แน่นอนล่ะว่าเมื่อมีเทศกาลไหว้พระจันทร์ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ "ขนมไหว้พระจันทร์" ซึ่งหลายโรงแรมก็ได้ขนขนมไหว้พระจันทร์สารพัดสูตร สารพัดไส้ มาให้เลือกชิมเลือกกินกันอย่างอิ่มหนำ "ผู้จัดการตระเวนกิน" จึงได้รวบรวมโรงแรมที่ร่วมจัดเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ เพื่อให้ผู้อ่านได้ไปลองลิ้มตามความชอบ มีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกันดีกว่า | |||||
โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ นำเสนอขนมมงคล "บัวหิมะ เผือก-ถั่วแดง" ที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการ และ "บัวหิมะ ช็อกโกแลต พีนัท บัตเตอร์" ที่ให้เนื้อแป้งนุ่มหอม เนียนบางสูตรจีนโบราณ และยังมีอีกสารพันไส้ที่รับประกันความสดใหม่ ผลิตวันต่อวัน พิเศษ ลด 10-15 % เมื่อสั่งซื้อ 40 ชิ้นขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้ – 18 กันยายน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งจองล่วงหน้าที่ 0-2254-0444 ต่อ 1504-7 | |||||
โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ โดยเลือกสรรขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติสูตรต้นตำรับจากเชฟชาวจีนมาให้ เลือกกิน ไม่ว่าจะเป็น ไส้ไข่เดี่ยว ไส้ไข่คู่ ไส้ทุเรียน ไส้เม็ดบัว ไส้ผลไม้รวม ไส้บัวหิมะ ไส้ถั่วแดง ฯลฯ โดยมีให้เลือกลิ้มลองและเลือกซื้อเป็นของฝากที่ ห้องอาหารจีนหนานหยวน และฟอร์จูน เบเกอร์ ตั้งแต่วันนี้ – 18 กันยายน สอบถามเพิ่มเติมที่ 0-2641-1500 ต่อ 1018 หรือ 1093 | |||||
โรงแรมดุสิตธานี จัดเทศกาลฉลองไหว้พระจันทร์ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์มงคลของเมย์ฟลาวเวอร์ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรสชาติ ทั้ง ไส้ทุเรียนกวน ไส้โหงวยิ้ง ไส้เม็ดบัว และไส้ถั่วแดง ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้-20 กันยายน สอบถามเพิ่มเติมที่ ห้องอาหารจีน เมย์ฟลาวเวอร์ โรงแรมดุสิตธานี โทร.0-2200-9000 ต่อ 2799 | |||||
โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ ส่งขนมไหว้พระจันทร์ลัดฟ้ามาส่งกันสดๆ ทุกอาทิตย์ จากโรงแรมโนโวเทล แอตแลนติก เซี่ยงไฮ้ มาไว้ที่ ลา บริยอช เดอะ เดลี่ และห้องอาหารจีน ลกหว่า ฮิน ใส่ในกล่องสวยคลาสสิก 6 ชิ้น ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 60-70 บาท กล่องพร้อมถุงสวยหรู เพียง 250 บาทต่อเซ็ท มีไส้ให้เลือกมากมายทั้ง ทุเรียน ลูกบัว ถั่วแดง ชาเขียว บัวหิมะ ทุเรียนหิมะ และอีกมาก ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 กันยายนนี้ สอบถามเพิ่มเติมที่ 0-2255-6888 ต่อ 2702-5 | |||||
โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 เตรียมขนมไหว้พระจันทร์แสนอร่อยด้วยแป้งเค้กนุ่มห่อหุ้มด้วยสารพัดไส้ ทั้งโหวงยิ้ง ชาเขียวญี่ปุ่น เก๊กฮวยจีน ลูกบัว ทุเรียน และมีให้เลือกทั้งไส้ไข่คู่และไข่เดี่ยว ที่การันตีด้วยเชลล์ชวนชิม ไว้คอยบริการ สอบถามเพิ่มเติมที่ 0-2262-1234 ต่อ 1105 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ร่วมฉลองเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ ที่ร้านกู๊ดดี้ส์ พบกับความหอมอร่อยด้วยสูตรพิเศษของโรงแรม มีให้เลือกรับประทานทั้งที่ร้านหรือจะซื้อเป็นของฝาก ความอร่อยนี้มีตลอดเดือนกันยายน สอบถามเพิ่มเติมที่ 0-2679-1200 | |||||
