ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

กินข้าวใต้ร่มไม้ ที่ร้าน “มอร์น 2”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2548 14:38 น.

บรรยากาศในร้าน “มอร์น 2” แวดล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่นเย็นสบาย
       หากใครที่กำลังมองหาร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ ที่รอบๆกายแวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ร้านอาหาร “มอร์น 2” (MORN 2) นับเป็นร้านหนึ่งที่มีบรรยากาศร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ ผสานไปกับอาหารรสดีที่น่าไปตระเวนกินไม่น้อย
หมึกไข่ผัดพริกไทยดำ
       ร้าน “มอร์น 2” ตั้งอยู่ที่ถนนสุขาภิบาล 3 ทางไปมีนบุรี เน้นขายอาหารไทยทั่วไป ไม่เน้นเมนูแปลกหวือหวา แต่รสชาติอาหารของร้านนี้ไม่ธรรมดาทีเดียว เรียกว่าเข้ากันดีกับบรรยากาศร้านที่เป็นธรรมชาติที่ร่มรื่นด้วนแมกไม้และ สระน้ำ ซึ่งร้านนี้มีมุมหลายมุมให้เลือกนั่งกันแล้วแต่ความชอบ ไม่ว่าจะเป็นภายในร้าน นอกชาน ริมสระน้ำ ใต้ต้นไม้ใหญ่ เรียกได้ว่าแต่ละมุมไม่ซ้ำแบบกันเลย
      
       สำหรับเรื่องของอาหาร ที่ร้านนี้ก็มีให้เลือกชิมกันหลายเมนู โดย “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอเลือกกินเมนูเด็ดๆที่ทางร้านแนะนำ ซึ่งเราขอเปิดมื้อกันที่เมนูแรกที่ หมึกไข่ผัดพริกไทยดำ (130บาท) ปลาหมึกชิ้นโตหั่นเป็นชิ้นๆ หน้าตาชวนกินยิ่งนัก ส่งกลิ่นหอมเครื่องพริกไทดำที่คลุกเคล้าอยู่ในจาน หมึกไข่ผัดจานนี้เด็ดสะระตี่ตรงที่ปลาหมึกไข่ผัดเข้าเนื้อถึงเครื่องพริกไทย ดำ รสชาติเผ็ดร้อน ปลาหมึกเนื้อนุ่มไม่เหนียวเคี้ยวหนึบหนับปาก
ลาบตะเพียน
       ถัดมาเป็นเมนู ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ (230 บาท) ขาหมูเมนูนี้มีความพิเศษตรงที่ขาหมูนั้นทางร้านสั่งตรงมาจากเชียงราย เพราะหมูที่นั่นถูกเลี้ยงแบบธรรมชาติจึงไม่มีไขมันมาก ใครที่กลัวอ้วนก็หายห่วงได้ ขาหมูทอดไฟร้อนๆจนหนังกรอบเนื้อในเหลืองนุ่มเคี้ยวหนุบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด และมีผักดองอย่าง แครอท แตงกวา เคี้ยวกรอบกรุบกรอบกินแกล้มกับขาหมู
      
       เปลี่ยนอรรถรสมากินปลาเพื่อสุขภาพกันบ้างกับเมนูนี้ ปลาหมักไวน์ (120 บาท) ทางร้านใช้ปลาซาบะแร่เอาเนื้อปลานำมาหมักกับน้ำส้มหมัก ผสมไวน์ขาว หมักไว้ 2 – 3 วัน จนเครื่องหมักซึมถึงเนื้อในปลา จัดเสิร์ฟมาโรยหน้าด้วยเม็ดผักชี และเม็ดพริกไทยดำ กินกับน้ำซอสผสมวาซาบิ คล้ายๆ กับกินปลาดิบ ปลาไม่คาวเนื้อนุ่มหวาน
ปลาหมักไวน์
       ต่อด้วย ลาบตะเพียน (120 บาท) ทางร้านใช้ปลาตะเพียนสดๆ นำมาแร่เนื้อออกแล้วสับละเอียดนำไปทำให้สุกปรุงรสลาบปลาตะเพียน โรยหน้าด้วยใบมะกรูดทอดกรอบเพิ่มความหอมน่ากิน ส่วนที่เหลือ(ตัวปลา)นำไปทอดให้กรอบ นำมากินแกล้มกับลาบได้อีก อร่อยไม่ซ้ำแบบใครจริงๆ และก็มีผักนานาชนิด อาทิ ถั่วฝักยาว โหระพา กะหล่ำปลี แนมมาให้กินคู่กับลาบ
ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ
       ส่งท้ายด้วยเมนูร้อนๆ มีน้ำซุปให้ซดกับ ปลาทับทิมนึ่งมะนาว (170 บาท) เสิร์ฟมาเป็นหม้อไฟร้อนๆ ปลาทับทิมสดๆ นึ่งมาในน้ำซุปสูตรเด็ดของทางร้าน ที่ใช้เฉพาะน้ำมะนาวสดผสมน้ำซุปกระดูกหมูปรุงรสให้อร่อยเสร็จสรรพราดลงบนตัว ปลา กินขณะร้อนๆ ซดน้ำซุปเปรี้ยวแซบ ส่วนเนื้อปลาหวานนุ่ม ไม่คาว ถูกปากจนต้องยกนิ้วให้
      
