ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

อร่อยคลายร้อนด้วย "ลอดช่องสิงคโปร์" เยาวราช

บรรยากาศภายในร้าน "ลอดช่องสิงคโปร์"
       คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า "เยาวราช" เป็นอีกย่านหนึ่งที่มีของกินอร่อยมากมาย ชนิดที่ว่ามากินกันเป็นเดือนก็ยังกินอาหารกันไม่ครบทุกอย่าง ทุกร้าน และในหน้าร้อนๆ แบบนี้ หากมาเยือนยังถิ่นเยาวราช แล้วอยากหาอะไรหวานๆ เย็นๆ มากินดับร้อนเห็นทีว่าจะหนีไม่พ้นต้องขอเดินเข้าร้าน "ลอดช่องสิงคโปร์" ที่ตั้งอยู่ตรงแยกหมอมี
คุณณรงค์ จักรธีรังกรู ชวนกินลอดช่องสิงคโปร์
       อันว่าลอดช่องสิงคโปร์นี้ หลายคนคงคิดว่าน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสิงคโปร์เป็นแน่แท้ แต่เราขอบอกเลยว่าไม่ใช่ แท้จริงแล้ว ลอดช่องสิงคโปร์มีต้นกำเนิดมาจากเมืองไทยของเรานี่เอง และเกิดขึ้นที่ร้านลอดช่องสิงคโปร์แห่งนี้เป็นที่แรกอีกด้วย คุณณรงค์ จักรธีรังกูร เจ้าของร้านลอดช่องสิงคโปร์คนปัจจุบัน เล่าให้เราฟังว่า ลอดช่องสิงคโปร์นี้คิดค้นขึ้นในสมัยของคุณพ่อ และเริ่มขายมาจากวันนั้นถึงวันนี้ก็กว่า 60 ปีแล้ว ชื่อของร้านตั้งขึ้นตามชื่อโรงภาพยนตร์สิงคโปร์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันในสมัยนั้น ทำให้คนที่มากินลอดช่องจึงเรียกกันว่า มากินลอดช่องที่หน้าโรงหนังสิงคโปร์ และเรียกกันสั้นๆ และกลายมาเป็นลอดช่องสิงคโปร์ในทุกวันนี้
ลอดช่องสิงคโปร์หวานเย็นชื่นใจ
       สำหรับลอดช่องสิงคโปร์ของร้านนี้จะทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง วิธีทำก็นำแป้งมาผสมตามสูตรเฉพาะของทางร้าน ผสมกับน้ำใบเตยและสีผสมอาหารเล็กน้อย เพื่อให้แป้งออกมาเป็นสีเขียวใส จากนั้นอัดให้ออกมาเป็นเส้นยาวๆ ส่วนของกะทินั้น ใช้น้ำกะทิทั้งหัวและหางผสมกัน และน้ำเชื่อมหอมหวานก็ได้มาจากการเคี่ยวน้ำตาลทรายจนเป็นน้ำเชื่อม แล้วหั่นขนุนเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหอมให้กับลอดช่อง โดยส่วนผสมทั้งหมดนั้น ทางร้านจะทำวันต่อวัน ไม่มีการค้างคืนและไม่ใส่สารกันเสีย
ตัวลอดช่องสิงคโปร์เป็นเส้นสีเขียวใส
       ลอดช่องจะถูกเสิร์ฟตักใส่มาเป็นแก้ว โดยใส่น้ำเชื่อมก่อน แล้วจึงตักตัวลอดช่องใส่ตามลงไป ตามด้วยน้ำแข็งเกล็ดป่นละเอียด ส่วนวิธีกินให้อร่อยนั้น คุณณรงค์บอกว่า ให้คนให้น้ำเชื่อม ลอดช่อง และน้ำแข็งเข้ากันเป็นอย่างดีก่อน และใช้ช้อนตักกินจะอร่อยสุดยอด
      
