ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“ธรรมเกิดทรัพย์” อิ่มท้องอิ่มใจในเมนูเจรสเด็ด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กันยายน 2554 15:02 น. 
บรรยากาศบนชั้นสองของร้าน
       การทำบุญสุนทานนั้น นอกจากจะเข้าวัดเข้าวา ทำจิตใจให้บริสุทธิ์แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็สามารถทำได้โดยการไม่เบียดเบียนคนอื่นอีกด้วย ซึ่งในช่วงเทศกาลกินเจที่กำลังจะมาถึงนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่คนเราได้ลดละการ เบียดเบียนสัตว์ต่างๆ ที่จะต้องมาเป็นอาหาร
      
       “ตระเวนกิน” ก็อยากจะทำบุญกับเขาด้วยเหมือนกัน เลยเลือกมากินอาหารเจในมื้อนี้ที่ร้าน “ธรรมเกิดทรัพย์” ร้านขายอาหารเจที่เปิดขายกันตลอดทั้งปีมากว่า 20 ปีแล้ว ขายอาหารที่เป็นเจครบถ้วนทุกอย่าง ซึ่งก็มีทั้งอาหารไทยและอาหารจีน มีเมนูให้เลือกชิมเกือบร้อยเมนู โดยที่ทางร้านคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง นอกจากจะมีอาหารเจขายแล้ว ที่ร้านก็ยังมีอาหารปกติขายด้วย แต่สำหรับอาหารธรรมดากับอาหารเจนั้นก็จะแยกส่วนปรุงและภาชนะกันอย่างชัดเจน
น้ำตกขาหมู
       วัตถุดิบที่นำมาใช้ทำอาหารเจนั้นก็จะเป็นถั่วเหลืองที่แปรรูปมาใน หลายรูปแบบให้เข้ากับเมนูต่างๆ โดยปกติแล้วลูกค้าก็มาเลือกสั่งกันได้ตามเมนู แต่ในช่วงเทศกาลเจก็จะมีความพิเศษตรงที่ทางร้านจะทำอาหารเป็นหม้อๆ มาเปิดขายตักใส่ถุงกันที่หน้าร้านด้วย
      
       เราเปิดดูเมนูก็นึกอยากลองชิมของจริงขึ้นมาทันที เลยสั่ง น้ำตกขาหมู (80 บาท) มาลองชิมเสียหน่อย เห็นชื่อน้ำตกก็คาดว่าจะต้องเป็นเมนูแซ่บๆ แน่นอน ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาด เพราะปรุงออกมาได้รสชาติจัดจ้านถึงใจ โดยใช้ถั่วเหลืองสำเร็จรูปที่หน้าตาเหมือนขาหมูมาลวกให้สุก แล้วนำไปยำแบบครบเครื่องน้ำตก เมนูนี้ยกมาแล้วจะหอมกลิ่นข้าวคั่ว ชิมเนื้อขาหมูก็เคี้ยวเด้งอร่อยดี
หมูกระเทียม
       ส่วนเมนู หมูกระเทียม (80 บาท) ที่เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน ที่ใครมาก็ต้องสั่งมาลองลิ้มกัน จานนี้ใช้ถั่วเหลืองสำเร็จรูปที่ทำมาเป็นเนื้อหมู นำมาหมักเล็กน้อยแล้วทอดไปพร้อมกับกระเทียมที่ทำมาจากหัวไชโป๊ว เสิร์ฟมาร้อนๆ นึกว่าเป็นหมูกระเทียมของจริง เพราะได้กลิ่นหอม รสชาติก็ออกเค็มๆ และหวานน้อยๆ จากหัวไชโป๊ว
ปลารมควัน
       แล้วมาชิม ปลารมควัน (100 บาท) ที่ใช้ถั่วเหลืองสำเร็จรูปทำเลียนแบบเนื้อปลาลวกสุก แต่หนังด้านนอกนำไปรมควัน เสิร์ฟมาพร้อมกับแตงกวาและมะเขือเทศ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดที่ไม่ได้ใส่กระเทียมกับน้ำปลา แต่เมื่อลองชิมแล้วรสชาติจัดจ้านจี๊ดจ๊าด ส่วนเนื้อปลาก็ได้กลิ่นรมควันหอมๆ เนื้อนุ่มเด้งอร่อย
      
