ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

เจี๊ยะให้พุงกาง ที่ “ภัตตาคารหวางเทียน”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กรกฎาคม 2547 10:53 น.
บรรยากาศภายในร้าน มองเห็นครัวของพ่อครัวหูฉลาม
       ปัจจุบันนี้ มีหลายๆคนที่นิยมเจรจาธุรกิจหรือหารือเรื่องสำคัญกันบนโต๊ะอาหาร(โดยเฉพาะ พวกนักการเมือง) นอกจากนี้สำหรับคนที่ชอบพบปะสังสรรค์ ต่างก็มักจะมีร้านอาหารสักร้านเป็นจุดหมายปลายทาง และจะให้ดีนั้นอาหารที่ขึ้นโต๊ะต้องเป็นเมนูพิเศษ สมกับที่นานๆ จะได้มาเจอกัน
      
       “ผู้จัดการตระเวนกิน” มื้อนี้ก็เลยลองเปลี่ยนบรรยากาศการกินจากที่เคยกินคนเดียวหรือกับเพื่อนไม่ กี่คน มาคราวนี้ก็เลยยกทัพเคลื่อนขบวนบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายนับได้เกือบสิบ ไปเฮฮาพบปะสังสรรค์กันที่ "ภัตตาคารหวางเทียน" ที่ขึ้นชื่อเรื่องหูฉลามและอาหารซีฟู้ด ย่านสุริวงศ์
หูฉลามน้ำข้น
       ที่ “ภัตตาคารหวางเทียน” ถือว่ามีบรรดาพ่อครัวฝีมือระดับโรงแรมกว่า 10 คนมาโชว์ฝีมือและลีลาการปรุงอาหารให้เห็นกันจะจะ ในบรรยากาศ Open Kitchen ที่ชั้น 1 เป็นเขตของพ่อครัวหูฉลาม ส่วนที่ชั้น 2 เป็นถิ่นของพ่อครัวซีฟู๊ดจึงรับรองได้ถึงความสดสะอาด ส่วนความอร่อยนั้นก็รับประกันได้
      
       เมื่อสมัครพรรคพวกมาพร้อมเพรียงกันแล้ว สิ่งแรกที่ถูกยกมาให้ลิ้มลองก็คือ หูฉลามน้ำข้น (ราคาตั้งแต่หม้อละ 500-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก) ว่ากันว่าคนที่ได้กินหูฉลามนั้นเทียบเท่ากับว่าได้กินอาหารระดับฮ่องเต้เลย ทีเดียว ทั้งเพราะอาจจะเป็นด้วยราคาที่สูงจนเกินระดับที่คนสามัญธรรมดาจะกินได้ และเพราะความเชื่อที่ว่า จะช่วยในการบำรุงร่างกาย มีพละกำลัง ทำให้แข็งแรง
      
       “ผู้จัดการตระเวนกิน” จึงไม่รอช้า รีบลิ้มรสเนื้อหูฉลามคัดพิเศษที่เหนียวนุ่มกำลังดี ส่วนน้ำซุปสูตรพิเศษที่พ่อครัวของร้านคิดค้นขึ้นมาเองนั้นก็เน้นที่การ เคี่ยวน้ำมันหอย นานกว่า 6 ชั่วโมง จากหม้อใหญ่ๆให้เหลือหม้อเล็กๆ จนได้น้ำซุปเข้มข้นที่แม้จะซดร้อนๆ ควันลอยกรุ่น หรือปล่อยให้น้ำซุปเย็นก็ไม่มันเป็นไข และรสอร่อยก็ไม่จางหาย มีน้ำจิ้มสามรสสามสไตล์ให้เลือกทั้ง ซีฟู๊ด จิ๊กโฉ่ และมัสตาร์ด ซึ่งจะกินกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยไปอีกแบบ นอกจากน้ำข้นแล้วที่ร้านก็ยังมี
หูฉลามน้ำแดง ให้เลือกกินอีกด้วย
หน่อไม้ทะเลผัดเห็ดหอม
       จานต่อมาเป็น หน่อไม้ทะเลผัดเห็ดหอม (จาน เล็ก 300 บาท,จานใหญ่ 500 บาท) จานนี้ต้องหม่ำร้อนๆ เพราะจะได้กลิ่นความหอมกรุ่นของน้ำมันหอยสูตรพิเศษที่ลอยอวลขึ้นมายั่ว น้ำลายอยู่ตลอด พอตักหน่อไม้ทะเลขึ้นมาเคี้ยวหนึบๆ ก็จะได้รสชาติคล้ายๆเป๋าฮื๊อ ต่างไปจากหน่อไม้อื่นๆที่เราคุ้นเคย ซึ่งว่ากันว่าเจ้าหน่อไม้ทะเลนี้จะช่วยบำรุงเลือดได้ ส่วนเห็ดหอมที่หอมนุ่มและคะน้าฮ่องกงที่สดกรอบ ก็เคี้ยวมันไม่แพ้กัน
      
