ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“อบอร่อย” เสิร์ฟความสด ซีฟูดรสอร่อย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2554 15:46 น.
บรรยากาศภายในร้านอบอร่อย
       กุ้งตัวใหญ่ หมึกตัวยาว ปลาตัวโต ปูก้ามใหญ่ และหอยสดๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารทะเล หรือที่เรียกว่า ซีฟู้ด ที่มีแต่ความสดชวนกินทั้งนั้นเลย ซึ่งได้ถูกนำมาปรุงแต่งเป็นอาหารทะเลจานเด็ดตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะอาหาร เต็มไปหมดอยู่เบื้องหน้าของ “ตระเวนกิน” นี่เอง
      
       ทำเอาเราเกิดอาการมือไม้สั่นอยากจะลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ รสเลิศเหล่านี้ให้อิ่มหนำกันไปเลย เพราะว่าในมื้อนี้เราได้เดินทางมาลองลิ้มชิมรสกับอาหารทะเลสดๆ ที่ว่ามานี้กันยังร้าน “อบอร่อย” เป็นร้านขายอาหารทะเลที่ มีชื่อเสียงของย่านทาวน์ อิน ทาวน์ เปิดขายมานานแล้วกว่า 15 ปี จากที่เป็นแค่ร้านเล็กๆ มีเมนูซีฟูดขายแค่ไม่กี่อย่าง
บรรยากาศโต๊ะนั่งห้องแอร์
       แต่ในทุกวันนี้ “อบอร่อย” กลายเป็นร้านอาหารขนาด ใหญ่ ตกแต่งสไตล์รีสอร์ตที่ดูโปร่งโล่งสบายๆ ภายในร้านมีโต๊ะให้เลือกนั่งรับลมเย็นๆ มากมายหลายโต๊ะ และยังมีโต๊ะนั่งในห้องแอร์เย็นฉ่ำบริการอีกด้วย ส่วนเรื่องของอาหารทะเลนั้นก็มีเมนูมากมายหลายหลากกว่า 40 รายการให้ได้เลือกลิ้มรสชาติกัน ซึ่งอาหารทะเลของที่ร้านนี้นั้นก็ยังคงความเสมอต้นเสมอปลายในเรื่องของการ คัดสรรอาหารทะเลที่จะต้องมีความสด และจะสั่งตรงมาจากแหล่งอาหารทะเลจากทางภาคใต้ หรือภาคตะวันออก และเน้นเรื่องคุณภาพของอาหารทะเลที่จะต้องปลอดสารฟอร์มาลีน และขายแบบวันต่อวัน เรียกว่าเน้นความสดของอาหารทะเลเป็นหัวใจหลัก และยังใส่ใจในการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีในการนำมาปรุงเป็นอาหารทะเลเลิศรสมาก มายให้ได้กินกัน
กุ้งเผา
       ว่าแล้วก็มาจัดการกินเมนูซีฟูดมากมายที่เราได้เลือกสั่งมาชิมกันดีกว่า เริ่มด้วยเมนูแรก กุ้งเผา (กิโลกรัมละ 550 บาท) เป็นกุ้งแม่น้ำตัวโตสดๆ จากธรรมชาติที่สั่งตรงมาจากราชบุรี ทางร้านนำมาเผากับเตาถ่านให้กุ้งสุกกำลังพอดี แล้วเสิร์ฟมาร้อนๆ พร้อมกับน้ำจิ้มซีฟูดสูตรเด็ดที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเองตามสูตรเฉพาะ ปั่นด้วยพริกสดเพื่อให้ได้ความหอม แถมยังต้องนำไปต้มให้เดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค และจะทำแบบวันต่อวัน ทำให้เวลาได้กินกุ้งสดๆ เนื้อช่างแน่นนุ่มหวาน กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดแล้วมันแซบเด็ดโดนใจจริงๆ
ปลาหมึกย่าง
       จานต่อมาเป็น ปลาหมึกย่าง (เริ่มต้นที่ 80-180 บาท) ทางร้านเลือกใช้หมึกศอกตัวใหญ่จากแม่กลอง นำมาล้างทำความสะะอาดอย่างดี และหมักกับซอสสูตรพิเศษที่ปรุงขึ้น ก่อนจะนำมาย่างบนเตาถ่านจนหมึกสุกได้ที่แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ วางเรียงเป็นตัวหมึกเหมือนเดิม ได้กลิ่นหมึกย่างร้อนๆ หอมๆ กินแล้วเนื้อหมึกเคี้ยวนุ่มแน่นหนึบหนับปาก มีความหวานของหมึกและซอสอยู่ในตัวนิดๆ และก็จิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟูดรสเด็ดดีจริง
หอยเชลล์อบเนย
       แล้วก็มากิน หอยเชลล์อบเนย (120 บาท) เป็นหอยเชลล์สดๆ ตัวโตๆ นำมาปรุงรสด้วยเนย กระเทียม ผักชี และเครื่องเทศสูตรเฉพาะ แล้วเผาด้วยความร้อนพอเหมาะ จนได้หอยเชลล์เผาอบเนยที่ลิ้มรสแล้วก็ถูกปากตรงที่หอยเชลล์สดหวานเนื้อนุ่ม เข้ากับรสชาติของเครื่องเนยกระเทียมแบบกลมกล่อม
ปลากะพงทอดราดน้ำปลา
       ถัดมาเป็นเมนูปลาขายดีประจำร้าน คือ ปลากะพงทอดราดน้ำปลา (250 บาท) เป็นปลากะพงตัวโตสดๆ นำมาแบะแล้วทอดจนเหลืองกรอบ แล้วราดด้วยน้ำปลาที่ทางร้านปรุงรสขึ้นมาเป็นพิเศษ และมาพร้อมกับยำมะม่วง แค่กินเนื้อปลาอย่างเดียวตอนร้อนๆ ก็สัมผัสได้ถึงเนื้อปลาที่ฟูกรอบนอก เนื้อในนุ่มชุ่มด้วยรสชาติออกเค็มๆ นิดๆ ของน้ำปลาที่ราดมา กินคู่กับยำมะม่วงรสเปรี้ยวเด็ด
ปูอบวุ้นเส้น
       ปูอบวุ้นเส้น (เริ่มต้นที่ 240-500 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูไฮไลท์ประจำร้าน ที่ทุกโต๊ะเป็นต้องสั่งมาชิม เพราะทางร้านเลือกนำปูดำ (ปูทะเล) สดๆ ตัวโตกำลังดีนำมาอบกับวุ้นเส้น และปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดเฉพาะ ใส่มันหมู ต้นหอม เครื่องเทศไทยและจีน แล้วก็อบด้วยถ่านไม้ให้กลิ่นหอมธรรมชาติจนสุกได้ที่ ก็เสิร์ฟมาทั้งหม้ออบแบบร้อนๆ ลิ้มรสวุ้นเส้นเหนียวนุ่มรสชาติเข้มข้นถึงเครื่องเทศที่อบมา ส่วนปูก็เนื้อแน่นหวานสดได้ใจดีแท้
ข้าวผัดปู
       ปิดท้ายมาอิ่มให้แน่นท้องกับเมนู ข้าวผัดปู (จาน เล็ก 75 บาท จานใหญ่ 150 บาท) ที่ทุกโต๊ะต้องสั่งมากินให้ได้ เพราะเป็นข้าวผัดปูสูตรเฉพาะที่ทางร้านจะคัดแต่เนื้อปูสดๆ เป็นก้อนเนื้อแน่นๆ นำมาผัดคลุกเคล้ากับข้าวหอมมะลิและเครื่องปรุงรสสูตรพิเศษ ได้เป็นข้าวผัดปูที่กินแล้วข้าวเป็นเม็ดเคี้ยวนุ่ม ไม่แฉะรสชาดิกลมกล่อม เนื้อปูเต็มปากเต็มคำ
      
