ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"สวรส" รสเลิศ ราคาเยา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2548 15:31 น.

บรรยากาศด้านในร้านสวรสโปร่งโล่ง มีเก้าอี้ไม้นั่งสบาย
       ไม่รู้ว่าแฟนานุแฟนช่างกินทั้งหลายจะเป็นเหมือน"ผู้จัดการตระเวนกิน"หรือ เปล่า?? ที่เวลามีใครมาแนะนำให้เรารู้จักกับร้านอาหารรสอร่อย บรรยากาศดี มีราคาก็สมเหตุสมผล พอรู้ปุ๊บเป็นต้องรีบหาโอกาสออกไปตระเวนกินทันที
"สวรส"ร้านนี้มีหลากหลายเมนูชวนกิน
       สำหรับร้าน"สวรส" ที่ไปตระเวนกินในมื้อนี้ก็เช่นกัน เราได้มาจากผู้ใหญ่ที่นับถือแนะนำมา ซึ่งเมื่อไปลองลิ้มชิมรสแล้ว บอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่าคุ้มราคานัก โดยร้านสวรส เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ตกแต่งคล้ายรีสอร์ททางเหนือ เน้นความโล่งโปร่งสบาย ชั้นล่างมีโต๊ะเก้าอี้ไม้ถูกจัดเป็นสัดส่วน ดูโล่งโปร่งสบาย ชั้นบนบริเวณด้านหน้ามีระเบียงเปิดกว้างรับลมเย็นๆ ส่วนด้านในมีโต๊ะนั่งมุมสบายและมีห้องจัดเลี้ยง2 ห้อง(สามารถร้องคาราโอเกะได้) ในขณะที่ด้านหลังมีโต๊ะไม้จัดเป็นแนวยาวมองเห็นวิวทุ่งหญ้าหลังร้าน
      
       เรียกว่าบรรยากาศของร้านนี้ช่างเป็นใจต่อการนั่งลิ้มรสอาหารดีแท้ และเพื่อไม่ให้กระเพาะร่ำร้องไปมากกว่านี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ขอประเดิมเมนูแรกด้วย กระเพาะปลาผัดแห้ง (90 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมชวนกิน เมนูนี้แม้หน้าตาจะดูธรรมดาๆ แต่ว่าพอได้ลองลิ้มรสชาติแล้วช่างไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะกระเพาะปลานั้นเป็นเนื้อกระเพาะปลาแท้ๆ ทางร้านนำมาผัดกับถั่วงอก เห็ดหอม แครอท และเนื้อปู ก่อนปรุงรสผัดจนกระเพาะปลาแห้งไม่มัน เมื่อเคี้ยวแล้วให้รสกลมกล่อมนุ่มลิ้น
กุ้งผัดพริกไทยดำ
       กุ้งผัดพริกไทยดำ (150 บาท) เมนูที่คนชอบกินกุ้งไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะทางร้านนำกุ้งแม่น้ำตัวโต มาผัดกับเครื่องพริกไทยดำที่ปรุงเอง ใส่หอมใหญ่ พริกยักษ์ทั้งแดง เขียว เหลือง เมนูนี้โดดเด่นตรงที่เครื่องพริกไทยดำผัดซึมลึกเข้าถึงเนื้อกุ้ง ส่งให้กุ้งที่เนื้อหวานอยู่แล้วได้รสชาติเผ็ดร้อนเข้มข้นของพริกไทยดำ
ปลากะพงทอดตะไคร้
       ปลากะพงทอดตะไคร้ (180 บาท) อีกหนึ่งอาหารไทยจานเด็ด ที่กินดีมีสมุนไพรหลายอย่างทั้งตะไคร้ พริกแห้ง กระเทียม ใบมะกรูด หอมแดง พริกไทยอ่อน ทุกอย่างชุปแป้งทอดกรอบ แล้วนำมาโรยหน้าบนปลากะพงที่แร่เอาแต่เนื้อทอดจนกรอบ เมนูนี้กินแล้วกรุบกรอบทั้งเนื้อปลาและเครื่องสมุนไพร แถมมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสออกเปรี้ยว เผ็ดจี๊ดจ๊าดให้จิ้มกินกับเนื้อปลา
ปูม้าผัดผงกะหรี่
       จากกุ้ง ปลา ไปต่อกันที่ เมนูปูอย่างปูม้าผัดผงกะหรี่ ( 150 บาท) ที่ชวนกินด้วย ปูสดๆนำมาผัดกับเครื่องผงกะหรี่ที่ทางร้านเน้นใส่เป็นพิเศษชนิดที่ว่าเข้ม ข้นถึงเครื่อง แถมใส่นม ใส่ไข่ เพิ่มความมัน ใส่น้ำพริกเผาเพิ่มความเผ็ด ทำให้รสชาติปูจานนี้จัดจ้านไปด้วยเครื่องผงกะหรี่ และหอมหวานมัน ลูกลิ้นถูกปากกันไป
ต้มแซบกระดูกหมู
       มาถึงเมนูสุดท้าย ที่"ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกปิดมื้อ เป็น ต้มแซบกระดูกหมู (80 บาท) เมนูสุดแซบ ที่เสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ เป็นต้มแซบกระดูกหมูที่น้ำซุปแซบถึงใจจริงๆ ทั้งเปรี้ยว เผ็ด แซบลิ้นซดน้ำแล้วชุ่มคอ ส่วนกระดูกไม่ถึงกับเปื่อยมาก แต่เนื้อหมูนุ่ม มีกระดูกอ่อนให้เคี้ยวกรุบบกรับ
      
