ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

สรวลเสเฮฮา ที่ “บัดดี้ เบียร์”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤศจิกายน 2547 12:08 น.
บรรยากาศภายในร้าน “บัดดี้ เบียร์” มีหลายมุมให้เลือกนั่งตามใจชอบ
       เอ้า!! ชนแก้วกันหน่อย.............พร้อมกับเสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮาของบรรดาเหล่านักดื่มทั้งหลาย ที่มาร่วมก๊วนตระเวนกินกับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ในครั้งนี้ เสียงดังเป็นระยะไม่ขาดสาย
      
       มื้อนี้ดูเหมือนจะเป็นมื้อที่แฮปปี้สุดๆ ก็ว่าได้ เพราะว่าแหม!! ต้นเดือนอย่างนี้ เงินมันตุงกะเป๋าเลยนัดบรรดาเพื่อนเก่าๆ มาสังสรรค์ฉลองเงินเดือนออกกันสักหน่อย แล้วก็เลยไม่ขอไปกินไกลที่ไหน เอาแบบสะดวกเราใกล้ๆ ที่ทำงานแถวถนนข้าวสารนี่ละเป็นดี
สลัดกุ้งผลไม้
       “บัดดี้ เบียร์” จึงเป็นร้านที่เราเลือกมาสังสรรค์กันในมื้อนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ร้านนี้น่านั่ง มีโซนให้เลือกนั่งหลายมุม เหมาะนักสำหรับคนที่มีหลายใจอย่างเรา (เอ้ย!! ไม่ใช่) อย่างถ้าใครชอบฟังดนตรี ก็มีมุมเปียโนที่บรรเลงเพลงสากลเก่าๆ ให้ฟัง ซึ่งจะเล่นตั้งแต่ 12.00-18.00 น. หลังจากนั้นก็จะเป็นการเปิดแผ่นของดีเจ เปิดเพลงสากลสนุกสนาน ตั้งแต่ 18.00-01.00 น.
หอยนางรมอบชีส
       หรือถ้าใครชอบแบบกินไปเล่นไป หมายถึงเล่นพลูนะ เขาก็มีโต๊ะพลูถึง 2 โต๊ะไว้คอยบริการ และก็มีมุมเบเกอรี่ด้วยอีกต่างหาก เผื่อใครเบื่อดื่มแอลกอฮอล์ ก็ดื่มชา กาแฟได้ และมุมเด่นที่สุดเห็นจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ใจกลางร้าน ที่มีเครื่องดื่มให้เลือกสั่งแบบฟูลออปชั่นกันเลย
      
       ด้านอาหารของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้เรื่องบรรยากาศ มีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่งหลายหลากเมนู แค่ขอเมนูมาเปิดดูก็เลือกสั่งกันไม่ถูกแล้ว ก็เลยต้องขอให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูเด็ดๆที่น่าหม่ำ เอาแบบลูกค้าชอบสั่งมากินเยอะๆ เพราะติดใจในเรื่องรสชาติอาหารก็มี
      
       สลัดกุ้งผลไม้ (80 บาท) เป็นสลัดผลไม้ที่เสิร์ฟมาเก๋ไก๋ในกระทงแป้งขนมปัง ระดมผลไม้หลายชนิดใส่มาในกระทงมีทั้ง แอปเปิ้ล องุ่นเขียว สับปะรด แคนตาลูป ฝรั่ง และทีเด็ดอยู่ตรงที่มีกุ้งแชบ๊วยต้มสุกใส่มาด้วย ส่วนน้ำสลัดที่ราดมาเป็นน้ำสลัดครีมข้นมายองเนสผสมกับไข่ รสชาติน้ำสลัดออกเปรี้ยวอมหวานผสานกับผลไม้สดกรอบคลุกเคล้าเข้ากันดี
      
