ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"อินดัส" เปรมลิ้น กรุ่นกลิ่นภารตะ

บรรยากาศร้าน อินดัส
       การได้กินอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศดีๆ นับเป็นความสุขที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่มนุษย์เดินดินอย่างเราๆ พอจะหาได้ และแน่นอนว่า "ตระเวนกิน" ก็ได้ไปตระเวนสรรหาทั้งอาหารปากและอาหารตามานำเสนอเหมือนเช่นเคย
      
       อย่างในมื้อนี้ เรามีอาหารอินตะระเดียมานำเสนอ ซึ่งเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของพวกเครื่องเทศและสมุนไพรที่ประเคน ใส่ลงไปจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของอาหารที่ไม่มีอาหารชาติไหนเหมือน และมื้อนี้เราก็ตามกลิ่นหอมๆ อันชวนกินของอาหารอินเดียมากันที่ร้าน "อินดัส" ที่ตั้งอยู่ตรงซอยสุขุมวิท 26
ชุดน้ำจิ้มแบบอินเดีย
       อินดัส เป็นร้านอาหารอินเดียที่มีกลิ่นอายของศิลปกรรมและอารยธรรมอินเดียโบราณทาง ภาคเหนือ ซึ่งจะสังเกตได้จากการตกแต่งภายในทั้งประตูแกะสลัก และฝาผนังหินทราย รวมไปถึงการประดับประดาด้วยสิ่งละอันพันละน้อยต่างๆ ที่ล้วนแต่เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมอินเดีย
      
       ภายในร้านอินดัสมีบรรยากาศร้านที่ชวนนั่ง ซึ่งทางร้านแบ่งพื้นที่นั่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน มีทั้งโซนห้องอาหาร สวนด้านนอก และส่วนของห้องรับจัดงานต่างๆ เรียกว่าตอบสนองความต้องการได้ทุกรูปแบบ
      
       สำหรับใครที่อยากเคลิบเคลิ้ม กินข้าวกับเครื่องดื่มเบาๆเคล้าเสียงเพลงต้องไม่พลาดที่ "อินดัสบาร์" บาร์ที่บรรจงตกแต่งสไตล์โมร็อกโก เปิดเพลงหลากหลายแนว เฉพาะคืน วันศุกร์ และ เสาร์ จะมีดีเจชื่อดังทั้งจากในและต่างประเทศมาเพิ่มสีสัน
ข้าวหมกผัก
       ในส่วนของอาหารก็ไม่ต้องพูดถึง มีอาหารอินเดียให้เลือกลิ้มรสแบบหลากหลาย อย่างเมนูเด็ดจานแรกที่ทางร้านขอนำเสนอ เริ่มด้วย "น้ำจิ้มแบบอินเดีย" ที่เสิร์ฟมาแบบเป็นพวงแบบพวงพริกก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา ในหนึ่งพวงแบ่งเป็นสี่ถ้วยเล็ก สำหรับใส่ "หอมแดงดอง" ที่กรุบกรอบ "น้ำพริกสะระแหน่" ที่มีส่วนผสมของโยเกิร์ตมีรสเผ็ดเล็กน้อย "ชัทนีมะม่วง" ที่มีรสเปรี้ยวๆหวานๆและ "น้ำจิ้มมะขาม"
      
       น้ำจิ้ม 4 อย่างที่นี่เขาจะเสิร์ฟพร้อมด้วยแผ่น "ปาปาดัม"ที่ มีลักษณะเป็นข้าวเกรียบย่างจนกรอบ รสชาติเค็มนิดๆพร้อมด้วยแป้งกรอบซึ่งทำด้วยถั่ว รสชาติเค็มๆ เผ็ดๆ ติดปลายลิ้น แถมยังมีดีตรงที่เขาเสิร์ฟ ฟรี! ทุกโต๊ะนี่แหละ
โรตีไก่ม้วน
       จากนั้นเดินเครื่องเต็มสูบต่อกันด้วยเมนูจานเด่นประจำร้านที่ใครมาแล้วไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง นั่นก็คือ ไก่หมักโยเกิร์ตย่าง(290 บาท++) ทำจากเนื้อไก่ล้วนๆนำไปหมักกับโยเกิร์ต พร้อมผ่านกรรมวิธีการปรุงรสแบบพิเศษก่อนนำมาย่าง แล้วเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างหอมแดงซอยและมะนาว จานนี้จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนของเนื้อไก่ตั้งแต่คำแรก กลิ่นโยเกิร์ตอ่อนๆช่วยให้รสกลมกล่อมหวานหอมยิ่งขึ้น
      
