ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"The roof" เลอลิ้น อิ่มอารมณ์ระฟ้า

"The roof" เลอลิ้น อิ่มอารมณ์ระฟ้า
ยามค่ำบนดาดฟ้าชั้น25 ของห้องอาหาร “The roof”
การกินอาหารดีๆสักมื้อนั้น นอกจาก รสชาติอาหารจะต้องถูกปาก บริการจะต้องถูกใจเราแล้วนั้น เรื่องของบรรยากาศก็เป็นสักสำคัญที่จะช่วยเพิ่มสุนทรีย์ในการกินให้เราได้

"ตระเวนกิน"
ก็เลยพาตัวเองไปอิ่มเอมลิ้มรส ในบรรยากาศยากาศดีๆกันที่ ห้องอาหาร "The roof" โรงแรมสยาม แอ็ทสยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์สปา ย่านปทุมวัน ห้องอาหารที่ตั้งอยู่มุมสูงสุดของโรงแรม บนชั้นดาดฟ้าที่ 25 ภายใต้คอนเซ็ปต์ SKYDINE DESIGN ON 25 ความโดดเด่นของที่นี่ คือ เราสามารถมองเห็นวิวกรุงเทพฯได้รอบทิศ360 องศา เห็นทั้ง ภูเขาทองที่วัดสระเกศ พระที่นั่งอนันตสมาคม วัดเบญจมบพิตร สนามศุภฯ(อยู่ติดกันเลย) สนามม้านางเลิ้ง เป็นต้น
อีกหนึ่งมุมของ “The roof”
ด้านการออกแบบของห้องอาหารก็เก๋ไก๋ด้วยแนวIndustrial HIP Design และ งานตกแต่งภายในแบบ Industrial-Art Design ใช้วัสดุหลักในการทำเสา คานและแนวระเบียงเป็นเหล็กและสแตนเลส ภายใต้โทนสีร้อนอย่างแดง น้ำเงิน สลับกับโทนสีส้มที่ให้ความอบอุ่น ในอารมณ์เหมือนกินอาหารอยู่ที่บ้าน

ส่วนเมนูอาหารก็โดดเด่นไม่แพ้สถานที่ เพราะเป็นอาหารแนว Europe Stone Grill เป็นเมนูอาหารที่ต้องเสิร์ฟบนหินร้อน ซึ่งเป็นหิน Volcano Stone หินคืนสภาพหลังการระเบิดของภูเขาไฟลาวา ซึ่งสามารถเก็บความร้อนและปรุงอาหารได้นานถึง 20 นาที ด้วยอุณหภูมิความร้อนในหินสูงกว่า 400 องศาเซลเซียส ย่างอาหารให้สุกได้ทันใจ

Australian Lamp Chops บนหินร้อน
ว่าแล้วก็ต้องลองของกันหน่อยด้วยการสั่ง Australian Lamp Chops (1,100 บาท++) ซี่โครงแกะออสเตรเลีย ที่คัดสรรคุณภาพพิเศษ เสิร์ฟแบบสดๆบนโต๊ะ ก่อนจะถูกนำไปย่างบนหินภูเขาไฟ โดยการย่างนั้นหากลูกค้าต้องที่จะย่างเองก็สามารถทำได้ แต่ถ้าหากต้องการแบบสบายๆเขาก็มีบริกรทำหน้าที่คอยย่างให้ เมื่อสุกแล้วก็จะได้ซี่โครงแกะรสหอม หวาน เนื้อนุ่ม