       ต่อกันด้วย ปลาหิมะนึ่งบ๊วย (200 บาท) ใช้ถั่วเหลืองสำเร็จรูปที่ทำมาเป็นเนื้อปลาหิมะแบบมีลายก้าง นำมานึ่งกับขิง เห็ดหอม หมูเจ ปรุงรสชาติ แล้วใส่บ๊วย ลองชิมแล้วเนื้อปลาหวานนุ่ม หอมขิง ได้รสชาติความเปรี้ยวและเค็มเล็กน้อยจากบ๊วย
ปลาหิมะนึ่งบ๊วย
       ยำปลาดุกฟู (80 บาท) เมนูนี้ก็น่าลองชิม ทางร้านใช้ถั่วเขียวกับสาหร่ายนำมาสับให้ละเอียดแล้วทอดกรอบ ออกมาหน้าตาเหมือนปลาดุกฟูจริงๆ กินคู่กับน้ำยำมะม่วง ชิมเนื้อปลาดุกฟูก็กรอบฟูอร่อย เข้ากันกับน้ำยำรสเปรี้ยวจากมะม่วง
      
       ปิดท้ายความอิ่มอร่อยกันด้วยเมนู ยำสาวตาหวาน (80 บาท) ที่เป็นผักบุ้งชุบแป้งทอดกรอบ กินกับน้ำยำที่ทำมาเหมือนสลัด มีเครื่องยำเป็นปลาหมึกที่ทำจากหัวบุก หมูแดงเจ และกุ้งเจ ชิมแล้วผักบุ้งกรอบดี น้ำยำข้นๆ หอมๆ รสชาติกลมกล่อม
ยำปลาดุกฟู
       เมนูที่ลองชิมไปนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความอร่อย ยังมีเมนูแนะนำที่น่าลองชิมอีกหลากหลาย อาทิ ยำปลากระป๋อง (80 บาท) ซีฟู้ดอบวุ้นเส้น (80 บาท) ไก่ผัดเม็ดมะม่วง (80 บาท) ปลาสำลีแดดเดียว (80 บาท) โป๊ะแตก (80 บาท) เป็นต้น ที่เชิญชวนกันให้มาลองลิ้มกันได้ที่ร้าน “ธรรมเกิดทรัพย์”
      
       ซึ่งนอกจากการไม่เบียดเบียนด้วยการไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว เราก็ควรทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส รักษาศีล เพื่อให้ได้อิ่มบุญกันถ้วนหน้าในช่วงเทศกาลเจนี้
ยำสาวตาหวาน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ธรรมเกิดทรัพย์” ตั้งอยู่ที่ 216 ปากซอยเพชรเกษม 32 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กทม. การเดินทางถ้ามาจากแยกท่าพระ ให้วิ่งตรงมาที่ถนนเพชรเกษม วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นซอยเพชรเกษม 32 อยู่ทางขวามือ ให้ตรงไปกลับรถด้านหน้า แล้ววิ่งย้อนกลับมาที่ซอยเพชรเกษม 32 จะเห็นร้านธรรมเกิดทรัพย์อยู่ที่ปากซอยติดถนนใหญ่ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน สามารถจอดรถได้บริเวณด้านหลังร้านและด้านข้าง ร้านเปิดทุกวัน (หยุดเฉพาะวันที่ 16-17 ของเดือน) เวลา 09.00-21.00 น. โทร. 0-2467-3113, 0-2457-4381, 08-6781-9748, 08-6069-3501

“บ้านจิตประภัสสร” หนึ่งในดวงใจ อาหารไทยโบราณเลิศรส

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2554 14:00 น. 
บรรยากาศโต๊ะนั่งสบายๆ ภายในร้านบ้านจิตประภัสสร
       ไม่รู้ว่ามิตรรักนักกินทั้งหลายจะมีความรู้สึกเหมือน “ตระเวนกิน” บ้างไหม??
      