       อิ่มหนำสำราญไปกับหลายเมนูที่แนะนำไปแล้ว หากใครที่ยังต้องการสั่งเพิ่มทางร้านก็มีให้เลือกอีกหลากหลายเมนู อาทิ ยำวุ้นเส้น (70 บาท) ยำสามกรอบ (80 บาท) แกงคั่วหอยขม(70 บาท) ปลาตะเพียนไร้ก้าง(100-120 บาท) จิ้มจุ่ม (ชุดละ 120บาท) มีให้เลือก หมู ไก่ ทะเล รวมมิตร สะตอผัดกุ้ง (100 บาท) หรือจะเป็นเมนูเด็ดจานด่วนอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเปรี้ยวปากซี่โครงหมูอ่อน (25 บาท) และยังอีกสารพัดเมนูที่ทางร้าน “มอร์น 2” รอให้มาพิสูจน์รสชาติกัน

ละมุนลิ้นกับพาเหรดเค้กที่ "เลอ บูลองเช่ "

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กันยายน 2548 17:11 น.

นั่งกินเค้กในบรรยากาศสบายๆสไตล์โนโวเทล โลตัส
       
      
       ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านเป็นเหมือนกันไหม เวลาที่กินข้าวเสร็จแล้วถึงแม้จะอิ่ม(ข้าว)เพียงใด แต่สายตาเจ้ากรรมก็ยังสอดส่ายมองหาขนมหรือของหวานมากินตบท้าย ประมาณว่าถ้าไม่ได้กินจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอย่าง

      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" ก็เป็นเหมือนกันและช่วงหลังๆดูเหมือนจะทวีอาการอยากกินขนมหรือของหวานมาก ขึ้น ก็อย่างว่าความสุขในชีวิตที่หาได้ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งคือการกิน ยิ่งได้กินของโปรดจำพวกเบเกอรี่หรือเค้ก ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่
บลูเบอรี่ ชีสเค้ก + น้ำผลไม้
       อย่างช่วงนี้ที่ทางโรงแรมโนโวเทล โลตัส (สุขุมวิท 33)จัดโปรโมชั่นพิเศษที่มีชื่อว่า "จิบชายามบ่ายพร้อมเบเกอรี่ไม่อั้น" ด้วยราคา 150 บาท ต่อคน ณ เลอ บูลองเช่ เบเกอรี่ ช็อป ที่นี่มีเค้กสารพัดชนิดและขนมอบหลากชนิดหมุนเวียนเอาใจคนรักนมเนยกันสุด ฤทธิ์ มีรึเราจะพลาด!!! เพราะฉะนั้นมื้อย่อยยามบ่ายอย่างนี้เราจะไปหม่ำเค้กกัน
อเมริกัน ช็อกโกแลตเค้ก
       ทันทีที่เท้าเหยียบย่างเข้าในอาณาเขตของร้าน เลอ บูลองเช่ เบเกอรี่ ช็อป เราก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของอาการรักพี่เสียดายน้อง เพราะบรรดาเค้กสารพัดชนิดที่วางล่อตาล่อใจอยู่ในตู้กระจก ทำเอาเราตัดสินใจไม่ถูกว่าจะกินชิ้นไหนดี แต่ถึงที่สุดแล้วชีวิตก็มีทางของมัน เราจึงเลือก "บลูเบอรี่ ชีสเค้ก" ของโปรดมาประเดิมก่อน
      
