ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

เปิบไก่ย่าง ส่งท้ายปีไก่ที่ "ลิขิตไก่ย่าง"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ธันวาคม 2548 18:57 น.

บรรยากาศด้านในร้าน "ลิขิตไก่ย่าง" เรียบง่าย นั่งสบาย
       พูดถึง "ไก่ย่าง" แล้ว "ผู้จัดการตระเวนกิน" เชื่อว่าบรรดาแฟนานุแฟนมิตรรักนักกินต่างก็เคยลิ้มรส ไก่ย่างกันมาแล้วทั้งนั้น เพราะไก่ย่างนั้นเป็นเมนูหากินได้ทั่วไป
      
       แต่ถ้าใครอยากกินไก่ย่างรสเด็ด "ลิขิตไก่ย่าง" นับเป็นอีกหนึ่งร้านที่สามารถสนองความอยากได้
      
       สำหรับร้านนี้นักหม่ำไก่ย่างตัวยงทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ต่างยกให้เป็น ในสุดยอดร้านไก่ย่างแห่งเมืองกรุงฯ เนื่องจากว่ามีรสชาติโดนใจโดนปากใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะกินกันมาตั้งแต่สมัยไหน จวบจนปัจจุบันนี้รสชาติของไก่ย่างลิขิตฯ ก็ยังความเด็ดดวงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ไก่ย่างลิขิตเสียบไม้ไผ่ย่างร้อนๆ บนเตาถ่าน
       ไก่ย่างของร้านลิขิตฯ จะพิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกไก่ โดยจะใช้ไก่พันธุ์เนื้อ น้ำหนักประมาณ 7-8 ขีด ตัวโตกำลังดี สั่งตรงมาจากฟาร์ม พอได้ไก่แล้วก็จะนำมาผ่าท้อง ทำความสะอาด เอาเครื่องใน หนัง และไขมันออก ที่ต้องเอาไขมันออกเพราะว่าเวลาย่างแล้วไฟจะได้ไม่ลุก (และไม่มีไขมันมาก ถูกใจสาวๆ กลัวอ้วนนักละ)
ไก่ย่างสุกกำลังดีเนื้อนุ่ม
       และทีเด็ดที่ทำเอาหลายๆ คนติดใจติดปากกับรสชาติไก่ย่างของร้านนี้ ก็อยู่ตรงที่การหมักไก่ ที่หมักด้วยเครื่องหมักสูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน โดยเน้นที่เครื่องกระเทียม พริกไทย แล้วทำการหมักไก่กับเครื่องหมักทิ้งไว้นานประมาณ 10 นาที เพื่อให้เครื่องหมักซึมถึงเนื้อในไก่ จากนั้นนำไก่มาเสียบกับไม้ไผ่ และนำลงย่างบนเตาถ่านไฟอ่อนๆ
      
       ซึ่งการย่างบนเตาถ่านนี่ล่ะ ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกย่างของไก่ย่างลิขิตฯ เพราะไก่จะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลาย่าง หอมกลิ่นไก่ และกลิ่นเครื่องหมักกระเทียมพริกไทย ยั่วยวนน้ำลายเสียเชียว
      
       ไก่ย่างของร้านนี้ลูกค้าสามารถสั่งได้ด้วยว่าจะเอาแบบสุกมาก หนังเกรียมกรอบ หรือเอาแบบสุกกำลังดี ซึ่งถ้าสุกกำลังดี ไก่ก็จะออกชุ่มๆ เนื้อไก่ไม่แห้งเนื้อนุ่ม หนังนิ่มไม่กรอบ ส่วนถ้าเป็นสุกมาก ไก่ก็จะออกแห้งๆ แต่เนื้อก็ยังนุ่ม และหนังจะออกเกรียมๆ กรอบๆ จะเลือกสั่งแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน
      