       เมื่อเราลองทำตามดูแล้ว ปรากฏว่าอร่อยยอดเยี่ยมจริงๆ ตัวแป้งลอดช่องเหนียวนุ่มมาก ส่วนตัวน้ำเชื่อมและกะทิ เมื่อคนจนเข้ากันดีแล้วจะได้ทั้งรสหวานมัน ตามด้วยความหอมจากชิ้นขนุน และความเย็นจากน้ำแข็งเกล็ด รวมความแล้ว ทั้งหอม หวาน เย็น อร่อยชื่นใจดีจริงๆ
ลอดช่องสิงคโปร์ เปิดขายมานานกว่า 60 ปี
       นอกจากลอดช่องสิงคโปร์ (แก้วละ 15 บาท) ทางร้านยังขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส (ชาม ละ 30 บาท) ถ้าหากว่าจะสั่งก๋วยเตี๋ยวสักชาม แล้วตามด้วยลอดช่องสิงคโปร์เป็นของหวานล้างปากก็จะดีมาก เอาเป็นว่าร้อนๆ อย่างนี้ ได้ลอดช่องสิงคโปร์มากินสักแก้ว ก็ช่วยดับร้อนเย็นชื่นใจแบบหอมหวานได้ไม่น้อยเลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       "ลอดช่องสิงคโปร์" ตั้งอยู่ที่ 680-682 ถ.เจริญกรุง สามแยกหมอมี แขวง/เขต สัมพันธวงศ์ กทม. การเดินทาง จากสถานีรถไฟหัวลำโพง วิ่งตรงมาตาม ถ.พระราม 4 จนสุดทางจะพบแยกหมอมี แล้วเลี้ยวซ้าย ร้านจะอยู่ทางขวามือ ตรงข้ามธนาคาร UOB เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ (ตั้งแต่ 300 แก้วขึ้นไป) เทศกาลสงกรานต์จะหยุดร้านวันที่ 11 – 20 เม.ย. นี้ โทร. 0-2221-5794, 08-1651-4444 และมีอีก 1 สาขาตรงสี่แยกสะพานควาย ใกล้ห้างบิ๊กซี โทร. 0-2278-1299

"เนื้อตุ๋นพัฒนาการ 68" เนื้อเด็ด น้ำเด่น

บรรยากาศร้านเนื้อตุ๋นพัฒนาการ 68
       พูดถึง "ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ" ขึ้นมาเมื่อไหร่ "ผ่านมาแวะกิน" เป็นต้องนึกถึงน้ำซุปเนื้อที่ส่งกลิ่นหอมๆ ยั่วยวนน้ำลาย และนึกถึงเนื้อสด เนื้อตุ๋น และสารพัดเครื่องในเนื้อที่เคี้ยวหนึบหนับปาก ครั้นพอพูดถึงแล้วมันก็ยั่วกระเพาะให้หิว อยากกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อขึ้นมาทันที อย่างนี้ต้องรีบไปเสาะแสวงหาก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดมากินให้สมใจปากกันแล้ว
      
       และเราก็มาได้ร้าน "ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นพัฒนาการ 68" เป็นร้านเป้าหมายดับความหิวกันในมื้อนี้ จัดว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังแถวย่านพัฒนาการ ซึ่งเปิดขายมานานกว่า 10 ปี มีลูกค้าขาประจำและขาจรมาอุดหนุนกันอย่างมากมาย เพราะที่ร้านนี้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของรสชาติเนื้อวัวที่มีรสดี และโดดเด่นด้วยน้ำซุปรสเด็ดที่ถูกปากคอกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อทั้งหลาย
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเส้นหมี่น้ำ (บน) เกาเหลารวมมิตร (ล่าง)
       เรามีโอกาสได้คุยกับเจ้าของร้าน คือคุณศิริพร เกียรติระบิล เธอบอกว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อของที่ร้านนี้เป็นสไตล์จีนแต้จิ๋ว ที่สืบทอดสูตรเด็ดเคล็บลับมาจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ (เมื่ออดีตมีชื่อเสียงในชื่อของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหน้ากรมศุลฯ) ซึ่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อของที่นี่จะเน้นเรื่องการคัดสรรเนื้อวัวอย่างดีมาทำ และเนื้อที่นำมาขายจะทำแบบสดๆ ทำขายแบบหมดวันต่อวัน แถมเนื้อและเครื่องในแต่ละอย่างหั่นมาแบบชิ้นใหญ่น่ากิน
      
