ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“นามู” อาหารเกาหลี รสดีต้นตำรับ

บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้นล่างของร้าน “นามู”
       “อัน ยอง ฮา เซโย” เสียงทักทายเป็นภาษาเกาหลี แปลว่าสวัสดี ดังต้อนรับ “ตระเวนกิน” ทันทีเมื่อเราเปิดประตูเข้ามายังร้านอาหารแห่งนี้ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า “นามู” (Namoo) แปลว่าต้นไม้ ซึ่งในมื้อนี้เราเลือกที่จะขอมาอิ่มกับอาหารเกาหลีกัน
      
       ต้องบอกว่ากระแสเกาหลีฟีเวอร์ในบ้านเรานั้นยังคงได้รับความนิยมอยู่ อย่างไม่เสื่อมคลาย และร้านอาหารเกาหลีเกิดใหม่ก็พากันเปิดให้บริการตามกระแสเช่นกัน อย่างร้าน”นามู” ร้าน นี้ก็เป็นอีกหนึ่งในร้านอาหารเกาหลีน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน โดยตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ ซึ่งถือว่าเป็นร้านอาหารเกาหลีที่มีความน่าสนใจ ตรงที่ ที่ร้านนี้บริการอาหารเกาหลีแบบหลากหลาย และมีรสชาติแบบต้นตำรับเกาหลีแท้ๆ
บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้น 2
       เพราะด้วยความที่เจ้าของร้านคือคุณ อลิส ลี นั้นเธอมีสามีเป็นชาวเกาหลี และทั้งคู่ก็รักในการทำอาหาร จึงได้ร่วมใจกันเปิดเป็นร้านอาหารเกาหลีนามูแห่งนี้ขึ้นมา และก็ยังมีเชฟเกาหลีมาปรุงอาหารเกาหลีขนานแท้ให้ได้เลือกชิมกัน อีกทั้งที่นี่ยังถือว่าเป็นอาหารเกาหลีเพื่อสุขภาพก็ว่าได้ เพราะว่าทางร้านคัดเลือกแต่วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพ และที่สำคัญไม่ใส่สารกันบูด และผงชูรสด้วยในการปรุงอาหาร
เฮมุลพาจอน
       สำหรับเมนูอาหารเกาหลีจานเด่นของร้านนามูที่ชวนลิ้มรสนั้นมีมากมาย อย่างเมนูแรกขอแนะนำ เฮมุลพาจอน (199 บาท) ก็คือพิซซ่าทะเลแบบเกาหลี เป็นแป้งที่ทางร้านผสมปรุงรสชาติ และใส่ซอสเกาหลีมาแล้ว พร้อมกับใส่ไข่ไก่ และต้นหอมด้วย และก็มีอาหารทะเลทั้ง กุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ ใส่ลงไป ก่อนจะนำไปทอดบนกระทะจนแป้งสุก แล้วจึงโรยหน้าด้วยงาขาวกับงาดำ เสิร์ฟมาร้อนๆ ลิ้มรสพิซซ่าแป้งบางเนื้อในนุ่ม สัมผัสได้ถึงรสชาติที่เข้ากันของเครื่องทะเล และแป้งนุ่มๆ ที่มีต้นหอมด้วย กินคู่กับน้ำจิ้มที่ทางร้านทำเองมีส่วนผสมของน้ำมันงา งาดำและงาขาว ช่วยเพิ่มรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว แถมหอมกลิ่นน้ำมันงาอ่อนๆ
