ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"หมูทำอะไรก็อร่อย" อร่อยแบบหมูๆ

บรรยากาศภายในร้านหมูทำอะไรก็อร่อย
       "เนื้อหมู" เป็นเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารต่างๆ มากมาย อีกทั้งเนื้อหมูก็นำมาปรุงแต่งเป็นเมนูอาหารได้หลากหลาย และขอบอกด้วยว่าเนื้อหมูนำมาทำเป็นเมนูอะไรก็อร่อยจริงเชียว!!
      
       อย่างที่ในมื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ขอรับรองเลยว่าเนื้อหมูทำอะไรก็อร่อยจริงๆ เพราะเมื่อได้เดินทางมาที่ร้านอาหารร้านนี้ที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า "หมูทำอะไรก็อร่อย" ที่ตั้งอยู่ตรงถ.อรุณอัมรินทร์ เราก็ค้นพบว่าที่นี่มีเมนูข้าวหมูแดง และข้าวหมูกรอบที่แสนจะเลิศรสให้ได้ลองลิ้มกัน ร้านนี้เปิดขายมานานแล้วกว่า 25 ปี ขายมาตั้งแต่รุ่นพ่อจนมาถึงรุ่นลูก ก็ยังคงฝีมือการทำหมูแดงและหมูกรอบที่มีรสดีถูกปากนักกินแบบไม่เปลี่ยนแปลง
ข้าวหมูแดง
       มาที่ร้านนี้แล้วก็ต้องบอกว่าต้องสั่ง ข้าวหมูแดง (40 บาท พิเศษ 50 บาท) มากินกันเป็นจานแรก ข้าวหมูแดงเสิร์ฟมาร้อนๆ ในจานมีทั้งหมูแดง หมูกรอบ กุนเชียง และไข่เป็ดต้มยางมะตูม แล้วราดด้วยน้ำหมูแดงข้นๆ ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย หมูแดงของที่นี่รสดีสมชื่อเนื้อหมูเคี้ยวนุ่มปากได้รสชาติเครื่องหมักกำลัง ดี เพราะทางร้านเลือกใช้เนื้อหมูส่วนสันนอกเอามาหมักกับเครื่องหมักสูตรพิเศษ ของทางร้าน หมักนานข้ามวันก่อนจะนำมาย่างด้วยเตาถ่านจนหมูสุกหอม
      
       ส่วนหมูกรอบทางร้านก็เลือกหมู 3 ชั้นเอามาต้มและเอามาย่างให้มันออกเยอะที่สุด แล้วจึงเอามาทอดอีกที หั่นมาเป็นชิ้นๆ หมูกรอบกรอบได้ใจเนื้อนุ่มมันนิ่ม กุนเชียงก็รสชาติดี ทุกอย่างกินคู่กับน้ำราดที่ทางร้านปรุงเองจากน้ำซุปที่ได้จากการต้มหมู และนำมาปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะ แถมใส่เครื่องเทศยาจีนด้วย และปรุงเคี่ยวแบบข้ามวันข้ามคืนจนได้น้ำราดออกสีน้ำตาลส่งกลิ่นของเครื่อง เทศยาจีนอ่อนๆ มีงาขาวใส่มาด้วย รสชาติหอมหวานกลมกล่อมถูกปากมากๆ
ข้าวหมูกรอบ
       พอกินข้าวหมูแดงหมดไปแล้ว ก็ขอแนะนำว่าให้สั่ง ข้าวหมูกรอบ (40 บาท พิเศษ 50 บาท) มากินกันต่อจะได้อิ่มท้องแบบสุดๆ แต่ถ้าคิดว่ายังไม่อิ่มพอนำเสนอ กระเพาะปลา (40 บาท พิเศษ 50 บาท) ที่จะได้ลิ้มรสกระเพาะปลาแท้ๆ ที่เคี้ยวนุ่มยุ่นฟัน ส่วนน้ำกระเพาะปลารสกลมกล่อมจริงๆ แถมยังมีเลือด เห็ดหอม และเนื้อไก่ใส่มาด้วย
กระเพาะปลา
       ขอบอกเลยว่าหากนักกินคนไหนนึกอยากกินข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบที่มีรสชาติอร่อยถูกปาก มาที่ร้าน "หมูทำอะไรก็อร่อย" ไม่มีคำว่าผิดหวัง เป็นต้องได้อิ่มอร่อยแบบพุงกางกลับบ้านไป