       สำหรับคนที่ชอบกุ้งหรือชอบกินสลัดต้องถูกใจ กุ้งทอดซอสครีมสลัด (จานเล็ก 300 บาท,จานใหญ่ 500 บาท) เสิร์ฟมาในกระทงเผือกแสนสวยที่สามารถกินได้ กุ้งแชบ๊วยตัวโตๆ ราดด้วยซอสครีมสลัด ความนุ่มอร่อยลิ้นอยู่ที่ความหวานของเนื้อกุ้งและซอสครีมสลัดที่รสชาติออก มันๆ หวานๆ แถมมีเปรี้ยวแจมนิดๆ ดูไปก็คล้ายน้ำสลัด ซึ่งถ้าจะกินคู่กับบรรดาผักให้ออกแนวสลัดกุ้งเลยก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
       จากเบาๆ ไม่ต้องออกแรงมาก จานถัดมาก็จะสนุกสนานกับการแกะปู เพราะเป็น ปูผัดผงกะหรี่ (ขีดละ 120 บาท) แต่ถ้าไม่ชำนาญจะให้พนักงานช่วยแกะ หรือจะสั่งเป็น เนื้อปูผัดผงกะหรี่ ไปเลยก็ได้ รับรองว่าเนื้อปูสดหวานหอม ส่วนรสชาติของเครื่องเทศน้ำพริกเผาก็กำลังดีไม่จัดจ้านมากเกินไปพอมาผัดเข้า กันกับไข่เป็ด ก็ยิ่งเพิ่มสีสันและความหอมมัน
ปูผัดผงกะหรี่
       กุ้งแม่น้ำผัดพริกเกลือ (ขีดละ150 บาท)ที่สั่งมาปิดท้ายเห็นแล้วก็ต้องทำตาโต เพราะเป็นกุ้งแม่น้ำตัวโตมากๆ หมักกับเกลือแล้วผัดให้สุกพอดีกับเครื่องผัดที่มีทั้งพริกชี้ฟ้า ทั้งกระเทียม และเครื่องเทศสมุนไพร นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเมนูที่น่าจะลิ้มลอง ทั้ง เส้นหมี่ผัดผักกระเฉด (80-200 บาท) อกเป็ดอบใบชา (150 บาท) ขาห่านอบหม้อดิน (500 บาท) ส่วนของหวานก็มี เผือกหิมะ(เล็ก 100บาท,ใหญ่ 200 บาท) และ กล้วยหอมสโนไวท์ (เล็ก 100 บาท,ใหญ่ 200 บาท)
กุ้งแม่น้ำผัดพริกเกลือ
       สำหรับคนที่กำลังหาจุดหมายปลายทางลงให้กระเพาะ แบบเป็นหมู่คณะ หรือแบบอเมริกันแชร์ หรือจะกินเป็นคู่ กินเดี่ยวๆ ที่ภัตตาคารหวางเทียนนั้นมีอาหารจีนรสดีไว้บริการ ใครสนใจก็ลองไปตระเวนกินได้ตามสะดวก
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
"ภัตตาคาร หวาง เทียน" ตั้งอยู่ในอาคารปานะวงศ์ ติดริมถนนสุรวงศ์ เลยโรงแรมตะวันนารามาดาประมาณ 100 เมตร มีอาคารจอดรถอยู่ด้านหลัง เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.30-22.30 น. โทรศัพท์ 0-2236-8470-1 และ พิเศษสำหรับผู้ที่บอกว่าอ่านมาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการจะได้รับส่วนลดค่าอาหาร 10 %
       






