ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

อร่อยรสเบเกอรี่ ที่ "แซฟฟร่อน"

บรรยากาศภายในร้านแซฟฟร่อน
       เพื่อเป็นการต้อนรับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ "ผ่านมาแวะกิน" จะชวนไปกินเค้กเพื่อสะสมไขมันไว้ใช้ในหน้าหนาวกัน โดยร้านเบเกอรี่ร้านนี้มีชื่อว่า "แซฟฟร่อน" (Saffron) ที่เปิดขายเบเกอรี่มากว่า 10 ปี เป็นหนึ่งในร้านยืนยงเคียงคู่ถนนพระอาทิตย์ ซึ่งร้านนี้โดดเด่นในเรื่องการทำเบเกอรี่โฮมเมดใหม่สดทุกวัน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
แบล็คฟอเรสเค้ก(บน), ทีรามิซุ(ล่าง)
       แรกเริ่มเราขอประเดิมด้วย ทีรามิซุ (120 บาท) ใช้มาสคาโบเน่ชีส เน้นกาแฟกับเหล้าฝรั่งผสมกันในตัวเค้กแล้วโรยหน้าด้วยผงโกโก้ ความโดดเด่นอยู่ที่ความนุ่มของเนื้อเค้ก รสไม่หวานมาก
      
       ถัดมาคือ ฮังกาเรียนวอลนัทเค้ก (90 บาท) ตัวเนื้อเค้กเป็นแบบร่วนนุ่มผสมเหล้าอ่อนๆและวอลนัท มีครีมแซกอยู่ตามชั้นเค้กผสมกาแฟอ่อนๆ แต่งหน้าด้วยเม็ดวอลนัทและช็อคโกแลต ให้รสชาติหวานๆมันๆ
ฮังกาเรียนวอลนัทเค้ก
       ชิ้นต่อมาได้แก่ แบล็คฟอเรสเค้ก (100 บาท)เนื้อเค้กเป็นช็อคโกแลตนุ่มลิ้น แทรกด้วยชั้นวิปปิ้งครีม ตกแต่งหน้าด้วยท็อปปิ้งเชอร์รี่เคลือบช็อคโกแลตและช็อคโกแลต รสชาติออกหวานเปรี้ยวกำลังดี
      
       นอกจากของหวานแล้ว ร้านนี้ยังมีเมนูอาหารคาวหลากหลายให้เลือกหม่ำกัน อาทิ ข้าวมันน้ำพริกมะขามอ่อน (95 บาท)ใช้น้ำพริกมะขามอ่อนที่ทางร้านปรุงเองนำมาผัดกับข้าวหอม กินพร้อมเครื่องเคียง อาทิ กุ้งตัวใหญ่ ปลาสลิดทอดกรอบ ไข่เค็ม ให้รสชาติออกเผ็ดเข้มข้น
ข้าวมันน้ำพริกมะขามอ่อน(บน), ราดหน้าทะเล(ล่าง)
       สปาเก็ตตี้คาโบนาราแบบแซฟฟร่อน (160 บาท) เส้นสปาเก็ตตี้ผัดแบบคาโบนาราใส่เบคอน เพิ่มความพิเศษด้วยกุ้ง หอยลาย หอยเชลล์ และเน้นรสชาติที่ชีส เนย นม
      
       ราดหน้าทะเล (120 บาท) ที่ใส่ทั้งปลากระพง กุ้ง หอยแมลงภู่ หอยลาย และหมึก แล้วยังเก๋ไก๋ด้วยเส้นใหญ่ที่เอาไปทอดให้กรอบเคี้ยวแล้วกรอบนุ่มรสกลมกล่อม ไม่ต้องปรุง
สปาเก็ตตี้คาโบนาล่าแบบแซฟฟร่อน
       นอกจากเมนูทั้งหมดที่ได้ลิ้มลองไปแล้ว ทางร้านแซฟฟร่อนยังมีอีกหลากหลายเมนู หากเป็นอาหารก็ยังมีข้าวราดผัดเผ็ดหมูยี่หร่า (85 บาท) สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล (120บาท) ข้าวผัดน้ำพริกปลาร้าหมูสับ (95 บาท)
คุกกี้และเบอร์เกอรี่อีกมากมาย
       หรือหากเป็นเมนูของหวานก็มีให้เลือกอีกเพียบ เช่น บานอฟฟี่ (95 บาท) ไวท์ช็อค (95 บาท) พราลีนคอฟฟี่เค้ก (100 บาท) คุกกี้ลิ้นแมว (60 บาท) คุกกี้นิ่มอย่างอเมริกัน (80 บาท) บราวนี่อัลมอนต์ช็อคชิพคุกกี้ (70 บาท) บลูเบอร์รี่พาย (90 บาท) พายแอปเปิ้ล (85 บาท) พายเชอร์รี่ (90 บาท) เป็นต้น
      
