ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"ขนมแม่อุดม" คงรสชาติขนมไทยโบราณ

ร้านขนมแม่อุดมขายขนมไทยหลากหลาย
       เดือนสิงหาคมนี้ ถือว่าเป็นเดือนแห่งความรักอีกเดือนหนึ่งก็ได้ เพราะในเดือนนี้มีวันสำคัญอย่าง "วันแม่แห่งชาติ" (12 ส.ค.) ที่ลูกๆ ทั้งหลายต่างจะมอบความรักและความกตัญญูต่อคุณแม่อันเป็นที่รักกัน
      
       สำหรับ "ผ่านมาแวะกิน" แล้วนั้นก็ได้มอบความรักและความกตัญญูรู้คุณต่อคุณแม่อันเป็นที่รักทุกวัน อยู่แล้ว แต่เมื่อวันแม่มาถึงก็อาจจะมีของขวัญชิ้นพิเศษมอบให้คุณแม่สักหน่อย ซึ่งในครั้งนี้เราอยากจะมอบของขวัญให้คุณแม่เป็นของกินอย่างขนมไทยๆ แสนอร่อย
ข้าวเหนียวแก้ว, ข้าวเหนียวแดง
       โดยจะพาไปที่ร้าน "ขนมแม่อุดม" เป็นร้านขายขนมไทยโบราณ ร้านเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯก็ว่าได้ เพราะเปิดขายมานานกว่า 53 ปี มีคุณอุดม ปัทมสูต เป็นเจ้าของร้านและผู้ลงมือทำขนมไทยอันหลากหลายที่มีขายอยู่ที่ร้าน
      
       ขนมไทยที่ชวนกินของที่นี่มีมากมากหลายหลากแบบเลือกกินไม่ถูกเลย แต่ถ้าถามถึงขนมไทยเด่นๆ ก็ต้องไม่พลาดขนมเหล่านี้ เริ่มจากข้าวเหนียวแก้ว (ถุงละ 20 บาท ครึ่งกก. 60 บาท) ข้าวเหนียวสีเขียวสดใสดูชวนกิน เป็นข้าวเหนียวที่นำไปมูน ใส่มะพร้าว น้ำตาล และใบเตยแล้วกวนกับกะทิ กวนจนข้าวเหนียวเหนียวได้ที่แต่ไม่แฉะ ลิ้มรสข้าวเหนียวแก้วเคี้ยวนุ่มปาก ตัวข้าวเหนียวไม่นิ่มมาก ออกหวานหอมมัน
ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, เม็ดขนุน
       อีกหนึ่งข้าวเหนียวที่ชวนกินคือ ข้าวเหนียวแดง (ถุงละ 5 บาท) เป็นข้าวเหนียวขาวที่นำมาแช่น้ำและผึ่งอีก 1 ชม. ก่อนนำมาเคี่ยวกับกะทิ น้ำตาล แบะแซ น้ำตาลปี๊บ เคี่ยวกวนจนเหนียวและแห้ง กินแล้วเคี้ยวกรึบกรอบหนึบหนับรสหวานหอม
      
       ต่อด้วย ทองหยิบ (25 บาท) รูปสวยทำมาจากไข่เป็ดเอาเฉพาะไข่แดงตีให้ขึ้น แล้วหยอดลงในน้ำเชื่อมตั้งไฟแรง และนำมาใส่ถ้วยหยิบให้เป็นรูปสวยงาม ชิมแล้วเนื้อนุ่มไม่หวานมาก
ปั้นขลิบปลา
       ตามมาด้วยอีกหนึ่งทองคือ ทองหยอด (20 บาท) ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าเอาไปคั่วให้สุกแล้วมาผสมกับไข่เป็ดเฉพาะไข่แดงที่ตีจน ขึ้น แล้วจึงนำมาหยอดลงในน้ำเชื่อม ได้ทองหยอดเนื้อนุ่มหวานฉ่ำปาก
      
       เม็ดขนุน (20 บาท) ก็น่ากินเป็นถั่วเหลืองเอามาต้มแล้วกวนใส่กะทิ น้ำตาล กวนจนแห้งเหนียว แล้วนำมาปั้น เอามาชุบกับไข่แดง แล้วหยอดลงในน้ำเชื่อม ได้เม็ดขนุนเคี้ยวแล้วได้รสชาติถั่วที่หวานนุ่มละมุนลิ้น
      
