สำหรับ “คาเฟ เดอ ตรัง” ห้องอาหารของโรงแรมตรัง บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ไปเจอมานี้ น่าจะเรียกว่าเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ แห่งหนึ่งที่เหมาะจะให้ผู้คนที่ร้อนทั้งกายร้อนทั้งใจมานั่งพักผ่อนเพลิด เพลินไปกับบรรยากาศและรสชาติของอาหารกันที่นี่ | |||||
ชื่อของร้าน “คาเฟ เดอ ตรัง” ก็บ่งบอกถึงความเป็นอาหารใต้อยู่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่อาหารใต้เท่านั้น เพราะที่นี่ยังมีอาหารหลากหลายประเภท ทั้งอาหารไทยภาคกลางและอาหารจีนอีกด้วย | |||||
นอกจากอาหารใต้แล้ว “คาเฟ เดอ ตรัง” ก็ยังมีอาหารแบบภาคกลางไว้บริการ จานแรกที่นำเสนอคือ ปอเปี๊ยะสาหร่าย (140 บาท) ซึ่งเป็นออเดิร์ฟจานเด็ดของที่นี่ไม่มีที่อื่นเหมือน แม้ว่าชื่อเมนูจะเป็นปอเปี๊ยะ แต่กลับไม่มีแป้งปอเปี๊ยะห่อตามปกติ แต่ใช้เป็นสาหร่ายทะเลแผ่นใหญ่มาห่อแทน ส่วนไส้ในเป็นกุ้งสับผสมมันหมูแล้วนำไปทอด เวลากินอย่าลืมจิ้มน้ำจิ้มปอเปี๊ยะ เพื่อความอร่อยมากยิ่งขึ้น | |||||
ส่วนอีกเมนูหนึ่งที่ชาวต่างชาติมักนิยมสั่งกันเป็นพิเศษก็คือ กุ้งมะขาม (89 บาท) ซึ่งใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโตมาเสียบไม้แล้วชุบแป้งทอดจนเหลืองกรอบ แล้วจึงราดด้วยซอสมะขามสูตรเด็ดของทางร้าน โรยหน้าด้วยหอมเจียว เวลากินจะได้รสชาติของกุ้งผสมกับรสเปรี้ยวอมหวานของซอสมะขาม บวกกับกลิ่นหอมของหอมเจียวที่โรยหน้า นับว่าเมนูนี้น่าสนใจไม่หยอกเลยทีเดียว | |||||
การได้มีโอกาสเอาใจตัวเองด้วยอาหารมื้ออร่อยๆ นั้น บางคนก็ถือว่าเป็นเหมือนรางวัลให้ที่มอบให้กับชีวิต ยิ่งถ้าเป็นของอร่อยในบรรยากาศดีๆ ร่มรื่นสบายๆ อย่างที่ “คาเฟ เดอ ตรัง” แล้วละก็ เชื่อว่าใครที่ได้มานั้นจะต้องอยากได้รางวัลชิ้นนี้บ่อยๆ แน่นอน * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “คาเฟ่ เดอ ตรัง” อยู่ในโรงแรมตรัง ริมถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ บริเวณเชิงสะพานพระราม 8 ข้างวัดอินทาราม เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-01.30 น. ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2282-7100 |
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูน Youtube
มังงะออนไลน์ Youtube
อ่านมังงะออนไลน์ Youtube
การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube
การ์ตูนโรแมนติก Youtube
ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube
การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube
แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
เกมรักพยาบาท Youtube
GOLD รักนี้สีทอง Youtube
เกาะนางพญาเงือก Youtube
หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube
วังวนปรารถนา Youtube
คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube
เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube
รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube
หัวใจไม่ร้างรัก Youtube
เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube
บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube
princessหมึกจีน Youtube
ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube
หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube
หน้ากากนักสืบ Youtube
ราศีมรณะ Youtube
THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube
เกียรติยศรัก Youtube
SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube
หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube
รักแรกแสนรัก Youtube
รอรักสาวซากุระ Youtube
รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube
หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube
รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube
ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube
บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube
อ้อมกอดทะเลทราย Youtube
การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube
การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube
อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube
การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube
การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube
การ์ตูนรักระแวง Youtube
การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube
การ์ตูนหนามชีวิต Youtube
ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube
การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube
การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube
การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube
อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube
การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube
การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube
การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube
การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube
ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube
เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube
การ์ตูนชะตารัก Youtube
แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube
รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube
รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube
รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube
Hot Love หมึกจีน Youtube
การ์ตูนผีกุกกัก Youtube
คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube
การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube
หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube
Extra Romance หมึกจีน Youtube
เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
“คาเฟ เดอ ตรัง” มุมร่มรื่นในเมืองใหญ่
อาหารยุ่นถูกลิ้น ที่“ชิน เซน”
เหมือนเช่นการออกมาตระเวนกินของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ในมื้อนี้ ก็ได้เกิดมิตรภาพที่ดีขึ้นมาในใจ เมื่อได้เดินทางมาตระเวนกินอาหารญี่ปุ่น ที่ห้องอาหาร “ชิน เซน” ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ของโรงแรมเดอะแกรนด์ กรุงเทพฯ ห้องอาหาร “ชิน เซน”แห่งนี้บริการอาหารญี่ปุ่นแบบชาวอาทิตย์ อุทัยแท้ๆ ที่ว่าด้วยรสชาติดั้งเดิม ด้านบรรยากาศดูกว้างขวาง ตกแต่งภายในเหมือนกับว่านั่งหม่ำอาหารท่ามกลางสวนญี่ปุ่นอันสวยงาม | |||||
