ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

เพลินปากเพลินใจใน"ต้นไม้ สายน้ำ"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2548 16:48 น.
ต้นไม้ สายน้ำ บรรยากาศร้านชวนนั่งพร้อมทั้งมีห้องคาราโอเกะให้ร้อง
       การที่จะออกไปกินอาหารนอกบ้านสักมื้อ เหตุผลที่"ผู้จัดการตระเวนกิน" จะเลือกไปกินร้านอาหารไหนนั้น เรื่องของเมนูอาหารที่มีรสชาติถูกปาก ถูกใจ ถือว่าเป็นเหตุผลประการแรกที่เป็นตัวตัดสินใจให้เลือกร้านนั้นๆ
      
       
แต่บางครั้งนอกเหนือจากเรื่องของรสชาติอาหารแล้ว ก็ยังมีเหตุผลอื่นๆ ประกอบเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบรรยากาศร้าน การบริการที่ดี และก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ว่ามื้อนี้อยากจะกินอาหารประเภทไหน และร้านอาหารแบบไหนดี
      
       อย่างที่มื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกที่จะมาอิ่มหนำกับอาหารที่ร้าน "ต้นไม้ สายน้ำ" ตรง ถ. กาญจนาภิเษก เหตุที่เลือกมาที่ร้านนี้ ก็เพราะว่าที่นี่มีอาหารให้เลือกกินหลายอย่าง มีทั้งอาหารไทย อาหารจีน และซีฟู้ดนานาชนิด
สลัดผลไม้กุ้งกรอบ
       และอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ บรรยากาศของที่ร้านนี้ ช่างร่มรื่นไปด้วยธรรมชาติของต้นไม้ และสายน้ำ ได้บรรยากาศสบายๆ ชวนนั่ง ด้วยพื้นที่นั่งที่มีให้เลือกหลายโซน ไม่ว่าจะเป็นโซนที่นั่งด้านในร้าน มีทั้งส่วนที่เป็นห้องแอร์ และโต๊ะเก้าอี้นั่งสบายๆ ด้านนอก หรือโซนริมระเบียงนั่งรับลมเย็นๆ ฟังเพลงชิลล์ ชิลล์ จากวงดนตรีที่คอยขับกล่อมบทเพลงให้ฟัง แต่ถ้าใครชอบแบบกินไปร้อง(เพลง ไป ที่นี่ก็มีห้องคาราโอเกะจัดเป็นสัดส่วนถึง 18 ห้องไว้ให้บริการ
      
       มาถึงเรื่องของอาหารที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกสั่งมาลองลิ้มรสชาติ ก็มีอยู่หลายเมนู อย่างเมนูแรกเป็น สลัดผลไม้กุ้งกรอบ (160บาท) เป็นสลัดผลไม้ที่มีทั้งแคนตาลูป ฝรั่ง แอปเปิ้ล ใส่มาในกระทงที่ทำมาจากเผือกทอด และราดด้วยน้ำสลัดเข้มข้น โรยหน้าด้วยลูกเยลลี่เพิ่มสีสัน และมีกุ้งชุบแป้งทอดเสิร์ฟมาให้กินคู่กัน เวลากินก็ตักสลัดกินพร้อมกับกุ้ง เคี้ยวกรุบกรอบทั้งสลัดผลไม้และกุ้ง น้ำสลัดรสชาติกลางๆ อมเปรี้ยวนิดหน่อย
หอยเซลล์ผัดพริกไทยดำ
       จานถัดมาเป็น หอยเซลล์ผัดพริกไทยดำ (160บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมๆ ของพริกไทยดำเตะจมูก หอยเชลล์สดๆ ตัวโต คลุกแป้งนิดหน่อย ผัดกับเครื่องพริกไทยดำ ใส่พริกไทยอ่อน หอมหัวใหญ่ พริกหวาน พริกชี้ฟ้าแดง ต้นหอม น้ำมันหอย และใส่น้ำมันงาเพิ่มความหอมมาด้วย ชิมรสชาติโดนใจปากตรงที่หอยเชลล์เนื้อขาวหวานสด เคี้ยวเด้งนุ่มหนึบในปาก ออกรสชาติถึงรสถึงเครื่องพริกไทยดำเข้มข้นเผ็ดลิ้น
      