       ฝอยทอง (30 บาท) ก็ไม่ควรพลาด ฝอยทองเป็นแพสีเหลืองสวยงาม ทำมาจากไข่เป็ดเอาเฉพาะไข่แดงมาโรยในน้ำเชื่อมจับเป็นแพ กินฝอยทองนุ่มลิ้นรสไม่หวานมาก และไม่คาวไข่
อยากกินขนมไทยโบราณมาได้ที่ร้าน "ขนมแม่อุดม"
       นอกจากนี้แล้วก็ยังมีขนมไทยๆ ที่หากินได้ยากและน่ากินอีกมากมาย อาทิ ปั้นขลิบปลา (35 บาท) ข้าวตอกตั้ง (30 บาท) หม้อแกงถั่ว (12 บาท) เปียกปูน (10 บาท) ทองเอก (25 บาท) ตะโก้ (อันละ 3 บาท กล่องละ 30 บาท) และอื่นๆ อีกมากมาย ที่คงจะต้องหาโอกาสมาลองลิ้มรสชาติขนมไทยโบราณที่นับวันจะหากินได้ยากแล้วที่ร้าน "ขนมแม่อุดม"
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้าน "ขนมแม่อุดม" ตั้งอยู่ที่ 66 ถ.ดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. การเดินทางถ้ามาจากราชดำเนินตรงมายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ดินสอ เจอ ร.ร.สตรีวิทยา ตรงมาประมาณ 50 ม.จะเห็นร้านขนมแม่อุดมเป็นตึกแถวอยู่ซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 08.00-19.00 น. โทร. 0-2282-1572
       

"หมูสะเต๊ะนายซ้ง" เนื้อนุ่ม หอมสมุนไพร

เจ๊นี้ ยืนปิ้งหมูสะเต๊ะอยู่หน้าร้าน
       นึกถึง "หมูสะเต๊ะ" เสียบไม้ปิ้งอยู่บนเตาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมๆ ทีไรมันช่างยั่วยวนให้น้ำลายสอปาก อยากจะหม่ำหมูสะเต๊ะสักสิบไม้ยี่สิบไม้ให้สมใจปากเสียเหลือเกิน เพราะหมูสะเต๊ะเป็นอีกหนึ่งเมนู อาหารว่างที่กินแล้วหนักท้องไม่ใช่เล่นที่ "ผ่านมาแวะกิน" ชอบกินเสียเหลือเกิน
      
       ดังนั้นเมื่อนึกถึงจนทนไม่ไหวแล้ว เราก็ต้องขอสนองความอยากให้สมแก่ใจ ด้วยการไปแวะกินหมู สะเต๊ะรสเด็ดเจ้าอร่อยที่ร้าน "หมูสะเต๊ะนายซ้ง" ซึ่งตั้งขายอยู่ตรงจุฬา ซ.8 ตรงข้ามร้านสมบูรณ์โภชนากัน หมูสะเต๊ะเจ้านี้ได้รับคำร่ำลือว่าหมูสะเต๊ะนั้นเนื้อนุ่ม และน้ำจิ้มก็รสเด็ดเข้มข้น จึงต้องมาลอง ลิ้มพิสูจน์รสชาติให้รู้แก่ปาก
หมูสะเต๊ะปิ้งร้อนๆ ชวนกิน
       เมื่อมาถึงยังร้านจะเห็นเตาปิ้งหมูสะเต๊ะส่งกลิ่นหอมควันโขมงอยู่หน้าร้าน มีเจ้าของร้านคือ "เจ๊นี้" นราทิพย์ เลิศฤทธิ์จรัสกิจ ยืนปิ้งหมูสะเต๊ะบน เตาถ่านร้อนๆ อย่างขะมักเขม้น ซึ่งหมูสะเต๊ะของที่นี่จะเน้น ไม้ใหญ่และเป็นไม้กลมๆ ไม่แบน ราคาจึงขายอยู่ที่ไม้ละ 6 บาท อาจจะดูว่าแพง แต่ว่าคุณภาพและรสชาติคุ้มราคา
หมูสะเต๊ะปิ้งร้อนๆ บนเตาถ่าน
       เพราะว่าทางร้านเลือกสรรคัดแต่ของดีมาทำเป็นหมูสะเต๊ะ อย่างหมูเลือกใช้หมูเนื้อสันนอก แล้วนำ มาหมักกับนมสด เพื่อให้หมูนุ่ม และเด็ดไม่เหมือนร้านไหนก็คือจะหมักด้วยสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้ และใบมะกรูดด้วยเพิ่มรสชาติและความหอมให้หมู และหมักใส่ผงกะหรี่ นำมาเสียบไม้แบบอัดแน่นไม้กลมใหญ่
      