“คุ้มกรุงศรี” อิ่มนี้คุ้มค่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2547 18:07 น. 
โดย : ผู้จัดการตระเวนกิน
บรรยากาศริมน้ำยามโพล้เพล้ที่หลังร้านคุ้มกรุงศรี
       “มันกลับมาแล้ว”
      
       เห็นขึ้นต้นเรื่องมาอย่างนี้ คุณผู้อ่านอย่านึกว่า “ผู้จัดการตระเวนกิน” จะพูดถึงการกลับมาของ “สไปเดอร์แมน :ไอ้แมงมุม ภาค 2” หรือการกลับมาของหนังเรื่อง “ไอ้ฟัก” ในรูปแบบวีซีดี ที่ทำท่าว่าจะขายดิบขายดี เพราะว่ามีการโปรโมทที่มาอย่างเหนือเมฆ พร้อมๆกับการจับแพะมาเซ่นสังเวย
      
       แต่กับการกลับมาของ “มัน”ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” พูดถึงนี่ก็คือการกลับมาของโรคไข้หวัดนก ที่การกลับมาครั้งนี้ต้องถือว่าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นน้อยกว่าครั้งแรก ทั้งนี้ก็เพราะว่าเราๆท่านๆต่างก็มีประสบการณ์จากไข้หวัดนกครั้งแรกมาแล้ว
ส้มตำกุ้งสด
       เมื่อรู้ว่าไข้หวัดนกระบาด ก็งดกินสัตว์ปีกอย่างไก่ เป็ด รวมถึงไข่ นอกจากนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีสัตว์ปีกทั้งหลาย ส่วนใครอยากจะกินไก่ เป็ด ไข่ ก็ต้องทำให้สุกร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วเราก็จะกินอาหารได้อย่างสบายใจ
      
       อย่างกับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ที่ในมื้อนี้เราไปตะเวนกินริมฝั่งน้ำ ณ “สวนอาหารคุ้มกรุงศรี” แห่งเมืองมรดกโลก อยุธยากรุงเก่าของเราแต่ก่อน ซึ่งในช่วงนี้ จ.พระนครศรีอยุธา เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีการพบไข้หวัดนก แต่ก็อย่างว่า ถ้าเราหลีกเลี่ยงอาหารประเภทสัตว์ปีกและไข่ เราก็จะกินอาหารได้อย่างสบายใจหายห่วง
      
       ในมื้อนี้ที่ร้านคุ้มกรุงศรี “ผู้จัดการตระเวนกิน” จึงเลือกสั่งแต่เมนูไร้สัตว์ปีกมาดับความหิวที่คุกรุ่นในกระเพาะ แต่ว่าก่อนที่จะสั่งอาหาร เราก็เลือกหาที่ทางอันเหมาะกับการนั่งจิบอะไรเย็นๆในช่วงโพล้เพล้นั่งทอด อารมณ์ไปกับสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ บริเวณหลังร้านคุ้มกรุงศรี ที่ฝั่งตรงข้ามมองเห็นโบสถ์คริสตั้งตระหง่าน มีเรือแล่นผ่านไป-มา เป็นระยะๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ายามเย็นที่ร้านคุ้มกรุงศรีนี่บรรยากาศน่านั่งไม่เบา
      