จาจังเมียน
       ต่อมาเป็นอาหารจานเส้น ชื่อว่า จาจังเมียน (129 บาท) หรือบะหมี่ซอสดำยอดนิยม ที่ถ้าใครได้ดูซีรีย์เรื่องคอฟฟี่ปริ๊นซ์ เป็นต้องรู้จักกับเมนูจาจังเมียงนี้ จาจังเมียนของที่นี่เป็นเส้นบะหมี่อูด้งที่ทางร้านทำเองแบบวันต่อวัน แล้วนำเส้นมาต้มจนสุก แล้วราดด้วยซอสดำที่นำเข้ามาจากเกาหลี นำมาผัดรวมกับมันฝรั่ง กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ เสร็จแล้วนำมาราดบนเส้นอูด้ง ตกแต่งด้วยแตงกวาญี่ปุ่น โรยด้วยงาดำกับงาขาว เวลากินจาจังเมียนต้องคลุกให้เส้นเข้ากับซอสดำน้ำขลุกขลิก กินเส้นอูด้งเหนียวนุ่มชุ่มซอสดำออกรสหวานนำ
บลูโกกิท็อปปั๊บ
       จากเมนูเส้นมากินเมนูข้าวกันบ้าง อย่าง บลูโกกิท็อปปั๊บ (169 บาท) เป็นเนื้อหมักซอสเกาหลีราดข้าว ทางร้านเลือกเนื้อวัวส่วนสะโพกไม่ติดมัน นำมาผัดกับซอสเกาหลี ใส่กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ พริกหยวก และกระเทียม ผัดแบบมีน้ำขลุกขลิก มาพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ชิมรสชาติเนื้อเคี้ยวนุ่มหนึบซึมรสชาติซอสที่กลมกล่อมปาก
เจยุกท็อปปั๊บ
       เมนูถัดมาคือ เจยุกท็อปปั๊บ (169 บาท) หมูผัดซอสพริกเกาหลีราดข้าว เป็นเนื้อหมูส่วนสะโพกไม่ติดมัน นำมา ผัดกับกะหล่ำปลี หอมใหญ่ พริกหยวก และซอสพริกเกาหลี แล้วก็โรยหน้าด้วยงาดำกับงาขาว กินกับข้าวสวยร้อนๆ เนื้อหมูนุ่มได้รสชาติซอสพริกออกเค็มๆ หวานๆ
โทลโซบีบิมปั๊บ
       โทลโซบีบิมปั๊บ (169 บาท) หรือข้าวยำเกาหลีหมูกระทะร้อน เป็นอีกหนึ่งเมนูข้าวที่ขายดีของทางร้าน เป็นข้าวเกาหลีที่มาพร้อมกับผักหลายอย่าง มีแครรอท ซูกินี่ มะเขือม่วง ถั่วงอก ผักกาดหอม มีหมูสับใส่มาด้วย และราดด้วยน้ำมันงา แถมมีไข่ดาวโป๊ะหน้ามาด้วย และมีซอสเกาหลีที่ปรุงรสชาติมาแล้วใส่มาอีกด้วย เสิร์ฟมาในกระทะร้อนๆ เวลากินก็ต้องคลุกเครื่องทั้งหมดที่ใส่มาให้เข้ากัน ลิ้มรสชาติแล้วต้องบอกว่าเครื่องทุกอย่างเข้ากันกับข้าวเป็นรสชาติที่ลงตัว กลมกล่อม
ซุนทูบูจิเกะ
       ส่งท้ายมื้อด้วยเมนูซดน้ำซุปร้อนๆ อย่าง ซุนทูบูจิเกะ (159 บาท) เป็นซุปกิมจิทะเล ที่ทางร้านทำกิมจิผักกาดขาวเอง แล้วนำมาต้มกับน้ำซุปปลาแห้ง และปรุงรสชาติ พร้อมกับใส่กุ้ง ปลาหมึก หอยลาย เห็ดหูหนูดำ เต้าหู้ ชิมรสชาติซุปกิมจิออกเผ็ดลิ้นนิดๆ
      