       แล้วเวลานำมาย่างบนเตาถ่าน พร้อมกับเวลาปิ้งจะพรมด้วยน้ำกะทิด้วยเพิ่มความหอมนุ่มเข้าไปอีก ทำ ให้ได้หมูสะเต๊ะร้อนๆ ที่กินแล้วเนื้อนุ่มหวานไม่ค่อยติดมัน ได้รสชาติเครื่องหมักกำลังดี จิ้มกินกับน้ำ จิ้มหมูสะเต๊ะสูตรเด็ดที่ทางร้านทำเอง โดยนำเครื่องแกงแดงมาผัดกับหัวกะทิให้หอม แล้วเติมกะทิ และใส่ถั่วตัดป่นได้รสชาติน้ำจิ้มที่เข้มข้นหวานมันถูกปากดี และแกล้มด้วยอาจาดที่ใส่แตงกวา หอมแดง และพริกชี้ฟ้า รสหวานอมเปรี้ยวแก้เลี่ยนได้ดี
หมูสะเต๊ะนายซ้งอีกหนึ่งร้านหมูสะเต๊ะเจ้าเด็ด
       หากใครเริ่มน้ำลายสอที่มุมปาก แล้วนึกอยากกินหมูสะเต๊ะปิ้งร้อนๆ รสชาติดีขึ้นมาบ้างแล้ว ก็ตรงมา ลองลิ้มรสชาติกันได้ที่ร้าน "หมูสะเต๊ะนายซ้ง" อ้อ!! ต้องบอกก่อนว่าที่นี่ไม่มีโต๊ะให้นั่งกินนะจ๊ะ ต้องซื้อใส่ถุงกลับบ้านอย่างเดียว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "หมูสะเต๊ะนายซ้ง" ตั้งอยู่ที่ 895/4 จุฬาซอย 8 ถ.บรรทัดทอง ปทุมวัน กทม. การเดินทางจากสี่แยกเจริญผล วิ่งตรงมาถ.บรรทัดทอง ตรงมาจนถึงจุฬา ซ. 8 แล้วเลี้ยวเข้ามาในซอยจะเห็นร้านหมูสะเต๊ะ นายซ้งตั้งอยู่ตรงข้ามกับร้านสมบูรณ์โภชนา มีป้ายร้าน และเตาปิ้งหมูสะเต๊ะเป็นจุดสังเกต เปิดอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 16.00-21.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ โทร. 0-2216-7998, 0-8929-8931, 0-86544-9779

"นิวยืนยง" บะหมี่เหนียวนุ่ม ลูกชิ้นปลาเนื้อเด้ง

บรรยากาศร้านนิวยืนยง
       "ผ่านมาแวะกิน" มีโอกาสเวียนแวะมาหาของกินอร่อยๆ แถวย่านเยาวราชกันอีกแล้ว ซึ่งในมื้อนี้เราตั้งใจที่จะมาหาบะหมี่รสเลิศกินกัน และหลังจากที่เดินดุ่มๆ สอดส่ายสายตาหาร้านอยู่ได้ไม่นาน เราก็มาพบเข้ากับร้านบะหมี่เจ้าเก่าแก่ชื่อดังอีกหนึ่งเจ้าของเยาราช นั่นคือร้าน "นิวยืนยง"
       

       ร้านนิวยืนยง ร้านนี้เปิดขายบะหมี่ลูกชิ้นปลามานานกว่า 60 ปี ขายกันมาตั้งแต่รุ่นอากง จนมาถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน ก็ยังคงรสชาติของบะหมี่ลูกชิ้นปลาสไตล์จีนแต้จิ๋วที่เลิศรสอยู่เหมือนเดิม เพราะทางร้านทำบะหมี่ และลูกชิ้นปลาที่หลากหลายเอง และทำแบบสดใหม่ทุกวัน ไม่มีการใส่สารกันบูดแต่อย่างใด
บะหมี่แห้ง
       เมื่อมาถึงร้านก็เลือกหาที่นั่ง แล้วก็ไม่รอช้ารีบสั่ง บะหมี่แห้ง (ชามเล็ก 40 บาท ใหญ่ 50 บาท) มากินเป็นชามแรก บะหมี่แห้งสีเหลืองนวลดูน่ากิน ซึ่งทางร้านทำบะหมี่เอง เน้นใส่ไข่เยอะ ทำเป็นบะหมี่เส้นเล็กกลมๆ ลวกแล้วเหนียวนุ่ม กินแล้วเคี้ยวนิ่มนุ่มลิ้น และภายในชามยังเต็มไปด้วยลูกชิ้นสารพัดอย่างที่ทางร้านทำเองอีกเช่นกัน
      
