ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“XXL Steak House” ทีเด็ดสเต็ก อร่อยไซส์ใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2554 16:01 น. 
บรรยากาศภายในร้าน “XXL Steak House”
       เมื่อถึงคราวที่เป็นวันว่าง “ตระเวนกิน” ก็มักจะชักชวนเพื่อนฝูงมาพบปะกันเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะนัดเจอกันที่ร้านอาหารอร่อยๆ อย่างในคราวนี้ ก็ยกขบวนพากันไปที่ร้าน “XXL Steak House” ที่อยู่ในซอยลาดพร้าว 71 หรือถนนสุคนธสวัสดิ์
โต๊ะนั่งมุมสบาย
       “XXL Steak House” เน้นขายสเต็กที่ชิ้นใหญ่ แต่ก็ขายกันในราคาไม่แพงมากนัก ซึ่งเป็นสูตรที่ทางร้านคิดค้นขึ้นเอง สเต็กจะออกสไตล์อเมริกันที่ปรับเปลี่ยนรสชาติให้เข้ากับลิ้นของคนไทย โดยเน้นที่คุณภาพของอาหาร ปริมาณ และราคาที่ย่อมเยา
XXL ชิคเก้นฟราย
       เมื่อเข้ามานั่งในร้าน สังเกตดูรอบๆ ก็โปร่งโล่งนั่งสบาย มีของตกแต่งน่ารักๆ อยู่เต็มร้าน โซนที่นั่งก็มีทั้งโต๊ะนั่ง เคาน์เตอร์ริมกระจก และด้านหน้าร้าน ซึ่งเลือกนั่งกันได้ตามชอบ แต่หากว่าเริ่มหิวกันแล้ว ก็มาเริ่มลิ้มลองเมนูแรกกันที่ XXL ชิคเก้นฟราย (65 บาท) เป็นเนื้อไก่ส่วนสะโพกที่ไม่มีกระดูกเลย นำมาหมักกับเครื่องเทศ แล้วทอดจนเหลืองกรอบ กินแล้วเนื้อไก่นุ่มมากได้รสชาติเครื่องหมักที่ถึงเนื้อในไก่ กินแบบไม่ต้องจิ้มซอสเลยก็ยังได้
ไก่สไปซี่
       ต่อกันด้วย ไก่สไปซี่ (65 บาท) เป็นไก่ส่วนปีกบนหมักเครื่องเทศให้ถึงเนื้อในไก่ และนำมาอบก่อนที่จะเอาไปทอดอีกที แล้วราดด้วยซอสสไปซี่สูตรเด็ด ชิมแล้วเนื้อไก่กรอบนอกนุ่มในชุ่มซอสสไปซี่รสดีออกเผ็ดนิดๆ
สเต็กไก่
       มาถึงเมนูสเต็กกันบ้าง ลองชิม สเต็กไก่ (69 บาท) ทางร้านเลือกเนื้อไก่ส่วนสะโพก นำมาหมักกับสมุนไพรไทยๆ อยู่นานหลายชม. แล้วจึงนำมากริลล์ให้ส่วนของหนังกรอบได้ที่ก่อนแล้วจึงกริลล์ให้เนื้อไก่สุก อีกที เสิร์ฟมาให้กินคู่กับซอสสไปซี่สไตล์อเมริกันสูตรเด็ดที่ทางร้านคิดขึ้นมา เป็นพิเศษ และยังมีเฟร้นฟรายชิ้นใหญ่ กับผักไฮโดรโพนิกส์ให้กินเป็นเครื่องเคียง แล่ชิ้นสเต็กเนื้อไก่กินแล้วสัมผัสได้ถึงหนังไก่ที่กรอบมากๆ และเนื้อก็นุ่มปาก กินคู่กับซอสสไปซี่หอมๆ รสเข้มข้นถูกใจ
สเต็กปลา
       ส่วน สเต็กปลา (99 บาท) เมนูนี้ทางร้านเลือกใช้ปลาดอรี่คัดไซด์ใหญ่มากขนาด 1 ฟุตนำมาหมักกับเครื่องปรุงและเครื่องเทศ แล้วคลุกแป้งนิดหน่อยก่อนนำไปทอดจนปลาสุกเหลืองกรอบ กินสเต็กปลาเนื้อกรอบนอกนุ่มใน ปลาเนื้อหวานได้ใจได้รสเครื่องหมักกำลังดี กินคู่กับซอสมายองเนสและซอสสไปซี่ถูกปากโดนใจ