       และนอกจากเมนูจานเด่นทั้งหลายนี้แล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูเกาหลีอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ แฮมุลคัลกุ๊กซู (149 บาท) เป็นบะหมี่หั่นมือทะเล โอชิงออโปกกึม (199 บาท) คือปลาหมึกผัดซอสพริกเกาหลี จังโปง (159 บาท) เป็นบะหมี่ซอสเผ็ด หมูย่างเกาหลี (เป็นเซ็ท 350 บาท) และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ที่ถ้าใครเป็นสาวกเกาหลี และชื่นชอบอาหารเกาหลี ก็อยากให้มาลองชิมอาหารเกาหลีรสดีกันได้ที่ร้าน “นามู”
       

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “นามู” (Namoo) ตั้งอยู่ที่ 62 ถ.พระอาทิตย์ ชนะสงคราม พระนคร กทม. การเดินทางจากแยกบางลำพู ตรงมาที่ถ.พระอาทิตย์ เลยบ้านพระอาทิตย์มาสักหน่อย จะเห็นเซเว่นอีเลฟเว่นตรงปากซอยรามบุตรี ตรงมาอีกประมาณ 50 ม. จะเห็นร้านนามูตั้งอยู่ริมถนนทางซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน จุดสังเกตเป็นตึกที่ทาสีม่วงและอยู่ตรงข้ามกับประตูทางเข้าFAO เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยงด้วย โทร. 08-7345-0018
       

"สะล้อ ซอ ซึง" ตราตรึงรสชาติ อาหารเมืองเหนือ

บรรยากาศโต๊ะนั่งสบายๆ ที่ร้าน "สะล้อ ซอ ซึง"
       ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าอากาศช่วงนี้ของกรุงเทพฯ มันช่างหนาวจับใจเสียจริงๆ เล่นเอา "ตระเวนกิน" ต้องไปเปิดตู้เสื้อผ้าคุ้ยหาเสื้อกันหนาวมาใส่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเป็น การใหญ่ และพอได้สัมผัสลมหนาวแบบนี้ ก็ทำให้นึกถึงเมืองเหนือ และอาหารเหนือรสลำขนาดขึ้นมาทันที แต่ครั้นจะให้ไปแอ่วเหนือในช่วงนี้ก็เห็นจะยากเต็มที
      
       ว่าแล้ว เราจึงขอหาทางออกให้กับตัวเอง ด้วยการไปตระเวนหาร้านอาหารเหนือรสเด็ดในเมืองกรุงดับความอยาก โดยในมื้อนี้นั้นเราได้เดินทางมากินอาหารเหนือแบบเหนือแต้ๆ กันเลยเจ้าที่ร้าน "สะล้อ ซอ ซึง" ที่แค่ชื่อร้านก็พาให้ได้อารมณ์แบบเหนือๆ กันแล้ว
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านในห้องแอร์
       ยิ่งพอเดินเข้ามาด้านในร้านจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์แบบมนต์เมืองเหนือ ร่วมสมัย ที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ และมีสระน้ำรายล้อมอยู่รอบ และจัดตกแต่งออกแนวผสมผสานความเป็นบาหลีนิดๆ ดูโมเดิร์นหน่อยๆ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่ชวนนั่งในอารมณ์สบายๆ รับลมธรรมชาติเย็นๆ และก็มีหลายโซนให้เลือกนั่ง อีกทั้งยังมีส่วนของห้องแอร์ให้บริการด้วย และยังมีวงดนตรีมาเล่นเพลงสดๆ สไตล์โฟล์คซองให้ฟังกันแบบพาเพลิน ตั้งแต่ 19.30-21.30 ทุกวัน
ออเดิร์ฟรวม
       เมื่อได้เห็นถึงบรรยากาศแล้ว ก็มาพูดถึงอาหารเหนือที่ชวนกินของที่ร้านนี้กันต่อดีกว่า ซึ่งที่นี่มีอาหารเหนือแบบรสชาติเหนือแต้ๆ ให้บริการ เพราะว่าเจ้าของร้านเป็นคนเหนือเมืองพะเยา และก็ได้แม่ครัวชาวเหนือฝีมือดีมาปรุงแต่งอาหารเหนือ อีกทั้งพวกวัตถุดิบต่างๆ ก็ตรงสั่งตรงมาจากเหนือกันเลยทีเดียว เพื่อที่จะได้ให้คนกรุงได้ลองลิ้มรสชาติอาหารเหนือแต้ๆ ที่มีความหลากหลายอันชวนกิน
      