       มีลูกชิ้นปลาลูกกลม และแบน ที่ทำมาจากปลา 3 อย่าง คือ ปลาดาบ ปลาหางเหลือง ปลาอินทรี ขูดเอาแต่เนื้อมาผสมกับเครื่องปรุงสูตรเด็ด และปั้นด้วยมือทุกลูก ลวกสุกเคี้ยวนุ่มเด้งหนึบอยู่ในปาก และยังมีลูกชิ้นกุ้ง ที่มีเนื้อกุ้งผสมกับแห้ว ปั้นเป็นลูกกลมแล้วทอด กินแล้วได้รสชาติกุ้งเคี้ยวกรึบกรอบแห้ว
      
       ยังไม่หมดยังมีฮือก้วย ที่ทำจากเนื้อปลาทั้ง 3 อย่างเหมือนลูกชิ้นปลาแต่นำมาทอด กินแล้วเคี้ยวนิ่มกำลังดี และอีกหนึ่งอย่างคือ ฮือกึ้น ทำเหมือนกับฮือก้วย แต่ว่าจะมีสาหร่าย กุ้งแห้ง และขึ้นฉ่ายผสมอยู่ด้วย แล้วนำมาห่อด้วยน้ำมันแหแล้วเอาไปนึ่ง เนื้อฮือกึ้นเคี้ยวนุ่มปาก และก็ยังใส่เกี๊ยวปลา เป็นแผ่นเกี๊ยวที่ทำจากเนื้อปลาแล้วข้างในมีไส้เนื้อหมูบดผสมกับมันหมูปรุง รสชาติ กินแล้วเกี๊ยวปลาเคี้ยวนุ่มเด้งปากได้รสชาติดี อ้อแล้วยังมีบะเต็งคือหมูสามชั้นกับหน่อไม้ที่ผัดรวมกัน และมีหนังปลาทอดใส่มาให้ด้วย
เกี๊ยมอี๋น้ำ
       พอบะหมี่หมดชามก็สั่ง เกี๊ยมอี๋น้ำ (ชามเล็ก 40 บาท ใหญ่ 50 บาท) มากินต่อทันที จะได้ซดน้ำซุปร้อนๆ หวานกลมกล่อม เพราะทางร้านใช้ทั้งน้ำซุปกระดูกหมู น้ำซุปปลา 3 อย่าง และน้ำซุปหมูที่ใช้ทำหมูหยอง มาผสมต้มรวมกันเป็นน้ำซุปรสดี และมีลูกชิ้นสารพัดใส่มาให้กินเพลินปาก
ลูกชิ้นรวมลวก
       แต่ถ้าใครอยากกินแต่ลูกชิ้นอย่างเดียวก็สั่ง ลูกชิ้นรวมลวก (50 บาทขึ้นไป) มากินได้ หรือจะเลือกก็ได้ว่าจะเอาลูกชิ้นอะไรบ้างมากินให้เต็มอิ่มกันไป สามารถเลือกสั่งได้มากน้อยตามใจชอบ
      
       มื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ได้อิ่มแปล้กับก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาที่ร้าน "นิวยืนยง" อย่างเต็มที่ ส่วนถ้าใครอยากจะลองชิมบ้างก็แวะเวียนมากันได้ทางร้านยินดีต้อนรับอยู่แล้ว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "นิวยืนยง" ตั้งอยู่ที่ 103-105 ถ.ทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ กทม. การเดินทางถ้ามาจากวงเวียนโอเดียน วิ่งตรงมาที่ถ.เยาวราช ตรงมาจนถึงแยกเฉลิมบุรีแล้วเลี้ยวขวา เข้าถ.ทรงสวัสดิ์ จะเห็นร้านนิวยืนยงตั้งอยู่ข้างที่จอดรถโรงหนังเฉลิมบุรีเก่า เปิดจันทร์-ศุกร์ 08.00-21.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 08.00-18.30 น. รับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 0-2224-4212