ชุดสเต็กเนื้อริบอาย
       แล้วมาลอง ชุดสเต็กเนื้อริบอาย (169 บาท) ชุดนี้จะได้อิ่มทั้งสเต็กเนื้อริบอายชิ้นใหญ่ที่หมักด้วยเครื่องหมักสูตร เฉพาะ หมักนานกว่า 1 วัน แล้วกริลล์ให้เนื้อสุกกำลังดีราดด้วยน้ำเกรวี่ และมีซอสพริกไทยดำให้กินคู่กัน แล้วก็ยังมีสปาเก็ตตี้ผัดซอสมะเขือเทศ พร้อมซุปข้นที่มีให้เลือกเป็นซุปแฮม ซุปข้าวโพด หรือซุปผักรวม แล่ชิ้นเนื้อสเต็กริบอายเคี้ยวเข้าปากสัมผัสได้ถึงความนุ่มของเนื้อที่ เคี้ยวหนึบหนับปากและได้รสชาติของซอสพริกไทยดำกลมกล่อม กินคู่กับสปาเก็ตตี้รสดี และซุปรสละมุนร้อนๆ อิ่มอุ่นท้องมาก
สปาเก็ตตี้อบชีส
       นอกจากเมนูสเต็กแล้วทางร้านก็ยังมีเมนูอื่นๆ ให้ลองชิมอีก อย่างเช่น สปาเก็ตตี้อบชีส (79 บาท) เป็นเส้นสปาเก็ตตี้นำมาผัดกับซอสมะเขือเทศ เครื่องเทศต่างๆ และหมูสับ แล้วมีมอสซาเรลลาชีสโปะมาด้านบน แล้วจึงนำไปอบ เสิร์ฟมาร้อนๆ กินแล้วสัมผัสได้ถึงความหอมของชีสและนุ่มยืด ส่วนรสชาติสปาเก็ตตี้เส้นนุ่มเหนียวรสเข้มข้นซอสมะเขือเทศ
สลัดหมูแซบ
       สลัดหมูแซบ (65 บาท) เป็นเนื้อสเต็กหมูที่แล่มาเป็นชิ้นพอดีคำ มีผักไฮโดรโพนิกส์เป็นผักสลัด แล้วราดด้วยน้ำสลัดคล้ายๆ น้ำจิ้มซีฟู้ด ชิมแล้วหมูเนื้อนุ่มชุ่มน้ำสลัดจัดจัดจ้านแซบกำลังดี ส่วนผักก็สดกรอบ
ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด
       จานสุดท้ายมาลิ้มลอง ข้าวแกงกะหรี่ (89 บาท) + หมูทอด (55 บาท) เมนูนี้อิ่มเต็มที่กันไปกับ ข้าวแกงกะหรี่ที่มีข้าวหอมมะลิเม็ดสวยราดด้วยแกงกะหรี่ที่ทางร้านเคี่ยวตัว แกงกะหรี่เอง ใช้ผงกะหรี่ของญี่ปุ่นมาต้มเคี่ยวกับหอม แครอท และมันฝรั่ง เคี่ยวอยู่นานกว่าครึ่งวันจนแกงกะหรี่งวดได้ที่ และยังมีหมูส่วนสันคอใส่มาในแกงกะหรี่ด้วย และจานนี้ยังพิเศษตรงที่มีหมูทอดชิ้นใหญ่มาก ซึ่งเป็นหมูส่วนสันนอกหมักกับเครื่องหมักสูตรพิเศษของทางร้านให้หมูนุ่ม แล้วก็นำมาคลุกกับเกร็ดขนมปังและทอดจนเหลืองกรอบ กินข้าวแกงกะหรี่หอมๆ ข้าวเคี้ยวนิ่มเข้ากับแกงกะหรี่รสเข้มข้นถึงเครื่องผงกะหรี่ และช่างเข้ากันดีกับหมูทอดเนื้อกรอบนอกนุ่มใน
ด้านหน้าร้าน “XXL Steak House”
       ส่วนเมนูอื่นๆ ที่มีให้เลือกอีกหลากหลายความอร่อย อาทิ แฮมสเต็ก (89 บาท) ข้าวไก่เทอริยากิ (89 บาท) สปาเก็ตตี้มะเขือเทศหมูสับ (59 บาท) สลัดทูน่า (65 บาท) เป็นต้น ซึ่งหากว่าใครชอบลิ้มลองสเต็กอร่อยๆ ชิ้นใหญ่เต็มคำ ในราคาย่อมเยา ก็แวะมากันได้ที่ “XXL Steak House”

“โคขุน คุณทอง” ยอดแห่งเนื้อย่างโพนยางคำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2554 15:05 น.
