ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“ไก่ย่างบางพลัด” อร่อยแซบมัดใจ

บรรยากาศร้านไก่ย่างบางพลัด
       จู่ๆ “ผ่านมาแวะกิน” ก็นึกอยากลิ้มรสอาหารแซบๆ อย่างส้มตำ-ไก่ย่างขึ้นมา เลยตามกลิ่นหอมๆ ของไก่ย่างไปถึงย่านบางพลัด ตามหาร้าน “ไก่ย่างบางพลัด” ที่ตั้งอยู่ในซอยจรัญฯ 79 เพราะมีเพื่อนนักกินด้วยกันแนะนำมาว่าที่นี่มีอาหารอีสานรสแซบที่ชวนกิน
      
       เมื่อไปถึงหน้าร้านเห็นไก่ที่กำลังย่างอยู่บนเตา หน้าตาน่ากินเลยสั่งมาลองลิ้ม พร้อมกับอีกหลายเมนูขึ้นชื่อของร้าน ระหว่างรอนั้น “ผ่านมาแวะกิน” ก็ได้คุยกับเจ้าของร้าน คุณปราณี วังสุวรรณ ได้ความว่า ตั้งร้านมาสามสิบกว่าปีแล้ว อาหารส่วนใหญ่ของร้านจะเป็นอาหารอีสานประยุกต์ แต่ก็มีอาหารไทยทั่วไปด้วย จุดเด่นที่มัดใจนักชิมกันมานานก็คือ อาหารอร่อย ราคาไม่แพง และด้วยการที่คุณปราณีทำอาหารเอง จึงรับรองได้เรื่องของคุณภาพ
ไก่ย่าง
       นั่งรอสักพัก ไก่ย่าง (ตัวละ 120 บาท) ก็มาถึง ดูจากหน้าตาและกลิ่นหอมที่ลอยมาเตะจมูกแล้ว ก็น่าจะอร่อยมาก พอได้กินแล้ว บอกได้คำเดียวว่า อร่อยมากๆๆๆ เนื้อไก่เหนียวนุ่ม รสชาติกลมกล่อม กินคู่กับน้ำจิ้มหวาน หรือน้ำจิ้มแจ่วที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ยิ่งอร่อยล้ำเข้าไปใหญ่
ส้มตำไข่เค็ม
       มีไก่ย่างแล้ว ไม่มีส้มตำก็คงไม่ครบเครื่อง จานต่อไปคือ ส้มตำไข่เค็ม (30 บาท) ทางร้านเลือกมะละกอราชบุรี ที่กรอบอร่อย พร้อมกับไข่เค็มคุณภาพ นำมาตำรวมกัน ปรุงรสจัดจ้าน แต่ไม่เผ็ดเกินไปนัก กินเข้าไปคำแรก ต้องขอบอกว่า เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด และมันไข่เค็มครบรสจริงๆ
ยำปลาดุกฟู
       ที่ร้านนี้ยังมีอาหารจำพวกยำๆ ที่ขึ้นชื่ออีกด้วย คือ ยำปลาดุกฟู (50 บาท) พอลองชิมดูก็ติดใจเลยทันที เพราะตัวปลาดุกฟูนั้นกรอบมาก ไม่อมน้ำมัน น้ำยำออกสามรส ถึงจะคลุกน้ำยำลงไปแล้ว ความกรอบก็ไม่ลดลง ปลาดุกฟูของที่นี่ไม่มีการผสมแป้งเลย เวลาทอดใช้ไฟแรงแล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน คุณปราณีกระซิบบอกว่า ถ้าซื้อไปแล้วนำปลาดุกฟูไปเก็บในตู้เย็น จะยิ่งกรอบมากขึ้นไปอีก
ปลาช่อนโบราณ
       ปิดท้ายกันที่เมนูสุขภาพจานนี้ ปลาช่อนโบราณ (ราคาตามน้ำหนัก) ทางร้านใช้ปลาช่อนนาทั้งตัวนำไปทอดให้กรอบนอกนุ่มใน ส่วนน้ำยำ ใช้ตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอย หอมแดงซอย กระเทียมซอย ปรุงน้ำยำสามรส ราดมาบนตัวปลา กินแล้วถูกปากอย่าบอกใคร น้ำยำรสชาติกลมกล่อม เข้ากับเนื้อปลาที่กรอบนอกนุ่มใน
       นี่เป็นแค่เพียงเมนูจานเด็ดบางส่วน แต่ยังมีรายการอื่นๆ ที่น่ากินอีก อาทิ หมูร้องไห้ (50 บาท) ลาบปลา (40 บาท) แหนมกระดูกอ่อนหมู (50 บาท) ต้มแซบกระดูกอ่อนหมู (50 บาท) ยำคะน้ากุ้งสด (70 บาท) ฯลฯ และยังมีของหวานด้วยเป็น ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน (ถ้วยละ 10 บาท / กิโลกรัมละ 90 บาท) และวุ้นมะพร้าวอ่อน (ถาดละ 30 บาท) รสหวานมัน และหอมอร่อย ที่ทางร้านทำเองเช่นกัน
      