       แต่ทว่าในเมนูอาหารก็ยังมีเมนูซีฟูดจานเด็ดอื่นๆ ที่น่าลองลิ้มอีก อย่างเช่น ปลาหมึกทอดกระเทียม (140 บาท) หอยแมลงภู่อบโหระพา (65 บาท) ผัดผักกะเฉด (69 บาท) ต้มยำปลาเก๋า (190 บาท) เนื้อปูผัดผงกะหรี่ (200 บาท) และอีกหลายเมนูซีฟูดสดๆ รสเด็ด รวมถึงยังมีของหวานขึ้นชื่ออย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง (เล็ก 70 บาท ใหญ่ 120 บาท) ที่ชวนลิ้มรสอีกด้วย รวมถึงภายในพื้นที่ร้านยังมีมุมขายเบเกอรีโฮมเมดและกาแฟอีกด้วย
      
       หากว่ามิตรรักนักกินคนไหน เกิดนึกอยากกินอาหารทะเลสดๆ รสเด็ดโดนใจ “ตระเวนกิน” ก็ขอแนะนำว่าหากมาที่ร้าน “อบอร่อย” ขอบอกว่าไม่ผิดหวังที่จะได้ลิ้มรสชาติของสารพัดเมนูซีฟู้ดสดรสเด็ดโดนใจ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “อบอร่อย” ตั้ง อยู่ที่ 1329/53 ลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) ถ. ลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.เดินทางมาจาก ถ.พระราม 9 เลี้ยวซ้ายเข้าเลียบทางด่วนรามอินทรา หรือถนนประดิษฐ์มนูญธรรม ตรงไปผ่านแยกประชาอุทิศแล้วกลับรถใต้สะพานข้ามแยกลาดพร้าว เลยปั๊มเชลล์ ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าศรีวรา (ซอยบ้านต้นซุง) ตรงไป 200 เมตร เจอสามแยกเลี้ยวซ้าย ร้านอยู่ขวามือ (เยื้องโรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์) มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 16.00-23.00 น. (ครัวปิด 22.30 น.) มีที่จอดรถด้านในร้าน ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้าก่อน โทร. 0-2559-0628, 08-1442-7504, 08-9146-0129