"ขนมจีนปักษ์ใต้" ไม่อั้นความอร่อย แผนที่ภาพข่าว

บรรยากาศภายในร้านขนมจีนปักษ์ใต้
       ขนมจีน เป็นอีกเมนูที่มีความหลากหลาย จากน้ำยา น้ำพริก และแกงต่างๆที่เอาไว้กินคู่กัน มีให้เลือกทั้งแกงแบบทางเหนือ อีสาน กลาง และภาคใต้ แถมยังมีรสชาติความอร่อยที่แตกต่างกันไปอีกด้วย
      
       "ผ่านมาแวะกิน" ก็ชอบกินขนมจีนเหมือนกัน และก็ชอบกินไปเสียทุกแกง เรียกว่าเป็นที่ลำบากใจไปเสียทุกครั้งที่จะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้ามาที่ร้าน "ขนมจีนปักษ์ใต้" แห่งนี้แล้ว รับรองว่าได้กินทุกอย่าง เพราะร้านนี้เค้าเป็นขนมจีนแบบบุฟเฟ่ต์ ไม่ว่าจะน้ำยาหรือแกงแบบไหน ก็อร่อยได้จนเต็มอิ่ม
ขนมจีนน้ำยากะทิ
       ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยติวานนท์ 39 เป็นร้านของคุณนิกร เจริญสุข ที่ใช้พื้นที่บ้านของตัวเองมาเปิดเป็นร้านขนมจีนให้ได้นั่งกันสบายๆ โดยมีความตั้งใจที่จะบริการลูกค้าด้วยของที่มีคุณภาพ เพราะถือคติที่ว่าถ้าคนขายกินแบบไหน ลูกค้าก็จะได้กินแบบนั้น
      
       มาว่ากันถึงเรื่องบุฟเฟ่ต์ของที่นี่ เค้าขายกันในราคาเพียง 30 บาทต่อคนเท่านั้น แถมด้วยผักเครื่องเคียงที่มีให้เลือกหลายชนิด แต่ถ้าอยากจะเพิ่มความอร่อยด้วยไข่ต้ม (ฟองละ 5 บาท) ก็ได้เช่นกัน เส้นขนมจีนที่ทางร้านใช้ ก็เป็นเส้นขนมจีนหมัก ส่วนน้ำยาก็มีให้คือ น้ำยากะทิ น้ำพริก แกงเขียวหวานไก่ แกงไตปลา และน้ำยาป่า ซึ่งทำใหม่ๆ ทุกวัน เวลาขายก็จะใส่ไว้ในหม้อดินที่อุ่นด้วยเตาถ่านให้ร้อนตลอดเวลา
ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่
       เรามาเริ่มชิม น้ำยากะทิ กันก่อน จานนี้ใช้พริกแกงเผ็ดของทางใต้มาโขลก เพิ่มด้วยกระเทียม กระชาย กะปิ จากนั้นก็ใส่เนื้อปลาทับทิมต้มสุกเพื่อให้น้ำยาข้นขึ้น นำไปเคี่ยวกับกะทิจนเดือด ปรุงรส แล้วใส่ลูกชิ้นปลาอย่างดี ชิมแล้วรสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องแกง
      
       ต่อกันด้วย แกงเขียวหวานไก่ ที่ใช้เครื่องแกงเขียว หวานมาเพิ่มรสชาติด้วยกระเทียม และพริกขี้หนูสด นำมาเคี่ยวกับกะทิ แล้วใส่เลือด และไก่ ต้มจนสุก จากนั้นใส่ยอดมะพร้าว เพิ่มหัวกะทิ ปรุงให้ได้รสชาติ จากนั้นโรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดงและใบโหระพา แกงเขียวหวานหอมมัน ออกรสเผ็ดเล็กน้อย กินได้กินดีไม่มีเบื่อ
ขนมจีนแกงไตปลา
       แล้วมาปิดท้ายด้วย แกงไตปลา รสเข้มข้น ใช้พริกแกงเผ็ดใต้มาเติมกระเทียม กะปิ ปั่นให้ละเอียด แล้วนำขึ้นตั้งไฟกับน้ำสะอาด ใส่ไตปลา เนื้อปลาโอย่าง เคี่ยวให้เข้ากัน ใส่ผักต่างๆ แล้วปรุงรส แกงไตปลารสชาติจัดจ้าน เข้มข้น หอมอร่อย แต่ก็ไม่เผ็ดมากเกินไป
      