       หากว่ามิตรรักนักกินท่านไหนเกิดนึกอยากกินไก่ย่างอร่อยๆ หรืออาหารรสแซบ ก็ลองแวะมาอิ่มอร่อยที่ร้าน “ไก่ย่างบางพลัด” ซอยจรัญฯ 79 แห่งนี้ ขอบอกว่าต้องถูกปาก และถูกใจกันอย่างแน่นอน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ไก่ย่างบางพลัด” ตั้งอยู่ในซอยจรัญฯ 79 (บางพลัด) ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงและเขตบางพลัด กทม. การเดินทางถ้ามาจากสะพานซังฮี้พอถึงสี่แยกบางพลัดเลี้ยวขวา วิ่งตรงมาเข้าซอยจรัญฯ 79 จากปากซอยเข้าไปประมาณ 600 ม. ร้านอยู่ทางขวามือ สามารถจอดรถได้ในซอยตรงข้าม เปิดทุกวัน เวลา 08.00-19.00 น. มีบริการส่งอาหารถึงที่ (คิดค่าบริการตามระยะทาง) และรับออกงานนอกสถานที่ โทร. 0-2435-3632

‘Estate Cafe’ หอมหวนชวนจิบ กาแฟอิตาเลียน

บรรยากาศร้านเล็กๆ น่านั่ง ใน ‘Estate Cafe’
       สำหรับคอกาแฟทั้งหลาย การได้จิบกาแฟเบาๆที่หอมกรุ่น พร้อมรสชาติอันละเมียดละไมสักแก้ว นอกจากจะทำให้หายจากการง่วงเพลียแล้ว ยังทำให้อารมณ์แจ่มใส พร้อมรับการทำงานในวันใหม่ ได้อย่างกระปรี้กระเปร่า
      
       เพราะอยากเอาใจคอกาแฟ "ผ่านมาแวะกิน" จึงพามาที่ร้าน "Estate Cafe " ย่านสี่เสาร์เทเวศร์ ร้านเล็กๆ แต่รสกาแฟไม่เป็นรองที่ใด เพราะที่ร้านนี้เขาใช้กาแฟสัญชาติอิตาเลียนแท้ยี่ห้อ Lavazza ที่โด่งดังในต่างประเทศ แต่หากินได้ยากในเมืองไทยมาให้ดื่มด่ำรสกาแฟกัน
Lavazza Cappuccino
       โดยทางร้านดัดแปลงชั้นล่างของสำนักงานแนวอสังหาริมทรัพย์ มาเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟ เพื่อเป็นมุมพบปะสังสรรค์ มีอาหารแนวฟิวชั่นประยุกต์ระหว่างไทย-อิตาเลียน พร้อมเสิร์ฟ สำหรับผู้ที่ต้องการมากกว่ากาแฟ ยิ่งการตกแต่งร้านก็เพิ่มความน่านั่งมากยิ่งขึ้น ด้วยการแต่งร้านโทนสีอบอุ่น อย่างสีส้มและขาว ประดับผนังด้วยรูปภาพแนวร่วมสมัยและวอลเปเปอร์ ที่เป็นงานด้านการออกแบบบ้านของเจ้าของร้าน
      