       เมื่อได้ที่ทางเหมาะเหม็งเล็งมุมดีแล้ว เราก็เปิดเมนูแรกของมื้อด้วย ของกินเล่นเบาๆอย่าง ส้มตำกุ้งสด( 70 บาท) เป็นการนำมะละกอและแครอทมาตำร่วมกัน ทีเด็ดอยู่ที่กุ้งชีแฮ้สดๆ เนื้อแน่นไร้กลิ่นคาว ส่วนรสชาติส้มตำนั้นก็จัดจ้านแซบถึงใจ เรียกว่าคอแอลกอฮอล์คนไหนอดใจไม่ไหวเป็นต้องสั่งเบียร์เย็นๆมากินดับหกระหาย แน่ ก็แหม ส้มตำรสแซบ เบียร์เย็นๆและบรรยากาศริมน้ำยามเย็นแห่งเมืองกรุงเก่านี่มันช่างเข้ากันดี เหลือเกิน
ต้มยำกุ้งแม่น้ำมะพร้าวอ่อน
       จากกุ้งสดเปลี่ยนไปกินกุ้งแม่น้ำกันบ้าง ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าเมืองกุ้งเก่านั้นดังเรื่องกุ้งแม่น้ำ เมื่อ “ผู้จัดการตระเวนกิน” สั่งกุ้งแม่น้ำไป ทางคุ้มกรุงศรีก็จัด ต้มยำกุ้งแม่น้ำมะพร้าวอ่อน (150 บาท) มาให้ เราต้องขอบอกว่าต้มยำชามนี้รสชาติโดนใจจริงๆ กุ้งแม่น้ำนั้นเนื้อแน่นหนึบมีความหวานอยู่ในตัว ส่วนต้มยำนั้นก็ครบเครื่อง มีเนื้อมะพร้าวอ่อนก็หวานๆนุ่มๆเพิ่มความอร่อย และที่เด็ดๆมากๆก็คือน้ำต้มยำที่เข้มข้นถึงใจ ซึ่งก็รู้ภายหลังว่าต้มยำกุ้งแม่น้ำฯของที่นี่ไปกวาดรางวัลชนะเลิศอาหาร ประเภทต้มยำมาหลายที่เหมือนกัน
ปลาช่อนโบราณ
       ปลาช่อนโบราณ (150 บาท) นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าลิ้มลอง ปลาช่อนนาตัวเขื่องเนื้อแน่น ไร้คาว ราดด้วยน้ำราดที่รสจัดจ้าน อุดมไปด้วยสมุนไพรที่ใหเกลิ่นหอมชวนกิน ตักเนื้อปลาช่อนกินกับน้ำราดนั่นเข้ากันดีมาก ส่วนน้ำราดใครจะเอาไปคลุกข้าวสวยร้อนๆกิน ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
ขาหมูเยอรมัน
       จากอาหารไทยรสเข้มข้น “ผู้จัดการตระเวนกิน” เปลี่ยนอารมณ์ของอาหารไปสั่งเมนูกลิ่นอายฝรั่งอย่าง ขาหมูเยอรมัน (180 บาท) มากินบ้าง สำหรับขาหมูจานนี้ทางร้านจะนำไปพะโล้ก่อนให้ขาหมูเปื่อยนุ่ม จากนั้นก็จะนำไปทอดจนสุกได้ที่ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทางร้านทอดขาหมูได้เก่งนัก เพราะหนังนั้นกรอบกรุบ และก็ไม่ใช่กรอบแค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าวตอนร้อนๆเท่านั้น แต่ว่าเป็นกรอบนานที่แม้ว่าจะเย็นแล้วก็ตาม ส่วนเนื้อในนั้นก็นุ่มแน่น กินกับน้ำจิ้มและผักดองเพลินปากทีเดียว
      