       แต่ถ้ายังไม่อิ่มดี ก็ยังมี น้ำพริก และ น้ำยาป่า ที่รสชาติเด็ดไม่แพ้กันไว้ให้ลองชิมกันอีกด้วย "ผ่านมาแวะกิน" ขอแนะนำเลยว่า ถ้าอยากจะมากินให้โทรมาถามทางร้านก่อนว่าหมดหรือยัง หรือจะโทรมาจองที่ก่อนก็ได้ เพราะของดีมีน้อย ไม่อย่างนั้นอาจจะมาเสียเที่ยว ไม่ได้ลิ้มรสขนมจีนอร่อยๆ ของร้าน"ขนมจีนปักษ์ใต้" ก็เป็นได้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน"ขนมจีนปักษ์ใต้" ตั้งอยู่เลขที่ 1 ซ.ติวานนท์ 39 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทาง จากแยกแครายวิ่งตรงมาตาม ถ.ติวานนท์ มุ่งหน้าสู่ปากเกร็ด วิ่งผ่านสามแยกสนามบินน้ำ จนมาถึงโรงงานโตชิบ้า ให้ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ซ.ติวานนท์ 39 แล้วขับเลาะกำแพงโรงงานไปเรื่อยๆ จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ จอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ทางร้านรับจัดงานทั้งในและนอกสถานที่ ร้านเปิดจันทร์ - ศุกร์ (หยุดเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 7.00 - 12.00 น. โทร. 08-1495-1093

รสชาติเป็นหนึ่ง "โรตีแต้จิ๋ว" บางน้อย

บรรยากาศร้านโรตีแต้จิ๋ว ที่ตลาดน้ำบางน้อย
       ชีวิตคนกรุงที่ต้องทำงานทุกวันจันทร์ -ศุกร์ พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ทีไร ก็มักที่จะอยากขอไปพักผ่อนสมองและหาความสุขใส่ตัวแบบสนุกสนาน อย่างการออกไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ๆ กุรง ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นมากโข อย่างที่ "ผ่านมาแวะกิน" ก็ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดไปเที่ยวตลาดน้ำบางน้อย ที่จ.สมุทรสงคราม มาขอบอกว่าเป็นตลาดน้ำที่มีอายุอานามเก่าแก่กว่า 100 ปี ที่ถูกลืมเลือนมานานหลายสิบปี
      
       จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ชาวบางน้อยได้ร่วมมือร่วมใจกันฟื้นฟูตลาดขึ้นมาและเปิดตลาดให้เป็นแหล่งท่อง เที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีการรักษาสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ ร่วมกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของชาวบางน้อยให้คงไว้ ซึ่งวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย ทำมาค้าขายทั้งบนบกและทางน้ำ
คุณป้าเรณู อุทัยรัตนกิจ โชว์การทำโรตีแต้จิ๋ว
       ในทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ชาวบ้านจะเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวได้มา เดินเที่ยวชมถ่ายภาพบ้านเรือนริมน้ำสวยๆ และมาเลือกซื้อหาของใช้ ของกินมากมายที่แม่ค้าพ่อค้านำมาขายกัน แล้วถ้ามาตลาดน้ำบางน้อยก็ต้องไม่พลาดที่จะมากินของกินแสนอร่อยที่หากินยาก มากกับ"โรตีแต้จิ๋ว" ที่ร้านสมัยศิลป์
      