       หอยนางรมอบชีส (120 บาท) เป็นหอยนางรมตัวโตสดๆ ลวกจนสุก แล้วมีน้ำซอสครีมที่ทำด้วยไวท์ซอส โยเกิร์ต โปะหน้าอบจนพอสุก แล้วเอาออกมาโรยหน้าด้วยชีสอีกที แล้วนำไปอบจนชีสสุกได้ที่ ออกมาเป็นหอยนางรมอบชีสหน้าตาน่ากิน และมีขนมปังกระเทียมให้กินแกล้มคู่กัน เนื้อหอยนางรมหวานสดไม่คาว ได้รสชาติของน้ำซอสครีมที่ซึมถึงเนื้อหอยบวกกับความหนืดของชีส
แซลมอนสเต็ก
       แซลมอนสเต็ก (250 บาท) สเต็กจานนี้ขายดี ถูกใจคนชอบกินปลา เพราะเป็นเนื้อปลาแซลมอนชิ้นโตมาก ที่นำมาย่างจนได้ที่ เสิร์ฟพร้อมกับผักโขมผัดเนยราดด้วยชีส และมันฝรั่งต้มทาเนย ปลาแซลมอนเนื้อแน่นหวาน ผักโขมไม่ขมอย่างที่คิดออกมันๆ กินแกล้มกับเนื้อปลาเข้ากัน
      
       ขาหมูบาวาเรี่ยน (140 บาท) ขาหมูจานนี้กินแล้วไม่อ้วนนัก เพราะทางร้านคัดแต่ขามหมูส่วนน่อง เพราะมีแต่เนื้อล้วนๆ แล้วนำมาทอดจนเหลืองกรอบสุกทั้งข้างในข้างนอก ราดด้วยน้ำซอสมายองเนสผสมมะเขือเทศ หั่นเนื้อขาหมูส่งเข้าปาก สัมผัสได้ถึงความกรอบนอกแต่นุ่มในของเนื้อขาหมู ส่วนน้ำซอสที่ราดมาออกเปรี้ยวนำหวานตาม ช่วยตัดความเลี่ยนของขาหมูได้ดี
ขาหมูบาวาเรี่ยน
       แกงส้มยอดมะพร้าวกุ้ง (100 บาท) เมนูไทยๆ ที่ลูกค้าติดใจชอบสั่ง ตรงที่เป็นแกงส้มใส่กุ้งแชบ๊วยตัวโต และที่สำคัญใส่ยอดมะพร้าวสดๆ มาด้วย ส่งให้แกงส้มถ้วยนี้ รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกงส้ม ออกเปรี้ยวนำ และเผ็ดร้อนถึงใจ ซดน้ำแกงส้มร้อนๆ ส่งยอดมะพร้าวใส่ปากเคี้ยวกรุบกรอบดีแท้
      
       อาหารที่เอ่ยมานี่ เป็นแค่หนึ่งในส่วนของเมนูทั้งหมดที่มีและที่เราสั่งมากินกัน แต่ถ้าใครมาที่นี่แล้วอยากสั่งอย่างอื่นมากินอีกก็มี ไส้กรอกรวมย่าง (250 บาท) พล่าปลาช่อน (180 บาท) แกงเขียวหวานเนื้อ/หมู พริกขี้หนูโรตี (90 บาท)
      
       ก็ถ้าใครเกิดนึกอยากจะมาสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง เหมือนอย่างมื้อนี้ของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” บ้าง ก็ลองชวนกันมาที่ “บัดดี้ เบียร์” นี้ดู ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศการพูดคุย มาลิ้มรสอาหารรสชาติใหม่ๆ มาเฮฮาตามประสาเพื่อนฝูงกันไป ทั้งกิน ทั้งเม้าท์กันให้กระจาย คงไม่มีอะไรสนุกสนานเท่านี้อีกแล้วว่าไหม!!
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“บัดดี้ เบียร์” (Buddy Beer) ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ของ ตึกบัดดี้ ลอดจ์ ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 0-2629-4477, 0-2629-4499

SAMURAI…ไฮ้! ญี่ปุ่นแท้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤศจิกายน 2547 11:24 น.

บรรยากาศสบายสไตล์ญี่ปุ่นของร้าน “SAMURI”
       มีคนเคยบอก “ผู้จัดการตระเวนกิน” ว่า อาหารญี่ปุ่นของแท้นั้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่มร.นาโอะฟูมิ ซาโต้ หนุ่มแดนปลาดิบที่มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อหลายปีก่อนบอกว่าแวะไปชิมอาหาร ญี่ปุ่นหลายที่ในเมืองไทยแล้วบอกได้คำเดียวว่า...นี่ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นของ แท้
      
       เพราะความอร่อยนั้นมาจากความหวานสดของวัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ตอนนี้อาหารญี่ปุ่นกำลังถูกบิดเบือนด้วยสารปรุงแต่งและสารเคมีจนเป็น อันตรายต่อสุขภาพไปแล้ว
      