       สำหรับเมนูที่เรากินมานี้ ถือเป็นเมนูเด็ดของทางร้าน ที่หากมาแล้วไม่ควรพลาดการลองลิ้มชิมรสด้วยประการทั้งปวง ส่วนใครที่ยังไม่อิ่ม หรืออยากจะลองเมนูอื่น ทางร้านสวรสก็มี อาหารชวนกินอย่าง ซี่โครงหมูอบสวรส (80 บาท) ห่อหมกทะเลทอด (80 บาท) ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย (150 บาท) ปลาหมึกผัดไข่เค็ม (80 บาท) ผัดจับฉ่ายสวรส (70 บาท) และอีกสารพัดเมนู รวมถึงมีของหวานเป็นไฮศกรีมโฮมเมดรสชาติดีราคาถ้วยละ (25 บาท)
      
       นอกจากนี้ยังมีเมนูช่วงมื้อกลางวัน (12.00-15.00 น.)ที่ทางร้านจัดรายการอาหารราคาพิเศษเพียง 29 บาท มีทั้งเมนูข้าวจานด่วน ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ยำ สปาเก็ตตี้ สำหรับเมนูที่น่าสนใจก็มี ข้าวซี่โครงหมูอบสวรส ก๋วยเตี๋ยวปลาสดต้มยำน้ำข้น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมู(วัดไร่ขิง) ส้มตำไข่เค็ม สปาเก็ตตี้หอยลาย ฯลฯ เอาเป็นว่าหากใครหิวขึ้นมา ร้าน "สวรส" นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

“ไดโกกุ ราเมน” เด่นที่เส้น เด็ดที่น้ำซุป

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 ตุลาคม 2548 13:07 น.