       คุณป้าเรณู อุทัยรัตนกิจ เจ้าของร้านบอกเล่าให้ฟังว่า โรตีแต้จิ๋ว หรือที่เรียกว่าหลั่วก๊วย เป็นขนมที่ทำกินกันภายในครอบครัว โดยมีคุณย่า (อาม่า) คิดขึ้นเพื่อใช้สำหรับไหว้เจ้าในพิธีส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ (ก่อนวันตรุษจีน 6 วัน) และคุณป้าก็เลยนำมาทำขายเพื่อให้คนอื่นได้กินขนมอร่อยๆ แบบนี้บ้าง และเรียกชื่อขนมให้คนจำง่ายๆ ว่าโรตีแต้จิ๋ว เพราะเป็นสูตรการทำสไตล์คนจีนแต้จิ๋ว
โรตีแต้จิ๋วชวนกิน
       การทำโรตีแต้จิ๋ว ประกอบด้วย แป้งข้าวเหนียวที่เอามานวดกับน้ำ แล้วปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ ก่อนที่จะเอามาตบๆ ให้เป็นแผ่นกลมๆ ไม่ใหญ่นัก แล้วก็นำลงไปทอดในกระทะให้แป้งสุก แล้วก็นำขึ้นมาห่อ ซึ่งจะใส่ถั่วลิสงที่ทางร้านอบเองแบบสดใหม่ลงไป ใส่น้ำตาลทรายแดงและงาขาวลงไป และห่อม้วนเป็นชิ้นๆ นำใส่กระทงใบตองขายในราคา 3 ชิ้น 20 บาท ชิมแล้วถูกปากตรงที่แป้งเนื้อนิ่มนุ่มเหนียว หวานหอมงาและกรุบกรอบถั่วที่อบแบบสดใหม่หอมๆ
      
       เอาเป็นว่าถ้าใครอยากพักผ่อนกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆกรุงเทพฯ ตลาดน้ำบางน้อยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ในบรรยากาศตลาดพื้นบ้านผสมผสานไปกับความร่วมสมัยแต่พองาม ที่ใครมาเที่ยวแล้ว หากอยากลิ้มรสของกินหายากรสชาติเป็นหนึ่ง ที่ร้านสมัยศิลป์เขามีโรตีแต้จิ๋วรสอร่อยรอคอยอยู่
บรรยากาศโต๊ะนั่งสบายๆ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "โรตีแต้จิ๋ว" ร้านสมัยศิลป์ ตั้งอยู่ในตลาดน้ำบางน้อย เลขที่ 70 หมู่ 8 ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสมคราม การเดินทางถ้ามาจากรุงเทพฯ เพียงขับรถตรงมาตามทางที่มา จ. สมุทรสาคร แต่ไม่ต้องเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร ให้ขับตรงต่อมาที่สมุทรสงครามเข้าทางเดียวกับตลาดน้ำอัมพวา และขับตรงเข้ามาเรื่อยๆ ประมาณ 4 กม. ก็จะถึงตลาดน้ำบางน้อย สามารถจอดรถได้ที่วัดเกาะแก้ว ร้านเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. โทร. 0-3473-0870

"สายไหมบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง" เป็นเลิศเรื่องรสชาติ

บรรยากาศร้านสายไหมบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง
       แหล่งช้อปปิ้งในกรุงเทพฯ ของเราก็มีอยู่หลายที่ อย่างเช่นที่สวนจตุจักร สยาม ตะวันนา แต่แหล่งที่ "ผ่านมาแวะกิน" คุ้น เคยที่สุด ก็คงจะเป็นย่านวังหลัง เพราะการเดินทางสะดวกสบาย มาได้ทั้งทางบกและทางน้ำ สินค้าก็มีให้เลือกหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสอง แถมอาหารการกินก็เป็นที่ถูกปาก
      