       ว่าแล้วคุณซาโต้ก็อดรนทนไม่ได้จนต้องมาเปิดร้าน “SAMURAI” ที่เมืองไทยเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารแท้ของญี่ปุ่นให้คนไทยได้ลิ้มลองกัน
      
       ความอร่อยของร้าน SAMURAI จึง เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่สด สะอาดและปลอดสารพิษ อาทิ เนื้อปลาคัดสด ๆ ผักHarmony กางมุ้งมาจากโคราช เนื้อหมูอนามัย ไก่บ้านที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ปูอัดจากญี่ปุ่นที่ไม่ใส่สี เป็นต้น แถมได้เชฟชาญชัย ที่เคยอยู่กับเชฟญี่ปุ่นมาหลายแห่ง อาทิ นิปปอนไต และฮานาย่า มาแล้ว อาหารแต่ละจานจึงกลายเป็นสไตล์ฟิวชั่นทันสมัย
แคลิฟอร์เนียมากิ ที่ใช้ไข่ปลาของแท้
       แน่นอนว่าวัตถุดิบเหล่านี้ต้องมีราคาแพง แต่สนนราคาของอาหารในร้านนี้เริ่มต้นที่ 80 บาท จนถึง 400 บาท ในย่านสยามสแควร์แล้วถือว่าราคานี้รับกันได้
เอบิชีส กับซอสถั่วแระ น่ากิน
       เมนูอร่อยที่ลองสั่งมาลิ้มลอง จานแรกเอบิชีส ( 180 บาท ) จานนี้เห็นแล้วน่ากินมากใช้ฟองเต้าหู้มาพันกับชีส แล้วหุ้มตัวกุ้งสดอีกทีนำไปทอดกรอบนอกนุ่มใน ทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่ “ซอสถั่วแระ” คือนำถั่วแระไปบดให้ละเอียดแล้วเคี่ยวกับนมสดจนกลายเป็นครีม หอม ๆ มัน ๆ
      
       อีกจานเป็นออร์เดิร์ฟที่เรารู้จักกันนั่นคือ เกี๊ยวซ่า แต่ขอบอกว่าไม่เหมือนร้านไหน เพราะเกี๊ยวซ่าของที่นี่ใช้มะเขือม่วงแทนแผ่นเกี๊ยว เริ่มจากใช้หมูบดมาปรุงรสแล้วห่อด้วยมะเขือม่วง นำไปชุบแป้งเทมปุระทอดให้กรอบกำลังดีคือเนื้อมะเขือกำลังกินไม่เละคาปาก
      
       ถ้าจะทอดสอบความสดของอาหารญี่ปุ่นต้องสั่งจานนี้ ซาซิมิ ( 400 บาท ) มีแซลมอน กุ้ง ปลาไหล ปลาตาเดียว ปลาทูน่า อย่างละ4 – 5 ชิ้น กัดเข้าไปคำแรกจะลิ้มรสของความหวานจากเนื้อสดได้ ถ้าใครชอบเผ็ดให้จิ้มวาซาบิสดที่ต้องสั่งมาต่างหากในราคา 50 บาท เพราะที่นี่ใช้วาซาบิสดกิโลกรัมละ 6,000 บาทของจริงมาจากญี่ปุ่นฝนให้ดูกันเลย
ซาซิมิ เมนูนี้โชว์ความสดรสอร่อย
       ไปร้านนี้ห้ามพลาด แคลิฟอร์เนียมากิ เด็ดขาด เพราะไม่เหมือนใครตรงที่”ไข่กุ้ง”ที่ คลุกมานั้น คุณซาโต้บอกว่าไข่กุ้งสีแดงเป็นลูกขนาดเท่าปลายก้อยนั้นแท้จริง คือไข่ปลาแล้วนำมาแช่สารเคมีให้พองเหมือนแช่ปลาหมึกกรอบแล้วแต่งสีด้วยสีส้ม เข้าไปหน่อยจะได้น่ากิน ถ้าอยากรู้ว่าไข่กุ้งที่ญี่ปุ่นเขากินกันอย่างไรก็ลองสั่งจานนี้ดู เป็นข้าวปั้นห่อด้วยปูอัด อโวคาโด และผักอื่นๆ คลุกเคล้าด้วยไข่ปลาเม็ดเล็ก ๆ ส่งเข้าปากไปคำเดียวค่อย ๆ เคี้ยวจะได้ความอร่อยสดของรสชาติข้าวปั้นของแท้
สเต็กสไตล์ญี่ปุ่น
       ร้านนี้ยังมีของอร่อยให้สั่งอีกมากมาย อาทิ สเต็กญี่ปุ่น( 180 บาท ) แซลมอนผัดหอยตลับ(180 บาท ) แบงคอกโรล ( 80บาท) หรือจะสั่งเป็นเซ็ทเมนูในราคาสบายกระเป่า อาทิ ชุดA มีอาหารจานละ 80 บาท 3 อย่างในราคา 190 บาทเท่านั้น
      