       อีกทั้งยังมีน้ำผลไม้ ชา กาแฟ ให้ดื่มดับกระหาย หรือดื่มแกล้มของความของหวาน ซึ่งใครอยากลิ้มลองอาหารรสดี เบเกอรี่รสเด็ด ร้านแซฟฟร่อนมีสิ่งเหล่านั้นรอคอยอยู่

"เตี๋ยวหน้าคลัง" รสเด็ดดัง ชวนลิ้มลอง

บรรยากาศภายในร้าน "เตี๋ยวหน้าคลัง
       ในบรรดาสารพัดก๋วยเตี๋ยวที่มีให้คอคนรักเส้นได้เลือกอิ่มหนำกันอย่างหลากหลายนั้น ก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นหนึ่งในก๋วยเตี๋ยวที่ "ผ่านมาแวะกิน" โปรดปราน เพราะด้วยความที่มีรสชาติของน้ำซุปที่เข้มข้นกลมกล่อม และมีให้เลือกอร่อยทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมู เรียกว่าหากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดอยู่ที่ไหน เราจะตามไปลองลิ้ม ไปพิสูจน์ความอร่อยกันให้ถึงที่
      
       เหมือนอย่างในมื้อนี้เราเดินทางมาชิมก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดชื่อดังที่ร้าน "เตี๋ยวหน้าคลัง" ซึ่งตั้งอยู่ตรงลา วิลล่า พหลโยธิน หลายคนอาจสงสัยทำไมร้านชื่อเตี๋ยวหน้าคลัง เรามีโอกาสได้คุยกับเจ้าของร้าน "คุณเต้" อรินทม์ ทับทิมเทพย์ เธอบอกว่าเมื่อก่อนขายอยู่ที่หน้ากระทรวงการคลัง เป็นที่ติดใจและติดปากคนกินเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะย้ายมาที่ลา วิลล่านี้ และยังคงใช้ชื่อเดิม
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมูและก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว
       และไม่ใช่แค่ใช้ชื่อเดิมเท่านั้น รสชาติความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวเรือก็ยังคงรสชาติเดิมไม่ผิดเพี้ยน เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดที่ทางร้านคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง มีทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมูให้เลือกกิน ซึ่งจะแยกหม้อน้ำซุปไม่ปะปนกัน และคำนึงพิถีพิถันในเรื่องของวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยวอย่างดี ทำให้ก๋วยเตี๋ยวเรือของที่นี่มีทั้งคุณภาพที่ดี รสชาติที่ถูกปาก และหน้าตาที่ชวนกินเอามากๆ
      
       สำหรับก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวของที่นี่มีทั้งเนื้อไทยส่วนสะโพก เนื้อน่องลาย เนื้อเซอร์ลอย และเนื้อริบอาย ส่วนเนื้อหมูมีหมูไทยส่วนสันใน กระดูกอ่อนหมูกรุบกรอบ และเนื้อหมูดำ
เตี๋ยวลวกเอง (บน) น้ำตกข้าวคั่ว (ล่าง)
       เห็นทีว่าหลายคนคงชักอยากจะลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวเรือของที่นี่กันแล้ว ฉะนั้นเราขอแนะนำเมนูแรกเป็น ก๋วยเตี๋ยวหมูดำ (119 บาท) เป็นแบบน้ำใส คือไม่ใส่เลือด ความพิเศษของก๋วยเตี๋ยวชามนี้อยู่ที่ เนื้อหมูซึ่งเป็นสายพันธุ์ของหมูดำ มีมันแทรกทั้งตัวและมีเนื้อที่นุ่ม สไลด์มาเป็นชิ้นลวกสุกใส่มา ชิมแล้วขอบอกว่าเนื้อหมูหวานนุ่ม ไม่มีกลิ่นเหม็นสาบของหมูเลย และมีลูกชิ้นหมูเคี้ยวเด้งนุ่มปาก ส่วนน้ำซุปไม่ต้องพูดถึงช่างหอม หวาน รสกลมกล่อมลิ้นโดยไม่ต้องปรุงเลย เพราะทางร้านใช้กระดูกหมูต้มเคี่ยวกับเครื่องปรุงตามสูตรเด็ดเฉพาะ
กุ้ยช่ายทอดกรอบ (บน) ส้มตำปูนิ่ม (ล่าง)
       จากนั้นมากิน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อริบอาย (129 บาท) ที่ถูกใจคนชอบเนื้อวัวแน่ๆ เพราะทางร้านใช้เนื้อริบอาย เป็นเนื้อส่วนที่ติดซี่โครงซี่ที่ 9 ไปจนถึงซี่สุดท้ายเลาะซี่โครงออก เนื้อริบอายจะมีมันแทรก ทางร้านนำเนื้อมาสไลด์บางๆ ลวกใส่มาในก๋วยเตี๋ยว ชิมแล้วโดนใจปาก เพราะเนื้อริบอายเคี้ยวนุ่มมากได้รสชาติของเนื้อที่ดี และซดน้ำซุปเนื้อที่หวานหอม ชุ่มชื่นโล่งคอ เพราะต้มด้วยกระดูกข้อวัวปรุงรสด้วยสูตรเฉพาะ และมีลูกชิ้นเนื้อวัวเคี้ยวเด้งใส่มาด้วย
      