       นอกเหนือไปจากเมนูที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ลิ้มลองมาแล้ว ที่คุ้มกรุงศรีก็มีเมนูที่น่าสนใจอีกอย่างเช่น ปลาม้านึ่งซีอิ๊ว(150 บาท) ปลาคังลวกจิ้ม(150 บาท) ฉู่ฉี่ปลาน้ำเงิน(200 บาท) แกงคั่วหอยขม (80 บาท) ซึ่งใครที่สนใจ หากมีโอกาสไปยังอยุธยาเมืองกรุงเก่า ก็สามารถแวะเวียนไปพิสูจน์รสชาติได้ที่ “สวนอาหารคุ้มกรุงศรี” ร้านอาหารที่มากไปด้วยอาหารรสเข้มข้นในบรรยากาศสบายๆริมน้ำ
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       สวนอาหารคุ้มกรุงศรี ตั้งอยู่ที่ ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จากศาลากลางหลังเก่าตรงไปเจอแยก เลี้ยวขวาเลียบไปน้ำ ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ไปทางหัวโค้งแม่น้ำ ทางร้านมีบริการล่องเรือรอบเกาะเมืองหากต่ำกว่า 20 คน คิดลำละ 1,000 บาท เกิน 20 คน คิด 1,200-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-1802-7615,0-3521-1676