ขึ้นบกแล้วลงทะเลกันบ้าง อีกหนึ่งจานที่พร้อมเสิร์ฟกับหินภูเขาไฟ คือ
Mixed grill (1,300บาท++) เป็นประเภทย่างรวมมิตร ได้แก่ กุ้งลายเสือจัมโบ้ หอยเชลล์ยูเอส สเต็กปลาแซลมอนจากแทสมาเนียน สด หวาน กลมกล่อม
Mixed grill
อ้อ...แล้วที่ขาดไปเสียมิได้ก็คือ น้ำจิ้มหลากหลายรสชาติกว่า11ชนิด ที่จะเสิร์ฟมา อย่างน้อย 3รสชาติไว้ให้เลือกลิ้มชิมรสกันแต่ละแบบก็ปรุงรสแตกต่างกันไป แต่ที่เหมือนกัน คือ เข้าคู่กับเมนูย่างๆของเราได้ดีทุกตัว ทั้ง พริกฝรั่งอบพร้อมด้วยกระเทียมหมักในน้ำมันมะกอกกับซอสบาร์บีคิวรสส้ม หรือจะเป็น มะเขือม่วงหมักในน้ำมันมะกอก ซอสพริกไทยดำ ก็เข้าท่า หรือเป็น มะเขือเทศแดง และเขียวหมักซาลซ่าซอสครีมพริกไทอ่อน ก็เข้าที
Trio of Norwegian Salmon
แล้วเปลี่ยนอารมณ์ด้วยการสั่ง Trio of Norwegian Salmon (490บาท++)เมนูปลาแซลมอน 3 สไตล์ ทั้งแซลมอนรมควัน แซลมอนดิลมัสตาด และแซลมอนแช่เย็นสไลด์ เสริฟกับฮอสราดิสครีมซอส และอโวคาโดสลัด กลมกล่อมเข้ากัน
Mixed mushroom frittata with smoked salmon
ต่อด้วยMixed mushroom frittata with smoked salmon (350บาท++) ฟริททาร์ทาร์เห็ดรวมกับแซลมอนรมควัน ใช้ปลาแซลมอนรมควัน เห็ดชิตาเกะผัดกับพริกสามสี ปรุงรสแบบลับเฉพาะ ก่อนนำเข้าเตาอบ 30 นาที จนเนื้อฟูเนียนเวลาเสิร์ฟตัดเป็นชิ้น ๆ สามเหลี่ยม วาง Smoked salmon และผักร็อกเก็ตคุลกกับ Balsamic sauce รสชาติหวานมัน เค็มนิดๆ
3 kind of cheeses
และอีกเมนูกับ3 kind of cheeses (400บาท++) ชีสรสเยี่ยมจากทุกมุมโลกมารวมกันที่นี่ สามารถเลือกสั่งชีสได้ 3 อย่าง อาทิ เอ็มเมนตาล (Emmental) ชีสแบบสวิส รสออกหวานจัดเป็นชีสที่พิถีพิถันในการทำและทำยากมากที่สุดชนิดหนึ่งในบรรดา ชีสสวิส หรือจะเป็นแบบที่สอง บรี (Brie) ชีสสัญชาติฝรั่งเศส ชีสคุณภาพเยี่ยม กลิ่นหอมละเลียดลิ้น เหมาะสำหรับการกินคู่แชมเปญสักแก้ว ชีสอีกตัวที่แนะนำคือสัญชาติฝรั่งเศสเช่นกัน โรโบลช็อง (Reblochon)หนึ่งในชีสยุคต้นตำรับแห่งฝรั่งเศส เสิร์ฟดัวยขนมปังเคร็กเกอร์ ขนมปังเฟร้นเบรด องุ่นไร้เมล็ด 1 ช่อ ตามด้วยถั่ววอลนัท Quince Paste และองุ่นแห้งนอก
Pistachio & strawberry mousse topped with lemon glace
ตบท้ายให้กระเพาะกันด้วยเมนูแนะนำที่ทาง The roof ภูมิใจนำเสนอกับของหวานอย่าง Pistachio & strawberry mousse topped with lemon glace (350บาท++) โดดเด่นด้วยสตอเบอรี่มูสกับพิสตาชิโอ ราดด้วยแยมรสมะนาว,Passion Fruit parfait with bitter chocolate cream (350บาท++) แพทชั่นฟรุตพาเฟ่เสิร์ฟฟกับครีมรสช็อกโกแลต พร้อมค็อกเทลไว้จิบสไตล์สยาม แอ็ม สยามกับ Cocktail Siam @ Siam (250บาท++) และทุกเดือนที่นี่ยังมีการจัดงาน Full Moon Dining อีกด้วย ใครที่เสาะหาบรรยากาศดีๆกินมื้อหรูๆแบบไม่ซ้ำใคร ลองแวะไปได้ที่ "The roof"
Passion Fruit parfait with bitter chocolate cream
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