       อย่างร้านประจำที่ "ผ่านมาแวะกิน" แวะเวียนมาเสมอ ก็คือร้าน "สายไหมบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง" ซึ่ง ชื่อของร้านนี้ก็มาจากชื่อของคุณ สายไหม พุ่มศิริ เจ้าของร้าน ที่แต่เดิมนั้นขายขนมหวาน ซาหริ่ม และทับทิมกรอบมาก่อน ก่อนที่จะขยับขยายมาขายบะหมี่เกี๊ยวกุ้งเพิ่มเติมในภายหลัง
เกี๊ยวกุ้งน้ำ
       ทีเด็ดของร้านนี้ ก็อยู่ที่บะหมี่ และเกี๊ยวกุ้ง ซึ่งมีความพิเศษที่ไม่เหมือนร้านไหนๆ เพราะเป็นเส้นบะหมี่ไข่ที่สั่งทำมาเป็นพิเศษ เส้นจะเล็กกว่าบะหมี่เหลืองทั่วไป และมีความเหนียวนุ่มมากกว่า แป้งเกี๊ยวก็สั่งทำมาพร้อมๆ กับเส้นบะหมี่ ส่วนไส้ในทำมาจากกุ้งทะเลทั้งตัว ผสมกับหมูสับปรุงรส และหมูแดงที่กินคู่กับบะหมี่เกี๊ยวก็จะใช้สะโพกและสันในมาหมักกับกระเทียม พริกไทย และเครื่องปรุงรสอื่นๆ ทิ้งไว้ค้างคืน จากนั้นนำไปย่างจนสุก
      
       อ้อ...เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้บะหมี่เกี๊ยวร้านนี้เป็นที่ ติดอกติดใจของลูกค้าก็คือ น้ำที่ใช้ลวกเส้นบะหมี่จะมีการเปลี่ยนทุกชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ได้เส้นที่ขาวใส ไม่มีกลิ่นแป้ง ได้รสชาติความอร่อยอย่างแท้จริง
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งแห้ง
       เมนูของร้านนี้มีให้เลือกทั้ง บะหมี่น้ำ-แห้ง (30 บาท) เกี๊ยวกุ้งน้ำ-แห้ง (35 บาท) และ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งน้ำ-แห้ง (35 บาท) ซึ่งแต่ละชามนั้นรสชาติถูกปาก น้ำซุปร้อนๆ หอมหวาน เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เกี๊ยวกุ้งชิ้นใหญ่กัดแล้วเต็มปากเต็มคำ ได้รสชาติกุ้งแบบเน้นๆ ส่วนหมูแดงก็นุ่มไม่มีมัน รสชาติกลมกล่อม
      
       อิ่มจากอาหารคาวแล้ว ก็กินขนมหวานล้างปากสักถ้วยสองถ้วยแล้วกัน มาที่ร้านนี้ก็ต้องสั่ง ซาหริ่ม (ถ้วย ละ 15 บาท กิโลกรัมละ 150 บาท พร้อมกะทิและน้ำเชื่อม) ที่ใช้แป้งซาหริ่มอย่างดี ทำให้ได้เส้นที่เหนียวนุ่ม เข้ากันดีกับน้ำเชื่อมใบเตยกลิ่นหอม และหัวกะทิล้วนๆ ที่ให้ความมัน ใส่น้ำแข็งลงไปสักนิดก็เย็นชื่นใจ
ซาหริ่มและทับทิมกรอบ
       หรือจะสั่ง ทับทิมกรอบ (ถ้วยละ 15 บาท กิโลกรัมละ 200 บาท พร้อมกะทิและน้ำเชื่อม) มาลองชิมก็อร่อยดีเช่นกัน ทับทิมกรอบของร้านนี้ทำจากแห้ว คลุกกับแป้งมัน ที่สามารถกรอบได้โดยไม่ต้องใส่สารอะไรเพิ่มเติม ส่วนน้ำเชื่อมก็เป็นน้ำเชื่อมใบเตย และหัวกะทิเช่นกัน ขนมถ้วยนี้หอม หวาน มัน กรอบ อร่อยจริงๆ
      