หวานเย็นชื่นใจกับ"บอง บอง" บุฟเฟต์ไอศกรีม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มกราคม 2551 13:18 น. 
บรรยากาศภายในห้อง บอง บอง
       "ไอศกรีม" หรือที่หลายคนมักเรียกติดปากสั้นๆ ว่า "ไอติม" เป็นของกินเย็นๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้คนอายุเท่าไหร่ ตั้งแต่เด็กน้อย ผู้ใหญ่ ยันคนเฒ่าคนแก่ คงจะไม่มีใครที่จะปฏิเสธถึงความชื่นชอบในตัวไอศกรีม ที่หากว่าได้กินไอศกรีมคราใดเป็นได้ชื่นฉ่ำ สดชื่นหัวใจ และมีความสุขกันทั่วหน้ายามที่ได้สัมผัสถึงความละเมียดละไมของไอศกรีมหวานๆ เย็นๆ อันมีหลากหลายรสชาติให้เลือกกินกัน
ไอศกรีมสารพัดรสใส่ท็อปปิ้งตามใจชอบ
       มาในมื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลยขอตามใจตัวเองที่ชื่น ชอบกินไอศกรีมเอามากๆ และขอเอาใจนักกินที่รักไอศกรีมทั้งหลาย ด้วยการพาทุกคนไปตระเวนกินไอศกรีมเย็นๆ หวานๆ กันแบบชนิดที่ว่าได้กินไอศกรีมกันได้แบบอิ่มนี้ไม่อั้น กินเท่าไหร่ก็ได้ตามใจปรารถนากับ "ไอศกรีมบุฟเฟต์" ที่ทาง "ห้องบอง บอง" ของโรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท โซฟิเทล ได้จัดไอศกรีมบุฟเฟต์ขึ้นมาเพื่อเอาใจคนชอบกินไอศกรีมโดยเฉพาะเลย
ไอศกรีมลูกโตในถ้วยโคนกรอบๆ
       ไอศกรีมบุฟเฟต์ของที่นี่ ต้องบอกว่ามีไอศกรีมหลากหลายสไตล์ และหลายรสชาติมาให้ได้เลือกลิ้มรสกันแบบไม่อั้นจริงๆ ซึ่งตัวไอศกรีมที่นำมาให้ลองลิ้มกันนี้ เป็นไอศกรีมโฮมเมดที่นำเข้ามาจากนิวซีแลนด์ โดยมีไอศกรีมที่คัดรสชาติยอดนิยมมาให้ได้ลิ้มรสชาติกันอยู่ประมาณ 8 รสชาติ โดยให้นักกินไอติมได้เลือกสั่งกันตามชอบใจ ซึ่งจะมีพนักงานคอยตักไอศกรีมให้ตามที่สั่ง
ลูกค้าสามารถตักท็อปปิ้งได้ตามชอบใจด้วยตัวเอง
       สำหรับรสชาติของไอศกรีมที่ชวนลองลิ้มนั้นมีอยู่หลายรสด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Vanilla Classic ไอศกรีมรสยอดนิยมที่จะได้สัมผัสกับเนื้อไอศกรีมเนียนนุ่ม ฉ่ำความเย็น หอมหวานกลิ่นวนิลานุ่มๆ Boysenberry Dream เป็นไอศกรีมเนื้อเนียนเย็นฉ่ำไปด้วยรสชาติของเบอร์รี่หอมหวาน ส่วนใครที่ชื่นชอบรสสตรอเบอร์รี่หวานๆ ก็มี Strawberry Surprise ที่มีเนื้อไอศกรีมสีชมพูสดใสชวนกิน
หวานเย็นฉ่ำชื่นใจกับไอศกรีม
       แต่ถ้าใครชอบไอศกรีมที่มีรสชาติเข้มๆ ก็ต้องรสนี้เลย Cafe Espresso เป็นไอศกรีมที่ออกรสกาแฟเข้มข้น หวานหอมกลิ่นกาแฟโดนใจ อีกหนึ่งรสเป็น Chocolite ที่เป็นไอศกรีมเนื้อเนียนนุ่ม หวานเข้มข้นรสช็อคโกแลตเอามากๆ แถมยังเป็นไอศกรีมไขมันต่ำ ที่หากกินมากแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะอ้วนลงพุง และอีกหนึ่งไอศกรีมไขมันน้อย ก็คือ Mango Sorbet เป็นไอศกรีมรสมะม่วงที่มีสีเหลืองสดใสชวนลิ้มรส เนื้อไอศกรีมเนียนละเมียดนุ่มลิ้น ออกหวานอมเปรี้ยวนิดๆ
สารพัดท็อปปิ้งที่มีให้เลือก
       ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ยังมีไอศกรีมรสอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Rum n’ Raisin เป็นไอศกรีมรสรัมเรซิ่นที่มีลูกเกดเป็นส่วนผสมด้วย อีกหนึ่งรสชาติเป็น Hokey pokey เป็นไอศกรีมรสวนิลา แต่ว่าจะมีเม็ดลูกกวาดเล็กๆ เคี้ยวกรุบๆ หวานๆ อยู่ในเนื้อไอศกรีมด้วย และก็ยังมีไอศกรีมรสชาเขียวอีกหนึ่งรส ที่มาเสริมเพิ่มทัพให้ความอร่อย เป็นไอศกรีมเนื้อเนียนสีเขียว หอม หวานได้รสชาติชาเขียวแท้ๆ
ไอศกรีมหลากหลายรสชาติที่ชวนกิน
       และนอกจากจะมีไอศกรีมหลากรสให้เลือกแล้ว ยังมีท็อปปิ้งสารพัดอย่างอีกกว่า 30 ชนิด ให้ได้เลือกใส่ราดหน้าบนไอศกรีม เพื่อเพิ่มอรรถรสในการกินไอศกรีมกันได้แบบไม่อั้น แถมตักได้ด้วยตัวเองแบบตามใจชอบอีก อาทิ ลูกเชอร์รี่, วิปปิ้งครีม, อัลมอนด์สไลด์, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ลูกเกด, ฟรุ๊ตสลัด, เอ็ม แอนด์ เอ็ม, วอฟเฟิล, ช็อคโกแลตเม็ด, มะพร้าวอบ, คิทแคท, ซอสวนิลา, ซอสสตรอเบอร์รี่, ซอสช็อคโกแลต , คาราเมล และอื่นๆ อีกมากมาย
       เรียกว่าไอศกรีมบุฟเฟต์นี้ อิ่มถูกปากโดนใจคนรักไอศกรีมกันแบบเต็มๆ ในราคาแค่ 150 บาทต่อคนเท่านั้น ซึ่งสามารถมาอิ่มแบบไม่อั้นกับไอศกรีมบุฟเฟต์นี้ได้ในทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 13.00-17.00 น. ตั้งแต่วันนี้-29 ก.พ. นี้ เห็นทีว่าคนที่รักและชื่นชอบกินไอศกรีมเป็นชีวิตจิตใจ คงจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
"ห้องบอง บอง"ตั้ง อยู่ที่ชั้นล็อบบี้ของโรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท โซฟิเทล 99 ถ.สุขุมวิทซอย 6 คลองเตย กทม. การเดินทางถ้านั่งรถไฟฟ้าให้มาลงที่สถานีนานา แล้วเดินมาทางออกที่ 4 ลงมาทางซ.สุขุมวิท 6 เดินตรงเข้าซอยประมาณ 200 ม. จะเห็นโรงแรมตั้งอยู่หัวมุมมีป้ายให้เห็นชัดเจน แต่ถ้าขับรถมาต้องขับรถเข้ามาทางสุขุมวิท ซ. 4 ตรงเข้ามาในซอยจะมีป้ายบอกทางมาโรงแรมฯ สำหรับบุฟเฟต์ไอศกรีมที่ห้องบอง บอง ให้บริการทุกวันเสาร์ เวลา 13.00-17.00 น. (ตั้งแต่วันนี้-29 ก.พ.นี้) โทร. 0-2207-9999 ต่อ 5303