หอมหวาน มันกรอบ “ขนมครกเข้าวัง” มนต์ขลังขนมไทย อร่อยจนลืมอิ่ม

หอมหวาน มันกรอบ “ขนมครกเข้าวัง” มนต์ขลังขนมไทย อร่อยจนลืมอิ่ม
บริเวณร้านขนมครกเข้าวัง
ขนมไทยๆ ที่มีส่วนผสมหลักเป็นกะทิอย่าง “ขนมครก” ที่ให้ทั้งความหอมและความหวาน ก็เป็นที่ถูกปากของใครหลายๆ คน แถมยังหาซื้อกินกันได้ง่าย มีขายกันทุกตลาดทั้งเช้าสายบ่ายค่ำ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหน้าแบบเดิมๆ ทั้งต้นหอม ข้าวโพด เผือก

แต่ถ้าหากอยากจะกินขนมครกที่หน้าแตกต่างออกไป และมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม
“ผ่านมาแวะกิน” ก็จะพาไปลองชิมกันที่ร้าน “ขนมครกเข้าวัง” ที่อยู่ตรงข้ามตลาดราชวัตร
กรรมวิธีหยอด-แคะ ขนมครก
เห็นเป็นร้านตั้งอยู่ริมถนนแบบนี้ แต่ก็ขายกันมาเกือบ 30 ปีแล้ว ซึ่งสูตรของขนมครกก็เป็นสูตรดั้งเดิมที่นำมาปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยมาก ขึ้น ความอร่อยของขนมครกร้านนี้ การันตีได้จากที่ต้องมีบัตรคิวมานั่งรอซื้อกันเลยทีเดียว และนอกจากที่สาขานี้แล้ว “ขนมครกเข้าวัง” ก็ยังมีอีกสองสาขา คือ สาขาที่ตั้งอยู่ข้างตลาดบองมาร์เช่ และบริเวณปากซอยประชาชื่น 24 ซึ่งทั้งสามสาขาจะใช้สูตรเหมือนกันกัน จึงการันตีได้ว่าความอร่อยนั้นเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ตัวขนมครกจะแบ่งส่วนผสมออกเป็น 2 อย่าง คือ แป้งและกะทิ โดยจะใช้แป้ง 2 ส่วน กะทิ 1 ส่วน ตัวแป้งนั้นใช้แป้งข้าวเจ้า แป้งอเนกประสงค์ ข้าวสุก น้ำตาล และเกลือมาปั่นผสมรวมกัน เติมน้ำปูนใสลงไปแล้วนำมากรองก่อนจะหยอดในหลุมขนมครกบนเตา ส่วนกะทิก็จะใช้หัวกะทิคั้นใหม่ๆ ผสมกับน้ำตาล และเกลือ ปรุงรสให้ออกหวานนำเค็มตาม จากนั้นก็หยอดตามลงไปในหลุม

ขนมครกหน้าดั้งเดิม
ขนมครกของร้านนี้จะมีทั้งหมด 5 แบบ คือ หน้าดั้งเดิม จะเป็นหน้ากะทิล้วนๆ ที่หอมมันหวานกลมกล่อม ไม่หวานแหลมจนแสบคอ หน้าแปะก๊วย ที่ใช้แปะก๊วยลูกใหญ่มาต้มทั้งลูก แล้วใส่ไปบนหน้าขนมครก ชิมแล้วแปะก๊วยไม่ขม เคี้ยวกันเพลินๆ หน้าอัลมอนต์ จะใช้เอล็ดอัลมอนต์มาอบจนกรอบ แล้วใส่บนหน้าขนมครก นี่ก็เคี้ยวแล้วมันกรอบหอม เป็นที่ถูกใจเช่นกัน