       แต่ไม่ว่าจะเลือกสั่งไก่ย่างแบบไหน รสชาติที่ได้รับเมื่อลิ้มรสไก่ย่างแล้วนั้นไม่ต่างกันคือ ไก่ย่างจะหอมกลิ่นเครื่องหมักกระเทียม พริกไทย และเนื้อไก่นุ่มได้รสชาติของเครื่องหมักที่ซึมลึกถึงเนื้อในไก่ เรียกว่าฉีกเนื้อไก่กินเพียวๆ ก็ได้รสชาติดีอยู่แล้ว ส่วนถ้าใครติดชอบจิ้มกินกับน้ำจิ้ม ที่นี่ก็มีน้ำจิ้มถึง 2 อย่าง ให้จิ้มกินคู่กัน มีน้ำจิ้มหวาน ออกหวานนำ เผ็ดนิดหน่อย และน้ำจิ้มแจ่ว ที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน รสออกเปรี้ยวนิด เผ็ดหน่อย หอมกลิ่นกระเทียมเผาหอมเผา
ส้มตำกับลาบกินคู่กับไก่ย่าง
       นอกจากไก่ย่างที่เป็นเมนูชูโรงของร้านลิขิตฯ ที่ขายในราคาตัวละ 100 บาทแล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าหม่ำสั่งมากินกับคู่ไก่ย่างอีก อย่าง ส้มตำไทย (30 บาท) รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ไม่เผ็ดจนเกินไป ลาบหมู (50 บาท) หอมกลิ่นข้าวคั่วอ่อนๆ รสชาติแซบลิ้นกำลังพอเหมาะ
เต้าหู้ทรงเครื่อง
       หรือจะเป็นอาหารเมนูอื่นๆ นอกจากไก่ย่าง ส้มตำ และอาหารอีสานแล้ว ก็มีอาหารจานเด็ดจำพวกเป็นกับข้าวกินกับข้าวได้ด้วย อาทิ เต้าหู้ทรงเครื่อง (หม้อละ 100 บาท) ไก่ผัดเม็ดมะม่วง (90 บาท) ออส่วนกระทะร้อน (120 บาท) กุ้งอบวุ้นเส้น (หม้อละ 150 บาท) ปูผัดผงกระหรี่ (ราคาตามน้ำหนักของปู)
      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" มาหม่ำไก่ย่างที่ร้าน "ลิขิตไก่ย่าง" นี้แล้วขอบอกเลยว่าไม่เคยผิดหวังเลยจริงๆ กับเรื่องของไก่ย่างที่รสชาติถูกปากไม่ผิดเพี้ยน และก็ยังมีอาหารเมนูอื่นๆ อีกหลายรายการที่มีให้เลือกสั่งมาหม่ำได้ตามใจปาก รวมไปถึงเรื่องการบริการที่ยินดีต้อนรับทุกคนที่มาเยือน

อิ่ม อร่อย รับปีใหม่ ไปกับหลากหลายร้านชวนตระเวนกิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 มกราคม 2549 12:02 น. 

บรรยากาศร้านชวนนั่งที่ เรทโทร ไลฟ์ คาเฟ่
       วันเวลาผ่านไปเร็วเสียจริงเชียว เผลอแป๊บเดียวครบรอบอีกหนึ่งปี ที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้รับใช้แฟนาฟุแฟนนักกินทั้งหลาย โดยการพาไปตระเวนกินร้อยเอ็ดเจ็ดย่านร้าน หาร้านอาหารรสเลิศมากำนัลปาก กำนัลกระเพาะให้อิ่มเอม สุขสำราญกายจนพุงกางกันไป
      
       และในโอกาสปีใหม่นี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ก็ขอถือโอกาสมอบของขวัญปีใหม่ชิ้นใหญ่มากำนัลให้กับแฟนๆทั้งหลาย อาจจะเป็นของขวัญที่อาจจะไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่ขอบอกว่าต้องถูกใจมิตรรักนักกินเป็นแน่
      
       เพราะว่า “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้รวบรวมเอาร้านอาหารร้านเด็ด ที่น่าสนใจ ในรอบ 1 ปีที่เราได้ไปตระเวนกินกันมา มากำนัลแด่แฟนานุแฟน เพื่อเป็นของขวัญนำทางว่าปีใหม่นี้ จะพาครอบครัว เพื่อนฝูง ญาติสนิทมิตรสหาย ไปเฉลิมฉลองปีใหม่ให้อิ่มเอมกาย กายใจกันที่ไหนดี
      
       ขอเอาใจผู้ที่ชื่นชอบร้านอาหารสไตล์ ผับ แอนด์ เรสเทอรองต์ และสวนอาหารมีดนตรีเล่นให้ฟังกันก่อน
ปลาแรดทอดตะไคร้ ร้านบุรีธารา
       สุขโขสโมสร แค่ชื่อร้านก็พาใจให้ชวนนั่ง บรรยากาศร้านได้อารมณ์เหมือนมาสังสรค์เฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่บ้าน ที่นี่จะเปิดเพลงจากแผ่นให้ฟัง และมีศิลปินมาเล่นดนตรีให้ฟังกันสดๆ ตั้งแต่ 21.30-23.00 น. เมนูจานเด็ดชวนลิ้มลอง อาทิ มาม่าลาบหมู ไก่รถไฟ หมึกยัดไส้หมูมะนาว ต้มแซบเอ็นเนื้อตุ๋น ตั้งอยู่ที่ 84/429 ม. ปูนซีเมนต์ไทย ซ. รัชดา 52 ถ. รัชดา เขตจตุจักร กทม. พอขับรถเข้ามาในม. ปูนซีเมนต์ไทยแล้ว จะเห็นป้ายซอย 22 อยู่ทางขวามือ ให้เลี้ยวเข้าไปในซอยประมาณ 50 ม. จะเห็นบ้านทางขวามือที่มีไฟประดับตรงรั้วบ้าน ก็ถึงร้านสุขโขฯ เปิดจันทร์-เสาร์ เวลา 17.00-24.00 น. โทร. 0-2911-1155
      