       นอกจากนี้ก็ยังมี โรตีสายไหม (ชุดละ 25 บาท กิโลกรัมละ 140 บาท พร้อมแผ่นแป้ง) ที่ทำกันสดๆ ใหม่ๆ ให้ซื้อไปอร่อยกันต่อที่บ้าน และถ้าหากว่าอ่านจนจบแล้วอยากจะไปลองชิมของจริงบ้าง ก็ไปกันได้เลยที่ร้าน "สายไหมบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง"
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน"สายไหมบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง" ตั้งอยู่ที่ 325 ตรอกวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ การเดินทางจากถนนอรุณอัมรินทร์ ให้ตรงไปเข้าซอยวังหลัง เดินตรงไปจนสุดซอยวังหลังแล้วเลี้ยวซ้ายไปเล็กน้อย จะเห็นร้านอยู่ทางด้านซ้ายมือ หรือหากเดินมาจากท่าน้ำวังหลัง ให้เดินตรงออกมาทางซอยวังหลัง แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ 50 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 9.00 - 17.30 น. ทางร้านรับจัดงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 08-9168-6115, 08-9449-8024

"เจ๊นภารัตน์" ผัดไทยรสเด็ดดี ฝีมือรองแชมป์โลก

บรรยากาศภายในร้าน
       พูดถึงผัดไทย ก็นับได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติอีกอย่างหนึ่งของไทย ซึ่งคนไทยทั่วไปก็รู้จักกันดี แถมยังเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่ชาวต่างชาติอีกด้วย แหม…เกริ่นมาขนาดนี้ มื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ก็ต้องพาไปกินผัดไทยเจ้าอร่อยอย่างแน่นอน
      
       ขับรถออกมาไกลถึงรังสิต คลอง 3 ก็มาถึงร้าน "เจ๊นภารัตน์" ร้านผัดไทยเจ้าอร่อยที่จะมาชิมกันในวันนี้ แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ผัดไทยเจ้านี้เค้าไม่ธรรมดา ก็เพราะคุณ นิภารัตน์ มัทมิฬ เจ้าของร้าน ไปแสดงฝีมือผัดไทยประยุกต์ในการประกวดผัดไทยชิงแชมป์โลก เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา และได้รับรางวัลรองชนะเลิศมาครอบครอง จากเมนูผัดไทยไฮโซ
ผัดไทยไฮโซ
       ว่าแล้วก็มาลองชิมกันเลยดีกว่า เริ่มที่ ผัดไทยไฮโซ (60 บาท) ที่มีส่วนผสมทั้งหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งสด ปลาหมึก เนื้อปู และเครื่องผัดไทยทั่วไป คือ หัวไชโป๊สับ เต้าหู้เหลือง กุ้งแห้ง ใบกุยฉ่าย และถั่วลิสงบด ส่วนเส้นก็ใช้เส้นจันทน์ นำมาผัดกับน้ำซอสผัดไทยที่มีส่วนผสมของน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก ที่ผสมกันเตรียมไว้ก่อน เมื่อนำมาผัดผสมกับเครื่องต่างๆ เรียบร้อยแล้วก็โรยหน้าด้วยกระเพาะปลาทอด และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รสชาติผัดไทยกลมกล่อมสามรส เส้นจันทน์เหนียวนุ่ม เข้ากันดีกับเครื่องเคราอื่นๆ