“ก๋วยเตี๋ยวเนื้อราชวัตรบิ๊กสุ” สูตรจีนโบราณ เนื้อนุ่ม กลมกล่อม ซุปหอมถึงเครื่อง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 สิงหาคม 2554 14:49 น.
บรรยากาศภายในร้าน
       ก๋วยเตี๋ยว ถือได้ว่าเป็นเมนูยอดฮิตตลอดกาลของคนชอบกิน ซึ่งก็มีให้เลือกกันแบบหลากหลายตามความอยาก แต่ในมื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” ขอเอาใจคนชอบกินเนื้อกันเสียหน่อย โดยเฉพาะสาวกก๋วยเตี๋ยวเนื้อทั้งหลาย เลยพาไปกินกันที่ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อราชวัตรบิ๊กสุ”
      
       ก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนี้เป็นร้านชื่อดังในย่านราชวัตร ที่เปิดขายกันมา 60 กว่าปีแล้ว โดยจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำข้นสูตรโบราณสไตล์จีน ซึ่งจุดเด่นก็อยู่ที่ตัวน้ำซุปนี้เอง ที่จะใช้เนื้อสามชั้นพื้นท้องมาต้มรวมกับเครื่องเทศยาจีนนานกว่า 6 ชั่วโมง ก่อนที่จะปรุงรสเล็กน้อย ก็จะได้น้ำซุปที่กลมกล่อมหอมหวนชวนกิน ถึงเครื่องยาจีน
ด้านหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อราชวัตรบิ๊กสุ
       เครื่องเคราต่างๆ ของก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ร้านนี้ก็มีให้แบบครบเครื่อง ทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย เนื้อตุ๋น เอ็นใส ไส้ ตับ ม้าม ขอบกระด้ง และลูกชิ้นเนื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้ทางร้านก็เลือกสรรวัตถุดิบอย่างดีมาปรุง
      
       เริ่มจากลูกชิ้นเนื้อที่จะใช้เนื้อส่วนสะโพกมาทำเป็นลูกชิ้น โดยจะใช้เนื้อล้วนๆ ที่ไม่ผสมแป้ง และไม่มีสารบอแรกซ์ ซึ่งพอชิมแล้วก็จะได้รสชาติ เคี้ยวเด้งอยู่ในปาก ส่วนเนื้อสดจะเป็นเนื้อสันนอกที่ได้ความนุ่มมากกว่า นำมาสไลด์เป็นชิ้นๆ แล้วลวกพอให้สุก ก็จะได้เนื้อสดรสอร่อยที่นุ่มปาก
เกาเหลารวมและข้าวเปล่า
       ทางด้านเนื้อเปื่อย ก็คือใช้เนื้อพื้นท้องที่ต้มในน้ำซุป ซึ่งจะได้ความเปื่อยนุ่ม และรสชาติของน้ำซุปที่กลมกล่อมอยู่แล้วก็เข้าไปในตัวเนื้อด้วย และยังมีเนื้อสามชั้น ที่จะนำมาตุ๋นให้นุ่มกับน้ำซุปที่ทำการปรุงรสชาติแล้ว จึงได้ออกมาเป็นเนื้อตุ๋นที่เคี้ยวอร่อย
      
       ส่วนเอ็นใสที่ใส่มาในชามด้วย ก็เปื่อยนุ่มเคี้ยวอร่อยเช่นกัน ซึ่งตัวเอ็นใสนี้ก็จะถูกต้มและตุ๋นอยู่ในหม้อเดียวกับน้ำซุปเพื่อให้รสชาติ เข้มข้น ทางด้านม้าม ไส้ และขอบกระด้ง ล้างให้สะอาดและต้มต่างหากกับเครื่องเทศยาจีน เพื่อให้มีกลิ่นหอม ไม่คาว และใส่ซีอิ้วดำเพื่อให้สีสวยขึ้น โดยจะต้มจนไม่มีไขลอยขึ้นมา เวลากินจะได้ไม่ติดปากเหนอะหนะ
เส้นหมี่น้ำ
       เมนูยอดฮิตของที่ร้านนี้ก็คือ เกาเหลา (40 บาท พิเศษ 50 บาท) ซึ่งก็เลือกได้เลยว่าต้องการจะใส่อะไรบ้าง แต่สำหรับที่เราชิมกันวันนี้จะเป็นเกาเหลารวมที่ใส่มาครบทุกอย่าง กินคู่กับข้าวเปล่า (7 บาท) ให้อิ่มอร่อยกัน ซึ่งหากว่าใครจะปรุงรสชาติเพิ่มเติมก็มั่นใจได้ในความสะอาด เพราะพริกป่นและน้ำส้มพริกดองเอง
      
