลาช่อนเผาเกลือ
       ส่วนเมนูสุดท้ายนี้เอาใจคนชอบกินของสดกันหน่อย เกาเหลาทะเลรวม (70 บาท) ที่มีทั้งปูม้าดอง หอยนางรมสดๆ และกุ้งแช่น้ำปลาที่ใช้กุ้งขาวจากเมืองแปดริ้วมาดองกับน้ำปลา แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดนี้ไปคลุกเคล้าให้เข้าเนื้อกับเครื่องส้มตำที่ไม่ใส่ เส้นมะละกอ ทำให้ได้เมนูเกาเหลาทะเลรวมจานนี้ ที่รสชาติเข้มข้นครบรส เนื้อปู เนื้อกุ้ง เนื้อหอยสดหวาน ไม่มีกลิ่นคาว
      
       แล้วก็ยังมีอีกหลากหลายความอร่อยให้ไปเลือกชิมกันอีก อาทิ กุ้งอบวุ้นเส้น (50 บาท) ที่นิยมสั่งมากินคู่กับส้มตำ น้ำตกหมู (40 บาท) คอหมูย่าง (40 บาท) ตำมะม่วง (25 บาท) ตำผลไม้รวม (30 บาท) ที่ล้วนแต่แซ่บโดนใจทั้งสิ้น
เกาเหลาทะเลรวม
       และที่พิเศษกว่านั้น หลังจากสิ้นเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ทางร้านก็ยังจะมีอาหารเหนือ อย่างเช่น ไส้อั่ว หมูทอด ซี่โครงทอด น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ซึ่งเป็นสูตรพิเศษของทางร้านมาวางขายให้ได้ลิ้มลองกัน ซึ่งรสชาติของแต่ละเมนูจะเด็ดสักแค่ไหน ก็ต้องลองไปชิมกันเองที่ร้าน “นนฯบุรีตำแหลก”
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “นนฯบุรีตำแหลก” ตั้ง อยู่ที่ 164/1 ถ.ประชาราษฎร์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทางจากสี่แยกแคราย ให้ขับตรงมาทาง ถ.รัตนาธิเบศร์ จนถึงสี่แยกพระนั่งเกล้าแล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.นนทบุรี 1 แล้วตรงไปเรื่อยๆ จนสุดถนน จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ ตรงอาคารพาณิชย์ห้องแรก ร้านเปิดทุกวัน (หยุดวันจันทร์เว้นจันทร์) เวลา 09.30-20.00 น. (ปิดนั่งกินที่ร้านเวลา 19.00 น.) โทร. 08-3547-5222

“ธัช คาเฟ่” หอมกรุ่น อิ่มอุ่น ริมทาง

เคาน์เตอร์ด้านหน้าร้าน
       เวลาที่รถติดมากๆ แล้วเกิดอาหารหิวขึ้นมาจะทำอย่างไร หลายๆ คนก็คงจะคิดหาทางออกที่แตกต่างกันไป บ้างก็แวะเข้าปั๊ม หรือร้านสะดวกซื้อ เพื่อหาของกินกระจุกกระจิกรองท้องไปก่อน แต่ถ้าเป็น “ผ่านมาแวะกิน” แล้วละก็ คงจะหาของอร่อยกินให้เต็มกระเพาะไปเสียเลย
      
