ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

สูตรเครื่องดื่ม Cranberry Punch


Cranberry Punch
ผลิตภัณฑ์ : น้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น ตรา Ocean Spray
สิ่งที่ต้องเตรียม
น้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น ตรา Ocean Spray 1 ช้อนโต๊ะ
ชากลิ่นเบอร์รี่ (ชา 2 ซองผสมน้ำร้อน 1 ถ้วยตวง) 3/4 ถ้วยตวง
น้ำแข็งก้อน    2 ถ้วยตวง
น้ำเชื่อม     1/2 ถ้วยตวง
น้ำขิง     1/4 ถ้วยตวง
ผลไม้สดสำหรับแต่ง
วิธีทำ
ผสมน้ำแครนเบอร์รี่ เข้มข้น ตรา Ocean Spray กับชากลิ่นเบอร์รี่ น้ำแข็ง น้ำเชื่อม น้ำขิงเข้้าด้วยกัน คนผสมให้เข้ากัน เทใส่แก้ว ลอยหน้าด้วยผลไม้สดที่เตรียมไว้ พร้อมดื่มได้ทันที
สิ่งที่ต้องเตรียม (สำหรับการทำน้ำขิง)
น้ำ  2 ถ้วยตวง
ขิงแก่ทุบ  50 กรัม
วิธีทำ
ผสมน้ำและขิงแกลงในภาชนะ่ นำขึ้นตั้งไฟ ต้มให้เดือด เคี่ยวให้เหลือส่วนผสม
น้ำประมาณ 1 ถ้วยตวง จึงยกลง พักไว้จนเย็นสนิท
**จากสูตรรินใส่แก้วขนาด 12 ออนซ์ จะได้จำนวน 2 แก้ว**

สูตรเครื่องดื่ม Cranberry Dream


Cranberry Dream

Cranberry Dream
ผลิตภัณฑ์ : น้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น ตรา Ocean Spray
สิ่งที่ต้องเตรียม
น้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น ตรา Ocean Spray 1 ช้อนโต๊ะ
คุกกี้ช็อกโกแลตสอดไส้ครีม   6 คู่
วิปปิ้งครีม     1/2 ถ้วยตวง
น้ำแข็งบด     2 ถ้วยตวง
น้ำเชื่อม     1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น     1/4 ช้อนชา
นมข้นหวาน    1/3 ถ้วยตวง
วิปปิ้งครีมตีขึ้นฟูและคุกกี้ช็อกโกแลตสอดไส้ครีม สำหรับแต่ง
วิธีทำ
ผสมน้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น ตรา Ocean Spray กับคุกกี้ช็อกโกแลต
สอดไส้ครีม วิปปิ้งครีม น้ำแข็งบด น้ำเชื่อม เกลือป่นและนมข้นหวาน
เข้าด้วยกัน ปั่นจนเข้ากันดี เทใส่แก้ว แต่งด้วยวิปปิ้งครีมตีขึ้นฟูและคุกกี้ช็อกโกแลตให้สวยงาม พร้อมดื่มได้ทันที
**จากสูตรรินใส่แก้วความจุ 12 ออนซ์ จะได้จำนวน 2 แก้ว**

สูตรเครื่องดื่ม Coconut สมูทตี้


สิ่งที่ต้องเตรียม
น้ำมะพร้าว                               
125   กรัม
น้ำเชื่อม                                     
100   กรัม
วิปปิ้งครีม ตรา มารีน่า                 
100   กรัม
น้ำแข็งบดละเอียด                   
ถ้วยตวง
เหล้ามาลิบู                             
ออนซ์
เนื้อมะพร้าว                                 
50 กรัม
ผลไม้รวมรองก้นแก้ว (ฟรุตคอกเทล)

วิธีทำ
- นำส่วนผสมทั้งหมดลงในโถปั่น ปั่นจนละเอียดทั่วดี เทใส่แก้วที่รองด้วยผลไม้รวม  พร้อมรับประทาน

สูตรเครื่องดื่ม Citrus Magarrita


สิ่งที่ต้องเตรียม
เหล้าเตกีล่า 
1     จิ๊กเกอร์
น้ำส้มพร้อมดื่ม           
1     จิ๊กเกอร์
น้ำส้มเข้มข้น   
2     จิ๊กเกอร์
น้ำแข็งก้อน 
4-5  ก้อน
เกลือป่นสำหรับเคลือบปากแก้ว
มะนาวสำสำหรับเคลือบปากแก้วหรือส้มหั่นแว่นสำหรับตกแต่ง
วิธีทำ
-          ถูปากแก้วด้วยมะนาว แล้วคว่ำแก้วลงบนเกลือป่น
-          ผสมส่วนผสมทั้งหมดลงในเชคเกอร์ แล้วเขย่าจนส่วนผสมเย็น รินลงแก้วที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม พร้อมรับประทาน