       ต่อด้วย ปลากะพงทอดราดน้ำปลา (250บาท) เป็น ปลากะพงขาวสดๆ แร่ผ่าครึ่งคลุกแป้งมันลงทอดจนกรอบ ราดด้วยน้ำปลาปรุงรสพิเศษ เสิร์ฟพร้อมกับยำมะม่วง แค่ตักชิ้นปลาส่งเข้าปากจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำปลา พอลิ้มรสชาติเนื้อปลาเคี้ยวกรุบกรอบชุ่มไปด้วยน้ำปลาที่ออกรสหอม หวานเค็มๆ ถ้าอยากได้รสเปรี้ยวแซบก็กินคู่กับยำมะม่วงที่เสิร์ฟมา
ปลากะพงทอดราดน้ำปลา
       ส่งท้ายด้วยเมนูซดน้ำร้อนๆ เอ็นหมูต้มแซ่บ (100-180บาท) เสิร์ฟมาเป็นหม้อไฟ เอ็นหมูหม้อนี้ ขอบอกว่ารสชาติคล้ายคลึงกับกินเกาเกลาเนื้อตุ๋นยังไงยังงั้น แต่ต่างกันตรงที่มีทีเด็ดอยู่ที่เอ็นหมูที่ต้มมานั้น เปื่อยนุ่มนิ่มได้ที่ ส่งเข้าปากแทบไม่ต้องเคี้ยว ไหลลื่นกลืนคล่องคอชะมัด ส่วนน้ำซุปซดตอนร้อนๆ ชุ่มชื่นโล่งคอรสแซบ เผ็ดร้อนดีแท้
      
       แต่ใช่ว่าจะมีแค่เมนูที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้ลองลิ้มเท่านี้ที่ถือว่าเด็ด เพราะว่ายังมีอีกหลายเมนูจานเด็ดที่ทางร้านต้นไม้ สายน้ำแนะนำว่าถ้าคราวหน้ามาแล้วต้องไม่อย่าพลาดสั่ง อาทิ กุ้งฟูผัดพริกขิงไข่เค็ม (99บาท) ยำตะไคร้ปลาสลิด (89บาท) กุ้งสะดุ้งไฟ (240บาท) ปลาช่อนชนไก่ (180บาท) ส้มตำปูไข่ดอง (200บาท) และยังมีเค้กโฮมเมด กับไอศกรีมให้ลิ้มลอง
เบียร์นำเข้าจากเยอรมันชวนดื่ม
       และถ้าใครเป็นนักดื่ม ที่นี่ก็มีเบียร์นำเข้าจากเยอรมัน ให้ลองสั่งมาลิ้มรสดู มี 2 ยี่ห้อด้วยกัน คือ Warsteiner เป็นเบียร์ขาว (เล็ก 80บาท) รสหนักแน่น นุ่มคอ อีกหนึ่งยี่ห้อ Erdinger (เล็ก 80 บาท ใหญ่ 120บาท) มีทั้งเบียร์ดำ รสนุ่ม และเบียร์ขาว รสผลไม้อ่อนนุ่มดื่มเพลิน ส่วนตอนนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ขอกลับไปจับไมค์ครวญเพลง และเต็มอิ่มกับอาหารที่สั่งมาเต็มโต๊ะต่อก่อนก็แล้วกัน

"บางหว้าขาหมู" เมนูเด็ดของคนไม่กลัวอ้วน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2548 12:47 น.