ผัดไทยมะละกอ
       ผัดไทยมะละกอ (40 บาท) เป็นอีกจานที่แสนจะอร่อย เพราะใช้มะละกอดิบขูดเป็นฝอยแล้วนำมาชุบแป้งทอด ราดด้วยเครื่องผัดไทยที่มีส่วนผสมของ กุ้งสด หัวไชโป๊สับ เต้าหู้เหลือง กุ้งแห้ง และใบกุยฉ่าย กับน้ำผัดไทยที่ปรุงไว้ โรยหน้าด้วยถั่วลิสงบด รสชาติของจานนี้อร่อยกลมกล่อม และได้ความกรอบจากมะละกอทอดที่แปลกไปอีกแบบ
ผัดไทยสปาเกตตี้
       อีกจานก็เป็นเมนูประยุกต์เช่นกัน ผัดไทยสปาเกตตี้ (35 บาท) จานนี้ก็ใช้เครื่องผัดไทยธรรมดาเช่นกัน เพียงแต่เปลี่ยนมาใช้เส้นสปาเกตตี้ที่ลวกแล้วลงไปผัดให้เข้าเนื้อ ลองชิมดูแล้วก็อร่อยจนหมดจานแบบไม่รู้ตัว
แกงส้มชะอมกุ้ง
       ส่วนจานสุดท้ายนี้ขอสั่งเมนูน้ำๆ มาลองกันบ้าง แกงส้มชะอมกุ้ง (50 บาท) ใช้เครื่องแกงส้มที่ทำเองมาปรุงไว้ก่อน ใส่กุ้งลงไปต้มพอสุก จากนั้นก็ใส่ชะอมชุบไข่ทอดที่หั่นเป็นชิ้นพอคำ แล้วยกมาเสิร์ฟถึงโต๊ะแบบร้อนๆ แกงส้มถ้วยนี้รสชาติจัดจ้านสะใจ กินคู่กับข้าวสวยร้อนสักจานก็จะยิ่งอร่อย
นิภารัตน์ มัทมิฬ เจ้าของร้าน
       และที่ร้านนี้เค้าไม่ได้ขายกันแค่ผัดไทย ยังมีอาหารตามสั่ง และเมนูอื่นๆ ไว้ให้เลือกสั่งกันอีก อย่างเช่น บะกุ๊ดเต๋ (60 บาท) ข้าวคลุกกะปิ (35 บาท) ข้าวผัดเนื้อเค็ม (30 บาท) ผัดไทยเกี๊ยวปลากุ้งสด (40 บาท) แถมด้วยความพิเศษของร้านนี้ที่เสิร์ฟน้ำเปล่า และเฉาก๊วยให้กินกันฟรีๆ แหม...อิ่มอร่อยกันขนาดนี้ ก็อย่าลืมแวะเวียนไปที่ร้าน "เจ๊นภารัตน์" ก็แล้วกัน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “เจ๊นภารัตน์” ตั้งอยู่ที่ 30/305 ม.พฤกษา11 ถ.เลียบคลอง 3 ต.คลอง 3 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี การเดินทาง ใช้ถนนเส้นรังสิต-นครนายก ตรงมาจนก่อนขึ้นสะพานคลอง 3 จะเห็นซอยทางด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลอง 3 แล้วตรงมาเรื่อยๆ สังเกตร้านเซเว่นทางซ้ายมือ แล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างๆ ร้าน จะเข้าสู่หมู่บ้านพฤกษา 11 ตรงเข้าไปอีกประมาณ 50 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ สามารถจอดรถได้หน้าร้าน ร้านเปิดทุกวัน 09.00-21.00 น. รับออกงานนอกสถานที่ และบริการส่งอาหารในละแวกคลอง 3 โทร. 0-2504-1094, 08-1899-4392