“เค้กกล้วยหอม” อบร้อนๆ อร่อยนุ่ม หอมกรุ่นจากเตา

 โดย : กุ๊กเล็ก
       เวลาที่ “กุ๊กเล็ก” อยากจะกินเบเกอรี่อร่อยๆ แต่ละที ก็จะต้องเดินทางออกไปซื้อถึงร้าน แต่บางทีเจออากาศร้อนๆ แถมยังรถติดเสียเวลาเดินทาง ก็เริ่มไม่อยากเยื้องกรายออกจากบ้านแล้ว เลยคิดว่าอบขนมกินเองอยู่ที่บ้านน่าจะดีกว่า แถมถ้าเกิดทำไว้เยอะๆ ก็ยังเอาไปแจกจ่ายญาติสนิท และเพื่อนฝูงได้อีกด้วย
      
       และเมนูเบเกอรี่ที่ไม่ยากเกินไป และยังใช้เวลาไม่นานนักที่เลือกมาลองทำในวันนี้ก็คือ “เค้กกล้วยหอม” ที่กินกันได้ทั้งครอบครัว อบใหม่ๆ ร้อนๆ ก็หอมกรุ่น นุ่มนิ่มเหมือนออกจากร้านดังเลยทีเดียว
      
       ส่วนผสม
       แป้งเค้ก 200 กรัม
       ไข่ไก่ 3 ฟอง
       ผงฟู 1 ½ ช้อนชา
       เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
       เกลือ ½ ช้อนชา
       น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
       น้ำตาลทราย 180 กรัม
       กล้วยหอมสุกงอมบด 200 กรัม
       น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
      
       วิธีทำเริ่มจากร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และเบกกิ้งโซดารวมกัน พักเอาไว้ จากนั้นนำกล้วยหอมมาปอกเปลือกออก นำไปบดให้ละเอียดผสมกับน้ำมะนาว แล้วพักเอาไว้ ตอกไข่ไก่ใส่อ่างผสม ส่ำน้ำตาลทราย และเกลือ ใช้ตะกร้อมือตีให้ขึ้นฟู จากนั้นเติมแป้งเค้ก เบกกิ้งโซดา และผงฟูที่ร่อนแล้วลงไป ค่อยๆ ตีให้เข้ากัน เติมน้ำมันพืชลงไปตีให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน สุดท้ายใส่กล้วยหอมที่บดแล้วลงไปตีให้เข้ากันอีกเล็กน้อย แล้วตักหยอดใส่พิมพ์มัฟฟินที่รองด้วยถ้วยกระดาษ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว (หรือขนาดอื่นตามชอบ) แล้วนำเข้าเตาอบ ใช้ไฟบนล่าง ประมาณ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาที (หรือสังเกตให้เค้กออกสีเหลืองอมน้ำตาล) ลองเช็คดูว่าด้านในสุกดีหรือไม่ด้วยการใช้ไม้จิ้มฟันทิ่มตรงกลางชิ้นเค้ก ถ้าดึงออกมาแล้วไม่มีเศษเค้กติดออกมาแสดงว่าสุกแล้ว ให้นำเค้กออกจากเตาแล้วพักไว้ด้านนอกจนเย็น ก็นำมาลองชิมความอร่อยกันได้เลย