       หรือหากจะชิมเมนูก๋วยเตี๋ยว ก็มีให้เลือกทั้งเส้นหมี่ เส้นใหญ่ และเส้นเล็ก เหมือนที่ได้ลองชิม เส้นหมี่น้ำ (40 บาท พิเศษ 50 บาท) เส้นหมี่ก็เหนียวนุ่ม น้ำซุปหวานหอมกลมกล่อม แต่ถ้าสั่งก๋วยเตี๋ยวแห้ง อย่างเช่น เส้นหมี่แห้งลูกชิ้น (40 บาท พิเศษ 50 บาท) ทางร้านก็จะปรุงใส่ซีอิ้วดำลงไปด้วย เพิ่มสีสันให้น่ากินและเพิ่มรสชาติความอร่อยลงไปอีก
      
       สำหรับสาวกก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่หากมาแล้วก็จะได้อิ่มอร่อยไปกับเมนูเด็ดกันอย่างแน่นอน
เส้นหมี่แห้งลูกชิ้น
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อราชวัตรบิ๊กสุ” ตั้ง อยู่ที่ 1236 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. การเดินทางจากตลาดราชวัตรให้มุ่งหน้ามาทางศรีย่าน ผ่านแยกไฟแดง และข้ามสะพานราชวัตร และตรงมาอีกประมาณ 200 เมตร จะเห็นร้านตั้งอยู่ทางซ้ายมือติดถนน ตรงข้ามกับซอยสันติสุข สามารถจอดรถได้บริเวณริมถนนหน้าร้าน ทางร้านรับออกงานในระยะทางไม่ไกลมากนัก ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00-16.00 น. โทร. 0-2241-4192 ส่วนอีกหนึ่งสาขาตั้งอยู่ที่ถนนสรงประภา ตรงข้ามโรงเรียนมาลีสวรรค์ ดอนเมือง

“บุ๊ค ราดหน้าขั้นเทพ” อร่อยเด็ดจานเดียว สไตล์ฟิวชั่น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2554 13:04 น.
บรรยากาศด้านนอกร้าน
       สำหรับอาหารง่ายๆ แบบอาหารจานเดียวนั้น เป็นเมนูประจำของคนทำงาน ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องคิดมากเวลาสั่ง แต่ถ้าหากจะให้กินแบบเดิมๆ ทุกวันก็คงจะเบื่อได้ “ผ่านมาแวะกิน” เลยอยากจะพามาชิมอาหารจานเดียวในสไตล์ฟิวชั่น ที่จะทำให้การเลือกสั่งเมนูเดิมๆ นั้นไม่น่าเบื่ออีกต่อไป จึงพามากันที่ร้าน “บุ๊ค ราดหน้าขั้นเทพ”
      
       เห็นชื่อราดหน้าแล้ว แน่นอนว่าร้านนี้เริ่มต้นมาจากการเปิดขายราดหน้ามาก่อน และปัจจุบันก็ยังเน้นราดหน้าเป็นหลัก แต่ก็มีเมนูอื่นๆ เสริมมาให้ลองชิมอีกมากมาย ทั้งสเต็ก ผัดไท หอยทอด และเมนูอาหารจานเดียวในสไตล์ฟิวชั่น ซึ่ง “คุณบุ๊ค : บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต” เจ้าของร้าน เป็นคนคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง
ที่นั่งภายในร้าน
       นอกจากเมนูภายในร้านจะมีให้เลือกหลากหลายแล้ว ก็ยังเน้นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ สดใหม่ และเน้นที่มาตรฐาน แถมภายในร้านก็ยังตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้าน ชวนให้เข้าไปนั่งเสียเหลือเกิน โดยบางโซนที่นั่งออกเป็นด้านนอก และด้านในห้องแอร์ 2 ห้อง ซึ่งก็เลือกนั่งกันได้ตามชอบ แต่ถ้าหากใครจะมาช่วงมื้อกลางวันขอแนะนำให้โทรศัพท์มาจองก่อนจะดีกว่า
ราดหน้าเนื้อริบอาย
       มาถึงร้านกันแบบหิวๆ เลยไม่รอช้า เริ่มเมนูแรกกันที่ ราดหน้าเนื้อริบอาย (199 บาท) ที่ความอร่อยของจานนี้เริ่มที่เส้นใหญ่นำมาทอดจนเหลืองกรอบ น้ำราดหน้าเป็นสูตรแบบฮ่องกง ซึ่งจะใส่คะน้าฮ่องกงและเห็ดหอมลงไปด้วย ส่วนของเด็ดในจานนี้ก็อยู่ที่เนื้อริบอายโคขุนที่คัดเลือกมาเป็นพิเศษ นำไปหมักกับเครื่องปรุงต่างๆ ก่อนจะนำไปย่างแล้ววางด้านบนของราดหน้า ลองชิมน้ำราดหน้าหวานกลมกล่อม หอมน้ำมันงา เส้นใหญ่กรอบนอกนุ่มในเข้ากันกับเนื้อริบอายที่นุ่มละลายในปาก
พอร์กชอปซอสกระเพรา
       เมนูที่สองเราขอลองชิม พอร์กชอปซอสกระเพราะ (125 บาท) จานนี้ใช้เนื้อหมูตัดกระดูกรมควันนำมาย่าง เสิร์ฟพร้อมกับเส้นสปาเกตตี้ลวกสุกราดซอสกระเพราะแบบไทยๆ ลองชิมพอร์กชอปนุ่มเนียน ซอสกระเพราเข้มข้นจัดจ้านหอมกลิ่นกระเพรา
      
       ถัดมาเป็นเมนู หอยทอดนิวซีแลนด์ (120 บาท) เด่นเต็มจานด้วยหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ไซต์ใหญ่พิเศษ นำมาชุบแป้งทอดทั้งตัว เสิร์ฟพร้อมกับถั่วงอดผัดไข่ กินคู่กับน้ำจิ้มซอสพริกสไตล์จีนที่ทางร้านทำขึ้นเอง ชิมหอยแล้วนุ่มฉ่ำหวานสด แป้งกรอบนอกนุ่มใน น้ำจิ้มรสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อยอร่อยเข้ากัน
หอยทอดนิวซีแลนด์
       ตบท้ายด้วยของหวานอร่อยๆ โรตีเส้นกรอบ (39 บาท) ที่ใช้เส้นใหญ่ที่ใช้ทำก๋วยเตี๋ยวมาทอดจนกรอบ ราดด้วยนมข้นหวานและช็อคโกแลต ชิมดูเส้นกรุบกรอบหอมอวลอยู่ในปาก รสชาติคล้ายๆ โรตี แถมด้วยความหวานจากนมข้นหวานและช็อคโกแลตที่เข้ากันได้อย่างดิบดี
      
       สำหรับเมนูจานเด็ดของทางร้านก็ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีให้เลือกสรรมาลองลิ้มกันอีกหลากหลายจาน ไม่ว่าจะเป็น ราดหน้าฮ่องเต้ (179 บาท) ผัดไทโบราณเส้นสด (75 บาท) ปอเปี๊ยะห่อชีส (49 บาท) ราดหน้าปูนิ่ม (149 บาท) หรือ สเต็กหมูเท็นเดอลอยด์ (99 บาท) ก็ล้วนแต่อร่อยไปเสียทั้งนั้น ซึ่งหากใครอยากลองชิมเมนูอาหารจานเดียวแบบฟิวชั่นอร่อยๆ แบบนี้ ก็ต้องแวะกันมาที่ร้าน “บุ๊ค ราดหน้าขั้นเทพ” เพียงสถานเดียว
โรตีเส้นกรอบ
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “บุ๊ค ราดหน้าขั้นเทพ” ตั้ง อยู่ที่ 9/53 ซ.งามวงศ์วาน 43 (ซ.ชินเขต 1) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. การเดินทางการ์ตูนโรแมนติก ถ้ามาจากแยกเกษตร ให้ตรงมาทางถนนงามวงศ์วานจนถึงแยกพงษ์เพชร ให้กลับรถบริเวณใต้สะพาน แล้วชิดซ้าย ขับตรงมาจนถึงซอยงามวงศ์วาน 43 (ซอยชินเขต 1) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย แล้วตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกใหญ่ (สังเกตทางขวามือจะมี 7-11 อยู่) ให้เลี้ยวขวาแล้วตรงมา เรื่อยๆ สังเกตทางซ้ายมือจะเห็นซอย 1-29 ร้านจะอยู่บริเวณปากซอย สามารถจอดรถได้บริเวณริมถนน และลานจอดด้านข้างร้าน ทางร้านมีบริการเดลิเวอรี่ในระยะ 5 กิโลเมตร (รอบหมู่บ้าน) ร้านเปิดวันพฤหัสบดี-อังคาร (หยุดวันพุธ) เวลา 11.00-21.00 น. โทร. 0-2954-0170, 08-6324-4995

“ยูซุปโภชนา” ราชาข้าวหมก เลิศรสหลากเมนู

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2554 13:39 น.
บรรยากาศที่นั่งภายในร้าน
       จู่ๆ “ผ่านมาแวะกิน” ก็เกิดอยากจะไปลิ้มลองอาหารอิสลามขึ้นมา ก็เลยลองเสาะหาร้านอร่อยๆ ที่เดินทางไปกินกันได้ง่ายๆ มาสนองปากตัวเอง จนได้มาเจอกับร้าน “ยูซุปโภชนา” ซึ่ง ไปกันได้สะดวก เพราะอยู่เพียงแค่บนถนนเกษตร-นวมินทร์ นี่เอง แถมยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาข้าวหมกอีกด้วย แบบนี้ก็ต้องตามไปลองชิมกันเสียหน่อย
      
       ร้าน “ยูซุปโภชนา” เปิดที่ถนนเกษตร-นวมินทร์ มาได้ 9 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นก็เปิดขายตามงานต่างๆ เพียงอย่างเดียว โดยสูตรอาหารของทางร้านก็จะเป็นสูตรของอิสลามขนานแท้ ซึ่งจะเป็นสูตรเฉพาะที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเอง ส่วนเครื่องเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะนำเข้ามาจากประเทศอียิปต์ ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นที่โดนใจ แต่หากว่าใครไม่สะดวกจะมาที่สาขานี้ ก็ยังมีอีกหนึ่งสาขาตั้งอยู่บนถนนกิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ ให้แวะเวียนกันไปได้
ข้าวหมกไก่
       เมื่อมาถึงที่ร้าน แน่นอนว่าก็ต้องลองชิมข้าวหมกที่เป็นจานเด่น ซึ่งเราขอเลือก ข้าวหมกไก่ (40 บาท) ที่จะเน้นหนักกันที่เครื่องเทศทั้งจากอียิปต์และไทย โดยใช้ข้าวหอมมะลิเก่ามาลวก ก่อนจะผสมกับส่วนผสมต่างๆ ให้ได้ข้าวออกมาเป็นสามสี คือ สีเหลือง สีส้ม และสีขาวของข้าว จากนั้นก็นำไปหุงรวมกับแครอท ถั่วลันเตาและถั่วดาล เนื้อไก่ก็จะนำไปผัดกับเครื่องเทศและตุ๋นจนไก่สุกและรสชาติเข้าเนื้อ ส่วนน้ำจิ้มก็จะใช้สมุนไพรต่างๆ หลายชนิด และปรุงให้ออกรสชาติเปรี้ยวหวาน ลองชิมจานนี้แล้วต้องบอกว่าอร่อยถูกปาก ข้าวเป็นเม็ดร่วนแต่ไม่แข็ง ไก่เนื้อนุ่มเปื่อย เข้ากับน้ำจิ้มเปรี้ยวๆ หวานๆ เป็นอย่างดี
ซุปหางวัว
       เมนูถัดมา ขอซดน้ำซุปให้คล่องคอกับ ซุปหางวัว (75 บาท) เมนูนี้ความเข้มข้นจะอยู่ที่น้ำซุป ซึ่งปรุงด้วยเครื่องเทศไทยๆ ผสมกับหอมใหญ่และมะเขือเทศ ทำให้ได้รสชาติมากยิ่งขึ้น ส่วนหางวัวก็เลือกสรรมาเป็นอย่างดี ล้างให้สะอาดและต้มกับสมุนไพรอยู่หลายรอบจนเปื่อยและไม่มีกลิ่น เวลายกมาเสิร์ฟนั้นทาร้านก็จะปรุงรสชาติมาให้ด้วยการโรยหอมเจียว พริกขี้หนูสวน และบีบมะนาว ลองชิมแล้วก็จัดจ้านเข้มข้นจริงๆ มีทั้งรสเปรี้ยวเค็มเผ็ด ถูกใจคนชอบรสจัด แต่หากใครกลัวรสจัดเกินไปก็บอกทางร้านได้เลย
มะตะบะไก่
       ต่อกันด้วย มะตะบะไก่ (35 บาท) ที่ทางร้านจะใช้แป้งที่ตีขึ้นเอง ส่วนไส้ในจะใช้เนื้อไก่มาสับแล้วผัดรวมกับหอมใหญ่ ต้นหอม ไข่ไก่ และเครื่องเทศต่างๆ จนสุก จากนั้นก็นำแป้งที่เตรียมไว้มาห่อและนำลงไปทอด เสิร์ฟพร้อมกับอาจาดที่กินแล้วเข้ากันดี รสชาติมะตะบะแป้งนุ่ม ไส้รสกลมกล่อมหอมเครื่องเทศ
      