       มานั่งร้านกาแฟ จะกินอาหารก่อนการจิบกาแฟ ก็ดูจะผิดธรรมเนียมไปสักหน่อย “ผ่านมาแวะกิน” เลยขอนั่งจิบ Lavazza Cappuccino (ร้อน 55 บาท/เย็น 65 บาท) กาแฟที่นิยมดื่มพร้อมกับอาหารเช้า ที่ชงด้วยเมล็ดกาแฟสดสูตรเฉพาะแบบยี่ห้อ Lavazza หอมกลุ่นมาแต่ไกล โดดเด่นด้วยส่วนผสมที่จะขาดเสียมิได้อย่างฟองนม ที่ฟูขาวเนียนละเอียด แถมท้ายด้วยการโรยหน้าด้วยอบเชยเพิ่มรสชาติและความหอม ช่างเป็นถ้วยที่กลมกล่อมละมุนลิ้นยิ่งนัก
สลัดทูน่า
       จิบกาแฟแล้วก็เริ่มกันด้วยเมนูเบาๆ อย่าง สลัดทูน่า (60 บาท) ที่เสิร์ฟมาในจานใบโต มีเนื้อทูน่าชั้นดีกับผักสดนานาชนิดทั้งมะเขือเทศ กะหล่ำปลีสีม่วง ราดทับด้วยน้ำสลัดสูตรลับสีเหลืองนวล รสชาติหวานๆของผักสด กับทูน่าช่างเข้ากันได้ดีกับรสเปรี้ยวนิดๆของน้ำสลัด
      
       เพิ่มระดับความแรงต่อด้วย สปาเก็ตตี้หมูสับ (55 บาท) เส้นสปาเก็ตตี้อิตาเลียนลวกจนเหนียวนุ่ม ถูกราดมาในจานด้วยเนื้อมะเขือเทศสับละเอียด ที่ปรุงรสคลุกเคล้ารวมกับหมูสับละเอียด รสชาติเปรี้ยวหวานหอมหวนชวนกินยิ่งนัก
สปาเก็ตตี้หมูสับ
       ปิดท้ายกันด้วยเมนูข้าวอย่าง ข้าวหมูอบ (60 บาท) ข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับเนื้อหมูหมักแล้วอบจนนุ่มหอมหวาน ราดด้วยน้ำเกรวี่สีใสสูตรพิเศษ ทั้งยังมีเครื่องเคียงอย่างสลัดผัดพ่วงมาในจาน พร้อมกับน้ำซุปร้อนๆ เป็นอีกหนึ่งจานที่รสกลมกล่อมไม่แพ้ใคร
ข้าวหมูอบ
       ยังมีทั้งเมนูอาหารและกาแฟ ‘Estate Cafe’ เตรียมไว้เพื่อนักกินทั้ง แซนวิชทูน่า ( 40บาท), แซนวิชแฮมชีส (50บาท),ข้าวพะแนงหมู (50 บาท) และ เมนูกาแฟก็ยังมีอีกเพียบทั้ง Lavazza Espresso (45 บาท), Lavazza Amenicano (50บาท), Lavazza Mocca (ร้อน 65 บาท/เย็น 75 บาท) จะกินข้าวหรือจิบกาแฟเบาๆ ก็ได้ทั้งนั้นที่‘Estate Cafe’
อีกหนึ่งมุมสบายในร้าน

“จ่วนเฮี้ยง” มื้อเช้ารสวิเศษ ที่เด็ดติ่มซำ-กะหรี่ไหมฝัน

จ่วนเฮี้ยง ร้านมื้อเช้าชื่อดังของภูเก็ต
       “ภูเก็ต” ไข่มุกแห่งอันดามัน
      
       เอ่ยชื่อนี้ แน่นอนว่าภาพความเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่โด่งดังไปทั่วโลกย่อมปรากฏเด่นหราขึ้นในใจของใครหลายๆคน
      
       ในขณะที่ภาพความเป็นเมืองวัฒนธรรมนั้นหลายคนอาจไม่ค่อยนึกถึง ทั้งๆที่ภูเก็ตเป็นหนึ่งในเมืองที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชัดเจนเมืองหนึ่ง เลยทีเดียว
ยามเช้าเนืองแน่นที่ร้านจ่วนเฮี้ยง
       สำหรับ“ผ่านมาแวะกิน” หากพูดถึงความเป็นเมืองทางวัฒนธรรมของภูเก็ต คนชอบกินอย่างเราย่อมต้องเทใจให้กับวัฒนธรรมการกินที่เมืองนี้มีวัฒนธรรมการ กินโดดเด่นไม่น้อยหน้าใคร อีกทั้งยังมีอาหารพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์มากมาย
      