       ที่ว่าต่อให้ได้ลองลิ้มรสชาติของอาหารชาติไหนๆ มากมายเพียงใด แต่ยังไงในความรู้สึกลึกๆ ของหัวใจก็ยังขอยกนิ้วให้ “อาหารไทย” เป็น ที่หนึ่งในดวงใจ การ์ตูนโรแมนติก ที่มีเสน่ห์ในเรื่องของรสชาติอาหารอันเลิศรสโดนใจ และมีความหลากหลายของเมนูอาหารให้เลือกกินอย่างมากมายแบบไม่รู้เบื่อ
บรรยากาศห้องจัดเลี้ยง
       เอาเป็นว่าหากใครมีความรู้สึกชื่นชอบและพิสมัยในอาหารไทยเหมือน “ตระเวนกิน” แล้วล่ะก็ ในมื้อนี้เราขอพาทุกคนมาตระเวนกินอาหารไทยรสดีกันยังที่ “สวนอาหารบ้านจิตประภัสสร” ตั้งอยู่ตรง ถนนประชานิเวศน์ 1 ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงมานานของคุณจิตประภัสสร เทียนสุวรรณ (พา นิชกุล) อดีตนางสาวไทยปี พ.ศ. 2509 โดยเปิดขายอาหารไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2524 แรกเริ่มเป็นสวนอาหารตั้งอยู่ที่ จ.ราชบุรี จากนั้นปีพ.ศ. 2530 จึงได้ขยายสาขามาที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ ถ.สุโขทัย และก็ย้ายมาเปิดร้านอยู่ที่ ถ.ประชานิเวศน์ 1 มานานกว่า 18-19 ปี เป็นสวนอาหารที่มีบรรยากาศร้านอันร่มรื่นชวนนั่ง
      
       และก็มีอาหารไทย อาหารจีนบริการ มีทั้งอาหารไทยทั่วไปและอาหารไทยสูตรโบราณ ซึ่งเมนูอาหารไทยนั้นมีหลายเมนูที่น่าชิมมากมาย อย่างที่อยากแนะนำว่าหากมาแล้วควรสั่งมากินกันก็มี
ยำตะไคร้
       ยำตะไคร้ (80 บาท) เป็นยำที่อุดมไปด้วยสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้สดนำมาซอย หอมแดง พริกขี้หนู มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสง หมูหยอง เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ฝอย แล้วก็ยำคลุกเคล้ากับน้ำยำรสเด็ดสูตรเฉพาะ แถมโรยหน้าด้วยหมูแผ่นกรอบ และมีใบชะพลูสดมาให้กินคู่กัน เวลากินกินเหมือนเมี่ยงคือเอาใบชะพลูมาห่อกับยำตะไคร้ เคี้ยวกร้วมกรุบกรอบเต็มปากเต็มคำรสชาติดีหอมตะไคร้เคี้ยวเพลิน
ซี่โครงหมูอบ
       แล้วมาชิม ซี่โครงหมูอบ (200 บาท) ที่ขอบอกว่าต้องสั่งล่วงหน้าถึงจะได้กินกัน เพราะทางร้านจะนำ เอาซี่โครงหมูมาหมักกับเครื่องปรุงต่างๆ ตามสูตรเด็ดของทางร้าน และหมักนานแบบข้ามคืน แล้วจึงนำมาอบให้เปื่อยนุ่ม จนได้ซี่โครงหมูอบที่เนื้อเปื่อยนุ่มลิ้นรสชาติกลมกล่อมถึงเครื่องหมักที่ เข้มข้น
ผัดไทกุ้ง
       ตามมาด้วย ผัดไทกุ้ง (150 บาท) เป็นผัดไทแบบสูตรโบราณที่นำเอาเส้นจันทน์มาผัดกับเครื่องผัดไทแบบครบเครื่อง และใส่กุ้ง แถมยังปรุงรส ใส่พริกมาให้เสร็จสรรพ เรียกว่ากินได้เลยโดยไม่ต้องปรุงเพิ่มได้รสชาติผัดไทที่เส้นเหนียวนุ่มออกรส ผัดไทหวาน เปรี้ยว เค็ม เจือเผ็ดนิดๆ และมีผักเคียงมาให้กินแบบครบเครื่อง
ปลาดุกผัดพริกขิง
       จากนั้นมาชิม ปลาดุกผัดพริกขิง (150 บาท) ทางร้านนำเอาเนื้อปลาดุกไปคลุกเคล้ากับเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนฟูกรอบ แล้วก็นำมาผัดกับน้ำพริกเผาสูตรพิเศษที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเอง และมีใบกระเพราทอดกรอบใส่มาด้วย ชิมแล้วเนื้อปลาดุกผัดพริกขิงกรุบกรอบได้ใจออกรสน้ำพริกเผาจัดจ้าน
เนื้อปูผัดผงกะหรี่
       และก็ต้องไม่พลาดเมนูนี้ เนื้อปูผัดผงกะหรี่ (250 บาท) เป็นปูผัดผงกะหรี่ที่กินง่าย เพราะทางร้านเลือกใช้แต่เนื้อปูทะเลที่แกะเนื้อออกมาเป็นก้อนๆ แล้วนำมาผัดกับเครื่องผงกะหรี่แบบครบเครื่องและใส่ไข่ด้วย กินแล้วสัมผัสได้ถึงเนื้อปูแน่นหวานชุ่มรสชาติเครื่องผงกะหรี่ถูกใจปากมากๆ
ฉู่ฉี่กุ้ง
       แล้วก็มาชิม ฉู่ฉี่กุ้ง (200 บาท) กันซึ่งทางร้านเลือกใช้กุ้งแชบ๊วยตัวไม่ใหญ่มาก เอามาผัดกับเครื่องแกงฉู่ฉี่ที่ทางร้านโขลกเอง และผัดกับกะทิแบบเข้มข้น ลองลิ้มแล้วถูกปากตรงที่เนื้อกุ้งนุ่มหวานเข้ากับเครื่องแกงฉู่ฉี่ที่เข้ม ข้นหอมหวานมันกะทิ เจือรสเผ็ดนิดๆ
แกงเขียวหวานไก่
       ส่งท้ายด้วยเมนู แกงเขียวหวานไก่ (90 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมของเครื่องแกงยั่วจมูกมากๆ เพราะทางร้านโขลกเครื่องแกงเขียวหวานเอง นำมาแกงกับกะทิที่คั้นสด และใส่เนื้ออกไก่ กินแล้วขอยกนิ้วให้ในรสชาติของแกงเขียวหวานที่เข้มข้นถึงเครื่องแกงมากๆ หอมหวานมันกะทิ เนื้อไก่ก็นุ่ม กินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอบอก
      