       ต่อด้วยเมนูหนักๆอย่าง แกงเนื้อแพะตุ๋น(390 บาท++) สูตรเฉพาะจากแคว้นกัษมิระดินแดนทางตอนเหนือของอินเดีย หรือ แคว้นแคชเมียร์ นั่นเอง ปรุงแต่งรสด้วยเครื่องเทศนำเข้าจากอินเดีย เคี่ยวกับหัวหอมตุ๋นนานรับชั่วโมง ดังนั้นเวลากินจึงรู้สึกได้ว่าเนื้อแพะนุ่มมาเปื่อยชนิดที่ว่าไม่มีเนื้อ ติดกระดูกเลย ชามนี้ส่งกลิ่นเครื่องเทศมาแต่ไกล ให้รสชาติแบบเผ็ดร้อน นิยมกินคู่กับข้าวอินเดียหรือแป้งนานก็ได้
ไก่หมักโยเกิร์ตย่าง
       อีกหนึ่งเมนูอินเดียสำหรับคนรักสุขภาพ ข้าวหมกผัก(220 บาท++) อันนี้สำหรับคนชอบมังสวิรัติ แต่ถ้าใครไม่ชอบกินผักก็สามารถเปลี่ยนเป็นไก่ กุ้ง ได้ หน้าตาเหมือนข้าวหมกไก่แต่ดูมีสีสันมากกว่า ใช้ชีสหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเต๋าก้อนเล็กๆ ใส่แทนเนื้อสัตว์ คลุกเคล้ากับเครื่องเทศอีกกว่า 10 ชนิด รสกลมกล่อมทีเดียว
แป้งนานอบชีส
       ต่อด้วย โรตีไก่ม้วน(180 บาท++) ที่แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นโรตีแต่ส่วนผสมแตกต่างกัน ไม่มีนม เนย แต่จะนำแป้งโรตีเนื้อนุ่มบางสูตรพิเศษที่ตีเองห่อกับไส้อย่างพวกไข่ หอมแดง พริกหยวก และไก่ปรุงรสมาซาล่า ซึ่งเป็นแกงแห้งของอินเดีย กินแกล้มกับน้ำจิ้มอินเดียแสนจะเข้ากัน
      
       ปิดขบวนด้วย แป้งนานอบชีส(95 บาท++) หน้าตาคล้ายพิซซ่า ใช้แป้งนานอบร้อนๆจากเตาก่อนอบโรยหน้าด้วยชีส เสิร์ฟตอนร้อนๆเวลาลาตักจะเห็นชีสหยาดเยิ้มยาวยืด น่ากินสุดๆ รสชาตินุ่มลิ้นบางกรอบหอมกลิ่นชีสมาก
แกงเนื้อแพะตุ๋น
       และนอกจากอาหารจานเด่นเหล่านี้ที่ "ตระเวนกิน" แนะนำไปแล้ว ทางร้านก็ยังมีอาหารอินเดียจานเด็ดอีกหลายเมนูที่ชวนกิน อาทิ กุ้งลายเสือหมักเนยย่าง(730 บาท++) แกงไก่(320 บาท++) แกงถั่วเหลืองอินเดีย(190 บาท++) กุหลาบจามูน(100 บาท++) เห็ดฟางย่าง(190 บาท ++)เรียกว่าหากมิตรรักนักกินคนไหน พิสมัยอาหารอินเดียที่มีเครื่องเทศหอมๆ พร้อมกับมีรสชาติที่กลมกล่อมถูกปาก ลองแวะมาที่ร้าน "อินดัส" ไม่มีคำว่าผิดหวังกลับบ้านไปแน่นอน
มุมสบายๆกลางแจ้ง
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       ร้านอินดัส ตั้งอยู่ที่ 71 ถ.สุขุมวิท ซอย 26 ใกล้หัวมุมโรงแรมโฟร์วิงส์ ฝั่ง ถ.พระราม 4 หากเดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส ให้ลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วต่อรถเข้าซอยสุขุมวิท 26 ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ มีที่จอดรถอยู่ด้านหน้าร้าน เปิดบริการทุกวัน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงกลางวัน เปิดเวลา 11.30 – 14.30 น. และช่วงค่ำ เปิดบริการเวลา 18.00 – 23.00 น. สำหรับโซนอินดัสบาร์จะเปิดบริการถึง 01.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยงต่างๆ จัดสังสรรค์ หรือจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสามารถรองรับคนได้ประมาณ 250 คน และทางร้านก็มีบริการเดลิเวอร์รี่ จัดส่งอาหารจานอร่อยให้ถึงที่ มีบริการเดลิเวอร์รี่ โทร. 0-2669-4633