“กาแฟลาว” รื่นรสกาแฟ รื่นรมย์บรรยากาศ

บรรยากาศร้าน “กาแฟลาว” รื่นรมย์ชวนนั่ง
       “กาแฟ” จัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นอันหอมหวน และมีรสชาติอันเข้มข้นชวนดื่ม จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีนักดื่มจำนวนมากนิยมชมชื่นดื่มกาแฟเป็นเครื่องดื่ม ประจำวันกันก็ว่าได้ ที่ถ้าหากวันไหนไม่ได้ดื่มอาจจะมีอาการหงุดหงิดก็เป็นได้
      
       หากจะเรียกว่าอาการอย่างนี้เป็นพวกติดกาแฟก็คงจะไม่ผิด เพราะ “ผ่านมาแวะกิน” เองก็พิสมัยในรสชาติของกาแฟเช่นกัน ดังนั้นในมื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” เลยขอเอาใจคอกาแฟเหมือนกัน ด้วยการชวนไปจิบกาแฟหอมๆ รสดีกันสักหน่อย แต่ว่าต้องขอพาไปไกลสักนิดยังจังหวัดกำแพงเพชรนู่น กับร้านกาแฟน่ารักๆ และร่มรื่นที่มีชื่อว่า “กาแฟลาว”
       

บรรยากาศด้านในตกแต่งด้วยของเก่า
       ร้าน “กาแฟลาว” เป็นร้านกาแฟเล็กๆ แต่น่ารัก และน่านั่งจิบกาแฟ มีพี่เหมียว ประทีป ดิษเจริญ เป็นเจ้าของร้าน ที่ตั้งใจทำให้ร้านกาแฟลาว เป็นร้านกาแฟสำหรับคอกาแฟทุกคน ตัวร้านเป็นบ้านหลังเล็ก ที่รื่นรมย์ไปด้วยแมกไม้ นอกบ้านมีโต๊ะนั่งในสวนเล็กๆ ด้านในบ้านเป็นห้องแอร์ มีโต๊ะเก้าอี้หลากหลายแบบให้เลือกนั่งตามใจ และตกแต่งสไตล์แอนทีค มีข้าวของเครื่องใช้สมัยเก่าตกแต่งอยู่มากมาย ส่วนด้านหลังร้านยังมีเปียโน กีตาร์เล่นดนตรีให้ฟังแบบเพลินๆ
เอสเปรสโซ่ร้อน
       เหมาะแก่การที่จะนั่งเพลินเพลิดไปกับการจิบกาแฟ ซึ่งกาแฟของที่นี่มีความน่าสนใจ เพราะทางร้านเลือกใช้กาแฟลาวที่สั่งมาเป็นพิเศษจากเมืองปากเซ สปป.ลาว นำมาคั่วเองและนำมาชงเป็นกาแฟที่หลายหลาก อย่างถ้าใครเป็นคอกาแฟตัวยง แนะนำแก้วนี้ เอสเปรสโซ่ร้อน (30 บาท) กาแฟถ้วยเล็กๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติของกาแฟที่หอมหวน และมีรสเข้มข้นที่หนักหน่วงคอ
เอสเปรสโซ่เย็น
       หรือจะลดดีกรีความเข้มข้นลงมาสักนิดกับการดื่ม เอสเปรสโซ่เย็น (45 บาท) เป็นกาแฟลาวที่คั่วแล้วชง พร้อมใส่ครีมเทียม และนมลงไปด้วย ทำให้กาแฟมีความหอมหวาน เข้มข้นดื่มแล้วชื่นใจ
โยเกิร์ตผลไม้รวม
       แต่ถ้าใครไม่อยากดื่มกาแฟ จะหันมาดื่ม โยเกิร์ตผลไม้รวม (30 บาท) ก็น่าสนใจดี เพราะเป็นผลไม้สดหลายอย่าง นำมาปั่นใส่นมสด นมข้น และโยเกิร์ต ดื่มแล้วหวานเย็นสดชื่นดี
หมาใจดำ
       หรือจะดื่มเครื่องที่มีแอลกฮอลล์สักนิดแนะนำ หมาใจดำ (เหยือกละ 120 บาท) ฟังชื่อไม่น่ากิน แต่ที่จริงหมาใจดำก็คือชื่อยี่ห้อวอดก้าชนิดหนึ่งจากทางเหนือ ที่กลั่นมาจากดอกมะพร้าว ทางร้านนำมาชงปั่นใส่ไซรับและส่วนผสมอื่นๆ จนได้อออกมาเป็นหมาใจดำ ที่ดื่มแล้วเย็นกายเย็นใจ
      
       นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ชวนดื่มอีกมากมาย อาทิ ลาเต้ (ร้อน 30 บาท เย็น 45 บาท) คาปูชิโน่ (ร้อน 35 บาท เย็น 50 บาท) ชากังราวค็อฟฟี่ฮอท (55 บาท) แบ็คคอฟฟี่มาเนียร์ (ร้อน 30 บาท เย็น 45 บาท) ชานมสด (ร้อน 25 บาท เย็น 30 บาท) โอริโอ่ปั่น (30 บาท) และอีกหลายอย่างที่หากใครมีโอกาสมาเยือนจ.กำแพงเพชร แล้วอยากหาร้านนั่งจิบกาแฟหอมๆ รสดี ร้าน “กาแฟลาว” แห่งนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้าน “กาแฟลาว” ตั้งอยู่ที่ 292 ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร การเดินทางถ้ามาจากสี่แยกแบงค์กรุงเทพฯ ถ.ราชดำเนิน ตรงมาประมาณ 300 ม. ร้านตั้งอยู่ขวามือ เยื้อยงกับร้านบะหมี่ชากังราว ร้านเปิดทุกวัน เวลา 08.30-22.00 น. โทร. 08-9439-2088

"อึ้งซี่สูน" ขาหมูวันชาติ รสเด็ด

บรรยายกาศภายในร้านอึ้งซี่สูน
       พูดถึงเรื่องของความอ้วน เดี๋ยวนี้หลายคนกลัวกันเหลือเกิน จะกินอาหารแต่ละอย่างต้องเลือกแล้วเลือกอีก และควบคุมปริมาณกันอย่างดี ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย
      
       แต่สำหรับใครที่ไม่กลัวอ้วน หรืออยากจะเพิ่มน้ำหนักตัว "ผ่านมาแวะกิน" มีอาหารเรียกน้ำหนักมานำเสนอ นั่นคือการขอพาไปกินข้าวขาหมูเลิศรส กันที่ร้าน "อึ้งซี่สูน" หรืออีกชื่อคือ "ขาหมูวันชาติ" ร้านนี้เปิดขายข้าวขาหมูมานานกว่า 54 ปี ขายมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ จนตอนนี้ตกทอดมาถึงรุ่นหลานอย่างคุณพีรพงศ์ อันประเสิรฐพร ก็ยังคงสืบทอดการทำขาหมูสไตล์จีนแต้จิ๋วมาอย่างดี รสชาติไม่มีผิดเพี้ยน
ขาหมูร้อนๆ
       ข้าวขาหมูของที่นี่ มีรสชาติเด็ดอันชวนกิน เพราะทางร้านเลือกขาหมูที่เผามาแล้วอย่างดี มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2 กิโลกรัม เอามาขูดเพื่อความสะอาดและรีดไขมันออก ก่อนที่จะนำมาต้มเครื่องพะโล้ตามสูตรเด็ด และใส่ใบเตยลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหอม ต้มด้วยเตาถ่านนานกว่า 2 ชม. แล้วปิดฝาทิ้งไว้ข้ามวัน แล้วจึงนำมาต้มอุ่นขายอีกครั้ง
ขาหมูชวนกิน
       ทำให้ขาหมูของที่นี่มีรสชาติที่ดี เนื้อขาหมูเปื่อยนุ่มนิ่มปาก หนังนุ่มลิ้นเอามากๆ และไม่มีมันมากอย่างที่คิด ส่วนน้ำขาหมูเหมือนน้ำพะโล้ใสๆ อกรสเค็มๆ หวาน หอมกลิ่นพะโล้กลมกล่อมถูกปากกำลังดี อ้อ!! แล้วที่นี่ยังมีคากิขายด้วยราคาชิ้นละ 50 บาทขึ้นไป ส่วนราคาข้าวขาหมูจานละ 25-30 บาท
       