บรรยากาศร้าน “ไดโกกุ ราเมน” นั่งสบาย มองเห็นครัวเปิด
       “ราเมน” ชื่อนี้เอ่ยขึ้นมาแล้ว บรรดานักกินคงจะคุ้นหูและคุ้นลิ้นกันบ้าง เพราะว่า “ราเมน” นั้นจัดว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูบะหมี่ (ญี่ปุ่น) ที่คนไทยให้ความนิยมชมชื่นกินกันไม่น้อยเลยทีเดียว และในมื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็ขอเอาใจคนชอบเส้น (บะหมี่) ด้วยการพาไปกินราเมนอร่อยๆ ที่ร้าน “ไดโกกุ ราเมน” ตรง รร. เดอะ ทวินทาวเวอร์ ที่เปิดขายมานานแล้วกว่า 5 ปี
บะหมี่เย็น
       “ไดโกกุ ราเมน” มีชื่อเสียงในเรื่องของราเมนเป็นอย่างมาก เพราะว่าที่ร้านนี้ขายราเมนเป็นหลัก มีราเมนสารพัดอย่าง ให้เลือกกิน และเป็นราเมนสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่มีความพิเศษตรงที่ ทางร้านมีพ่อครัวชาวญี่ปุ่นมาปรุงราเมนด้วยตัวเอง และทำเส้นบะหมี่ราเมนเองแบบสดๆ ตามแบบฉบับสูตรญี่ปุ่น ซึ่งวัตถุดิบและเครื่องปรุงส่วนใหญ่ก็สั่งตรงมาจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ เพราะว่าการทำราเมนให้อร่อยนั้น ความสำคัญอยู่ที่เส้นบะหมี่ และน้ำซุป
      
       ซึ่ง “ไดโกกุ ราเมน” ร้านนี้ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลองมาลองลิ้มชิมรสชาติแล้ว ต้องขอบอกเลยว่าได้อย่างใจ ทั้งเส้นบะหมี่และน้ำซุปที่ปรุงออกมาเป็นราเมน 1 ชามนั้นรสชาติโดนปาก โดนใจจริงๆ เอาล่ะไม่ขอพล่ามยั่วให้น้ำลายหกกันแล้ว ตามมาดูดีกว่าว่าราเมนของที่นี่ที่ว่าเด็ดนั้นมีอะไรบ้าง
      
       ก่อนที่จะกินราเมนมาเรียกน้ำย่อยให้ตื่นตัวกันก่อนด้วย เกี๊ยวซ่า (100 บาท) ทอดมาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมชวนกิน เกี๊ยวซ่าของที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนๆ เพราะแผ่นเกี๊ยวทำเองสดใหม่ แผ่นเกี๊ยวบางห่อกับไส้ที่มีหมูและผักกุ๊ยฉ่าย ทอดพอเหลืองสุกไม่ถึงกับเกรียมกรอบ ลิ้มรสชาติแผ่นเกี๊ยวบางนุ่มเข้ากับเนื้อหมูรสละมุนลิ้น และจิ้มกินกับซอสเต้าเจี้ยวสูตรเด็ดที่ร้านไหนก็ไม่มี เป็นซอสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นผสมกับน้ำมันงา รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดปะแล่มถูกลิ้นคนไทยดี
ราเมนหมูตุ๋น
       หลังจากน้ำย่อยตื่นตัวแล้ว ก็เริ่มบรรเลงการกินแบบเต็มที่กับชามแรกเป็น บะหมี่เย็น (120 บาท) ที่เรียกว่าบะหมี่เย็นนั้นก็คือ บะหมี่เส้นสดที่ผ่านการลวกจนสุกแล้วนำไปสะเด็ดน้ำและช็อกบะหมี่ด้วยน้ำแข็ง ทำให้เนื้อเส้นบะหมี่ใสเด้งดูน่ากินมากๆ การกินบะหมี่เย็น จะมีน้ำซอสที่ปรุงมาเป็นพิเศษ มีปูอัด ต้มหอมซอย และวาซาบิ มาให้ การกินก็ง่ายมาก นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในน้ำซอสคนให้เข้ากัน แล้วก็คีบเส้นบะหมี่จุ่มลงไปในน้ำซอสจุ่มให้ชุ่ม แล้วก็คีบเส้นบะหมี่เข้าปาก จะสัมผัสได้ถึงความหอมของน้ำซอสและรสชาติที่ออกเค็มๆ หวานๆ ส่วนเส้นบะหมี่ไม่ต้องพูดถึง เส้นนั้นเหนียวนุ่ม เคี้ยวเด้งอยู่ในปาก อ้อ!! แล้วก็ออกเผ็ดขึ้นจมูกนิดๆ จากวาซาบิที่ใส่มา
โอโรจอง ราเมน
       ชามที่สองเป็น ราเมนหมูตุ๋น (160 บาท) ชามโตที่ส่งกลิ่นหอมๆ ของน้ำซุปมาแต่ไกล เป็นราเมนน้ำใส ที่ใส่เครื่องมาด้วยหมูตุ๋นชิ้นหนา หน่อไม้ ไข่ และสาหร่ายญี่ปุ่น ความโดดเด่นของราเมนชามนี้ อยู่ตรงน้ำซุปที่ผ่านการปรุงด้วยสูตรพิเศษรสชาติออกหวานนุ่มกลมกล่อม และหมูตุ๋นที่เป็นเนื้อหมู 3 ชั้น ที่เคี้ยวแล้วเนื้อนิ่มนุ่มลื่นปาก ส่วนเส้นบะหมี่ก็หอม เส้นเล็ก เคี้ยวนุ่มเหนียวดี
ข้าวหมูทอดแกงกะหรี่
       ปิดท้ายด้วย โอโรจอง ราเมน (160 บาท) สีสันแดงจัดจ้าน เป็นราเมนที่ปรุงน้ำซุปด้วยเครื่องเทศพิเศษจากญี่ปุ่น และเครื่องที่ใส่มามีสาหร่าย หน่อไม้ หมู พริกยักษ์แดง เขียว ที่ผัดจนเข้ากัน รสชาติราเมนชามนี้ถูกปากคนชอบกินรสจัด เข้มข้นกลมกล่อม ซดน้ำซุปร้อนๆรสออกเผ็ดลิ้น
      