บรรยากาศภายในร้านบางหว้าขาหมูสาขาบางบอน ที่นั่งกว้างขวาง โปร่งโล่งสบาย
       ใครไม่กลัวอ้วน!! เชิญมาทางนี้
      
       มื้อนี้"ผู้จัดการตระเวนกิน" จะพาแฟนานุแฟนนักกินที่ไม่กลัวอ้วนไปเพิ่มน้ำหนักตัว ด้วยการพาไปตระเวนกินข้าวขาหมูอร่อยๆ ของร้าน"บางหว้าขาหมู"
       

       บางหว้าขาหมู ร้านนี้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของขาหมู ถึงขนานที่ว่าเคยได้รับรางวัลโหวตให้เป็นร้านดีเด่นจาก จส. 100 มาแล้วเมื่อปีพ.ศ. 2538 เรียกว่าลูกค้าที่ได้มาลิ้มลองขาหมูของร้านนี้แล้วต่างยกนิ้วให้ในรสชาติของ ขาหมูที่ถูกปากถูกใจ จึงทำให้ทุกวันนี้ได้ขยับขยายสาขาร้านออกมามีมากถึง 5 สาขาแล้วด้วยกัน
โต๊ะนั่งริมสระน้ำ นั่งสบายรับลมเย็นๆ
       ซึ่งหนึ่งในสาขาที่เราเลือกมาตระเวนกินในมื้อนี้ ก็คือบางหว้าขาหมูสาขาบางบอนที่ตั้งอยู่ตรงถนนเอกชัย มีคุณจินดา ปิติทศพล เป็นผู้ดูแลร้าน ตั้งแต่เข้าครัวปรุงอาหาร จนออกมาบริการลูกค้าด้วยตัวเอง
      
       ร้านบางหว้าขาหมูสาขาบางบอนนี้ มีบรรยากาศร้านที่ชวนนั่ง ด้วยพื้นที่ภายในร้านที่กว้างขวาง จัดเป็นโต๊ะไม้ให้นั่ง ดูโปร่งโล่งสบาย แถมมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังร้าน ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศให้เย็นกาย เย็นใจ นั่งกินข้าวรับลมเย็นๆ
      
       ท้องเริ่มร้องเรียกหาอาหารกันหรือยัง อย่าให้เสียเวลาสั่งเมนูจานเด็ดของที่นี่มากินกันเลยจะดีกว่า เมนูจานเด็ดขึ้นชื่อลือชาตามชื่อร้าน ก็ต้องเป็น ขาหมู (จานเล็ก 30 บาท จานใหญ่ 50 บาท) ขาหมูจานนี้มีทั้ง คากิ ข้อเอ็น ไส้หมู เนื้อล้วนๆ และหนัง แล้วก็ราดน้ำขาหมูมาให้ด้วย กินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดอย่าบอกใคร
      
       ขาหมูของที่นี่จะออกรสเค็มนำสักนิด เนื้อหมูนุ่ม หนังนิ่มนุ่มลิ้น ส่วนคากิ และข้อเอ็นเปื่อยกำลังดีเคี้ยวกรุบกรับ เพราะมีสูตรเด็ดตรงที่ทางร้านจะเลือกขาหมูซึ่งเน้นเฉพาะขาหน้าที่มีมันน้อย หน่อยมาทำความสะอาด แล้วต้มกับเครื่องปรุง สูตรเด็ดใส่กระเทียมลงไปต้มด้วยเพื่อเป็นการดับกลิ่นที่ติดมากับตัวหมู และต้มทิ้งไว้กว่า 4 ชม.ได้ขาหมูมีเนื้อเปื่อยนุ่มและน่ากิน อ้อ!! ส่วนถ้าใครจะสั่งเป็น ขาหมูราดข้าว ก็จานละ 25 บาทเท่านั้นเอง
ขาหมูจานใหญ่
       และนอกจากขาหมูที่เป็นเมนูเด่นชูโรงแล้ว ที่ร้านนี้ยังมีอาหารอื่นๆ ให้เลือกกินสำหรับผู้ที่กินขาหมูอย่างเดียวอาจจะยังไม่อิ่มพอ เหมือนอย่างที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองก็ขอสั่งเมนูอื่นๆ มากินแบบไม่ยั้งกระเพาะกันเลย
มะระตุ๋นซี่โครงหมู
       มะระตุ๋นซี่โครงหมู (20, 30 บาท) สั่งมากินแกล้มกับขาหมู เป็นน้ำซุปเสิร์ฟมาเป็นโถร้อนๆ มีชิ้นเนื้อมะระตุ๋นกับซี่โครงหมู ใส่เครื่องเทศยาจีนและเห็ดหอม ตุ๋นรวมกันนานกว่า 2 ชม. ซดน้ำซุปร้อนๆ ได้กลิ่นมะระและเครื่องยาจีนอ่อนๆ น้ำซุปไม่ขมมะระอย่างที่คิด และเนื้อมะระนิ่มเคี้ยวแล้วไม่ขม ส่วนซี่โครงหมูเปื่อยกำลังดี กินมะระตุ๋นโถนี้แล้วช่วยแก้ร้อนในได้อีกต่างหาก
      