บะหมี่แห้งลูกชิ้นปลา
       แล้วใช่ว่าที่นี่จะมีข้าวขาหมูเป็นอาหารจานเด็ดอย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่ายังมีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาขายด้วยอีกต่างหาก ซึ่งลูกชิ้นปลาของที่นี่ทำเอง มีลูกชิ้นปลาแบบกลม ทำมาจากปลาอินทรี ปลาดาบ และปลาหางเหลือง
      
       และมีปลาเส้น หรือที่เรียกว่าฮือก้วย ทำจากปลา 3 อย่างนั้นเหมือนกัน แต่นำไปนึ่งและทอด ยังมีลูกชิ้นกุ้ง ที่ใช้กุ้งขาวผสมกับเนื้อปลา 3 อย่าง นำมาปั้นเป็นลูกชิ้นนึ่งและทอด อีกหนึ่งเป็นเกี๊ยวปลา (แต่อันนี้ทางร้านไม่ได้ทำเอง)
เกาเหลาลูกชิ้นปลา
       ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาของที่นี่มีเส้นให้เลือกกินมากมาย ทั้งบะหมี่เหลือง เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ขาว เกี้ยมอี๋ จะสั่งน้ำก็เข้าท่า สั่งแห้งก็เข้าที เพราะก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาของที่นี่รสดี ลูกชิ้นแต่ละอย่างเคี้ยวนุ่มเด้งหนึบหนับปาก สนนราคาก๋วยเตี๋ยวขายชามละ 25 บาท พิเศษ 30 บาท สั่งเป็นเกาเหลา 25 – 30 บาท
       

       หากนักกินคนไหนไม่กลัวอ้วน เชิญมาพิสูจน์รสชาติข้าวขาหมู และก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลารสเด็ดของร้าน "อึ้งซี่สูน" นี้กันได้ตามอัธยาศัย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "อึ้งซี่สูน" ตั้งอยู่ที่ 403/2 ถ.พระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ การเดินทางจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วิ่งตรงมายังถ.ดินสอ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถ.พระสุเมรุ . ตรงมาจะเห็นเซเว่นอีเลฟเว่น เลยมานิดเดียวก็จะเห็นร้านอึ้งซี่สูนตั้งอยู่ริมถนนเป็นตึกแถวทางซ้ายมือ เปิดทุกวัน เวลา 08.30-15.00 น. โทร. 0-2282-0547

"เจ๊หมู ข้าวต้มอบเผือก" เลือกอร่อยตามใจปาก

บรรยากาศร้าน "เจ๊หมู ข้าวต้มอบเผือก"
       "โอ้โห!! ละลานตา..ละลานตาจริงๆ"
       

       "ผ่านมาแวะกิน" ขอเอ่ยคำนี้เป็นประโยคทักทาย มิตรรักนักกินทุกคนเพราะว่าเรากำลังจะขอพาทุกคนไปอิ่มกับอาหารไทยสารพัด อย่าง หลากหลายรสชาติที่มีตั้งขายอยู่ที่ร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งตรงสามแยกเตาปูน ที่มีชื่อว่า "เจ๊หมู ข้าวต้มอบเผือก"
       

เจ๊หมู เจ้าของร้านกำลังง่วนกับการตักอาหาร
       ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้มีจุดเด่นสะดุดตาไปด้วยถาดอาหารจำนวนมากมายที่ตั้งขายอยู่หน้าร้าน และอาหารแต่ละอย่างก็ล้วนแล้วแต่น่ากินทั้งนั้นเลย เรามีโอกาสได้พูดคุยกับเจ๊หมู อำภา มาขาว ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน และเป็นผู้ปรุงอาหารทั้งหมดที่นำออกมาขาย เธอบอกว่าที่ร้านนี้ขายมานานแล้วกว่า 10 ปี สืบทอดกิจการมาจากคุณแม่
      