       และถ้าหากใครอยากจะกินก๋วยเตี๋ยวแบบทำด้วยตัวเองก็มี เตี๋ยวลวกเอง (บริการตั้งแต่ 15.00 น.) ซึ่งจะมีหม้อน้ำซุปเล็กๆ ให้ลวกเอง เสิร์ฟมาพร้อมเส้นมีให้เลือกเส้นเล็ก เส้นหมี่ เส้นใหญ่ วุ้นเส้น บะหมี่ หรือจะกินกับข้าวก็ได้ และมีผักบุ้งกับถั่วงอกด้วย มีเนื้อวัวและเนื้อหมูให้เลือกสั่งมากิน อาทิ ชุดเนื้อน่องลาย (129 บาท) ชุดเนื้อรวม (199 บาท) ชุดสันในหมู (119 บาท) ชุดหมูดำ (189 บาท) และมีแบบจานเดียวให้เลือกอีกมากมาย แถมยังมีน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดให้จิ้มกินคู่ เรียกว่าลวกเอง กินเอง ทั้งอร่อยและสนุก
สนุกกับการกินเตี๋ยวลวกเอง
       และนอกจากก๋วยเตี๋ยวเรือแล้วยังมีเมนูอาหารอื่นๆ ที่ชวนกินอีกมากมาย อาทิ น้ำตกข้าวคั่ว (139 บาท) ใช้เนื้อเซอร์ลอยมาทำเป็นน้ำตกที่แซบดี กุ้ยช่ายทอดกรอบ (89 บาท) ที่เน้นผักไม่เน้นแป้งกรอบนอกนุ่มใน ส้มตำปูนิ่ม (169 บาท) เป็นส้มตำไทยรสเด็ด กินคู่กับปูนิ่มทอดกรอบ ฯลฯ และในแต่ละวันยังมีอาหารพิเศษประจำวันให้เลือกอิ่มกันด้วย เรียกว่าหากมาที่ร้าน "เตี๋ยวหน้าคลัง" เป็นต้องได้อิ่มแปล้กับก๋วยเตี๋ยวเรือและอาหารจานเด็ดมากมาย ได้เดินพุงกางกลับบ้านไป

"หมี่สะปำ ยายเจียร" รสต้นตำรับ ร้านรับแขกแห่งภูเก็ต

บรรยากาศร้านหมี่สะปำ
       ไปเที่ยวภูเก็ตคราใด เวลาหิว "ผ่านมาแวะกิน" มักจะไปเสาะหาอาหารพื้นเมือง-พื้นถิ่นกินมากกว่าจะไปนั่งกินตามร้านอาหาร หรูๆ เพราะคนมีฐานะ(ไม่ร่ำรวย)อย่างเรา ร้านอาหารบรรยากาศชาวบ้านธรรมดาๆที่รสชาติไม่ธรรมดาดูจะถูกโฉลกกับเงินใน กระเป๋ามากที่สุด
      