       และที่สำคัญอย่างที่บอกไว้ว่าน้ำซุปของที่นี่มีรสอันกลมกล่อมชวนซด เพราะทางร้านปรุงน้ำซุปขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยเป็นน้ำซุปที่ได้จากการต้มเนื้อที่ตุ๋นไว้อยู่นาน และใส่เครื่องเทศยาจีน พร้อมกับปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะอีกที ได้เป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องยาจีนอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อมซดแล้วคล่องคอแบบไม่ต้องปรุงเครื่องเพิ่มเลย
ชุดหม้อไฟ
       สำหรับเครื่องต่างๆ ของก๋วยเตี๋ยวขอบอกว่าที่ร้านนี้มีเยอะมากๆ โดยแบ่งเป็นประเภทของตุ๋นซึ่งจะตุ๋นกับเครื่องเทศยาจีน มี เนื้อตุ๋น ที่ใช้เนื้อเฉพาะชายโครงและเนื้อน่องมาตุ๋นกว่า 6ชม.จนเนื้อเปื่อยนุ่ม เคี้ยวนิ่มแทบจะละลายในปาก เอ็นตุ๋นจะตุ๋นเป็นวัน เคี้ยวเด้งนุ่มหนึบปาก ขอบกระด้งนั้นตุ๋นจนได้ที่ เคี้ยวกรึบปาก ส่วนไส้ตุ๋นนานกว่า 6 ชม.ได้ไส้ที่เคี้ยวนุ่มปากไม่เหม็นสาปเลย และยังมีตัวเดียวที่หากินได้ยากให้ลองชิมด้วย
      
       ส่วนประเภทของสดก็มี เนื้อสด ที่ใช้เนื้อส่วนสะโพกที่คัดมาอย่างดีกินแล้วเนื้อนุ่มหวาน ตับ หัวใจ ผ้าขี้ริ้ว กระเพาะกรอบ ซึ่งพวกนี้จะทำความสะอาดอย่างดี ลวกแล้วของทุกอย่างมีความสดรสดีถูกปาก และลูกชิ้นเนื้อวัวนั้นเคี้ยวเด้ง
คุณศิริพร เกียรติระบิล เจ้าของร้าน
       "ผ่านมาแวะกิน" สั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อมาโซ้ยอยู่หลายชาม ขอบอกว่าถูกปากโดนใจมากๆ อิ่มคุ้มกับราคา ซึ่งก๋วยเตี๋ยวที่นี่ขายชามละ 40 บาท เกาเหลา 40 บาท หรือจะสั่งเป็นชุดหม้อไฟ (250 บาท) ที่มีทั้งของตุ๋นและของสดให้กินแบบอิ่มสุดๆ แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อยังมี ข้าวขาหมู (35 บาท ใส่ไข่ 40 บาท) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ได้กินอิ่มกัน

โซ้ยเตี๋ยวรสเด็ด ที่ "ต้นเย็นตาโฟกุ้งทอด"

บรรยากาศร้านต้นเย็นตาโฟกุ้งทอด
       นานที "ผ่านมาแวะกิน" จะได้ผ่านมาแถวซอยลาดพร้าว 71 พอดีต้องมาทำธุระกับเพื่อนสาว หลังจากที่ทำธุระกันเสร็จก็ตั้งใจว่าจะรีบตรงดิ่งกลับบ้าน แต่ช่วงจังหวะที่ขับรถผ่านเห็นในซอยมีร้านขายอาหารมากมาย ซึ่งแต่ละร้านล้วนแต่ขายของกินที่ยั่วยวนน้ำย่อยในกระเพาะให้ตื่นตัว จนเกิดเป็นอาการหิวและอยากกินขึ้นมาเสียอย่างนั้น
      
       งานนี้ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาออกว่าพวกเราต้องขอตามใจปากและท้อง รีบหาที่จอดรถแล้วเดินตรงดิ่งไปยังร้านอาหารที่อยากกิน และร้านที่เป็นเป้าหมายของมื้อนี้ก็คือร้าน "ต้นเย็นตาโฟกุ้งทอด" เพราะเห็นชื่อร้านแล้วมันยั่วปาก และอยากรู้ว่าก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟกุ้งทอดนั้นเป็นอย่างไร และจะมีรสชาติเด็ดแค่ไหน
เส้นใหญ่น้ำเย็นตาโฟ
       พอเดินเข้ามาถึงในร้านก็รีบจัดแจงหาที่นั่ง มองเห็นป้ายเมนูอาหารแล้วก็สั่งก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟขึ้นชื่อของทางร้านมาชิม กันทันที โดยสั่งมาเป็น เส้นใหญ่น้ำเย็นตาโฟ (ธรรมดา 35 บาท พิเศษ 40 บาท) เย็นตาโฟของที่นี่สีสันชวนกิน แถมยังปรุงรสชาติใส่พริกน้ำส้ม น้ำตาล มาให้เสร็จสรรพเรียกว่าไม่ต้องปรุงรสชาติเพิ่มเลย แล้วพอชิมน้ำซุปก็สัมผัสได้ถึงความหวานกลมกล่อมของน้ำซุปที่ทางร้านต้มด้วย กระดูกหมูล้วนๆ แถมใส่เครื่องยาจีนในน้ำซุปด้วย บวกกับเมื่อคลุกเคล้าให้เข้ากับซอสเย็นตาโฟที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเองตามสูตร เด็ดเฉพาะแบบสดใหม่ทุกวัน ได้กลิ่นหอมของเต้าหู้ยี้อ่อนๆ และได้รสชาติของซอสที่เข้มข้นกลมกล่อมถูกปากมากๆเลย
      