       และนั่นทำให้การล่องใต้ลงไปเยือนภูเก็ตหนล่าสุด เราจึงไหว้วานเพื่อนชาวภูเก็ตผู้มีรสนิยมด้านอาหารพื้นเมือง พาไปเสาะแสวงหาของอร่อยๆกินตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่ดูเหมือนว่าอาหาร“มื้อเช้า”จะ ทำให้“ผ่านมาแวะกิน”เกิดอาการรักพี่เสียดายน้องมากที่สุด เพราะในภูเก็ตมีร้านมื้อเช้าอร่อยๆให้เลือกกินกันเพียบ แต่สุดท้ายพวกเราก็ตกลงปลงใจพาท้องไปฝากกันที่ ร้าน”จ่วนเฮี้ยง” ย่านใจกลางเมือง
หลากหลายติ่มซำรสอร่อย
       เหตุที่ตัดสินใจเลือกร้านนี้เป็นพิเศษ ก็เพราะร้านจ่วนเฮี้ยงเป็นร้านติ่มซำเก่าแก่เปิดขายมาร่วม 100 ปี ปัจจุบันถือเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ซึ่งถ้าไม่เจ๋งจริงคงไม่ยืนยงคงกระพันและมีคนกิน(ช่วงเช้า)เนืองแน่นมาจนถึง ทุกวันนี้
      
       สำหรับติ่มซำที่นี่เป็นสูตรจีนกวางตุ้งที่ทำสืบทอดกันมาแต่ดั้งเดิม คัดสรรแต่วัตถุดิบสดใหม่มาทำ เมื่อเราเข้ามานั่งในร้านทางร้านจะเสิร์ฟติ่มซำมากมายมาขึ้นโต๊ะ กรุณาอย่าตกใจว่าจะต้องกินให้หมดหรือทางร้านเขาจะคิดเงินทั้งหมด เพราะมื้อนี้ใครชอบเมนูไหนก็กินเมนูนั้น ส่วนที่เหลือทางร้านเขาจะเก็บคืนโดยคิดเงินเฉพาะเมนูที่กินเท่านั้น
ของทอดร้อนๆสดๆใหม่ๆ
       โดยเมนู(ติ่มซำ)ที่ไม่น่าพลาดก็มี ขนมจีบหมู(8 บาท) ที่ใช้หมูบดเองเนื้อแน่นอร่อยไร้คาว ลูกชิ้นปลา-ปลาเต้าหู้(10 บาท) เนื้อปลานึ่ง (20 บาท)กับเนื้อปลาแน่นหวานไร้คาว กระดูกหมู (20 บาท)ทางร้านตุ๋นมารสกลมกล่อมเนื้อนุ่ม ส่วนเมนู(ติ่มซำ)อื่นๆชวนกิน มี ฮะเก๋า สาหร่าย หมูทอด เผือกทอด ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซาลาเปา (8 บาท) ปลาทอด (10 บาท) ขนมจีบปู-กุ้ง(14 บาท) ตีนไก่(10 บาท)
กระหรี่ไหมฝัน มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์
       ทั้งหมดนี้หากใครอยากเพิ่มรสชาติก็ให้กินกับกับซอสตี่เจี่ยวรสออก หวานนิดๆ หรือจะจิ้มกับซอสเผ็ดสูตรเฉพาะของทางร้านก็ได้รสชาติไปอีกแบบ
      
       นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูพิเศษเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์คือ กะหรี่ไหมฝัน(30 บาท)เป็นเส้นหมี่ขาว(แห้ง)ราดหน้าด้วยแกงกะหรี่ขลุกคลิกถึงรสถึงเครื่อง ในขณะที่เมนูชวนกินอื่นๆก็มี บ๊ะจ่าง กระเพาะปลา ข้าวต้มปลา หมี่สั่ว หอยจ๊อ หมั่นโถว+น้ำแดง ซึ่งใครที่ไปภูเก็ตหากอยากลองลิ้มมื้อเช้ารสวิเศษ จ่วนเฮี้ยงคือหนึ่งในร้านที่ไม่น่าพลาดเป็นอย่างยิ่ง
       *****************************************
      