ส่วน
หน้าฝอยทอง ก็จะนำฝอยทองมาอบจนกรอบ ก่อนจะใส่ลงไปบนขนมครก ตัวฝอยทองก็ไม่ได้หวานมากเกินไป กินพร้อมๆ กันแล้วก็อร่อยดี และหน้าสุดท้าย คือหน้ากุ้ง ที่ทางร้านใช้เนื้อกุ้งสดมาสับ ผัดกับกระเทียม พริกไทย รากผักชีที่โขลกละเอียด มะพร้าวขูด และใบมะกรูดฝอย ก็จะได้เป็นหน้ากุ้งที่มาใส่บนขนมครก ชิ้นนี้จะออกเค็มๆ หอมๆ เผ็ดพริกไทยเล็กน้อย
ขนมครกทรงเครื่อง
สนนราคาขายของขนมครกหน้าดั้งเดิมมีตั้งแต่ 20, 30 และ 40 บาท ส่วนหน้าทรงเครื่องขายในราคา 40 บาท ซึ่งก็เลือกได้ว่าอยากจะกินหน้าไหนบ้าง

จุดเด่นของขนมครกที่นี่ก็คือความกรอบ ซึ่งก็มีเทคนิคในการกินเล็กน้อย คือ ถ้าซื้อใส่กล่องมาแล้ว ทางร้านแนะนำให้เดินถือไปก่อน ยังไม่ต้องใส่ถุงหิ้ว เพราะไอน้ำจากความร้อนจะทำให้ขนมครกนิ่ม ไม่กรอบอร่อย แต่ถ้าจะกินเลยก็ต้องระวังร้อนลวกลิ้น ฉะนั้นอย่าลืมเป่าก่อนกิน

ระบายความร้อนเพิ่มความกรอบอร่อย
ส่วนถ้ามาแล้วก็แนะนำให้ลองชิม ลูกชิ้นหมูปิ้ง (ไม้ละ 10 บาท) ที่ทางร้านทำเอง ไม่ได้ใส่แป้ง สารคงความกรอบ และวัตถุกันเสีย มีให้เลือกทั้งเนื้อหมู และเอ็นหมู ที่อร่อยนุ่มหนึบไม่แพ้กัน จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดก็ยิ่งเคี้ยวมัน

ได้ลิ้มลองขนมครกร้อนๆ ที่หอมหวานมัน แถมด้วยลูกชิ้นหมูปิ้งอีกสักหน่อย
“ผ่านมาแวะกิน” ก็อร่อยเพลิดเพลิน จนลืมอิ่มกันเลยทีเดียว
ลูกชิ้นหมูปิ้ง
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

หวานเย็นชื่นใจกับ"บอง บอง" บุฟเฟต์ไอศกรีม

หวานเย็นชื่นใจกับ"บอง บอง" บุฟเฟต์ไอศกรีม 
บรรยากาศภายในห้อง บอง บอง


       "ไอศกรีม" หรือที่หลายคนมักเรียกติดปากสั้นๆ ว่า "ไอติม" เป็นของกินเย็นๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้คนอายุเท่าไหร่ ตั้งแต่เด็กน้อย ผู้ใหญ่ ยันคนเฒ่าคนแก่ คงจะไม่มีใครที่จะปฏิเสธถึงความชื่นชอบในตัวไอศกรีม ที่หากว่าได้กินไอศกรีมคราใดเป็นได้ชื่นฉ่ำ สดชื่นหัวใจ และมีความสุขกันทั่วหน้ายามที่ได้สัมผัสถึงความละเมียดละไมของไอศกรีมหวานๆ เย็นๆ อันมีหลากหลายรสชาติให้เลือกกินกัน




ไอศกรีมสารพัดรสใส่ท็อปปิ้งตามใจชอบ


       มาในมื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลย ขอตามใจตัวเองที่ชื่นชอบกินไอศกรีมเอามากๆ และขอเอาใจนักกินที่รักไอศกรีมทั้งหลาย ด้วยการพาทุกคนไปตระเวนกินไอศกรีมเย็นๆ หวานๆ กันแบบชนิดที่ว่าได้กินไอศกรีมกันได้แบบอิ่มนี้ไม่อั้น กินเท่าไหร่ก็ได้ตามใจปรารถนากับ การ์ตูนโรแมนติก "ไอศกรีมบุฟเฟต์" ที่ทาง "ห้องบอง บอง" ของโรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท โซฟิเทล ได้จัดไอศกรีมบุฟเฟต์ขึ้นมาเพื่อเอาใจคนชอบกินไอศกรีมโดยเฉพาะเลย