       และเครื่องที่ใส่มาในเย็นตาโฟชามนี้มีหลายอย่าง มีทั้งลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ฮือก้วย เต้าหู้แผ่น ปลาหมึกกรอบ เลือด เผือกทอด และความพิเศษที่เป็นจุดเด่นไม่เหมือนร้านไหนคือ จะมีกุ้งทอดใส่มาด้วย เป็นกุ้งขาวที่นำมาคลุกกับแป้งที่ปรุงรสไว้แล้วแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ได้กินกุ้งทอดที่หอมกลิ่นแป้งและกุ้งเนื้อแน่นกรอบเป็นอะไรที่เข้ากันดีกับ เย็นตาโฟรสเด็ด
บะหมี่น้ำต้มยำ
       ส่วนอีกชามที่สั่งมาเป็น บะหมี่น้ำต้มยำ (ธรรมดา 35 บาท พิเศษ 40 บาท) เป็นต้มยำน้ำใสที่ทางร้านจะปรุงต้มยำมาแบบครบเครื่อง ใส่ถั่ว ใส่มะนาว ใส่พริก ส่วนเครื่องที่ใส่มาก็มีหมูสับ ฮือก้วย ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นรักบี้ เผือกทอดและกุ้งทอด กินก๋วยเตี๋ยวต้มยำก็รสดีถูกปากไม่แพ้เย็นตาโฟ
กุ้งทอด (บน) เผือกทอด (ล่าง)
       แล้วนอกจากก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำแล้ว ก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา (ธรรมดา 35 บาท พิเศษ 40 บาท) ซึ่งมีเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เลือกหลากหลายมีทั้ง เส้นเล็ก, เส้นใหญ่, เส้นหมี่, บะหมี่, เกี้ยมอี๋ และวุ้นเส้น (40 บาท) เกาเหลา (40 บาท) หรือว่าจะสั่งกุ้งทอด (จานละ 40 บาท) กุ้งทอด+เผือกทอด (40 บาท) เผือกทอด (จานเล็ก 20 บาท จานใหญ่ 40 บาท) เป็นเผือกที่หั่นเป็นเส้นๆ ผสมกับถั่วปรุงรส แล้วห่อด้วยฟองเต้าหู้ทอดจนเหลืองกรอบ มากินแกล้มกับก๋วยเตี๋ยวก็เข้าท่าดีไม่หยอก เพราะทั้งกุ้งทอดและเผือกทอดของที่นี่มีกินอร่อยกรุบกรอบปาก จิ้มกินกับน้ำจิ้มหวานถูกปากกันไป เอาเป็นว่าถ้าใครได้ผ่านมาที่ซ.ลาดพร้าว 71 แล้วเกิดหิวขึ้นมา ก็ลองแวะมาโซ้ยก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดกันให้อิ่มท้องกันได้ที่ร้าน "ต้นเย็นตาโฟกุ้งทอด"

"ทิพย์รส" รสทิพย์ไอติมไทย

คุณพรชัย เสรีเจริญสถิตย์ ชวนลิ้มรสไอศกรีมทิพย์รส
       ความร้อนของเดือนเมษยานนี้ ทำเอาอุณหภูมิความร้อนของบ้านเมืองเราสูงขึ้นแทบจะทะลุจุดเดือด ไม่ว่าจะเปิดแอร์ เปิดพัดลมแรงแค่ไหน อากาศก็ยังร้อนระอุอบอ้าวอยู่ดี ทำเอาเกิดอาการไม่สบายตัวและไม่สบายใจเพราะอากาศร้อนได้ง่ายๆ
      
       ฉะนั้นเพื่อเป็นการคลายความหงุดหงิดใจ มื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" เลยอยากจะขอชวนมิตรรักนักกินไปกินของกินที่ช่วยคลายร้อนให้ชื่นกาย แถมหอมหวานชื่นใจกับไอศกรีมหรือไอติมเย็นๆ ที่ร้านไอศกรีม "ทิพย์รส" ตรงประตูผี กันดีกว่า
ไอศกรีมรสกะทิแมงลัก
       "ทิพย์รส" เป็นร้านไอศกรีมร้านเล็กๆ ของคุณพรชัย เสรีเจริญสถิตย์ ซึ่งที่จริงแล้วมีสาขาแรกเป็นสาขาใหญ่อยู่ที่เตาปูน ความโดดเด่นน่าสนใจของไอศกรีมที่ร้านนี้อยู่ตรงที่เป็นไอศกรีมโฮมเมดแบบไทยๆ เน้นรสชาติแบบไทยๆ มีกะทิเป็นส่วนผสมหลัก เน้นใช้ผลไม้ไทยๆ ที่คัดสรรแต่วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ดี และมีคุณภาพไม่มีการใส่สารกันเสียมาทำเป็นไอศกรีมหลากหลายกว่า 18 รสชาติให้เลือกรสลิ้มกันได้ตามใจชอบ
      
       "ผ่านมาแวะกิน" มากินไอศกรีมที่ร้านนี้ทีไร เป็นต้องไม่พลาดที่จะสั่งรสชาติไอศกรีมที่เราชื่นชอบ จนต้องขอแนะนำให้มาลิ้มรสกันก็มี ไอศกรีมกะทิแมงลัก เป็นไอศกรีมรสกะทิผสมกับนมสด และใส่เม็ดแมงลัก พร้อมกับเนื้อขนุนมาด้วย เนื้อไอศกรีมเนียนๆ ออกรสกะทิหอมมัน หวานเย็นชื่นใจ และเคี้ยวเม็ดแมงลักกรุบๆเพลินปาก
ไอศกรีมรสชาเย็น
       ไอศกรีมรสชาเย็น เป็นอีกหนึ่งรสชาติที่เราติดใจ เพราะกินแล้วเหมือนได้กินชาเย็นจริงๆ ตัวไอศกรีมเป็นไอศกรีมกะทิ ผสมนมสดและชาเย็นที่ทางร้านชงเอง และนำมาปั่นรวมกันจนออกมาเป็นไอศกรีมรสชาเย็นเข้มข้นหอมหวานชื่นใจ
ไอศกรีมรสทุเรียน
       แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบผลไม้ไทยๆ อย่างทุเรียน แนะนำรสนี้เลย ไอศกรีมรสทุเรียน ที่จะได้กลิ่นหอมๆ ของกลิ่นทุเรียนเตะจมูก เพราะทางร้านใช้เนื้อทุเรียนหมอนทองมาปั่นรวมกับกะทิ และนมสดจนได้ออกมาเป็นไอศกรีมรสทุเรียนสีเหลืองนวล กลิ่นหอมชวนกิน ไอศกรีมเนื้อละเมียดรสหวานนุ่มกรุ่นกลิ่นทุเรียนหมอนทองอ่อนๆ
หลากรสไอศกรีมชวนกิน
       ทั้ง 3 รสชาตินี้คือรสไอศกรีมที่เราพิสมัย แต่ถ้าใครนิยมรสชาติอื่น ก็มาเลือกกินกันได้ตามใจ เพราะมีรสไอศกรีมให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รส นมสดชิฟ รสมอคค่า รสเชอร์เบทส้ม รสวนิลา รสนมสด รสเชอร์เบทมะนาว รสช็อคโกแลต รสสตรอเบอร์รี่ รสกาแฟโบราณ รสเผือก รสกะทิรวมมิตร รสกะทิข้าวโพด และก็ยังมีไอศกรีมรสผลไม้ต่างๆ ตามฤดูกาลที่ผลไม้นั้นออก
      