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * วันไหว้พระจันทร์ หรือวัน "จงซิวเจี๋ย" ที่ชาวจีนเรียกจะอยู่ในช่วงเวลากลางฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่พระจันทร์เต็มดวงและทอแสงเป็นประกายสว่างไสวสวยงามมากที่สุด สำหรับตำนานของต้นกำเนิดเทศกาลไหว้พระจันทร์ มีหลากหลายตำนานด้วยกัน บ้างว่าจักรพรรดิวูแห่งราชวงศ์ฮั่นเป็นผู้ริเริ่มการฉลองนี้เพื่อกราบไหว้ ดวงจันทร์เป็นเวลา 3 วันในฤดูใบไม้ร่วง อีกตำนานบอกว่าเกิดขึ้นในช่วงที่มองโกลยึดครองจีน ขนมก้อนกลมๆ ทำขึ้นก็เพื่อซุกซ่อนข้อความลับของพวกกบฏที่มีถึงประชาชนทั่วทั้งประเทศให้ มาชุมนุมครั้งใหญ่ในเดือน 8 เพื่อช่วยกันปราบทหารมองโกล ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเล่าว่ามีหญิงงามนามฉางอี้ (บ้างก็เรียกว่าฉางเอ๋อหรือเสี้ยงหงอ) ภรรยาของขุนนางจีน เกิดไปได้ยาวิเศษที่กินเข้าไปแล้วสามารถเหาะขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ได้ และได้ดื่มน้ำอมฤตจากนางฟ้าบนสวรรค์จนเป็นอมตะ ชาวจีนเชื่อว่าฉางอี้หรือเทพธิดาแห่งดวงจันทร์นี้เป็นผู้ให้น้ำฝนแก่ชาวไร่ ชาวนาเพื่อเพาะปลูก ชาวจีนจึงทำทำขนมโก๋จากแป้งข้าวเจ้าบูชานางในคืนวันเพ็ญเดือน 8 เป็นการตอบแทน สำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ "ขนมไหว้พระจันทร์" ที่ใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าดวงจันทร์ โดยคนจีนจะเรียกขนมไหว้พระจันทร์ว่า "ขนมเอี้ยปิ่ง" ซึ่งความหมายถึงความพรั่งพร้อม สมบูรณ์ และความสมหวัง โดยในประเทศไทยศิลปะการทำขนมเค้กจีนได้ถูกเผยแพร่โดยชาวจีนที่อพยพเข้ามาก ว่า 100 ปีแล้ว เดิมขนมไหว้พระจันทร์ของจีนมีส่วนประกอบ เช่น ถั่วแดง ลูกนัทจีน 5 ชนิด และ เมล็ดบัว แต่เมื่อไทยกับจีนเริ่มผสมกลมกลืนกัน เค้กจีนก็เริ่มกลิ่นและรสชาติไทย ๆ ตามไปด้วย เช่น ใช้ทุเรียน ลูกเกาลัด และลูกพลับประกอบ ส่วนเครื่องปรุงที่เพิ่มเข้ามา เช่น เมล็ดบัว ไข่แดงเค็ม และเมล็ดแตงโม |
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อ่านการ์ตูน Youtube
มังงะออนไลน์ Youtube
อ่านมังงะออนไลน์ Youtube
การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube
การ์ตูนโรแมนติก Youtube
ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube
การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube
แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube
เกมรักพยาบาท Youtube
GOLD รักนี้สีทอง Youtube
เกาะนางพญาเงือก Youtube
หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube
วังวนปรารถนา Youtube
คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube
เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube
รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube
หัวใจไม่ร้างรัก Youtube
เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube
บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube
princessหมึกจีน Youtube
ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube
หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube
หน้ากากนักสืบ Youtube
ราศีมรณะ Youtube
THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube
เกียรติยศรัก Youtube
SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube
หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube
รักแรกแสนรัก Youtube
รอรักสาวซากุระ Youtube
รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube
หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube
รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube
ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube
บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube
อ้อมกอดทะเลทราย Youtube
การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube
การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube
อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube
การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube
การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube
การ์ตูนรักระแวง Youtube
การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube
การ์ตูนหนามชีวิต Youtube
ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube
การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube
การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube
การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube
อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube
การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube
การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube
การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube
การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube
ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube
เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube
การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube
การ์ตูนชะตารัก Youtube
แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube
รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube
รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube
รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube
Hot Love หมึกจีน Youtube
การ์ตูนผีกุกกัก Youtube
คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube
การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube
หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube
Extra Romance หมึกจีน Youtube
เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube
อิ่มอร่อยกับเทศกาล "ขนมไหว้พระจันทร์"
"บ้านกมลชนกฯ" เรือนไทยร่มรื่น อาหารรสเลิศ
บางคนอาจเคยผ่าน เห็นแล้วเฉยๆ ผ่านเลยไป บางคนอาจจะว่าดูน่ากลัวจะตายไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ก็เคยผ่านไปแถวนั้น แล้วไม่ผ่านเลยไป เพราะสะดุดใจกับบ้านเรือนไทยที่ว่า เลยถือโอกาสขับรถเลี้ยวเข้าไปดูว่าที่นี่คืออะไร | |||||