       อย่างเมนูอาหารเหนือจานเด่นๆ ของที่ร้านนี้ถ้ามากินแล้วก็ไม่ควรพลาดสั่งมาลองลิ้มก็มีมากมาย เริ่มจากจานแรก ออเดิร์ฟรวม (220 บาท) ที่เต็มไปด้วยอาหารเหนือๆ อย่างน้ำพริกอ่องและน้ำพริกหนุ่มที่ทางร้านทำเอง รสชาติจัดจ้านถูกปาก กินคู่กับพวกผักสดต่าง และผักนึ่งอย่างฟักทองและมัน แถมยังมีเครื่องกินเคียงแนมด้วย อย่าง ไส้อั่วรสดีที่ส่งตรงมาจากเมืองพะเยา แหนม และแคบหมูที่มีให้เลือกทั้งแบบติดมันหรือไร้มัน
ลาบคั่ว
       เมนูต่อมาถือว่าเป็นจานเด่นที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ นั่นคือ ลาบคั่ว (120 บาท) สไตล์เหนือแท้ๆ ที่ทางร้านจะใช้น้ำพริกของลาบโดยเฉพาะมาปรุง โดยมีส่วนประกอบของพวกเครื่องสมุนไพรต่างๆ ทำให้ได้ลาบคั่วที่เป็นหมูสับส่วนสะโพกล้วนๆ ไม่ติดมันมาก ซึ่งนำไปรวนคั่วกับเครื่องน้ำพริกลาบที่ว่าจนแห้งกำลังดี และมีตับลวก ไส้อ่อนทอดกรอบ หอมแดงทอด เม็ดพริกขี้หนูทอด ใส่โรยหน้ามาด้วย ชิมรสชาติลาบคั่วหมูนุ่มได้รสชาติเครื่องลาบที่เข้มข้นหอมกลิ่นเครื่อง สมุนไพร กินเคียงกับและผักสด หรือจะสั่งข้าวเหนียว ซึ่งข้าวเหนียวของที่นี่เป็นข้าวเหนียวขาวกับข้าวเหนียวดำนำมานึ่งผสมกัน ช่างกินเข้ากันดีกับลาบคั่ว
แอ๊บปลา
       ส่วนจานเด็ดต่อมาที่เป็นที่นิยมมากๆ ของลูกค้าก็คือ แอ๊บปลา (120 บาท) เป็นอาหารเหนือที่หน้าตาคล้ายห่อหมกของภาคกลาง แต่จะต่างก็ตรงที่ไม่ใส่กะทิ เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ แอ๊บปลาจานนี้มีส่วนผสมของเนื้อปลากะพงที่เลาะก้างมาเป็นชิ้นๆ นำมาคลุกเคล้ากับเครื่องเทศและเครื่องแกง แล้วห่อด้วยใบตองนำไปย่างจนสุก ลิ้มรสแอ๊บปลาเนื้อปลากะพงนุ่มซึมลึกถึงรสชาติเครื่องเทศและเครื่องแกงที่ เผ็ดจัดจ้านเอามากๆ
ห่อนึ่งแค
       แล้วก็มาต่อกันที่เมนูนี้ ห่อนึ่งแค (90 บาท) ฟังชื่ออาจจะดูงงๆ ว่าคืออะไร ที่จริงแล้วก็คือ เนื้อไก่ที่นำไปรวนกับเครื่องแกง ใส่ข้าวคั่วด้วยเพื่อเพิ่มความหอม และนำมาผัดกับผักต่างๆ มากมายมีทั้งใบตำลึง ชะอม ดอกแค เห็ดลม มะเขือเปาะ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว ใบโหระพา ห่อใส่ใบตอง แล้วห่อด้วยใบตองเอาไปนึ่ง กินแล้วรสชาติถูกปากตรงที่ไก่เนื้อนุ่มชุ่มรสชาติเครื่องแกงที่กลมกล่อมลิ้น และมีผักที่มีประโยชน์กินดีต่อสุขภาพ
ยอดมะพร้าวอ่อนซี่โครงหมู
       อีกหนึ่งเมนูเหนือๆ ที่แนะนำว่าต้องลองชิมก็คือ ยอดมะพร้าวอ่อนซี่โครงหมู (90 บาท) เป็นแกงน้ำใสแบบทางเหนือ ที่มีเครื่องแกงตำสดสูตรเด็ดของทางร้าน และใส่ซี่โครงหมูที่ต้มเคี่ยวจนเปื่อยได้ที่ ใส่ยอดมะพร้าวอ่อนด้วย ซดน้ำแกงรสชาติกลมกล่อม ออกเผ็ดลิ้นนิดๆ ส่วนซี่โครงหมูเคี้ยวนุ่มเข้ากันกับยอดมะพร้าวอ่อน
หมูสะล้อผัดพริกขิง
       และนอกจากเมนูอาหารเหนือรสชวนกินเหล่านี้แล้ว ที่นี่ก็ยังมีอาหารภาคกลางให้บริการด้วย มีเมนูจานเด็ดที่ชวนกินมากมาย อาทิ หมูสะล้อผัดพริกขิง (100 บาท) ปลากะพงลุยสวน (280 บาท) ยำสายฝน (180 บาท) กุ้งทอดครีมสลัด (180 บาท) ซี่โครงหมูอบยอดผัก (150 บาท) เกี๊ยวห่อชีสทอด (100 บาท) และเมนูจานเด็ดทั้งอาหารเหนือ และอาหารภาคกลางอีกหลายหลาก ที่ถ้าหากใครอยากลองลิ้มชิมรสกับตำนานอาหารเหนือ-กลางที่อยู่ในเมืองกรุง โดยที่ไม่ต้องไปกินไกลถึงภาคเหนือก็แค่แวะมาที่ร้าน "สะล้อ ซอ ซึง"
ปลากะพงลุยสวน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "สะล้อ ซอ ซึง" ตั้งอยู่ที่ 382 ซ.โยธินพัฒนา ถ.ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. การเดินทางมาจากถ.ลาพร้าว แล้วเลี้ยวเข้าลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจนรงค์ วิ่งตรงมาเรื่อยๆ และมายูเทิร์นตรงแยกถ.เกษตร-นวมินทร์ กลับรถมาแล้วก็วิ่งตรงมาจนมาถึงซ.โยธินพัฒนา 3 ให้เลี้ยวเข้าซอยมา ตรงเข้ามาในซอยผ่านปั๊มบางจาก และตรงมาอีกนิดก็จะเห็นร้านสะล้อ ซอ ซึง มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน จอดรถได้หน้าร้านและด้านในร้าน เปิดทุกวัน เวลา 17.00-24.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยงต่างๆ ด้วย โทร. 0-2515-1073, 0-2515-1148, 08-69735649 พิเศษ!!หากปริ๊นท์หน้าคอลัมน์นี้มากินอาหารที่ร้านสะล้อ ซอ ซึง ทางร้านยินดีมอบส่วนลดค่าอาหารให้ 10% (กินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปเป็นเงินสด) ตั้งแต่วันนี้ – สิ้นเดือนก.พ. นี้