       และนอกจากไอศกรีมแล้วก็ยังมีเครื่องที่ทางร้านทำเองให้เลือกสั่งมี มะยมเชื่อม มะม่วงเชื่อม ลูกชิด ข้าวเหนียว ถั่วลิสง เชอร์รี่ ลูกเกด ที่ใส่มากินคู่กับไอศกรีมก็เข้ากันดีอย่าบอกใคร สำหรับไอศกรีมของร้านนี้ขายอยู่ที่สกู๊ปละ 20 บาท และ 2 สกู๊ป 35 บาท ใส่เครื่อง 2 อย่าง 5 บาท ขายแบบกิโลกรัมละ 160 บาท ครึ่งกิโลกรัม 80 บาท และ 3 กิโลกรัมรวมกล่องโฟม 515 บาท "ผ่านมาแวะกิน" ว่า ร้อนๆ อย่างนี้มากินไอศกรีมเย็นๆ กันสักถ้วยสอง ช่วยคลายร้อนกาย ชื่นใจจริงๆ เลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้านไอศกรีม "ทิพย์รส" ตั้งอยู่ที่ ถ.มหาไชย ซ.สำราญราษฎร กทม. ตรงประตูผี อยู่ถัดจากร้านผัดไททิพย์สมัย เปิดทุกวัน 19.00-01.00 น. นอกจากนี้ยังมีสาขาอื่นๆ อยู่ที่เตาปูน, เยาวราช, และที่โกลเด้นเพลสพระราม 9, โกลเด้นเพลสสะพานสูง ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 08-1985-2970
       

"ทับทิมกรอบ" วงเวียนใหญ่ ชื่นใจหวานเย็น

บรรยากาศภายในร้านทับทิมกรอบ
       หลายๆ คนรอบกาย "ผ่านมาแวะกิน" ยังบ่นกันไม่หยุด กับเรื่องอากาศของบ้านเราที่มันช่างร้อน...ร้อนเสียเหลือเกิน และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกว่าความร้อนของแดด มันช่างร้อนแรงแผดเผาร่างกายสูงขึ้นมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เหตุน่าจะเป็นเพราะสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นกับโลกเบี้ยวๆที่พวกเราอาศัยอยู่
คุณแหม่ม อังคณา จิรภัตตานนท์ ชวนลิ้มรสทับทิมกรอบ
       เอาเถอะถึงตอนนี้ผู้คนทั่วโลกก็ได้รับรู้แล้วว่าต้องทำให้โลกใบนี้ เย็นลง ต่างก็รณรงค์รักษ์โลก ช่วยกันดูแลให้โลกเย็นขึ้นกันอย่างเต็มที่ แต่ ณ เวลานี้พวกเราก็ต้องเผชิญกับความร้อนกันไปก่อน แล้วก็หาวิธีคลายร้อนกันไปตามแต่ใครจะเลือกเอาอย่าง "ผ่านมาแวะกิน" เป็นคนชอบกิน แน่นอนว่าเราก็ต้องขอเลือกคลายร้อนด้วยของกินชื่นใจ อย่างขนมหวานเย็น ที่ในมื้อนี้เราได้เลือกเดินทางมาที่ร้าน "ทับทิมกรอบ" ตรง วงเวียนใหญ่ เพื่อมาลองลิ้มทับทิมกรอบที่ขึ้นชื่อลือชา ถึงขนาดว่าหากใครมาวงเวียนใหญ่ แล้วไม่ได้แวะมากินทับทิมกรอบที่ร้านนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงวงเวียนใหญ่
ทับทิมกรอบ
       เรื่องนี้เท็จจริงแค่ไหนต้องมาพิสูจน์กัน ซึ่งเมื่อมาถึงร้านทับทิมกรอบก็จะได้เห็นตู้ขนมหวานที่มีทับทิมกรอบสีสวยรอ (ให้มากิน) อยู่ และมีเจ้าของร้านคือ คุณแหม่ม อังคณา จิรภัตตานนท์ กำลังง่วนอยู่กับการตักทับทิมกรอบอยู่หน้าร้าน ซึ่งคุณแหม่มเป็นทายาทที่สืบทอดกิจการทับทิมกรอบนี้มาจากคุณแม่ดวงพร จิรภัตตานนท์ ซึ่งเป็นคนคิดค้นสูตรการทำทับทิมกรอบอันเลิศรส ที่เน้นเรื่องคุณภาพและความสะอาดในการทำ และไม่มีเรื่องของการใส่สารกันบูดต่างๆ ในขนม จนเป็นที่ถูกปากและติดใจของลูกค้ามาอย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้
มะพร้าวแก้วและซาหริ่ม
       ทับทิมกรอบของที่นี่รสชาติดีไม่เปลี่ยนแปลง ว่าแล้วเราก็ลองลิ้มชิมรสด้วยการสั่ง ทับทิมกรอบ (20 บาท พิเศษ 30 บาท) มากินกัน ซึ่งในถ้วยนั้นมีทับทิมเม็ดขนาดกำลังดีไม่เล็กไปหรือใหญ่ไป สีส้มแดงน่ากิน ตัวทับทิมเคี้ยวแล้วกรอบนุ่มโดนใจ ตัวแป้งนั้นนุ่มบางใสส่วนแห้วข้างในก็กรอบกรุบจริงๆ
      