"บ้านกมลชนกฯ" เป็นร้านอาหารที่มี คุณพงษ์ศักดิ์ แย้มเอิบศิลป์ เป็นผู้บริหารและจัดการดูแลเรื่องเมนูอาหาร ซึ่งเมนูอาหารของที่นี่มีความหลากหมาย ทั้งไทย จีน เวียดนาม แต่จะเน้นที่อาหารไทยเสียมากกว่า และเมื่อมาถึงที่แล้ว เราก็ไม่พลาดกับเรื่องกิน (ของโปรด) รีบขอเมนูมาเปิดสั่งอาหารทันที งานนี้ได้คุณพงษ์ศักดิ์ช่วยแนะนำเมนูเด็ดของทางร้านมาให้ลิ้มรสกัน เริ่มกันที่เมนูแรก ไข่มังกร (100 บาท) ชื่อดูอลังการ หน้าตาชวนกิน ออกสไตล์อาหารจีน ไข่มังกรที่ว่าที่จริงคือลูกชิ้นกุ้งที่ปรุงรสจนได้ที่ พันด้วยสาหร่าย แต่งหน้าด้วยไข่แดง แล้วมีน้ำซอสสูตรพิเศษของทางร้านราดหน้ามาอีกที จานนี้กินเล่นๆ ก็เข้าท่า กินกับข้าวก็เข้าที ลูกชิ้นกุ้งเคี้ยวแล้วเด้งหนึบสัมผัสได้ถึงเนื้อกุ้งจริงๆ ส่วนน้ำซอสออกรสเค็มปะแล่มๆ ได้กลิ่นเหล้าจีนด้วย | |||||
เสิร์ฟมาติดๆ ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ (250 บาท) ที่สาวๆ กลัวอ้วนอาจจะไม่กล้ากิน แต่ขอบอกว่าขาหมูที่นี่กินแล้วไม่อ้วน (มาก) เพราะขาหมูถูกรีดเอาความมันออกจนเกือบหมด เหลือไว้แต่ขาหมูที่เนื้อหนังแห้งกรอบ เคี้ยวมันปาก จิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดออกเผ็ด เปรี้ยว เค็ม เพิ่มรสชาติ หรือน้ำจิ้มซีอิ้วดำหวานๆ เหมาะกับคนไม่กินเผ็ด ปูผัดผงกะหรี่ (350 บาท, 490 บาท) เมนูนี้ทางร้านบอกไม่ควรพลาด ปูทะเลสดๆ ทั้งตัว นำมาผัดกับเครื่องผงกะหรี่ ลิ้มรสชาติแล้วต้องขอยกนิ้วให้ ผัดออกแนวน้ำขลุกขลิกผงกระหรี่ซึมลึกถึงเนื้อปูที่เนื้อแน่นสด ตักน้ำผงกะหรี่คลุกกินกับข้าวสวยรสชาติจัดจ้านถึงเครื่องผงกะหรี่ | |||||
| |||||
|
"เลิศรสโภชนา"อาหารจีนรสเลิศ
หากจะถามว่าสิ่งประดิษฐ์ใดในโลกที่มหัศจรรย์ที่สุด หลายๆ คนคงจะตอบไปอย่างที่ใจคิด อย่างเช่นความสามารถของพี่น้องตระกูลไรท์ที่ประดิษฐ์เครื่องร่อนทำให้มนุษย์ รู้ว่าเราสามารถบินได้อย่างไร หรือจะเป็น โทมัส อัลวา เอดิสันที่สามารคิดค้นหลอดไฟฟ้าได้เป็นผลสำเร็จ แต่สำหรับ "ผู้จัดการตระเวนกิน" แล้วคิดว่า เจ้า "ตะเกียบ" ของชาวจีนนี่แหละมหัศจรรย์ที่สุด ก็จะไม่ให้คิดอย่างนั้นได้ไงละ ในเมื่อเพียงแค่ไม้เหลายาวๆสองแท่งก็สามารถใช้คีบอาหารเข้าปากได้แล้ว | |||||
และพอพูดถึงอาหารจีนก็ทำให้กระเพาะส่งเสียงจ๊อกๆขึ้นมาทันใด "ผู้จัดการตระเวนกิน" เป็นคนตามใจปากและกระเพาะอยู่แล้ว มื้อนี้เราเลยจะไปหม่ำอาหารจีนที่ร้าน "เลิศรสโภชนา" ย่านเจริญกรุงกัน | |||||
ถัดมาเป็นอีกเมนูที่น่าสนใจคือ กุ้งนึ่ง (250บาท) ที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ว่า น่าสนใจเพราะเหมือนกับกินไข่ตุ๋นใส่กุ้ง เนื่องจากที่ร้านจะใช้กุ้งแม่น้ำผ่ากลางตัว แล้วนำไปใส่ในไข่ที่ปรุงรสและตีไว้ เสร็จแล้วนำไปนึ่ง ทำให้เมนูกุ้งนึ่งจานนี้หน้าตากระเดียดไปทางไข่ตุ๋นแถมรสชาติก็คล้ายเสีย ด้วย เวลากินได้กลิ่นเหล้าจีนอ่อนๆ แต่สำหรับใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านทางร้านก็เตรียมน้ำจิ้มซีฟู้ดไว้ให้ | |||||
