ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

แกงส้มไหลบัวกุ้งสด

แกงส้มไหลบัวกุ้งสด
credit เกลือหนึ่งกำน้อย bloggang.com


แกงส้มไหลบัวหลวง+ใบกระเจี๊ยบและกุ้งสด(แบบน้ำข้น)



เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบกินไหลบัว
แต่เพิ่งมาเคยกินตอนที่อยู่นอร์เวย์นี่เอง
ตอนอยู่เมืองไทยเคยกินแต่สายบัว
เหตุที่ได้กินไหลบัวก็เพราะตอนซื้อนึกว่าเป็นสายบัว
แต่เพื่อนที่รู้บอกว่ามันคือไหลบัว
รสชาติกรอบและอร่อยกว่าสายบัวอีกนะ
...เพื่อนว่างั้น เลยลองดูซะหน่อย



ครั้งแรกเอามาทำแกงส้มกุ้งสดแบบน้ำใส
กินแล้วก็ติดใจเลย เพราะขนาดทำไม่ค่อยเป็น
ยังรู้สึกเลยว่าไหลบัวเป็นผักที่กรอบและอร่อยมาก
อมน้ำแกงไว้ในตัวมันเองแบบพอดีๆ
คือกินแล้วได้ทั้งรสน้ำแกงและรสไหลบัว


ไหลบัวที่ร้านอาเชียเอามาขายเป็นไหลบัวหลวง
แพ็คนึงหนัก 200 กรัม ราคาแพ็คละ 20 โครน
ก็ราวๆ 110 บาท(แน่ะ)




สรรพคุณทางยาของบัวหลวง
-เกสร ปรุงเป็นยาหอม ทำให้ชื่นใจ และเป็นยาชุกำลัง
-ราก รสหวานและมีกลิ่นหอม ให้เด็กกิน ระงับอาการท้องร่วง
หรือแก้อาการธาตุไม่ปกติ และเป็นอาหารได้
-เหง้าและเมล็ด รสหวานมันเล็กน้อย
เป็นยาบำรุงกำลัง รักษาอาการร้อนใน
แก้กระหายน้ำ รักษาดี รักษาเสมหะ
แก้อาการพุพอง เป็นอาหารได้
-เมล็ด จะมีเอมบริโอ มีสีเขียว เรียกว่าดีบัว
ซึ่งมีรสขมจัด มีอัลคาลอยด์หลายชนิด
มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด ที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ





ภาพนี้คือสายบัวเป็นลำต้นที่พ้นจากดิน
ขึ้นในน้ำและโผล่พ้นน้ำ





ภาพนี้คือไหลบัว
เป็นส่วนที่อยู่ลึกลงไปในใต้ดิน




แกงส้มไหลบัวของเรางวดนี้ไม่ธรรมดา
เพราะใส่ถั่วฝักยาวกับใบกระเจี๊ยบแดงด้วย
ความจริงไม่เคยกินใบกระเจี๊ยบมาก่อนเลย
แต่เพื่อนพม่าเชื้อสายฉิ่นเขาบอกว่าอร่อย
รสชาติออกเปรี้ยวๆ มีสรรพคุณทางยาเยอะ
เราก็เลยเอามาลองใส่แกงส้มดู ก็เข้าท่าดี



ใบกระเจี๊ยบแดง เป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากชนิดหนึ่ง




สูตรแกงส้มไหลบัวของเราทำง่ายๆ
คือเตรียมแกะเปลือกกุ้งสดและเด็ด/หั่นผักเตรียมไว้
จากนั้นต้มน้ำลวกปลาซัลมอน 1 ชิ้น
แล้วปอกหอมแดง 8 หัว แช่พริกแห้ง 12 เม็ดในน้ำอุ่น
ละลายน้ำมะขามเปียก เตรียมกะปิ 1 ช้อน


จากนั้นเอาปลาซัลมอนที่อยู่ในน้ำต้ม+หอมแดง+พริกแห้ง+กะปิ
ใส่เครื่องปั่น เติมเกลือเล็กน้อย แล้วก็จัดการปั่น ปั่น ปั่น
แต่ไม่ต้องปั่นให้ละเอียดยิบ ใครชอบแบบตำก็ตำไปโลด


ปั่นเสร็จแล้วก็เอาน้ำผสมน้ำมะขามเปียกใส่หม้อตั้งไฟ
เอาส่วนผสมที่ปั่นเสร็จเทพรวดลงไปให้หมด
พอเดือดก็ปรุงรส เปรี้ยวนำ ตามด้วยเค็ม และหวานนิดนึง
พอเดือดก็ใส่ผักลงไป เดือดอีกรอบก็ใส่กุ้งสดลงไป
พอเดือดอีกรอบก็ยกขึ้น หม่ำกับข้าวสวยร้อนๆ
แกล้มด้วยปลาทอดกรอบ แซ่บอย่าบอกใคร






ขอบคุณภาพดอกบัว สายบัวและไหลบัวจากกูเกิ้ล
และขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาเน้อ

o ขนมเค๊กกล้วยหอม o

o ขนมเค๊กกล้วยหอม o




เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* กล้วยหอม 300 กรัม

* แป้งสาลี 250 กรัม

* ไข่ไก่ 250 กรัม

* เนย 150 กรัม

* น้ำตาลทราย 150 กรัม

* โซดาไบคาร์บอเนต 1/2 ช้อนชา

* ผงฟู 1/2 ช้อนชา

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน

1. ผสมเนย, กล้วย และโซดาไบคาร์บอเนต ตีจนขึ้นฟู

2. ผสมน้ำตาลทรายและไข่เข้าด้วยกัน ตีจนขึ้นฟู จากนั้นจึงแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกนำไปตีผสมกับเนยและกล้วย (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่ง) คนให้เข้ากัน

3. ร่อนแป้งและผงฟูรวมกัน จากนั้นจึงนำส่วนผสมไข่กับน้ำตาลทรายส่วนที่แบ่งไว้อีกส่วนมาผสมกัน คนให้เข้ากันดี

4. นำส่วนผสมทั้งสองส่วนมาผสมเคล้ากันให้ทั่ว จากนั้นจึงเทส่วนผสมลงในแบบหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ จากนั้นจึงนำไปอบที่อุณหภูมิ 430 องศาฟาเรนไฮต์จนสุก



ข้อมูลจาก:Ezy thaicooking

อร่อยง่ายๆ กับ “เกี๊ยวห่อแฮมชีส” / กุ๊กเล็ก

       
       เวลาจะมีงานปาร์ตี้เล็กๆ หรือมีเพื่อนฝูงมาเที่ยวเล่นที่บ้านทีไร “กุ๊กเล็ก” ก็จะต้องคอยคิดหาเมนูทำง่ายกินง่าย แต่รสชาติถูกปากทุกคนมาเตรียมไว้ บางทีคิดแล้วคิดอีกก็ยังไม่ถูกใจ บางเมนูก็ยุ่งยาก บางเมนูก็ส่วนผสมเยอะเสียจนวุ่นวายไปหมด

     
       แต่พอ “กุ๊กเล็ก” ได้ไปเจอเมนู “เกี๊ยวห่อแฮมชีส” ของร้าน “พี่อ้อ” ก็พบว่าเมนูนี้แหละเหมาะที่สุดสำหรับงานเลี้ยงเล็กๆ ง่ายๆ หรือแม้แต่จะทำไว้กินเล่นตอนว่างๆ ก็ยังได้ ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เพราะมีส่วนผสมแค่สามอย่างเท่านั้นเอง
     
       ส่วนผสม
     
       แผ่นเกี๊ยว 10 แผ่น (มากหรือน้อยกว่านั้นตามความต้องการ)
       ชีสแผ่น 1 ห่อ
       หมูแฮม 1 ขีด
       

       วิธีทำ เริ่มจากนำแฮมมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แล้วเอาชีสแผ่นซึ่งตัดแบ่งออกเป็นสามส่วนมาห่อแฮมที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นั้น แล้วจึงเอาแผ่นเกี๊ยวมาห่อชีสอีกทีให้มีลักษณะเหมือนลูกขนไก่ ขยำแผ่นเกี๊ยวนิดหนึ่งเพื่อเวลาเอาลงไปทอดในกระทะจะได้ไม่คลายตัว
     
       หันไปเปิดแก๊สตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้พอท่วมเกี๊ยวที่จะนำลงทอด รอจนน้ำมันร้อนจัด แล้วจึงนำเกี๊ยวลงทอด ขอบอกว่าน้ำมันต้องร้อนจัดจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะทำให้แผ่นเกี๊ยวสุกช้าและอมน้ำมันมากไป พอเกี๊ยวสุกเหลืองดีแล้วจึงตักออกมาสะเด็ดหรือซับน้ำมัน จากนั้นยกเสิร์ฟตอนที่ยังร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มไก่อร่อยดี

"แอพริค็อทสมูทตี้ส์"ดื่มนี้เพื่อความสดชื่น/กุ๊กเล็ก

กระแสการดื่มน้ำผัก ผลไม้ เพื่อสุขภาพยังคงแรงดีไม่มีตกในบ้านเรา มีสูตรสารพัดร้อยแปดพันเก้าให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสูตรการดื่มเพื่อลดน้ำหนัก หรือ การดื่มเพื่อรักษาโรค
       ดังนั้น "กุ๊กเล็ก" จึงขอเอาใจเหล่าบรรดาคนรักสุขภาพด้วยเมนูน้ำผลไม้ปั่นรวมอย่าง "แอพริค็อทสมูทตี้ส์"เครื่องดื่มเติมความสดชื่นที่เนียนนุ่มละมุนละไม จาก โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ
      
       ส่วนผสม
      
       แอพริค็อท 1 ลูก
       กล้วยหอม 2 ชิ้น
       สับปะรด 2 ชิ้น
       น้ำมะนาว 1 ออนซ์
       นมถั่วเหลือง 1 ออนซ์
       ข้าวโอ๊ตอบแห้ง ¼ ออนซ์
      
       

