ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

หอเจี๊ยะอาหารจีนมงคล ที่ "หล่งฟ่ง"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2551 15:43 น. 
       "ซิน เจีย หยู่ อี่ ซิน นี้ ฮวด ใช้" "ผู้จัดการตระเวนกิน" ขอเอื้อนเอ่ยทักทายมิตรรักนักกินต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งตามความเชื่อของชาวจีนแล้ว ถ้าถึงวันตรุษจีน ปีใหม่มาถึง หากได้กินแต่ของดีๆ ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ก็จะได้กินแต่ของที่ดี มีมงคลแก่ชีวิตไปตลอดทั้งปี
      
       และนั่นก็เป็นเหตุให้ในมื้อนี้เราจึงเดินทางไปตระเวนกินอาหารจีนมงคลรสเลิศกันที่ "ห้องอาหารจีนหล่งฟ่ง" รร.สวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ที่มีเมนูอาหารจีนพิเศษที่แฝงไปด้วยความหมายอันเป็นมงคล ซึ่งทางเชฟวิวแมน ลีออง และเชฟเลิ่ง ย่วน คั่น ได้รังสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะไว้ให้อิ่มฉลองในช่วงตรุษจีนนี้
       สำหรับเมนูจีนมงคลที่ชวนกินก็มี หยี่ซัง-เมนูมั่งมีศรีสุข (เริ่มต้นที่ 488 บาท++) "หยี่" หมายถึง ปลา "ซัง" หมายถึง ดิบ "หยี่ซัง" จึงหมายถึง ปลาดิบ ลักษณะเมนูนี้เหมือนสลัด คือประกอบไปด้วยเนื้อปลาดิบ 3 ชนิด หั่นสไลด์บางๆ มีปลาแซลมอน หมายถึง ทองคำ ปลากะพง หมายถึง สุขภาพร่างกายแข็งแรง และปลาทูน่า หมายถึง เงินทองไหลมาเทมาและธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง และมีมะนาวไว้ให้บีบโรยหน้าปลา นอกจากนี้ยังมากมายไปด้วยเครื่องเคียงซึ่งเป็นผักและผลไม้มากกว่า 10 ชนิด และมีน้ำมันกระเทียม น้ำมันงา น้ำบ๊วย อบเชยและพริกไทย ไว้ให้ราดคลุกเคล้า
       การกินหยี่ซังมีเทคนิคการกินสักนิด คือให้บีบน้ำมะนาวบนปลาและกล่าวคำอวยพรให้ร่ำรวย มีชีวิตราบรื่นจากนั้นใส่ปลาทั้ง 3 ชนิดลงไปในส่วนผสมที่มีทั้งผักและผลไม้ต่างๆ ตามด้วยโรยผงอบเชย พริกไทย พร้อมพูดว่าให้มีธุรกิจเจริญรุ่งเรือง และราดด้วยน้ำมันกระเทียม น้ำมันงา และน้ำบ๊วย แล้วก็คลุกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน โดยระหว่างที่คลุกเคล้านั้นจะต้องยกตะเกียบขึ้นสูงๆ พร้อมพูดคำอวยพร และนึกถึงแต่เรื่องดีๆ เพราะชาวจีนเชื่อว่ายิ่งยกตะเกียบสูงมากเท่าไร เงินทองก็จะยิ่งไหลมาเทมา สุขภาพแข็งแรง ธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรืองมากเท่านั้น
       และการกินหยี่ซัง นั้นมีเกร็ดเล็กๆ ว่าต้องเลือกกินปลาดิบให้ครบทั้ง 3 ชนิด จะได้มีทั้งเงินทองมากมาย มีโชคลาภ ประสบความสำเร็จ และมีสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งรสชาติหยี่ซังนั้นปลาดิบสดหวาน เคล้ากับรสชาติน้ำราดต่างๆ ที่ราดมาหอมกลิ่นน้ำมันงา ผักต่างๆ เคี้ยวกรอบกรุบเข้ากับเครื่องทุกอย่างถูกปากโดนใจ
       กุ้งแม่น้ำเจี๋ยนซอสเหล้ากุหลาบ (688 บาท++) เชื่อว่ากินแล้วจะโชคดีมีสุข เป็นกุ้งแม่น้ำตัวโต ที่ปรุงมา 2 รูปแบบในตัวเดียว คือส่วนตัวนำไปคลุกเคล้ากับซอสเหล้ากุหลาบ แล้วทอดให้กรอบนอก เนื้อในนุ่ม ส่วนหัวกุ้งนำไปนึ่ง และมีน้ำราดที่ได้จากซุปไก่กับเหล้าจีนผสมกัน ชิมกุ้งเนื้อแน่นหวานกรอบ น้ำราดรสนุ่มเนียนลิ้น
       ปลาหิมะทอดสลัดผลไม้ (เริ่มต้นที่ 688 บาท++) เมนูนี้กินแล้วเชื่อว่าเสริมให้มีสิริมงคล เป็นเนื้อปลาหิมะที่เอาก้างออกแล้วนำมาคลุกเคล้ากับแป้งทอดกรอบจนเหลืองสุก ราดด้วยซอสหอยเชลล์อบ เสิร์ฟพร้อมสลัดผลไม้ ลิ้มรสเนื้อปลานุ่มหวานเคล้ารสชาติซอสกลมกล่อมลิ้น แกล้มด้วยสลัดผลไม้
       แปดเซียนน้ำแดง (เริ่มต้นที่ 1,288 บาท++) กินเมนูนี้แล้วเชื่อว่าจะเจริญรุ่งเรือง 8 เซียนที่ว่าประกอบไปด้วยหูฉลาม กระเพาะปลา แฮมยูนนาน หอยมุก หอยหน่อไม้ทะเล หอยนางรม เห็ดหอม และสาหร่ายเส้นผม นำมาผัดกับน้ำมันหอย และนำไปเคี่ยวกับน้ำสต็อกหูฉลามผสมเหล้าจีน เสิร์ฟมาร้อนๆ หอมกรุ่น ลองลิ้มรสชาติเครื่องทุกอย่างกลมกล่อมลงตัวเข้ากันหมด
       และนอกเหนือจากเมนูอาหารจีนมงคลเหล่านี้แล้ว ยังมีบุฟเฟต์อาหารจีนนานาชนิด และติ่มซำกว่า 80 รายการ (480 บาท++/ท่าน)อาทิ ปอเปี๊ยะกุ้งมะม่วง ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง ฮะเก๋าหูฉลาม ขนมจีบไข่กุ้งโทบิโกะ เป็ดย่างหล่งฟ่ง หมูแดงอบน้ำผึ้ง ซึ่งตรุษจีนปีนี้ลองมาฉลอง อิ่มหนำหอเจี๊ยะกับอาหารจีนมงคลที่ "ห้องอาหารจีนหล่งฟ่ง" กันได้ตั้งแต่วันนี้-21 ก.พ. นี้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       
"ห้องอาหารจีนหล่งฟ่ง" ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ 204 ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีห้วยขวาง ออกทางออกที่ 2 เมื่อขึ้นมาจากสถานีแล้วให้เดินเลี้ยวไปทางซ้ายประมาณ 60 ม. จะเห็นโรงแรมฯ ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ ห้องอาหารหล่งฟ่งเปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30 – 14.30 น. มื้อเย็น 18.00 – 22.30 น. สำหรับเมนูอาหารจีนมงคลให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 21 ก.พ. นี้ โทร. 0-2694-2222 ต่อ 1540