       ร้านจ่วนเฮี้ยง ตั้งอยู่ เลขที่ 11 ถ.ชนะเจริญ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เปิดบริการทุกวัน(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 6.00 – 11.00 น. สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-7621-6271

ร้าน"ทำนา"...รสทำติดใจ

บรรยากาศภายในร้าน “ทำนา”
       เข้าสู่ช่วง "เทศกาลกินเจ" (18-26 ต.ค.52) กันแล้ว ดูแล้วช่างคึกคักไม่เบา ที่บรรดาเหล่านักกินที่มีใจบุญใจกุศลทั้งหลาย ต่างพากันละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ต่างๆ แล้วหันมาบริโภคพวกพืช ผัก และธัญญาหารอื่นๆ กันแทน เพื่อเป็นการสร้างบุญให้กับตัวเอง
      
       "ผ่านมาแวะกิน" เห็นดีเห็นงามด้วยกับ "เทศกาลกินเจ" นี้ ดังนั้นในมื้อนี้จึงขอชวนเหล่านักกินไปกินอาหารเจและอาหารมังสวิรัติกัน โดยขอพามาที่ร้านอาหารเล็กๆ ที่มีชื่อน่ารักๆ ว่า "ทำนา" ซึ่งปกติจะขายอาหารมังสวิรัติอยู่แล้ว แต่ในช่วงเทศกาลกินเจอย่างนี้ ทางร้านก็ได้ปรับเปลี่ยนเมนูบางอย่างให้กลายเป็นอาหารเจ และเป็นอาหารเจที่เน้นเรื่องสุขภาพ และไม่นิยมใช้วัตถุดิบที่เป็นอาหารดัดแปลง แต่จะคัดสรรวัตถุดิบที่ดีอย่างพวกผักเกษตรอินทรีย์มาปรุงเป็นอาหารที่ชวนกิน มากมาย
ข้าวทำนา
       อย่างเมนูเด่นๆ ที่เราได้ลิ้มลองและโดนใจปากจนขอนำมาเสนอกันก็มี ข้าวทำนา (95 บาท) เมนูนี้เป็นเจ มีข้าวกล้องอินทรีย์หุงมาสีสวยชวนหม่ำ กินคู่กับมะเขือยาวทอดที่ราดด้วยซีอิ้ว โรยหน้าด้วยขิง งา และสาหร่ายทะเล และยังมีขาเห็ดหอมปรุงรสมาให้กินแนมด้วย กินข้าวเม็ดร่วนนุ่มไม่แข็ง กินเข้ากันดีกับมะเขือยาวเนื้อนิ่มหวาน แกล้มด้วยขาเห็ดหอมรสดี
      
       เมนูต่อมาเป็นอาหารจานเส้นที่มีชื่อว่า สปาเก็ตตี้กับแกงขี้เหล็กและเห็ดเค็มฝอย (95 บาท) เป็นแกงขี้เหล็กที่ไม่ใช้ใช้น้ำกะทิ แต่ใช้น้ำอาร์ซี แทน แล้วปรุงกับเครื่องแกงและข้าวที่ป่นละเอียดเพื่อทำให้น้ำแกงข้น ใส่ใบขี้เหล็ก ใส่ขาเห็ดหอมย่าง ลิ้มรสชาติแกงขี้เหล็กเข้มข้นออกขมนิดๆ แต่ก็กินแกล้มด้วยเห็ดนางฟ้าฉีกฝอยที่ปรุงรสทอดมาแบบหวานๆ เค็มๆ และกินแกงคู่กับเส้นสปาเก็ตตี้อิ่มท้องไม่ใช่เล่น
สปาเก็ตตี้กับแกงขี้เหล็กและเห็ดเค็มฝอย
       อีกหนึ่งเมนูที่ได้กินถึงแม้จะไม่ใช่อาหารเจ (เพราะมีส่วนผสมของนม) แต่เป็นอาหารมังสวิรัติที่ชวนกินไม่เบา มีชื่อว่า บอลเห็ดฟาง (95 บาท) เป็นมันฝรั่งบดผสมกับเห็ดฟางปรุงรสและชุบเกล็ดขนมปังทอด ราดซอสมัสตาร์ดโยเกิร์ต โรยหน้าด้วยปาปริก้าและงา เสิร์ฟมาพร้อมกับสลัด กินแล้วเคี้ยวนุ่มได้รสชาติมันฝรั่งบวกรสชาติซอสที่อมเปรี้ยวนิดๆ
บอลเห็ดฟาง
       และนอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูเจอื่นๆ ที่น่ากินอีก อาทิ สลัดผักย่าง+น้ำ+ขนม (99 บาท) ก๋วยเตี๋ยวกรอบสอดไส้เห็ด 3 อย่าง (95 บาท) ส้มตำกับข้าวห่อสาหร่ายและเห็ดเค็มฝอย (เป็นมังสวิรัติแต่สั่งเป็นเจได้ 100 บาท) พาสต้าซอสมะเขือเทศ (110 บาท) และอีกหลายเมนูเจ และเมนูมังสวิรัติที่ทางร้าน "ทำนา" เชิญชวนให้ลิ้มลอง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "ทำนา" ตั้งอยู่ที่ 175 ถ.สามเสน (ระหว่างซอย 3 และซอย 5) พระนคร กทม. การเดินทาง จากแยกบางลำพู วิ่งตรงมาที่ถ.สามเสน ตรงมาจนถึงสามเสนซอย 3 แล้วขับตรงมาอีกนิดจะเจอร้านทำนา ตั้งอยู่ริมถนนทางซ้ายมือ จุดสังเกตอยู่เยื้องกับปั๊มปตท. จอดรถได้ที่วัดสามพระยา ร้านเปิดจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 11.00-21.00 น. ทางร้านรับจัดงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 0-2282-4979, 08-9810-1451