       บรรยากาศของร้านก็ทันสมัยแต่ยังคงความเป็นสไตล์ญี่ปุ่นคือเงียบและมีความเป็นส่วนตัวในอารมณ์สบาย ๆ
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       ร้าน “SAMURAI” มี 2 สาขา ใครอยากกินรสชาติญี่ปุ่นแท้ไปที่สุขุมวิท 39  ส่วนที่สยามซอย 5 รสชาติปรับให้เข้ากับลิ้นคนไทยหน่อย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 23.00 น. หรือโทรไปสอบถามที่02-250-1856

“Noodle’n More” สารพันก๋วยเตี๋ยว สไตล์ฮ่องกง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ธันวาคม 2547 10:00 น.
บรรยากาศชวนนั่งหม่ำอาหารที่ ชั้น 3 ของร้าน “Noodle’n More”
       ป๊อก..ป๊อก...ป๊อก...ก๋วยเตี๋ยวมาแล้วจ้า..........
       

มุมโต๊ะติดกระจกนั่งหม่ำอาหารมองวิวด้านนอกด้วย
       เสียงพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวตะโกนร้องเรียกลูกค้าตามหมู่บ้าน ซึ่งก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่ที่ขายนั้นก็จะเป็นพวกก๋วยเตี๋ยวหมู ลูกชิ้นธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป ไม่มีความหลากหลายอะไรมากมายนัก
      
       ซึ่งผิดกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่ชื่อว่า “Noodle’n More” ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ไปตระเวนหม่ำมา ร้านนี้เขามีก๋วยเตี๋ยวหลากหลายเมนูให้เลือกหม่ำ และเป็นก๋วยเตี๋ยวสไตล์ฮ่องกง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ตรงที่เส้นบะหมี่ของที่นี่ทำเอง เป็นเส้นบะหมี่สไตล์ฮ่องกง ที่เส้นบะหมี่จะเส้นเล็ก เส้นร่วน เน้นไข่ ไม่ใส่แป้ง(มากจนเกินไป) ทำให้ได้เส้นบะหมี่ที่มีความสด เส้นไม่แฉะ เวลาเคี้ยวจะรู้สึกถึงความนุ่มๆ ของเส้น ออกเด้งๆ หนึบๆ
      
       “Noodle’n More” ร้านที่ว่านี้อยู่ตรงหัวลำโพงใกล้ๆ แค่นี้เอง ตัวร้านเป็นตึกแถว 3 ชั้น ที่มีสไตล์การตกแต่งร้านที่เชิญชวนน่านั่ง ชั้น 1 ถูกแบ่งเป็นพื้นที่ของครัวปิดครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นโต๊ะนั่ง เดินขึ้นมาชั้น 2 เป็นส่วนของพื้นที่นั่งทั้งหมด เป็นห้องกระจก มองเห็นวิวด้านนอกได้อย่างชัดเจน และที่พิเศษสุดเห็นจะเป็นชั้น 3 ที่เรียกว่าเป็นห้อง Tea room ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม โต๊ะเก้าอี้ โซฟาน่านั่ง เหมือนนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นบ้านตัวเองเลย
บะหมี่ปูผงกระหรี่
       เราจึงขอเลือกที่นั่งมุมโซฟานุ่มๆ พร้อมกับสั่งอาหารมาหม่ำกัน โดยขอเลือกให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูรายการเด็ดดวงของทางร้าน ที่ลูกค้ามาแล้วนิยมสั่งมาหม่ำกัน เริ่มกันที่บะหมี่ปูผงกระหรี่ (59 บาท) เมนูนี้ขอบอกว่าถูกใจคนชอบเครื่องเทศนิดๆ เป็นบะหมี่แห้ง ราดหน้ามาด้วย เนื้อปูสดๆ ลวกสุก และน้ำเครื่องปรุงผงกะหรี่เข้มข้น ที่ใส่หัวหอมใหญ่ ไข่ และเนย กลิ่นเครื่องเทศผงกระหรี่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลากินคลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นบะหมี่ คีบเส้นบะหมี่เข้าปากเคี้ยวเส้นนุ่มๆ เคล้ากับรสชาติปูผงกระหรี่ที่เข้มข้นเครื่องเทศดี
      