       นี่คือราเมนชามเด็ด ที่เราได้ลิ้มลอง แต่ว่าถ้าดูจากเมนูแล้วยังมีอีกหลายรายการที่น่ากินอีกเพียบ อาทิ มิโซะ ราเมน (150 บาท) ทงโคทซึ ราเมน (170 บาท) ซาบะ มิโซะ (120 บาท) ยากิโซบะ (150 บาท) เต้าหู้เย็น (50 บาท) ข้าวหมูทอดแกงกะหรี่ (150 บาท)และเมนูอื่นอีกมากมาย
      
       ถ้านักกินท่านใดชื่นชอบราเมน หรืออยากจะลองกินราเมน แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เด็ดทั้งเส้นบะหมี่และน้ำซุปแล้วล่ะก็ ร้าน “ไดโกกุ ราเมน” นับว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมาลองลิ้มรสชาติด้วยตัวเองไม่น้อยเลย

"เรทโทร"ร้านน่านั่ง ใจกลางเมืองกรุง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ตุลาคม 2548 15:45 น.

บรรยากาศด้านในร้าน "เรทโทร" เต็มไปด้วยสีสันที่ชวนนั่ง
       ถ้ามีใครมาถามว่า จะหาร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ น่านั่ง และการเดินทางสะดวกสบาย ในเมืองกรุงอย่างนี้จะมีบ้างไหม ??
      
       คุณจะนึกออกและตอบได้ไหม?? ถ้านึกไม่ออกไม่เป็นไร เรื่องนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ช่วยได้ เป็นเรื่องถนัดอยู่แล้วกับการสรรหาร้านกิน อย่างกับร้านที่แนะนำในมื้อนี้ มีชื่อว่า "เรทโทร ไลฟ์ คาเฟ่" เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ การเดินทางแสนจะสะดวกสบาย แค่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แล้วเดินมายังด้านริมทะเลสาบก็จะเห็นร้านตั้งอยู่ด้านหลังทะเลสาบอันกว้าง ใหญ่
โต๊ะนั่งบริเวณเทอเรซมองเห็นวิวทะเลสาบที่สวยงาม
       ทันทีที่เดินเข้าไปในร้านจะสัมผัสได้กับบรรยากาศร้านด้านในที่โอ่โถง กว้างขวาง โต๊ะเก้าอี้ถูกตกแต่งโทนสีขาว-แดง ดูแล้วสบายตาชวนนั่ง และมีพื้นที่นั่งให้เลือกนั่งตามความชอบ มีโซนเคาเตอร์บาร์ขนาดใหญ่ที่ให้บริการเครื่องดื่มแบบฟลูบาร์ และโซนด้านหลังที่ดูเงียบสงบนั่งสบาย
ยำเห็ดโคนญี่ปุ่น
       ส่วนถ้าใครชอบฟังดนตรีแนะนำว่าให้นั่งโซนด้านหน้าที่ติดกับเวที เพราะที่นี่จะมีศิลปินมาเล่นดนตรีขับกล่อมบทเพลงเพราะๆ ให้ฟังทุกวัน ตั้งแต่ 19.00-22.00 น. และก็มีดีเจคอยเปิดแผ่นเพลงให้ฟังเคล้าไปกับการกินอาหาร ตั้งแต่ 18.00-23.00 น.
      