       อย่างกับร้าน"หมี่สะปำ คุณยายเจียร"ที่เพื่อนชาว ภูเก็ตแนะนำนี่ก็เช่นกัน จัดเป็นร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังในระดับรับแขกบ้านแขกเมือง ซึ่งแต่ละวันจะมีทั้งคนภูเก็ตและผู้มาเยือนเข้าไปนั่งหม่ำอาหารในร้านนี้กัน เป็นจำนวนมาก
หมี่สะปำ
       สำหรับหมี่สะปำนั้นมาจากชื่อบ้านสะปำ เป็นหมี่พื้นบ้านที่อยู่คู่กับภูเก็ตมาร่วม 50 ปี โดยคุณสุดจิตต์ ขืนรัมน์ ผู้ดูแลร้านหมี่สะปำรุ่นปัจจุบัน เล่าให้ฟังว่า เดิมนั้นแม่เจียร ภูผาหรือ“ยายเจียร” ผู้ริเริ่มสูตรการทำหมี่สะปำ(ขาย)เล็งเห็นว่าทำเลที่ตนอยู่นั้นติดกับทะเล น่าจะวัตถุดิบมาเป็นส่วนสำคัญในการทำอาหาร จึงได้นำเส้นหมี่เหลืองฮกเกี้ยน ไปผัดกับซีฟู้ดสดๆ ร่วมด้วยเนื้อหมู ผักกวางตุ้ง จนออกมาเป็นหมี่ผัดรสกลมกล่อมอันเป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้าในสมัยนั้น ส่งผลให้ร้านเล็กๆของคุณยายเจียรโด่งดังขึ้นมาพร้อมๆกับการเรียกขานหมี่ผัด รสอร่อยเมนูนี้อย่างติดปากว่า "หมี่สะปำ"
      
       มาวันนี้หมี่สะปำร้านยายเจียรที่ปรับเปลี่ยนรสชาติไปบ้างตามยุคสมัย ยังคงขายดีไม่มีตก ซึ่งทันทีที่"ผ่านมาแวะกิน"มาถึงยังร้านยายเจียร เราก็ไม่รีรอเปิดประเดิมความอร่อยด้วยเมนูไฮไลท์อย่างหมี่สะปำ(25/30 บาท)ในทันที
      
       หน้าตาของหมี่ชามนี้ชวนกินยิ่งนัก ดูแน่นไปด้วย กุ้ง ปลา หมึก ไก่ ลูกชิ้นปลา และกวางตุ้ง ที่โปะหน้ามาบนเส้นหมี่ฮกเกี๊ยนสีเหลืองหอม ผัดแบบน้ำขลุกขลิกพร้อมด้วยไข่ไก่ลวกที่ใส่มาให้คลุกเคล้าเพิ่มความอร่อย ซึ่งการจะกินแบบให้ถึงรสชาติครบเครื่องนั้น ทางร้านแนะนำให้คลุกเคล้าเส้นหมี่กับเครื่องปรุงทั้งหลาย ที่เมื่อหม่ำแล้วจะให้รสกลมกล่อมออกหวานนำนิดๆ เข้ากันดีกับบรรดาซีฟู้ดที่สด หวาน สมกับเป็นเมนูเอกของร้าน
หอยทอด(บน)อูแช(ล่าง)
       นอกจากหมี่สะปำแล้ว ร้านยายเจียรยังมีเมนูชวนกินอย่าง หอยทอด(30บาท) ที่ใช้หอยนางรมตัวเล็กผัดพอสุกหวาน เสิร์ฟพร้อมกับแป้งม้วนบางๆที่ทอดมากรอบเกรียม ร่วมด้วยผักแกล้มและน้ำจิ้มที่กินแล้วเข้ากันดีแท้, ห่อหมกปลา(12 บาท) กลิ่นหอม รสเนียนแน่น รสออกเผ็ดนิดๆ, ลูกชิ้นปลาลวก(50 บาท) เนื้อแน่นหนึบ เวลาเคี้ยวแทบจะเด้งในปากเลยทีเดียว
      
       ในขณะที่เมนูที่น่าลิ้มลองอื่นก็มี โอวต๊าว อูแช กระดูกหมูต้มยาจีน เปาะเปี๊ยะทอด น้ำพริกกุ้งเสียบ ฯลฯ ซึ่งใครหากมีโอกาสได้ไปภูเก็ตแล้วละก้อ ร้านหมี่สะปำ คุณยายเจียร คือหนึ่งในทางเลือกที่ไม่ต้องรอให้หิวก็สามารถไปลิ้มลองความอร่อยได้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้านหมี่สะปำ ยายเจียร ตั้งอยู่ที่ 56/8 ม.1 บ้านสะปำ ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00-18.00 น. โทร. 0-7623-9543,08-1081-8395

