ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“แพอาหารกู๊ดวิว” นั่งชิลล์ อร่อยรส กลางแมกไม้ริมเจ้าพระยา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2554 13:06 น. 
บรรยากาศร้านแพอาหารกู๊ดวิว
       “อยุธยา” เมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ชวนให้มาเที่ยวไหว้พระทำบุญเป็นอย่างมาก เพราะว่าอยุธยาเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีวัดมากมาย มีวัดวาอารามสำคัญๆ ให้มากราบไหว้ขอพรกัน “ตระเวนกิน” เองก็ขอใช้วันหยุดว่างๆ มาเที่ยวไหว้พระทำบุญ สะเดาะเคราะห์ เสริมสิริมงคลให้กับตัวเองเสียหน่อย
      
       พอหลังจากที่ได้ตระเวนไหว้พระจนอิ่มบุญอิ่มใจกันเต็มที่แล้ว แน่นอนว่าเราก็ต้องขอหาอาหารใส่ท้องให้อิ่มกระเพาะกันด้วย และเมื่อมาถึงอยุธยาทั้งทีเราก็ต้องขอหาร้านอาหารที่มีบรรยากาศสบายๆ แบบได้นั่งกินข้าวอยู่ริมน้ำท่ามกลางธรรมชาติอันรื่นรมย์
โต๊ะนั่งสบายๆ ชมวิวสะพาน
       และเราก็เลือกที่จะขอมาฝากท้องอิ่มกับอาหารรสดี ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ชวนนั่งสบายๆ กันที่ “แพอาหารกู๊ดวิว” ที่ตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาเลย ที่ร้านนี้มีมุมโต๊ะนั่งให้เลือกแบบหลากหลาย ถ้าใครชอบนั่งกินข้าวรับลมเย็นๆ และได้ชมวิวสะพานสวยๆ ก็มีให้เลือกนั่ง แถมยังมีวงดนตรีมาเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟังอย่างเพลิดเพลินในทุกวันช่วงเย็นๆ หรือจะนั่งบนแพชมวิวสายน้ำไหลเอื่อยพาให้เย็นใจ และมีส่วนเทอเรสที่มีโต๊ะนั่งสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติแมกไม้ที่ชวนนั่งไม่แพ้กัน
      
       เมื่อได้มุมชวนนั่งแล้ว แน่นอนว่าอาหารของที่นี่ก็น่ากินเช่นกัน เพราะว่าทางร้านมีอาหารไทยพื้นบ้าน แบบรสจัดจ้านบริการให้เลือกกินหลายหลากกว่า 100 เมนู และในมื้อนี้เราก็ได้เลือกเมนูจานเด็ดทั้งนั้นมากินกัน
เห็ดเออรินจิผัดพริกไทยดำ
       ประเดิมจานแรกด้วย เห็ดเออรินจิผัดพริกไทยดำ (180 บาท) ทางร้านนำเห็ดเออรินจิญี่ปุ่น เอามาผัดกับเครื่องพริกไทยดำที่โขลกเอง ผัดใส่กุ้ง หอมใหญ่ ต้นหอม พริกสามสี แครอท และพริกไทยสด ชิมแล้วเห็ดเคี้ยวนุ่มออกรสร้อนแรงเครื่องพริกไทยดำหอมๆ กุ้งเนื้อหวานดี กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอบอก
ห่อหมกมะพร้าวอ่อน
       เมนูถัดมาเป็น ห่อหมกมะพร้าวอ่อน (200 บาท) เสิร์ฟมาแบบมะพร้าวทั้งลูก เป็นห่อหมกที่ทางร้านโขลกพริกแกงเอง ใส่เครื่องทะเลอย่างกุ้ง หมึก ปลา ลูกชิ้นปลา และนำมาใส่ลงในมะพร้าวอ่อนนึ่งจนสุก ลิ้มรสเนื้อห่อหมกรสเข้มข้น แถมยังได้ขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนกินด้วย
ผัดฉ่าปลาคัง