       ทันทีที่ตักเข้าปากก็ให้รู้สึกถึงความเนียนนุ่ม หอมนมเนยและชีสที่ผสมกันอย่างลงตัว รสชาติจะออกเค็มนิดๆ หวานหน่อยๆ แถมเวลาตักไปถึงชั้นล่างสุดจะเจอกับแป้งหวานกรุบกรอบ ส่วนบลูเบอรี่ที่อยู่ชั้นบนสุดก็ออกรสเปรี้ยวนิดๆ ตัดกับรสหวานมันของเนื้อชีสเค้ก
      
       ถัดมากับ "อเมริกัน ช็อกโกแลต เค้ก" ชิ้นนี้เนื้อเค้กเป็นบัตเตอร์แบบอเมริกัน สไตล์ ตรงกลางของเค้กปาดด้วยอเมริกัน ช็อกโกแลต ครีม ตกแต่งด้วยไวท์ ช็อกโกและและช็อกโกแลตแผ่นบาง เพียงคำแรกที่ลิ้นสัมผัสก็รู้สึกได้ถึงความแน่นของเนื้อเค้กที่ผสมผสานกลม กลืนกับเนื้อช็อกโกแลตที่เข้มข้นแต่ไม่แต่ขม แต่หากใครที่ชอบเค้กเนื้อนุ่มที่แทบจะไม่ต้องออกแรงเคี้ยวกับช็อกโกแลตอุ่นๆ ที่ราดอยู่บนหน้าเค้กแล้วละก็ สามารถให้ทางร้านนำไปอบเพิ่มได้
ทาร์ตเม็ดมะม่วงหิมพานต์
       มาต่ออารมณ์นมเนยกันด้วย "ทาร์ตเม็ดมะม่วงหิมพานต์" ทาร์ ตชิ้นนี้เด่นตรงที่เม็ดมะม่วงหิมพานต์เม็ดโตชุ่มไปด้วยคาราเมลหอมหวานอยู่ใน ถ้วยที่เป็น เป็นแป้งทาร์ตกรุบกรอบ เวลาเคี้ยวรวมกันแล้วออกหวานๆมันๆ หนึบหนับในปาก เคี้ยวเพลินไปอีกแบบ
      
       สำหรับใครที่กลัวอ้วนแต่อยากอร่อยต้องไม่พลาดกับ "โยเกิร์ต เค้ก" ถึงแม้ว่าเนื้อเค้กจะธรรมดา แต่เด่นตรงที่ตรงกลางของเค้กจะปาดด้วยครีมสูตรพิเศษที่ทำมาจากโยเกิร์ตผสม กับ ไวท์ ช็อกโกแลต เล็กน้อย ทำให้รสชาติที่ได้จะไม่เปรี้ยวแต่จะออกมันๆ ส่วนเนื้อเค้กจะเบา เวลากินตักพร้อมกับผลไม้ที่ตกแต่งหน้าเค้ก อย่าง เชอรี่ กีวี พีช อ้ำเข้าปาก..หมดชิ้นไม่รู้ตัว
หลากหลายชนิดกับขนมอบ
       ไม่เพียงแต่เค้กเท่านั้นที่อยู่ในโปรโมชั่นนี้ แต่ยังรวมไปถึงบรรดาขนมอบอีกหลากหลายชนิด อาทิ ชินนามอนโรล ช็อกโกแลตติน ครัวซองท์ทูน่า มัฟฟิ่นบลูเบอรี่ แต่ตอนนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ต้องขอตัวไปเดินเลือกเค้กอีกซักชิ้นก่อน เพราะกระเพาะเริ่มส่งเสียงเตือนอีกแล้ว
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       สำหรับสำหรับโปรโมชั่น บุฟเฟต์เค้กหลากชนิดกับ "จิบชายามบ่ายพร้อมเบเกอรี่ไม่อั้น" จัด ขึ้นทุกวันตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2548 ในราคา 150 บาท(สุทธิ)ต่อคน ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. พร้อมเครื่องดื่มร้อน-เย็น อาทิ ชาผลไม้ กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เติมได้ไม่อั้นแต่ต้องสั่งชนิดเดิมเท่านั้น

"Sala Rossa" อีกหนึ่งรสชาติอิตาเลียนที่ต้องลอง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2548 18:22 น.