“ข้าวมันไก่นายยอด” เนื้อนุ่มมันเด็ด

บรรยากาศร้าน “ข้าวมันไก่นายยอด”
       เมื่อเช้าขณะกำลังนั่งรถเพลินๆบังเอิ๊ญบังเอิญได้ยินเพลง ยอม..ยอมเป็นข้าวมันไก่ เธอ กินฉันให้อร่อย... ขึ้นมา สมองก็พาล่องลอยไปนึกถึงไก่เนื้อขาวๆ ข้าวมันนุ่มๆ กระตุ้นต่อมอาหารของ “ผ่านมาแวะกิน” เป็นอย่างมาก มื้อนี้จึงไม่รอช้ารีบสืบเสาะหาร้านข้าวมันไก่รสเด็ด ผลก็ไปลงเอยที่ร้าน “ข้าวมันไก่นายยอด” ตรงถนนพิชัย
      
       ร้านนี้เปิดขายมานานแล้วกว่า 15 ปี ลูกค้าต่างติดอกติดใจในสูตรเด็ดของบรรพบุรุษที่เป็นสูตรสไตล์ไหหลำแท้ๆ ใช้เครื่องเทศโดยเฉพาะไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ จานแรก “ผ่านมาแวะกิน” ขอเริ่มด้วยเมนู ข้าวมันไก่ (25 บาท พิเศษ 30 บาท) ที่เริ่มตั้งแต่ข้าวมันที่ใช้ข้าวหอมอย่างดีนำมาล้าง แล้วเอามาผัดกับกระเทียมที่เจียวจากมันไก่ ผัดกับข้าว 15 นาที นำลงหม้อเอาน้ำซุปต้มไก่ใส่ลงไปหุงได้ข้าวมันที่นุ่มกำลังพอดีไม่แห้งมากไม่ แฉะ
ข้าวมันไก่
       ส่วนไก่ก็คัดมาอย่างดีไซส์ 3 กิโลกรัมขึ้นไป เอามาล้างทั้งตัวและทำเครื่องในให้สะอาด แล้วจึงเอาไก่มาต้มน้ำซุปไชเท้า ใส่เครื่องเทศไทยลงในน้ำซุป ต้มนาน 45 นาที จนไก่สุกซึมถึงเนื้อในไก่ ที่สำคัญคือ ต้มไก่ไม่แตก (หมายถึงเนื้อหนังไม่ปริแตก) ถือเป็นจุดเด่นของร้าน อาหารจานนี้เสิร์ฟมาแบบไก่สับเป็นชิ้นไม่ตบให้แบนเหมือนข้าวมันไก่ร้านอื่น ทำให้ได้เนื้อหนังแบบเต็มๆคำ
      
       ส่วนน้ำจิ้มก็ไม่ธรรมดา สูตรของร้านนี้ทำมาจากกระเทียมโทน ขิงแก่ พริกแดง ผักชี เอามาปั่นรวมกัน ปรุงรสชาติด้วยผลไม้สูตรเฉพาะของทางร้าน ใส่เต้าเจี้ยวด้วย ออกรสจัดจ้านแต่กลมกล่อม น้ำซุปก็นำมาจากน้ำซุปต้มจากไก่ ปรุงด้วยสมุนไพรไทย ใส่หัวไชเท้า ซดควบคู่กันไปได้รสชาติเต็มอิ่ม
ข้าวมันไก่ทอด
       จานถัดมาที่เสิร์ฟมาพร้อมๆกันก็คือ ข้ามมันไก่ทอด (25 บาท พิเศษ 30 บาท) ที่เลือกใช้เนื้อสะโพกอย่างเดียว เอามาล้างให้สะอาด ปั่นสมุนไพรไทยเอาหมักกับเนื้อไก่ประมาณ 15 นาที แล้วนำมาชุบแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอด ได้ไก่ที่เคี้ยวแล้วกรอบนอกนุ่มใน จิ้มกับน้ำจิ้มที่ทำจากสับปะรด พริก กระเทียม นำมาปั่นรวมกัน เข้ากันเป็นอย่างดี
      