       ต่อด้วย เกาเหลาเลือดหมู (20, 30 บาท) ใส่เครื่องในหมูมาสารพัดอย่าง มีทั้งเซี่ยงจี๊ ตับ ไส้ หัวใจ กระเพาะ หมูหมัก และเลือดหมู เกาเหลาชามนี้จะกินเปล่าๆ หรือกินกับข้าวสวยก็ได้ รสชาติดีตรงที่พวกเครื่องหมูไม่มีกลิ่นสาปคาว และรสชาติน้ำซุปเกาเหลาเผ็ดร้อนไปด้วยเครื่องเทศพริกไทย
      
       อีกหนึ่งเมนูเป็น ก๊วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ (25, 30 บาท) ที่มีทีเด็ดตรงที่ เป็นเย็นตาโฟที่ทางร้านปรุงรสชาติมาให้แล้ว แทบไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม เพราะด้วยตัวน้ำซอสเย็นตาโฟปรุงพิเศษ ใส่เต้าหู้ยี้ และน้ำพริกเผา ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ออกเผ็ดลิ้น
อาหารอีสานทั้งส้มตำ คอหมูย่าง น้ำตกหมู
       เท่านี้ไม่พอยังมีอาหารอีสานรสแซบให้เลือกสั่งมากินกันอีก อาทิ ส้มตำไทยใส่ปู (20 บาท) คอหมูย่าง (30 บาท) น้ำตกหมู (30 บาท) ลาบหมู (30 บาท) ตับหวาน (30 บาท) ข้าวเหนียว (5 บาท) ตบท้ายล้างปากด้วยไอศกรีมกะทิ (10, 15 บาท)
      
       เรียกว่ามื้อนี้กับการมาตระเวนกินที่ร้านบางหว้าขาหมูสาขาบางบอน แห่งนี้ ทำเอา "ผู้จัดการตระเวนกิน" แทบจะต้องกลิ้งออกมาจากร้าน เพราะเล่นกินจนอิ่มหนำตามใจปาก จนลืมอ้วนกันไปเลย

3 แบบ 3 รส กับ "ฟองดู" โรงแรมคลาสสิค เพลส

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤศจิกายน 2548 16:31 น.

ห้องเดอะเพลส คอฟฟี่ ช็อปฯ ช่วงมื้อเที่ยงจะมีบุฟเฟต์นานาชาติบริการ
       เอ่ยถึง "ฟองดู" (fondue) ขึ้นมา "ผู้จัดการตระเวนกิน" เชื่อว่านักกินส่วนใหญ่ต้องคิดว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสเป็นแน่ แต่คุณโฆษิต โชคไชย จากโรงแรมคลาสสิค เพลส ได้ให้ข้อมูลว่า ฟองดูดั้งเดิมนั้นเป็นอาหารสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งคำว่า fondue ที่แปลว่า "ละลาย"
       