"นนท์ เบเกอรี่" หอมนุ่ม ใหม่กรุ่นจากเตา

บรรยากาศภายในร้านนนท์ เบเกอรี่
       "ผ่านมาแวะกิน" มีโอกาสใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา เป็นพาหนะในการเดินทางไปทำธุระที่จ.นนทบุรี โดยนั่งเรือมาลงที่ท่าน้ำนนท์ หลังจากทำธุระเสร็จเลยถือโอกาสเดินเล่นท่าน้ำนนท์สักหน่อย เพราะได้ยินมาว่าแถวท่าน้ำนนท์มีของกินอร่อยๆ ให้เลือกกินมากมาย
      
       แล้วก็มีอยู่ร้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ถ้ามาที่ท่าน้ำนนท์แล้วไม่แวะร้านนี้เห็นทีจะไม่ได้ ร้านที่ว่านี้คือ "นนท์ เบเกอรี่" ซึ่งจะมีคนมุงอยู่หน้าร้านและอยู่ภายในร้านเต็มไปหมด ผู้คนส่วนใหญ่ต่างรู้กันดีว่าที่ร้านนี้มีเบเกอรี่อร่อย และราคาย่อมเยาจำหน่ายให้คนที่ชื่นชอบเบเกอรี่ซื้อไปกินกัน
คุณเบียร์ ชวมชิมเอแคลร์
       เราเดินตามกลิ่นหอมๆ ของขนมปังมาที่ร้านและก็ได้เห็นว่ามีขนมปัง เค้ก คุกกี้ และอื่นๆ อีกมากมายขายอยู่ภายในร้านให้ลูกค้าเลือกเดินหยิบได้ตามใจชอบ หรือจะสั่งกับคนขายในร้านก็ได้ เบเกอรี่ของที่นี่มีมากมายจนตาลายเลือกไม่ถูก
      
       พอดีเราได้เจอกับเจ้าของร้านคุณผกา กาศยปนันทน์ จึงได้เข้าไปพูดคุยถึงที่มาที่ไปมาของร้านนี้ ได้ความมาว่าเปิดขายเบเกอรี่มานานแล้วกว่า 30 ปี ทุกวันนี้มีลูกๆ คือคุณลลิตา และคุณสมพบ กาศยปนันทน์ เป็นผู้ดูแลต่อและคิดค้นเบเกอรี่ใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งจะทำแบบสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน และเลือกใช้แต่ของที่ดี มีคุณภาพ มาทำเป็นเบเกอรี่ที่หลากหลาย มีทั้งขนมปัง พาย เดนิช และเค้ก รวมแล้วก็เป็นร้อยๆ อย่าง
      