บรรยากาศภายในร้านโคขุน คุณทอง
       ในหมู่คนชอบกินเนื้อวัวชาวไทย คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของ “เนื้อโคขุนโพนยางคำ” ที่ ได้ชื่อว่าเป็นเนื้อวัวชั้นดีรสเลิศนุ่มลิ้นเป็นที่ถูกอกถูกใจคนชอบกินเนื้อ กันเป็นอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่เดี๋ยวนี้จะมีร้านอาหารที่ขายเนื้อโคขุนโพนยางคำเกิดขึ้น มากมาย เพื่อรองรับความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบกินเนื้อโคขุนนี้
ร้านโคขุน คุณทอง โพนยางคำ สาขารัชดา ซ. 4
       และเพื่อเป็นการเอาใจคอคนกินเนื้อวัว ในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” ก็ขอพามิตรรักนักกินเนื้อไปหม่ำเนื้อโคขุนรสชาติเยี่ยมกันยังร้านขายเนื้อโคขุน โพนยางคำ เจ้าเด็ดเจ้าดังที่มีชื่อว่า “โคขุน คุณทอง โพนยางคำ” ที่ เปิดให้บริการความอร่อยของเนื้อโคขุนมานานกว่า 9 ปี โดยมีสาขาแรกอยู่ที่ ซอยนวลจันทร์ 21 ก่อนที่วันนี้จะขยายร้านสาขาตามมาอีกมากมาย
      
       โดยในมื้อนี้เราเลือกมาลิ้มรสชาติเนื้อโคขุนนุ่มๆกันที่ ร้านโคขุน คุณทองฯ สาขารัชดาซอย 4 เนื่องจากเป็นร้านของคนดัง มีคุณเปิ้ล นาคร ศิลาชัย กับคุณจูน กษมา มยุมาศ เป็นเจ้าของร้าน
เต็มอิ่มกับเนื้อย่างเลิศรสมากมาย
       สำหรับเนื้อของร้านนี้ จะถูกส่งตรงทุกวันมาจากฟาร์มโคขุนของทางร้านที่บ้านโนนหอม จ. สกลนคร จึงมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องความสดใหม่ และความสะอาด ก่อนนำมาเป็นอาหารหลักของทางร้าน ให้บริการในรูปแบบของเนื้อย่างบนกระทะกับเตาถ่านหอมๆ และมีเนยมาให้ทาเพื่อไม่ให้เนื้อติดกระทะและได้ความหอมของเนยเวลาย่าง ซึ่งจะมีเนื้อสารพัดอย่างมาให้สั่งเป็นจานๆ และมาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษของทางร้านที่มีให้เลือก 2 แบบ คือ น้ำจิ้มแดงรสเด็ดของเปรี้ยว เผ็ด และน้ำจิ้มแจ่วรสแซบแบบอีสาน
เนื้อสันในหมัก
       ว่าแล้วก็เลือกสั่งเมนูเนื้อโคขุนจานเด็ดแต่ละอย่างมาลิ้มรสกันดีกว่า เริ่มด้วยจานแรก คือ เนื้อสันในหมัก (220 บาท) เป็นเนื้อตัวไฮไลท์ของทางร้าน ที่นำเอาเนื้อสันในมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า แล้วหมักกับน้ำหมักสูตรพิเศษที่ทางร้านคิดมาเองโดยเฉพาะ นำย่างบนเตาที่มีเนยใส่ลงไปแล้วด้วย พอเนื้อสุกได้ที่ชิมแล้วขอยกนิ้วให้ในความหวานนุ่มของเนื้อที่เคี้ยวแล้ว นุ่มนิ่มละมุนลิ้นมากๆ และยังได้รสชาติของน้ำหมักที่ซึมถึงในเนื้อ