       อีกทั้งยังมีมะพร้าวที่ไม่มีที่ไหนเหมือน เพราะทางร้านนำมะพร้าวกะทิมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วเชื่อมกับน้ำตาล ออกมาเป็นมะพร้าวกะทิที่เคี้ยวมันหวานนุ่มหอมกะทิอยู่ในปาก และสุดท้ายในถ้วยยังมีแห้ว ที่ทางร้านคัดแต่แห้วแก่มาเชื่อมเอง ทำให้ได้แห้วเชื่อมที่เคี้ยวมันกรุบกรอบปาก แต่ที่ขาดไม่ได้ที่สร้างความชื่นใจให้ก็คือ น้ำกะทิที่ทางร้านทำเองแบบสดใหม่ทุกวัน ใช้หัวกะทิอย่างเดียวเอามาต้มจนสุก ทำให้ได้กะทิที่เข้มข้น ไม่มันมาก และหวานหอมเป็นอย่างมาก กินทับทิมกรอบใส่น้ำกะทิใส่น้ำแข็งเกร็ดเย็นๆ เคี้ยวกรุบกรอบหอมหวานชื่นใจ คลายร้อนดีนักแล
มาวงเวียนใหญ่อย่าลืมแวะร้านทับทิมกรอบ
       นอกเสียจากทับทิมกรอบแล้ว ก็ยังมีซาหริ่ม (20 บาท) และมะพร้าวแก้ว (30 บาท) ให้สั่งมากินแบบเย็นปาก ส่วนถ้าใครอยากอิ่มท้องกลับบ้านไปด้วย ที่นี่ก็มีขนมจีนน้ำยากะทิ (25 บาท พิเศษ 30 บาท) รสดีที่ทางร้านทำน้ำยาเองมาให้ลิ้มรสแบบอิ่มทั้งของคาวและของหวานไปในคราวเดียวกันเลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "ทับทิมกรอบ" (วงเวียนใหญ่) ตั้งอยู่ที่ 184 ถ.ลาดหญ้า คลองสาน กทม. การเดินทางจากวงเวียนใหญ่ให้ตรงมาที่ถ.ลาดหญ้า ร้านทับทิมกรอบจะตั้งอยู่ริมถนนเป็นตึกแถวตรงข้ามกับห้างโรบินสันวงเวียน ใหญ่ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน (หยุดทุกวันพุธที่ 4 ของเดือน) เวลา 9.00-21.00 น. ทางร้านรับสั่งทำตามงานเลี้ยงต่างๆ ตั้งแต่ 200 ถ้วยขึ้นไป โทร. 0-2438-2118, 0-2437-8077, 08-9500-8748
       

"Jumbo Yaki Tei" อาหารยุ่น ราคาเยา

บรรยากาศชั้นบนของร้าน "Jumbo Yaki Tei"
       หลังจากได้ดูซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องโนดาเมะ (วุ่นรัก นักดนตรี) ที่ยืมเพื่อนสาวมาดูจนจบแบบสนุกสนาน "ผ่านมาแวะกิน" ก็เกิดอาการอิ่มใจ แต่ไม่อิ่มท้อง เลยนึกอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นที่มีหน้าตาอาหารอันสวยงามยั่วน้ำลายเสียเหลือ เกิน งานนี้เลยต้องรีบจัดแจงหาอาหารญี่ปุ่นมากำนัลปากตัวเองให้สมใจอยากสักหน่อย
      
       แล้วในมื้อนี้เราก็ได้รับคำแนะนำจากพี่โหน่ง เจ้าของร้านสเต็กชื่อดังตรงม.เกษตรฯ ว่าตรงตลาดอมรภัณฑ์ใกล้กับม.เกษตรฯ นั้นมีร้านอาหารญี่ปุ่นร้านเล็กๆ น้องใหม่ ที่เปิดตัวมาได้ไม่นาน แต่ว่ามีความน่าสนใจตรงที่มีอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆให้เลือกลองลิ้มแบบหลากหลาย มีทั้งซูชิ ซาซิมิ ข้าวแกงกะหรี่ ของทอดต่างๆ ฯลฯ และที่สำคัญราคาอาหารนั้นย่อมเยา เรียกว่าอิ่มหนักท้อง แต่สบายกระเป๋า
เชฟสมพร ชวนกินซูชิรวม
       รู้อย่างนี้แล้วคออาหารยุ่นอย่างเราจะรอช้าได้ไง รีบมุ่งหน้าตรงมาที่เป้าหมาย แล้วก็มาเจอเข้ากับร้านอาหารญี่ปุ่นที่ว่า ซึ่งมีชื่อว่า "Jumbo Yaki Tei" (จัมโบ้ ยากิ เต) ถึงแม้จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นร้านเล็กๆ แต่ว่าเมื่อได้เห็นเมนูอาหารที่มากกว่า 100 เมนูแล้วก็ต้องบอกว่าหลากหลายไม่แพ้ร้านใหญ่ๆ อีกทั้งเห็นราคาอาหารแล้วตกใจ เพราะราคานั้นย่อมเยาดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะขายได้กับอาหารญี่ปุ่นที่เน้น เรื่องคุณภาพความสดเช่นนี้
ปลาดิบรวมพิเศษ
       อีกทั้งที่นี่ยังมีเชฟคนไทยฝีมือดีที่ชื่อว่า อาจารย์ปุ๊ สมพร สายระดา ที่ มีประสบการณ์ในการทำอาหารญี่ปุ่นมานานกว่า 35 ปีเป็นผู้ปรุงแต่งและรังสรรค์เมนูญี่ปุ่นที่ล้วนแล้วแต่ชวนกินทั้งนั้นเลย อ.ปุ๊ได้แนะนำเมนูจานเด่นให้เราได้ลองลิ้มก็มี ปลาดิบรวมพิเศษ (299 บาท) ใครชอบกินซาซิมิต้องไม่พลาดจานนี้ที่อุดมไปด้วยปลาดิบสดๆ เนื้อหวานนุ่มนานาชนิด มีทั้งปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาบะดอง ปลาหมึกยักษ์ ปูอัด และมีไข่หวาน ไข่กุ้ง กับยำสาหร่ายด้วย
แกงกะหรี่หมูทอด
       เมนูต่อมาเป็น แกงกะหรี่หมูทอด (59 บาท) ที่กินแล้วได้รสชาติแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่เข้มข้นเครื่องกะหรี่หอมๆ และเคี้ยวนุ่มกรุบกรอบกับเนื้อหมูส่วนสันนอกที่ชุบแป้งเกล็ดขนมปังทอดกรอบ กินคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ อิ่มท้องกันไป
พิซซ่าญี่ปุ่น
       พิซซ่าญี่ปุ่น (55 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เชฟแนะนำ เพราะเป็นพิซซ่าสูตรเด็ดที่เชฟได้มาจากฮิโรชิม่า ตัวแป้งพิซซ่าแป้งนุ่ม เน้นไข่ และอัดแน่นไปด้วยผักและไส้หมู ราดหน้าด้วยมายองเนสและปลาโอแห้ง ผสานรสชาติเข้ากับซอสสูตรเฉพาะที่หอมและรสกลมกล่อมลิ้น
      
       แล้วเชฟก็ยังได้แนะนำอีกหลายเมนูเด็ดที่น่ากินอาทิ ซูชิรวม (ราคาเริ่มต้นที่ 19 บาท) มีหลายอย่างคือ มีข้าวห่อซาบะดอง ข้าวห่อปลาไหล ข้าวห่อกุ้ง ข้าวห่อเทมปุระ ข้าวปั้นปลาทูน่า ข้าวปั้นแซลมอน ข้าวหน้าไก่ย่างถาด (45 บาท) ข้าวหน้าหมูสไลด์ (59 บาท) ข้าวหน้าหมูทอด (59 บาท) หมูบดชุบแป้งทอด (59 บาท) ฯลฯ ที่คออาหารยุ่นทั้งหลายอาจจะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "โออิชิ" ไม่น้อยเลย