"No.43" อาหารอิตาเลียนรสละมุน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2551 16:42 น. 
บรรยากาศภายในร้าน "No.43"
       ไม่รู้ว่าจะมีใครเคยนับร้านอาหารที่ตั้งบริการอยู่ภายในซอยหลังสวนกันบ้างหรือเปล่า?? ว่ามีด้วยกันทั้งหมดกี่ร้าน?? "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองถึงจะเป็นนักกินที่แวะเวียนไปกินอาหารที่ซอยหลังสวนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยมานั่งนับร้านอาหารที่มีอยู่มากมายในซอยนี้ ที่มีตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยสักทีว่ามีกันกี่ร้าน รู้แต่ว่าหากหิวๆ แล้วอยากกินอาหารรสดีมาที่ซอยหลังสวนนี้เป็นเมื่อไหร่ ไม่มีคำว่าผิดหวัง เป็นต้องได้อิ่มท้องถูกปากกลับบ้านไปทุกที
โต๊ะนั่งมุมโซฟา
       เหมือนที่ในมื้อนี้ เราได้หอบหิ้วเอาท้องน้อยๆ ที่โหยหิวอาหารมาหาอาหารกินกันที่ซอยนี้เหมือนเดิม และหลังจากที่เลือกร้านอาหารอยู่เป็นนานสองนานว่ามื้อนี้จะกินอะไรดี สุดท้ายก็มาลงเอยกับอาหารอิตาเลียนที่ร้าน "No.43" (นัมเบอร์ 43) ที่ตั้งอยู่ภายในเคปเฮาส์ เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์
Fettucini with shrimps in cream sauce
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกมาอิ่มกับอาหารอิตาเลียนที่ร้านนี้ ก็เพราะว่าที่นี่บริการอาหารอิตาเลียนสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ โดยมีเชฟชาวอิตาเลียนชื่อ Mr.Claudio Viale เป็นคนรังสรรค์และปรุงแต่งเมนูอาหาร และวัตถุดิบส่วนใหญ่ในการปรุงก็นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี
      