       เพิ่มดีกรีความเผ็ดของเครื่องเทศอีกนิด ที่เมนูนี้ บะหมี่กุ้งพริกไทยดำ (59 บาท) เป็นบะหมี่แห้งอีกเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เป็นกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ลวกสุก น้ำราดเป็นน้ำพริกไทยดำ ที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศพริกไทยดำ หอมใหญ่ และเนย รสชาติออกเผ็ดร้อนเครื่องเทศพริกไทยดำ ถูกปากคนชอบรสจัดนักละ
      
       ส่วนถ้าใครชอบแบบรวมมิตรใส่ทุกอย่าง ก็ต้องสั่งเมนูนี้ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งทุกอย่าง (80 บาท) ระดมใส่มาทั้ง เนื้อหมูแดง เนื้อเป็ดย่าง เนื้อปู เกี๊ยวกุ้งลูกขนาดกำลังดี และก็ที่ขาดไม่ได้ก็บะหมี่นั่นเอง แถมราดน้ำเป็ดมาให้ด้วย กินบะหมี่ชามนี้ชามเดียวสำหรับคนกินน้อยขอบอกว่าเล่นเอาอิ่มเชียวละ
บะหมี่กุ้งพริกไทยดำ
       แต่ถ้าคนกินมากแล้วยังไม่อิ่มก็ต่อด้วย เกี๊ยวกุ้งจัมโบ้ (น้ำ) (59 บาท) ชามนี้กันเลย ตัวเกี๊ยวกุ้งลูกโตมากๆ เป็นแป้งเกี๊ยวห่อด้วยไส้กุ้งกับมันหมูบด ที่คลุกกับเครื่องเทศและพริกไทย ใส่ผักกวางตุ้งมาด้วย ส่วนน้ำซุปนั้นเป็นน้ำซุปเห็ดหอม ซดน้ำซุปร้อนๆ เคี้ยวเกี๊ยวกุ้งคำโตตามไป รสชาติกลมกล่อมลิ้นนักเชียว
      
       นอกจากบะหมี่ที่เป็นเมนูหลัก และมนูเด็ดของที่นี่แล้ว ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ อีกให้เลือกหม่ำ ซึ่งเป็นเมนูอาหารออกแนวจีนๆ ไม่ว่าจะเป็น ติ๋มซำ (เข่งละ 30 บาท) ที่มีให้เลือกหลายอย่าง อย่างที่อยากจะแนะนำให้ลองลิ้มกันก็มี ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว เป็นปลากะพงยัดไส้กุ้ง ไข่ม้วนไส้กุ้ง เป็นไข่ที่ห่อด้วยไส้กุ้ง ขนมจีบกุ้งล้วน เป็นขนมจีบที่ใช้แผ่นเกี๊ยวหยก (สีเขียว) ข้างในเป็นไส้กุ้งล้วนๆ
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งทุกอย่าง
       ซาลาเปาชั้น (20 บาท) ที่เป็นเนื้อแป้งซาลาเปา แบ่งเป็นชั้นๆ มีไส้ครีมสอดไส้ด้วยไข่เค็ม รสชาติออกหวานๆ จากไส้ครีม เนื้อแป้งซาลาเปาเคี้ยวนุ่ม หูฉลาม (250 บาท) กระเพาะปลาน้ำแดง (60 และ 100 บาท) โก๊ยเซียมหมี่ (40 บาท) ข้าวพระรามลงทรง (30 บาท)
      