       คุณสมพบได้แนะนำเบเกอรี่ตัวเด่นที่ขายดี ให้เราได้ลิ้มลอง เริ่มจากเอแคลร์ (2 บาท) เป็นตัวขายดีเก่าแก่คู่ร้าน มีไส้เดียวคือไส้ครีม ตัวเอแครล์นุ่มเข้าคู่กับไส้ครีมที่เหมือนคัสตาร์ดหอมหวานนมเนย
โกโก้นมสด (บน) เดนิชหมูสับไข่เค็ม (ล่าง)
       อีกตัวเป็น โกโก้นมสด (20 บาท) ตัวขนมปังเป็นแป้งที่ผสมนมสด และโกโก้ สอดไส้ช็อคโกแลตชิพ โรยหน้าด้วยอัลมอนด์ ขนมปังเนื้อนุ่มนิ่มได้รสชาติโกโก้บวกช็อคโกแลตชิพที่หวานหอม
      
       เดนิชหมูสับไข่เค็ม (10 บาท) เป็นแป้งขนมปังที่ใส่เนยสดอยู่ตรงกลาง แล้วสอดไส้ด้วยไส้กรอกหมู หมูสับ และไข่แดง กินแล้วถูกปากขนมปังนุ่มผสานกับรสชาติไส้ได้อย่างลงตัว
เค้กมะพร้าว (บน) เยลลี่ชีสเค้ก (ล่าง)
       ที่นี้มากินเค้กกันบ้าง มีเค้กมะพร้าว (10 บาท) เป็รเค้กเนื้อชิฟฟอน บัตเตอร์ครีม โรยหน้าด้วยมะพร้าว ชิมเนื้อเค้กนุ่มเบาเนียนนุ่มเข้ากับมะพร้าวหอมๆ และเค้กอีกตัว คือ เยลลี่ชีสเค้ก (50 บาท) เป็นชชีสเค้กที่ด้านบนเป็นเยลลี่ใส่ลูกตาลและสตรอเบอร์รี่ กินแล้วเนียนนุ่มมาก เยลลี่เนื้อเด้ง
      
       นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น เพราะภายในร้านยังมีเบเกอรี่อื่นๆ ที่น่าลองลิ้มอีกเพียบ อาทิ ปูอัดมากิ (15 บาท) เบเกอร์หมูทอด (25 บาท) พายไก่ (6 บาท) เค้กฟักทอง (6 บาท) พิซซ่า (10 บาท) ขนมปังไส้เผือกแปะก๊วย (20 บาท) ขนมปังบลูเบอร์รี่ไส้ลูกพรุน (20 บาท) เค้กนมเย็น (30 บาท) และอีกสารพัดเบเกอรี่ที่ทำแบบสดใหม่ หอมกรุ่นน่ากินทั้งนั้นเลย เพียงแค่แวะมาที่ร้าน "นนท์ เบเกอรี่" ก็จะได้ลิ้มรสชาติกัน
       

"ก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพร" รสโดนใจ ได้สุขภาพ

บรรยากาศร้านก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพร
       ช่วงนี้ฟ้าฝนยังโปรยปรายตกลงมาไม่ขาดสาย พาให้หลายๆ คนเจ็บไข้ป่วยไข้กันเป็นแถว เพราะเนื่องจากโดนพิษฝนเล่นงาน "ผ่านมาแวะกิน" เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของแฟนๆ นักกินทั้งหลายเสียจริงเชียว มื้อนี้เราเลยจะชวนไปหาของกินที่กินแล้วดีต่อสุขภาพ อย่างก๋วยเตี๋ยวสมุนไพร โดยขอพามาที่ร้าน "ก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพร" ของคุณเจี๊ยบ อภิญญา พันธุ์ภักดี ซึ่งเธอเป็นแฟนพันธมิตรตัวยง ขนาดที่ว่าหากมาถึงร้านจะเห็นรถก๋วยเตี๋ยวที่มีสมุนไพรวางอยู่เต็มตู้ แล้วก็ยังมือตบห้อยอยู่เต็มรถเลย
คุณเจี๊ยบชวนกินก๋วยเตี๋ยว
       เราได้พูดคุยกับคุณเจี๊ยบ เธอบอกถึงที่ไปที่มาของร้านก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพรร้านนี้ว่า เปิดขายมานานกว่า 5 ปี มีเธอเป็นผู้ที่คิดค้นสูตรก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพรขึ้นมาเอง โดยได้นำเอาสมุนไพรต่างๆ ที่มีประโยชน์มาเป็นส่วนผสมหลักในการทำก๋วยเตี๋ยว ซึ่งจะเลือกใช้ทั้งสมุนไพรไทยและสมุนไพรจีนแห้งกว่า 20 ชนิด อาทิ ใบกระวาน ลูกกระวาน ชะลูด อบเชย ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ เก๋ากี้ หล่อฮังก้วย และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงมีสมุนไพรสดอย่าง หัวหอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใส่มาด้วย
      