อิ่มรส รอล์ฟูด ที่"Radiance" ร้านอาหารระดับโลก

บรรยากาศสบายๆในRadiance
       กิจกรรมสำหรับคนรักสุขภาพไม่เคยห่างหายไปไหน เราจะสังเกตได้ว่านับวันคนที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองมีมากขึ้น มีการค้นพบวิธีการดูแลสุขภาพแบบต่างๆ อย่างการออกกำลังกาย การสวนล้างลำไส้ การฝังเข็ม การอาบแสงแดด วารีบำบัด หรือแม้แต่การอดเพื่อสุขภาพก็มีให้เห็น
      
       แต่สำหรับคนอดไม่เป็นอย่าง "ตระเวนกิน" การกินอาหารเพื่อสุขภาพดูจะเป็นทางออกที่ดีไม่น้อยเลย
Radiance กินเพื่อสุขภาพใกล้ชิดแมกไม้
       ดังนั้นเมื่อมีขึ้นไปแอ่วเวียงเชียงใหม่ เราจึงมุ่งหน้าไปไปกินอาหารสุขภาพที่ร้าน "Radiance" ซึ่งตั้งอยู่ใน "เดอะ สปา เชียงใหม่ รีสอร์ท"
      
       เหตุที่"ตระเวนกิน"เจาะจงมาร้านนี้เนื่องจากทราบมาว่า ร้าน Radiance ได้รับการโหวตให้เป็น "The Top 50 Restaurant in the World" จากนิตยสาร "RESTAURANT"ของ อังกฤษ ให้เป็น 1 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ได้รับรางวัลนั้น เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้เลือกสรรในการปรุงอาหารปลอดสารพิษทั้งหมด
ผัดไทยเส้นแตง
       นับเป็นการการันตีในคุณภาพที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยร้านนี้ ตั้งอยู่ใจกลางรีสอร์ท ท่ามกลางแมกไม้แวดล้อม ตัวห้องอาหารเป็นรูปทรงแบบล้านนาประยุกต์ มีชั้นเดียวแต่ยกพื้นสูง ใช้เฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ไม้เป็นหลัก ดูกลมกลืนกับบรรยากาศเย็นๆของรีสอร์ทเป็นอย่างยิ่ง
      
       สำหรับเมนูที่ "ตระเวนกิน"จะพามากิน ก็ต้องเป็นเมนูเพื่อสุขภาพเป็นการดูแลจากภายในสู่ภายนอก โดยการกิน ทุกเมนูในมื้อนี้ จะเป็นการกินอาหารธรรมชาติหรือที่เรียกว่า รอล์ฟูด (Raw Food) หากแปลตรงตามความหมายคืออาหารดิบ แต่จริงๆแล้วหมายถึงอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนหรือดัดแปลงด้วยความร้อนที่สูงก ว่า 42-47 องศาเซลเซียส หรือ 108-118 องศาฟาเรนไฮต์ เพราะ
      
       เชื่อว่าหากใช้ความร้อนที่สูงเกินกว่านี้ จะทำให้คุณค่าอาหารสูญเสียไป ในต่างประเทศอาหารรอล์ฟูด เริ่มได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย แต่สำหรับเมืองไทยยังถือได้ว่าเป็นอาหารที่ค่อนข้างใหม่ เนื่องจากความคุ้นชินที่ต้องปรุงให้สุกก่อนนั่นเองพูดแบบนี้อยากเห็นหน้าตา อาหารรอล์ฟูดกันขึ้นมาบ้างหรือยัง ถ้าอย่างนั้นเราลองตามมาลิ้มรสอาหารเพื่อสุขภาพกันเลยดีกว่า
      
       เริ่มต้นแบบเบาๆด้วย ผัดไทยเส้นแตง(100 บาท) แม้จะใช้ชื่อว่าผัดไท แต่หน้าตากลับไปละม้ายคล้ายคลึงกับส้มตำเสียมากกว่า ด้วยการนำส่วนผสมอย่างแตงกวา มาขูดเป็นเส้นบางคลุกเคล้ากับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วงอก พริกหวานและผักชีซึ่งพืชผัดทุกอย่างไม่ผ่านกระบวนการทำความร้อนใดๆทั้งสิ้น รสชาติจึงออกมาแบบจืดๆ แต่แฝงรสหวานจากความสดของผักต่างๆ ใครชอบรสเปรี้ยว ก็สามารถบีบมะนาวเพิ่มได้
ซุปสาหร่าย
       ชามต่อมาเป็น ซุปสาหร่าย (50 บาท) ชามนี้แม้จะผ่านความร้อนแต่ก็ไม่เกินระดับองศาที่หลักทฤษฎีของรอล์ฟูดระบุ ไว้ เป็นการนำสาหร่ายทะเลแห้งมาต้มรวมกับมะเขือเทศ ถั่วลันเตาฟักทองและพืชผักเพื่อสุขภาพอีกหลายชนิด มีวิธีการปรุงรสแบบลับเฉพาะ รสชาติกลมกล่อมหวานน้ำต้มผักเป็นอย่างยิ่ง โดยผักต่างๆทางห้องอาหารได้นำมาจากฟาร์ม ออร์แกนนิก ที่ปลูกอยู่ภายในรีสอร์ทนั่นเอง ฉะนั้นจึงรับประกันได้ว่าปลอดสารพิษอย่างแท้จริง
ข้าวแดงสลัด
       ตามด้วย ข้าวแดงสลัด (110 บาท) จานนี้จะทำให้หนักท้องได้ยิ่งขึ้นข้าวกล้องสีแดงถูกเสิร์ฟมาพร้อมกับพืชผัก ต่างๆที่ถูกหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเต๋าเล็กๆอาทิ แครอท ข้าวโพด พริกหยวก เวลากินจะราดด้วยน้ำราดที่เกิดจากการผสมผสานของมัสตาร์ด เกลือ น้ำผึ้ง ส่งให้อาหารจานนี้เปรี้ยวลิ้นขึ้นมาทันที
อีกหนึ่งบรรยากาศของRadiance
       จากของคาวเปลี่ยนชิมของหวานกันบ้างกับ รอล์แอปเปิ้ลพาย (195 บาท) พายแอปเปิ้ลที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงรสและการอบแบบพิเศษเฉพาะของเรสซิเดนซ์จนออกมาหน้าตาน่ากินรสชาติหวานหอมดี
รอล์แอปเปิ้ลพาย
       อีกสักเมนูกับ รอล์พายผลไม้ช็อกโกแลต (155 บาท) พายผลไม้ช็อกโกแลตชิ้นนี้หวานนุ่มละเลียดลิ้นยิ่งนักยามเคี้ยวจะสัมผัสได้ ถึงรสของ มะม่วง มะละกอ กล้วย อันเป็นส่วนผสมของพายผลไม้ชิ้นนี้
รอล์พายผลไม้ช็อกโกแลต
       และด้วยความที่เป็นห้องอาหารเพื่อสุขภาพที่นี่จึงมีเมนูสุขภาพอีกยาวเหยียดทีเดียว แอบกระซิบบอกคร่าวๆก็ได้ว่าที่เด่นๆก็มี นมอัลมอนด์ (75บาท),ไข่ห่ออะโวคาโด้และเซสด้าชีส(165บาท),ผัดผักขมิ้น(70บาท) ส่วนเมนูอื่นๆที่เหลือใครสนใจหากมีโอกาสไปแอ่วเวียงเชียงใหม่ก็คงต้องหาโอกาสไปลิ้มรสกันเอง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       ห้องอาหาร "Radiance" ตั้งอยู่ที่165 หมู่4 ต.ห้วยทราย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ภายใน เดอะ สปา เชียงใหม่ รีสอร์ท เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-22.00น.ทุกวัน สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งตรงไปยัง อ.แม่ริม ราว 20 กม.จะพบสี่แยกกวงสิง แล้วขับเลยไปไม่ไกลจะเจอป้ายบอกทางไปโรงเรียนนานาชาติเปรม ติณสูลานนท์ อยู่ทางซ้ายมือ จากนั้นให้สังเกตป้ายทางเข้ารีสอร์ทที่ จะมีเป็นระยะๆจากปากทางเข้าสู่รีสอร์ทอีกราว 7 กม.ก็จะถึงที่หมาย สอบถามเพิ่มเติมที่โทร.0-5392-0888

“ให้...ความรัก” อิ่มล้นใจ

อิ่มอารมณ์สบายๆแบบ “ให้...ความรัก”
       “ตระเวนกิน” ขอต้อนรับบรรดามิตรรักนักกิน เข้าสู่สัปดาห์แห่งความรักของเดือนกุมภาพันธ์กัน เริ่มต้นด้วยเมื่อวันจันทร์ที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมากับวันสำคัญทางศาสนาที่ความรักจะเบ่งบานด้วยธรรมะในใจอย่างวัน มาฆบูชา วันแห่งความรักของชาวพุทธ และวันเสาร์ที่14 ก.พ.ที่ใกล้จะมาเยือนกับเทศกาลวาเลนไทน์เทศกาลที่ทำให้ดอกกุหลาบราคาแพ๊ง.. แพง
      
       มื้อนี้ “ตระเวนกิน” เลยขอเกาะกระแสความรัก มาอิงแอบที่ร้าน “ให้...ความรัก” ที่ตั้งอยู่ย่านพุทธมณฑล ขอบอกว่าชื่อร้านนี้มีที่มาไม่ได้ตั้งขึ้นลอยๆ ชื่อร้านมาจากเจ้าของร้านที่มีชื่อว่า “ให้” ซึ่งในภาษาจีนแปลว่าทะเลกว้างใหญ่ จึงเป็นที่มาของ “ให้...ความรัก” นอกจากนี้ทางร้านยังได้ฤกษ์ดีเปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่ 14 ก.พ.อีกด้วย
บรรยากาศสไตล์ยุโรปของ “ให้...ความรัก”
       และใช่ว่าจะมีดีเพียงแต่ชื่อร้านเท่านั้น แต่บรรยากาศภายในร้านที่ตกแต่งสไตล์ยุโรปแบบเนเธอร์แลนด์บนพื้นที่กว้าง ขวางกว่า 9 ไร่ แบบเป็นโซน Indoor ที่จะนั่งกินในบ้านน่ารักสไตล์ยุโรปและโซน Outdoor ใน สวนร่มรื่น นอกจากนี้ทางร้านยังดัดแปลงพื้นที่บางส่วนเป็นสวนเกษตรขนาดหย่อม เพื่อผลิตวัตถุดิบของทางร้านเอง ลูกค้าที่ชื่นชอบผักสดๆก็สามารถชี้สั่งเมนูผัดเหล่านี้ได้
ส้มตำกุ้งฟู
       อรัมภบทเสียยาวเข้าสู่เรื่องกินกันบ้างดีกว่าขอประเดิมจานแรกกันด้วย ส้มตำกุ้งฟู (120บาท) เป็น ตำไทย รสชาติเผ็ด หวาน ที่ถูกทับด้วยกุ้งแม่น้ำตัวโต ซึ่งเนื้อถูกเจี๋ยนเอาไปสับทำกุ้งฟูทอด เป็นแผ่นเหลืองกรอบน่ากินโรยหน้าด้วยถั่วลิสง เสิร์ฟพร้อมกับ เส้นหมี่ขาว ที่แสนจะเข้ากัน
สลัดกุ้งทอด
       ยังอยู่กับเมนูกุ้งอีกหนึ่งเมนูกับ สลัดกุ้งทอด (200บาท) ที่ใช้น้ำสลัดตีเองด้วยสูตรพิเศษลับเฉพาะเอามาราดลงบนกุ้งแชบ๊วยและผลไม้ นานาชนิด อาทิ แตงโม แอปเปิ้ล แคนตาลูป สับปะรด ที่เสิร์ฟมาในกระเช้าทำจากเผือกทอดกลายเป็นกระเช้าสวย รสชาติหวานเข้มข้นเหมาะกับสาวๆรักสวยรักงามที่ไม่ชอบไขมัน
      