บรรยากาศอบอุ่นสบายๆ ภายในร้าน Sala Rossa
       อิตาลี เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ความ เป็นมาของชนชาติที่ยาวนาน และอีกสิ่งหนึ่งก็คือเรื่องของอาหารที่โดดเด่นขึ้นชื่อไม่แพ้ชาติไหนๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่มองไปทางไหนก็จะเห็นร้านอาหารอิตาเลียนอยู่เต็มไปหมดให้ เลือกกินเลือกนั่งกันตามอัธยาศัย "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองก็ตระเวนไปทั่ว เพื่อเสาะหาร้านอาหารอิตาเลียนที่น่าสนใจมานำเสนอ และได้พบกับร้าน "Sala Rossa" ร้านอาหารอิตาเลียนที่ชื่อร้านแปลเป็นไทยได้ว่า "ห้องแดง" เข้ากับชื่อสถานที่ตั้งที่อยู่ในซอยศาลาแดง
Spicola al forno con spinaci e funghi al burro
       ก้าวแรกเมื่อเดินเข้าไปในร้าน ก็จะได้พบกับบรรยากาศสบายๆ ที่คุณ เด่น ทรงศักดิ์ เขตกิตติคุณ ผู้เป็นเจ้าของร้าน ตั้งใจตกแต่งภายในด้วยสีโทนอบอุ่นทำให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน ภายในร้านสามารถรับแขกได้ประมาณ 70 ที่นั่ง ด้านในแบ่งพื้นที่เป็นสวนหย่อมเล็กๆ ไว้สำหรับแขกที่ต้องการสูบบุหรี่ด้วย
      
       มาว่ากันด้วยเรื่องอาหารที่ชวนลิ้มลองของทีนี่กันว่ามีเมนูเด็ดอะไรบ้าง เริ่มกันที่จานแรก พลาดไม่ได้กับ Pizza alla Rucola (300 บาท) เป็นพิซซ่าหน้าซอสมะเขือเทศ มอสซาเรลล่าชีส ผักร็อคเก็ต และโรยหน้าด้วยพาร์เมซานชีสที่นำเข้าจากอิตาลี พิซซ่าถาดนี้เป็นพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ ที่มีความโดดเด่นตรงที่แป้งพิซซ่าบาง แต่เนื้อนุ่ม ส่งเข้าปากแล้วได้กลิ่นหอมของแป้ง รสชาติกลมกล่อมของชีส และความสดกรอบของผักร็อคเก็ต
Seafood soup
       ต่อกันด้วยจานที่สอง Spicola al forno con spinaci e funghi al burro (450 บาท) หรือปลากะพงขาวอบ ยัดไส้ผักขมและเห็ด เสิร์ฟพร้อมซอสอัลมอลด์และเนย สูตรเด็ดความอร่อยของจานนี้มาจากการนำเอาปลากะพงขาวมายัดไส้ด้วยผักขมและ เห็ด ก่อนจะนำไปทอดให้หนังกรอบ จากนั้นจึงนำไปอบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนซอสที่ราดบนตัวปลาเป็นส่วนผสมของอัลมอนด์ซอส เนย และน้ำมะนาว ทำให้รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อย เข้ากับเนื้อปลาที่สดหวาน กินคู่กับสลัดผักราดซอสบัลซามิกที่วางข้างๆ จาน
      