เนื้อหนอก
       เนื้อหนอกสไลด์ (เล็ก 50 บาท ใหญ่ 100 บาท) จานนี้เนื้อสีสันลวดลายสวยงามชวนกิน เป็นเนื้อส่วนหลังของวัวที่นูนออกมา มีจุดเด่นตรงที่จะมีไขมันแทรกอยู่เยอะ ทางร้านสไลด์มาเป็นชิ้นสี่แหลี่ยมให้นำมาย่างบนกระทะร้อนๆ เนื้อสุกแล้วคีบเข้าปากเคี้ยวแล้วสัมผัสได้ถึงความนุ่มของเนื้อและความหวาน ของไขมันที่แทรกซึมออกมาจากเนื้อ
เนื้อใบพาย
       เนื้อใบพายสไลด์ (เล็ก 65 บาท ใหญ่ 130 บาท) เนื้อจานนี้สีแดงเข้ม เป็นเนื้อส่วนกล้ามเนื้อหน้าอกติดเอ็นนิดหน่อย ทางร้านนำมาสไลด์เป็นชิ้นๆ เสิร์ฟมาแบบเนื้อสดๆ ย่างบนกระทะที่มีเนยหอมๆ อยู่ด้วย ทำให้เนื้อใบพายนี้กินแล้วเคี้ยวนุ่มนิ่มปากมากและได้รสชาติความหวานของ เนื้อสดคุณภาพดี
เนื้อลูกวัวสไลด์
       เนื้อลูกวัวสไลด์ (เล็ก 65 บาท ใหญ่ 130 บาท) เนื้อจานนี้เป็นเนื้อวัวที่เรียกว่ายังไม่ได้ผ่านการถูกขุน และทางร้านเลือกใช้เนื้อส่วนสะโพกมาสไลด์เป็นชิ้นๆ แบบสดๆ ไม่ต้องหมักอะไรเลย พอนำมาย่างแล้วพอเนื้อสุกจะเคี้ยวนิ่มหนึบหนับปากดีแท้
เนื้อสันนอก
       เนื้อสันนอกสไลด์ (ใหญ่ 160 บาท) เป็นเนื้อวัวส่วนสันนอกสไลด์มาแบบชิ้นใหญ่แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กอีกที เนื้อตัวนี้ไม่ต้องหมักอะไรเลย เสิร์ฟมาให้ย่างในกระทะร้อนๆ ได้เลย ย่างแล้วเนื้อสุกได้ที่เนื้อจะนุ่มหวานเคี้ยวแล้วเหมือนเนื้อแทบจะละลายได้ ในปาก
หมูหมัก
       อ้อ! แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อวัว ทางร้านก็ยังมีเนื้อหมูให้บริการด้วย อย่างที่เป็นเมนูเด่นชวนลิ้มรสก็มี หมูหมัก (90 บาท) เป็นเนื้อหมูส่วนสันคอหั่นมาเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า แล้วหมักกับน้ำหมักสูตรพิเศษของทางร้าน เนื้อหมูเมื่อย่างสุกแล้วจะเคี้ยวนิ่มนุ่มลิ้นได้รสชาติน้ำหมักที่กลมกล่อม
หมูสไลด์
       หมูสไลด์ (เล็ก 45 บาท ใหญ่ 90 บาท) เป็นเนื้อหมูส่วนสันคอเหมือนกันแต่ทางร้านจะสไลด์มาเป็นชิ้นบางๆ กำลังดี เวลาย่างบนเตากระทะที่มีเนยร้อนๆ ได้กลิ่นหอมๆ เนื้อหมูสุกได้ที่เคี้ยวแล้วนุ่มปากมากๆ
เบคอน
       เบคอนสไลด์ (เล็ก 55 บาท ใหญ่ 110 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูหมูที่น่าสั่งมาย่าง เพราะเบคอนของที่นี่หั่นมาชิ้นใหญ่กำลังดี ย่างบนกระทะเตาถ่านร้อนๆ สุกแล้วเคี้ยวนุ่มหวานปากดีจริง
สารพัดเนื้อย่างบนกระทะเตาถ่านร้อนๆ
       และนอกเหนือจากที่นี่จะมีเมนูเนื้อย่างกระทะร้อนที่ชวนลองลิ้มแล้ว ก็ยังมีเมนูอย่างอื่นที่นำเนื้อไปเป็นเมนูจานเด็ดอื่นๆ ที่ชวนกินอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จิ้มจุ่มเนื้อโคขุน (ชุดละ 99 บาท) จิ้มจุ่มหมู (ชุดละ 99 บาท) หรือเมนูแบบเนื้อสเต็กในกระทะร้อน เช่น สันนอกกระทะร้อน (165 บาท) ใบพายกระทะร้อน (130 บาท) ฯลฯ
นานาเมนูอาหารอีสานรสแซบ
       อีกทั้งที่นี่ยังมีอาหารอีสานรสแซบให้ได้เลือกสั่งมากินกันอีกหลากหลายเมนู อาทิ ส้มตำปูม้า (120 บาท) ก้อยคั่ว (55 บาท) เสือร้องไห้ย่าง (55 บาท) คอหมูย่าง (55 บาท) ต้มแซบกระดูกหมูอ่อน (55 บาท) ปลาช่อนเผาเกลือ (150 บาท) ยำสะไบนาง (ยำริ้ว) (55 บาท) ก้อยหมูทอด (55 บาท) ตำปูปลาร้า (35 บาท)
      
       ขอบอกได้เลยว่าหากมิตรรักนักกินท่านไหนที่เป็นสาวกคนรักการกินเนื้อ ก็อยากจะเชิญชวนให้ลองเดินทางมาสัมผัสกับเนื้อโคขุนชั้นดีของที่ร้าน “โคขุน คุณทอง โพนยางคำ” นี้กันดู แล้วจะรู้ว่าที่นี่เป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อจริงๆ
      
       * * * * อยากชิมเนื้อย่างร้านโคขุน คุณทอง โพนยางคำ และอยากได้ส่วนลด 500 บาท เมื่อไปกินอาหารที่ร้าน เข้ามาร่วมเล่นเกมกับเราใน Travel @ Manager on Facebook ได้เลย * * * *
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “โคขุน คุณทอง โพนยางคำ” สาขา รัชดาซ. 4 ตั้งอยู่ที่รัชดาซอย 4 แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. การเดินทางถ้ามาจากสี่แยกลาดพร้าว-รัชดา ใช้ถนนรัชดามุ่งหน้ามาฟอร์จูน ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงรัชดาซอย 4 ร้านโคขุน คุณทอง โพนยางคำตั้งอยู่ด้านใน จุดสังเกตอยู่ข้าง Snop Pub ร้านเปิดทุกวัน เวลา 16.00-24.00 น. มีที่จอดรถด้านหน้าร้าน ถ้ามาวันศุกร์-เสาร์ ควรโทร. มาจองโต๊ะก่อนจะดี โทร. 08-5056-7330 และยังมีสาขาอื่นๆ อีก มีศรีวรา โทร. 08-4355-4721, 08-4355-4631, นวลจันทร์ 21 โทร. 0-2944-4581, พระราม 5 โทร. 08-4796-8477, พุทธมณฑลสาย 1 โทร. 08-6600-6921, ลำลูกกา โทร. 08-4450-2121, อ่อนนุช-ลาดกระบัง โทร. 08-2785-9821, พัทยา โทร. 0-3842-0571-4, เชียงใหม่ โทร. 08-4760-6614 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ko-khun.com/

“Seasons Change” หลากอารมณ์ หลากรสความอร่อย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กันยายน 2554 14:15 น.
บรรยากาศโต๊ะนั่งสบายๆ ร้านSeasons Change
       “อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอหากเปรียบกับชีวิตของคน”
      
       นี่คือบทเพลง “ฤดูที่แตกต่าง” ซึ่งเป็นบทเพลงการ์ตูนโรแมนติกอันไพเราะที่เข้ากับชื่อของร้านอาหารเก๋ๆ นามว่า “Seasons Change” (ซีซั่นส์เชนจ์) ที่ในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” ได้ชวนผองเพื่อนมิตรสหายนักกินดื่ม ฝ่าสายฝนพรำของเมืองกรุงมาปาร์ตี้ชิลล์ ชิลล์ แบบอิ่มหนำกันหลังเลิกงาน
มีดนตรีสดมาเล่นให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน
       เหตุผลที่พวกเราเลือกที่จะมาปาร์ตี้กันที่ร้าน “Seasons Change” นี้ก็เพราะไม่ใช่แค่ชื่อของร้านที่เข้ากับสภาพอากาศของบ้านเราในตอนนี้เพียง การ์ตูนโรแมนติก เท่านั้น ซึ่งเหตุผลหลักที่สำคัญของการเลือกที่มานั่งกินข้าวที่นี่ก็เพราะว่าที่ร้าน นี้ว่าด้วยบรรยากาศของร้านนั้นชวนนั่งเสียมากมาย
      
       ตัวร้านกว้างขวางมีบรรยากาศของร้านให้เลือกนั่งได้หลากอารมณ์ หากอยากนั่งกินข้าวในห้องแอร์เย็นๆ ก็มีบริการแถมยังมีโต๊ะพูลให้ได้เล่นสนุกด้วย หรือจะเลือกสั่งโซนโอเพ่นแอร์รับลมเย็นสบายที่จัดเหมือนสวนหลังบ้าน ร่มรื่นด้วยแมกไม้ และมีโต๊ะมากมายให้เลือกนั่งแบบสบายๆ หรือถ้าอยากจะกินข้าวไปด้วยฟังเพลงเพราะๆ แบบใกล้ชิดก็มีโซนโต๊ะใกล้กับเวทีเล็กๆ ซึ่งจะมีนักดนตรีมาเล่นดนตรีสดๆ ขับกล่อมบทเพลงเพราะๆ ให้ฟังกันทุกวัน วันละ 3 รอบ ตั้งแต่ 19.30-24.30 น. และก็ยังมีมุมเคาน์เตอร์บาร์ที่บริการเครื่องดื่มอันหลากหลายให้ได้เลือก สั่งมาดื่มกันได้อย่างเต็มที่
หมึกราดน้ำปลา
       มาถึงเรื่องของอาหารที่นี่เน้นเป็นอาหารไทยที่มีความหลากหลายของเมนู กว่า 100 เมนูให้ได้เลือกสั่งมากินกันได้ตามชอบใจ ซึ่งในมื้อนี้พวกเราก็ได้เลือกสั่งเมนูจานเด็ดของที่นี่มากินกันหลายเมนู อย่างเมนูแรกที่สั่งมา คือ หมึกราดน้ำปลา (160 บาท) เป็นหมึกกล้วยที่ทางร้านนำมาชุบแป้งแล้วทอดจนเหลืองกรอบ และมีน้ำปลาที่ทางร้านปรุงรสตามสูตรเฉพาะราดมาบนหมึก ชิมหมึกชิ้นหนากรอบนอกนุ่มในเคี้ยวหนึบหนับปากออกรสกลมกล่อมโดนใจ และยังมีน้ำจิ้มบ๊วยมาให้จิ้มเพิ่มรสชาติด้วย
ปูนิ่มผัดพริกเกลือ
       จานต่อมาเสิร์ฟมาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วจมูก คือ ปูนิ่มผัดพริกเกลือ (250 บาท) ทางร้านนำปูนิ่มมาทอดกรอบแล้วผัดกับเครื่องพริกเกลือสูตรพิเศษของทางร้าน และใส่พริกขี้หนูกับกระเทียมผัดให้เข้ากับปูนิ่ม หอมกลิ่นเครื่องกระเทียมอ่อนๆ เวลาเคี้ยวปูนิ่มกรอบนุ่มอยู่ในปากและได้รสชาติของพริกและเครื่องกระเทียม ที่เข้มข้น
แซลมอนแซบ