       แล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะสั่งเมนูปลาแม่น้ำอย่าง ผัดฉ่าปลาคัง (150 บาท) มากินกัน เพราะทางร้านนำปลาคังสดๆ มาแล่เป็นชิ้นพอดีคำเลาะเอาก้างออก แล้วนำมาผัดฉ่าแบบครบเครื่อง สีสันจัดจ้านมาก กินแล้วก็ถูกปากกับเนื้อปลาคังนุ่มหวานไม่คาวปาก ได้รสชาติเครื่องผัดฉ่าออกเผ็ดลิ้นถึงใจ
ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน
       ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน (240 บาท) เมนูนี้ใครชอบกินปลาเนื้ออ่อนต้องสั่งมาลิ้มรสให้ได้ เป็นปลาเนื้ออ่อนตัวใหญ่เอามาทอดหรือนึ่ง (เลือกสั่งได้) และก็มีน้ำฉู่ฉี่แบบเข้มข้นที่ทางร้านโขลกเครื่องแกงเองแล้วนำมาผัดกับกะทิ ตามสูตรเด็ดเฉพาะ ราดมาบนตัวปลาเนื้ออ่อน กินแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติฉู่ฉี่ที่เข้มข้นเครื่องแกงหอมมันกะทิ เข้ากันดีกับเนื้อปลานุ่มๆ
ปลาช่อนลุยสวน
       ปลาช่อนลุยสวน (220 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูปลาที่น่าลิ้มลอง ทางร้านนำปลาช่อนสดๆ มาทอดกรอบ แล้วก็ทำน้ำราดที่มีสารพัดเครื่องสมุนไพรไทยต่างๆ ปรุงรสเข้ากับน้ำราดที่ปรุงเคี่ยวตามสูตรเด็ด ชิมปลาเนื้อกรอบนอกนุ่มในชุ่มรสชาติน้ำราดจัดจ้าน แถมยังมีผักสดนานาชนิดมาให้กินเคียงกันด้วย
ต้มยำปลาม้า
       และมาปิดท้ายมื้ออิ่มด้วย ต้มยำปลาม้า (150 บาท) ถูกเสิร์ฟมาแบบหม้อไฟร้อนๆ เป็นต้มยำน้ำใส ที่ใส่เนื้อปลาม้าแล่เอาแต่เนื้อไม่มีก้างมาต้มยำ ใส่เห็ดฟาง ผักชีฝรั่ง ซดน้ำซุปร้อนๆ ชุ่มชื่นโล่งคอ รสเปรี้ยว เผ็ด แซบถึงใจ ส่วนเนื้อปลาม้านุ่มหวานไม่คาวเลย
บรรยากาศโต๊ะนั่งในแพ
       แต่ถ้าหากมากันหลายๆ คนเมนูแค่นี้อาจจะยังไม่อิ่มพอ ขอแนะนำว่ายังมีเมนูจานเด่นอื่นๆ ที่ชวนลิ้มรสอีก อาทิ กุ้งแม่น้ำเผา (กิโลกรัมละ 1,000 บาท) แกงส้มแป๊ะซะปลาช่อนทอด (220 บาท) แกงคั่วหอยขม (120 บาท) หมึกไข่นึ่งมะนาว (130 บาท) ส้มตำปูกะตอย (85 บาท) และอีกสารพัดเมนูอาหารไทยรสจัดจ้านที่ชวนให้มาลองลิ้มกันได้ที่ร้าน “แพอาหารกู๊ดวิว” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยุธยาใกล้ๆ นี่เอง
“แพอาหารกู๊ดวิว” ตั้งอยู่ ที่ 3/6 หมู่ 4 ต. บ้านรุน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา การเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าเข้าจ.พระนครศรีอยุธยา ผ่านวัดพนัญเชิง ตรงมาทางสะพานเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี ให้ลอดใต้สะพาน สังเกตป้ายชื่อร้านอาหารกู๊ดวิว ขับตรงไปจนถึงร้านอาหารกู๊ดวิว มีที่จอดรถด้านในร้าน เปิดทุกวัน โทร. 0-3570-3166, 08-1626-3850, 08-1693-7123 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.goodviewayutthaya.com

“เมียงกา” ร้านนี้มีชื่อเสียง อาหารเกาหลีรสต้นตำรับ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 สิงหาคม 2554 16:01 น. 
บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้นล่างร้านเมียงกา
       “มา ชิส ซอ โย” เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า “อร่อย”
      
       “ตระเวนกิน” ต้องขอเอ่ยปากชมเป็นภาษาเกาหลี ก็เพราะว่าในมื้อนี้เราได้มาอิ่มอร่อยกับอาหารเกาหลีรสชาติดีอันถูกปากยังร้านที่มีชื่อว่า “เมียงกา” (Myeong Ga) เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า “ร้านที่มีชื่อเสียง” ซึ่งตั้งอยู่ตรงโคเรียนทาวน์ (สุขุมวิทพลาซ่า) ซ.สุขุมวิท 12
ห้องส่วนตัวตกแต่งสไตล์เกาหลี
       “เมียงกา” เป็นร้านอาหารเกาหลีขนานแท้จริงๆ ที่เปิดให้บริการความอร่อยมานานกว่า 5 ปีแล้ว มีเจ้าของเป็นคนเกาหลีชื่อคุณ Dae-Sook Yoon เป็น ผู้หญิงที่น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส บริการลูกค้าด้วยมิตรไมตรี และเธอก็ยังเป็นแม่ครัวฝีมือเอกที่ลงมือปรุงอาหารเกาหลีหลากหลายเมนูที่มี ขายอยู่ที่ร้านด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสูตรแบบต้นตำรับเกาหลีขนานแท้ อีกทั้งวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็ต้องส่งตรงมาจากประเทศเกาหลี และเลือกสรรคัดแต่วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพเพื่อนำมาปรุงเป็นเมนูเกาหลีที่ชวนลิ้มรสมากมาย
พันชัง
       อย่างถ้ามาถึงร้านเมียงกาแล้วก็มีเมนูเกาหลีหลายอย่างที่อยากแนะนำ ให้ได้ลองลิ้มรสกัน โดยก่อนอื่นที่เราจะได้สั่งเมนูจานเด็ดมาชิมกันนั้น ถือว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันเลยก็ว่าได้ ที่ว่าเมื่อเราเข้านั่งที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วทางร้านก็จะเสิร์ฟเครื่องเคียง หรือที่เรียกว่า พันชัง ให้ทุกโต๊ะก่อนเลย ซึ่งเครื่องเคียงที่ว่านี้ก็คืออาหารจานเล็กๆ ที่ทางร้านจะนำมาเสิร์ฟประมาณ 8 อย่าง โดยจะมีเมนูหลากหลายหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน อาทิ กิมจิหัวไชเท้า แตงกวาดอง เห็ดนางฟ้าปรุงรสน้ำมันงา ไข่ตุ๋น ถั่วลิสงต้มน้ำตาล ผักขม ยำมะเขือยาว ซูกินีกับมันฝรั่งชุบแป้งทอด ซึ่งเครื่องเคียงพวกนี้สามารถเติมได้ด้วย
กิมชีจิแข่
       เอาล่ะจากนั้นก็สั่งอาหารเกาหลีจานหลักมากินกันดีกว่า มีเมนูจานเด่นที่ชวนลิ้มรสอยู่หลายอย่าง อย่างแรกที่อยากแนะนำ คือ กิมชีจิแข่ (Kim Chi Chi Gae) (200 บาท) เป็นซุปผักดองแบบเกาหลี ปรุงรสด้วยหมู 3 ชั้น เต้าหู้ขาว หัวหอมใหญ่ เสิร์ฟมาในหม้อร้อนๆ พร้อมกับข้าวหอมมะลิ กินซุปกิมจิหอมๆ ซดน้ำร้อนๆ ชุ่มชื่นโล่งคอ และออกรสเข้มข้นกลมกล่อมมากๆ กินคู่กับข้าวสวยเม็ดนุ่ม อร่อยได้ใจจริงๆ
โดลซดบีบิมบับ
