1. อิหร่านประกาศระงับการเจรจากับสหรัฐฯ
สำนักข่าวทัสนิม (สื่อทางการของอิหร่าน) รายงานว่า อิหร่านได้ประกาศระงับการเจรจาและแลกเปลี่ยนเอกสารกับสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราว
เหตุผล: เพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารและพยายามยึดพื้นที่เพิ่มเติมในเลบานอน ซึ่งอิหร่านถือว่าเรื่องเลบานอนและฉนวนกาซาเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องบรรจุอยู่ในข้อตกลงหยุดยิง
คำขู่ยุทธศาสตร์: อิหร่านและกลุ่มพันธมิตร (เช่น ฮิซบอลเลาะห์, ฮูตี, ฮามาส) ขู่ว่าได้เตรียมแผนยุทธศาสตร์ปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์ และเปิดแนวรบเพิ่มเติม รวมถึงบริเวณช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ ในทะเลแดงด้วย
2. ท่าทีของ โดนัลด์ ทรัมป์ (ประธานาธิบดีสหรัฐฯ)
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผ่าน NBC ว่า ไม่รู้สึกกังวล ต่อการระงับการเจรจาของอิหร่าน และพร้อมรอให้อิหร่านกลับมาสู่โต๊ะเจรจาเมื่อพร้อมรับเงื่อนไขที่เหมาะสม
สหรัฐฯ จะยังคงใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและปิดล้อมต่อไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบ (ทิ้งระเบิด)
ทรัมป์ยังเผยว่าได้คุยกับ นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และผู้นำระดับสูงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณพร้อมจะหยุดยิงตอบโต้กัน โดยอิสราเอลตกลงจะไม่ส่งทหารบุกเข้ากรุงเบรุต
3. ท่าทีของฝั่งอิสราเอลและเลบานอน
อิสราเอล: นายกฯ เนทันยาฮู และรัฐมนตรีกลาโหม ยืนยันในตอนแรกว่ากองทัพจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารทางตอนใต้ของเลบานอนต่อเพื่อทำลายศักยภาพของฮิซบอลเลาะห์ และขู่จะขยายวงไปถึงกรุงเบรุตหากมีการโจมตีพลเรือน แต่ในเวลาต่อมา ทั้งคู่ได้แถลงร่วมยอมรับข้อเสนอหยุดยิงของทรัมป์โดยปริยาย และชะลอแผนโจมตีเมืองหลวงเลบานอนออกไป
เลบานอน: สถานทูตเลบานอนประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยืนยันว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ตอบรับข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ แล้ว โดยมีกรอบความร่วมมือคืออิสราเอลต้องหยุดโจมตีชานเมืองตอนใต้ของกรุงเบรุต (ฐานที่มั่นฮิซบอลเลาะห์) และฮิซบอลเลาะห์ก็จะไม่ยิงตอบโต้ ก่อนจะขยายพื้นที่หยุดยิงในระยะต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น