       และสุดท้ายปิดฉากมื้ออร่อยด้วย ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ (30 บาท พิเศษ 35 บาท รวมพิเศษ 50 บาท) เป็นก๋วยเตี๋ยวไก่มะระสูตรไหหลำตุ๋นยาจีน น้ำซุปใส่เครื่องเทศจีน และมะระ ทำให้น้ำซุปไม่เลี่ยน แล้วใส่ไก่ลงไปตุ๋น มีส่วนน่อง ปีก ขา เครื่องในได้แก่ กึ๋น หัวใจ ตับ ไข่อ่อน ใช้เวลาตุ๋นประมาณ 1 1/2 ชม. แล้วจึงใส่ซอสปรุงรสลงไป จะได้น้ำซุปที่เข้มข้นไม่มันเลี่ยน หอมกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ชวนกิน ส่วนเส้นก็มีให้เลือกทั้งแบบเส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่ วุ้นเส้น และเส้นมาม่า
ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ
       แต่หากใครยังไม่อิ่มก็สามารถสั่งเมนูอื่นมาลิ้มลองได้ เช่น ไก่สับ (50-70-100 บาท) เกาเหลารวมทุกอย่าง (30 - 40 บาท) หรือจะเลือกสั่งเป็นส่วนๆก็ได้ เช่น ปีกตุ๋น-เนื้อ-ขา (30 บาท) น่องตุ๋น-เนื้อ-ขา (30 บาท) เป็นต้น ใครที่ผ่านมาแถวถ.พิชัยก็อย่าลืมแวะมาอุดหนุนร้าน “ข้าวมันไก่นายยอด” รับรองอร่อยอิ่มท้อง

"ฮ้อข้าวต้มปลา" อร่อยครบเครื่องทะเล

บรรยากาศภายในร้านฮ้อข้าวต้มปลา
       อากาศหนาวๆ เริ่มมาเยือนชาวกรุงเทพฯ บ้างแล้ว และพอหนาวๆ อย่างนี้ทีไรพลอยทำให้ "ผ่านมาแวะกิน" นึกถึงของกินร้อนๆ อย่างข้าวต้มที่จะทำให้อิ่มอุ่นท้องขึ้นมาทุกที มื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" เลยขออาสาพานักกินทั้งหลายไปกินข้าวต้มร้อนๆ กันที่ร้าน "ฮ้อข้าวต้มปลา" ที่เปิดขายอยู่ตรงปากตรอกจันทน์มานานกว่า 63 ปี ซึ่งร้านนี้เด่งดังในเรื่องของข้าวต้มที่ใช้ปลาทะเลสดๆ และเครื่องทะเลสดๆ มากมายอันมีรสเด็ดที่ชวนกิน
      
       เมื่อมาถึงร้าน "ฮ้อข้าวต้มปลา" จะสะดุดตากับปลาตัวโตๆ ที่แขวนโชว์อยู่หน้าร้านให้เห็นว่าที่นี่ขายปลาสดจริงๆ และเราก็ได้รับคำการันตีจากปากเจ้าของร้าน คือ เฮียฮ้อ คุณกฤช ปัญญาวิสุทธิกุล ด้วยว่าทางร้านจะเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่จริงๆ อย่างปลาก็จะซื้อมาจากสะพานปลาแบบใหม่สดทุกวัน โดยปลาที่ทางร้านนำมาขายก็มีปลากะพงขาว ปลาเต๋าเต้ย ปลากุเลาหนวดยาว ปลาเก๋า และปลาหมอทะเล
คุณกฤช (เฮียฮ้อ)โชว์การทำข้าวต้ม
       เฮียฮ้อยังบอกอีกว่านอกจากจะเลือกปลาที่ต้องสดแล้ว ยังต้องได้ขนาดตามที่ต้องการด้วย อย่างปลาเก๋าทะเล ปลากะพง ปลากุเลาหนวดยาวต้องได้น้ำหนัก20 ก.ก.ขึ้นไป ปลาหมอทะเลก็ต้องมีน้ำหนัก100ก.ก.ขึ้นไป และปลาเต๋าเต้ยต้องมีน้ำหนัก1-2ก.ก.ขึ้นไป และนอกจากปลาแล้วก็ยังมีอาหารทะเลอื่นๆ อีก อย่างกุ้งใช้กุ้งแชบ๊วยที่มีขนาด22-26ตัวต่อ 1 ก.ก. หมึกก็ใช้หมึกหอม หอยนางรมก็มาแบบสดๆ
      