"kakao cafe"หวานรักรสช็อคโกแลต

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กุมภาพันธ์ 2551 17:05 น. 
       รู้กันไหมว่า "ช็อคโกแลต"เป็นหนึ่งในอาหารที่มี คุณสมบัติพิเศษ ที่ช่วยเสริมสร้างไฟรักในร่างกายให้ลุกโชนเป็นอาหารเสริมพลังรักอย่างดี ช็อคโกแลตช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน กินแล้วช่วยผ่อนคลายความเครียด หลายคนกินช็อคโกแลตแล้วจะรู้สึกอารมณ์ดีมีความสุข เป็นขนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงานคาร์โบไฮเดรตและไขมันวิตามิน เอ ดี เค และธาตุเหล็กค่อนข้างสูง
      
       จึงไม่แปลกที่ในโอกาสพิเศษต่างๆหลายครั้ง ช็อคโกแลต จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นสิ่งพิเศษให้แก่คนสำคัญของเรา อย่าง"วันวาเลนไทน์"ปีนี้ นอกเหนือจากกุหลาบแดงแทนใจแล้ว "ผู้จัดการตระเวนกิน"แนะนำให้ลองพาคนที่คุณรักและห่วงใยมาเติมพลังรักแสนหวานแก่ชีวิตด้วยช็อคโกแลตกันที่
"kakao cafe"(คาเคา คาเฟ่) ในซอยสุขุมวิท 24 กันดู แล้วจะรู้ว่าความหวานของช็อคโกแลตช่วยคุณได้อย่างไร
       "kakao cafe" เป็นร้านช็อคโกแลตเพื่อคนรักช็อคโกแลต ซึ่งนำเสนออาหารรูปแบบใหม่ที่ชูช็อคโกแลตให้เป็นพระเอก เป็นจุดเด่นของร้าน แถมด้วยไอเดียเก๋ไก๋ทั้งรูปลักษณ์และการดีไซน์ ที่โดยมาก ช็อคโกแลต ที่นิยมกินกันแล้วสัมผัสได้ว่ามีรสลื่นๆในปากและละลายช้านั้น เกิดจากการใช้ส่วนผสมของ palm oil ในการทำ แต่ช็อคโกแลตของ kakao จะใช้ส่วนผสมของ cocoa butter ซึ่งมีราคาสูงและหายากในเมืองไทย
      