ทีนี้มาว่าด้วยเรื่องอาหารที่เด่นดังของห้องอาหาร “ชิน เซน” ก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายเมนู เราเริ่มเมนูแรกที่เมื่อมากินอาหารญี่ปุ่นแล้วไม่สั่งเป็นไม่ได้กับ Sashimi Mori (1,000 บาท) เซ็ทปลาดิบรวมถาดใหญ่ที่ภายในมีสารพัดทั้ง ปลาโอ ปลาแซลมอน ปลากะพง ปลาฮามาจิ หอยปีกนก กุ้ง ปูอัด หนวดปลาหมึก ล้วนแล้วแต่ดิบสดๆ แต่ไม่คาวจัดกินกับน้ำซอสและวาซาบิ หม่ำเพลินกันไปเลย | |||||
เมนูถัดมาถือว่าพิเศษสุดในช่วงนี้ Kani Karage (300 บาท) ปูนิ่มสีส้มสดตัวโตๆ ชุบแป้งเทมปุระที่ปรุงรสเสร็จสรรพแล้วทอดให้เหลืองกรอบ เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ ฉีกกล้ามปูเคี้ยวเข้าปากรสชาติปูนิ่มกรุบกรอบ เค็มๆ มันๆ ในตัว | |||||
Buri Kamayaki (400 บาท) เป็นแก้มปลาบุรีย่างเกลือหรือบ้านเราเรียกว่าปลาหางเหลือง โรยเกลือแล้วย่างด้วยไฟอ่อนๆ เอาแค่พอเหลืองสุกหอม เมนูปลานี้มีกลเม็ดเคล็ดไม่ลับในการการกินนิดหน่อย คือบีบมะนาวลงบนตัวปลา แล้วค่อยตักเนื้อปลาเข้าปาก จะได้รสชาติปลาที่เนื้อแน่นมันๆ เค็มๆ ตัดกับความเปรี้ยวนิดๆ จากมะนาว หรือจะจิ้มกินกับน้ำจิ้มโชยุที่ใส่หัวไชเท้าขูดฝอยก็เพิ่มรสชาติไปอีกแบบ | |||||
และแล้วมื้ออันแสนอิ่มของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็จบลงด้วยความอิ่มเอิบ อิ่มกายแน่นกระเพาะกับอาหารญี่ปุ่นรสชาติยุ่นแท้ๆ ที่ถูกปาก และอิ่มใจกับมิตรภาพใหม่ๆ ที่ได้รับจากห้องอาหาร “ชิน เซน” แห่งนี้ มิตรภาพดีๆ ที่คอยจะหยิบยื่นให้กับทุกคนที่ได้มาเยือน * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ห้องอาหารญี่ปุ่น “ชิน เซน” ตั้งอยู่ที่ ชั้น 5 โรงแรมเดอะ แกรนด์ ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ เปิดทุกวันช่วงมื้อกลางวัน11.30 – 14.30 น. และมื้อเย็น 18.00 – 22.30 น. โทร. 0-2274-1515 ต่อ 1262 |
SAMURAI…ไฮ้! ญี่ปุ่นแท้
|
"อินาโฮ" อาหารญี่ปุ่นรสยุ่นแท้ๆ
เพราะอาหารญี่ปุ่นที่นี่ได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ปรุงตามแบบต้นตำรับดั้งเดิม คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีมาปรุงเป็นอาหาร เน้นเรื่องความสดของอาหารเป็นอันดับหนึ่ง และมีเมนูให้เลือกหม่ำมากมายกว่า 250 รายการ รวมไปถึงบรรยากาศร้านที่ตกแต่งแบบญี่ปุ่นร่วมสมัยใหม่ พอให้ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอยู่บ้าง เน้นที่ความสบายในการนั่งหม่ำอาหาร เอาเป็นว่ามาพูดถึงเมนูอาหารที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้สั่งมาลองลิ้ม แล้วติดใจสุดๆ จนต้องรีบมาบอกต่อกันดีกว่า เริ่มที่เมนูแรก เทมปุระรวม (120 บาท) มี กุ้ง ปลากะพง ฟักทอง เผือก ข้าวโพดอ่อน ชุปแป้งทอดที่ดูเหมือนเป็นเมนูชุปแป้งทอดพื้นๆ ที่ร้านไหนๆ ก็มี แต่เทมปุระของร้านนี้มีความพิเศษอยู่ตรงแป้งเทมปุระที่ใช้ในการชุบแป้งทอด เขาใส่ไข่แดงลงไปผสมด้วย ทำให้ได้รสชาติของความหวาน มันเพิ่มขึ้น จิ้มกับน้ำจิ้มปรุงพิเศษของทางร้าน รสออกหวานๆ เค็มๆ ถูกลิ้นแบบส่งเข้าปากหม่ำคำต่อคำกันเลย | |||||