อร่อยอาหารจีนเสริมมงคล ที่ "เหม่ยเจียง"

บรรยากาศภายในห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง
       "กง เห ฝัด ฉ่อย"
       

       "ตระเวนกิน" ขอเอ่ยเอื้อนถ้อยคำทักทายเป็นภาษาจีนกวางตุ้ง ที่มีความหมายดีๆ ว่า "ยินดีด้วย ขอให้ ร่ำรวย" เพื่อเป็นการต้อนรับ "เทศกาลตรุษจีน" สวัสดีปีใหม่จีน ที่จะมาถึงในวันที่ 26 ม.ค.นี้
แจ๊คกี้ โฮ เอ็กเซ็คคิวทีฟ ไชนีส เชฟ
       และเมื่อถึงเทศกาลตรุษจีนทีไร ก็ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเราไปเสียแล้ว ที่เราจะต้องขอพามิตรรักนักกินทุกคนไปอิ่มกับอาหารจีนมื้อมงคล ที่กินแล้วเป็นการเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต เพราะคนจีนมีความเชื่อว่าหากปีใหม่มาถึง แล้วได้กินอาหารที่ดี ที่มีความหมายที่เป็นมงคลแล้วจะส่งผลให้ชีวิตมีแต่ความโชคดี ก้าวหน้า ร่ำรวย และมีแต่สิ่งที่ดีๆ มาสู่ชีวิตตลอดทั้งปี
      