เคยกินแต่ปลาดิบสัญชาติญี่ปุ่นกันมานักต่อนัก มาคราวนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกที่จะสั่ง ปลาดิบจีน (200 บาท) มา ลองลิ้นดูบ้าง แต่ขอสารภาพตามตรงว่าพอเห็นหน้าค่าตาแล้วก็ไม่แน่ใจว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร เพราะภาพที่เห็นคือเนื้อปลาเฉาเฮ้อ (ปลาจีน) แล่บางๆโรยด้วยงาขาว กินแกล้มกับหัวไชเท้าขูดเป็นเส้นๆ หัวไชโป๊ว แตงกวาและคื่นฉ่าย ราดด้วยน้ำจิ้มหวาน แต่พอส่งเข้าปากแล้วก็ให้แปลกใจเพราะจากที่คิดว่าไม่น่าจะเข้ากันได้ กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เนื้อปลาสดไม่มีกลิ่นคาว เวลาเคี้ยวจะออกหวานหน่อยๆและมีรสเค็มนิดๆจากหัวไชโป๊ว เผลอแป๊ปเดียวหมดจานไม่รู้ตัว | |||||
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * |
นั่งกินอาหาร ท่ามกลางสวนบาหลี ที่ “คูพู คูพู บาร็อง”
หลายคนอาจจะบอกว่าเคย และอีกหลายคนอาจจะบอกว่าไม่เคย สำหรับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” แล้วบอกได้เลยว่าความรู้สึกที่ว่านี้เพิ่งจะเกิดขึ้น เมื่อได้ไปตระเวนกินที่ร้านอาหารชื่อว่า “คูพู คูพู บาร็อง” (KUPU KUPU BARONG) มา | |||||
| |||||
อย่างที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลองสั่งมาลองลิ้มชิมรสชาติก็มีหลายเมนู เริ่มที่เมนูนี้ กรีนบาหลี (100 บาท) หน้าตาเหมือนเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวจัดมาเป็นคำๆ เป็นแผ่นก๋วยเตี๋ยวที่ห่อด้วยไส้ข้างในมีเนื้ออกไก่ฉีกที่คลุกเคล้ากับ เครื่องเทศไทย ใส่เห็ดหอมกับแห้ว และมีน้ำซอสพริกเขียวราดหน้ามาอีกที เวลากินส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมทั้งคำแป้งก๋วยเตี๋ยวนุ่มเข้ากับไส้ไก่ข้างใน ที่รสชาติกลมกล่อมได้ที่ ผสานกับน้ำซอสที่ออกเผ็ดนิดหน่อยกำลังดี เคี้ยวเพลินแบบส่งเข้าปากคำต่อคำกันเลย ถัดมาเป็น สะเต๊ะกุ้ง (160 บาท) หน้าตาชวนหม่ำไม่น้อย เป็นกุ้งแม่น้ำสดๆ หมักกับพริกแกงของอินโดนีเซียและผงกะหรี่นานกว่า ครึ่งชม. และเสียบด้วยตะไคร้ (ซึ่งใช้ตะไคร้ทุบเพราะกลิ่นตะไคร้จะซึมเข้าไปในตัวกุ้ง) แล้วนำไปย่างจนเนื้อกุ้งสุกได้ที่กำลังดี พร้อมเสิร์ฟราดด้วยซอสพริกเขียวที่ผสมกับเครื่องสมุนไพรไทย (ตัวน้ำซอสคล้ายๆ น้ำจิ้มซีฟู้ด) ลิ้มรสชาติเนื้อกุ้งหวานได้รสชาติเครื่องแกงที่หมักถึงเนื้อใน หอมกลิ่นเครื่องแกงและผงกะหรี่อ่อนๆ ส่วนน้ำซอสที่ราดมาออก3 รสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด | |||||
ปิดท้ายมื้อด้วยเมนูปลาชื่อเก๋ไก๋ว่า ซีบาส บาร็อง (240 บาท) เป็นปลากะพงขาวแร่เอาก้างออกหมดแล้วมาทอดกรอบ แล้วราดด้วยเครื่องยำน้ำสมุนไพร เครื่องที่ราดมาคล้ายๆ กับเครื่องเมี่ยงคำ มีทั้งกุ้งแห้ง ขิง ตะไคร้ หัวหอม มะนาว พริก ตักชิ้นปลาพร้อมกับเครื่องยำเข้าปาก เคี้ยวแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติที่คล้ายๆ กับกินเมี่ยง แต่รสชาติออกเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดกว่า และเนื้อปลากะพงเคี้ยวกรุบกรอบ | |||||
สำหรับมิตรรักนักกินทั้งหลาย ถ้าหากกำลังมองหาร้านอาหารที่มีบรรยากาศสบายๆ ราวกับว่าได้มานั่งกินข้าวอยู่ในสวนที่บ้านของตัวเอง พร้อมกับมีเมนูอาหารรสเลิศให้ได้ลิ้มลองแล้วล่ะก็ ลองแวะมาที่ร้าน “คูพู คูพู บาร็อง” แห่งนี้กันดู แล้วจะรู้ว่าเวลาได้นั่งกินข้าวในบรรยากาศสวน (สไตล์บาหลี) สวยๆ อย่างนี้มันช่างสำราญใจเสียจริง |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)