ต่อด้วยเมนูหนักท้องข้าว ห่อสาหร่ายไส้ผัก ทะเลรวม โรยด้วยไข่กุ้ง (130 บาท) หรือก็คือแคลิฟอร์เนียนั่นเอง ที่มีไส้ข้างในเป็นหน่อไม้ฝรั่งลวก ไข่หวาน กุ้ง อโวคาโด และห่อด้วยสาหร่าย แล้วถึงจะห่อด้วยข้าวปั้นอีกที โรยด้วยไข่กุ้งสีส้มสด รสชาติโดดเด่นตรงไส้ข้างในที่ออกมันๆ หวานๆ จากอโวคาโดคล้ายๆ ครีม หวานจากกุ้ง และข้าวปั้น (ซูชิ)ที่ปรุงรสแล้วรสออกหวานๆ เปรี้ยวๆ เคี้ยวหนึบ ไข่กุ้งที่โรยมาเคี้ยวกรึบๆ เพลินปากดี | |||||
| |||||
| |||||
|
รู้จัก “ข้าวแช่”
แล้วตามประเพณีต้องหุงข้าวกลางแจ้ง ถ้าจะให้เต็มพิธีต้องปักราชวัตรฉัตรธงด้วย นอกจากถวายข้าวแช่พระแล้ว ข้าวแช่นี้ยังจะต้องจัดสังเวยเทวดาด้วย โดยปลูกศาลเพียงตาบริเวณบ้าน และสังเวยข้าวแช่เป็นเวลา 3 วัน ข้าวแช่ที่เหลืออยู่อาจนำไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือเพื่อเป็นสิริ มงคล
นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนาน “ข้าวแช่” เอาไว้ว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งผู้มั่งคั่งบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทอง ขาดเสียอยู่แต่อย่างเดียวตรงที่ไม่มีทายาทที่จะรับสืบทอดมรดก เศรษฐีได้ทำพิธีบวงสรวงพระอาทิตย์ และพระจันทร์อยู่นาน จนเวลาล่วงไป 3 ปี ยังไม่มีลูก เห็นทีจะไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนไปบวงสรวงพระไทร ซึ่งสิงสถิตต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ
ในการจัดเครื่องบวงสรวงครั้งนี้ เศรษฐีสั่งให้บริวารเอาข้าวสารเมล็ดงามล้างน้ำถึง 7 ครั้งจนบริสุทธิ์หมดมลทิน แล้วจึงหุงข้าวนั้นเพื่อบูชาพระไทร ประกอบด้วยอาหารโอชารสอีกมากมาย ล้วนจัดทำด้วยความประณีตทั้งสิ้น จากนั้นเศรษฐีจึงอธิษฐานขอบุตรจากพระไทร
ฝ่ายพระไทรเห็นความพยายามของเศรษฐี ก็เมตตา จึงไปเฝ้าพระอินทร์ทูลขอบุตรให้เศรษฐีได้ผล พระอินทร์จึงโปรดให้เทวบุตรนามว่าธรรมปาล จุติลงมาเกิดในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ฝ่ายเศรษฐียินดีปรีดามากตั้งชื่อลูกชายว่า ธรรมบาลกุมาร พร้อมสร้างปราสาทเจ็ดชั้นให้ลูกชาย เป็นที่มาของนิทานมหาสงกรานต์ที่ได้ยินกัน
แต่ไม่ว่าเรื่องราวความเป็นมาของ “ข้าวแช่” จะเป็นเช่นไร ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาถกเถียงกันมากนัก เพราะว่าด้วยเรื่องรสชาติและรูปร่างหน้าของข้าวแช่ แล้วนั้น จัดได้ว่าเป็นศิลปะของการทำอาหารอีกชั้นหนึ่ง เพราะว่าด้วยกรรมวิธีการทำที่จะต้องใช้ฝีมือและความประณีตบรรจงในการทำเป็น อย่างมาก จึงทำให้ดูเหมือนว่าข้าวแช่ นั้นหากินได้ยากมากก็ว่าได้
ถ้าเป็นสมัยก่อนการที่จะได้กิน “ข้าวแช่” นั้นเป็นเรื่องยาก ผู้ที่จะได้ลิ้มรสชาติข้าวแช่ ต้องเป็นผู้ที่อยู่แต่ในรั้วในวังเท่านั้นก็ว่าได้ เพราะเดิมทีข้าวแช่ เป็นสูตรต้นตำรับมาจากในวัง แต่ต่อมาข้าวแช่ก็กลายมาเป็นที่แพร่หลาย เมื่อครั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระราชวัง พระนครคีรี (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรีในปัจจุบัน ทรงนำห้องเครื่องจากพระบรมมหาราชวังไปเผยแพร่ให้ชาวบ้านได้รู้จักตำรับข้าว แช่
ชาวบ้านจึงนำไปฝึกทำจนเกิดความชำนาญขึ้น เลยได้ชื่อว่า “เมืองเพชร ดินแดนแห่งข้าวแช่” ซึ่งถือว่า ข้าวแช่ของชาวเพชรบุรี เป็นสูตรชาววังเก่าแก่ที่สุด นับตั้งแต่นั้นมาข้าวแช่ จึงไม่ใช่ของกินที่หากินยากอีกต่อไป
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)