       ถึงแม้ว่าจะแนะนำมาก็หลายเมนูแล้ว แต่ว่าในรายการอาหารยังมีเมนูอาหารไทยที่ชวนชิมอีกมากมาย อาทิ สลิดหลน (80 บาท) น้ำพริกปลาทู (120 บาท) วุ้นเส้นทรงเครื่อง (90 บาท) ปลากะพงผัดพริกไทยดำ (250 บาท) ลาบปลาช่อน (200 บาท) ฯลฯ เรียกว่าแต่ละเมนูล้วนแล้วแต่เป็นอาหารไทยที่น่าลองลิ้มซึ่งทาง “สวนอาหารบ้านจิตประภัสสร” ภูมิใจนำมาเสนอให้แฟนๆ คออาหารไทยได้มาอิ่มหนำกันอย่างเต็มที่
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “สวนอาหารบ้านจิตประภัสสร” ตั้ง อยู่ที่ 89/462 ถ.ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. การเดินทางถ้ามาจาก ริมคลองประปาให้เลี้ยวตรงเข้ามาที่ ถ.ประชานิเวศน์ 1 มุ่งหน้าไปวัดเสมียนนารี ก่อนขึ้นสะพานข้ามคลองให้สังเกตซ้ายมือจะเห็น ซ.สัมมากร 2 หน้าปากซอยมีร้านลีลาวดีสปา ตรงเข้ามาก็จะเจอสวนอาหารบ้านจิตประภัสสร มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-21.00 แต่สามารถนั่งได้ถึง 23.00 น. ถ้ามากินอาหารแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อนจะดี และทางร้านรับจัดงานเลี้ยงทั้งในและนอกสถานที่ โทร. 0-2580-4643, 0-2580-6041, 08-1434-9305 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jitprapassorn.com/