       วิธีทำ
       

       ขั้นตอนแรกต้องนำแอพริค็อทที่แกะเม็ดเรียบร้อยแล้ว พร้อมด้วยกล้วยหอม สับปะรด น้ำมะนาว และนมถั่วเหลืองมาผสมรวมกันในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ จากนั้นเริ่มปั่นพร้อมกับเติมน้ำแข็งเกล็ดละเอียดลงไป เมื่อปั่นจนแน่ใจว่าละเอียดดีแล้ว ก็จัดการเทลงใส่แก้ว
       จากนั้นโรยหน้าด้วยข้าวโอ๊คอบแห้งเพื่อเพิ่มคุณค่า ตกแต่งเพิ่มกลิ่นและความสดชื่นด้วยใบสะระแหน่เพียงเท่านี้ก็จะได้ “แอพริค็อทสมูทตี้ส์”ที่อุดมไปด้วยประโยชน์และส่วนผสมเข้มข้นของผลไม้รวม ชนิดต่างๆพร้อมเสิร์ฟแล้ว

อร่อยนุ่มลิ้นกับ “ปลาตาเดียวอบซอสเนยมะนาว” /กุ๊กเล็ก

หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่ากิน “ปลา” เยอะๆ จะได้ฉลาดกันมาบ้าง ซึ่งการกินปลาเยอะๆ นั้นช่วยให้มีสมองที่ดีได้ เพราะว่าในเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาทะเลจะมีสารอาหาร DHA หรือ กรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 ที่มีส่วนช่วยในการช่วยพัฒนาสมอง บำรุงสมองให้มีสติปัญญาที่ดี เฉลียวฉลาด โดยเฉพาะด้านความจำและการเรียนรู้
      
       ดังนั้นหากกินปลาเยอะๆ ก็จะได้รับสาร DHA เยอะๆ และส่งผลดีต่อสมองของทุกคน ในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” เลยมีเมนูปลามานำเสนอ เป็นเมนูที่มีชื่อว่า “ปลาตาเดียวอบซอสเนยมะนาว” ซึ่งเราไปได้สูตรเด็ดมาจากโรงแรมใบหยกสกาย
       

       สำหรับส่วนผสมที่ต้องเตรียมมีดังนี้
      
       ปลาตาเดียว                                  1   ตัว
       เนย                                            5  ช้อนโต๊ะ
       หอมแดงสับ                                  2   ช้อนโต๊ะ
       กระเทียม สับ                                2   ช้อนโต๊ะ
       ทาร์มสด     (เป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง) 1   ช้อนโต๊ะ
       เบลีฟ                                          2   ใบ
       เกลือและพริกไทย                         ½  ช้อนชา
       น้ำมะนาว                                      1   ช้อนชา
       ซฮสเปรี้ยว                                    1   ช้อนชา
       ไวน์ขาว                                        1   ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันมะกอก                                 1   ช้อนโต๊ะ
       ผักต้ม-มันฝรั่งต้ม                            จำนวนตามต้องการ
       

       เมื่อเตรียมส่วนผสมกันพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือปรุงอาหาร เริ่มจากนำปลาตาเดียวมาสไลด์เอาก้างออกแล้วก็หมักด้วยไวน์ขาว ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย น้ำมะนาว
      
       จากนั้นม้วนปลาให้เป็นโรลล์ขนาดชิ้นพอดีคำ แล้วก็นำมากริลล์ในกระทะด้วยน้ำมันมะกอกให้เหลืองพองามแล้วอบจนสุก และก็พักเนื้อปลาทิ้งไว้สักครู่ เพื่อหันมาทำน้ำซอสราด
      
       โดยนำเนยมาละลายใส่กระเทียมสับ หอมแดงสับ และเบลีฟกับทาร์มสดผัดรวมกันจนหอม แล้วก็ใส่ไวน์ขาวที่ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และน้ำมะนาวและซอสเปรี้ยว เท่านี้ก็เป็นอันว่าได้น้ำซอส นำมาราดบนปลาตาเดียว พร้อมตกแต่งด้วยมันฝรั่งต้ม และผักต้มต่างๆเพียงแค่นี้ก็จะได้อิ่มอร่อยกับเมนู “ปลาตาเดียวอบซอสเนยมะนาว”

“ยำไก่ฉีก” รสเด็ดโดนใจ /กุ๊กเล็ก

มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” ขอนำเสนอเมนูอาหารไทยๆ ที่ถูกปากถูกใจของมิตรรักนักกินหลายๆท่านรวมถึงตัว “กุ๊กเล็ก” ด้วยเช่นกัน โดยเมนูนี้มีชื่อว่า “ยำไก่ฉีก” ที่เราได้ไปลองลิ้มชิมรสมาจากร้าน “ปริมณฑล” ด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดมันแบบโดนปากแล้ว ยังให้คุณค่าของผักสมุนไพรแบบไทยๆ รับรองว่ากินแล้วไม่อ้วนอย่างแน่นอน ก่อนกลับ “กุ๊กเล็ก” จึงต้องแอบเข้าไปหลังครัวขอสูตรเมนูเด็ดนี้กลับมาทำเองที่บ้าน พูดไปก็เปรี้ยวปากเข้าครัวเตรียมส่วนผสมกันเลยดีกว่า
      
       ส่วนผสม
       อกไก่ 150 กรัม
       หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
       ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนชา
       ใบสะระแหน่ ½ ถ้วย
      
       ส่วนผสมเครื่องปรุงน้ำยำ
       น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
       น้ำเชื่อม 1 ช้อนชา
       เกลือ ¼ ช้อนชา
       มะพร้าวคั่ว ¼ ถ้วย
      
       เมื่อจัดเตรียมส่วนผสมพร้อมแล้ว ก็เริ่มลงมือทำกันเลย อย่างแรกนำอกไก่ไปลวกให้สุก แล้วฉีกเป็นเส้นๆ พักไว้ หันมาทำน้ำยำโดยเอาเครื่องปรุงทั้งหมดผสมจนเข้ากัน ชิมรสชาติตามชอบใจ จากนั้นนำไก่ฉีก ใบมะกรูดซอย หอมแดงซอย ผสมลงคลุกเคล้ากับน้ำยำให้ทั่ว ตักใส่จานให้สวยงามโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี หรือหากใครชอบทานผักก็สามารถนำผักสลัดเช่น กะหล่ำและแครอทซอยมากินแกล้มกันได้ ไม่เสียรสชาติ

อร่อยง่ายๆ สไตล์เวียดนามกับ “กวยจั๊บญวน” / กุ๊กเล็ก

โดย : กุ๊กเล็ก


       อาหารเวียดนามนั้นเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยในบ้านเรา ทั้งเมนูแหนมเนือง กุ้งพันอ้อย ข้าวเกรียบปากหม้อญวน ฯลฯ ก็ล้วนถูกปากคนชอบกิน ร้านอาหารเวียดนามเองก็มีให้เลือกมากมายหลายร้าน แต่สำหรับคนที่ชอบทำอาหารกินเองอยู่ที่บ้าน วันนี้ “กุ๊กเล็ก” ก็มีเมนูง่ายๆ อย่าง “กวยจั๊บญวน” หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ข้าวเปียก” มาให้ลองทำให้ลองชิมกัน
      
       เครื่องปรุง (สำหรับประมาณ 4 ที่)
      
       เส้นกวยจั๊บญวน 1 ห่อ (หาซื้อได้ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต)
       น้ำซุปต้มกระดูกหมู 4 ถ้วย
       หมูยอหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ท่อน
       ต้นหอมซอย 4 ต้น
       หอมแดงเจียว 10-15 หัว
       ซีอิ้วขาว 6 ช้อนโต๊ะ
       เกลือ 1 หยิบมือ
       หอมหัวใหญ่ 1 หัว
       ผักชีต้นหอมสำหรับโรยหน้า
       

       วิธีทำ เริ่มจากต้มน้ำซุปกระดูกหมู หรือใครจะใช้ซุปก้อนซุปผงก็ว่ากันไป (แต่รสชาติอาจไม่เข้มข้นเท่านะจ๊ะ) ใส่หัวหอมใหญ่ลงไปด้วยนิดหนึ่งเพื่อให้น้ำซุปออกรสหวาน พอน้ำซุปเดือดก็นำเส้นกวยจั๊บญวนลงไปในหม้อ รอสักพักจนเส้นสีขาวขุ่นเริ่มกลายเป็นขาวใสก็แสดงว่าเส้นสุกแล้ว หรือจะใช้วิธีตักออกมาชิมเลยก็ได้เพื่อความแน่ใจ ซึ่งหากเส้นสุกพอดีก็จะนิ่มเท่ากันทั้งข้างนอกและข้างใน
      
       และหลังจากที่เส้นสุกดีแล้วก็ใส่หมูยอที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไป ตามด้วยต้นหอมซอย จากนั้นก็ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาวและเกลือให้รสชาติเค็มพอดีๆ เรียบร้อยแล้วก็ยกลงได้ แต่ยังไม่เสร็จแค่นั้น เอาหอมแดงมาซอยละเอียดแล้วนำลงไปเจียวในน้ำมันร้อนๆ จนหอมไปถึงบ้านข้างๆ แล้วนำหอมเจียวนั้นไปโรยหน้ากวยจั๊บญวนแสนอร่อย ตบท้ายด้วยการโรยพริกไทยและผักชีต้นหอมก็เป็นอันเสร็จพิธี อร่อยกับกวยจั๊บญวนกันได้เลย

หมูม้วนผัดข้าวกล้อง/กุ๊กเล็ก

       เดี๋ยวนี้คนเราหันมาใส่ใจในสุขภาพของตัวเองกันมากขึ้นเมนูในวันนี้ “กุ๊กเล็ก”เลยอย่างนำเสนออาหารเพื่อสุขภาพที่เกี่ยวกับข้าวกล้อง ซึ่งเป็นสูตรของคุณแม่ “กุ๊กเล็ก”เอง ด้วยความที่สมัยเป็นเด็กเป็นคนหนึ่งที่เกลียดการกินข้าวกล้องเป็นอย่างยิ่ง คุณแม่จึงหากลเม็ดมาหลอกล่อให้ยอมกิน ซึ่งก็มักจะมาลงเอยที่เมนู "หมูม้วนผัดข้าวกล้อง"ที่คุณแม่ดัดแปลงมาจากข้าวผัดนั้นเอง
      
       ส่วนผสม
       

       เนื้อหมูขนาดพอประมาณ
       ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต๊ะ
       ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาล 3/4 ช้อนชา
       สับปะรด 4-5 ชิ้น
       ข้าวกล้อง 1 ถ้วย
       ธัญพืช 1/2 ถ้วย
       น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
       กุ้งแชบ๊วย 8 ตัว
       ต้นหอม 1 ต้น
       ไข่ไก่สำหรับทำไข่ตุ๋น 1 ฟอง