       ตามมาติดๆ กับ Seafood soup (380 บาท) ที่เหล่าบรรดาสัตว์ทะเลทั้งหลายอย่างกุ้ง ปลาหมึก ปลาแซลมอน หอยเชลล์ และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโตเบ้อเริ่มมารวมกันอยู่ในน้ำสต็อกมะเขือเทศ ผสมไวน์ขาว รสชาติน้ำซุปออกหวานอมเปรี้ยว บวกด้วยรสเผ็ดนิดๆ ตักน้ำซุปชิมไปพร้อมๆ กับได้ลิ้มรสเนื้อมะเขือเทศที่ละลายอยู่ในน้ำซุป แล้วตามด้วยบรรดาซีฟู้ดทั้งหลาย จานนี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
Pizza alla Rucola
       อีกจานน่าอร่อยไม่ใช่น้อย Spaghetti aglio, olio e peperoncino (180 บาท) เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ที่ผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียม พริกแห้งอิตาลี ที่ทำให้มีกลิ่นหอม ผัดเข้ากับไส้กรอกอิตาเลียนกับเห็ดนางฟ้าและเห็ดหอม นอกจากจะได้ชิมไส้กรอกอิตาเลียนเนื้อแน่นแล้ว ก็ยังจะได้เพลิดเพลินไปกับความเหนียวนุ่มของสปาเกตตีอีกด้วย
Spaghetti aglio, olio e peperoncino
       นอกจากนี้ที่ร้าน Sala Rossa ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ อีกมาก อย่าง Insalata Sala Rossa (180 บาท) สลัดผักรวมที่ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอก ซอสบัลซามิก และปลาทูนา และผักสดๆ อย่างแครอท มะเขือเทศเชอร์รี่ ผักร็อคเก็ต ข้าวโพด น้ำสลัดก็คือบัลซามิกกับน้ำมันมะกอก หรือจะเป็น Salsiccia alla griglia (280 บาท) ไส้กรอกอิตาเลียนย่าง เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบด หรือ Prosciutto di Parma con perle die melone (350 บาท) เป็นอิตาเลียนเเฮมจากเมืองปาร์มา เสิร์ฟพร้อมเมลอน
      
       เรียกว่ามีเมนูหลากหลายจนเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว หากใครอยากจะลองลิ้มชิมรสชาติอาหารอิตาเลียนแบบถูกปาก แถมบรรยากาศถูกใจ ก็แวะเวียนมาที่ Sala Rossa ในซอยศาลาแดงแห่งนี้ได้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

   

"สวรส" รสเลิศ ราคาเยา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2548 15:31 น.

บรรยากาศด้านในร้านสวรสโปร่งโล่ง มีเก้าอี้ไม้นั่งสบาย
       ไม่รู้ว่าแฟนานุแฟนช่างกินทั้งหลายจะเป็นเหมือน"ผู้จัดการตระเวนกิน"หรือ เปล่า?? ที่เวลามีใครมาแนะนำให้เรารู้จักกับร้านอาหารรสอร่อย บรรยากาศดี มีราคาก็สมเหตุสมผล พอรู้ปุ๊บเป็นต้องรีบหาโอกาสออกไปตระเวนกินทันที
"สวรส"ร้านนี้มีหลากหลายเมนูชวนกิน
       สำหรับร้าน"สวรส" ที่ไปตระเวนกินในมื้อนี้ก็เช่นกัน เราได้มาจากผู้ใหญ่ที่นับถือแนะนำมา ซึ่งเมื่อไปลองลิ้มชิมรสแล้ว บอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่าคุ้มราคานัก โดยร้านสวรส เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ตกแต่งคล้ายรีสอร์ททางเหนือ เน้นความโล่งโปร่งสบาย ชั้นล่างมีโต๊ะเก้าอี้ไม้ถูกจัดเป็นสัดส่วน ดูโล่งโปร่งสบาย ชั้นบนบริเวณด้านหน้ามีระเบียงเปิดกว้างรับลมเย็นๆ ส่วนด้านในมีโต๊ะนั่งมุมสบายและมีห้องจัดเลี้ยง2 ห้อง(สามารถร้องคาราโอเกะได้) ในขณะที่ด้านหลังมีโต๊ะไม้จัดเป็นแนวยาวมองเห็นวิวทุ่งหญ้าหลังร้าน
      