“หน่อยเบเกอรี่” มาม่อนจัง เนื้อนุ่ม หอมจริง

บรรยากาศภายในร้านหน่อยเบเกอรี่
       “นครปฐม” เป็นจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่ขับรถไม่ถึงชั่วโมงดี ก็จะได้มาเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นองค์พระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง สวนสามพราน วัดไร่ขิง ตลาดน้ำดอนหวาย หรือตลาดท่านา ที่ “ผ่านมาแวะกิน” เพิ่งจะได้ไปเที่ยวมา ขอบอกว่าเป็นตลาดโบราณอายุกว่า 90 ปีที่เสน่ห์ของชุมชนอันเก่าแก่ที่ยังคงมีรูปแบบอาคารบ้านเรือนเหมือนอดีต และมีการเปิดบ้านเป็นร้านค้าขายของ ที่ล้วนแล้วแต่มีแต่ของกินอร่อยๆ ให้เลือกกินมากมาย
มาม่อนจังรสวนิลาสารพัดหน้า
       อย่างมีร้านขายขนมชื่อดังอยู่เจ้าหนึ่งที่ถ้ามาตลาดท่านาแล้วไม่แวะไปกินขนมรสอร่อยของร้านนี้เป็นไม่ได้ นั่นคือร้าน “หน่อยเบเกอรี่” ร้านนี้มีขนมมาม่อนจังเป็นเมนูเด่นดังขายดีของทางร้าน ซึ่งเป็นขนมสูตรเด็ดที่ทางเจ้าของร้านคือ คุณหน่อย สำรวย เลอศักดิ์สมบัติ เป็นคนคิดค้นขึ้นมาเอง และทำขายมานานกว่า 7 ปีแล้ว
มาม่อนจังรสใบเตยหลากหลายหน้า
       ขนมมาม่อนจัง เป็นขนมเค้กที่มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ ตัวขนมมีเนื้อที่เบานุ่มมาก คล้ายกับชิฟฟอนเค้ก หรือสปองเค้ก และถือว่าเป็นเค้กโฮมเมดที่ทางร้านจะทำขายแบบสดใหม่วันต่อวัน ไม่มีการส่ารกันเสียใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ตัวขนมถ้าอยู่ในอุณภูมิปกติจะเก็บไว้ได้ 3 วัน แต่ถ้านำแช่ในตู้เย็นจะอยู่ได้นาน 5-7 วัน
มาม่อนจังรสกาแฟหน้าฝอยทอง
       สำหรับมาม่อนจังของที่นี่จะมีอยู่ 3 รสชาติให้เลือกด้วยกัน คือมีรสวนิลา รสใบเตย และรสกาแฟ แล้วก็มีหน้าให้เลือกมากถึง 30 ชนิด อาทิ ฝอยทอง ลูกเกดดำ ผลไม้ ชีส กาหยู เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน มะพร้าว กีวี่ ช็อคโกแลต สตรอเบอร์รี่ สังขยาใบเตย งาขาว-ดำ กล้วยหอม เผือก ถั่วเหลือง เม็ดสี ช็อคโกแลตชิพ ส้ม บลูเบอร์รี่ ฯลฯ
ขนมปังจิ้มสังขยา
       ขนมมาม่อนจังของที่นี่จะอบขายแบบสดๆ กลิ่นหอมชวนกิน ลิ้มรสเนื้อขนมหอมนุ่ม เนื้อเบานิ่มละมุนปาก ได้รสชาติของแต่ละรสเนื้อขนมที่ดีไม่ว่าจะเป็นรสวนิลา รสใบเตย และรสกาแฟ บวกกับหน้าแต่ละอย่างที่ใส่มาก็มีรสกลมกลืนเข้ากับตัวขนม
มาตลาดท่านาอย่าลืมแวะร้านหน่อยเบเกอรี่
       ราคาขายอยู่ที่กล่องเล็ก40 บาท มี 4 ชิ้นให้เลือกรสและหน้าขนมได้ตามใจชอบ กล่องใหญ่ 12 ชื้น 120 บาท ซื้อ 10 กล่องแถมฟรี 1 กล่อง และนอกจากมาม่อนจังแล้วยังมีขนมอย่างอื่นอีก อาทิ มาม่อนโรล (50 บาท) ขนมปังจิ้มสังขยา (ชุดละ 50 บาท) ขนมปังไส้หมูหยอง (50 บาท) หากไปเที่ยวตลาดท่านาก็อย่าลืมแวะซื้อมาม่อนจังที่ร้าน “หน่อยเบเกอรี่” ไปอิ่มหนำกันที่บ้าน หรือซื้อเป็นของฝากก็ดีไม่ใช่น้อย
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน หน่อยเบเกอรี่” ตั้งอยู่ที่118-119 ตลาดท่านา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม การเดินทางจากกรุงเทพฯใช้ถ.เพชรเกษม หรือถ.บรมราชชนนี ก่อนถึงตัวเมือนครปฐมประมาณ 10 กม.จะมีสะพานทางแยกเข้าอ.นครชัยศรี ขับตรงไปเรื่อยๆ จะเจอแยกท่านา ให้เลี้ยวขวา แล้วตรงไปอีกเล็กน้อย จะพบทางเข้าตลาดท่านาทางซ้ายมือ ตรงเข้าไปเรื่อยๆ วนผ่านตลาด ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายให้เห็นชัดเจน ร้านเปิดทุกวัน 08.00-19.30 น. รับสั่งทำขนมล่วงหน้าด้วย โทร. 08-9885-4442, 0-3422-8154