       เมนูต่อมา คือ โดลซดบีบิมบับ (Dol Sot Bi Bim Bab) (220 บาท) ที่ยกเสิร์ฟกันมาแบบเป็นชามหินร้อนๆ ข้างในมีข้าวสวยคลุกกับน้ำมันงา และมีสารพัดเครื่องใส่โรยหน้ามามีทั้ง ถั่วงอกยำ เห็ดหอมผัด กิมจิผัด หมูผัดปรุงรส ผักขมยำ มะละกอ ไข่ขาว และไข่แดงดิบ และมีโคชูจัง (น้ำพริกเกาหลี) มาให้ด้วย เวลากินให้เอาโคชูจังใส่ลงไปในชามและคลุกเคล้าเครื่องทุกอย่างให้เข้ากัน ลิ้มรสข้าวเม็ดนุ่มเคี้ยวนิ่มเข้ากับเครื่องทุกอย่างที่ใส่มาได้รสชาติโคชู จังที่เข้ากันได้อย่างกลมกลืน
พาจ็อน
       ตามมาติดๆ ด้วยเมนูนี้ พาจ็อน (Pa Jun) (280 บาท) หรือที่เรียกว่าพิซซ่าเกาหลี เพราะมีลักษณะกลมๆ เหมือนพิซซ่า แต่ว่าเป็นแป้งหมักสูตรพิเศษ ใส่กุ้ง หมึก และใส่ต้นหอมเยอะมากๆ ชิมแล้วก็ถูกปากดีกับแป้งนุ่มๆ ได้รสชาติกุ้ง หมึก และต้นหอมที่ลงตัวเข้ากัน และจิ้มกินกับน้ำจิ้มซอสถั่วเหลืองที่ผสมกับน้ำส้มสายชูนิดหน่อย เพิ่มรสชาติไปอีกแบบ
แดจิคัลบี
       หลังจากได้กินเมนูจานเดียวกันแล้ว คราวนี้มากินเมนูสไตล์ปิ้งย่างแบบเกาหลีกันบ้าง ซึ่งที่นี่มีเนื้อให้เลือกสั่งมาย่างอยู่หลายแบบ อย่างที่อยากนำเสนอก็มี แดจิคัลบี (Green tea Gal-bi) (300 บาท) เป็นเนื้อหมูส่วนซี่โครงหมักกับเครื่องเทศและโคชูจังนานกว่า 1 วัน ก่อนจะนำมาให้ย่างบนเตาถ่านร้อนๆ และยังมีผักสดมาให้ห่อกิน มีพริกกับกระเทียมมาให้ย่างกินด้วย และมาพร้อมกับน้ำจิ้มที่ให้เลือกกินถึง 3 แบบ คือ มีน้ำจิ้มน้ำมันงาผสมกับเกลือและพริกไทย มีน้ำจิ้มซอสถั่วเหลือง และน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ
      
       ย่างหมูบนเตาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมๆ พอหมูสุกกำลังพอดี คีบชิ้นเนื้อหมูส่งเข้าปากเคี้ยวนุ่มได้รสชาติเครื่องหมักถูกปากดี หรือจะจิ้มกินกับน้ำจิ้มตามรสที่ชอบ และห่อกินกับผักยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่
ยังเนียมคัลบี
       ยังมีเนื้อที่น่าสั่งมาย่างอีก คือ ยังเนียมคัลบี (Yang-nyum Gal Bi) (450 บาท) เป็นเนื้อวัวส่วนซี่โครงที่ทางร้านนำมาหมักกับเครื่องปรุง เครื่องเทศเกาหลี และผักตามสูตรเด็ดของทางร้าน หมักนานกว่า 1 วัน เนื้อจะถูกเสิร์ฟมาแบบม้วนห่อมาเป็นก้อน เวลาย่างก็คลี่เนื้อออกมาย่างบนเตา ย่างจนสุกได้ที่ทางร้านจะมีกรรไกรไว้ให้ตัดเนื้อออกเป็นชิ้นๆ พอดีคำ ลิ้มรสเนื้อเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปาก ได้รสชาติเครื่องหมักกลมกล่อมถูกใจคนกินเนื้อจริงๆ
แอลเอคัลบี
       และก็มีเนื้อวัวอีกอย่างที่น่ากิน คือ แอลเอคัลบี (L.A Gal-bi) (450 บาท) เป็นเนื้อวัวส่วนติดซี่โครง ที่แล่มาเป็นชิ้นยาวๆ และหมักกับเครื่องเทศเครื่องปรุงเหมือนเนื้อตัวอื่นๆ ซึ่งหมักนานถึง 1 วันเช่นกัน กินเนื้อแล้วก็ต้องบอกว่าเนื้อนุ่มลิ้นมากๆ ไม่เหนียวเลย