       รสชาติของช็อคโกแลตที่ kakao จึงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกทั้งแหล่งที่มาของช็อคโกแลตที่นี่ ก็ล้วนแต่คัดมาจากแหล่งผลิตช็อคโกแลตชั้นเยี่ยมจากทุกมุมโลก อาทิ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เป็นต้น
      
       kakao cafe เป็นร้านที่ตกแต่งด้วยความร่วมสมัย สไตล์หลุยส์ประยุกต์ บรรยากาศตกแต่งโทนสีเย็นตา ที่ร้านมี 2 ชั้น ชั้นล่างจัดเป็นที่นั่งมีเก้าอี้รูปช็อคโกแลตแปลกตา มีตู้โชว์สินค้าคือช็อคโกแลต ที่ด้านในมีช็อคโกแลตชนิดพอดีคำมากมายหลายรสยั่วยวนอยู่ เมื่อขึ้นมาชั้นสองจึงจะพบโซนของคาเฟ่ ที่มีมุมนั่งสบายๆทั้งในห้องแอร์และส่วนให้นั่งรับลมที่ระเบียงด้านนอก
       ด้านเมนูอาหาร พระเอกยอดนิยมของ kakao cafe ที่ใครมาเป็นต้องสั่งเห็นจะหนีไม่พ้น Pure Kakao (140บาท++) นมสดร้อนๆจุดไฟด้านล่าง แก้วเพื่อในนมอุ่นตลอดเวลา เสิร์ฟพร้อมกับเม็ดช็อคโกแลต ที่สามารถเลือกได้ว่าจะกินรสไหนระหว่าง ดาร์กช็อคโกแลต มิลค์ช็อคโกแลต และไวท์ช็อคโกแลต หรือ เหมาหมดทั้งสามอย่างก็ยังได้
      
       แต่ทางร้านมักแนะนำให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อที่รสชาติจะได้กลมกลืนไปในทิศทางเดียวกัน Pure Kakao มีความน่าสนใจอยู่ที่ วิธีการกิน คือการนำช็อคโกแลตเม็ดกลมใส่ลงไปในนมสดที่ร้อนๆใช้ช้อนคนให้ช็อคโกแลตละลาย ง่ายๆเท่านี้ก็ได้ลิ้มรสอัน หอม หวาน ของช็อคโกแลตที่ละลายในนมสดได้แล้ว
       มีพระเอกแล้วก็ต้องมีนางเอก Kakao Lava Metl (240บาท++) ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนางเอกของร้านที่ได้รับความนิยม นอกเหนือจากจากส่วนผสมของ แป้ง ไข่ น้ำตาล เนย เมนูนี้ยังรังสรรค์จากช็อคโกแลตเข้มข้นที่มีส่วนผสมของเม็ดวนิลาแท้ ช่วยส่งให้อาหารจานนี้หอมกรุ่นน่ากินยิ่งขึ้น เคล็ดลับจานนี้เชฟมือทองของร้านแอบกระซิบว่าอยู่ที่กระบวนการอบที่ลองผิดลอง ถูกนานกว่า 7 เดือน จึงออกมาเป็นลาวาเมลท์แสนถูกใจนักกินช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ทั้งหลาย
      
       ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่ เค้กลาวาเมลท์แสนนุ่ม ที่เมื่อตักผ่านเนื้อนอกเข้าไปชั้นใน จะเจอช็อคโกแลตเหลวที่ยังร้อนๆอยู่ กินคู่กับไอศกรีมวนิลาหวานเย็น ที่ราดท็อปปิ้งสตรอเบอรี่ และมีสตรอเบอรี่สดวางตกแต่งอยู่พร้อมกับใบสาระแหน่ ข้างๆมีวิปปิ้งครีมที่เป็นสูตรพิเศษคิดค้นมาเพื่อความลงตัวของช็อคโกแล ตเคียงคู่อยู่
       อีกหนึ่งเมนูที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน"ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวและอยากบอกต่อคือ Waffles kakao (240บาท++) วาฟเฟิลสูตรพิเศษลับเฉพาะที่มีทั้งความ กรอบ หวาน นุ่ม และหอมกลิ่นวนิลากลิ่นที่ช่วยกระตุ้นไฟรักในลุกโชน กินคู่กับไอศกรีมวนิลา ราดหน้าด้วยช็อคโกแลตเข้มข้นและวิปปิ้งครีม โรยด้วยผงช็อคโกแลต ตกแต่งด้วยใบสาระแหน่ มีกล้วยหอมตัดเป็นชิ้นๆ รสหวานละมุนดี
       และถ้าคุณเป็นกูเมต์ช็อคโกแลตตัวจริงไม่ควรพลาดที่จะลิ้มลอง Mill Crepe (140บาท++) เครปที่มีความสูงถึง 22 ชั้น สอดแทรกด้วยวนิลา คัสตาสด์ และช็อคโกแลต ในแต่ละชั้นสลับกันไปจนครบ 22 ชั้น ราดด้วยท็อปปิ้งสตรอเบอรี่และตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่สีแดงจะได้เครปที่มีรส ชาติหวานหอมและเปรี้ยวนิดๆ
       สำหรับใครที่ไม่มีเวลาว่างพอจะพาคนรู้ใจมานั่งกินที่ร้าน ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือ สั่งกลับบ้านเป็นของขวัญของฝากด้วย ช็อคโกแลตแบบชิ้น ที่มีให้เลือกหมุนเวียนมากกว่า 30 รายการ สนนราคาอยู่ที่ชิ้นละ30บาทและ40บาทต่อชิ้น
      
       แต่สำหรับวาเลนไทน์นี้ทางร้านมีช็อคโกแลตพิเศษเฉพาะช่วงวาเลนไทน์ให้ลิ้มลองอย่าง Sexy Champagne (40บาทต่อชิ้น) ช็อคโกแลตรูปหัวใจสีแดงที่มีส่วนผสมของแชมเปญเวลากัดเข้าไปแล้วจะรู้สึกถึงกลิ่นของแชมเปญได้ทันที นอกจากนี้ยังมี pink Champagne ช็อคโกแลตสีชมพูก้อนกลม คลุกเคล้าด้วยไอซิ่งสีชมพูรสหวาน (40บาทต่อชิ้น)เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแด่คนรู้ใจเช่นกัน
       เพราะความที่เป็นร้านช็อคโกแลต kakao cafe จึงสะสมเมนูช็อคโกแลตไว้มากมายรอให้ชาวช็อคโกแลตมาชมชิม เครื่องดื่มที่อยากแนะนำในช่วงวาเลนไทน์นี้ก็มีอย่าง Strawberry Kiss (220บาท)เครื่องดื่มที่เหมาะกับคุณผู้หญิงมีส่วนผสมของวอดก้าอ่อนๆอาหารก็หลากหลายเมนูเช่น Deep Freeze Chocolate (180บาท++),Caramel Freeze (180บาท++),Extreme Kakao Cake (240บาท++),Virgin Strawberries(110บาท++)
       และเนื่องในวันแห่งความรักนี้ หากใครจะจูงมือคนรู้ใจไปนั่งกินช็อคโกแลตที่ kakao cafe ก็เก๋ไม่หยอกเลยทีเดียว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
ร้าน “kakao cafe” ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 จากปากซอยเข้ามาประมาณ 500 เมตร จุดสังเกตร้านจะอยู่ตรงข้ามโรงแรม The Davis ร้านอยู่ขวามือในตึก President Park เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-23.00น.ในวันจันทร์-พฤหัสบดี และวัน ศุกร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-24.00น.ยินดีรับเครดิตของวีซ่า มาสเตอร์การ์ด รับประทานเกิน 1,000 รับบัตรสมาชิก โทร.0-2661-1777,0-2661-1766-7

“ไอติมผัด ice mania” อร่อยแปลก เย็นชื่นใจ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 มกราคม 2555 13:22 น. 
บรรยากาศร้านไอติมผัดที่ตลาดน้ำมหานคร
       วันหยุดที่ผ่านมานี้ “ผ่านมาแวะกิน” อยู่บ้านว่างๆ ก็เลยออกมาเดินเล่นที่ตลาดน้ำมหานคร ที่อยู่แถวๆ สุวรรณภูมิ-ลาดกระบัง แล้วก็เลยชวนเพื่อนสาวมาด้วย บรรยากาศภายในตลาดก็เดินกันได้แบบสบายๆ มีขายทั้งของกินของใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน มีมุมสวยๆ ให้นั่งเล่นถ่ายรูป แล้วยังนั่งสบายๆ ริมลำคลองให้เย็นชื่นใจได้ด้วย
      
       เดินกันรอบตลาดในยามบ่ายๆ ก็เริ่มเหนื่อยเริ่มร้อนเลยหาที่นั่งพักหาอะไรเย็นๆ กินเสียหน่อย จนมาเจอร้าน “ไอติมผัด ice mania” เห็นชื่อแล้วก็ข้องใจ ต้องลองเข้าไปลองชิมให้รู้
กรรมวิธีการผัดให้เป็นไอศกรีม
       สอบถามเจ้าของร้านเกี่ยวกับไอติมผัด ก็ได้ความว่า ไอติมผัด หรือไอศกรีมผัดนี้ ถูกคิดค้นสูตรขึ้นมาโดยคนไทย และยังผลิตเครื่องทำไอศกรีมผัดขึ้นเองได้ในประเทศ ซึ่งเมื่อเห็นจากชื่อแล้ว ก็แน่นอนว่าจะต้องนำลงไปผัดในกระทะ แต่กระทะของที่ร้านจะเป็นกระทะเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำถึง -30 องศาเซลเซียส
      
       วิธีการทำก็คือ นำน้ำไอศกรีมสดเทลงในกระทะเย็น จากนั้นก็ผัดไปเรื่อยๆ จนเกาะตัวกันเป็นเนื้อไอศกรีม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที โดยที่ตัวน้ำไอศกรีมสดนั้นจะทำมาจากผงไอศกรีมและนมสดรวมกัน ส่วนรสชาติพื้นฐานของไอศกรีมนั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ ไอศกรีมนมสด และไอศกรีมโยเกิร์ต
วนิลา+แอลมอนด์+คอนเฟล็ก
       ความแตกต่างระหว่างไอศกรีมทั้งสองอย่างนี้ อยู่ที่ไอศกรีมนมสดจะสามารถนำไปทำเป็นรสชาติต่างๆ ได้ อาทิ ช็อคโกแลต ชาเขียว วนิลา ม็อคค่า เป็นต้น ส่วนไอศกรีมโยเกิร์ต จะเป็นไอศกรีมโลว์แฟต ที่มักจะกินคู่กับผลไม้ต่างๆ
      
       สำหรับไอศกรีมผัด 1 ถ้วยนั้น จะขายกันในราคา 59 บาท โดยสามารถเลือกรสชาติไอศกรีม และท้อปปิ้งได้อีก 2 อย่างจากเมนูแนะนำของทางร้าน หรือจะเลือกสั่งผสมกันตามใจชอบก็ได้ ซึ่งท้อปปิ้งที่เลือกนั้นก็จะใส่ลงไปผัดพร้อมๆ กับไอศกรีม ทำให้ได้รสชาติกลมกลืนไปในเนื้อไอศกรีมเลยทีเดียว
กล้วยหอม+โอริโอ้
       อย่างรสชาติที่ได้ลองชิม ก็คือ วนิลา+แอลมอนด์+คอนเฟล็ก เป็น ไอศกรีมรสวนิลา ที่จะนำแอลมอนด์ลงไปผัด แล้วโรยหน้าด้วยคอนเฟล็ก ลองชิมรสชาติหอมมันวนิลา ไม่หวานมากนัก ได้ความกรอบกรุบจากคอนเฟล็กและแอลมอนด์
      
       ส่วนถ้วยถัดมาลองชิม กล้วยหอม+โอริโอ้ ที่นำทั้ง กล้วยหอมและโอริโอ้ลงไปผัดพร้อมกับไอศกรีม นอกจากนี้ก็ยังแต่งหน้าด้วยกล้วยหอมสดฝานเป็นแว่น พร้อมกับชิ้นโอริโอ้ ลองชิมแล้วได้รสหวานๆ ขมๆ เล็กน้อย ได้รสชาติกล้วยหอมเต็มคำ แถมยังหอมกลิ่นกล้วยอีกด้วย
ช็อคโกแลต+บราวนี่
       สุดท้ายลิ้มรส ช็อคโกแลต+บราวนี่ สำหรับคนชอบรสชา ติของช็อคโกแลต ในเนื้อไอศกรีม ถ้าหากว่าได้ลองชิมและได้ลิ้มรสชาติช็อคโกแลตที่ไม่ขมมากเกินไปนัก พร้อมกับเคี้ยวชิ้นบราวนี่เล็กๆ ที่แทรกอยู่ในเนื้อไอศกรีม แถมด้านบนก็ยังตกแต่งด้วยบราวนี่ พร้อมกับราดช็อคโกแลตเพิ่มความหอมอร่อยถูกใจ
      
       ใครที่สนใจอยากลองชิมไอศกรีมผัด นอกจากจะมีสาขาอยู่ที่ตลาดน้ำมหานครแห่งนี้แล้ว ก็ยังมีอีกหลายสาขาทั่วประเทศ ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : itimpad และยังสามารถติดต่อขอซื้อแฟรนชายส์ได้อีกด้วย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ไอติมผัด ice mania” ตั้ง อยู่ภายในโซนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ในตลาดน้ำมหานคร เขตลาดกระบัง กทม. การเดินทาง จาก ถ.อ่อนนุช-ลาดกระบัง ให้ตรงมาทางลาดกระบัง ผ่านโรงพยาบาลลาดกระบัง และสำนักงานเขต ข้ามสะพานข้ามคลองศีรษะจระเข้น้อย ลงสะพานแล้วตลาดน้ำมหานครจะอยู่ทางซ้ายมือ สามารถจอดรถได้บริเวณที่จอดรถของตลาด ร้านเปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 16.00-21.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00-21.00 น. โทร. 08-4682-3923 ผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับแฟรนชายส์ไอติมผัด โทร. 08-1100-1081, 08-1111-2330, 08-9799-8900 www.facebook.com/itimpad

ก๋วยเตี๋ยวเรือสมุนไพร ซุปหอมข้น - ร้าน 'กาลนาน'

ก๋วยเตี๋ยวเรือสมุนไพร ซุปหอมข้น - ร้าน 'กาลนาน'


ก๋วยเตี๋ยวเรือสมุนไพร ร้าน 'กาลนาน'



อิ่มอร่อย


กลับมาอิ่มอร่อยกับเมนูก๋วยเตี๋ยวอีกครั้ง เพราะมีมากมายหลายร้านที่ต่างพัฒนาสูตรน้ำซุปให้โดดเด่นดึงดูดลูกค้า

ร้าน "กาลนาน" ก๋วยเตี๋ยวเรือสมุนไพร ในห้างเซ็นทรัล พระรามสอง เปิดให้บริการมากว่าสิบปี

คุณ เสาวนีย์ เงาวะบุญพัฒน์ เจ้าของร้าน กล่าวว่า ทางร้านเปิดกิจการขายก๋วยเตี๋ยวเรือ มีแต่เนื้อหมู น้ำข้น โดยน้ำซุปได้รับการถ่ายทอดมารุ่นต่อรุ่น จนมาถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นสูตรดั้งเดิมอยู่

เน้นเครื่องสมุนไพรจีน และส่วนของกระดูกป๊วยเล้งหมูวันละกว่า 10 กิโลกรัม ต้มเป็นน้ำซุป เคี่ยวกว่า 3 ชั่วโมงทุกวัน จึงทำให้ได้น้ำซุปที่เข้มข้น หอมหวานน้ำต้มกระดูก และหอมเครื่องสมุนไพรจีน ที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน

ลูกค้า ที่มากินที่ร้านส่วนใหญ่จะสั่งเส้นใหญ่ น้ำตกหมู ทางร้านเน้นความสดของเนื้อหมูนำมาหมักจนเนื้อหมูนุ่ม ละมุนลิ้น เนื้อหมูเปื่อย ก็เป็นที่ชื่นชอบอีกเช่นกัน

เพราะใช้ส่วนเนื้อหมู ติดเอ็นเล็กน้อย ตุ๋นด้วยเครื่องปรุงสมุนไพรจีนนานกว่า 4 ชั่วโมง ทำให้น้ำเครื่องปรุงค่อยๆ ซึมเข้าไปในเนื้อหมูจนหอมหวาน

ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยใบโหระพา ทางร้านแนะนำว่าควรชิมก่อนแล้วจึงค่อยปรุง เพราะว่ารสชาติของน้ำซุปมีความเข้มข้นอยู่แล้ว

ก๋วยเตี๋ยว เส้นเล็กแห้ง ใส่เนื้อหมูทุกอย่าง ประกอบด้วย เนื้อหมูสด เปื่อย ตับ ลูกชิ้นหมู โดยเส้นเล็กนั้นทางสั่งจากร้านเจ้าประจำที่ซื้อขายกันมานาน เพราะเส้นก๋วยเตี๋ยวมีความพิเศษตรงที่ความนุ่ม เหนียว

เมื่อกินคู่กับเนื้อหมูหมัก ของทางร้านเข้ากันได้อย่างลงตัว ทางร้านมีน้ำซุปบริการให้ด้วย

เนื้อ หมูรวมลวกจิ้ม เป็นเมนูยอดฮิตอีกเช่นกัน เพราะได้กินเนื้อหมูของทางร้านแบบเต็มๆ คำ ทางร้านใส่ในชามรูปก๋วยเตี๋ยวเรือ มีทั้งเนื้อหมูสด เปื่อย ตับหมู ลูกชิ้นหมู โรยด้วยกระเทียมเจียวเล็กน้อย กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน แกล้มด้วยใบโหระพา 1 ชาม กินได้ 2-3 คน

เกาเหลาหม้อไฟ ถือว่าเป็นเมนูเด็ดของทางร้านเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกินเส้น ทางร้านจัดมาเป็นหม้อไฟร้อนๆ รวมเนื้อหมูทั้งหมดอยู่ในหม้อนี้ ใช้ถั่วงอกและใบโหระพาเป็นผักแกล้ม กินคู่กับน้ำจิ้มของทางร้าน และข้าวสวยร้อนๆ

1 หม้อกินได้ 3-4 คน หากต้องการกินลูกชิ้นหมูอย่างเดียว ทางร้านจัดเมนูลูกชิ้นหมูปิ้ง กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรเข้มข้น 1 ชุด มี 5 ไม้ ทางร้านยังมีหนังปลาแซลมอน และแคบหมู ให้กินคู่กับก๋วยเตี๋ยว เข้ากันได้เป็นอย่างดี

คุณ เสาวนีย์บอกถึงเคล็ดลับความอร่อยของก๋วยเตี๋ยว ว่าจะต้องดูแลเองทุกขั้นตอนก่อน ที่จะออกมาให้ลูกค้าได้กิน ตั้งแต่การคัดเลือกหมูที่เหมาะกับทางร้าน การต้มน้ำซุปที่มีความเข้มข้น และมีรสชาติที่เหมือนกันทุกวัน ความสด สะอาดของวัตถุดิบ

และความเอาใจใส่ในการดูแลบริการลูกค้าที่เป็นกันเอง

ทาง ร้านมีให้บริการหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาเซ็นทรัล พระราม 2 สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และสาขาซีคอนสแควร์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. สอบถามได้ที่โทร.0-2721-8513, 0-2872-4648

หน้า 21


ขอบคุณ ข่าวสดออนไลน์

อร่อยหรู ดูวิวเจ้าพระยา ที่ “จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง”

อร่อยหรู ดูวิวเจ้าพระยา ที่ “จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง”
บรรยากาศชวนกินที่จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง


       หากใครเคยผ่านไปที่ถนนมหาราช บริเวณท่าเตียน คงจะเคยสังเกตเห็น "บ้านจักรพงษ์" หรือ “วังจักรพงษ์” ที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ มีสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกอันสวยงาม ซึ่งเมื่ออดีตสถานที่แห่งนี้เป็นวังของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ เพื่อ ใช้เป็นเรือนรับรองในโอกาสที่ต้องเสด็จมาร่วมงานพิธีต่างๆ ที่พระบรมราชวัง รวมถึงใช้เป็นสถานที่ปิกนิก ต่อมาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถได้ประทานให้เป็นวังของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์





โต๊ะนั่งริมแม่น้ำชมวิวเจ้าพระยารับลมเย็นๆ


       แต่ ณ ปัจจุบันนี้วังจักรพงษ์เป็นที่พำนักและดูแลโดย หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ และได้มีการเปิดวังให้เป็นบูติกโฮเต็ลที่มีชื่อว่า “จักรพงษ์ วิลล่า” อีกด้วย และอีกหนึ่งความพิเศษที่จะขอกล่าวถึงวังจักรพงษ์แห่งนี้ก็คือ “จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง” สถาน ที่นั่งรับประทานอาหารในบรรยากาศแบบไพรเวท มีความเป็นส่วนตัวสุดๆ และมีความโรแมนติกสูง เพราะอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น มองเห็นวิวที่สวยงามอย่างวัดอรุณ





อิ่มกับอาหารแบบเป็นเซ็ต


       สำหรับ ผู้ที่จะมากินอาหารดื่มด่ำบรรยากาศที่นี่นั้น ต้องโทรศัพท์จองก่อนล่วงหน้า เพราะด้วยเนื้อที่จำกัดรองรับแขกได้จำนวนไม่เกิน 30 คน ในบรรยากาศศาลาริมน้ำตกแต่งอย่างหรูหรา ภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำมีโต๊ะอาหารจัดตกแต่งอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีระเบียงด้านนอกที่สามารถจัดให้เป็นโต๊ะนั่งทานอาหารได้ ซึ่งจะได้สัมผัสกับสายลมเย็นๆ มองชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาอันงดงาม





หลนกุ้ง


       ใน ส่วนอาหารของที่นี่ เป็นอาหารไทยแท้โบราณต้นตำรับวังจักรพงษ์ มีเชฟฝีมือดีที่สืบทอดอาหารมาจากต้นตำรับแต่ก็มีบางเมนูที่มีการปรับรสชาติ ให้ทันสมัยขึ้น โดยพิถีพิถันและเน้นเป็นพิเศษในเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพมาปรุง อาหาร มีการจัดแบบเป็นเซตอาหารให้เลือกอยู่ 4 เซตด้วยกัน โดยในแต่ละเซตก็จะมีอาหารที่หลากหลายให้กินกัน ซึ่งราคาอาหารของที่นี่อยู่ที่เซตละ 2,000 บาท/คน รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ แต่ถ้าใครอยากดื่มไวน์ที่นี่ก็มีไวน์ไว้บริการให้เลือกดื่มกันอย่างหลากหลายจากทั่วโลก





ผัดคะน้าน้ำมันหอย


       ว่า แล้วก็มาดูเมนูอาหารเซตพิเศษที่อยากจะนำเสนอกัน เริ่มจากจะมีเมนูเรียกน้ำย่อยก่อน เป็นอาหารที่แล้วแต่เชฟจะทำออกมา และจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่น ถุงทอง ปอเปี๊ยะ ข้าวตังหน้าตั้ง ช่อม่วง แล้วจึงเสิร์ฟมาด้วยเมนูหนักท้องอย่างเมนูแรกเป็น หลนกุ้ง หน้าตาน่ากินมากๆ เป็นหลนกุ้งที่มีส่วนผสมของกุ้งสับ หอมแดง พริกชี้ฟ้าเขียว เหลือง แดง ปรุงกับน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำกะทิ ปรุงรสชาติรวมกัน ออกมาเป็นหลนกุ้งรสกลมกล่อม หวาน เปรี้ยว เค็ม มัน กินแนมกับผักสดสารพัด ทั้งขมิ้นขาว แตงกวา ถั่วพู มะเขือ ยอดผักบุ้ง





ลาบปลาดุกทอดกรอบ


       ตามมาด้วยเมนูผัดผักอย่าง ผัดคะน้าน้ำมันหอย ผัก คะน้าฮ่องกงยอดอ่อนก้านอวบเอามาลวก และผ่านน้ำเย็นเพื่อรักษาความสดและกรอบของผักไว้ แล้วจึงนำมาผัดกับกระเทียม ใส่น้ำมันหอย และเห็ดหอมสด กินผักคะน้าเคี้ยวกรอบกรุบผักหวานไม่ขมปาก ได้รสชาติน้ำมันหอยรสกลมกล่อมลิ้น
     
       จากนั้นมาชิมเมนูเด็ดชื่อว่า ลาบปลาดุกทอดกรอบ เป็น การนำปลาดุกที่แล่เอาก้างออกแล้วมาหมักและทอดจนกรอบ แล้วจึงนำมาปรุงกับเครื่องลาบรสเด็ด ที่คั่วข้าวคั่วเอง และพริกป่นก็ป่นเอง กินแล้วลาบปลาดุกเนื้อกรุบกรอบถึงเครื่องรสลาบเข้มข้น





ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ


       เมนูจานเด่นต่อมานำเสนอ ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ กุ้ง แม่น้ำสดๆ ตัวโตเอามาทอด และทำเครื่องฉู่ฉี่มาราดบนตังกุ้ง ราดด้วยหัวกะทิอีกที ชิมแล้วกุ้งเนื้อแน่นสดหวาน เคล้ากับรสชาติเครื่องฉู่ฉี่ที่เข้มข้นถึงเครื่องแกงกำลังดี
     
       ต่อมาเป็นเมนูซดน้ำร้อนให้ชุ่มคออย่าง ต้มข่าทะเล เป็น ต้มข่าใส่กะทิแบบครบเครื่อง และใส่พวกอาหารทะเลอย่างหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งกุลาตัวโต ปลาหมึก เนื้อปลากะพง กินแล้วซดน้ำต้มข่าร้อนๆ หอม เปรี้ยว หวาน เค็ม มัน กินเข้ากันกับอาหารทะเลสดๆ





ต้มข่าทะเล


       และอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ขาดไม่ได้คือ มัสมั่นเนื้อ ที่ ถ้าใครชอบกินเนื้อเป็นโดนใจ เพราะเป็นเนื้อสันในเกรดเอมาหมักกับผงเครื่องแกง เครื่องเทศไทยและกะทิ ต้มตุ๋นนานกว่า 2 ชม. แล้วจึงนำเนื้อมาเคี่ยวกับเครื่องแกงมัสมั่นสูตรเด็ด ได้ออกมาเป็นมัสมั่นเนื้อที่หอมกลิ่นเครื่องแกง รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกง เนื้อเคี้ยวนุ่มนิ่มปาก
     
       ส่ง ท้ายด้วยเมนูของหวาน ซึ่งแล้วแต่ว่าเชฟจะนำเสนออะไร อาจจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วง หรือขนมไทยต่างๆ แล้วก็ยังมีผลไม้ตามฤดูกาลให้กินปิดท้ายมื้ออิ่มกันด้วย





มัสมั่นเนื้อ


       โดย นี่คือ 1 เซตในจำนวนอาหารที่มีทั้งหมด 4 เซ็ต ส่วนเซตอื่นๆ จะมีอาหารอะไรที่ชวนกินบ้างนั้น เห็นทีว่าคงจะต้องเดินทางมาพิสูจน์รสชาติกันเอาเอง จะได้มาอิ่มเอมกับอาหารไทยรสดี ในบรรยากาศริมแม่น้ำจ้ำพระยาที่มีความเป็นส่วนตัวสูงที่ “จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง” แห่งนี้
     
       

*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       
     
       "จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง"
ตั้งอยู่ที่ 396/1 ถ.มหาราช ท่าเตียน พระนคร กทม. การเดินทางถ้ามาจากท่าพระจันทร์วิ่งตรงมาที่ถ.มหาราช ผ่านท่าเตียน เลยวัดโพธิ์มาจะเห็นวังจักรพงษ์อยู่ทางขวามือ อยู่ติดกับ โรงเรียนราชินี สามารถนำรถเข้าไปจอดได้ เปิดทุกวัน เวลา 18.00-23.00 น.



ที่มา manager