       ดังนั้นในมื้อนี้ "ตระเวนกิน" เลยขอพาทุกคนมาอิ่มเฉลิมฉลองตรุษจีน และเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ด้วยการพาไปตระเวนกินอาหารจีนมงคลอันเลิศรสชวนลิ้มรสกันที่ "ห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง" โรงแรมเพนนินซูล่า กรุงเทพฯ เป็นห้องอาหารจีนที่บริการอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งขนานแท้ โดยมีแจ็คกี้ โฮ เป็นเอ็กเซ็คคิวทีฟ ไชนีส เชฟ ที่มีฝีมือในการปรุงแต่งอาหารจีนได้ออกมาอย่างเลิศลิ้นอันชวนลิ้มรส และในเทศกาลตรุษจีนนี้ เชฟก็ได้รังสรรค์เมนูตำรับพิเศษสำหรับตรุษจีนขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งมีอยู่ 2 เช็ทให้เลือกคือ เซ็ทเมนู Fortune และเซ็ทเมนู Wealth
หยี่ซาง
       และในมื้อเราก็เลือกที่จะอิ่มอร่อยแบบเต็มอิ่มกับเซ็ทเมนู Wealth (2,380 บาท++/ท่าน) ซึ่งมีเมนูจีนที่ชวนกินมากมาย
      
       เริ่มจากเมนูแรกถือว่าเป็นเมนูพิเศษสุดเฉพาะของตรุษจีน มีชื่อว่า หยี่ซาง หรือ ซาซิมิแซลมอน เป็นเมนูปลาแห่งโชค กินแล้วชีวิตเพิ่มพูน สุขภาพยืนยาว โดยมีปลาแซลมอนสไลด์เป็นชิ้นพอดีดำ มาพร้อมกับผักหั่นฝอยต่างๆ และก็มีเครื่องเคียงอย่างอื่นอีกไม่ว่าจะเป็นถั่ว ปาท่องโก๋ทอดกรอบ และมีน้ำซอสต่างๆ มาให้ราดคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเนื้อปลาแซลมอนและเครื่องเคราต่างๆ กินแล้วเนื้อปลาแซลมอนนุ่มหวานฉ่ำไปด้วยรสชาติน้ำซอสที่ออกรสกลมกลึงเข้ากัน ได้อย่างลงตัว
ซุปหูฉลามไก่ตอนน้ำใส
       ถัดจากเมนูปลา ซุปหูฉลามไก่ตอนน้ำใส ก็ถูกเสิร์ฟมาร้อนๆ ให้ได้ซดน้ำซุปหอมๆ รสนุ่มกลมกล่อมลิ้นชุ่มชื่นโล่งคอ ส่วนหูฉลามก็ขอบอกว่ามาเป็นหูฉลามจริงๆ มาเป็นชิ้นๆ มีเส้นใยเคี้ยวแล้วนุ่มนิ่มลื่นลิ้นเพราะถูกตุ๋นนานกว่า 8 ชม. แถมยังมีไก่ตอนเนื้อนุ่ม และเห็ดเหลืองจากจีนมาให้กินเคี้ยวนุ่มกรุบปากด้วย
กุ้งผัดดอกกะหล่ำซอสเอ็กซ์โอ
       พอซดหูฉลามหมดถ้วยปุ๊บ ก็มาลิ้มรสกับ เป๋าฮื้อกับหอยนางรมแห้งน้ำแดง กันต่อ เป็นหอยเป๋าฮื้อสดๆ นำเข้าจากแอฟริกาใต้ เชฟนำมาสไลด์เป็นชิ้นแล้วต้มกับน้ำสต็อกสูตรเด็ดนานกว่า 2 วัน จนได้เป๋าฮื้อที่ต้องการ ส่วนหอยนางรมเป็นหอยนางรมแห้งจากญี่ปุ่นนำมาผ่านกระบวนการปรุงตามสูตรเด็ด อย่างพิถีพิถัน แล้วก็นำทั้งเป๋าฮื้อและหอยนางรมมาปรุงกับน้ำแดงตามสูตรเด็ดเฉพาะ ลิ้มรสเป๋าฮื้อสด เนื้อเคี้ยวนิ่มเด้งกรุบๆ อยู่ในปาก ส่วนหอยนางรมเนื้อนุ่มหวานไม่คาว ผสานรสชาติกลมกลึงเข้ากันกับน้ำแดงรสกลมกล่อมลิ้น
      