       เปลี่ยนจากกุ้งมากินปลากันบ้างกับ ปลากะพงนึ่งมะนาว (250บาท) ปลากะพงตัวโตปรุงรสด้วยน้ำซุปแบบลับเฉพาะถูกเสิร์ฟมาในหม้อไฟ ที่จะเห็นทั้ง กระเทียมสับ พริกขี้หนูสวน ลอยอยู่ ที่นี่ใช้ถ่านแทนแก็สเพราะเชื่อว่าถ่านจะช่วยให้สุขภาพปลอดภัยกว่าใช้แก็ส และอาหารจะมีความหอมหวานมากกว่า รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน
ปลากะพงนึ่งมะนาว
       ขอต่อด้วย สเต๊กปลาแซลม่อน (220บาท) เป็นแซลม่อนอย่างดี หมักด้วยสูตรลับ ก่อนนำมาย่างจนเนื้อปลากลายเป็นสีส้มจางๆแลดูน่ากินยิ่งนัก เสิร์ฟมาในจานพร้อมกับลูกมะกอกฝรั่ง ผักขมอบชีส มันบดอบ ที่มาพร้อมกับความหอม หวาน มัน มีเครื่องเคียงอย่างสลัดผัก ขนมปังกระเทียมและหัวหอมทอด ซอสพริกไทยดำสูตร เข้มข้นรสกลางๆ ที่ไม่เผ็ดร้อนหรืออ่อนเกินไป เนื้อปลาแน่นหวานดี
สเต๊กปลาแซลม่อน
       ปิดท้ายกันที่เมนูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาในคืนความสุขในยุคพิษแฮมเบอร์เกอร์กับ ผัดผักบุ้งไฟแดง (10 บาท) เมนูที่จะมอบความสุขให้แก่นักกินทั้งหลายด้วยราคาย่อมเยาและรสชาติยอมเยี่ยม จากผักบุ้งจีนสดๆนำมาผักกับน้ำมันญี่ปุ่นอย่างดี รสชาติกลมกลมทีเดียว
ผักบุ้งไฟแดง
       นอกจากนี้เพื่อความสุขของลูกค้าที่นี่ยังมีบุฟเฟต์ผลไม้ฟรีทุกวันพุธ ไว้บริการอีกด้วย ส่วนใครยังไม่จุใจกับเมนูที่แนะนำมาที่นี่ยังมีเมนูอีกเพียบไว้รอ จะเกริ่นพอให้น้ำลายสอสักหน่อย เช่น สลัดกระดาษฮ่องกง (ชิ้นละ30 บาท) ผัดมะเขือยาว (10 บาท) ซุปข้าวโพด+ขนมปังกระเทียม (48บาท) เฟรชเฮอร์เบิลโรล (อาหารเวียดนาม : 38บาท) ยำสายบัว (48 บาท) พร้อมจะพาคนที่คุณรักมา “ให้...ความรัก” หรือยัง
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
       

       ร้าน “ให้...ความรัก” ตั้งอยู่ที่ 48/6 ม.2 ถ.อุทยาน เขตทวีวัฒนา กทม. การเดินทาง ถ้ามาจากเส้นพุทธมณฑลสาย 3 ให้วิ่งเส้นคู่ขนาน ไม่ขึ้นสะพาน ขับตรงมาเรื่อยๆ ร้านจะอยู่เชิงสะพานให้เลี้ยงซ้ายจะถึงร้านทางเข้าจะอยู่เส้นเลียบคลองทวี วัฒนา รับบริการจัดงานเลี้ยง รับบัตรเครดิต เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 14.00-22.30น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-22.30น. มีที่จอดรถกว้างขวางภายในร้าน โทร.0-2441-1959,08-6774-8937

"Katsu King" กรอบนอกนุ่มใน ทงคัตสึสไตล์ยุ่นแท้

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้าน Katsu King
       ซูชิ..ซาซิมิ..ราเมน..ชาบู ชาบู..เหล่านี้คือชื่อของเมนูอาหารญี่ปุ่นที่นักกินชาวไทยคุ้นลิ้นและเคยปากกันทั้งนั้น
      