       ทว่าหากใครอยากนั่งกินแบบผ่อนคลายพร้อมกับการชมวิวทะเลสาบสวยๆ แล้วล่ะก็ ต้องเลือกนั่งส่วนด้านนอกที่เป็นเทอเรสจะได้สัมผัสกับลมธรรมชาติเย็นๆ และเห็นวิวทะเสสาบอยู่เบื้องหน้า
      
       ที่ว่ามานี้คือส่วนของบรรยากาศที่ชวนนั่งเอามากๆ ซึ่งในส่วนของอาหารของที่นี่ก็ชวนกินไม่น้อยเหมือนกัน อาหารของที่นี่เป็นสไตล์ฟิวชั่นและแบบร่วมสมัยนิยม มีมากมายกว่า 100 รายการให้เลือกสั่ง
      
       อย่างที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" สั่งมาลองลิ้มเป็นอย่างแรกก็คือ ยำเห็ดโคนญี่ปุ่น (100 บาท) เป็นเห็ดโคนญี่ปุ่นนำมายำแบบไทยๆ ใส่กุ้งและหมูสับ และโรยหน้าด้วยไข่กุ้งสีส้มดูน่ากิน ยำจานนี้รสกลมกล่อมกำลังดี ไม่เผ็ดจัด เห็ดโคนเคี้ยวกรุบไม่เหนียว
ปลาแซลมอนย่างราดซอสสมุนไพร
       เมนูต่อมาเป็น ปลาแซลมอนย่างราดซอสสมุนไพร (220 บาท) แซลมอนชิ้นโตสีส้มสดย่างร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมของซอสสมุนไพร ลิ้มรสชาติเนื้อปลาแซลมอนออกเค็มนิดๆ ผสานกับรสชาติของน้ำซอสสมุนไพรที่ราดหน้ามาได้อย่างลงตัว
ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ
       ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ (280 บาท) เป็นขาหมูที่นำไปต้มก่อนแล้วถึงจะนำมาทอดจนหนังกรอบเนื้อในสุกอีกครั้งหนึ่ง เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้ม 3 แบบ มีมายองเนส ซอสมะเขือเทศ และน้ำจิ้มแจ่ว ชิมชิ้นขาหมูหนังกรอบเคี้ยวกรุบ ส่วนเนื้อเคี้ยวนุ่มหนึบปาก
      
       ส่งท้ายด้วย ต้มยำเห็ดโคนญี่ปุ่น (100 บาท) เป็นต้มยำเห็ดโคนน้ำใส เสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ รสชาตินั้นแซบโดนใจ เห็ดโคนเคี้ยวกรอบ น้ำต้มยำออกรสเปรี้ยว เผ็ด เวลาซดน้ำร้อนๆ ชุ่มชื่นโล่งคอ
      
       นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสั่งอีก อาทิ ยำสาหร่ายทะเลกุ้งสดคะน้ากรอบ (110 บาท) ปลาแซลมอนทอดสามรส (150 บาท) ตะกร้าอีสาน (150 บาท) อาหารทะเลรวมย่างเสิร์ฟกับผักต้ม (160 บาท) แซลมอนแช่น้ำปลา (130 บาท) ไส้กรอกเยอรมันรวมย่าง (240 บาท) และก็มีบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน (11.00-14.00 น.) ราคาคนละ 250 บาท++
      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" ว่าการลองหาเวลามาหาความสำราญ ที่ "เรทโทร ไลฟ์ คาเฟ่" แห่งนี้ มาอิ่มหนำกับอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศอันผ่อนคลาย แถมไม่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง ดูจะเข้าทางกับชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี
      
       
*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
       

       "เรทโทร ไลฟ์ คาเฟ่"  ตั้งอยู่ที่ ริมทะเลสาบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถ.รัชดาภิเษก – ตัดใหม่ คลองเตย กทม.  การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน มาขึ้นที่สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แล้วเดินมาทางด้านทะเลสาบร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับทะเลสาบ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน
ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10.30 – 24.00 น. โทร. 0-2229-3398-9

สุขกายสบายท้อง ที่ "สุขโขสโมสร"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2548 14:17 น.

บรรยากาศร้าน "สุขโขสโมสร" อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ที่บ้านสังสรรค์กับเพื่อนฝูง
       ว่าไหม? ว่า "ความสุข" ของแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน บางคนมีความสุขกับการทำงาน บางคนมีความสุขกับการเดินทางท่องเที่ยว บางคนมีความสุขเมื่อได้อยู่กับคนรัก เรียกว่าแต่ละคนก็มีความสุขในแบบฉบับของของตัวเอง
มุมโต๊ะพูลอีกหนึ่งความสนุกสนานที่มีให้เล่น
       ส่วนคนชอบกินอย่าง "ผู้จัดการตระเวนกิน" คงจะไม่มีความสุขไหนเท่ากับสุขที่ได้กิน อย่างมื้อนี้ที่แสนจะสุขกาย สุขใจ เมื่อได้มาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่ร้าน "สุขโขสโมสร"
       

       "สุขโขสโมสร" เป็นร้านอาหารสไตล์ผับและเรสเตอรองต์ ที่เกิดจากการร่วมหุ้นของเพื่อนพ้องคนทำงานวงการโฆษณาและภาพยนตร์เปิดขึ้น ซึ่งบรรยากาศของร้านนี้ บอกเลยว่าโดนใจชวนนั่ง ได้อารมณ์เหมือนนั่งกินข้าว เฮฮากับเพื่อนๆ อยู่ที่บ้าน เพราะด้วยตัวร้านที่เป็นบ้านไม้สีขาว 2 ชั้น ถูกตกแต่งสไตล์ย้อนยุค เฟอร์นิเจอร์โต๊ะเก้าอี้มีให้เลือกแบบไม่ซ้ำกัน แล้วแต่ความชอบ ตัวบ้านชั้นล่างเป็นห้องแอร์ ส่วนชั้นบนมีมุมโซฟาแบบส่วนตัวให้เลือกนั่ง
      
       ส่วนถ้าใครชอบสัมผัสธรรมชาติรับลมเย็นๆ ต้องด้านหน้าบ้านเป็นเทอเรซ มีโต๊ะนั่งมุมติดริมสระน้ำเล็กๆ ชวนนั่ง แถมมีลานสนามหญ้าขนาดย่อมๆ ที่มีโต๊ะเก้าอี้มุมสบาย ให้เลือกนั่งผ่อนคลายรับสายลม อ้อ! ยังมีมุมผ่อนคลายอีกมุม คือมีโต๊ะพูลให้ได้เล่นสนุกกัน
      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกที่จะนั่งสังสรรค์กับเพื่อนตรงโต๊ะด้านนอกบ้านติดกับสระน้ำ แบบว่าได้อารมณ์เย็นๆ กินไป เม้าท์ไป และได้ยินเสียงดนตรีดังกำลังดี ซึ่งที่นี่จะเปิดเพลงจากแผ่นให้ฟัง และมีศิลปินมาเล่นดนตรีให้ฟังกันสดๆ ทุกวัน เวลา 21.30-23.00 น.
มาม่าลาบหมู
       หลังจากได้ที่นั่งที่เหมาะเจาะ เราก็ขอเมนูมาเปิดสั่งอาหารเพื่อกินเคล้าไปกับเสียงเพลงกันทันที เมนูอาหารที่นี่เน้นอาหารแบบไทยกินง่ายๆ มีทั้งเมนูจานด่วน กับข้าวจานเดียว และกับแกล้มอีกมากมาย
      