ไอศกรีมลูกโตในถ้วยโคนกรอบๆ


       ไอศกรีม บุฟเฟต์ของที่นี่ ต้องบอกว่ามีไอศกรีมหลากหลายสไตล์ และหลายรสชาติการ์ตูนโรแมนติก มาให้ได้เลือกลิ้มรสกันแบบไม่อั้นจริงๆ ซึ่งตัวไอศกรีมที่นำมาให้ลองลิ้มกันนี้ เป็นไอศกรีมโฮมเมดที่นำเข้ามาจากนิวซีแลนด์ โดยมีไอศกรีมที่คัดรสชาติยอดนิยมมาให้ได้ลิ้มรสชาติกันอยู่ประมาณ 8 รสชาติ โดยให้นักกินไอติมได้เลือกสั่งกันตามชอบใจ ซึ่งจะมีพนักงานคอยตักไอศกรีมให้ตามที่สั่ง




ลูกค้าสามารถตักท็อปปิ้งได้ตามชอบใจด้วยตัวเอง


       สำหรับรสชาติของไอศกรีมที่ชวนลองลิ้มนั้นมีอยู่หลายรสด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Vanilla Classic ไอศกรีมรสยอดนิยมที่จะได้สัมผัสกับเนื้อไอศกรีมเนียนนุ่ม ฉ่ำความเย็น หอมหวานกลิ่นวนิลานุ่มๆ Boysenberry Dream เป็นไอศกรีมเนื้อเนียนเย็นฉ่ำไปด้วยรสชาติของเบอร์รี่หอมหวาน ส่วนใครที่ชื่นชอบรสสตรอเบอร์รี่หวานๆ ก็มี Strawberry Surprise ที่มีเนื้อไอศกรีมสีชมพูสดใสชวนกิน




หวานเย็นฉ่ำชื่นใจกับไอศกรีม


       แต่ถ้าใครชอบไอศกรีมที่มีรสชาติเข้มๆ ก็ต้องรสนี้เลย Cafe Espresso เป็นไอศกรีมที่ออกรสกาแฟเข้มข้น หวานหอมกลิ่นกาแฟโดนใจ อีกหนึ่งรสเป็น Chocolite ที่เป็นไอศกรีมเนื้อเนียนนุ่ม หวานเข้มข้นรสช็อคโกแลตเอามากๆ แถมยังเป็นไอศกรีมไขมันต่ำ ที่หากกินมากแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะอ้วนลงพุง และอีกหนึ่งไอศกรีมไขมันน้อย ก็คือ Mango Sorbet เป็นไอศกรีมรสมะม่วงที่มีสีเหลืองสดใสชวนลิ้มรส เนื้อไอศกรีมเนียนละเมียดนุ่มลิ้น ออกหวานอมเปรี้ยวนิดๆ




สารพัดท็อปปิ้งที่มีให้เลือก


       ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ยังมีไอศกรีมรสอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Rum n’ Raisin เป็นไอศกรีมรสรัมเรซิ่นที่มีลูกเกดเป็นส่วนผสมด้วย อีกหนึ่งรสชาติเป็น Hokey pokey เป็นไอศกรีมรสวนิลา แต่ว่าจะมีเม็ดลูกกวาดเล็กๆ เคี้ยวกรุบๆ หวานๆ อยู่ในเนื้อไอศกรีมด้วย และก็ยังมีไอศกรีมรสชาเขียวอีกหนึ่งรส ที่มาเสริมเพิ่มทัพให้ความอร่อย เป็นไอศกรีมเนื้อเนียนสีเขียว หอม หวานได้รสชาติชาเขียวแท้ๆ