เต็มอิ่มกับเมนูปิ้งย่าง
       ในมื้อนี้เราก็ได้เลือกอิ่มกับอาหารเกาหลีไปหลายเมนูแล้ว แต่ก็ยังเห็นว่าในเมนูอาหารมีอาหารจานอื่นอีกหลายอย่างที่น่าลองลิ้ม อาทิ Sam Gae Tang (ซุปไก่) (300 บาท) Dak Bul Go Gi (ไก่หมึกย่างสไตล์เกาหลี) (280 บาท) Jab-Chae (ผัดวุ้นเส้นเกาหลี) (350 บาท) Ddok Bok ki (ด็อกโบคกิ) (200 บาท) และอีกสารพัดอาหารเกาหลีที่ล้วนแล้วแต่น่าลองลิ้มทั้งนั้นเลย
ย่างเนื้อร้อนๆ บนเตาถ่าน
       เรียกว่าหากใครที่เป็นสาวกเกาหลี และชื่นชอบอาหารเกาหลี ก็อยากจะเชิญชวนให้มาที่ร้าน “เมียงกา” แห่งนี้กันดูเพราะจะได้ลิ้มรสชาติอาหารเกาหลีแบบต้นตำรับขนาดแท้ที่ถูกปากคนไทยอย่างแน่นอน
บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้น 2
 “เมียงกา” (Myeong Ga) ตั้งอยู่ที่ 212/16 ชั้น 1 สุขุมวิทพลาซ่า ซ.สุขุมวิท 12 ถ. สุขุมวิท คลองเตย คลองเตย กทม. การเดินทางจากถ.สุขุมวิท มุ่งหน้ามาที่ซ.สุขุมวิท 12 สุขุมวิทพลาซ่า (โคเรียนทาวน์) และตรงเข้ามาในสุขุมวิทพลาซ่าบริเวณชั้น 1 จะเห็นร้านเมียงกาตั้งอยู่มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน จอดรถได้ที่บริเวณลานจอดรถของสุขุมวิทพลาซ่า ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. แต่ทุกวันจันทร์เปิด 16.00 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อนจะดี และทางร้านรับจัดงานเลี้ยงด้วยโทร. 0-2229-4658, 08-1630-0532

“ลิตเติ้ลมัม” อร่อยรส อาหารโฮมเมด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 สิงหาคม 2554 15:32 น.
บรรยากาศโต๊ะนั่งสบายๆ ภายในร้านลิตเติ้ลมัม
       “12 ส.ค.” นี้เป็น “วันแม่แห่งชาติ” ถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่ลูกๆ ที่น่ารักทั้งหลาย จะได้แสดงออกถึงความรักที่มีต่อคุณแม่ที่รักกัน
      
       สำหรับ “ตระเวนกิน” แล้วเมื่อถึงวันแม่ทีไรก็มักที่จะขอ เลือกแสดงออกถึงความรักที่มีต่อคุณแม่ที่เคารพรัก ด้วยการพาคุณแม่ไปกินอาหารอร่อยๆ นอกบ้าน เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศและเป็นการสานความสัมพันธ์อันดีที่รักใคร่กันใน ครอบครัว
โต๊ะนั่งรับลมเย็นๆ ด้านนอก
       แล้วในมื้อนี้เราก็ขอพาคุณแม่ที่รักและครอบครัวมาอิ่มสุขสันต์กันยังร้านอาหารที่มีชื่อน่ารักๆ ว่า “ลิตเติ้ลมัม” (Little Mom) ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ที่นี่เป็นร้านอาหารไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่แฝงไว้ด้วยความน่ารัก ตกแต่งร้านแนวโมเดิร์น วินเทจ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายๆ เป็นกันเอง ชวนให้มานั่งกินข้าวเป็นยิ่งนัก
      