       จากนั้นมาเพิ่มความจัดจ้านกับเมนู แซลมอนแซบ (240 บาท) มีแซลมอนสดๆ สีส้มชวนกินแล่มาเป็นชิ้น มีกระเทียมฝานมาด้วย และมาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดที่ทางร้านทำเอง กินแซลมอนสดเนื้อนุ่มหวานปากกกินคู่กับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวแซบซี๊ดซ๊าดปากได้ใจ
กุ้งสามฤดู
       แล้วต่อด้วยเมนู กุ้งสามฤดู (250 บาท) เป็นกุ้งแม่น้ำนำไปทอด แล้วมีน้ำจิ้ม 3 รสสูตรพิเศษของทางร้านราดมาบนตัวกุ้ง โรยหน้าด้วยกระเพราทอดกรอบ ชิมแล้วถูกปากตรงที่กุ้งเนื้อหวานชุ่มรสน้ำราด 3 รส หวาน เปรี้ยว เค็มเจือรสเผ็ดนิดๆ
กุ้งตะกร้ากรอบ
       กุ้งตะกร้ากรอบ (240 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูกุ้งที่ชวนกิน ทางร้านนำกุ้งแชบ๊วยมาชุบแป้งคลุกเกร็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ใส่มาในตะกร้าที่ทำมาจากเผือกนำมาสานให้เป็นตะกร้าแล้วทอดกรอบ กินกุ้งกรอบนอกนุ่มในจิ้มเพิ่มรสชาติด้วยซอสมะเขือหรือมายองเนส และยังมีสลัดผักกับเฟรนฟรายมาให้กินเคียงกันอีกด้วย
ต้มยำกุ้ง
       เมนูสุดท้ายเลือกสั่งเมนูซดน้ำร้อนๆ อย่าง ต้มยำกุ้ง (220 บาท) ที่เสิร์ฟมาแบบหม้อไฟร้อนๆ ให้ได้ซดน้ำต้มยำกุ้งแบบคล่องคอ ในต้มยำมีกุ้งแม่น้ำ มีเห็ดฟาง และยังมีเนื้อมะพร้าวอ่อนใส่มาด้วย แถมน้ำต้มยำเป็นแบบน้ำข้นใส่นมและน้ำพริกเผาครบสูตร ซดน้ำร้อนๆ หอมกลิ่นเครื่องต้มยำอ่อนๆ ได้รสชาติน้ำต้มยำรสกลมกล่อมเปรี้ยว เผ็ดกำลังดี
บรรยากาศร้านยามค่ำคืน
       ถึงแม้จะสั่งเมนูมาก็มากและหลายรสชาติแล้ว แต่ว่าในรายการอาหารก็ยังมีเมนูจานเด็ดอีกหลายหลากที่น่าลองลิ้มไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น ปลากะพงทอดน้ำปลา (290 บาท) กุ้งห่อเบคอน (180 บาท) ต้มยำเอ็นหมูเยื่อไผ่ (180 บาท) ขาหมูเยอรมัน (380 บาท) และอีกสารพัดอาหารรสเด็ดมากมาย ที่อยากจะให้ลองมาชิมกันด้วยตัวเองจะดีกว่า เพียงแค่ขับรถมาที่ซ.รัชดาภิเษก 18 ก็จะได้มาสัมผัสกับอาหารเลิศรสเหล่านี้ พร้อมกับบรรยากาศที่ชวนนั่งสบายๆ ของร้าน “Seasons Change”
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “Seasons Change” ตั้งอยู่ที่ 775 ซ.รัชดาภิเษก 18 ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กทม. การเดินทางถ้ามาจากถ.รัชดาภิเษก ให้วิ่งมาจนถึงซ.รัชดาภิเษก 18 แล้วเลี้ยวเข้ามาในซอยตรงเข้ามาประมาณ 300 ม. จะเห็นร้านซีซั่นส์เชนจ์ อยู่ขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถด้านในร้าน ร้านเปิดทุกวัน 16.00-02.00 น. ถ้ามากินอาหารแนะนำว่าควรโทร. มาจองโต๊ะก่อนจะดี และทางร้านรับจัดงานเลี้ยงด้วย โทร. 0-2277-9189-90, 08-6981-1888, 08-9681-4444 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.seasonschangerestaurant.com/
a