       ส่วนเมนูนี้ สลัดแขก (30 บาท) ก็มาเอาใจคนชอบกินผัก ซึ่งจะใช้ผักสดทั้งผักกาดหอม แตงกวา มะเขือเทศ หอมใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังใส่เต้าหู้ ไข่ไก่ต้ม และมันทอด ราดด้วยน้ำสลัดที่ทำจากถั่วและนมสด ซึ่งชิมแล้วรสชาติจะออกเปรี้ยวๆ หวานๆ มันๆ หอมถั่ว
สลัดแขก
       อีกเมนูที่น่าลองชิมก็คือ มัสมั่นเนื้อโรตี (67 บาท) ที่ในส่วนของมัสมั่นนั้นจะนำเนื้อมาตุ๋นกับสมุนไพรให้เปื่อยแล้วค่อยนำมาแกง กับเครื่องแกงมัสมั่นที่ทางร้านทำขึ้นเอง จากนั้นก็เคี่ยวจนเข้าเนื้อ และยังใส่มันเทศลงไปด้วย เสิร์ฟมากับโรตีสูตรพิเศษของทางร้าน ที่เป็นโรตีนุ่ม ทอดกันใหม่ๆ ชิมแล้วมัสมั่นเนื้อนุ่มเปื่อยได้รสชาติเข้มข้น โรตีเนื้อนุ่ม ไม่มัน หอมอร่อย
มัสมั่นเนื้อโรตี
       ตบท้ายกันด้วย ก๋วยเตี๋ยวแกง (35 บาท) ที่มีให้เลือกทั้งไก่และเนื้อ มีทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ บะหมี่ น้ำแกงได้มาจากกะทิปรุงกับเครื่องแกงและเคี่ยวจนได้ที่ ส่วนเครื่องต่างๆ ที่ใส่มาก็มีทั้งเต้าหู้ หอมเจียว หัวไชโป๊ว ถั่วป่น และไข่ต้ม รสชาติน้ำแกงจะออกหอมๆ มันๆ กินแล้วอร่อยเพลิน
      
       แต่ถ้าใครยังไม่อิ่มหนำ ทางร้านก็ยังมีเมนูให้เลือกอีกหลากหลาย อย่างเช่น ข้าวเนื้ออบ (40 บาท) ข้าวราดกุรุหม่าไก่ (55 บาท) ซุปเนื้อ (60 บาท) มะตะบะปลา (35 บาท) โรตีนมน้ำตาล (15 บาท) เป็นต้น ซึ่งเมนูอาหารอิสลามอร่อยๆ แบบนี้ก็มาชิมกันได้ที่ร้าน “ยูซุปโภชนา”
ก๋วยเตี๋ยวแกง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ยูซุปโภชนา” ตั้งอยู่ที่ 151 ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. การเดินทางจากแยกเกษตร วิ่งตรงไปยัง ถ.เกษตร-นวมินทร์ (ถ.ประเสริฐมนูกิจ) สังเกตตอม่อทางขวามือจนถึงตอม่อที่ 97 ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือติดถนน สามารถจอดรถได้บริเวณริมถนน และมีที่จอดรถด้านหลังร้าน (เข้าทางซอยหมู่บ้านกลางเมือง) ร้านเปิดทุกวัน (หยุดวันจันทร์และอังคาร สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน) เวลา 08.00-15.00 น. โทร. 08-1659-6588 ส่วนอีกสาขา ตั้งอยู่ที่ ถ.กิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ เยื้องปั๊มน้ำมันบางจาก โทร. 08-5136-2864

ชีสพายผลไม้


ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
 โฮลวีต แครกเกอร์                100 กรัม
 ครีมชีส สเปรด ชนิดไลท์       200 กรัม
 น้ำมะนาว                            1 ช้อนชา
 น้ำผึ้ง                                   2 ช้อนโต๊ะ
 กีวี, องุ่น, ข้าวโพด, แก้วมังกร หรือผลไม้อื่นตามชอบ
cheesepie.jpg
วิธีทำ
1. บดแครกเกอร์ ให้ละเอียด เติมน้ำผึ้งลงผสมกับแครกเกอร์คลุกเคล้าให้เข้ากัน อัดลงถ้วยฟอยล์ให้แน่น
2. ผสมครีมชีสกับน้ำมะนาวการ์ตูนโรแมนติก คนแรงๆจนเข้ากัน ตักใส่ถ้วยที่อัดแครกเกอร์ไว้แล้ว
3. หั่นผลไม้สดวางด้านบน รับประทานทันที หรือแช่เย็นก่อนก็ได้

ซุปผักใส่มะกะโรนี


ที่ กำลังลดน้ำหนัก หรือชอบทานอาหารเพื่อสุขภาพ เมนูซุปอร่อยถ้วยนี้มีครบทั้งความอร่อยและคุณค่าทางอาหารที่เหมาะกับคุณเป็น อย่างยิ่ง เพราะเครื่องปรุงและส่วนผสมส่วนใหญ่จะเน้นเส้นใยและสมุนไพรล้วนๆ มิให้เนื้อสัตว์เข้ามามีส่วนร่วม ถ้าอยากให้มีเนื้อสัตว์บ้างก็เห็นจะเป็นเนื้อไก่ รสจะเข้ากันที่สุด