       เรียกว่าบรรยากาศของร้านนี้ช่างเป็นใจต่อการนั่งลิ้มรสอาหารดีแท้ และเพื่อไม่ให้กระเพาะร่ำร้องไปมากกว่านี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ขอประเดิมเมนูแรกด้วย กระเพาะปลาผัดแห้ง (90 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมชวนกิน เมนูนี้แม้หน้าตาจะดูธรรมดาๆ แต่ว่าพอได้ลองลิ้มรสชาติแล้วช่างไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะกระเพาะปลานั้นเป็นเนื้อกระเพาะปลาแท้ๆ ทางร้านนำมาผัดกับถั่วงอก เห็ดหอม แครอท และเนื้อปู ก่อนปรุงรสผัดจนกระเพาะปลาแห้งไม่มัน เมื่อเคี้ยวแล้วให้รสกลมกล่อมนุ่มลิ้น
กุ้งผัดพริกไทยดำ
       กุ้งผัดพริกไทยดำ (150 บาท) เมนูที่คนชอบกินกุ้งไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะทางร้านนำกุ้งแม่น้ำตัวโต มาผัดกับเครื่องพริกไทยดำที่ปรุงเอง ใส่หอมใหญ่ พริกยักษ์ทั้งแดง เขียว เหลือง เมนูนี้โดดเด่นตรงที่เครื่องพริกไทยดำผัดซึมลึกเข้าถึงเนื้อกุ้ง ส่งให้กุ้งที่เนื้อหวานอยู่แล้วได้รสชาติเผ็ดร้อนเข้มข้นของพริกไทยดำ
ปลากะพงทอดตะไคร้
       ปลากะพงทอดตะไคร้ (180 บาท) อีกหนึ่งอาหารไทยจานเด็ด ที่กินดีมีสมุนไพรหลายอย่างทั้งตะไคร้ พริกแห้ง กระเทียม ใบมะกรูด หอมแดง พริกไทยอ่อน ทุกอย่างชุปแป้งทอดกรอบ แล้วนำมาโรยหน้าบนปลากะพงที่แร่เอาแต่เนื้อทอดจนกรอบ เมนูนี้กินแล้วกรุบกรอบทั้งเนื้อปลาและเครื่องสมุนไพร แถมมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสออกเปรี้ยว เผ็ดจี๊ดจ๊าดให้จิ้มกินกับเนื้อปลา
ปูม้าผัดผงกะหรี่
       จากกุ้ง ปลา ไปต่อกันที่ เมนูปูอย่างปูม้าผัดผงกะหรี่ ( 150 บาท) ที่ชวนกินด้วย ปูสดๆนำมาผัดกับเครื่องผงกะหรี่ที่ทางร้านเน้นใส่เป็นพิเศษชนิดที่ว่าเข้ม ข้นถึงเครื่อง แถมใส่นม ใส่ไข่ เพิ่มความมัน ใส่น้ำพริกเผาเพิ่มความเผ็ด ทำให้รสชาติปูจานนี้จัดจ้านไปด้วยเครื่องผงกะหรี่ และหอมหวานมัน ลูกลิ้นถูกปากกันไป
ต้มแซบกระดูกหมู
       มาถึงเมนูสุดท้าย ที่"ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกปิดมื้อ เป็น ต้มแซบกระดูกหมู (80 บาท) เมนูสุดแซบ ที่เสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ เป็นต้มแซบกระดูกหมูที่น้ำซุปแซบถึงใจจริงๆ ทั้งเปรี้ยว เผ็ด แซบลิ้นซดน้ำแล้วชุ่มคอ ส่วนกระดูกไม่ถึงกับเปื่อยมาก แต่เนื้อหมูนุ่ม มีกระดูกอ่อนให้เคี้ยวกรุบบกรับ
      
       สำหรับเมนูที่เรากินมานี้ ถือเป็นเมนูเด็ดของทางร้าน ที่หากมาแล้วไม่ควรพลาดการลองลิ้มชิมรสด้วยประการทั้งปวง ส่วนใครที่ยังไม่อิ่ม หรืออยากจะลองเมนูอื่น ทางร้านสวรสก็มี อาหารชวนกินอย่าง ซี่โครงหมูอบสวรส (80 บาท) ห่อหมกทะเลทอด (80 บาท) ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย (150 บาท) ปลาหมึกผัดไข่เค็ม (80 บาท) ผัดจับฉ่ายสวรส (70 บาท) และอีกสารพัดเมนู รวมถึงมีของหวานเป็นไฮศกรีมโฮมเมดรสชาติดีราคาถ้วยละ (25 บาท)
      
       นอกจากนี้ยังมีเมนูช่วงมื้อกลางวัน (12.00-15.00 น.)ที่ทางร้านจัดรายการอาหารราคาพิเศษเพียง 29 บาท มีทั้งเมนูข้าวจานด่วน ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ยำ สปาเก็ตตี้ สำหรับเมนูที่น่าสนใจก็มี ข้าวซี่โครงหมูอบสวรส ก๋วยเตี๋ยวปลาสดต้มยำน้ำข้น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมู(วัดไร่ขิง) ส้มตำไข่เค็ม สปาเก็ตตี้หอยลาย ฯลฯ เอาเป็นว่าหากใครหิวขึ้นมา ร้าน "สวรส" นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว