ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"ก.เอ๋ย ก.กาแฟ" ร้านกิ๊บเก๋ ชวนดื่ม-กิน

บรรยากาศภายในร้าน “ก.เอ๋ย ก.กาแฟ”
       เป็นอย่างไรกันบ้าง หยุดปีใหม่ที่ผ่านมา มิตรรักนักกินไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้างเอ่ย?? "ผ่านมาแวะกิน" ไม่ได้ออกเดินทางไปเที่ยวปีใหม่ที่ไหน แต่เรากลับเดินทางไปหาร้านอาหารน่านั่ง น่ากินรับขวัญปีใหม่แทน โดยได้รับคำแนะนำจากพี่ที่รู้จักว่ามีร้านกาแฟเปิดใหม่ย่านฝั่งธนบุรีชวนให้ ไปสัมผัสอย่างแรง เป็นร้านกาแฟน่ารักๆ ตกแต่งร้านกิ๊บเก๋มีสไตล์ แถมมีชื่อร้านเท่ๆ ว่า "ก.เอ๋ย ก.กาแฟ"
       

“ก.เอ๋ย ก.กาแฟ” ร้านนี้ชวนนั่ง
       เรารีบตรงดิ่งไปที่ร้าน "ก.เอ๋ย ก.กาแฟ" ตามคำแนะนำทันที พอไปถึงร้านก็ต้องสะดุดตาและสะดุดใจกับบรรยากาศร้านอันเก๋ไก๋ มีตู้ไปรษณีย์สีแดงสดใสอยู่หน้าร้าน มีโปสการ์ดขายให้ส่งได้ทันที พอเดินเข้ามาด้านในอารมณ์เหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ดูไม่วุ่นวาย เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้หลากหลายแบบให้เลือกนั่งในหลายมุมสบาย ตามสไตล์การตกแต่งของเจ้าของร้าน คือคุณกร ธนกร แสงสินธุ์ และคุณนุ่น สุภวรรณ แย้มเวช ที่ชื่นชอบการเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมืองปาย อัมพวา สามชุก วังเวียง เชียงคาน แล้วก็ได้เก็บเอาบรรยากาศ และเสน่ห์ของที่เที่ยวเหล่านั้น มารวมไว้ภายในร้านผ่านการตกแต่ง ทำให้เหมือนกับว่าเราได้เดินทางไปสัมผัสกับสถานที่เที่ยวเหล่านั้นไปด้วย และถ้าใครชื่นชอบอ่านหนังสือ บนชั้นสองของร้านมีมุมขายหนังสือดีๆ น่าอ่านมากมาย หรือถ้าอยากออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ บนชั้นสามมีโต๊ะปิงปองให้เล่นฟรี แล้วก็มีอินเตอร์เน็ตWi-Fi บริการด้วย
คาปูชิโน่ร้อนและเอสเปรสโซ่เย็น
       นั่นคือบรรยากาศของร้านที่น่ารักชวนนั่ง มาถึงเรื่องของอาหารการกินที่นี่เป็นร้านกาแฟจึงเน้นเรื่องของกาแฟเป็นหลัก ถ้าใครที่ชื่นชอบดื่มกาแฟร้อนๆ ขอแนะนำให้สั่ง คาปูชิโน่ร้อน (30 บาท) มาดื่มกันจะได้สัมผัสถึงรสชาติของกาแฟรสเข้มข้นไม่หวานมาก ซึ่งทางร้านเลือกใช้กาแฟอราบิก้าอย่างดีที่คัดมาเป็นพิเศษมาชง บวกกับมีโฟมนมนุ่มๆ ให้ละเลียด ส่วนอีกแก้วเป็น เอสเปรสโซ่เย็น (35 บาท) เหมาะจะสั่งมาดื่มเพิ่มความสดชื่น ยามได้ดื่มกาแฟเย็นๆ รสเข้มกลมกล่อม หอมกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ช่างชื่นใจจริงๆ
ผัดไทยเส้นจันทน์หรรษาเวลาหิวอร่อยฉิ่วกุ้งสด และข้าวไก่ทอดซอสเทอริยากิ+มิโซะซดชุ่มคอ
       แล้วถ้าจะสั่งแต่กาแฟมาดื่มก็เกรงว่าจะไม่อยู่ท้อง ที่นี่จึงมีอาหารเมนูเด็ดที่มีชื่อเก๋ๆ ไว้คอยบริการด้วย อย่างที่น่ากินก็มี ผัดไทยเส้นจันทน์หรรษาเวลาหิวอร่อยฉิ่วกุ้งสด (45 บาท) มีให้เลือกเป็นเส้นจันทน์ หรือเส้นมะละกอ เราเลือกเส้นมะละกอที่นำไปคลุกแป้งทอดแล้วนำมาผัดกับเครื่องผัดไทยแบบครบ เครื่อง ใส่น้ำซอสผัดไทยสูตรเด็ดของทางร้านแบบโบราณที่เน้นน้ำมะขามเปียก และเด่นตรงที่มีถั่วลิสงที่ทางร้านคั่วบดเองมาเป็นเครื่องปรุง ชิมผัดไทยจานนี้ถูกปากตรงที่เส้นมะละกอกรุบกรอบเข้ากับเครื่องผัดไทยรสกล่อม กล่อมโดนใจดีแท้
      
       ข้าวไก่ทอดซอสเทอริยากิ+มิโซะซดชุ่มคอ (45 บาท) เมนูนี้มีเนื้อไก่ส่วนสันในหมักกับเครื่องปรุงและคลุกเกล็ดขนมปังทอดจน เหลืองกรอบ และมีซอสเทอริยากิรสเด็ดมาให้กินคู่กับเนื้อไก่ที่กรอบนอกนุ่มใน และมีซุปมิโซะร้อนๆ มาให้ซด พร้อมกับมีผักดองมาให้กินแกล้มด้วย
ต้มยำกุ้งสะดุ้งโหยง+ไข่เจียวแฮม
       แต่ถ้าอยากซดน้ำแซบๆ ต้องนี่เลย ต้มยำกุ้งสะดุ้งโหยง+ไข่เจียวแฮม (55 บาท) เป็นต้มยำกุ้งน้ำข้นที่เปรี้ยว แซบ เผ็ดได้ใจเพราะใช้พริกขี้หนูจิ๋วจากแดนใต้ใส่มา กินคู่กับข้าวหอมมะลิร้อนๆ และไข่เจียวแฮมนุ่มๆ หอมๆ อร่อยจนต้องขอยกนิ้วให้
บรรยากาศชั้น 2 มีหนังสือขายมากมาย
       และนอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ ข้าวหมูอบสยบหิว+มิโซะ (45 บาท) ข้าวผัดปู+มิโซะ (40 บาท) ข้าวราดกระเพราเร้าใจ+แกงจืดหมูสาหร่ายสบายคอ (55 บาท) เครื่องดื่มก็มี อิตาเลียนโซดา (35 บาท) สตรอเบอร์รี่โยเกิร์ต (45 บาท) ชาเขียวนมสดเย็น (35 บาท) และอีกหลากหลายเมนูเครื่องดื่มและอาหารที่ชวนให้มาอิ่มหนำในอารมณ์สบายๆ กันได้ที่ร้าน "ก.เอ๋ย ก.กาแฟ"

“ก๋วยเตี๋ยวแคะ” ไร้ชื่อ รสมือภัตตาคาร

บรรยากาศโต๊ะนั่งร้านก๋วยเตี๋ยวแคะ
       หลังจากผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่มาได้สักพัก “ผ่านมาแวะกิน” เพิ่งจะมีโอกาสได้เดินทางไปทำบุญฉลองปีใหม่เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง มา โดยเราได้ไปทำบุญไหว้พระที่วัดหัวลำโพง ตรงสามย่าน แล้วก็เลยไปทำบุญบริจาคโลงศพที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน พอได้ทำบุญแล้วก็ช่างรู้สึกดีแก่จิตใจ และอิ่มเอิบบุญเอามากๆ แต่ว่าหลังจากที่อิ่มบุญอิ่มใจแล้ว แต่ว่าท้องมันไม่อิ่มไปด้วยน่ะสิ เพราะว่ากระเพาะน้อยๆ มันดันร้องจ๊อกๆ หิวโหย อยากหาของกินมาดับความหิวให้อิ่มท้องไปด้วย
      
       งานเข้าแบบนี้จะไม่ตามใจปากท้องก็ไม่ได้ เราเลยรีบเดินออกมาจากที่ทำบุญ ซอกแซกหาของกินแถวๆ นั้นมาสนองความหิวกันดีกว่า และหลังจากที่ได้เดินลัดเลาะเข้ามาตรงซอยหลังวัดลำโพง ติดกับโรงเรียนวัดหัวลำโพง เราก็มาเจอะเจอเข้ากับร้านก๋วยเตี๋ยวร้านเล็กๆ แห่งหนึ่งเข้า เห็นมีผู้คนนั่งกินมากมาย ครั้นเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวแคะ ที่ดูชวนกินไม่น้อยเลย เราเลยตกลงใจขอฝากท้องกับก๋วยเตี๋ยวแคะร้านนี้ก็แล้วกัน
คุณพรรณี ชอบนิทัศน์ เจ้าของร้าน
       ร้านก๋วยเตี๋ยวแคะร้านนี้ นั้นเป็นร้านเล็กๆ ไม่มีชื่อร้าน แต่คนส่วนใหญ่ที่อยู่แถวนี้ก็มักเรียกกันติดปากว่าร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแคะ” นี่แหละ โดยมี คุณพรรณี ชอบนิทัศน์ เป็นเจ้าของร้าน หลังจากที่ได้พูดคุยกันก็ทำให้รู้ว่าร้านนี้เปิดขายก๋วยเตี๋ยวแคะมานานร่วม 20 ปีแล้ว
      
       ก๋วยเตี๋ยวแคะของที่นี่ต้องบอกว่าเป็นแบบสูตรของคนจีนแคะแท้ๆ ที่คุณพรรณีสืบทอดสูตรเด็ดนี้มาจากคุณยาย และความโดดเด่นของก๋วยเตี๋ยวแคะของร้านนี้ก็อยู่ตรงที่ลูกชิ้นแคะนี่แหละที่ มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ซึ่งลูกชิ้นแคะของที่นี่คุณพรรณีลงมือทำเองแบบสดใหม่ทุกวัน และทำในปริมาณที่ไม่มาก เรียกว่าหมดแล้วหมดเลย ไม่มีเพิ่มและไม่มีเก็บเป็นของเหลือค้างคืน
ก๋วยเตี๋ยวแคะเส้นหมี่น้ำ
       สำหรับลูกชิ้นแคะที่ทางร้านทำเองและใส่มาในก๋วยเตี๋ยวก็มี ลูกชิ้นเต้าหู้ยัดไส้ ที่ถือว่าเป็นลูกชิ้นตัวเอกของก๋วยเตี๋ยวแคะเลย ทำมาจากหมูสับ เนื้อกุ้งแห้ง เนื้อหมึกแห้ง เนื้อปลากราย ที่ผสมคลุกเคล้าปรุงรสเข้าด้วยกัน แล้วนำมายัดเป็นไส้ใส่มาในเต้าหู้ขาว และนำไปนึ่งจนสุก ชิมรสชาติแล้วต้องบอกว่าหอมกลิ่นเต้าหู้อ่อนๆ ขึ้นจมูก ตัวเต้าหู้นุ่มนิ่มเข้ากับไส้เนื้อนุ่มที่ออกรสกลมกล่อมถูกปากดี
ก๋วยเตี๋ยวแคะเส้นใหญ่แห้ง
       ลูกชิ้นตัวต่อมาคือ ลูกชิ้นทอด เป็นลูกชิ้นลูกกลมทำมาจากหมูสับ กุ้งแห้ง หมึกแห้ง และเนื้อปลากราย ที่ผสมปรุงรสคลุกเคล้าให้เข้ากัน และปั้นด้วยมือเป็นลูกกลมนำไปลวก แล้วก็นำมาทอดอีกที กินแล้วได้รสชาติของลูกชิ้นรสดีที่เคี้ยวแบบเต็มปากเต็มคำ
      
       อีกหนึ่งลูกชิ้นที่ทางร้านทำเอง คือ ลูกชิ้นหมู เป็นลูกชิ้นที่ทำมาจากหมูสับ ผสมกับเนื้อปลากราย กุ้งแห้ง และหมึกแห้ง ที่นวดเคล้าปรุงรสให้เข้มข้น เน้นใส่พริกไทยด้วย ปั้นเป็นลูกด้วยมือเช่นกันแล้วนำมานึ่ง กินแล้วลูกชิ้นเนื้อนุ่มเคี้ยวเด้งหนึบออกรสเข้มข้นพริกไทย และก็ยังมีลูกชิ้นอีก 2 อย่างที่ใส่มาในก่วยเตี๋ยว คือ ลูกชิ้นปลา และฮือก้วย ที่ถึงแม้ว่าทางร้านจะไม่ได้ทำเอง แต่ก็เลือกมาจากร้านที่ทำลูกชิ้นอย่างดี กินแล้วไม่คาว
เกาเหลาลูกชิ้น
       และนั่นคือเครื่องลูกชิ้นที่ใส่มาในก๋วยเตี๋ยวแคะของที่นี่ ขอบอกว่าจะสั่งก๋วยเตี๋ยวแคะมากินแบบน้ำก็อร่อยเข้าท่าดี เพราะจะได้ซดน้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ ที่รสชาติกลมกล่อมหวานน้ำต้มกระดูก หรือถ้าจะสั่งแห้งมากินก็เลิศลิ้นไม่แพ้กัน ซึ่งเส้นก๋วยเตี๋ยวของที่นี่ก็มีให้เลือกอยู่หลายอย่างมีทั้ง เส้นเล็ก เส้นหมี่ เส้นใหญ่ บะหมี่เหลือง และเกี๊ยมอี๋ แต่ถ้าใครไม่ชอบกินเส้นก็สั่งเป็นเกาเหลาลูกชิ้นล้วนๆ มากินกันไปเลย และราคาก๋วยเตี๋ยวแคะของที่นี่ขายอยู่ที่ธรรมดา ชามละ 30 บาท พิเศษ 35 บาท เรียกได้ว่าหากได้มาลองลิ้มแล้วเป็นได้อิ่มแบบสบายท้องในราคาย่อมเยา

“ขนมเบื้องญวน สุอาภา” คงคุณค่าความอร่อยแบบโบราณ

คุณสุอาภากับร้านขนมเบื้องญวนสูตรโบราณ
       “อยากกินของอร่อย ต้องใจเย็นๆ” สโลแกนนี้ใช้ได้ดีกับของกินที่“ผ่านมาแวะกิน”ไปประสบพบเจอในครั้งนี้ นั่นคือร้าน “ขนมเบื้องญวน สุอาภา” ร้านรถเข็นเล็กๆที่ตั้งขายอยู่ริมถนน ตรงแยกตลาดพลู ย่านฝั่งธนบุรี ที่มีคุณสุอาภา บรรดาลสุขสันต์ ยืนทำขนมเบื้องญวนขายด้วยตัวเอง พร้อมๆกับมีลูกค้าจำนวนมากมานั่งคอย ยืนคอยอยู่
      
       พูดถึงความเป็นมาของร้านนี้คุณสุอาภา บอกว่าขายขนมเบื้องญวนนี้มานานกว่า 17 ปีแล้ว เป็นแบบสูตรโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดสูตรเด็ดนี้มาจากรุ่นคุณแม่ ใช้เตาถ่านในการทำแบบโบราณ เพราะสามารถควบคุมความร้อนได้ดีและร้อนระอุทั่วกระทะดีกว่าเตาแก๊ส ทำให้ขนมเบื้องณวนมีความหอมชวนกิน
เตาถ่านช่วยให้ขนมเบื้องญวนหอมอร่อยมากขึ้น
       ในส่วนการทำจะมีเครื่องที่เป็นหัวใจหลักอยู่ 2 อย่าง คือ แป้ง กับไส้ คุณสุอาภาใช้แป้งข้าวเจ้าผสมขมิ้นนวดให้เข้ากัน และเติมน้ำจนได้เป็นแป้งขนมเบื้องญวนใสๆสีเหลือง ส่วนไส้จะมีถั่วงอก เต้าหู้เหลืองที่ผัดพอร้อน มีถั่วลิสงที่ทางร้านคั่วเอง ไชโป๊หวาน และหน้ากุ้งที่ทำด้วยมะพร้าว และเนื้อกุ้งสด นำมาผัดและปรุงรสด้วยน้ำตาล
      
       นอกจากนี้ที่สำคัญคือ คุณสุอาภาจะเตรียมวัตถุดิบที่จะทำมาขายแบบสดใหม่ วันต่อวัน ไม่มีการนำเอาของเหลือค้างมาขายอย่างเด็ดขาด และแต่ละวันทำมาขายแบบไม่มาก เรียกว่าหมดแล้วหมดเลย
      
       สำหรับขนมเบื้องญวนของที่นี่มีให้เลือกสั่งกินอยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ มีแบบ ไข่นิ่ม ไข่กรอบ และแบบแป้ง ในราคาเท่ากันหมดคือ 30 บาทต่อชิ้น
       

ขนมเบื้องญวนแบบไข่นิ่ม(บน) แบบไข่กรอบ (ล่าง)
       เริ่มด้วย แบบไข่นิ่ม ทำโดยการนำแป้งขนมเบื้องญวนมาตีรวมกับไข่เป็ด ร่อนลงไปบนกระทะ แล้วใส่ไส้ลงไปคือ ถั่วงอก ถั่วลิสง เต้าหู้ ไชโป๊หวาน หน้ากุ้ง และโรยหน้าด้วยต้นหอม ห่อเป็นสี่เหลี่ยม เสิร์ฟคู่กับอาจาดที่ทางร้านทำเอง มีน้ำส้มสายชู น้ำตาลปี๊ป เกลือ นำมาเคี่ยวให้ได้ที่ ใส่แตงกวา พริกเหลืองและหอมแดงซอย ลิ้มรสชาติขนมเบื้องญวนแบบไข่นิ่มแล้วโดนใจปากตรงที่แป้งจะนิ่มจะหอม บวกกับได้รสชาติไส้ที่กลมกล่อมออกหวานมันหน้ากุ้ง กินเข้ากันดีกับน้ำอาจาดที่ออกเปรี้ยวๆ หวานๆ
      
       ส่วน แบบไข่กรอบ วิธีการทำก็คล้ายกับแบบไข่นิ่มแต่เมื่อห่อเสร็จแล้วนั้นจะเอาไปทอดด้วย น้ำมันหมูและไฟที่แรงทอดพอให้เหลืองกรอบ กินแล้วจะสัมผัสได้ถึงความกรอบนอกนุ่มในของแป้งและไส้รสดี
ขนมเบื้องญวนแบบแป้ง
       และอีกแบบคือ แบบแป้ง ที่ต้องใช้เวลาทำนานกว่าแบบอื่นเพราะต้องใช้ไฟอ่อน โดยนำแป้งอย่างเดียวไม่ผสมไข่ร่อนบนกระทะ และรอจนแป้งร่อนอกอมาเอง แบบแป้งนี้กินแล้วจะได้ความรู้สึกถึงแป้งที่หอมบางกรอบมากๆ
คุณสุอาภา ผู้คงไว้ด้วยรสชาติขนมเบื้องญวนอันเป็นเอกลักษณ์
       ใครมีโอกาสผ่านไปแถวตลาดพลูหากอยากลิ้มลองขนมเบื้องญวนสูตรโบราณรสชาติถูกปากก็สามารถไปแวะกินได้ที่ ร้าน“ขนมเบื้องญวน สุอาภา” ซึ่งร้านนี้ไม่มีที่ให้นั่งกิน ต้องซื้อกลับบ้านเท่านั้น และต้องใจเย็นๆ รอนานสักนิดถึงจะได้กินของอร่อย

"ตั้งหงีฮวด"ข้าวต้มเป็ด-กระเพาะหมู อร่อยคู่เยาวราช

บรรยากาศร้านตั้งหงีฮวด
       ในมื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ขอพามิตรรักนักกินทั้งหลายไปเจี๊ยะของกินอร่อยๆกันที่ย่านเยาวราช ไชน่าทาวน์เมืองไทย โดยขอพาตรงดิ่งมายังร้าน "ตั้งหงีฮวด" (ถ.แปลงนาม) ร้านขายข้าวต้มเป็ดและข้าวต้มกระเพาะหมูรสเลิศเลื่องชื่อ เปิดขายคู่เยาวราชมานานกว่า 63 ปี เปิดขายตั้งแต่รุ่นพ่อมาจนถึงรุ่นลูก(รุ่นปัจจุบัน) คือ คุณทัศนีย์ จตุจริยพงศ์ ซึ่งยังคงสืบทอดสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยของข้าวต้มเป็ด และข้าวต้มกระเพาะหมู สไตล์แบบคนจีนแจ้จิ๋วที่เป็นข้าวต้มแบบน้ำใส เป็นอะไรที่น่าลองลิ้มมากๆ เลย
ข้าวต้มเป็ด
       ว่าแล้วก็อย่ารอช้าให้เสียเวลา เดินหน้าเข้าร้านหาที่นั่งได้แล้วก็รีบสั่ง ข้าวต้มเป็ด (ธรรมดา 30 บาท พิเศษ 40 บาท) มาเจี๊ยะกันดีกว่า ข้าวต้มเป็ดถูกเสริ์ฟมาร้อนๆ ในชามมีเนื้อเป็ดที่หั่นมาเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าซึ่งคัดแต่เนื้อส่วนอก มาต้มกับน้ำซุปสูตรเด็ดของทางร้าน กินแล้วเนื้อเป็ดเคี้ยวนิ่มนุ่มปาก ไม่เหม็นกลิ่นสาปเป็ดเลย ในขณะที่เลือดเป็ดก็เคี้ยวนุ่มลิ้น
ข้าวต้มกระเพาะหมู
       ข้าวต้มกระเพาะหมู (ธรรมดา 30 บาท พิเศษ 40 บาท) ทางร้านเสิร์ฟมาด้วยกระเพาะหมูชิ้นใหญ่ที่เคี้ยวนุ่มหยุ่นฟัน แล้วไม่มีกลิ่นสาปให้เคืองจมูก เพราะทางร้านพิถีพิถันในการทำกระเพาะหมูมาก ต้องล้างให้สะอาด แล้วนำมาต้มกับน้ำเปล่ารอบนึงก่อนที่จะนำลงต้มในน้ำซุปตามสูตรเด็ดของทาง ร้าน และต้มเคี่ยวนานกว่า 2 ชม. จนได้กระเพาะหมูที่เนื้อนุ่มมากๆ
เกาเหลาแห้ง
       แล้วนอกจากข้าวต้มเป็ด กับข้าวต้มกระเพาะหมูที่ชวนกินแบบอิ่มอุ่นท้องนี้ ทางร้านก็ยังมี เกาเหลาแห้ง (ราคา 50 บาทขึ้นไป) เป็นพวกขาเป็ด ปีกเป็ด และเครื่องในอย่าง ลิ้นหมู กึ๋น ไส้อ่อนหมู ที่เอามาต้มรวมกับน้ำต้มเป็ดให้ได้เลือกสั่งมากินกันอีก ซึ่งสามารถสั่งได้ว่าจะกินอะไรตามใจชอบ ได้ลองลิ้มแล้วถูกปากไม่ใช่น้อย กับปีกเป็ดและขาเป็ดเปื่อยๆ ออกเค็มนิดหน่อย แต่จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดที่มีพริกตำ กระเทียม น้ำตาล น้ำส้มสายชู ก็ช่วยเพิ่มรสชาติได้ดี ส่วนพวกเครื่องในแต่ละอย่างก็เคี้ยวนุ่มปาก
คุณทัศนีย์ จตุจริยพงษ์ เจ้าของร้าน
       เอาเป็นว่ามื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ได้อิ่มสบายท้องกับข้าวต้มเป็ด และข้าวต้มกระเพาะหมูร้อนๆ ไปแบบเต็มที่ ส่วนถ้าใครอยากจะตามมาลองลิ้มรสชาติกันบ้าง ก็เชิญมาที่ร้าน "ตั้งหงีฮวด" แห่งนี้กันได้ตามอัธยาศัย
       

"ขนมจีนป้านิรมล" รสเด็ดดีคู่ตลาดน้ำบางพลี

บรรยากาศร้านขนมจีนป้านิรมล
       "ผ่านมาแวะกิน" ได้ไปเที่ยว "ตลาดน้ำโบราณบางพลี" ที่ จ.สมุทรปราการมา เป็นตลาดโบราณอายุเกินกว่า 100 ปีที่ดูมีชีวิตชีวา ภายในตลาดมีบ้านอยู่อาศัยเป็นเรือนแถวไม้ชั้นเดียวแบบสมัยก่อน ตลอดทางเดินของตลาดมีร้านค้าขายของใช้แบบโบราณที่หาชมได้ยาก และยังมีร้านขายของกินนานาชนิดให้ได้เลือกซื้อหาและเลือกชิมกันมากมาย
ป้านิรมล แซ่ลิ้ม ชวนชิมอาหาร
       และหนึ่งในร้านอาหารที่มีมากมายนั้น เราได้ไปเจอะเจอเข้ากับร้านอาหารเจ้าเด็ดเก่าแก่ประจำตลาด ที่ถ้าใครไปใครมาเที่ยวที่ตลาดน้ำบางพลี แล้วมักจะไปฝากท้องอิ่มกับอาหารรสเด็ดกันที่นี่ นั่นคือร้าน "ขนมจีนป้านิรมล" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี เพราะเปิดขายมานานกว่า 10 ปี มี คุณป้านิรมล แซ่ลิ้ม เป็นเจ้าของร้านและเป็นแม่ครัวฝีมือเอก ปรุงอาหารจานเด็ดอย่างขนมจีนสารพัดน้ำยา ที่ในแต่ละวันจะมีน้ำยากว่า 7 ชนิดมาตั้งขาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำยาปักษ์ใต้ น้ำพริก ซาวน้ำ แกงเขียวหวานไก่ แกงไตปลา ที่กินคู่กับขนมจีนเส้นเล็กเหนียวนุ่ม อันชวนกิน รวมถึงยังมีอาหารไทยอื่นๆ อีกมากมายที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาขายอยู่ที่ร้าน
ขนมจีนน้ำยากะทิ
       "ผ่านมาแวะกิน" ได้ลองลิ้มขนมจีนน้ำยาตามความขึ้นชื่อ โดยเลือกสั่ง ขนมจีนน้ำยากะทิ (ใส่จาน20 บาท ใส่กล่อง 25 บาท) มาชิมรสเป็นจานแรก เส้นขนมจีนของที่นี่เป็นเส้นสด เส้นเล็กเหนียวนุ่มดี ราดด้วยน้ำยากะทิที่เข้มข้นมาก เพราะทางร้านเลือกใส่ปลาน้ำดอกไม้นึ่งสุกและแกะเอาแต่เนื้อน้ำมาโขลกกับ เครื่องแกงที่ทำเอง น้ำยากะทิมีรสชาติดีถูกปาก ไม่เผ็ดมาก แถมยังมีลูกชิ้นปลาใส่มาให้ด้วย
ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่
       ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ (ใส่จาน20 บาท ใส่กล่อง 25 บาท) เป็นอีกหนึ่งจานที่สั่งมากิน เพราะรสชาติแกงเขียวหวานไก่ของที่นี่ มีรสดีเข้มข้นถึงพริกถึงเครื่องแกงเขียวหวานที่ป้านิรมลโขลกเองกับมือ ส่วนเนื้อไก่นุ่มชุ่มรสเครื่องแกงซึมถึงเนื้อใน
ข้าวคลุกกะปิ
       นอกจากขนมจีนแล้ว ข้าวคลุกกะปิ (ใส่จาน25 บาท ใส่กล่อง 30 บาท) ก็น่าชิมไม่แพ้กัน ข้าวหอมมะลิเม็ดนุ่มคลุกกับกะปิอย่างดีจากกระบี่ที่ผัดปรุงรสชาติไว้แล้ว และมีเครื่องเคียงอย่างหมูหวานและกุ้งหวานที่ผัดปรุงรสชาติออกหวานๆ ไข่ฝอย กุนเชียง หอมแดง และมะม่วงฝอย กินแล้วอิ่มอร่อยท้องดีนักเชียว
      
       และก็ยังมีเมนูอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ชวนกิน อาทิ ผัดไทยเส้นจันท์กุ้งสด (25 บาท) คั่วกลิ้งหมู-ไก่ (30 บาท) หมี่กะทิ (ใส่จาน 20 บาท ใส่กล่อง 25 บาท) ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ (ใส่จาน 25 บาท ใส่กล่อง 30 บาท) ฯลฯ เอาเป็นว่าหากใครได้มาเที่ยวตลาดน้ำโบราณบางพลี ก็ลองแวะมาฝากท้องอิ่มกันได้ที่ร้าน "ขนมจีนป้านิรมล"ก่อนกลับบ้านกันไป