       อย่างที่ร้าน “ธัช คาเฟ่” ที่อยู่ริม ถ.สุทธิสารวินิจฉัย ซึ่งแต่แรกนั้นก็ขายเพียงเฉพาะกาแฟ และเบเกอรี่เท่านั้น ต่อมาก็มีลูกค้าเรียกร้องอยากจะกินอะไรที่หนักท้องบ้าง ก็เลยมีการเพิ่มเติมเมนูตามสั่งขึ้นมา โดยที่นี่เป็นร้านอาหารฮาลาล ไม่มีเนื้อหมูมาเจือปนในทุกๆ เมนู และไม่ใส่ผงชูรสในทุกๆ จาน จึงมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย
สลัดปลาแซลมอนรมควัน
       หิวๆ มาแบบนี้ เราขอเริ่มมื้อนี้ก่อนด้วยเมนู สลัดปลาแซลมอนรมควัน (89 บาท) จานนี้ใช้ผักสลัดปลอดสารชนิดต่างๆ แต่งหน้าสวยงามด้วยมะเขือเทศราชินี และพริกหวานสามสีหั่นเป็นแว่น รวมถึงชิ้นปลาแซลมอนรมควันที่วางมาด้านบน แต่ที่พิเศษของจานนี้ก็คือ น้ำสลัดซีฟู้ดสูตรเด็ด ที่หน้าตาเหมือนกันสลัดครีมทั่วไป แต่พอลองชิมแล้วต้องบอกคำเดียวเลยว่าสุดยอด เพราะกลิ่นและรสชาตินั้นเหมือนน้ำจิ้มซีฟู้ดเลยทีเดียว
สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล
       และขอเติมความเผ็ดอีกจานด้วย สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล (79 บาท) จานนี้ก็จัดจ้านไม่แพ้กัน ด้วยการนำเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกสุกแล้วมาผัดหับปลาหมึกสด และกุ้งสด ใส่ข้าวโพดอ่อน เห็ดฟาง แครอท ส่วนความเผ็ดมาจากพริกตำ พริกไทยสด ใบกะเพรา กระชาย และใบมะกรูด ที่ให้กลิ่นหอมฟุ้ง รสชาติเผ็ดถึงใจ
ทีโบนสเต๊ก
       แล้วเปลี่ยนมากินเมนูแบบฝรั่งกันหน่อย ทีโบนสเต๊ก (139 บาท) ที่ได้เนื้อทีโบนชิ้นโต มาหมักด้วยสูตรเฉพาะ เมื่อย่างจนสุกแล้วก็จะราดด้วยน้ำเกรวี่สีน้ำตาลอ่อน เสิร์ฟพร้อมกับสลัดผัก และมันฝรั่งอบโรยเครื่องเทศ เมนูนี้คงถูกใจคนชอบเนื้อไม่น้อย เพราะได้รสชาติของเนื้อนุ่มๆ ที่มีความหอมอยู่ในตัว
เค้กช็อคโกแลต
       อิ่มจากของคาวแล้ว ขอลองเบเกอรี่กันหน่อย เพราะที่ร้านนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องเค้กโฮมเมดที่ไม่เหมือนใคร เริ่มกันที่ เค้กช็อคโกแลต (ชิ้นละ 45 บาท) ที่เป็นเค้กหน้าแข็ง ทำจากช็อคโกแลตแท่ง และเนยสด ตัวเนื้อเค้กนั้นนุ่มหอม กินไปพร้อมๆ กับหน้าเค้กแล้วก็ไม่ขม ไม่หวานจนเกินไป
เค้กผลไม้ (บน) ทีรามิสุ (ล่าง)
       ต่อกันด้วย เค้กผลไม้ (ชิ้นละ 45 บาท) เป็นเค้กเนื้อเบา ที่แต่ละชั้นจะแทรกด้วยครีมเนื้อเนียน และเนื้อผลไม้ต่างๆ ชิมแล้วนุ่มนิ่ม ได้รสผลไม้ ส่วนอีกอย่างเป็น ทีรามิสุ (ชิ้นละ 45 บาท) แตกต่างจากที่อื่นด้วยการแทรกเนื้อเค้กลงไปในชั้น จนได้ทีรามิสุที่นุ่ม เบา หอมกลิ่นกาแฟ รสชาติไม่ขมไม่หวานนัก
มอคค่าเย็น ชาเขียวนมสด และ น้ำมะนาวโซดา
       ส่วนอีกอย่างที่อร่อยไม่แพ้กันก็คือ มอคค่าเย็น (45 บาท) ที่ใช้เมล็ดกาแฟสดอโรมา มาคั่วและบดเองที่ร้าน ชงผสมกับโกโก้ ได้รสชาติเข้มข้นถูกใจ แต่ถ้าไม่ชอบกาแฟ ก็ขอแนะนำ ชาเขียวนมสด (40 บาท) ที่ชงจากใบชาเขียวแท้ๆ ให้กลิ่นหอมหวน หรือจะเป็น น้ำมะนาวโซดา (39 บาท) ที่นำมะนาวคั้นสดมาผสมกับโซดา ให้รสเปรี้ยวซ่า ชื่นใจ
บรรยากาศภายในร้าน
       ส่วนเมนูแนะนำอื่นๆ อย่างเช่น สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า (79 บาท) สลัดซีฟู้ด (89 บาท) เค้กเนื้อผลไม้ (55 บาท) หรือ สมูทตี้โยเกิร์ต (49 บาท) ก็อร่อยถูกใจไม่แพ้กัน เราจึงอยากแนะนำให้แฟนๆ มาลองชิมกันที่ร้าน “ธัช คาเฟ่” แห่งนี้
      
       ***************************************************************************
      
       “ธัช คาเฟ่” ตั้งอยู่ที่ 523-525 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย ระหว่าง ซ.อินทามระ 33-35 แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. การเดินทาง จากห้าแยกลาดพร้าววิ่งตรงมาทาง ถ.วิภาวดี-รังสิต ขาเข้า จนถึงแยกสุทธิสาร ให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปอีกประมาณ 150 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ ใกล้กับโลตัสเอ็กเพรส สามารถจอดรถได้หน้าร้าน หรือในโลตัส มีบริการ Wi-fi ฟรี ร้านเปิดทุกวัน (หยุดเดือนละ 2 พุธ) เวลา 10.00-22.00 น. ส่วนบริการอาหารตามสั่ง เปิดเฉพาะเวลา 11.00-14.00 น. และ 17.30-22.00 น. โทร. 08-3257-0007, 08-1900-6992