       สำหรับเมนูอิตาลียนที่ชวนกินของที่นี่ก็มีอยู่หลายรายการ อย่างที่เราได้เลือกสั่งมาลองลิ้มรสชาติก็มีด้วยกันหลายเมนู เมนูแรกเราสั่งมาเป็นอาหารประเภทพาสต้า คือ Fettucini with shrimps in cream sauce (330 บาท++) เส้นพาสต้าของที่นี่เขาทำเองแบบสดใหม่ ได้เส้นที่เหนียวนุ่มนำมาผัดกับกุ้ง ใส่หอมใหญ่ กระเทียม ใส่ไวน์ขาว ครีมสด และปรุงรสชาติด้วยเกลือ พริกไทย ชิมรสชาติพาสต้าหอมกลิ่นครีม เส้นเหนียวนุ่ม รสเนียนละเมียดลิ้น
Pork medallions in Marsala sauce and balsamic onions
       เมนูต่อมาเป็น Pork medallions in Marsala sauce and balsamic onions (400 บาท++) หน้าตายั่วน้ำลายด้วยเนื้อหมูส่วนติดกระดูกที่หั่นมาเป็นชิ้นๆ แล้วทอด และมีน้ำซอสข้นๆ ที่มีส่วนผสมของเหล้าMarsala และกรีวีซอสราดหน้ามาบนชิ้นหมู เสิร์ฟมาพร้อมกับหัวหอมที่ต้มกับบาซามิค และมีผักผัดกับเนยมาให้กินแกล้มแก้เลี่ยน ลิ้มรสหมูเนื้อนุ่มชุ่มน้ำซอสที่หอมและรสเข้มข้น
เชฟClaudio Viale กับเมนูPizza salmon
       ต่อด้วยถ้ากินอาหารอิตาเลียนแล้วต้องไม่พลาดที่จะสั่งพิซซ่ามาลิ้มลอง เป็นPizza salmon (230 บาท++) พิซซ่าสไตล์อิตาเลียนขนานแท้แบบแป้งบางกรอบ ใส่ซอสมะเขือเทศกับมอสซาเรลล่าชีสอบจนสุก แล้วราดหน้าด้วยปลาแซลมอนรมควันชิ้นใหญ่ หยิบชิ้นพิซซ่าร้อนๆ ส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมแป้งพิซซ่าบางกรอบแต่เนื้อในนุ่มด้วยเนื้อปลาแซลมอน หวานหอม
Panna cotta
       หลังจากกินเมนูของคาวไปแล้ว 3 อย่าง มาล้างปากด้วยของหวานที่มีชื่อของทางร้านกัน เมนูแรกเป็น Panna cotta (120 บาท++) ลักษณะคล้ายๆ กับคัสตาร์ด ทำมาจากวิปปิ้งครีมต้มผสมกับไข่และใส่วนิลาปรุงแต่งรสชาติ ราดด้วยซอสสตรอเบอร์รี่และซอสวนิลา ตักPanna cottaเข้าปากสัมผัสได้ถึงเนื้อที่นุ่มเนียนเด้งๆ หอมหวานอยู่ในปาก กินคู่กับซอสสตรอเบอร์รี่หวานๆ อมเปรี้ยว และซอสวนิลาหอมหวานช่างเข้ากันดี และส่งท้ายด้วย Tiramisu (110 บาท++) ที่เสิร์ฟมาชิ้นใหญ่ เป็นทีรามิสุที่เนื้อนุ่มเนียนเย็น หอมหวานกลิ่นกาแฟ กินแล้วชุ่มชื่นใจ
Tiramisu
       และนอกจากอาหารอิตาเลียนแล้ว ที่ร้านนี้ยังมีเบเกอรี่ และอาหารไทยบริการอีกด้วย มีเมนูที่ชวนกิน อาทิ แพนงหมู/ไก่ (120 บาท++) แกงส้มชะอมทอด (150 บาท++) ปอเปี๊ยะทอด (110 บาท++) และก็ยังมีบุฟเฟต์ที่มีอาหารอิตาเลียน ไทย และญี่ปุ่น บริการอีกด้วยในช่วงเวลา 11.00-13.00 น. ในราคาเพียง 300 บาท เรียกว่าหากนักกินท่านใดมีโอกาสแวะเวียนมาที่ซอยหลังสวน แล้วเกิดนึกอยากกินอาหารอิตาเลียนรสดีขึ้นมา แนะนำว่าร้าน "No.43" เป็นอีกหนึ่งร้านอิตาเลียนที่ชวนลิ้มลอง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
"No.43" (นัมเบอร์ 43) ตั้งอยู่ที่ 43 ซ.หลังสวน ถ.เพลินจิต ปทุมวัน กรุงเทพฯ การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าลงที่สถานีชิดลม แล้วลงมาทางซอยหลังสวน เดินตรงเข้าไปในซอยหลังสวนจนถึงเคปเฮาส์ เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ที่อยู่ทางซ้ายมือ ก็จะเห็นร้านนัมเบอร์ 43 ตั้งอยู่ด้านใน มีป้ายให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 11.30-24.00 น. โทร. 0-2658-7444