       อีกทั้งอาหารของที่ร้านลิตเติ้ลนี้ก็เป็นอาหารสไตล์โฮมเมด ที่ทางร้านคิดค้นเมนูอาหารขึ้นมาเอง และเลือกสรรแต่วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารพิษมาปรุงแต่งเป็นเมนูอาหารจานเด็ด ซึ่งมีทั้งอาหารไทย อาหารอิตาเลี่ยน และอาหารแนวฟิวชั่นที่ล้วนแล้วแต่ชวนลิ้มรสมากมาย ซึ่งอาหารของที่นี่ทุกจานจะปรุงแบบไม่ใส่ผงชูรส รวมถึงที่ร้านยังมีกาแฟ และเบเกอรี่โฮมเมดน่ากินๆ มากมายกว่า 30 ชนิด แต่จะนำออกมาขายประมาณ 4-5 ชนิดต่อวันและหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ
ซุปผักโขม
       ในมื้อนี้เราได้เลือกสั่งเมนูอาหารจานเด่นๆ ของที่นี่มาชิมอยู่หลายจานด้วยกัน เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยให้ตื่นตัวกันก่อนด้วย ซุปผักโขม (85 บาท) เป็นซุปผักโขมน้ำข้น ที่ผ่านการปรุงเคี่ยวด้วยน้ำสต็อกไก่กับเนื้อมันฝรั่ง และผักโขม เคี่ยวนานกว่า 3 ชม. จนได้ซุปเข้มข้นรสกลมกล่อมหอมนุ่ม เนื้อซุปเนียนละเมียดลิ้น แถมมีขนมปังกระเทียมกรอบนุ่ม ที่ทางร้านทำหน้าเนยกระเทียมเอง กินเข้าคู่กันดีกับซุปร้อนๆ
ลาซานญ่าสติ๊ก
       เมนูต่อมาเป็น ลาซานญ่าสติ๊ก (90 บาท) ที่แปลกดีไม่มีร้านไหนเหมือน ม้วนมาเป็นแท่งด้านในเป็นไส้ลาซานญ่าหมูปรุงรสตามสูตรเด็ดของทางร้าน และใส่มอสซาเรลล่าชีส ห่อม้วนด้วยแผ่นแป้งปอเปี๊ยะและทอดจนเหลืองกรอบ กินแล้วเคี้ยวกรอบนอกนุ่มใน ได้รสลาซานย่าถูกปาก และมีชีสยืดๆ ได้ใจ กินเพียวๆ ก็อร่อยลิ้นแล้ว แต่ว่าทางร้านมีน้ำจิ้มบ๊วยมาให้จิ้มด้วย
ผักโขมอบชีส
       แล้วก็มาชิม ผักโขมอบชีส (120 บาท) ที่เสิร์ฟมาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมชีส ด้านในมีผักโขมและเบคอนเยอรมันรมควันที่ทางร้านเลือกมาอย่างดีแบบปลอดสาร และด้านบนโปะด้วยมอสซาเรลล่าชีสเข้าอบจนสุก ชิมแล้วชีสยืดหนืดเข้ากับผักโขมนุ่มๆ และเบคอนรสดี
ยำทูน่าสายฝน
       ยำทูน่าสายฝน (80 บาท) จานนี้กินแล้วไม่ชวนอ้วน เพราะว่ามีแต่ผักไฮโดรโพนิกส์สดๆ หลายชนิด และยังมีสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้ ใบสะระแหน่ใส่มาพร้อมกับเนื้อทูน่าในน้ำมัน และเส้นแก้ว ราดด้วยน้ำสลัดที่ปรุงรสขึ้นมาใหม่ให้แซบแบบยำสไตล์ไทยๆ ลิ้มรสแล้วถูกปากกับผัดสดกรอบ เส้นแก้วเคี้ยวกรึบลงตัวเข้ากับทูน่าเนื้อนุ่มและชุ่มน้ำยำรสจัดจ้าน เผ็ดแซบได้ใจ
สปาเก็ตตี้ซอสครีมข่ากุ้ง
       จากนั้นมาชิมเมนูเส้น สปาเก็ตตี้ซอสครีมข่ากุ้ง (150 บาท) กันบ้าง เมนูนี้ออกแนวฟิวชั่นทางร้านนำเอาเส้นสปาเก็ตตี้มาผัดกับซอสครีมข่ากุ้งที่ ทางร้านปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษออกสไตล์ไทยๆ และใส่กุ้งแซบ๊วยตัวโต ชิมแล้วถูกใจในความเข้มข้นของซอสครีมข่ากุ้งที่ออกรสร้อนแรง และหอมกลิ่นข่าขึ้นจมูกเวลากิน ช่างกินเข้ากันดีกับสปาเก็ตตี้เส้นเหนียวนุ่ม และเนื้อกุ้งหวานสด