      
       วิธีทำ
      
       ก่อนอื่นนำข้าวกล้องและธัญพืชมาหุงในหม้อหุงข้าวให้สุกเสียก่อน จากนั้นหันมาแล่เนื้อหมูให้มีขนาดบางประมาณครึ่งเซนติเมตร แล่ให้มีขนาดพอม้วนได้ แล้วนำเนื้อหมูไปหมักกับซอสปรุงรสและซอสหอยนางรมราว10-15นาที เมื่อข้าวกล้องหุงสุกจนได้ที่ แล้วตั้งกระทะในไฟร้อนจัดเทน้ำมันลงไป นำข้าวกล้องมาผัดปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ซอสปรุงรส ระวังอย่าผัดจนข้าวแฉะ
      
       ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนสำคัญคือให้นำเนื้อหมูที่หมักแล้วมาแผ่ให้กว้าง นำข้าวกล้องที่ผัดเสร็จแล้วมาวางบนเนื้อหมูตามด้วยกุ้งแชบ๊วย จากนั้นค่อยๆม้วนเนื้อหมูเข้าหากันใช้ไม้กลัดเพื่อไม่ให้เนื้อหมูหดตัวแยก จากกัน นำหมูม้วนไปอบด้วยเตาไมโครเวฟ ในไฟขนาดกลางนาน 10-12 นาที ก็จะได้หมูม้วนผัดข้าวกล้องกินคู่กับเครื่องเคียงอย่างต้นหอม สับปะรด หรือไข่ตุ๋นก็ได้

“ยำตะไคร้ใบชะพลู” เมนูกินเพื่อสุขภาพ/ กุ๊กเล็ก

โดย : กุ๊กเล็ก


       การดูแลเอาใจใส่เรื่องการรักษาสุขภาพร่างกาย นอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว การเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ก็เป็นส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับร่างกายได้เช่นกัน
      
       ในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” เลยขอเอาใจผู้ที่รักสุขภาพด้วยการนำเสนอเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ที่มีชื่อว่า “ยำตะไคร้ใบชะพลู” ที่เราไปได้สูตรมาจากร้าน “อู่ข้าว อู่ปลา”เมนู นี้มีส่วนประกอบของพืชผักสมุนไพรที่เด่นๆ คือตะไคร้ ที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยให้เจริญอาหาร ส่วนใบชะพลูนั้นมีวิตามิน เกลือแร่ต่าง ๆ มีแคลเซียม และ เบต้าแคโรทีนด้วย เห็นประโยชน์มากมายอย่างนี้แล้วจะช้าอยู่ใย รีบเดินเข้าครัวกันดีกว่า
      
       ส่วนผสมสำหรับ “ยำตะไคร้ใบชะพลู”มีดังนี้
      
       ตะไคร้สดซอยละเอียด 7 ต้น
       พริกขี้หนูซอย 8 เม็ด (หรือมากกว่านี้ตามความชอบใจ)
       หัวหอมแดงซอย 2 หัว
       ถั่วลิสงทอด ปลาหมึกแห้งทอด กุ้งแห้งทอด (สำหรับโรยหน้า)
       ใบชะพลู 10 ใบ
       น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว (ปริมาณตามความชอบใจ)
       

       เมื่อเตรียมส่วนผสมกันครบหมดแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนลงมือทำยำตะไคร้ใบชะพลูที่ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่นำตะไคร้ซอยละเอียด หอมแดงซอย และพริกขี้หนูซอย มาคลุกเคล้ารวมกัน แล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะนาว แล้วก็คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที ชิมรสชาติให้ถูกปาก แต่ให้ออกเปรี้ยวนำสักเล็กน้อย
      
       พร้อมตักใส่จานที่รองไว้ด้วยใบชะพลู แล้วก็นำปลาหมึกแห้งทอด กุ้งแห้งทอด และถั่วลิสงทอด มาโรยหน้าอีกที เป็นอันว่าเสร็จสรรพเรียบร้อยได้กินยำตะไคร้หอมๆ แกล้มกับใบชะพลู เคี้ยวกร้วมทั้งคำรสชาติมันปาก แถมยังดีต่อสุขภาพ เพราะว่าได้กินสมุนไพรหลายอย่างที่มีคุณค่าต่อร่างกาย

“ผักโขมห่มชีส” อร่อยมันถึงใจ /กุ๊กเล็ก

เทศกาลสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทยที่ผ่านมา มิตรรักนักกินทั้งหลายคงได้มีโอกาสไปร่วมสืบสานประเพณีไทยกันในหลายๆพื้นที่อย่างแน่นอน “กุ๊กเล็ก” ก็เช่นกัน และหลังจากที่ผ่านเทศกาลแบบไทยๆมาแล้ว วันนี้ “กุ๊กเล็ก” จึงขอเปลี่ยนบรรยากาศมานำเสนอเมนูฝรั่งกันบ้าง แต่ก็ไม่ฝรั่งจ๋าสักทีเดียวหรอก เมนูมีชื่อว่า “ผักโขมห่มชีส” ซึ่งดัดแปลงให้ง่ายต่อการหาส่วนผสม และวิธีทำก็ไม่ยากเลย มาเริ่มเตรียมเครื่องกันก่อนดีกว่า
      
       ส่วนผสม
       

       ผักโขม 1 ขีด
       เบค่อน 3 ชิ้น
       หัวหอม ½ ลูก
       กระเทียม 2 กลีบ
       ชีสขูด (ตามใจชอบ แต่หากใส่มากระวังเค็ม)
       วิปปิ้งครีม 5 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
       เกลือป่น (เล็กน้อย)
      
       เตรียมส่วนผสมครบแล้วก็มาดูวิธีทำกันบ้าง เริ่มจากนำผักโขมที่ล้างน้ำให้สะอาดเรียบร้อยแล้วไปต้มในน้ำเดือดจนผักโขม นิ่ม และนำผักโขมที่ได้ขึ้นมาพักไว้ แล้วหันมาเทน้ำมันใส่กระทะที่ไฟอ่อนๆ นำเบค่อนลงผัดจนสุก ต่อมานำผักโขมที่พักไว้ใส่ถ้วยทนความร้อนตามด้วยวิปปิ้งครีม โรยเกลือเล็กน้อย ตามด้วยเบค่อนที่ผัดสุกแล้ว และใส่กระเทียมและหัวหอมตามลงไป โรยหน้าด้วยชีสขูด จากนั้นนำถ้วยเข้าเตาอบ หรือเตาไมโครเวฟประมาณ 8-10 นาทีในอุณหภูมิปานกลาง หรือใช้วิธีสังเกตจากชีสถ้าเหลืองเยิ้มออกเกรียมนิดๆแล้วก็เป็นอันใช้ได้
      
       ขอบอกไว้ว่าหากใส่ถ้วยเล็กๆเฉพาะคนจะดูน่ากินกว่าใส่ถ้วยใหญ่ และที่สำคัญเมนูนี้มีทั้งชีส มีทั้งเบค่อน มีทั้งวิปปิ้งครีม สาวๆไม่ควรกินบ่อยนะจ๊ะ..เดี๋ยวน้ำหนักเพิ่มจะหาว่า “กุ๊กเล็ก” ไม่เตือนไม่ได้นะ

รสเปรี้ยวกลมกล่อม กับ“ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน”/กุ๊กเล็ก

มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” มีอาหารพื้นบ้านของทางภาคอีสานมาให้ลองทำลองชิมกัน คือเมนู “ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน” เมนูจานเด็ดที่เต็มไปด้วยคุณค่าจากพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยเรานี่เองไม่ว่า จะเป็นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ ที่สำคัญยังใช้ใบมะขามอ่อนให้รสเปรี้ยวนิดๆ แทนมะนาวที่กำลังแพงเอาๆ ในตอนนี้ได้อีกด้วย
      
       สำหรับเครื่องปรุงที่ต้องเตรียมก็มี
      
       ปลาช่อน 1 ตัว
       ต้นหอม ผักชีหั่นเป็นท่อนๆ 3 ต้น
       ตะไค้ทุบตัดเป็นท่อน 2 ต้น
       น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำสะอาด 1-2 ถ้วย
       พริกขี้หนู 3-4 เม็ด
       ใบมะขามอ่อน 1/2 ถ้วยตวง
       ข่าอ่อนหั่นเป็นแว่น 3-5 แว่น
       ใบมะกรูด 5-6 ใบ
       เกลือป่น 1 ช้อนชา

      
       วิธีทำ เริ่มจากล้างปลาช่อนให้สะอาด ตัดหัว ขอดเกล็ด ควักไส้ออก แล้วหั่นปลาเป็นท่อนๆ แล้วหันไปตั้งหม้อต้มน้ำ พร้อมกับใส่ข่า ตะไคร้ และเกลือลงไปในหม้อด้วย ต้มต่อจนน้ำเดือดแล้วจึงใส่พริกที่ทุบพอให้บุบ ตามด้วยปลาช่อนลงไปต้มจนปลาสุก
       
       จากนั้นปรุงรสให้อร่อยด้วยน้ำปลา เกลือ และใบมะขาม ซึ่งจะให้รสเปรี้ยวนิดๆ และกลิ่นหอมของมะขาม เรียบร้อยแล้วยกลง ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยใบมะกรูด ต้นหอม และผักชี ก็เป็นอันได้เมนูอร่อย “ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน” ซดน้ำคล่องคอ จะกินกับข้าวเหนียวนุ่มๆ หรือข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยได้เหมือนกัน

ทำง่ายๆอร่อยได้กับ“ไส้ตันทอดกระเทียม”/กุ๊กเล็ก

เมื่อวานนี้ "กุ๊กเล็ก"ไปเดินเที่ยวเล่นห้างสรรพสินค้าแถวบ้านมา วาดหวังว่านอกจากซื้อข้างของเครื่องใช้ส่วนตัวแล้ว ก็จะหาซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จมากินสักหน่อย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาอาหารที่ถูกใจไม่เจอ
      
       เดินวนไปถึงแผนกของสดก็ไปได้ไส้ตันมาขดหนึ่งจึงตัดสินใจซื้อไส้ตันกลับมาทำ "ไส้ตันทอดกระเทียม"กินเองที่บ้านดีกว่า เมนูนี้เป็นเมนูง่ายๆทำได้ไม่ยากเลยเริ่มจาก
      
       ส่วนผสม
       

       ไส้ตันหมู 2 ขีด
       กระเทียม 5 หัว
       ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
       ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาล 1ช้อนชา
       เกลือป่น 1 หยิบมือ

       น้ำมันพืชพอประมาณ
       ผักชีสำหรับโรยหน้า
       

       วิธีทำ
      
       ในขั้นแรกนั้นก่อนอื่นเราต้องนำไส้ตันที่ได้มาล้างให้สะอาด แล้วนำไปต้มจนสุกเมื่อไส้ตันสุกแล้วก็นำมาพักทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นจึงนำไส้ต้นมาหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ นำลงหมักกับส่วนผสมอย่าง ซอสปรุงรส ซีอิ้วขาว น้ำตาล อ้อ...อย่าลืมของสำคัญคือ กระเทียมที่ถูกนำมาสับอย่างละเอียดก็ใส่ลงไปพร้อมๆกันด้วย ให้หมักทิ้งไว้ราว10-15 นาที
      
       แล้วจึงตั้งกระทะไฟปานกลาง เทน้ำมันพืชลงไปเมื่อน้ำมันร้อนได้ที่จึงนำไส้ตันที่หมักไว้ลงทอด หมั่นสังเกตจนไส้ตันและกระเทียมเหลืองทอดได้ที่แล้วก็ปิดเตา นำไส้ตันทอดกระเทียมที่ได้วางบนกระดาษซับน้ำมันสักครู่ แล้วจึงจัดใส่จานโรยเกลือป่นและผักชีเสิร์ฟพร้อมกับซอสพริกก็เพิ่มรสชาติดี

เคี้ยวหนึบหนับกับ “เนื้อย่างเกาหลีน้ำจิ้มอีสาน”/กุ๊กเล็ก

หากว่าแฟนานุแฟนมิตรรักนักกินคนใดเป็นผู้พิสมัยในรสชาติเนื้อล่ะก็ เชิญมาทางนี้ได้เลย เพราะในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” จะพาเข้าครัวไปทำเมนูแบบเนื้อๆให้ได้กินกัน กับเมนูเนื้อที่มีชื่อว่า “เนื้อย่างเกาหลีน้ำจิ้มอีสาน” เป็นเมนูเนื้อย่างนุ่มๆ เคี้ยวหนึบหนับปากและได้รสชาติของน้ำจิ้มอีสานรสแซ่บ
      
       ว่าแล้วอย่ามัวมาเสียเวลากันอยู่เลย รีบเดินหน้าเข้าครัวกันดีกว่า
      
       ส่วนผสมเครื่องปรุง
       เนื้อวัวใช้เนื้อสันในหรือเนื้อสะโพก 1 กิโลกรัม
       งาขาวคั่วบุบพอหอม 4 ช้อนโต๊ะ
       ต้นหอมใช้ด้านขาวหั่นละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
       กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
       ซีอิ้วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
       ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันงา 4 ช้อนโต๊ะ
       พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
       เหล้า 4 ช้อนโต๊ะ
       

       ส่วนผสมน้ำจิ้ม
       
กระเทียม 3 ช้อนโต๊ะ
       พริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีแดง 3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
       

       วิธีการทำน้ำจิ้ม ให้นำกระเทียมและพริกมาโขลกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ปรุงรสชาติด้วยมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทรายชิมรสชาติให้ออกรสจัด
      
       สำหรับวิธีการทำเนื้อย่างเกาหลีเริ่มจากนำเนื้อมาแล่เป็นชิ้นๆ พอคำ แล้วก็หมักกับเครื่องปรุงทั้งหมด คลุกเคล้าให้เข้ากันทิ้งไว้ในตู้เย็น 3-4 ชม. เพื่อให้เนื้อนุ่มดี จากนั้นจึงค่อยนำเนื้อออกมา แล้วย่างบนกระทะไฟค่อนข้างแรง ย่างจนเนื้อสุกได้ที่ก็เป็นอันว่าใช้ได้ กินตอนร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด ได้เอร็ดอร่อยกับ “เนื้อย่างเกาหลีน้ำจิ้มอีสาน”กันไปอีกหนึ่งเมนู

"เบคอนห่อเข็มทองผัดซอส" เมนูง่ายๆสไตล์วันว่าง/กุ๊กเล็ก

หน้า ฝนแบบนี้ ทั้งฝนตกทั้งเปียกทั้งเฉอะแฉะ บางทีก็ไม่อยากออกไปตะลอนที่ไหนๆ แต่จะอยู่บ้านคนเดียวรึก็น่าเบื่อ ชวนเพื่อนฝูงมาเม้ากันที่บ้านท่าจะดี ตัดสินใจได้ดังนั้น “กุ๊กเล็ก” จึงรีบเข้าครัวทำเมนูอาหารทีเด็ดไว้ต้อนรับเพื่อนๆ เมนูนี้ได้นำเอาอาหารฝรั่งอย่างเบคอน กับเห็ดเข็มทองเมนูญี่ปุ่นมาผสมผสาน ออกมาเป็นลูกครึ่งมีชื่อว่า “เบคอนห่อเห็ดเข็มทองผัดซอส”
       

       ส่วนผสม
       
เห็ดเข็มทอง 200 กรัม
       เบคอน 190 กรัม
       มะเขือเทศ 1 ลูก
       ผัดกาดหอม 2 ใบ
       เนยแข็งชนิดเค็ม 5 กรัม
       ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
       เกลือป่น 1/3 ช้อนชา
      
       เตรียมส่วนผสมครบแล้วก็เริ่มบรรเลงกันเลย อย่างแรกนำเห็ดเข็มทองมาตัดส่วนรากหรือส่วนที่อยู่ด้านล่างออกแต่อย่าให้กอ เห็ดแยกจากกัน แล้วแบ่งเห็ดเข็มทองออกเป็นช่อๆพอดีคำ จากนั้นนำกระทะตั้งไฟอ่อนใส่เนยแข็งชนิดเค็มลงไปพอละลาย ใส่เบคอนลงทอด กลับไปมาพอเหลือง แต่อย่าให้เกรียมมามิเช่นนั้นจะแข็งม้วนลำบาก แล้วพักเบคอนเอาไว้
      
       จากนั้นนำซอสมะเขือเทศโรยเกลือคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้กระทะเดิมที่มีน้ำมันจากเบคอนที่ทอดไปแล้วตั้งไฟอ่อน นำเห็ดเข็มทองลงไปผัดต่อ ราดด้วยซอสมะเขือเทศผสมเกลือที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากันเบาๆจนเห็ดเข็มทองดูอ่อนๆพอสุกเป็นอันได้ที่
      
       สุดท้ายนำเห็ดเข็มทองที่ได้มาวางบนเบคอนแล้วม้วนให้ขนาดพอดีคำ ตกแต่งจานด้วยมะเขือเทศและสีเขียวของใบผัดกาดหอม ก็กลายเป็นเมนูหรูๆไว้รับแขกได้เลยทีเดียว แถมรสชาติยังเป็นที่ติดปากติดใจแน่นอน

ชื่นใจกับชมพู่ “พิงค์กี้ ฟรอซตี้ค็อกเทล”

ช่วงนี้ผลไม้หลากหลายชนิดกำลังออกลูกออกผลเต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ในบ้านของ “กุ๊กเล็ก” เองก็มีต้นชมพู่กำลังออกลูกงามๆ เช่นกัน แต่จะสอยมาจิ้มพริกกับเกลือกินธรรมดาๆ ก็เสียชื่อ “กุ๊กเล็ก” หมด เลยต้องหาสูตรแปลกๆ น่ากินๆ มาลองทำดู ก็พอดีได้สูตรเครื่องดื่มจากผลไม้ไทยๆ ที่ชื่อว่า “พิงค์กี้ ฟรอซตี้ค็อกเทล” มาจากโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ ที่เขาใช้ชมพู่เป็นส่วนประกอบด้วยมาลองทำดู
      
       ส่วนผสม
      
       ชมพู่นาก (สีแดง) 1-2 ลูก
       น้ำสับปะรด 1 ออนซ์ (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ)
       น้ำเชื่อมกลิ่นมะลิ 1 ออนซ์
       น้ำแข็ง 1/2 แก้ว
       

       วิธีทำแสนจะง่าย แค่นำชมพู่มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำส่วนผสมทั้งหมด ทั้งชมพู่ น้ำสัปปะรด น้ำเชื่อม และน้ำแข็งใส่ลงไปในเครื่องปั่น ปล่อยให้เครื่องจัดการปั่นๆๆๆ จนเนื้อเนียนเข้ากัน เทใส่แก้วสวยๆ แล้วตกแต่งด้วยเชอรี่หรือมะนาว
      
       เพียงเท่านี้ก็จะได้ “พิงค์กี้ ฟรอซตี้ค็อกเทล” จิบ ไปได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชมพู่ผสมกับรสเปรี้ยวอมหวานของน้ำสับปะรด เหมาะที่จะทำไว้ดื่มเล่นเย็นๆ ใจยามว่าง หรือไว้ดื่มกันกับเพื่อนๆ ในงานปาร์ตี้ก็ได้เช่นกัน

"ถั่วลันเตาผัดน้ำมันหอย"อร่อยง่ายได้ประโยชน์/กุ๊กเล็ก

เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.2550) "กุ๊กเล็ก" นั่งเฝ้าอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ชนิดตาไม่กระพริบ ลุ้นกับตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ตัดสินคดียุบพรรคการเมือง เห็นใจทั้งผู้อ่านคำตัดสิน ที่เนื้อหาหนาเสียยิ่งกว่าวิทยานิพนธ์ เห็นใจทั้งฝ่ายผู้ถูกร้องที่ต้องนั่งฟังนานๆห่วงว่าเขาจะกินอะไรกันหรือยัง หนอ...
      
       พลัน!นึกได้ว่าเราเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเช่นกัน จึงขอพักสายตาหันมาทำกับข้าวกินดีกว่า แล้วจะกินอะไรดีล่ะที่สบายท้องได้ประโยชน์ กินเพลินระหว่างดูโทรทัศน์ได้ด้วย คิดแล้วก็หยิบถั่วลันเตาในตู้เย็น มาทำเมนูแสนง่าย "ถั่วลันเตาผัดน้ำมันหอย" ที่อุดมไปด้วย แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน เกลือแร่ ที่สำคัญมีเส้นใยอาหารมากกินแล้วช่วยให้ ไม่ท้องผูก บำรุงตับอีกด้วย
      
       ส่วนผสม
      
       ถั่วลันเตา 2 ขีด
       น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
       กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
       เกลือ 1/4ช้อนชา
       พริกไทยป่นสด 1 ช้อนชา
       

       วิธีทำ
       

       ขั้นตอนแรกให้นำถั่วลันเตามาล้างให้สะอาด แล้วตั้งกระทะใช้ไฟแรงๆเทน้ำมันพืชลงไป จากนั้นนำกระเทียมสับที่เตรียมไว้ใส่ลงไปผัดพอหอม จึงนำถั่วลันเตาใส่ ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือ พริกไทยป่นสด ตบท้ายด้วยน้ำมันหอยผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ไม่ควรผัดนานจนเกินไป เพราะถั่วลันเตาจะสุกนิ่มไม่กรอบ เมื่อแน่ใจว่าสุกได้ที่แล้วก็ปิดเตา ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆสักจานนั่งกินได้อร่อยเพลิน

ต้อนรับปีหมูกับ “หมูสับปะรด”/กุ๊กเล็ก

เพิ่งจะเริ่มต้นปีใหม่ไม่ทันไรกรุงเทพฯก็วุ่นวายด้วยเรื่องระเบิดมีทั้งคน เจ็บคนตาย เห็นแล้วก็อดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ หรือปีนี้จะเป็นปีหมูดุอย่างเขาว่ากันจริงๆ ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะรีบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ โดยไว ส่วน "กุ๊กเล็ก"ก็ขอแก้เคล็ดปีหมูด้วยการกินหมูซะเลย จากหมูดุจะได้กลายเป็นหมูทอง ด้วยเมนู "หมูสับปะรด"
      
       เครื่องปรุง
       

       เนื้อหมูส่วนสันนอก 1/2 กิโลกรัม
       เกลือป่น 1 ช้อนชา
       พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
       ผงปรุงรส 1/4 ช้อนชา
       ไข่ไก่ตีพอแตก 1 ฟอง
       สับปะรด 1/2 ผลเล็ก
       ผงขนมปังป่น 1/2 ถ้วยตวง
       น้ำมันพืช
       

       วิธีทำ
      
       เริ่มจากนำเนื้อหมูมาหั่นเป็นแนวขวางให้หนาประมาณ 2 เซนติเมตร จะได้เนื้อหมู 4 ชิ้น แต่ละชิ้นกรีดตรงกลางชั้นให้เป็นร่อง จากนั้นผสมเกลือ พริกไทย และผงปรุงรสเข้าด้วยกัน จากนั้นนำ สับปะรดมาปอกแล้วฝานเป็นแว่นแบ่งครึ่ง คว้านเอาแกนออก แล้วสอดชิ้นสับปะรดใส่ร่องเนื้อหมูที่กรีดเตรียมไว้ ใช้ไม้กลัดหรือไม้จิ้มฟันเสียบปากร่องอย่าให้ชิ้นสับปะรดหลุดได้
      
       ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากๆใช้ไฟปานกลาง เมื่อน้ำมันร้อนนำชิ้นหมูลงชุบไข่ แล้วเกลือกด้วยผงขนมปังป่น ทอดจนเนื้อหมูสุกและเหลืองดีทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้น ให้สะเด็ดน้ำมันกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆหรือเสิร์ฟกับมันฝรั่งทอดแบบเฟรนช์ ฟรายก็ได้

รสเด็ดพลิกแพลงกับ"ข้าวมันส้มตำไก่ฉีก" /กุ๊กเล็ก

โดย : กุ๊กเล็ก


       พูดถึงอาหารอีสาน หลายคงคงต้องปาดน้ำลายซี้ดๆ..ที่มุมปาก เพราะรสชาติที่เด็ดโดนใจ จนบ้างครั้งบางทีก็แซบเสียจนแสบคอแสบท้อง มื้อนี้"กุ๊กเล็ก" ขอดัดแปลงเมนูส้มตำทีเด็ดอาหารอีสานมากินคู่กับข้าวมันใบเตย ใช้ชื่อเมนูว่า "ข้าวมันส้มตำไก่ฉีก" จาก "เคียงดาวรีสอร์ท” อ.แม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นเมนูใหม่จะทำกินเองในครอบครัวหรือจะทำรับแขกก็ดูชวนกินไม่แพ้กัน
      
       ส่วนประกอบข้าวมัน(สำหรับกินประมาณ 6-8 คน)
       ข้าวหอมมะลิ 5 ถ้วยตวง
       น้ำกะทิ 4 ขีด
       น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
       เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตามความเหมาะสม
       ใบเตยเพิ่มความหอม
      
       เตรียมเครื่องปรุงพร้อมแล้วก็ลงมือทำข้าวมันกันก่อนเลย โดยนำเครื่องปรุงมาผสมให้ได้สัดส่วน เมื่อปรุงเรียบร้อยแล้ว จึงเทลงในข้าวที่ซาวไว้แล้ว พร้อมทั้งใส่ใบเตยไปพร้อมกันเลย รอจนเดือดจึงคนเพื่อให้ส่วนผสม เข้ากัน รอจนสุกหอม
      
       สำหรับส่วนผสมส้มตำไทย
       กระเทียม พริกขี้หนู มะละกอ น้ำตาลปี๊บ มะนาว น้ำปลา ถั่วลิสง กุ้งแห้ง มะเขือเทศ ปรุงตามความต้องการ
      
       ส่วนวิธีทำก็ง่ายๆ เริ่มจากตำกระเทียมกับพริกจนเกือบละเอียด จากนั้นนำถั่วลิสงลงโขลกให้ละเอียด ใส่เครื่องปรุงน้ำตาลปี๊บ มะนาว น้ำปลา คนให้เข้ากัน และใส่มะละกอแห้ง ใช้สากตำให้เข้ากับเครื่องปรุง
      
       ไก่ทอด เป็นเครื่องเคียง
       ไก่ทอดฉีกเป็นฝอยๆ ไม่ต้องใส่เครื่องปรุงใดๆทั้งสิ้น จากนั้นลงทอดในน้ำมันร้อนๆ เป็นอันเสร็จ
      
       จากนั้นใส่จานตกแต่งให้สวยงาม นำเสิร์ฟพร้อมกินได้เลย รับรองว่าทั้งอร่อยทั้งหอมใบเตยทุกคำ

อร่อยลิ้นกับ “ยำปลาทูใบชะพลู”/กุ๊กเล็ก

“ปลาทู” ตัวน้อยที่วางขายอยู่ในเข่ง นอกจากจะซื้อมาทอดและกินคู่กับน้ำพริกแล้ว ยังสามารถนำปลาทูมารังสรรค์ปรุงแต่งเป็นเมนูเลิศรสอื่นๆ ได้อีกหลากหลาย
      
       อย่างที่ในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” ก็มีเมนูปลาทูที่แสนจะน่ากินมานำเสนอ กับเมนูที่มีชื่อว่า “ยำปลาทูใบชะพลู” ซึ่งเมนูนี้เราไปได้สูตรมาจากร้าน “ปลาทูแช็ค” ที่ได้ไปลิ้มลองรสชาติมาแล้วโดนใจปาก จนต้องแอบไปหลังครัวเพื่อขอสูตรจากทางร้าน เพื่อนำกลับไปลองทำกินเองที่บ้านเองดู และเราก็ไม่ลืมที่จะนำสูตรเด็ดนี้มาเผื่อแผ่แก่แฟนานุแฟนทุกท่านเหมือนเช่น เคย
      
       สำหรับส่วนผสมที่ต้องเตรียมมีดังนี้
      
       ปลาทูนึ่ง 1 ตัว
       หอมแดงซอย 3 หัว
       ใบชะพลูซอยเป็นเส้นๆ 5 ใบ
       น้ำตาล น้ำปลา มะนาว พริก (ปริมาณตามแต่ความพอใจ)
       มะพร้าวคั่ว และ ถั่วคั่วป่น (ไว้สำหรับโรยหน้า)
      
       
เมื่อตระเตรียมส่วนผสมกันพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการทำยำปลาทูใบชะพลู ซึ่งมีวิธีการทำที่ง่ายแสนง่าย เริ่มจากการนำปลาทูนึ่งไปทอดให้พอเหลือง จากนั้นก็นำมาแกะก้างออกให้หมดและหั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ เสร็จแล้วพักทิ้งไว้
      
       แล้วก็หันมาทำน้ำยำ โดยนำพริก มะนาว น้ำปลา และน้ำตาล มาคลุกเคล้ารวมกัน (ปรุงรสตามความพอใจ) แล้วก็ใส่หอมแดง กับใบชะพลูลงไป พร้อมกับใส่ปลาทูที่เตรียมไว้แล้วลงไปคลุกเล้าให้เข้ากับน้ำยำอีกทีเป็นอัน ว่าเสร็จ พร้อมตักใส่จาน แล้วก็โรยหน้าด้วยมะพร้าวคั่ว และถั่วคั่วป่นอีกที เพียงเท่านี้ก็จะได้ “ยำปลาทูใบชะพลู” ไว้กินกับข้าวสวยร้อนๆ อิ่มท้องกันไปอีกหนึ่งมื้อ

“กุ้งเงาะ” กรอบกรุบนุ่มใน / กุ๊กเล็ก

ช่วงนี้ชีวิต “กุ๊กเล็ก” ดูอับเฉาไม่มีชีวิตชีวา เอาเสียเลยเพราะอากาศบ้านเราเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูร้อนอีกแล้ว เลยขอหลบร้อนไปกินอาหารแถวชายทะเลบริเวณหาดน้ำริน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ที่ร้าน “ลอกอ” และก็ไม่ลืมแอบขอสูตรเมนูเด็ดของทางร้านมาฝากกันชื่อเมนูว่า “กุ้งเงาะ” ตามไปดูกันเลยดีกว่า
      
       ส่วนผสม
      
       เนื้อกุ้งสับละเอียด 2 ขีด
       มันหมูสับละเอียด 1 ขีด
       บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ห่อ
       รากผักชีสับละเอียด 2 ราก
       เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด
       พริกไทยขาวและดำสับละเอียด 1/2 ช้อนชา
       ไข่ไก่ 1 ฟอง
       แป้งโกกิ 1 ช้อนโต๊ะ
       กระเทียมตำละเอียด 5 กลีบ
       น้ำมัน
       น้ำจิ้มบ๊วย
       