       ชาวสวิสฯจะนิยมกินฟองดูกันในฤดูหนาว โดยนำเอาเศษชีสมาตั้งไฟหลอมละลายรวมกับไวน์ขาว แล้วเอาส้อมหรือเหล็กแหลมเสียบขนมปังลงไปจุ่ม อาบชีสจนทั่วแล้วเอาเข้าปาก กินร้อนๆ เพื่อให้พลังงานและแคลอรีที่สูงมากเอาการ
ห้องเดอะ เพลส คอฟฟี่ ช็อปฯ นั่งกินอาหารในบรรยากาศสบายๆ
       จนกระทั่งต่อมาเมื่อความนิยมฟองดูชีส ของชาวสวิสฯ ได้แพร่หลายเข้าไปในฝรั่งเศส แล้วชาวฝรั่งเศสก็ได้ประยุกต์การกินฟองดูชีสของชาวสวิสฯ มาเป็นฟองดูเนื้อ เรียกว่า Fondue bourguignonne เป็นการนำเอาเนื้อที่หั่นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมขนาดพอคำจิ้มจุ่มลงในหม้อน้ำมัน ร้อนๆ แล้วจิ้มกินกับซอสนานาชนิด ซึ่งจากจุดนี้เองก็ทำให้ฟองดู กลายเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงขึ้นมา
      
       เหตุที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" พล่ามมาเสียยาวอย่างนี้ไม่ใช่อะไร แค่อยากจะให้แฟนานุแฟนทั้งหลายรู้จักกับ ฟองดู กันสักหน่อย ก่อนที่เราจะพาไปกินฟองดูอร่อยๆ กันที่ โรงแรมคลาสสิค เพลส
       

ชีสฟองดู
       เพราะว่าที่ห้องเดอะเพลส คอฟฟี่ ช็อป แอนด์ ไฟน์ ไดน์นิ่ง ของโรงแรมฯ ได้จัดเมนู "คลาสสิค ฟองดู สเปเชี่ยล" ไว้บริการ ซึ่งมีฟองดูให้เลือกกินถึง 3 แบบ ทั้งแบบต้นตำรับของสวิสฯและแบบประยุกต์ของชาวฝรั่งเศส
      
       เอาเป็นว่ามาดูกันที่เมนูแรก ชีสฟองดู (Cheese Fondue) เป็นฟองดูแบบต้นตำรับของชาวสวิส คือ เป็นการนำเอาชีสนานาชนิดมาละลายอยู่ในหม้อร้อนๆ ซึ่งชีสนั้นเป็นชีสที่ใช้กับการกินฟองดูโดยเฉพาะ ซึ่งมีส่วนผสมของ เหล้า กระเทียม และไวน์ขาว และก็มีขนมปังเสิร์ฟมาให้กินคู่กัน เวลากินก็แค่เอาเหล็กแหลม ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการกิน จิ้มขนมปังแล้วก็จุ่มลงไปในหม้อชีสที่ละลายไว้แล้วแบบร้อนๆ จนทั่ว แล้วส่งเข้าปากทั้งคำแบบร้อนๆ อาจจะลวกปากนิดหน่อย แต่ขอบอกเลยว่ารสชาตินั้น ทั้งหอมกลิ่นชีสและไวน์อ่อนๆ ขนมปังนิ่มนุ่มละลายในปาก ผสานกับชีสร้อนๆ ที่รสชาติเข้มข้น เค็ม มันละมุนลิ้น และมีผักดองให้กินแก้เลี่ยน
เนื้อทอดฟองดู
       ฟองดูเมนูที่สองเป็น เนื้อทอดฟองดู แบบของฝรั่งเศส จัดเสิร์ฟมาแบบครบชุด คือ มีหม้อน้ำมันร้อนๆ และมีเนื้อหมู เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ การกินเนื้อทอดฟองดูก็คือ นำเหล็กแหลมจิ้มเนื้อที่ต้องการจะกิน แล้วนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ พอสุกได้ที่ ก็ส่งเข้าปากกินได้เลย หรือจะเพิ่มรสชาติก็มีน้ำซอส ถึง 4 แบบ ให้เลือกกินคู่กัน มีทั้ง ทาร์ทาร์ซอส เทาซันด์ ไอส์แลนด์ซอส ค็อกเทลซอส และน้ำจิ้มแจ่วแบบไทยๆ แถมยังมีสลัดผักเสิร์ฟมาให้กินแก้เลี่ยนอีกด้วย
      