“ซุปเปอร์สเต็ก บุฟเฟ่” อิ่มจัดเต็มไปกับสเต๊กนานาชาติ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 ธันวาคม 2554 18:49 น. 
บรรยากาศภายในร้านซุปเปอร์สเต็ก บุฟเฟ่
       ขึ้นชื่อว่า “สเต๊ก” หลายคนมักคิดว่าต้องมีราคาแพงระยับ หากอยากจะกินสเต็กรสเลิศชั้นเยี่ยมสักจานอาจจะต้องไปชิมตามโรงแรมหรูๆ และเตรียมเงินในกระเป๋ามากเสียหน่อย แต่เดี๋ยวนี้มีการนำสเต็กมาทำเป็นบุฟเฟต์ เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มรสชาติของสเต๊กรสดี ในราคาย่อมเยาสบายกระเป๋า แถมยังมีความหลากหลายของสเต็กให้อิ่มคุ้มค่ากันได้ไม่อั้น ตามแต่พื้นที่ในกระเพาะจะรับได้
      
       สำหรับร้านบุฟเฟต์สเต๊กเจ้าเด็ดที่ “ตระเวนกิน” มีโอกาสไปลองลิ้มชิมรสมาและอยากจะนำความอร่อยมาบอกต่อก็คือร้าน “ซุปเปอร์สเต็ก บุฟเฟ่” ที่ตั้งอยู่ตรงถนนงามวงศ์วาน ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่นำเอาเมนูสเต๊กมานำเสนอให้บรรดานักกินที่ชื่นชอบกิน สเต๊กได้มาอิ่มกับสเต๊กนานาชนิดได้แบบไม่อั้น เรียกว่าได้กินกันแบบจุใจ อิ่มพุงกางกันไปเลย
มุมของทอดนานาชนิดให้เลือกตักได้ตามใจ
       บุฟเฟต์สเต๊กที่นี่ สนนราคาอยู่ที่คนละ 239 บาทเน็ตรวมเครื่องดื่มแล้วเป็นพวกน้ำอัดลมและน้ำผลไม้ต่างๆ และสามารถกินบุฟเฟต์ได้แบบไม่จำกัดเวลา ซึ่งสเต็กของที่ร้านนี้จะให้ลูกค้าได้เลือกสั่งมากินแบบเป็นจานๆ แต่ว่าขนาดของสเต๊กที่นี่จะเป็นแบบมินิสเต๊ก เสิร์ฟเป็นชิ้นประมาณ 100 กรัมต่อชิ้น ซึ่งชิ้นเนื้อจะไม่ใหญ่มากนัก เพื่อที่ว่าลูกค้าจะได้เลือกสั่งสเต็กอันหลากหลายกว่า 10 อย่างที่ทางร้านนำมาเสนอให้ได้ลิ้มลองกันแบบ
      