       กุ้งผัดดอกกะหล่ำซอสเอ็กซ์โอ เมนูนี้จะได้ลิ้มรสชาติความสดหวานกรอบของกุ้งลายเสือตัวโตที่ผัดมากับซอสเอ็กซ์โอรสดี และมีดอกกะหล่ำผัดน้ำมันมาให้กินเคียงกันด้วย
ปลาเก๋าทอดซอสเปรี้ยวหวาน
       หลังจากกินกุ้งแล้วก็มากินเมนู ปลาเก๋าทอดซอสเปรี้ยวหวาน กันต่อ เป็นปลาเก๋าแดงสไลด์มาเป็นชิ้นคลุกเกร็ดขนมปังทอดมาจนเหลืองกรอบ แล้วก็มีน้ำซอสเปรี้ยวหวานสูตรพิเศษของเชฟมาให้จิ้มกินคู่กัน กินปลาเก๋ากรอบนอกเนื้อในนุ่ม จิ้มกินกับซอสเปรี้ยวหวานรสกลมกล่อมถูกปาก
บะหมี่เป็ดย่างกับเห็ดหลินจือ
       จากนั้นก็มาอิ่มกับ บะหมี่เป็ดย่างกับเห็ดหลินจือ เป็นบะหมี่โฮมเมดที่เชฟทำเอง เส้นบะหมี่แบนๆ ผัดใส่เป็ดย่าง และเห็ดหลินจืด เสิร์ฟมามาร้อนๆ หอมกรุ่นชวนกิน เส้นบะหมี่เคี้ยวเบานุ่มลิ้น กินเข้ากันดีกับเป็ดย่างรสดีเนื้อนุ่มๆ
บัวลอยงาดำครีมถั่วแดงและขนมหวานเหม่ยเจียง
       และนอกจากเมนูของคาวต่างๆ แล้วก็ยังมีเมนูขนมหวานให้ได้กินล้างด้วย เป็นบัวลอยงาดำครีมถั่วแดง ที่หอมหวานรสถั่วแดงจีนเนื้อเนียนนุ่มไม่หวานมาก ส่วนบัวลอยงาดำเคี้ยวนุ่มปากได้รสชาติงาดำหอมๆ และกินดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย แถมยังมีอีกหนึ่งขนมให้กินด้วย คือ ขนมหวานเหม่ยเจียง มี 2 แบบ คือมีขนมสีเหลืองๆหน้าตาเหมือนกะหรี่ปั๊บชิ้นเล็กๆ ข้างในเป็นไส้คัสตาร์ดหวานนุ่ม
      
       ส่วนอีกชิ้นเป็นรูปดอกไม้สีชมพู ข้างในเป็นไส้พุทธราหวานหอม เอาเป็นว่าตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ หากใครกำลังเมียงมองหาสถานที่ฉลองตรุษจีนอยู่ล่ะก็ การที่ได้มาอิ่มกับอาหารจีนมงคลอันเลิศรส ที่ "ห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง" ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถมาลิ้มรสกันได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ตั้งแต่วันนี้-28 ม.ค.นี้
บรรยากาศภายในห้องส่วนตัว
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "ห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง" ตั้งอยู่ที่ ชั้นจีโรงแรมเพนนินซูล่า กรุงเทพฯ 333 ถ.เจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. การเดินทางถ้าให้สะดวกนั่งรถไฟฟ้าBTSมาลงที่สถานีสะพานตากสิน จากนั้นเดินมาที่ท่าเรือ แล้วจะมีเรือของโรงแรมฯ บริการพาข้ามมาส่งที่โรงแรมฟรี สำหรับเทศกาลอาหารตรุษจีนนี้ มาลิ้มลองกันได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 ม.ค. นี้ เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30-14.30 น. มื้อค่ำ 18.00-22.30 น. โทร. 0-2861-2888 ต่อ ห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง และนอกจากนี้ตั้งแต่วันที่ 24-28 ม.ค. นี้ ทางห้องอาหารจีนเหม่ยเจียงยังมีจำหน่ายขนมเข่งจีน และขนมผักกาดสูตรโฮมเมด พร้อมรับจัดกระเช้าของขวัญตามสั่งตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่เดอะเพนนินซูล่า บูติค ชั้นจี รร.เพนนินซูล่า และที่เดอะเพนนินซูล่า บูติค แอนด์ คาเฟ่ สยามพารากอน (ชั้นเมน คริสตัล คอร์ท)