“YKB YING KA BUA” ละเลียดเค้ก ละมุนลิ้น

 โดย : ผ่านมาแวะกิน (travel_astvmgr@hotmail.com)
บรรยากาศด้านหน้าร้าน
       ในช่วงที่เราได้นั่งพักผ่อนสบายๆ หรือช่วงพักเบรกจากงานประจำวันที่เคร่งเครียด หลายๆ คนอาจจะนั่งนิ่งๆ หลับตาเบาๆ ปล่อยใจสบายๆ หรืออาจจะหากิจกรรมอื่นๆ ทำเพื่อผ่อนคลาย แต่สำหรับ “ผ่านมาแวะกิน” แน่นอนว่าจะต้องนึกถึงอาหารที่กินแล้วทำให้มีความสุขมากขึ้น เช่นพวกเบเกอรี่ และเครื่องดื่มต่างๆ เหมือนในวันนี้ที่อยากจะชวนมาชิมเค้กโฮมเมดอร่อยๆ กันที่ร้าน “YKB YING KA BUA”
นานาเค้กโฮมเมดน่าชิม
       ด้านในร้านจะตกแต่งให้ดูอบอุ่น สบายตา น่านั่ง ส่วนเรื่องของเค้กนั้น ที่นี่จะเป็นเค้กแบบโฮมเมด ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพ สดใหม่ และคัดสรรมาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผลไม้ที่เป็นส่วนประกอบในเค้กหลายชนิด และยังเป็นเค้กที่รสชาติไม่หวานมากเกินไปนัก ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีเค้กกว่า 20 ชนิดให้เลือกชิมได้ในแต่ละวัน โดยจะสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และยังมีการเพิ่มเติมเค้กรสชาติต่างๆ ให้มากขึ้น
เค้ก YKB ซิกเนเจอร์
       มาเริ่มลองชิมเค้กชิ้นแรกกันที่ YKB ซิกเนเจอร์ (95 บาท) ที่หน้าตาน่ากิน เนื้อเค้กเป็นเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์แบบเข้มข้น แทรกตรงกลางด้วยแยมสตรอเบอร์รี่ที่ทางร้านทำเอง และยังผสมเนื้อสตรอเบอร์รี่ลงไปเพิ่มรสชาติอีกด้วย ชั้นบนสุดเป็นช็อกโกแลตฟัดจ์ที่กวนแบบเข้มข้น แต่งหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่ลูกโตนำเข้าจากอเมริกา เทคนิคในการกินจะต้องกินทุกชั้นรวมกันในคำเดียว จะได้รสชาติความเข้มข้นของช็อกโกแลตแบบเต็มๆ แทรกด้วยความเปรี้ยวหวานจากสตรอเบอร์รี่ เรียกว่าเป็นคู่ที่ลงตัวดีจริงๆ
แมงโก้พาราไดซ์
       ชิ้นถัดมาเป็น แมงโก้พาราไดซ์ (85 บาท) เนื้อเค้กเป็นเค้กชิฟฟ่อนเบาๆ แทรกด้วยชั้นของเนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และชั้นของครีมสด ด้านบนสุดราดด้วยซอสมะม่วงที่ทำคล้ายเจลลี่ เวลาเสิร์ฟมาพร้อมด้วยซอสมะม่วงน้ำดอกไม้ ที่ใช้ราดเพิ่มความอร่อย เค้กชิ้นนี้สีสันน่าลองชิม เมื่อลิ้มรสแล้วเนื้อเค้กฟูนุ่ม เข้ากับครีมสดหวาน และรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของมะม่วง กินแล้วสดชื่นดี แถมยังได้กลิ่นหอมหวนเหมือนกำลังกินมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองอยู่เลยทีเดียว
เค้กมะพร้าว
       ส่วนชิ้นนี้คือ เค้กมะพร้าว (80 บาท) ที่เนื้อเค้กจะป็นเค้กชิฟฟ่อนผสมกับน้ำมะพร้าวน้ำหอม ไส้ตรงกลางเป็นวุ้นน้ำมะพร้าวน้ำหอมกวนกับเนื้อมะพร้าว ส่วนด้านบนเป็นครีมสดที่ตีจนขึ้นฟู และแต่งหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวทำเป็นดอกกุหลาบ เมื่อลองชิมจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมและมะพร้าว รสชาติหวานนุ่มละมุนลิ้น
      
       และชิ้นสุดท้ายเป็น ทีรามิสุ (95 บาท) ที่ชั้นล่างเป็นสปองจ์เค้ก และใช้น้ำกาแฟเข้มข้นผสมกับเหล้าคาลัวร์มาพรมเนื้อเค้กให้ชุ่มฉ่ำ แทรกเป็นชั้นๆ สลับกับเนื้อเค้กด้วยมาสคาโพนชีส ซึ่งเป็นครีมชีสของอิตาลี และด้านบนสุดโรยด้วยผงโกโก้ ทีรามิสุชิ้นนี้หอมนำมาด้วยเหล้าคาลัวร์ รสชาติเข้มข้นถึงใจ และนุ่มเนียนไปกับครีมชีส
ทีรามิสุ
       นอกจากนี้ก็ยังมีเค้กโฮมเมดที่น่าลิ้มลองอีกหลายชิ้น อาทิ เค้กเผือก (80 บาท) เค้กชาเย็น (75 บาท) เค้กทุเรียน (80 บาท) เค้กกล้วยตาก (80 บาท) และยังมีเครื่องดื่มให้เลือกชิมอีกด้วย ทั้ง ชาเขียวมัตชะนมสด (50 บาท) กาแฟ และชาผลไม้ชนิดต่างๆ
      
       เห็นเค้กหน้าตาน่ากินแบบนี้แล้วเกิดอยากลองชิมขึ้นมา หรืออยากมานั่งผ่อนคลาย ละเลียดชิมเค้กอร่อยละมุนลิ้น ก็ตรงกันมาได้ที่ร้าน “YKB YING KA BUA”
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “YKB YING KA BUA” ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ โซนพาร์คเลน การเดินทางถ้ามาจากแยกเกษตร ให้ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านแยกพงษ์เพชร แยกแคราย ตรงมาเรื่อยๆ จนผ่าน บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ ให้ชิดซ้าย วิ่งในเส้นคู่ขนาน จากนั้นจะสังเกตเห็น เซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ อยู่ทางขวามือ ให้ตรงไปจะมีสะพานกลับรถ เมื่อกลับรถมาแล้วให้วิ่งชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเซ็นทรัล ร้านจะอยู่ที่ชั้น 1 บริเวณโซนพาร์คเลน ติดกับอินเด็กซ์ ลีฟวิ่ง มอลล์ เยื้องกับร้าน Daily Nail ทางร้านรับสั่งทำเค้ก (สั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน) เปิดทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น. โทร. 08-3994-3612

หอยสด รสอร่อย ที่ “หอยทอดชาวเล”