       นั่นคือส่วนของพวกเครื่องทะเลต่างๆ มาถึงตัวข้าวต้มของที่นี่เขาใช้ข้าวเก่าหอมมะลิเบอร์ 1 มาหุงเป็นข้าวต้มเม็ดสวย และในส่วนของน้ำซุปก็เป็นส่วนสำคัญทางร้านจะใช้กระดูกหมู ปลา และหัวกุ้งต้มด้วยกันจนได้น้ำซุปที่หอมหวานกลมกล่อม โดยไม่มีการใส่ผงชูรสอย่างเด็ดขาด
ข้าวต้มรวมมิตร(บน)ข้าวต้มปลาเต๋าเต้ย(ล่าง)
       ถึงตรงนี้คงอยากจะรู้กันแล้วว่าที่นี่มีข้าวต้มอะไรที่ชวนกินบ้าง ขอนำเสนอชามแรกเป็น ข้าวต้มรวมมิตร(100 บาท) มาแบบร้อนๆ ในชามมีข้าวต้มเป็นเม็ดขาวเคี้ยวนุ่มปาก และมีเครื่องที่ใส่มากับข้าวต้มด้วยอย่างกระเทียมเจียว กุ้งแห้ง บ๊ะเต็ง ต้นกระเทียม ขึ้นฉ่าย ตั้งฉ่าย ข่าป่น ที่ใส่มาเพิ่มความหอมให้กับข้าวต้ม และอุดมไปด้วยซีฟู้ดหลายอย่างทั้งหมึกเคี้ยวหนึบชิ้นใหญ่ กุ้งตัวโตเนื้อแน่นหวานกรอบเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ ปลากะพงขาวเนื้อนิ่มหวานสด และซดน้ำซุปข้าวต้มร้อนๆ หวานหอมกลมกล่อม
      
       และมาต่อที่เมนู ข้าวต้มปลาเต๋าเต้ย (200 บาท) ชามนี้ถูกใจคนชอบกินปลาแน่ๆ เพราะมีเนื้อปลาเต๋าเต้ยขาวเนียนชิ้นใหญ่แบบติดหนังด้วยลวกใส่มาในข้าวต้ม กินแล้วขอยกนิ้วให้ในความอร่อยของปลาเต๋าเต้ยที่เนื้อนุ่มนิ่มเนียนลื่นลิ้น หวานสดแบบได้ใจ ไม่มีกลิ่นคาวปลาเลย และยิ่งจิ้มเนื้อปลากินกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสเด็ดของทางร้านยิ่งถูกปากเข้า ไปใหญ่
ยำรวมมิตร
       ไม่ใช่มีแต่ข้าวต้มที่ชวนกินยังมี ยำรวมมิตร (150บาท) ที่น่ากินอีก เพราะมีหมึก ปลากะพง กุ้งลวกสุกยำมากับเครื่องปรุงน้ำยำแบบจัดจ้าน และใส่กุ้งแห้ง บ๊ะเต็ง ขึ้นฉ่าย ตั้งฉ่าย ข่าป่นยำรวมมาด้วย ชิมยำรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ดจัดจ้านเข้ากับเครื่องทะเลทุกอย่างที่เนื้อหวานสด
      
       นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำอื่นๆ อาทิ ข้าวต้มปลากะพง, ปลาเก๋า, ปลากุเลา (80 บาท) ข้าวต้มหัวปลา (80 บาท) ข้าวต้มปลาหมอ,หัว, เนื้อ (100 บาท) ข้าวต้มหอยนางรม (80 บาท) ยำปลา (150บาท) ยำทุกอย่าง (200บาท) เต้าหู้ทอด(10บาท) ไว้กินกับข้าวต้ม และอีกหลากหลายเมนูข้าวต้มที่สามารถเลือกสั่งมาหม่ำได้ตามใจชอบ ขอบอกถึงความสดของเครื่องทะเลที่ไม่ผิดหวังเมื่อมาที่ร้าน "ฮ้อข้าวต้มปลา"
       

"สาคูคุณหน่อย" อร่อยนุ่ม เคี้ยวหนึบ

บรรยากาศร้านสาคูคุณหน่อย
       "ผ่านมาแวะกิน" ไม่ได้แวะเวียนมาที่"ตลาดนางเลิ้ง"เสีย นาน มาเที่ยวนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่ดูสดใส และสะอาดขึ้นมากกว่าเก่า รวมถึงยังมีร้านขายของกินมากมายขึ้นกว่าเดิมด้วย พอเห็นของกินแล้วมันช่างยั่วน้ำลายไปหมด
      