       สำหรับอาหารที่มีขายอยู่ที่ร้านถือว่าเป็นอาหารไทย 4 ภาค มีอาหารสารพัดอย่างให้เลือกกินกัน โดยจะทำอาหารออมาขายตั้งแต่เที่ยงวัน และตลอดทั้งวันก็ทำอาหารออกมาเรื่อยๆ จนในแต่ละวันจะมีอาหารถึง 100 กว่าอย่างออกมาขายให้เลือกอิ่มกันตามแต่ใจชอบ มีทั้ง แกง ผัด ยำ ต้มจืด ของทอด และอื่นๆ อีกมากมาย แถมอาหารก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ไม่ให้เกิดการจำเจ
ข้าวต้มอบเผือก, หมูไข่เค็มนึ่ง, ปลาสลิดกรอบยำ
       อีกความพิเศษของอาหารที่ร้านนี่คือจะ มี ข้าวต้มอบเผือก (ถ้วยละ 5 บาท) สูตรเด็ดเฉพาะของทางร้านให้กินคู่กัน ซึ่งข้าวต้มอบเผือกนี้ทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิมาหุงต้มพร้อมกับใส่เผือก ลงไปด้วย ต้มจนข้าวแตกเม็ด ออกแนวข้าวต้มข้นๆ น้ำน้อย ส่งกลิ่นหอมของเผือกอ่อนๆ อยู่ในข้าวต้มเม็ดนุ่ม
      
       ส่วนอาหารที่น่ากินนั้นก็มีมากหลาย มีหมูไข่เค็มนึ่ง หมูสับปรุงรสปั้นมาเป็นก้อนแล้วมีไข่เค็มเฉพาะไข่แดงใส่มาด้วยแล้วนึ่งจนสุก กินแล้วเนื้อหมูได้รสชาติเข้ากับไข่เค็มมันๆ และมีปลาสลิดกรอบยำ เป็นปลาสลิดสดจากสุพรรณบุรีตากแดดให้แห้ง 1 วัน เอามาทอดกรอบ มาพร้อมกับน้ำยำมะม่วง กินปลาสลิดเคี้ยวกรุบกรอบ ซึมรสชาติน้ำยำเปรี้ยว หวาน กลมกล่อม
หมูอบ, ปลากะพงผัดขึ้นฉ่าย, ขาไก่ต้มพะโล้
       ถัดมาเป็น หมูอบ เป็นเนื้อหมูส่วนเนื้อสันเอามาหมักกับน้ำมันหอย ซอสไก่งวง แล้วอบจนหมูนุ่ม เคียงมาด้วยผักกะหล่ำและแครอท เนื้อหมูอบเนื้อนุ่มปากได้รสชาติกำลังดี แล้วยังมีปลากะพงผัดขึ้นฉ่าย เนื้อปลากะพงแล่เอาแต่เนื้อ นำมาผัดกับขึ้นฉ่าย ใส่ถั่วลันเตาและแครอท เนื้อปลานิ่มไม่คาว หอมกลิ่นขึ้นฉ่ายขึ้นจมูก
      
       อีกอย่างเป็น ขาไก่ต้มพะโล้ ทางร้านนำขาไก่ทำความสะอาดอย่างดีมาตุ๋นกับเครื่องพะโล้นานกว่า 5 ชม. จนเปื่อยนุ่ม กินขาไก่แล้วเคี้ยวกรุบล่อนปาก น้ำพะโล้เค็มๆ หวาน และมีอาหารอีกมากที่น่ากิน อาทิ น้ำพริกลง ซาบะต้มเค็ม พะแนงหมู กะพงสามรส ปลาทับทิมนึ่ง เต้าเจี้ยวหลน ผัดเผ็ดหมูป่า ไก่คั่วเค็ม แหนมเนื้อหมู ห่อหมกปลา ฯลฯ ซึ่งราคาอาหารของที่นี่ถ้าตักเป็นจานๆ ละ 15 บาท ถ้าราดข้าวกับ 1 อย่าง 25 บาท, 2 อย่าง 30 บาท เรียกว่าอิ่มท้อง แถมถูกสตางค์ เมื่อมาที่ร้าน “เจ๊หมู ข้าวต้มอบเผือก”
       

นานาอาหารที่มีให้เลือกอิ่มมากมาย
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "เจ๊หมู ข้าวต้มอบเผือก" ตั้งอยู่ที่ 171 ปากซอยบุญเหลือ บางซื่อ กทม. การเดินทางจากสะพานปูนซีเมนต์ วิ่งตรงมาสามแยกเตาปูน แล้วเลี้ยวขวาวิ่งตรงมานิดเดียวจะเจอซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 1 (ซ.บุญเหลือ) จะเห็นร้านเจ๊หมูเป็นตึกแถวตั้งอยู่หน้าปากซอย จุดสังเกตจะถึงก่อนเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดทุกวัน เวลา 12.00-03.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 08-6384-0807