       การทำก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพรของที่ร้านนี้คือ จะนำเอาสมุนไพรไทย-จีน ทั้งหมด มาต้มกับน้ำซุปกระดูกหมู ซึ่งใช้กระดูกหมูเยอะมากๆ ต้มตุ๋นรวมกันอยู่นานกว่า 6 ชั่วโมง จนได้น้ำซุปสมุนไพรที่หอมหวนชวนกินเอามากๆ
เส้นเล็กแห้ง
       สำหรับก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพรของที่นี่นั้น จะมีเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เลือกอยู่หลายอย่าง มีเส้นเล็ก เส้นหมี่ เส้นใหญ่ และบะหมี่ ส่วนเครื่องเคราของก๋วยเตี๋ยวก็มีหลายอย่างที่ทางร้านทำเองทั้งสิ้น ถ้าสั่งก๋วยเตี๋ยวมาหนึ่งชามในชามจะเต็มไปด้วยเครื่องหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคั่วตับหมู ที่ตุ๋นจนเคี้ยวนุ่ม หมูสด ที่เลือกใช้ส่วนสะโพกหั่นสไลด์เป็นชิ้นแล้วหมักกับซอสลวกสุก เนื้อหมูนั้นนิ่มนุ่มมาก มีลูกชิ้นหมู ที่ใช้เนื้อหมูส่วนสะโพกทำเช่นกัน และปั้นด้วยมือต้มสุก เคี้ยวแล้วนุ่มแน่นเด้งปาก โดยไม่พึ่งสารบอแรกซ์ และยังมีหมูเด้ง ที่มาแบบชิ้นใหญ่ไม่ใช่เล่น เป็นเนื้อหมูส่วนสะโพกที่นำมาบดผสมกับเครื่องปรุงต่างๆ แล้วตีให้เหนียว ใส่น้ำแข็งให้ขึ้นฟู และทำให้เป็นชิ้นแบนใหญ่ๆ ใส่ลงไปในน้ำซุปสมุนไพรจนหมูสุก เนื้อหมูเคี้ยวเด้งหนึบหนับปาก
เส้นหมี่น้ำ
       เรียกว่าหากมากินก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพรที่นี่ จะเลือกสั่งน้ำก็อร่อยมากๆ เพราะจะได้ซดน้ำซุปสมุนไพรร้อนๆ รสหวานกลมกล่อม กรุ่นกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ไหลลื่นลงคอชุ่มชื่นดีต่อสุขภาพ หรือจะสั่งแบบแห้งก็ได้ซึ่งทางร้านจะใส่ซีอิ้วดำมาด้วย แต่ถ้าใครไม่ชอบกินเส้นจะสั่งเกาเหลาก็เข้าที และสนนราคาก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพรของที่นี่ขายอยู่ที่ชามละ 30 บาท พิเศษ 40 บาท เกาเหลา 40 บาท เรียกว่าได้อิ่มท้องแล้วดีต่อสุขภาพ หากได้ลองมาแวะกินที่ร้าน "ก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพร"
       

เกาเหลา
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "ก๋วยเตี๋ยวหมูสมุนไพร" ตั้งอยู่ที่ 115 ตรอกนาวา (หลังโบสถ์พราหมณ์) ถ.ตะนาว เสาชิงช้า กทม. การเดินทางจากสี่แยกคอกวัว วิ่งตรงมาที่ถ. ตะนาว มาจนถึงศาลเจ้าพ่อเสือ ตรงมาอีกนิดจะเจอธนาคารกรุงเทพฯ แล้วเห็นซอยข้างธนาคารกรุงเทพฯ ตรงเข้ามาประมาณกลางซอย จะเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวหมูฯ อยู่ทางขวามือ เปิดทุกวัน เวลา08.00-16.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 08-3138-1386