       วิธีทำ เริ่มจากการผสมเนื้อกุ้ง มันหมูสับรากผักชี พริกไทย กระเทียม แป้งโกกิ คนให้เข้ากันจนเหนียว จากนั้นใส่เกลือตีไข่ลงไปคนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วหันมาบีบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้เป็นผง ปั้นส่วนผสมที่ปรุงแล้วเป็นก้อนคล้ายลูกเงาะ ยัดไส้ด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 1 เม็ด นำมาคลุกกับบะหมี่ที่บีบเป็นผงทิ้งไว้ ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอเดือด เบาไฟใส่กุ้งเงาะลงทอดด้วยไฟอ่อนๆจนเหลือง ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วยเป็นอันเสร็จ

“ซุปตำลึง” ทำง่ายๆได้สุขภาพ / กุ๊กเล็ก

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เทรนอาหารสุภาพมาแรงแซงทางโค้ง และเพื่อความอินเทรนไม่ตกยุคตกสมัย มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” เลยขอเอาใจมิตรรักนักกินทั้งหลายด้วยอาหารสุขภาพ อย่าง “ซุปตำลึง” ผักสวนครัวรั้วกินได้ตัวจริงเสียงจริง
      
       ตำลึง ผักที่พบเห็นขึ้นทั่วไปตามริมทางหรือตามรั้วนั้น แท้จริงแล้วอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและหัวใจขาดเลือด แคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และยังมีฟอสฟอรัส เหล็ก ในอาซิน วิตามินซีและอื่นๆอีกมากมาย นอกจากอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารแล้ว ตำลึงยังถือเป็นยาเย็นช่วยขับพิษร้อนถอนพิษไข้ได้ดีอีกด้วย เมื่อรู้คุณค่ามหาศาลอย่างนี้แล้ว ก็รีบลงมือทำ “ซุปตำลึง” กันเลย
      
       ส่วนผสม
       
ตำลึงเด็ดใบ 2 ถ้วย
       มันเทศหั่น 1/2 ถ้วย
       หอมแขกสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
       เนยสดชนิดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำ 1 1/4 ถ้วย
       เกลือสมุทร 1/2 ช้อนชา
       พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
       ใบตำลึงลวกสำหรับตกแต่ง
      
       วิธีทำเริ่มจากใส่เนยลงในกระทะ ตั้งไฟปานกลาง พอเนยละลาย ใส่หอมแขกลงผัดจนสุกนุ่มมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่มันเทศผัดจนมันเทศสุก ตามด้วยใบตำลึงผัดพอเข้ากัน เติมน้ำปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย คลุกเคล้าพอทั่วและทุกอย่าสุกนุ่ม
      
       จากนั้นนำส่วนผสมที่ผัดเข้าด้วยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วมาปั่นจน ละเอียด ตักใส่ถ้วยซุป ตกแต่งด้วยใบตำลึงพร้อมเสิร์ฟได้เลย อ้อ...สำหรับเมนูนี้ขอบอกว่าต้องกินร้อนๆนะถึงจะอร่อยได้คุณค่า

รสหนึบนุ่มลิ้นกับ "หมึกนึ่งยัดไส้"/กุ๊กเล็ก

มิตรรักนักกินทั้งหลายจะคิดบ้างไหมว่าโลกเราทุกวันนี้มันวิปริตผิดเพี้ยน เข้าไปทุกวัน ยามหนาวก็หนาวจับจิตยามร้อนก็ร้อนตับแตก ไม่มีความพอดีเลย เมื่อหลายวันก่อนนั่งดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง เขานำเนื้อหาตัวอย่างของภาพยนตร์สารคดี ที่นำเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของโลกมาเสนอ ชื่อเรื่อง "An Inconvenient Truth" ที่มี อัล กอร์ ผู้ซึ่งเคยลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯนำแสดงมาให้ชม
      
       ส่วนตัวก็เกิดอาการเห็นพ้องด้วยที่เขาว่าโลกร้อน เดี๋ยวเกิดเอลนิโญ เดี๋ยวเป็นลานีญา เป็นเพราะฝีมือมนุษย์เรานี้เอง เลยทำให้กลัวว่าถ้าน้ำท่วมโลก "กุ๊กเล็ก"จะไม่ได้กินอาหารทะเลแต่ จะโดนสัตว์ทะเลกิน งานนี้เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้จึงปรี่เข้าไปยังตู้เย็นสอดส่ายสายตาไปมาก็เจอ ปลาหมึก และเนื้อหมู จึงปิ้งไอเดียเข้าครัวทำ "หมึกนึ่งยัดไส้"ทันที
      
       เครื่องปรุง
       ปลาหมึกตัวเล็กๆ 1/2 กิโลกรัม
       พริกไทย 1/2 ช้อนชา
       เนื้อหมูสับละเอียด 1 ถ้วยตวง
       น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
       น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
       รากผักชีโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
       

       วิธีทำ
       

       นำเครื่องปรุงทั้งหมดอันได้แก่เนื้อหมูสับละเอียด พริกไทย รากผักชี กระเทียมที่โขลกอย่างละเอียดมาผสมกันคลุกเคล้าด้วยน้ำปลา น้ำตาล จากนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที
      
       เมื่อเครื่องเข้าที่แล้วให้น้ำมาสอดใส่ในตัวปลาหมึกในปริมาณที่ไม่ มากจนเกินไป จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 10 นาที ก่อนจะนำขึ้นมาพักไว้ให้เย็นแล้วค่อยๆหั่นเป็นชิ้นพอดีคำจัดเรียงใส่จานให้ สวยงาม กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดดวงอย่าบอกใคร

ขนมจีนลาบหมู รสเด็ดเผ็ดแซบ /กุ๊กเล็ก

ในปีหมูดุแบบนี้ “กุ๊กเล็ก” จะขอแก้เคล็ดหมูดุด้วยการทำเมนูหมูๆ มาให้มิตรรักนักกินได้กินกับแบบสบายๆ กับเมนู “ขนมจีนลาบหมู”ส่วนวิธีทำก็ไม่ต่างจากการทำลาบทั่วไป
       
       เชื่อว่ามิตรรักนักกินคงเคยกินลาบ ส้มตำ น้ำตก กันอยู่แล้ว เพราะเป็นอาหารพื้นๆที่ทุกคนต้องรู้จัก แต่เมนูวันนี้ “กุ๊กเล็ก” จะนำลาบหมูมากินกับเส้นของขนมจีน ซึ่งก็ต้องขอบอกเลยว่าเข้าก๊านเข้ากันจริงเชียว
      
       ส่วนผสม
       เส้นขนมจีน 1 จาน
       หมูเนื้อแดงสับ 2 ขีด
       ไส้ตัน และตับ 2 ขีด
       หนังหมู 1 ขีด
       ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
       พริกป่นและพริกแห้ง(แล้วแต่ชอบเผ็ดมากเผ็ดน้อย)
       น้ำสะอาด,น้ำปลา,น้ำมะนาว
       หอมแดงซอย 2 หัว,ผักชี,ต้นหอม,ใบสะระแหน่,กะหล่ำปลี,ถั่วฝักยาว
      
       เตรียมส่วนผสมแล้วก็ลงมือทำกันเลย เริ่มจากต้มเครื่องในหมูและหนังหมูให้สุก แล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆพอคำ จากนั้นนำหม้อใส่น้ำสะอาดตั้งไฟพอเดือดใส่หมูที่สับแล้วลงไปลวกจนสุกได้ที่ นำหมูที่ลวกแล้ว ตับ หนังหมู พริกป่น ต้นหอมผักชีซอย หอมแดงซอย และข้าวคั่วมาเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว
      
       คลุกเคล้าจนได้รสตามที่ต้องการแล้วนำขนมจีนมาจัดวางบนจานให้สวยงาม และเทลาบหมูลงบนหน้าขนมจีน แต่งหน้าด้วยใบสะระแหน่พองาม ก็ถือเป็นอันเสร็จพิธีการ ส่วนจะกินเดี่ยวๆโดดๆหรือกินคู่กับผักสดเช่น กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ก็เด็ดเผ็ดแซบไม่แพ้กัน...ขอบอก

อิ่มดีมีประโยชน์กับ “หมูทอดสมุนไพร”/ กุ๊กเล็ก

 มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” ยังอยู่ในอารมณ์ร่วมกับการฉลองปีหมูอยู่ จึงขอเข้าครัวทำเมนูหมูอีกหนึ่งเมนู ที่มีชื่อว่า “หมูทอดสมุนไพร” ซึ่งไปได้สูตรมาจากโรงแรมมณเฑียร กรุงเทพฯ
       

       เมนูนี้ทำง่าย กินเป็นกับแกล้มก็เข้าท่า กินคู่กับข้าวสวยก็เข้าที แถมกินแล้วยังดีต่อสุขภาพเพราะมีสมุนไพรไทยเป็นส่วนประกอบในการปรุง ว่าแล้วก็อย่าอืดอาดกันอยู่เลย เดินหน้าเข้าครัวปรุงเมนูอาหารรสเด็ดกินกันดีกว่า
      
       ส่วนผสมที่ต้องเตรียม
       
คอหมูหั่นเป็นเส้นยาว 2.5 ขีด
       ตะไคร้สับละเอียด 1 ต้น
       ใบมะกรูดหั่นฝอย 5 ใบ
       กระเทียมสับละเอียด 5 กลีบ
       น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
       พริกไทย ½ ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
       แป้งสาลี (เอาไว้คลุกคอหมูก่อนลงทอด)

      
       เครื่องเทศที่ทอดแล้วสำหรับโรยหน้า
       หัวหอมเจียว หั่นบางๆ ทอดกรอบ, กระเทียมเจียว หั่นบางๆ ทอดกรอบ, พริกไทยอ่อนทอด, ตะไคร้โขลกหยาบๆ ทอด, พริกแห้งทอด
       

       สำหรับขั้นตอนการทำไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก เริ่มจากนำคอหมู มาหมักกับเครื่องหมักทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม น้ำมันหอย พริกไทย น้ำตาลทราย น้ำปลา หมักทิ้งไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
      
       จากนั้นก็นำคอหมูที่ผ่านการหมักจนได้ที่แล้ว นำมาคลุกกับแป้งเล็กน้อย และนำลงทอดในน้ำมัน ทอดจนคอหมูสุกเหลืองกรอบ ก็เป็นอันว่าใช้ได้ตักใส่จาน แล้วก็โรยหน้าด้วยเครื่องเทศต่างๆที่ทอดไว้แล้ว กินคู่กับน้ำจิ้มไก่ หรือซอสพริกเป็นอันว่าได้อร่อยกันไปอีกหนึ่งมื้อ

หอมหวานชื่นใจกับ “ลูกตาลลอยแก้ว”

โดย : กุ๊กเล็ก


       เมืองไทยเรานั้นมีอาหารการกินมากมาย ทั้งที่มีให้กินกันทั้งปี หรือมีเฉพาะฤดูกาล อย่าง “ลูกตาล” ที่จะออกในช่วงฤดูแล้ง เมื่อต้นตาลตัวเมียมีลูกตาลและตัดลูกตาลลงมาตอนที่ยังไม่สุก ก็จะได้ลอนตาล หรือ เต้าตาลอ่อนๆ มากินกัน
      
       “กุ๊กเล็ก” เห็นลูกตาลหรือลอนตาลที่ขายกันอยู่ในตลาดแล้วก็ชักคันไม้คันมือ เลยซื้อมาทำ “ลูกตาลลอยแก้ว” กินให้หวานๆ เย็นๆ ชื่นใจกันดีกว่า
      
       ส่วนผสม
       ลูกตาล (เลือกที่ไม่อ่อนไม่แก่มากนัก) 500 กรัม
       น้ำตาลทราย 250 กรัม
       น้ำเปล่า 2 ถ้วย
       ใบเตย 2 ใบ
      
       วิธีทำเริ่มจากนำลูกตาลมาปอกเปลือกออก นำไปล้างน้ำให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นก็นำมาหั่นบางๆ ตามขวางของลูกตาล จะได้ลักษณะคล้ายๆ เลขแปด เสร็จแล้วพักไว้ก่อน เอาน้ำเปล่าใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย ใส่ใบเตยที่ฉีกเป็นท่อนๆ เคี่ยวให้น้ำตาลละลายและข้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ที่ให้ตักใบเตยออก แล้วใส่ลูกตาลที่หั่นเตรียมไว้ลงไปในหม้อ เคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 5 นาที แล้วปิดไฟ พักไว้ให้เย็น เวลาเสิร์ฟตักใส่ถ้วย แล้วใส่น้ำแข็งทุกบละเอียดลงไปเพิ่มความเย็นชื่นใจ หรือจะนำลูกตาลลอยแก้วไปแช่ในช่องแช่แข็งให้เย็นจัด แล้วยกไปเสิร์ฟก็ได้เช่นกัน

ลิ้มรสกวางตุ้งกระทุ้งใจ ที่ "หยิ่วกี่"

บรรยากาศร้านหยิ่วกี่
       เวลาไปช้อปปิ้งแถวๆ สวนจตุจักรแล้วเกิดหิวขึ้นมา ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านจะเดินเข้าไปลิ้มลองอาหารที่ร้านไหนกันบ้าง แต่สำหรับ "ผ่านมาแวะกิน" มักจะแวะเวียนไปที่ร้านประจำ ที่อยู่แถวๆ แยกกำแพงเพชร - สะพานควาย นั่นก็คือร้าน "หยิ่วกี่"
      
       ร้านนี้เค้าเปิดกันมา 60 กว่าปีแล้ว โดยเน้นขายอาหารจีนแบบกวางตุ้ง แต่ก็มีอาหารไทยไว้ให้ลองชิมกันด้วย ซึ่งนอกจากจะมีร้านอยู่ที่นี่แล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งสาขา อยู่แถว ถ.งามวงศ์วาน ตรงข้ามกับซอยชินเขต 1 ที่คอยให้บรรดานักชิมแวะเวียนไปลองลิ้มของอร่อยที่มีมาตรฐานเดียวกัน
เป็ดย่าง
       มาถึงร้านแบบหิวๆ ก็เลยขอสั่งเมนูเด็ดชื่อดังของร้านมาลองก่อนเลย เป็ดย่าง (ครึ่งตัว 175 ทั้งตัว 350 บาท) ที่ร้านนี้เลือกใช้เป็ดสายพันธุ์ไทยผสมกับออสเตรเลีย ที่มีมันน้อย นำเป็ดที่ได้มาหมักด้วยเคล็ดลับพิเศษ จากนั้นก็นำไปย่างจนสุก ส่วนน้ำราดที่มาคู่กับเป็ดย่างนั้น ทำมาจากน้ำสต็อกที่ได้จากตอนย่างเป็ด ผสมกับขิง ข่า ตะไคร้ กระเทียม และหอมแดง นำมาเคี่ยวรวมกัน
      
       บนจานเป็ดย่างที่เสิร์ฟมานั้นจะมีน้ำจิ้มซีอิ้วพริกดองมาด้วย เพื่อเพิ่มรสชาติ รวมทั้งมีผักกวางตุ้งลวก แตงกวาดอง และขิงดองแก้เลี่ยน เนื้อเป็ดนั้นได้รสกลมกล่อม หนังบาง เนื้อนุ่ม ไม่มีมัน น้ำราดเป็ดได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศ เข้ากันดีกับเป็ดย่าง
บะหมี่แห้งหมูแดง
       เมนูถัดมาเป็น บะหมี่แห้งหมูแดง (30 บาท) ที่เป็นอีกเมนูขึ้นชื่อของร้านนี้ เส้นบะหมี่นั้นทางร้านทำขึ้นมาเอง เป็นบะหมี่ไข่ที่มีวิธีการทำสูตรเฉพาะของทางร้าน ส่วนหมูแดงนั้นนำมาหมักกับน้ำผึ้งและเครื่องปรุงอื่นๆ ก่อนจะนำมาย่าง ชิมแล้วเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ส่วนหมูแดงก็เนื้อนุ่ม มีรสหวานเล็กน้อย กินพร้อมๆ กันแล้วอร่อยดี
      
       มาต่อด้วยเมนู ลูกชิ้นกุ้งราดมันปู (120 บาท) ทางร้านทำลูกชิ้นกุ้งเองจากเนื้อกุ้งล้วนๆ นำมาผัดกับเนื้อปู เห็ดหอม ก่อนจะปรุงรส แล้วใส่แป้งมันเพื่อให้ได้น้ำที่เหนียว รสชาติของลูกชิ้นกุ้งนั้นเหมือนกินเนื้อกุ้งเลยทีเดียว รสชาติกลมกล่อม นุ่มละมุนลิ้น
ลูกชิ้นกุ้งราดมันปู
       แถมด้วยอีกหนึ่งเมนูน่ากิน ปลากระพงน้ำแดง (120/200 บาท) ใช้เนื้อปลากะพงมาชุบแป้งทอด ราดด้วยน้ำแดงที่ผัดกับขิง เห็ดหอม เห็ดฟาง เนื้อหมูชิ้นเล็ก และผักบุ้งจีน รสชาติน้ำแดงรสหวานๆ เค็มๆ ส่วนเนื้อปลากรอบนอกนุ่มในไม่คาว
      
       เมนูอร่อยๆ ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ ยังมี ซาลาเปา (7/15 บาท) ขนมจีบ (20 บาท) ที่ทางร้านทำเอง รวมไปถึง บะหมี่ปู (70 บาท) โกยซีหมี่ (40 บาท) ราดหน้าทะเล (60 บาท) บะหมี่ราดหน้าเนื้อ (50 บาท) หรือจะสั่ง หมูย่าง (กก. ละ 350 บาท) หมูแดง (กก. ละ 350 บาท) ห่อกลับมากินที่บ้านก็ยังได้
ปลากระพงน้ำแดง
       หากว่านักชิมท่านใดแวะเวียนมาช้อปปิ้งแถวๆ นี้ ก็อย่าลืมแวะมาลองลิ้มอาหารอร่อยๆ ที่ร้าน"หยิ่วกี่"ก็แล้วกัน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "หยิ่วกี่" ตั้งอยู่ที่ 1639/79-81 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. การเดินทางจากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้ามาทาง ถ.พหลโยธิน ฝั่งขาออก ผ่านสถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย และผ่านซอยวัดไผ่ตันมาอีกเล็กน้อย จะเห็นร้านหยิ่วกี่อยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงแยกกำแพงเพชร-สะพานควาย สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน เปิดทุกวัน เวลา 7.00 - 19.30 น. โทร. 0-2279-3199 , 0-2278-5773 ส่วนสาขา ถ.งามวงศ์วาน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ ซ.ชินเขต 1 โทร. 0-2589-8985 , 0-2589-8983

"Pandora Bakeshop" ร้านน่ารัก คัพเค้กโฮมเมดชวนกิน

บรรยากาศภายในร้าน
       "ผ่านมาแวะกิน" นั่งเล่นอินเตอร์เน็ตในวันว่างๆ แล้วเปิดอีเมล์ไปเจอรูปคัพเค้กหน้าตาน่ารักที่เพื่อนสาวส่งมาให้ ก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่า คัพเค้กน่ารักแบบนี้จะกินได้ไหม แล้วจะหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง จนเสิร์ชมาเจอร้านนี้ "Pandora bakeshop" ที่ต้องตามไปดูกันให้ถึงที่
      
       ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ดิ อเวนิว ถ.แจ้งวัฒนะ เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนๆ มาเปิดร้าน จุดเด่นของที่นี่คือ เป็นคัพเค้กแบบโฮมเมด ที่หน้าตาของคัพเค้กนั้นก็คิดค้นขึ้นเอง นอกจากจะมีคัพเค้กหน้าพื้นฐานที่จะทำออกมาหมุนเวียนกันไปทุกวันแล้ว ยังมีหน้าพิเศษที่ผลัดเปลี่ยนกันไปตามเทศกาลต่างๆ ด้วย ซึ่งนอกจากจะมีที่สาขาแจ้งวัฒนะแห่งนี้แล้ว ก็ยังมีที่สาขา ดิ เอ็มโพเรียม อีกด้วย
      
       ภายในร้านที่เล็กกะทัดรัด ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น สบายๆ ที่สามารถมานั่งเล่นกันได้ทั้งวัน เพราะนอกจากจะมีคัพเค้ก เบเกอรี่ และเครื่องดื่มไว้คอยบริการแล้ว ก็ยังมี Wi-Fi ไว้ให้เล่นกันอีกด้วย โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งในร้านห้องแอร์เย็นสบาย หรือจะเลือกไปนั่งสูดอากาศข้างนอกก็ยังได้
คัพเค้กหน้าตาน่ารัก
       มาพูดกันถึงคัพเค้กของทางร้านกันบ้าง ตัวเนื้อเค้กของที่นี่จะเป็นเค้กชิฟฟอนเนื้อหนักที่ให้ความนุ่ม เนียน โดยคัพเค้กแต่ละชนิดก็จะมีส่วนผสมในเนื้อเค้กที่ต่างกันไป ทำให้ได้รสชาติที่แตกต่างกัน มีข้อแนะนำจากทางร้านว่า ถ้าซื้อกลับบ้านไปแล้วกินไม่หมด ควรจะเก็บไว้ในกล่องที่มีฝาปิดสนิท และใส่ตู้เย็น แต่ควรจะกินให้หมดภายใน 3 วัน เพราะหลังจากนั้น เนื้อเค้กจะแข็งตัว ทำให้ไม่อร่อย
      
       คัพเค้กที่ได้ลองชิมเป็นชิ้นแรกของวันนี้ก็คือ Red Valvet (45-75 บาท) เป็นเค้กวนิลาผสมโกโก้ ที่เพิ่มสีสันด้วยสีแดงสด แต่งหน้าด้วยครีมชีส แล้วโรยหน้าด้วยเค้ก Red Valvet อบแห้ง ชิ้นถัดไปเป็น Dark Knight (45-75 บาท) เป็นเค้กช็อกโกแลต ราดด้วยบัตเตอร์ครีม แต่งหน้าด้วยบราวนี่สูตรพิเศษที่ทางร้านทำขึ้นเอง
      
       ต่อด้วย Hummingbird (45-75 บาท) เป็นเค้กผลไม้ที่ทำจากสับปะรดและกล้วย ความพิเศษอยู่ที่ไม่ได้ปั่นเนื้อผลไม้ให้ละเอียดรวมไปกับเนื้อเค้ก แต่จะหั่นผลไม้เป็นชิ้นเล็กๆ ด้านบนของเค้กเป็นครีมชีส และแต่งด้วยน้ำตาลปั้นรูปดอกไม้ อีกชิ้นเป็น Carrot & Spices (45-75 บาท) เค้กแครอทที่มีส่วนผสมของอบเชย และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ด้านบนเป็นครีมชีสฟรอสติ้ง และน้ำตาลปั้นรูปแครอทชิ้นเล็กน่ารัก
      
       ส่วน Citrus Odor (45-75 บาท) เป็นเค้กวนิลา หน้าบัตเตอร์ครีมมะนาว รสเปรี้ยวๆ หวานๆ และ Blueberry Bush (45-75 บาท) เค้กวนิลาสอดไส้แยมบลูเบอรี่ หน้าบัตเตอร์ครีมกลิ่นบลูเบอรี่ ปิดท้ายด้วย Swiss Chocolate (45-75 บาท) เค้กช็อกโกแลตเนื้อนุ่ม หน้าช็อกโกแลตฟัจน์ และวิปปิ้งครีม แต่งหน้าด้วยเชอรี่สีแดง
พายไส้ต่างๆ
       อีกเมนูที่เป็นที่นิยมของร้านนี้ก็คือ พาย (15-20 บาท) ที่มีทั้งไส้หมูแดง ทูน่า ไก่ หมูหยอง แกงเขียวหวาน ฉู่ฉี่กุ้ง ซึ่งความพิเศษอยู่ที่แป้งพายนุ่มๆ รสกลมกล่อมลงตัว เข้ากันดีกับแต่ละไส้ที่อร่อยไม้แพ้กัน
      
       นอกจากจะมีคัพเค้กแสนอร่อยแล้ว ทางร้านก็ยังมีเบเกอรี่ไว้ให้ลองชิมอีกหลายอย่าง อาทิ บราวนี่ไวท์ช็อค (70 บาท) นิวยอร์คชีสเค้ก (85-120 บาท) เมอแรงค์รสต่างๆ (120 บาท) รวมไปถึงเครื่องดื่มนานาชนิดที่จะช่วยให้กินคัพเค้กอย่างเอร็ดอร่อยยิ่งขึ้น
      
       เวลานึกถึงคัพเค้กสวยๆ หน้าตาน่ากิน รสชาติไม่เป็นรองใคร ก็แวะเวียนกันมาได้ที่ร้าน "Pandora Bakeshop"
ด้านนอกร้าน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "Pandora Bakeshop" ตั้ง อยู่ภายในโครงการ ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ 104/28-29 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. การเดินทางจากห้าแยกปากเกร็ด ให้ตรงมาตาม ถ.แจ้งวัฒนะ จนผ่านแยกคลองประปาให้ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ ร้านจะตั้งอยู่ทางขวามือ ตรงข้ามกับวิลล่า มาร์เก็ต เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 21.00 น. โทร. 0-2982-5229, 08-1489-0611, 08-1420-7667 ทางร้านรับสั่งทำเค้ก และมีบริการแคทเธอริ่ง ส่วนสาขา ดิ เอ็มโพเรียม ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 หน้ากูร์เมต์มาร์เกต ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pandorabakeshop.com และ www.facebook.com/pandorabakeshop

เพลินใจ อร่อยปากที่ร้าน"ดีบุก"ภูเก็ต

บรรยากาศภายในร้านดีบุก
       เวลาไปภูเก็ต นอกจาก "ผ่านมาแวะกิน" จะชอบไปเที่ยวชมความงามของท้องทะเลแล้ว เรายังชอบไปสัมผัสกับบรรยากาศอาคารเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสในเมืองเก่าภูเก็ตอีกด้วย
      
       หลังเดินชมตึกสวยอย่างเพลิดเพลินจนออกอาการเมื่อยล้า "ผ่านมาแวะกิน" ก็ เริ่มเมียงมองหาร้านอาหารนั่งพักเหนื่อยและแวะเติมพลัง และก็มาสะดุดตา สะดุดใจกับร้านอาหารเล็กๆ ที่น่ารักดูอบอุ่นมีสไตล์ ซึ่งแทรกกายอยู่ภายในตึกสวยๆ ตรง ถ.ดีบุก
      
       ร้านอาหารที่ว่านี้มีชื่อเดียวกับถนนเลยนั่นคือร้านอาหาร "ดีบุก" มีคุณนก สุนทรีย์ ทิพย์รัตน์ เป็น เจ้าของร้าน จากการได้พูดคุยด้วย คุณนกบอกว่าร้านนี้เปิดมานานกว่า 9 ปีแล้ว ขายอาหารฝรั่งเศสที่มีการปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย และมีอาหารไทยพื้นถิ่นบริการด้วย
ซุปหอมฝรั่งเศส
       เมื่อมาที่ร้านดีบุกขอบอกว่าจะได้สัมผัสกับบรรยากาศร้านที่ชวนนั่ง ตกแต่งได้อย่างมีสไตล์ มีความอบอุ่นโรแมนติกแฝงไว้ และได้กลิ่นอายมนต์เสน่ห์ของตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่ผสานความเป็นตะวัน ออกและตะวันตกได้อย่างกลมกลืน มีโต๊ะให้นั่งในหลายมุม มีทั้งมุมหน้าร้าน ในร้านนั่งสบายๆ และด้านหลังร้านจัดเป็นสวนสวยๆรับลมธรรมชาติเย็นๆ
      
       เอาล่ะหลังจากเลือกที่นั่งในมุมที่ถูกใจได้แล้ว เราก็ขอเมนูมากางเปิดสั่งอาหารมาชิมกันดีกว่า และในมื้อนี้ก็ขอเอกสั่งเป็นอาหารฝรั่งเศสมาลิ้มรสก็แล้วกัน เริ่มจากเมนูแรกเป็น ซุปหอมฝรั่งเศส (120 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วลิ้น ทางร้านเอาหอมหัวใหญ่มาผัดกับเนย น้ำมันโอลีฟ และต้มกับน้ำซุปเคี่ยวอยู่นานจนได้ที่ โรยหน้าด้วยชีสอีกที แล้วเสิร์ฟกับขนมปังกระเทียมใส่ชีส ซดซุปร้อนๆ หอมหวานกลมกล่อม และอร่อยกับเนื้อหัวหอมที่กินเข้ากับขนมปังกรอบๆ
เนื้อตุ๋นไวน์แดง
       จานถัดมาเป็น เนื้อตุ๋นไวน์แดง(260 บาท) ใครชอบกินเนื้อรับรองถูกปากกับเนื้อส่วนแก้มของวัวที่นำไปหมักกับไวน์แดง และกริลล์นิดหน่อยให้พอสุก แล้วนำไปตุ๋นกับไวน์แดงและปรุงรสอีกกว่า 2 ชม. จนได้เนื้อที่นุ่มเคี้ยวหนึบปากได้รสชาติไวน์แดงละมุนลิ้น
Lamp Rump
       เมนูสุดท้ายที่ได้ลิ้มรส คือ Lamp Rump (490 บาท) เป็นเนื้อแกะส่วนสะโพกเอามากริลล์และอบ แล้วราดด้วยซอสไวน์ขาว มีมันบดกับผักมาเป็นเครื่องเคียงด้วย แล่เนื้อแกะส่งเข้าปากแกะเนื้อนุ่มได้รสชาติไวน์ขาวที่กลมกล่อม
      
       แต่ทว่าในเมนูอาหารก็ยังมีอาหารจานเด่นอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ ปอเปี๊ยะปู (169 บาท) น้ำตกคอหมูย่าง (130 บาท) Crepe de Paris (220 บาท) และอีกหลายเมนูอาหารไทย อาหารฝรั่งเศส พร้อมทั้งยังมีไวน์ให้เลือกดื่มคู่กับอาหาร คลอเคล้าไปกับบรรยากาศร้านที่แสนจะสบายๆ และโรแมนติก ที่ถ้าหากใครมีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ต ก็อยากให้ลองแวะมาที่ร้าน "ดีบุก" มาสัมผัสกับความอิ่มอร่อยในท่ามกลางมนต์เสน่ห์เมืองเก่าที่สวยงาม
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "ดีบุก" (Dibuk Restaurant) ตั้งอยู่ที่ 69 ถ.ดีบุก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. โทร. 0-7625-8148, 08-1719-5340