สปาเก็ตตี้ซอสครีมซีฟู้ด
       สปาเก็ตตี้ซอสครีมซีฟู้ด (150 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูจานเส้นที่น่าลิ้มลอง ทางร้านนำเส้นสปาเก็ตตี้มาผัดกับซอสเพสโต้ที่ปรุงมาเป็นโดยเฉพาะ ใส่ครีมสดและไวน์ขาว และใส่กุ้ง หมึก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดมาพร้อมกัน ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเคี้ยวเส้นนุ่มเด้งเข้ากับครีมซอสเพสโต้เข้มข้นรส ดี หอมกลิ่นซอสด้วย
Chocolate Truffle Cake
       กินอาหารไปก็หลายจานแล้ว มาปิดท้ายล้างปากกันด้วยเค้กดีกว่า Chocolate Truffle Cake (90 บาท) เป็นเค้กที่ขายดีของทางร้าน เนื้อเค้กทำจากช็อกโกแลตแท้ ๆ ราดหน้าด้วยช็อกโกแลตฟัดจ์เข้มข้น กินแล้วเนื้อเค้กเบานุ่ม หอมหวานชฮคโกแลตมากๆ
Banana Choc Fudge Cake
       Banana Choc Fudge Cake (85 บาท) เป็นเค้กอีกตัวที่ชวนกินไม่แพ้กัน ตัวเค้กเป็นเนื้อเค้กบัตเตอร์ที่มีส่วนผสมของกล้วยหอมกับช็อคโกแลต ท็อปด้วยครีมสดและโรยด้วยผงโกโก้ ลิ้มรสเนื้อเค้กแน่นได้รสชอคโกแลตเข้มข้น
ร้านลิตเติ้ลมัม
       ทั้งหมดนี่เป็นเมนูชวนกินและชวนอิ่มที่เราได้ลิ้มรสและนำมาเสนอ แต่ว่าในเมนูอาหารก็ยังมีเมนูเด็ดอีกหลายอย่างที่ชวนลิ้มรส อาทิ ข้าวหน้าหมูแซบ (60 บาท) ไก่อินเดียนแดง (85 บาท) สปาเก็ตตี้ผัดกุ้งไข่เค็ม (120 บาท) ชุดข้าวสเต็ก+เครื่องดื่ม (95 บาท) และอีกสารพันเมนูที่อยากจะชวนเชิญให้ทุกคนจูงมือคุณแม่และครอบครัวที่รักมาอิ่มหนำสำราญกันได้ที่ร้าน “ลิตเติ้ล มัม”
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ลิตเติ้ลมัม” (Little Mom) ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ อยู่ระหว่างซอยบางใหญ่ซิตี้ 13-15 ถ้ามาจากถ.รัตนาธิเบศร์มุ่งหน้าบางบัวทอง เจอสะพานวงแหวน ลงจากวงแหวนจะเจอ Index Living Mall ตรงไปเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ตรงเข้ามาด้านในเรื่อยๆจนถึงซ.บางใหญ่ซิตี้ 13 ให้สังเกตจะเห็นธงสีชมพูและสีเขียว และป้ายร้านอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ จอดรถได้ริมถนน เปิดอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 08.00-20.30 น. ถ้ามากินอาหารแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนจะดี โทร. 0-2903-3363, 08-6544-1720, 08-6903-3030 และพิเศษหากพาคุณแม่มากินอาหารที่ร้านครบ 500 บาท ทางร้านยินดีมอบขนมให้ 1 ชิ้น ตลอดเดือนส.ค. นี้