ส่วนผสมสำหรับ 3 - 4 ที่
ถั่ว 50 กรัม
เนย 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
พาร์สลีย์สด 3 ช่อ
แครอตหั่นเล็ก 50 กรัม
มะเขือเทศหั่นชิ้นเล็ก 100 กรัม
หอมหัวใหญ่หั่นเล็ก 100 กรัม
ถั่วแขกหั่นท่อน 50 กรัม
ขึ้นฉ่ายฝรั่งหั่นเล็ก 50 กรัม
มันฝรั่งหั่นเล็ก  100 กรัม
เนื้อออริการโนสดสับ 2 ช้อนชา
ใบโหระพาฝรั่งเด็ดใบ 80 กรัม
พริกไทย  2 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก  3 ช้อนโต๊ะ
น้ำสต๊อกผัก 1 ลิตร
น้ำตาลแดง 1/2 ช้อนชา
มะกะโรนีลวกสุก  250 กรัม
หาก ชอบถั่วก็ใส่ถั่ว เพื่อประหยัดเวลาในการต้ม แนะนำให้แช่เมล็ดถั่วในน้ำข้ามคืนก่อน แล้วจึงนำมาใฃ้ต้มซุป หรือใช้เมล็ดถั่วกระป๋องสำเร็จรูป ซึ่งค่อนข้างมีหลายชนิดให้เลือกใช้ตามใจชอบ 50 กรัม

วิธีทำ

๐ ผัดน้ำมันมะกอกเล็กน้อยกับกระเทียมสับ พอกลิ่นหอมใส่พาร์สลีย์สับ
๐ จากนั้นใส่ถั่ว และผักต่างๆที่เตรียมไว้
๐ ค่อยๆเติมน้ำสต๊อก
๐ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย
๐ เคี่ยวจนผักนุ่ม
๐ จากนั้นใส่มะกะโรนีที่ลวกไว้
๐ เคี่ยวต่อให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ และพร้อมเสิร์ฟ

ลาซานญ่าเนื้อบด


ส่วนผสม
- พาร์มีซาน ชีส 50 กรัม
 -มอซซาเรลล่า ชีส 70 กรัม
 -ไวต์ซอสหรือครีมซอส 60 กรัม (มีแบ่งขายตามห้างสรรพสินค้า)
 -ซอสเนื้อหรือซอสหมู (ผัดเนื้อหรือหมูด้วยซอสเนื้อมะเขือเทศ
 -น้ำมันมะกอก
 -เนย
 -ใบกระวานฉีกและผงออริกาโนเล็กน้อย
 -เกลือและพริกไทย 250 กรัม
 -มะเขือยาว มะเขือม่วง หรือซูกินีทอดสุกแล่บางๆ 1 ลูก
 -แผ่นลาซานญ่า 4 แผ่น (มักวางขายบนชั้นเดียวกับสปาเกตต้กับมะกะโรนี)
วิธีทำ
1. เตรียมทาเนยให้ทั่วบนภาชนะทนไฟสำหรับอบ
2. นำแผ่นลาซานญ่าวางลงในภาชนะ
3. นำซอสเนื้อหรือซอสหมูที่ผัดแล้วราดลง ตามด้วยมะเขือยาวและไวต์ซอส 20 กรัม
4. เกลี่ยให้ทั่วๆ แล้วนำแผ่นลาซานญ่ามาวางซ้อนอีกแผ่นจากนั้นราดด้วยซอสเนื้อหรือซอสหมู
5. นำแผ่นมะเขือยาว และไวต์ซอสอีก 30 กรัมราดลงไปอีกครั้งแล้วเกลี่ยให้ทั่วแผ่นลาซานญ่าแผ่นสุดท้ายบนสุด
6. โรยด้วยพาร์มีซาน ชีส และมอซซาเรลล่า ชีส มากน้อยตามชอบ
7. นำเข้าอบด้วยความร้อน 180 องศา ประมาณ 25 - 30 นาที จนสุกเหลือง

ไข่กวน ( Scramble Eggs )


เครื่องปรุง

ไข่ 1 ฟอง
นม 2 ซีซี
เกลือป่น 2 กรัม
เนย 5 กรัม
พริกไทย 1 กรัม
ขนมปังแซนด์วิช 1 แผ่น
มะเขือเทศ 3 กรัม
วิธีทำ
1. ผสมไข่ นม เกลือ พริกไทย ตีให้เข้ากัน

2. ปิ้งขนมปังพอเหลือง ตัดเป็นวงกลม ใส่จานสำหรับเสิร์ฟ

3. ตั้งกระทะพอร้อน ใส่เนยลงไป แล้วใส่ไข่ที่ผสมไว้ คนพอไข่เริ่มสุก อย่าให้สุกมาก ไข่จะแข็งและแห้ง ยกลงจากเตา

4. ตักไข่วางบนขนมปังที่ปิ้งเตรียมไว้ แต่งหน้าด้วยมะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เสิร์ฟพร้อมไส้กรอกทอด เบคอน และกาแฟร้อนๆ