ไอศกรีมหลากหลายรสชาติที่ชวนกิน


       และ นอกจากจะมีไอศกรีมหลากรสให้เลือกแล้ว ยังมีท็อปปิ้งสารพัดอย่างอีกกว่า 30 ชนิด ให้ได้เลือกใส่ราดหน้าบนไอศกรีม เพื่อเพิ่มอรรถรสในการกินไอศกรีมกันได้แบบไม่อั้น แถมตักได้ด้วยตัวเองแบบตามใจชอบอีก อาทิ ลูกเชอร์รี่, วิปปิ้งครีม, อัลมอนด์สไลด์, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ลูกเกด, ฟรุ๊ตสลัด, เอ็ม แอนด์ เอ็ม, วอฟเฟิล, ช็อคโกแลตเม็ด, มะพร้าวอบ, คิทแคท, ซอสวนิลา, ซอสสตรอเบอร์รี่, ซอสช็อคโกแลต , คาราเมล และอื่นๆ อีกมากมาย



  



เรียก ว่าไอศกรีมบุฟเฟต์นี้ อิ่มถูกปากโดนใจคนรักไอศกรีมกันแบบเต็มๆ ในราคาแค่ 150 บาทต่อคนเท่านั้น ซึ่งสามารถมาอิ่มแบบไม่อั้นกับไอศกรีมบุฟเฟต์นี้ได้ในทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 13.00-17.00 น. ตั้งแต่วันนี้-29 ก.พ. นี้ เห็นทีว่าคนที่รักและชื่นชอบกินไอศกรีมเป็นชีวิตจิตใจ คงจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
     
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
     
       "ห้องบอง บอง"ตั้ง อยู่ที่ชั้นล็อบบี้ของโรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท โซฟิเทล 99 ถ.สุขุมวิทซอย 6 คลองเตย กทม. การเดินทางถ้านั่งรถไฟฟ้าให้มาลงที่สถานีนานา แล้วเดินมาทางออกที่ 4 ลงมาทางซ.สุขุมวิท 6 เดินตรงเข้าซอยประมาณ 200 ม. จะเห็นโรงแรมตั้งอยู่หัวมุมมีป้ายให้เห็นชัดเจน แต่ถ้าขับรถมาต้องขับรถเข้ามาทางสุขุมวิท ซ. 4 ตรงเข้ามาในซอยจะมีป้ายบอกทางมาโรงแรมฯ สำหรับบุฟเฟต์ไอศกรีมที่ห้องบอง บอง ให้บริการทุกวันเสาร์ เวลา 13.00-17.00 น. (ตั้งแต่วันนี้-29 ก.พ.นี้)




ที่มา manager

ซีฟู้ด รสเด่นที่กระติ๊บข้าว

ซีฟู้ด รสเด่นที่กระติ๊บข้าว



ขับ รถเลยผ่านแยกเกษตร-นวมินทร์ หลายครั้งหลายหนแล้ว ไม่เคยได้แวะไปลิ้มรสอาหารเมนูเด็ดเด่นของร้าน กระติ๊บข้าว แม้แต่ครั้งเดียว หนนี้ไม่มีพลาด แม่พลอยขับรถมุ่งหน้าลงอุโมงค์แยกเกษตร ขับตรงไปยังถนนเกษตร–นวมินทร์จนสุดถนน แล้วกลับรถเพื่อไปลิ้มรสอาหารร้านกระติ๊บข้าว ที่มีพิกัดริมถนน สังเกตเสากลางถนนระบุหมายเลข 261 ร้านอยู่บริเวณนั้น สามารถหาที่จอดได้ทั้งข้างในและริมถนน


หอยจ๊อ

ร้านกระติ๊บ ข้าว มีเมนูอาหารให้เลือกเยอะมากทั้ง ใต้ อีสาน และอาหารเวียดนาม แต่ไปทั้งที แม่พลอยอยากพาไปลิ้มรสอาหารจานเด็ดเด่นของร้าน การ์ตูนโรแมนติก เน้นไปทางแนวซีฟู้ด น้อยคนนักจะรู้จัก ความเด่นของเมนูซีฟู้ดร้านนี้ เน้นวัตถุดิบสดใหม่ จากแหล่งทางภาคใต้ ที่นำมาสู่นักชิมชาวกรุง เริ่มต้นแม่พลอยขอแนะนำเมนูเด่นหาทานยาก เป็น หอยตะเภาลวก น้ำจิ้มซีฟู้ด หอยตะเภา เป็นหอยท้องถิ่นจังหวัดตรัง บ้างก็เรียกหอยท้ายสำเภา หรือ หอยท้ายเภา ลักษณะเปลือกหอยเป็นสามเหลี่ยม คล้ายเรือสำเภา ส่วนเนื้อหอยตะเภาออกหวานนุ่ม ไม่เหนียว ในทุกหนึ่งปี มีฤดูกาลหอยตะเภา เพียง 4 เดือน คือ ช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ฉะนั้นใครอยากลิ้มรสต้องรีบเสียแล้ว อย่ารอช้า