ด้านหน้าร้านหอยทอดชาวเล
       เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา “ผ่านมาแวะกิน” ไปเที่ยวหัวหินถิ่นมีหอย แต่ก็ไม่ได้ลิ้มรสหอยสดๆ หวานๆ สักตัว เมื่อกลับมาถึงเมืองกรุง ความอยากกินก็ยังอยู่ เลยไปตระเวนหาเมนูหอยๆ มาสนองปากเสียหน่อย ไปๆ มาๆ เลยมาเจอกับร้าน “หอยทอดชาวเล” ที่ดูจากชื่อแล้วก็น่าจะได้ชิมหอยตามใจอยากเสียที
      
       ร้าน “หอยทอดชาวเล” ตั้งอยู่ใน ซ.สุขุมวิท 55 หรือ ซ.ทองหล่อ จุดเริ่มต้นมาจากเปิดร้านขายหอยทอดอยู่ที่เชียงใหม่ แถวๆ หมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์ แล้วก็ขยับขยายมาเปิดร้านที่นี่ได้ประมาณ 13 ปีแล้ว ปัจจุบัน ก็เลยมีสาขาอยู่ทั้งที่เชียงใหม่ ซ.ทองหล่อ และที่สีลม ซ. 10 อีกหนึ่งแห่ง
อีกมุมที่นั่ง
       วัตถุดิบที่ใช้ในร้าน โดยหลักแล้วก็จะเป็นของทะเลซึ่งสั่งมาสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน โดยเฉพาะหอย ทั้งหอยนางรมจากอ่างศิลา และหอยแมลงภู่จากปากน้ำ ทำให้แต่ละเมนูที่นำมาเสิร์ฟนั้นได้ทั้งความสด สะอาด และรสชาติไม่เป็นรองใคร
      
       อย่างเมนูแรกที่ต้องมาลิ้มลองกัน หอยแมลงภู่ทอด (50 บาท) ที่จะใช้หอยแมลงภู่สดตัวโตมาทอดร้อนๆ เสิร์ฟบนแผ่นแป้งทอดบางกรอบที่ทอดพร้อมกับไข่ไก่ รองด้านล่างด้วยถั่วงอกผัดกับน้ำมันจนพอสุก ก่อเสิร์ฟโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย แล้วยกเสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มซอสพริกที่ทางร้านปรุงขึ้นเองแบบไร้สารกันบูด ชิมหอยแมลงภู่ทั้งสด ทั้งหวาน ไม่มีกลิ่นคาว เนื้อแป้งกรุบกรอบนุ่มเนื้อไข่ น้ำจิ้มรสชาติกลมกล่อมกำลังดี
หอยแมลงภู่ทอด
       ต่อกันด้วยเมนู อ่อส่วน (80 บาท) ใช้หอยนางรมสดมาทอดพร้อมกับไข่ไก่ และแป้งสูตรเฉพาะของทางร้าน โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มซอสพริก ลองชิมเนื้อแป้งเหนียวๆ นุ่มๆ หนืดๆ ได้รสชาติไข่ ตัวหอยนางรมสดหวานฉ่ำ เข้าคู่กันกับน้ำจิ้ม
      
       ส่วนอีกเมนูที่คล้ายๆ กันคือ อ่อลั่วะ (80 บาท) ที่ด้านบนเป็นเหมือนอ่อส่วน แต่ด้านล่างรองด้วยถั่วงอกผัดน้ำมันพอสุก และแผ่นแป้งบางกรอบ ชิมจานนี้จะได้ลิ้มรสทั้งเนื้อแป้งเหนียวนุ่มหอมไข่ หอยนางรมหวานอร่อย และแป้งกรอบๆ เคี้ยวเพลิน
อ่อส่วน
       ตบท้ายด้วยอีกหนึ่งเมนูอร่อย ผัดไทกุ้งสด (60 บาท) ที่มีให้เลือกทั้งเส้นเล็กและวุ้นเส้น นำไปผัดกับน้ำผัดไทปรุงรสสูตรพิเศษ ใส่ไข่ไก่ ใส่เครื่องผัดไท ทั้งหัวไชโป๊สับ เต้าหู้เหลือง กุ้งแห้ง และใบกุยฉ่าย แต่จุดเด่นของร้านนี้จะอยู่ที่นำกุ้งแชบ๊วยมาทอดกับแป้งกรอบให้เป็นแพ แล้ววางบนผัดไทที่ผัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จานนี้กินคู่กับถั่วงอกดิบ ใบกุยฉ่าย ก็ได้ลิ้มรสผัดไทที่เส้นเหนียวนุ่ม ไม่ติดกัน รสชาติหวานเค็มๆ กลมกล่อมดี หรือจะปรุงรสเพิ่มด้วยถั่วลิสงบด พริกป่น น้ำตาลทราย บีบมะนาวอีกเล็กน้อย เพิ่มความอร่อยจี๊ดจ๊าด
อ่อลั่วะ
       แต่ถ้ายังไม่อิ่ม ก็มีเมนูให้มาชิมกันอีกหลากหลาย ทั้ง ซีฟู้ดทอดกรอบ (60 บาท) ทอดตามสั่ง (80 บาท) ผัดไทกุ้งแห้ง (40 บาท) หรือผัดไทซีฟู้ด (60 บาท) เป็นต้น
      
       ถ้าหากใครอยากลิ้มรสหอยสดหวานอร่อย กับเมนูหอยทอดและผัดไท ก็แวะเข้ามาได้ที่ร้าน “หอยทอดชาวเล”
ผัดไทกุ้งสด
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “หอยทอดชาวเล” ตั้ง อยู่ที่ 25 ซ.สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทาง จาก ถ.สุขุมวิท ให้เลี้ยวเข้า ซ. สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ เป็นตึกแถวริมถนน หรือหากใช้รถไฟฟ้า BTS ให้ลงที่สถานีทองหล่อ แล้วเดินเข้าซอยมาก็ได้เช่นกัน เฉพาะวันหยุดสามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ และมีบริการเดลิเวอรี่ (ลูกค้าเสียค่าจัดส่งเอง) ร้านเปิดทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น. โทร.08-5128-3996, 08-9448-6289 ส่วนอีก 2 สาขา ตั้งอยู่ในสีลม ซ.10 และที่หมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์ ถ.ช้างคลาน จ.เชียงใหม่ โทร. 08-5869-3330
 

“กะทิสด” รสเด็ดขนมไทย หอมชื่นใจ หวานอร่อย

บรรยากาศในร้านกะทิสด
       “ผ่านมาแวะกิน” พาไปชิมอาหารคาว ข้าว ก๋วยเตี๋ยว หมุนเวียนเปลี่ยนไปมาหลากหลายร้านแล้ว มื้อนี้เลยอยากจะพาไปล้างปากกับของหวานกันบ้าง มากันที่ร้าน “กะทิสด”ที่นำเสนอขนมหวานแบบไทยๆ แสนอร่อย ที่มีหน้าตาและสีสันชวนลิ้มลอง
      
       ร้าน “กะทิสด” เปิดมาได้ 3 ปีแล้ว เป็นร้านขนมหวานไทยๆ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ “กะทิ” ซึ่ง จะแตกต่างจากร้านอื่นตรงที่เป็นลักษณะของกะทิคั้นแห้งไม่ได้ผสมกับน้ำ จึงทำให้ได้หัวกะทิแบบเน้นๆ และได้กลิ่นหอมของกะทิมากกว่า ซึ่งมะพร้าวกะทิที่จะนำมาทำน้ำกะทินั้นก็คัดสรรมาเป็นอย่างดี และนำมาทำกันสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน ทำให้ได้ขนมหวานแบบคุณภาพ
ทับทิมกรอบสยาม
       ถ้าจะลองชิมกะทิหวานอร่อยของที่นี่ ก็ต้องสั่งเมนูแนะนำ ทับทิมกรอบสยาม (ถ้วยละ 30 บาท) สีแดงน่ากิน ที่จะใช้แห้วเป็นวัตถุดิบหลัก นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วห่อด้วยแป้งสูตรเฉพาะของทางร้านได้ออกมาเป็นทับทิมกรอบสยามที่กรอบข้าง ใน ข้างนอกแป้งบางนุ่ม ไม่ร่วน ไม่หนามากไป เสิร์ฟมาพร้อมกับแห้ว มะพร้าวกะทิ และชิ้นขนุน ราดด้วยกะทิสดหวานมันหอม โปะด้วยน้ำแข็งปั่นละเอียดจนเกือบจะเป็นเกล็ด ทำให้ได้ความเย็นชื่นใจเพิ่มขึ้น
ทับทิมกรอบเผือกหอม
       นอกจากทับทิมกรอบสยามแล้ว ก็ยังมีอีกสองเมนูทับทิมที่น่าลิ้มลอง คือ ทับทิมกรอบเผือกหอม (ถ้วยละ 30 บาท) โดยถ้วยนี้จะเลือกใช้เผือกหอมมาแทนแห้ว เผือกหอมที่ได้ก็นำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ห่อด้วยแป้ง ผสมกับสีผสมอาหารสีม่วง และในถ้วยก็จะมีแห้ว ขนุน และมะพร้าวกะทิด้วย ซึ่งมะพร้าวกะทินั้นก็จะนำมาหั่นเป็นชิ้นแล้วนำไปเชื่อมกับน้ำตาลอีกเล็ก น้อยเพื่อให้ได้ความหวานซึมเข้าเนื้อ ลองชิมแล้วทั้งหนึบทั้งหอมมันส่วนตัวทับทิมกรอบเผือกหอมก็จะนุ่มๆ หนึบๆ
ทับทิมกรอบมัน
       อีกถ้วยก็คือ ทับทิมกรอบมัน (ถ้วยละ 30 บาท) ที่ใช้มันญี่ปุ่นมาแทนแห้วและเผือกหอม ถ้วยนี้ก็จะนุ่มๆ เด้งๆ ได้รสชาติแตกต่างจากแห้วและเผือกหอม ส่วนเครื่องเคราอื่นๆ ก็ใส่มาเหมือนๆ กับอีกสองถ้วย และได้ความหอม หวาน มัน จากกะทิสดเหมือนกัน
      
       หรือถ้าอยากจะลองชิมทับทิมกรอบทั้งสามแบบก็ต้องสั่ง ทับทิมกรอบแฟนซี (ถ้วยละ 30 บาท) ที่จะได้ชิมครบทุกอย่าง หรือจะสั่ง ทับทิมกรอบใส่ลูกมะพร้าว (ลูกละ 40 บาท) และยังมี ทับทิมกรอบเกล็ดหิมะกะทิสด (ถ้วยละ 40 บาท) ที่จะนำตัวกะทิสดไปแช่แข็งแล้วนำออกมาปั่นเป็นเกล็ดหิมะ ใช้แทนกะทิสดที่เป็นน้ำ ได้รสชาติหวานหอมเย็นจับใจยิ่งกว่า
ทับทิมกรอบใส่ลูกมะพร้าว
       หรือจะลองชิม เกล็ดหิมะนมสด (ถ้วยละ 40 บาท) ที่จะเป็นน้ำแข็งเกล็ดหิมะราดด้วยน้ำแดง น้ำเขียว หรือน้ำองุ่น แล้วตามด้วยเครื่องต่างๆ ทั้ง ถั่วแดง เผือก มัน สับปะรด และวุ้นมะพร้าว ทอปปิ้งด้วยไอศกรีมกะทิ โรยหน้าด้วยซีเรียลเพิ่มความกรุบกรอบ ไอศกรีมหวานมันหอมชื่นใจ คู่กับน้ำแข็งเกล็ดหิมะหวานๆ และเครื่องเคียงหลายอย่างก็เข้ากันดี เหมาะกับช่วงที่อากาศร้อนๆ หรือตอนที่กำลังร้อนอกร้อนใจ
ทับทิมกรอบเกล็ดหิมะกะทิสด
       นอกจากขนมหวานที่ได้ลองชิมไปแล้ว ทางร้านก็ยังมีขนมหวานไทยๆ อีกหลายชนิดให้มาเลือกกัน อาทิ ลูกตาลมะพร้าวกะทิ (30 บาท) ผลไม้ลอยแก้ว (กระปุกละ 35 บาท, 3 กระปุก 100 บาท) วุ้นฟรุ๊ตสลัด (35 บาท) วุ้นลูกชุบ (35 บาท) ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ฯลฯ ที่จัดเรียงอยู่ในตู้เย็นที่ทางร้านเรียกว่าป่าขนมหวานไทย (กระปุกเล็ก 20 บาท / กระปุกใหญ่ 35 บาท, 3 กระปุก 100 บาท) และยังมีสารพัดน้ำที่ทางร้านทำเอง เช่น กระเจี๊ยบ เก๊กฮวย ใบเตย กีวี เป็นต้น (ขวดละ 15 บาท)
      
       ตามมาลองลิ้มชิมรสชาติขนมหวานไทยๆ กับกะทิสดหอมหวานมันอร่อยแบบนี้กันได้ที่ร้าน “กะทิสด” ใน ซ.แจ้งวัฒนะ 14 กะทิสดอร่อยสมชื่อร้านแบบนี้ กินกันจนลืมอิ่มเลยทีเดียว
เกล็ดหิมะนมสด
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “กะทิสด” ตั้ง อยู่ที่ 29/5-6 ซ.แจ้งวัฒนะ 14 (ซ.บิ๊กซี) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. การเดินทางถ้ามาจากแยกหลักสี่ ให้วิ่งตรงมาบน ถ.แจ้งวัฒนะ ฝั่งที่จะไปปากเกร็ด ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงแยกคลองประปา ให้กลับรถแล้วตรงมาจนถึงห้างบิ๊กซี แล้วเลี้ยวเข้าซอยด้านข้างห้าง (ซ.แจ้งวัฒนะ 14) ตรงไปอีกประมาณ 300 เมตร สังเกตทางซ้ายมือ จะเห็นร้านตั้งอยู่ติดริมถนน มีป้ายให้เห็นชัดเจน สามารถจอดรถได้ด้านหน้าร้าน ทางร้านรับออกงานภายนอก และรับสั่งทำกระเช้าขนม ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10.30-22.00 น. โทร.0-2573-6071-2, 08-6620-4953

"อีโคไล" ป้องกันได้

       ข่าวการระบาดของเชื้ออีโคไลในประเทศแถบยุโรปในช่วงสอง สัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้บริโภคทั่วโลกไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะมีผู้ป่วยหลายร้อยคน แถมยังมีผู้เสียชีวิตจากเชื้ออีโคไลนี้ด้วย
      
       เจ้าเชื้ออีโคไลที่ว่านี้ เป็นแบคทีเรียซึ่งพบได้ในลำไส้ของมนุษย์และสัตว์ สามารถทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารที่รุนแรง โดยมีอาการที่สำคัญคือท้องเสียชนิดอุจจาระมีเลือดปน บางรายอุจจาระเป็นมูกเลือด และที่สำคัญคือมักพบว่าโรคนี้ทำให้เกิดภาวะไตวายร่วมด้วย เชื้อแบคทีเรียอีโคไลนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยเฉพาะในมูลสัตว์ ดังนั้นหากคนกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีเชื้อเหล่านี้เข้าไป ก็จะทำให้เกิดอาการท้องร่วง จนกระทั่งเกิดภาวะลำไส้อักเสบและมีอาการเลือดออกไม่หยุด เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและพบเลือดปนกับอุจจาระ บางรายถึงกับเสียชีวิตได้
      
       สำหรับในเมืองไทยแม้จะยังไม่มีผู้ป่วยหนักด้วยเชื้อตัวนี้ แต่ "108 เคล็ดกิน" ขอแนะนำว่าควรระวังรักษาสุขภาพตัวเองไว้ก่อน โดยมีวิธีป้องกันอย่างง่ายๆ โดยใช้วิธี "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" วิธีเดียวกับการป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เพิ่งระบาดในประเทศไทยและทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเชื้อแบคทีเรียอีโคไลจะตายเมื่อผ่านความร้อนจากการปรุงอาหาร และการล้างมือก่อนกินอาหารก็เป็นวิธีฆ่าเชื้อโรคที่ได้ผล แต่สำหรับผู้ที่นิยมบริโภคผักสดเนื้อดิบ ต้องระมัดระวังให้มาก โดยควรล้างผักสดด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แช่น้ำทิ้งไว้ 10-15 นาที และล้างผักผ่านน้ำไหลนานประมาณ 2 นาที เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค หากเป็นผลไม้และผักสดที่มีเปลือกก็ควรปอกเปลือก รวมทั้งอาจใช้สารในการชะล้างสารปนเปื้อนออกไปร่วมด้วยก็ได้ เช่น ด่างทับทิม น้ำส้มสายชู หรือผงฟู ส่วนเนื้อดิบนั้นควรงดไปก่อนจะดีที่สุด

“ซูชิ” วัฒนธรรมการกินแดนปลาดิบ

       ปัจจุบันนี้ ถ้าพูดถึง “ซูชิ” ทุกคนก็คงจะรู้จัก เจ้าข้าวก้อนกลมๆ ที่มีสารพัดหน้าให้เลือก กันเป็นอย่างดี แต่สำหรับที่มาที่ไป และชนิดของซูชินั้น อาจจะไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก “108 เคล็ดกิน” เลยอยากจะพาเจ้า “ซูชิ” มาเปิดเผยโฉมหน้าให้ได้เห็นกันมากขึ้น
      
       “ซูชิ” หรือ ข้าวปั้นมีหน้าที่เรารู้จักกันดีนั้น เป็นอาหารของชนชาติญี่ปุ่น ซึ่งมักจะหมายถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของ ซูชิเมะชิ หรือข้าวที่ผสมกับน้ำส้มสายชู และมีหน้าแบบต่างๆ ทั้งอาหารทะเล ไข่ ผัก เนื้อดิบ หรือเนื้อที่ผ่านกระบวนการปรุงแล้ว และส่วนใหญ่ก็มักจะใส่วาซาบิลงไปบนข้าวด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยให้มาก ยิ่งขึ้น
      
       การทำซูชินั้นมีในญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานแล้ว จนคนเข้าใจกันว่าเป็นของดั้งเดิมของญี่ปุ่น แต่เมื่อมีการสืบค้นหาที่มาก็พบว่า ญี่ปุ่นรับวัฒนธรรมการกินปลาหมักกับข้าวมาจากเมืองจีน โดยมีหลักฐานจากเอกสารโบราณของจีนที่พูดถึงอาหารที่มีหน้าตาคล้ายกับซูชิ ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 2 อาหารที่พูดถึงนี้คือปลาเค็มที่หมักด้วยข้าว และจะนำปลามากินเมื่อหมักจนได้ที่แล้ว ส่วนข้าวที่นำมาหมักนั้นจะเอาไปทิ้ง
      
       อีกส่วนหนึ่งก็เชื่อกันว่า วัฒนธรรมซูชินั้นเกิดมากจากประเทศแถบบ้านเรานี่เอง ซึ่งเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งข้าวทั้งปลา และมีวัฒนธรรมการถนอมอาหารให้คงอยู่เป็นเวลานาน โดยเฉพาะปลาที่จะนำมาหมักโดยมีส่วนผสมของข้าวด้วย อย่างเช่น ปลาร้า และปลาส้ม และวัฒนธรรมเหล่านี้ก็เข้าไปสู่ญี่ปุ่นโดยผ่านทางประเทศจีน
      
       ซูชิดั้งเดิมของญี่ปุ่นจะใช้ปลาหมักมากินคู่กับข้าว แต่ต่อมาในสมัยเอโดะได้เปลี่ยนมาใช้เป็นของทะเลสดๆ แทน และมีเครื่องเคียงเป็นขิงดอง ที่มีคุณสมบัติช่วยในการฆ่าเชื้อโรค ส่วนในปัจจุบันนั้นมีให้เห็นกันหลากหลายหน้า อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาหมึก กุ้ง ไข่หวาน ไข่ปลา ไข่กุ้ง แตงกวา ปลาไหล ฯลฯ
      
       นอกจากนี้แล้ว ซูชิยังแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ ดังนี้
      
       นิงิริซูชิ (Nigiri Sushi) เป็นซูชิพบได้บ่อยในภัตตาคาร ซูชิจะมีลักษณะข้าวเป็นก้อนรูปวงรีแล้ววางเนื้อปลาดิบ ปลาหมึก ฯลฯ ไว้ข้างบน อาจจะใส่วาซาบิเล็กน้อย หรือตกแต่งด้วยสาหร่ายทะเลก็ได้ ซูชิแบบนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด
      
       มากิซูชิ (Maki Sushi) มีวิธีทำ 3 แบบด้วยกัน คือ 1.ม้วนข้าวไว้ด้านในสาหร่ายทะเลอยู่ด้านนอก 2.ม้วนสลับกับแบบแรกโดยที่สาหร่ายอยู่ด้านในส่วนข้าวอยู่ด้านนอก 3.ห่อเป็นรูปกรวย เรียกว่า แคลิฟอร์เนียเทมากิ
      
       ชิราชิซูชิ (Chirashi Sushi) เป็นการจัดปลาดิบ ปลาหมึก กุ้ง ผัก ฯลฯ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ วางเรียงบนข้าวที่ใส่อยู่ในกล่อง
      
       โอชิซูชิ (Oshi Sushi) หรือรูปแบบคันไซจากเมืองโอซาก้า เอาข้าวมาอัดลงในแม่พิมพ์รูปสี่เหลี่ยมตามยาวหั่นขนาดพอดีให้รับประทานเป็น คำๆ แล้ววางเนื้อปลาไว้ด้านบน
      
       อินะริซูชิ ซูชิที่นำเนื้อมาใส่ในเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นถุง
      
       คราวนี้ ถ้าไปเห็นซูชิที่ไหน ก็คงจะได้ละเลียดกินความอร่อยไปพร้อมกับความรู้ที่มาคู่กับเจ้าข้าวปั้นก้อนกลมๆ ตรงหน้ากันแล้ว

ชวนไปชิมอร่ิอยทุกมื้อ ที่ร้านอร่อยเช้านี้

ชวนไปชิมอร่ิอยทุกมื้อ ที่ร้านอร่อยเช้านี้ credit  sitcomthai bloggang.com
ตื่นมาในยามเช้าที่อุดรธานี หากยังหาอะไรใส่ท้องก่อนออกเดินทางไม่ได้ "นายรอบรู้" ขอแนะนำให้ไปที่ "ร้านอร่อยเช้านี้" ริมหนองประจักษ์ ที่นี่มีทั้งไข่กระทะ ขนมปังใส่ไส้ แกงเส้นสูตรญวณ ให้ได้ลิ้มลอง
ร้านอร่อย เช้านี้เป็นหนึ่งในหลายร้านที่ตั้งเรียงรายรอบหนองประจักษ์ บรรยากาศร้านน่านั่ง โต๊ะเก้าอี้ไม้จัดวางเป็นระเบียบ ตู้กระจกหน้าร้านเต็มไปด้วยขนมปังบาแกตและขนมปังปอนด์ดูน่ากิน ใกล้กันมีหม้อต้มแกงเส้น ข้าวเปียก และโจ๊ก ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ว่าแล้วก็จัดหนักไปเลย สั่งมาชิมทุกเมนูเด็ด เติมพลังก่อนตะลุยถิ่นอุดร
ขนม ปังใส่ไส้ของร้านนี้ใช้ขนมปังบาแกตที่อบจนนุ่มแล้วผ่ากลาง ทาเนย ใส่กุนเชียง โรยหมูหย็อง โปะหน้าด้วยหมูสับผัดกับแครอต หอมใหญ่ และต้นหอมซอย สีสันน่ากิน เสิร์ฟพร้อมไข่กระทะที่ใช้ไข่ไก่ตอกลงบนกระทะร้อนๆ ที่ชุ่มเนย โรยหมูยอ กุนเชียงชิ้นพอดีคำ และหมูสับผัดที่ใส่เป็นไส้ขนมปัง ชอบไข่สุกมากสุกน้อยก็สั่งได้
อย่าลืมสั่งกาแฟร้อนๆ มากินให้ครบเซต รับรองอร่อยสุดๆ แต่หากยังไม่อิ่มท้อง สั่งข้าวเปียก แกงเส้น หรือโจ๊ก มาเติมความอร่อยกันได้
ข้อมูลร้านอร่อย : ย่านร้านอาหารเช้าริมหนองประจักษ์ ถ. เทศา เปิดเวลา 06.00-11.00 น. โทร. 08-0758-9882