       สุดท้ายเป็นเมนู ฟองดูน้ำซุป ที่ดูๆ แล้วก็เหมือนจิ้มจุ่มบ้านเรา คือ มีหม้อน้ำซุป และก็มีเนื้อที่แล่เป็นชิ้นบางๆ มีผักและบะหมี่เหลืองเสิร์ฟมา การกินฟองดูนี้ จะใช้เหล็กแหลมจิ้มเนื้อแล้วนำไปจุ่มในน้ำซุปที่ปรุงรสมาเป็นพิเศษใส่ สมุนไพรจีน และเห็ดหูหนูดำมาด้วย พอจุ่มเนื้อได้ที่ก็ส่งเข้าปากเคี้ยว เนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบ ซดน้ำซุปร้อนๆ รสกลมกล่อมคล่องคอ และถ้าอยากกินผักกับบะหมี่ก็นำลงไปจุ่มลวกได้ในน้ำซุป และถ้าอยากเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อก็มีน้ำจิ้ม 4 แบบเหมือนเนื้อทอดฟองดูให้จิ้มกินด้วยเหมือนกัน สำหรับเมนูนี้ถ้าใครไม่กินเนื้อจะเปลี่ยนเป็น หมู ไก่ หรือว่าซีฟู้ดก็ได้
ฟองดูน้ำซุป
       สนนราคาของฟองดู หนึ่งอย่างต่อหนึ่งท่าน ราคา 450 ++ บาท ถ้ามา 2 ท่าน 600 ++ บาท สำหรับ ใครที่ชื่นชอบการกิน ฟองดูหรือนักกินที่อยากจะลองลิ้มรสชาติของฟองดูว่าเป็นอย่างไร ก็แวะมาตระเวนกินกันได้ ที่โรงแรมคลาสสิค เพลส

“ข้าวมันไก่กวนอู” ชูรสเด็ด ไก่หนังกรอบเนื้อนุ่ม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2555 11:13 น.

บรรยากาศภายในร้านข้าวมันไก่กวนอู
       ปีใหม่ของคนจีนและคนไทยเชื่อสายจีน หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ตรุษจีน” ใกล้จะมาถึงในวันที่ 23 ม.ค. นี้แล้ว บรรดาคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนต่างจะต้องพากันไปไหว้เจ้าขอพรเพื่อเสริมสิริ มงคลกัน และเยาวราชบ้านเราก็มีศาลเจ้าจีนหลายที่ให้ได้เลือกไปไหว้เจ้าเพื่อความเป็น มงคลของชีวิตกันเป็นจำนวนมาก
      
       “ผ่านมาแวะกิน” ก็ไม่พลาดที่จะขอแวะเวียนไปไหว้เจ้าทำบุญที่เยาวราชกับเขาด้วย และทุกครั้งที่หลังจากไหว้เจ้าเสร็จก็ เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะต้องขอหาของกินอร่อยๆ ที่มีขายอยู่มากมายที่เยาวราชใส่กระเพาะให้อิ่มท้องกันด้วย
ข้าวมันไก่รสเด็ด
       โดยในมื้อนี้เราขอมาอิ่มอร่อยกับข้าวมันไก่เจ้าเด็ดกันที่ร้าน “ข้าวมันไก่กวนอู” เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดขายมานานกว่า 35 ปีแล้ว มาถึงร้านก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง สั่งเมนู ข้าวมันไก่ (ไก่สับจานละ 30-80 บาท ข้าวมันไก่ธรรมดาจานละ 30 บาท พิเศษ 40 บาท ) มากินทันที ข้าวมันไก่ของที่นี่เป็นสูตรสิงคโปร์แต่ทางร้านนำมาปรับสูตรและปรุงรสชาติ ใหม่ให้ถูกปากนักกินคนไทย ทางร้านเลือกใช้ไก่ลายคัดแต่ตัวเมียน้ำหนักประมาณ 3-4 กก. นำมาล้างทำความสะอาดอย่างดี แล้วนำมาต้มกับน้ำเปล่าใส่เกลือและขิง ต้มตามสูตรเด็ดเฉพาะของทางร้าน จนได้ไก่ที่สุกได้ที่ สับไก่เป็นชิ้นๆ เสิร์ฟมาชิมแล้วเนื้อไก่นุ่มฉ่ำ เนื้อไม่ยุ่ยเละ ส่วนหนังบางกรอบแห้งกำลังดี และยังมีเครื่องในไก่อย่าง กึ๋น ตับ และไข่ให้เลือกกินด้วย
      
       ส่วนข้าวมันทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิเก่าคัดพิเศษมาหุงกับน้ำต้ม ไก่ ได้ข้าวมันเป็นเม็ดเคี้ยวนุ่มปาก ไม่แฉะและไม่อมน้ำมันมาก และน้ำจิ้มมีส่วนผสมของเต้าเจี้ยว กระเทียม พริกและขิง ออกเผ็ดลิ้นถูกปากดี แถมมีน้ำจิ้มซีอิ้วแดงหอมหวานให้กินคู่กับไก่ด้วย พร้อมกับมีน้ำซุปร้อนๆ ต้มจากกระดูกไก่ให้ได้ซดคล่องคอ
ข้าวผัดปู
       และนอกจากข้าวมันไก่ที่ร้านยังมีอาหารตามสั่งหลายเมนูที่ชวนกิน ไม่ว่าจะเป็น ข้าวผัดปู (50 บาท) เป็นข้าวผัดปูสไตล์จีน ใช้ข้าวหอมมะลิผัดกับเนื้อปูสดส่วนเฉพาะก้ามปู เนื้อแน่นๆ ก้อนโตๆ ผัดใส่ไข่ด้วย ชิมข้าวผัดข้าวอร่อยถูกปาก ข้าวเป็นเม็ดร่วนไม่แฉะ เนื้อปูเต็มปากเต็มคำ
ข้าวหมูกรอบกระเพรา+ไข่ดาว
       ข้าวหมูกรอบกระเพรา+ไข่ดาว (40 บาท) อาจจะดูธรรมดา แต่ว่ามีความพิเศษอยู่ที่หมูกรอบชิ้นหนาซึ่งทางร้านทำหมูกรอบเอง นำมาผัดกับกระเพราครบเครื่อง ราดมาบนข้าวหอมมะลิ กินแล้วหมูกรอบเคี้ยวกรอบกรุบเนื้อนุ่มรสชาติเข้มข้นถึงเครื่องกระเพรา และใส่ไข่ดาวมาด้วย
ปลากะพงผัดขึ้นฉ่ายราดข้าว
       ปลากะพงผัดขึ้นฉ่ายราดข้าว (50 บาท) เมนูนี้ทางร้านนำเนื้อปลากะพงขาวชิ้นหนาใหญ่มาคลุกแป้ง ผัดกับขึ้นฉ่ายและขิง ลองลิ้มเนื้อปลาเนื้อนิ่มหวาน ไม่คาวเลย ได้รสชาติขึ้นฉ่ายและขิงหอมๆ และยังมีเมนูอื่นๆ ที่สั่งเป็นกับข้าว (50 บาท) ได้อีก อาทิ ต้มยำทะเล บล็อกโคลี่กุ้ง คะน้าหมูกรอบ ฯลฯ
       หากใครได้แวะเวียนมาที่เยาวราช แล้วหิวๆ ก็ลองแวะมาเติมข้าวอิ่มกับข้ามันไก่รสดี และเมนูตามสั่งชวนกินกันได้ที่ร้าน “ข้าวมันไก่กวนอู”
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ข้าวมันไก่กวนอู” ตั้ง อยู่ที่ 57 ตรอกชัยภูมิ ถ.ทรงวาด แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กทม. การเดินทางจากถ.เยาวราชให้ตรงมาที่ตลาดเก่า เดินเข้ามาในตลาดจนเจอศาลเจ้ากวนอู จากศาลเจ้ากวนอูให้เดินตรงไป เจอแยกแล้วเลี้ยวซ้าย และเดินตรงไปจะเห็นป้ายร้านข้าวมันไก่กวนอู ให้เลี้ยวขวาซอยแรก ตรงเข้ามาในซอยก็จะเจอร้านข้าวมันไก่กวนอู มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดจันทร์-เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา 06.00-15.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 0-2221-5012, 08-1855-9354