       เรียกว่างานนี้ถ้าใครได้ลองมาตระเวนกินก๋วยเตี๋ยวและอาหารเมนูอื่นๆ ที่ร้าน “Noodle’n More” แห่งนี้แล้วละก็ “ผู้จัดการตระเวนกิน” มีเรื่องอยากจะเตือนนักหม่ำทั้งหลายว่า “ระวังจะเดินพุงโย้ออกมาจากร้านเหมือนเรานะจ๊ะ”
      
       

       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“Noodle’n More” สาขาหัวลำโพง ตั้งอยู่ที่ 513 ถ.รองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพง ทางออกที่ 3 เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-23.00 น. โทร. 0-2613-8977 นอกจากนี้ก็ยังมีสาขาอื่นอีก สาขาเยาวราช เจริญกรุง 16 โทร. 0-2623-1992-3 สาขาสยามสแควร์ ซ.10 โทร. 0-2658-4154-55 สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น BF โทร. 0-2958-5131
       

หม่ำอาหารเหนือ บนเรือลอยน้ำ ที่ “ครัวล้านนา”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤศจิกายน 2547 13:31 น.
“ครัวล้านนา” ร้านอาหารครัวลอยน้ำ บนเรือ 2 ชั้น สีขาวลำโต
       ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวคลองรังสิตบ่อยๆ คงจะชินตากับภาพของเรือลำน้อยลำใหญ่ ที่ถูกเนรมิตกลายเป็นร้านอาหารลอยน้ำได้ ซึ่งร้านเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะขายก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นหลัก จนได้กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนมักจะกล่าวขานกันไปแล้วว่า ถ้าอยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือแบบเรือแท้ๆ ก็ต้องที่คลองรังสิตนี่ละของจริง!!
บรรยากาศภายในเรือ นั่งกินอาหารเหนือริมคลอง รับลมเย็นๆ
       และถ้าจะมีร้านอาหารที่เป็นเรือแบบนี้แต่ไม่ขายก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นหลักจะมีใครว่าอะไรไหม เพราะว่า “ผู้จัดการตระเวนกิน” เพิ่งจะไปตระเวนกินร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ริมคลองรังสิต 1 มา ชื่อร้านว่า “ครัวล้านนา” ซึ่งพอเห็นชื่อร้านก็เล่นเอาแปลกใจ ครัวล้านนาก็ต้องขายอาหารเหนือสิ แต่ทำไมมาตั้งขายบนเรือริมคลองรังสิตแบบนี้ ยังไม่พอตัวร้านที่เป็นเรือก็แปลกตากว่าเรือลำอื่นๆ เพราะ เรือลำนี้เป็นเรือสีขาว 2 ชั้น ที่ดูโดดเด่นกว่าลำอื่นๆ ในละแวกคลองเดียวกัน เป็นใครๆ ก็ต้องแวะเข้าไปให้รู้ให้เห็นกับตัวเองทั้งนั้น
ข้าวซอย
       เหมือนอย่างที่”ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็ขอแวะตระเวนหม่ำให้รู้แล้วรู้รอดไป ครั้นพอขอเมนูจากทางร้านมาเปิดดู ก็ถึงกับร้องว่า อู้ฮู!! มีเมนูอาหารเหนือขายจริงๆ ด้วย เราเลยต้องขอลองสั่งเมนูเหนือมาหม่ำกันสักหน่อย
      
       ประเดิมอุ่นเครื่องด้วยข้าวซอยไก่ ( 25 บาท ) หน้าตาดีเชียวตอนยกมา เป็นข้าวซอยที่ยังไม่ได้ราดน้ำข้าวซอยมา แยกมาต่างหากให้ราดเอง เส้นข้าวซอยมีทั้งบะหมี่ที่ทอดกรอบแล้ว และบะหมี่ลวก เวลากินก็ตักน้ำข้าวซอยราดเอง ได้รสชาติเข้มข้นเครื่องกะทิเครื่องแกง ออกเผ็ดนิดๆ กำลังดี และมีมะนาว หอมแดง ผักดองซอย และพริกให้เติมเพิ่มรสชาติและแก้เลี่ยน
ขนมจีนน้ำเงี้ยว
       ตามมาติดๆ กับเมนูเส้นๆ เหมือนกันเป็น ขนมจีนน้ำเงี้ยว ( 25 บาท ) ขนมจีนของคนเมืองเหนือ ที่ใส่ซี่โครงหมูหรือกระดูกแก้วติดเนื้อนิดๆ ถั่วเน่าที่เอามาย่าง แล้วค่อยตำรวมกับพริก ดอกงิ้ว มะเขือเทศ หอมแดง กระเทียมตะไคร้ ข่า รสชาติน้ำเงี้ยวจะออกเปรี้ยวๆ จากมะเขือเทศ และมันๆ แต่ที่เด็ดเห็นจะอยู่ที่ซี่โครงหมูกระดูกแก้วติดเนื้อที่เคี้ยวแล้วมันกรุบๆ ดี
      