       แต่ถ้าหากเอ่ยชื่อ "ทงคัตสึ" ขึ้นมา สำหรับคนที่ไม่ใช่คออาหารญี่ปุ่นอาจจะสงสัยว่านี่คือเมนูอะไรและหน้าตาเป็น อย่างไร แต่ถ้าใครเป็นคออาหารยุ่นตัวยงก็คงจะรู้กันดีว่า ทงคัตสึ นี้ก็คือ หมูทอด "ทง" หมายถึง เนื้อหมู "คัตสึ" หมายถึง ชิ้นเนื้อเป็นแผ่นโรยด้วยเกล็ดขนมปังทอดในน้ำมัน ในญี่ปุ่นบางทีอาจจะเรียกสั้นๆ ว่า "คัตสึ" ซึ่งก็หมายถึง ทงคัตสึ หรืออาหารที่ชุบเกล็ดขนมปังทอดนั่นเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาหารยอดนิยมของชาวอาทิตย์อุทัยที่นิยมทำกินกันเองที่บ้าน
นั่งสบายภายในร้านKatsu King
       และที่พูดถึงทงคัตสึขึ้นมาก็เพราะว่าในมื้อนี้ "ตระเวนกิน" จะขอพามิตรรักนักกินโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบทงคัตสึทั้งหลาย ได้ไปลิ้มรสชาติเมนูทงคัตสึรสดีสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ กันที่ร้าน "Katsu King" ซึ่งร้านนี้ขายแต่ทงคัตสึอย่างเดียวเท่านั้น และโดดเด่นในเรื่องของทงคัตสึสูตรเด็ดแบบต้นตำรับชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ที่มีความพิเศษอยู่ที่ซอสทงคัตสึ ที่ทางร้านทำขึ้นเป็นพิเศษ โดยตัวซอสทำมาจากซอสเปรี้ยวญี่ปุ่น 3 ชนิด ผลไม้ 5 ชนิด (มีมะม่วงสุกเป็นหนึ่งในส่วนผสมพิเศษ) และมีธัญพืชอีก 2 ชนิด นำมาต้มเคี่ยวปรุงตามสูตรเด็ดจนได้ออกมาเป็นน้ำจิ้มทงคัตสึรสเด็ด แถมยังมีงาขาวให้บดเพิ่มความหอมลงไปในน้ำซอสด้วย
หมูม้วน
       อีกหนึ่งความพิเศษของทงคัตสึที่ร้านนี้ก็คือ ตัวเกล็ดขนมปังที่ใช้คลุกกับเนื้อสัตว์ต่างๆ นั้น ทางร้านเลือกใช้เกล็ดขนมปังที่เป็นเกล็ดขนมปังสด ที่มีความนุ่มและฟูกรอบไม่แข็งกระด้าง ดูดซึมน้ำซอสได้ดี และที่นี่ก็ใช้น้ำมันพืชผสมน้ำมันถั่วเหลืองใหม่ๆ ในการทอดอาหาร แล้วก็ยังมีน้ำสลัดสูตรงาขาวผสมกับหัวหอมเป็นน้ำสลัดรสชาติดีไว้ให้กินคู่ กับผักกะหล่ำปลีฝอยที่จะมีเสิร์ฟมาให้ในเมนูทงคัตสึต่างๆ
      
       ถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงชักอยากจะรู้แล้วว่าที่นี่มีเมนูทงคัตสึอะไร ที่น่ากินบ้าง เอาเป็นว่าตามมาชิมกันดีกว่า ซึ่งเมนูทงคัตซึของที่นี่มีให้เลือกกินแบบหลายหลากจริงๆ โดยมีเมนูเด่นๆ อยู่ด้วยกันหลายรายการ อย่างเมนูแรกมีชื่อว่า หมูม้วน (220 บาท เซ็ท 270 บาท) เป็นเนื้อหมูส่วนสันนอกสไลด์บางๆ แล้วห่อม้วนสอดไส้ที่มีให้เลือกถึง 3 ไส้ คือมีไส้บ๊วย ไส้กระเทียม และไส้ชีส 3 อย่างรวมกัน แล้วจึงนำไปชุบแป้ง ชุบไข่ และคลุกเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบชวนกิน ลิ้มรสหมูม้วนหมูเนื้อนิ่มกรอบนอกนุ่มใน ได้รสชาติของไส้ต่างๆ ที่ลงตัวเข้ากัน กินคู่กับน้ำจิ้มทงคัตสึที่หอมหวานกลมกล่อมโดนใจปาก
หมูสันในทอด
       และตามมาชิมกันต่อที่เมนู หมูสันในทอด (170 บาท เซ็ท 220 บาท) ทางร้านนำหมูสันในมาปรุงรสชาติตามสูตรเด็ด และก็มีให้เลือกทั้งแบบไม่มีไส้ หรือแบบมีไส้ข้างในด้วยก็มีให้เลือก 3 ไส้ คือไส้มอสซาเรลล่าชีส ไส้กระเทียม และไส้โมจิ แล้วจึงนำหมูไปชุบแป้ง ชุบไข่ พร้อมกับคลุกเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนสุกกรอบ กินตอนร้อนๆ จะสัมผัสได้ถึงความกรอบของเกล็ดขนมปังที่ไม่อมน้ำมันและเนื้อหมูนิ่มเคี้ยว นุ่มได้รสชาติที่ดี
หมูดำ
       จากนั้นมากินกันต่อกับเมนู หมูดำ (270 บาท เซ็ท 320 บาท) ที่มีความพิเศษอยู่ตรงเนื้อหมู เป็นหมูสายพันธุ์ที่เรียกว่า หมูดำ ( Kurobuta) ที่ทางร้านสั่งตรงมาเป็นพิเศษจากฟาร์ม Kuroda ที่เลี้ยงอยู่ที่โคราช ทางร้านนำเนื้อหมูดำมาแล่เป็นชิ้นๆ แล้วปรุงรสชาติตามสูตรเด็ด ชุบแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปัง แล้วจึงนำไปทอดจนสุกเหลืองกรอบ ลิ้มรสชาติหมูดำกรอบนอกกรุบกรอบเกล็ดขนมปังส่วนเนื้อหมูดำนุ่มหวานฉ่ำปาก
กุ้งทอด
       กินเมนูหมูติดๆ กันหลายอย่างแล้ว หันมากินเมนูซีฟู้ดกันบ้าง ถ้าใครชอบกินกุ้งตัวโตๆ แนะนำว่าต้องสั่งเมนูนี้เลย กุ้งทอด (220 บาท เซ็ท 270 บาท) เป็นกุ้งลายเสือตัวโตสดๆ จากเขาตะเกียบที่หัวหินที่ทางร้านสั่งมาเป็นพิเศษ แล้วนำมาปรุงรสชาติ ชุบแป้ง ชุบไข่ และเกร็ดขนมปังเช่นกันก่อนจะนำไปทอดจนกุ้งสุกเหลืองกรอบน่ากิน ตัวกุ้งข้าวนอกเคี้ยวกรอบส่วยเนื้อในนุ่มหวานได้รสชาติกุ้งที่สดจริงๆ จิ้มกินกับน้ำจิ้มทงคัตสึเพิ่มรสชาติหอม หวานนุ่มละมุน
Hamburg
       พอกินกุ้งกันแล้วก็มากินเมนูเนื้อๆ อย่าง Hamburg (210 บาท เซ็ท 260 บาท) กันต่อ ถือว่าเป็นเมนูพิเศษที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ เพราะได้นำเอาเนื้ออย่างดีมาบดผสมปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดเฉพาะแล้วก็ปั้นเป็น ก้อนกลมๆ เหมือนแฮมเบอร์เกอร์ แล้วก็มีซอสDemi-Glace รสเด็ดราดมาบนชิ้นเนื้อ และเสิร์ฟมาบนกระทะร้อน ส่งกลิ่นหอมชวนกิน ลองลิ้มเนื้อเคี้ยวแน่นนุ่มปากชุ่มน้ำซอสรสกลมกล่อมถูกปาก
แกงกะหรี่
       ขอส่งท้ายด้วยเมนูข้าวชวนกินอย่าง แกงกะหรี่ (เริ่มต้น 210 บาท) เป็นข้าวแกงกะหรี่ที่ทางร้านพิถีพิถันในการปรุงเครื่องแกงกะหรี่เป็นอย่าง มาก จนได้แกงกะหรี่ที่เข้มข้น นำมาราดบนเนื้อสัตว์ที่มีให้เลือกกินตามใจชอบ มีทั้งเนื้อหมูสันใน หมูสันนอก กุ้ง และปลา และก็มีข้าวญี่ปุ่นเม็ดนุ่มๆ กินแกงกะหรี่รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกงกะหรี่หอมๆ กับเนื้อหมูนุ่มๆ อิ่มท้อง และทั้งหมดที่กล่าวมานี้นี้ก็คือแค่บางส่วนของเมนูทงคัตสึอันชวนกินของร้าน "Katsu King" ที่หากใครอยากจะลองลิ้มชิมรสก็เชิญเดินทางมาพิสูจน์รสชาติกันได้ด้วยตัวเอง
ร้าน "Katsu King" (คัตสึ คิง)
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "Katsu King" (คัตสึ คิง) ตั้งอยู่ที่ @ the manor 39 arcade 32/1 สุขุมวิท ซอย 39 วัฒนา กรุงเทพฯ การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าBTS มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วลงทางฝั่งซ.สุขุมวิท 39 ตรงเข้ามาในซ.สุขุมวิท 39 ประมาณ 500ม. จะเห็นตึกเดอะแมนเนอร์ทางขวามือ ร้านคัตสึ คิงจะตั้งอยู่ด้านใน มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดจันทร์-ศุกร์ 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 11.30-22.00 น. โทร. 0-2260-0776
      
       พิเศษ!! หากปริ๊นหน้าเว็บนี้แล้วถือมากินอาหาร ทางร้านยินดีมอบส่วนลดให้ 10% (ทุกวันจันทร์-ศุกร์) ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. นี้