       อย่างไรก็ตามการมาตลาดนางเลิ้งครั้งนี้เรามีร้านเป้าหมายอยู่ในใจแล้ว ว่าจะมากินสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อ กันที่ร้าน "สาคูคุณหน่อย" ที่เปิดขายอยู่ในตลาดนางเลิ้งมานานกว่า 30 ปี มีพี่หน่อย ศศิวรรณ เรืองสุทธิพงศ์เป็นของร้าน โชว์การทำสาคูและข้าวเกรียบปากหม้ออยู่ที่ร้านให้เห็นกันแบบสดๆ และทำขายแบบวันต่อวัน
สาคูไส้หมู, ปลา,กุ้ง
       สาคูของที่ร้านนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่จะปั้นสาคูเป็นลูกเล็กๆ แบบตำรับชาววัง โดยใช้แป้งสาคูอย่างดี เอามาซาวน้ำให้สะอาด และนำมานวดด้วยมือจนได้แป้งสาคูที่เหนียวนุ่ม นำมาห่อกับไส้สาคูที่มีให้เลือกถึง 3 ไส้ด้วยกัน คือ ไส้กุ้ง, หมู, ปลา และนำไปนึ่งในลังถึงจนสุก แล้วพรมด้วยน้ำมันพืชที่เจียวกระเทียม
      
       มาลองชิมสาคูไส้แรกกัน เป็นสาคูไส้หมู ที่ใช้หมู แบบติดมันนิดๆเอามาหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆและนำเอาเครื่อง หอมใหญ่ ไชโป๊ น้ำตาลมากวนรวมกันแล้วมาผัดกับหมู กินสาคูไส้หมูสัมผัสได้ถึงความเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบหนับปากได้รสชาติไส้หมูที่ออกหวานนิดๆ เข้มข้นเครื่องที่ผสมแบบเข้ากันดี
ข้าวเกรียบปากหม้อไส้หมู (บน) ข้าวเกรียบปากหม้อไส้ผักรวมและไส้กุ้ยช่าย (ล่าง)
       อีกไส้เป็น ไส้กุ้ง เป็นกุ้งสดผัดรวมกับมะพร้าว และเครื่องกระเทียม รากผักชี พริกไทย สาคูไส้กุ้งเม็ดเล็กเคี้ยวนุ่ม ได้รสชาติหวานเนื้อกุ้ง หอมมันมะพร้าว และออกเผ็ดนิดๆ จากพริกไทย สุดท้ายคือ ไส้ปลา ทางร้านใช้เนื้อปลาสำลีหรือปลาตาเดียวมาทำ เอาไปนึ่งและนำมายี แล้วกวนกับหอมใหญ่ ไชโป๊ น้ำตาล กินสาคูไส้ปลาเคี้ยวแป้งนุ่มนิ่ม ออกรสหวานเนื้อปลาที่กลมกล่อมเข้าถึงเครื่อง สาคูของที่นี่จะมีผักกาดหอมสดๆ มาให้ห่อกินเคียงกัน ราคาขายอยู่ที่กล่องละ 25 บาท มี 20 เม็ด หรือ 100 เม็ด ราคา 120 บาท
       

       สำหรับข้าวเกรียบปากหม้อของที่ร้านนี้มีทั้งไส้หมู, กุ้ง, ปลา(แบบเดียวกับสาคู) และไส้กุยช่าย ที่ใช้กุยช่ายล้วนๆ ผัดปรุงรสไว้แล้ว และไส้ผักรวมที่มีกะหล่ำปลี แครอท เห็ดหอม กุยช่าย ผัดปรุงรสรวมกัน ส่วนแป้งของข้าวเกรียบปากหม้อทางร้านทำแป้งเองโดยใช้แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้าผสมกัน แล้วนำมาละเลงบนหม้อ ใส่ไส้ที่ต้องการลงไป ซึ่งข้าวเกรียบปากหม้อของที่นี่รสอร่อยไม่แพ้สาคู แป้งนั้นบางนุ่มกินเข้ากับไส้ทุกอย่างได้รสดี ซึ่งไส้กุ้ยช่ายและผักรวมจะมีน้ำจิ้มซีอิ้วให้ราดเพิ่มรสชาติด้วย
พี่หน่อยโชว์การทำข้าวเกรียบปากหม้อ
       นอกจากนี้ยังมี ข้าวตังเมี่ยงลาว (25 บาท) และข้าวตังหน้าตั้ง (25 บาท) ที่ทางร้านทำเองเช่นกันไว้ให้ลองซื้อไปกิน เอาเป็นว่าถ้าใครมีโอกาสมาที่ตลาดนางเลิ้ง ก็ลองแวะมาชิมสาคูและข้าวเกรียบปากหม้ออร่อยๆ กันได้ที่ร้าน"สาคูคุณหน่อย"