       กินแต่เมนูเส้นๆ มา 2 อย่างแล้ว เครื่องเริ่มติดชุดไม่อยู่ ต้องสั่งเมนูหนักๆ ท้องตามติดๆ เป็นชุดใหญ่ มีทั้งน้ำพริกหนุ่ม + ของเคียง( 40 บาท) +ข้าวเหนียว ( 5 บาท ) น้ำพริกหนุ่มถ้วยนี้มีเครื่องเคียงมาให้กินเพียบเลย มีทั้ง ไข่ต้ม แคบหมู แครอท ถั่วฝักยาวต้ม น้ำพริกหนุ่มรสชาติถึงพริกถึงเครื่องดีแท้
      
       แกงฮังเล ( 50 บาท ) แกงฮังเลถ้วยนี้ถ้ากินมากพลาดจะอ้วนได้ เพราะเป็นหมูสามชั้นหมักซีอิ๊ว ชิ้นใหญ่ นำมาเคี่ยวกับหัวกะทิ เครื่องแกง กระเทียม หอมแดงปิ้ง ขิงซอย ถั่ว น้ำมะขามเปียก รสชาติออกเผ็ดเครื่องแกงเข้มข้นน้ำกะทิคลุกคลิก ส่วนหมูสามชั้นเปื่อยนุ่มเคี้ยวหนึบกำลังดี
อาหารเหนือชุดใหญ่ มีทั้ง น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล ลาบคั่ว แกงแคไก่
       ลาบคั่ว ( 50 บาท ) จานนี้เป็นลาบทางเหนือ ที่ใช้เนื้อหมูบด หนังหมูซอย มาคั่วรวมกับเครื่องแกงทั้งกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ขิง ข่า มะแคว่น และที่สำคัญใส่เลือดหมูสดด้วย รสชาติจัดจ้าน เผ็ดถึงเครื่องลาบใช้ได้เลย
      
       นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารเหนืออย่างอื่นที่น่าหม่ำอีกเพียบ อาทิ แกงแคไก่ ( 50 บาท ) คั่วแคไก่ (50 บาท) ยำจิ้นไก่ (50 บาท) แกงโฮ๊ะ (50 บาท) แกงอ่อม (50 บาท) ก๋วยเตี๋ยวเรือก็มีขายเหมือนกัน อาหารอย่างอื่นก็มีอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่งทั่วไป อาหารทะเล กาแฟสด และเบียร์สด
      
       ไม่น่าเชื่อใช่ไหมละ ว่าบนเรือลำน้อยสีขาวลำนี้ จะมีอาหารเหนือให้เลือกหม่ำหลายอย่าง รวมทั้งอาหารอย่างอื่นอีกหลากหลาย ไม่ใช่ว่าพอนึกถึงร้านอาหารที่เป็นเรือริมคลองรังสิตจะต้องนึกถึงแต่ ก๋วยเตี๋ยวเรือเพียงอย่างเดียว เพราะร้าน “ครัวล้านนา” แห่งนี้ละที่จะเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ๆ ให้กับคุณ เปลี่ยนจากความรู้สึกเดิมๆ และรสชาติเดิมๆ มาเป็นความรู้สึกใหม่ๆ และรสชาติใหม่ๆ ที่ถ้าใครได้มาลองอาจจะติดใจโดยไม่รู้ตัว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้าน “ครัวล้านนา” เรือลอยลำ ตั้งอยู่ที่ 40 ซ.37 ถ.รังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถ้ามาจากเส้นถนนรังสิต จะอยู่รังสิตคลอง 1 อยู่ห่างจากฟิวเจอร์พาร์ครังสิตประมาณ 1 กม. เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.30-21.30 น. โทร. 0-2974-9828, 0-6394-7728, 0-6328-9147