       สเต๊กของที่ร้านนี้จะเป็นสเต๊กที่ทางร้านปรับสูตรและรสชาติให้เข้า กับลิ้นคนไทย แต่ตัวน้ำหมักจะเป็นสไตล์อเมริกัน และทางร้านได้คัดสรรเลือกเนื้อที่ดีมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัวส่วนสันนอก, สันใน เนื้อหมูส่วนสันนอก สันใน คอหมู พอร์กชอป แล้วก็ยังมีเนื้อไก่ส่วนอกและ สะโพก รวมถึงยังมีเนื้อปลาดอรี่ ปลาแซลมอน ไส้กรอกพริกไทยดำ และไส้กรอกแฮม ที่นำมาทำเป็นเมนูสเต๊กรสชาติดีให้ได้ชิมกัน และทางร้านยังมีซอสสูตรพิเศษ 3 ชนิดที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษให้กินคู่กับสเต๊กด้วย มีซอสบาร์บีคิว ซอสพริกไทยดำ และน้ำจิ้มแจ่ว
สเต็กสันในวัว
       สำหรับเมนูสเต๊กที่อยากแนะนำให้ลองชิมกันให้ได้ก็มี สเต๊กสันในวัว เป็นเนื้อวัวส่วนสันในเอามาหมักกับไวน์แดงและเครื่องเทศเครื่องปรุงตามสูตร เด็ดเฉพาะของทางร้าน หมักนานข้ามคืน ก่อนจะนำมากริลให้สุกและเสิร์ฟมาร้อนๆ กินแล้วเนื้อนุ่มเคี้ยวหนึบปากได้รสชาติเครื่องหมักที่ซึมถึงเนื้อใน
พอร์คชอป
       พอร์กชอป เป็นสเต๊กเนื้อหมูส่วนสันนอกที่ติดกระดูก นำมาหมักไวน์แดงและเครื่องเทศเครื่องปรุงต่างๆ นานข้ามวันเหมือนกัน และนำมากริลจนสุกได้ที่ กินแล้วเนื้อหมูนุ่มปากได้รสชาติกำลังดี เรียกว่าไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มก็อร่อยแล้ว
สเต็กปลาดอลลี่ย่าง
       ถ้าใครชอบกินปลาแนะนำ สเต็กปลาดอลลี่ย่าง(สะกดตาม ชื่อเมนูร้าน) เป็นเนื้อปลาดอรี (ดอลลี) แล่เอาแต่เนื้อมาหมักกับออริกาโนและเครื่องปรุงต่างๆ และกริลจนเนื้อปลาสุกหอม กินคู่กับซอสเฉพาะของเนื้อปลา เนื้อปลานุ่มนิ่มหวานปาก ซอสรสกลมกล่อมเข้ากับเนื้อปลา
ไส้กรอก
       และนำเสนอเมนู ไส้กรอก เป็นไส้กรอกหมูที่มีให้เลือก 2 รส คือแฮม และพริกไทยดำ ที่ทางร้านคัดมาเป็นพิเศษเลือกแบบพรีเมี่ยมไม่ผสมแป้ง เอามากริลเสิร์ฟมาร้อนๆ ลิ้มลองไส้กรอกเนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำรสชาติดีจริงๆ
ซุปเห็ด, มันบดราดเกรวี่และสปาเก็ตตี้ทูน่าซอส
       นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูสเต็กอื่นๆ อีก อาทิ สเต๊กไก่ (สะโพก) สเต๊กคอหมู สเต๊กสันในหมู สเต๊กปลาดอลลี่ชุบเกล็ดขนมปังทอด สเต๊กสันในหมู สเต๊กสันนอกหมู สเต๊กไก่ (อก) สเต๊กสันนอกวัว
สารพัดเมนูของทอดชวนกิน
       รวมถึงยังมีซุ้มอาหารอื่นๆ ให้ได้เลือกตักมากินกันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซุ้มของทอดที่มีของทอดนานาชนิด เช่น ไก่ป๊อป ไก่ป๊อปสไปซี่ เกี๊ยวซ่า ฟิชริง ขนมปังกระเทียม หอมทอด เฟร้นช์ฟราย กุ้งทอด ฯลฯ และยังมีซุ้มสลัดผักสดๆ พร้อมน้ำสลัดสารพัด
สลัดบาร์นานาชนิด
       อีกทั้งยังมีซุปข้าวโพด ซุปเห็ด มันบดราดซอสเกรวี สปาเกตตีทูน่าซอส สปาเกตตีซอสมะเขือเทศหมูบด และของหวานขึ้นชื่ออย่างพานาคอตต้าที่ทางร้านทำเองมีความหอมหวานราดด้วยซอส ผลไม้สตรอเบอร์รี และบลูเบอร์รี รวมถึงยังมีฟรุตสลัด และไอศกรีมให้ได้กินกันแบบอิ่มสุดๆ ไปเลย เพียงแค่มาที่ร้าน “ซุปเปอร์สเต็ก บุฟเฟ่” เป็นต้องได้เดินพุงกางกลับบ้านไปอย่างแน่นอน
พานาคอตต้า
       *****************************************
      
       “ซุปเปอร์สเต็ก บุฟเฟ่” ตั้งอยู่ที่ 98 ถ.งามวงศ์วาน ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม. การเดินทางถ้ามาจากถนนวิภาวดีขาออก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนงามวงศ์วาน ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านเรือนจำคลองเปรม และตรงไปกลับที่ใต้สะพานข้ามแยกพงษ์เพชร และให้วิ่งชิดซ้ายไว้ พอผ่านโชว์รูมอีซูซุ ก็จะเห็นร้านซุปเปอร์สเต็ก บุฟเฟ่ อยู่ซ้ายมือริมถนน มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถด้านหน้าร้าน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. ไม่รับบัตรเครดิต โทร. 08-2525-5222