       อย่างที่เราเลือกสั่งมากิน เรียกน้ำย่อยให้ตื่นตัวกันก่อนด้วย มาม่าลาบหมู (70บาท) เป็นลาบหมูรสเด็ดที่ปรุงมาแบบครบเครื่องลาบ เผ็ดจัดจ้านถึงใจ และมีเส้นมาม่าลวกเสิร์ฟมาด้วยเหมือนเป็นเครื่องเคียงกินแนมเข้ากันดี
ไก่รถไฟ
       จากนั้นเดินเครื่องเต็มกำลังต่อที่ ไก่รถไฟ (60 บาท) ชื่อเก๋ไก๋เพราะหน้าตาเหมือนไก่ย่างที่เสิร์ฟขายบนรถไฟ ที่กินแล้วไม่ต้องกลัวไข้หวัดนก เพราะทางร้านเลือกเนื้อไก่ที่สดสะอาดปลอดภัยนำมาตีให้แบนๆ แล้วหมักกับเครื่องเทศจนได้ที่ นำมาย่างบนเตาถ่านจนเนื้อไก่สุกเต็มที่ออกแห้งๆ เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ขาวลวก และน้ำจิ้มแจ่ว ลิ้มรสชาติไก่เนื้อแห้งนุ่มกำลังดี จิ้มกินกับน้ำจิ้มแจ่วรสเปรี้ยว เผ็ดลิ้น และแกล้มด้วยเส้นหมี่นุ่มๆ
      
       หมึกยัดไส้หมูมะนาว (90 บาท) เมนูนี้กินกับข้าวก็ดี เป็นกับแกล้มก็เข้าท่า เป็นปลาหมึกที่ยัดไส้ด้วยหมูสับหมักนึ่งจนสุก แล้วราดด้วยน้ำยำแบบซีฟู้ด ลิ้มรสชาติปลาหมึกเคี้ยวหนึบ หมูสับรสกลมกล่อมลิ้น แต่ทีเด็ดอยู่ตรงที่น้ำยำรสเปรี้ยวแซบจี๊ดจ๊าด
หมึกยัดไส้หมูมะนาว
       ตบท้ายด้วยเมนูซดน้ำร้อนๆ ต้มแซบเอ็นเนื้อตุ๋น (80 บาท) ที่ใช้เนื้อตรงส่วนเอ็นซี่โครงนำมาตุ๋นเป็นวันๆ จนได้เนื้อที่เปื่อยนุ่ม เอ็นนิ่มเคี้ยวกรุบ ส่วนน้ำซุปซดตอนร้อนๆ หอมหวาน เปรี้ยว แซบเผ็ดร้อน โล่งคอดีแท้
      
       แต่ว่าพอหันไปเห็นโต๊ะข้างๆ สั่งเมนูอย่างอื่นมาก็น่ากินไม่ใช่น้อยอาทิ ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง (80 บาท) หมูแดดเดียว/ เนื้อแดดเดียว (80 บาท) ข้าวผัดสุโข (60 บาท) เนื้ออบสุโข (80 บาท) ปลาช่อนลุยสวน (160 บาท)
      
       ค่ำคืนมื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" รู้สึกอิ่มเอมกายใจเสียจริง ที่ได้มาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่ร้าน "สุขโขสโมสร" เพราะว่าที่นี่มีอาหารให้เลือกกิน มีความสุขให้เลือกเสพ บอกได้คำเดียวว่ามันช่างสุขีจริงๆ เลย