เนื้อปลาเก๋าผัดขึ้นฉ่าย

ปู ม้าถอดเสื้อ เมนูขึ้นชื่อของร้าน ถึงขั้นขึ้นป้ายชูประเด็นเป็นเมนูเด่นที่นักชิมส่วนใหญ่จำได้ จนพาเรียกชื่อร้านกระติ๊บข้าวเป็น ปูม้าถอดเสื้อไปแบบอัตโนมัติ ปูม้าสด นึ่งแล้วแกะก้ามปู กระดองปู ออกมาให้เห็นถึงเนื้อปูม้า ขาว เนื้อแน่น ทานได้เลยไม่ต้องพึ่งพาเพื่อนที่มีจิตอาสามาช่วยแกะปูเลย เสิร์ฟปุ๊บ หยิบจิ้มทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสกลมกล่อมได้เลย ทานเพลิน ไม่เสียเวลาแกะ


กุ้งผัดพริกขี้หนู

กุ้ง ผัดพริกขี้หนู ใช้กุ้งทะเล หั่นตามขวางพอดีคำ ผัดกับพริกขี้หนู รสชาติออกเผ็ดนำ แต่ไม่สูญเสียความกรอบความหนึบของเนื้อกุ้งได้ ยิ่งทานยิ่งชอบ ถัดจากกุ้งขอแนะนำเมนู เนื้อปลาเก๋าใหญ่ผัดขึ้นฉ่าย เดิมทีเราคุ้นเคยกับเมนูปลาเก๋า ที่นำไปผ่านกรรมวิธีนึ่ง เท่านั้น แต่เมนูนี้ ผัดได้รสชาติค่อนข้างดี ความเด่นรสอยู่ที่เนื้อปลาเก๋าแน่นสด ถ้าไม่ชอบแนวนี้ แต่ชอบแนวออกเผ็ด ต้องลองแกงเหลืองปลาเก๋า รสชาติเผ็ดเข้มข้นถูกปากคนชอบทานอาหารรสดีนักเชียว


หอยตะเภาลวก

ถ้า ชอบของทอด แนะนำ หอยจ๊อ ที่แน่นด้วยไส้ในเป็นเนื้อปู กุ้ง และ หมู ปรุงรสได้อร่อย ทานตอนร้อน ๆ ได้ความกรอบของฟองเต้าหู้ทอดที่เหลืองนวล ส่วน ทอดมันปลากราย ปรุงรสได้ความกลมกล่อมของเครื่องแกง และเนื้อปลากรายแท้ที่เคี้ยวแล้วรู้สึกได้ถึงความเหนียวแน่นหนึบ ไม่มีผิดหวังในรสชาติ


ทอดมันปลากราย

ปิด ท้ายด้วยการแนะนำเมนู ข้าวผัดปลาเค็ม ที่ผัดได้ร่วนหอมกลิ่นข้าวติดก้นกระทะ ได้ความกรอบของปลาเค็มชิ้นเล็กทอดกรอบ และก้านคะน้าอ่อน คลุกเคล้ามาเป็นสีเขียวเด่นในจาน เมนูนี้แม่พลอยขอติดดาวความอร่อยให้อีกหนึ่งเมนู


ข้าวผัดปลาเค็ม

ร้านกระติ๊บ ข้าว เปิดบริการในเวลา 11.00– 22.00 น. และหยุดบริการทุกวันจันทร์ที่ 4 ของเดือน สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2946-2535 และ 08-9744-4666.

เรื่อง แม่พลอย / ภาพ สุพัตรา เมตะศิริ

ที่มา เดลินิวส์