       เรทโทร ไลฟ์ คาเฟ่ ร้านอาหารใจกลางเมืองกรุง เดินทางสะดวกสบาย มีศิลปินมาเล่นดนตรีขับกล่อมบทเพลงเพราะๆ ให้ฟัง ตั้งแต่ 19.00-22.00 น. และก็มีดีเจคอยเปิดแผ่นเพลงให้ฟังเคล้าไปกับการกินอาหาร ตั้งแต่ 18.00-23.00 น.เมนูจานเด่นของที่นี่มี ปลาแซลมอนย่างราดซอสสมุนไพร ตะกร้าอีสาน ยำเห็ดโคนญี่ปุ่น ตั้ง อยู่ที่ ริมทะเลสาบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถ.รัชดาภิเษก – ตัดใหม่ คลองเตย กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน มาขึ้นที่สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แล้วเดินมาทางด้านทะเลสาบร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับทะเลสาบ เปิดทุกวัน เวลา 10.30 – 24.00 น. โทร. 0-2229-3398-9
มาม่าลาบหมู ร้านสุขโขสโมสร
       บุรีธารา ร้านนี้ได้บรรยากาศ 2 อารมณ์ นั่งในร้านอึกทึกครึมโครมสนุกสนานไปกับเสียงเพลงจากนักดนตรีเล่นสด นั่งด้านนอกกินอาหรเคล้าสายลมติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาฟังเพลงสบายๆ ดนตรีเล่นตั้งแต่3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน สลับกับมีดีเจเปิดแผ่น เมนูเด็ดของที่นี่มี ปลาแรดทอดตะไคร้ กุ้งแชบ๊วยผัดพริกเกลือ ปลากะพงราดซอสไวน์ขาว ตั้งอยู่ที่ 762/2 ถนนพระราม 3 บางโพงพาง ยานนาวา กทม. การเดินทางถ้ามาตามถนนพระราม 3 ร้านจะอยู่ระหว่างพระราม 3 ซอย 30 กับซอย 32 ร้านตั้งอยู่ในโครงการบางกอกสแควร์ (จตุจักรพระราม 3) ให้ขับรถเข้ามาสุดด้านใน ร้านอยู่ทางขวามือริมแม่น้ำ เปิดทุกวันเวลา 17.00-24.00 น. โทร 0-2682-9457-9
       

       คูพู คูพู บาร็อง ชื่นร้านเก๋ไก๋ แถมบรรยากาศร้านก็เก๋ไก๋เช่นกัน ตกแต่งได้อารมณ์เหมือนได้นั่งกินข้าวอยู่ในสวนจริงๆ แถมสวนที่ว่านี้เป็นสวนสไตล์บาหลีที่สวยงาม ให้ความรู้สึกร่มรื่น ชวนนั่ง รับลมเย็นๆ พร้อมกับมีดนตรีเล่นเพลงสดๆ ให้ฟัง เมนูเด็ดที่อยากจะแนะนำมี กรีนบาหลี ลาบเป็ดย่าง สะเต๊ะกุ้ง ตั้งอยู่ที่ 111 ซ.รัชดาภิเษก42 ถ.รัชดาภิเษก จันทรเกษม จตุจักร กรุงเทพฯ ถ้ามาจากเซ็นทรัลลาดพร้าว ตรงมาเจอแยกรัชดาแล้วเลี้ยวขวา ตรงมาอีกประมาณ 300 ม. ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ ติดกับโชว์รูมรถเบนซ์อมร เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-24.00 น. โทร. 0-2513-5617, 0-2930-0701-2
       

       ต้นไม้ สายน้ำ ว่าด้วยบรรยากาศชวนนั่งร่มรื่นไปด้วยธรรมชาติของต้นไม้ และสายน้ำ มีวงดนตรีเล่นเพลงขับกล่อมให้ฟัง แถมยังมีห้องคาราโอเกะถึง 18 ห้องไว้ให้บริการ เมนูเด่นของที่นี่มีหลายอย่าง อาทิ หอยเซลล์ผัดพริกไทยดำ ปลากะพงทอดราดน้ำปลา เอ็นหมูต้มแซ่บ ตั้ง อยู่ที่ 137/5 หมู่ 17 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. การเดินทางถ้ามาจากปิ่นเกล้า ให้วิ่งขึ้นถนนคู่ขนานลอยฟ้า ลงตรงทางลงที่ 2 ที่เขียนไว้ว่าไปบางแค (ถ. กาญจนาภิเษก) ขับตรงมาประมาณ 1 กม. ให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ. กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) ผ่านร้านเจียงลูกชิ้นปลา เต้นท์รถคุณพี และจะเห็นร้านอยู่ถัดมาทางซ้ายมือติดริมถนน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. ศุกร์-เสาร์ เปิดถึง 01.00 น. โทร. 0-2885-7722
บ้านกลมชนกฯกินอาหารไทย ในบรรยากาศไทยๆ
       แล้วก็ขอเอาใจต่อด้วยร้านอาหารไทยๆ สำหรับผู้ที่พิสมัยลิ้มรสอาหารไทยๆ กัน
       

       นาจ เป็นร้านอาหารไทยที่สะท้อนให้ถึงความเป็นไทย ทั้งด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์ และบรรยากาศที่หรูหราในแบบไทยร่วมสมัย เมนูที่น่าลิ้มลอง อาทิ น้ำพริกกุ้งสด มัสมั่นไก่ ปลาสามรส ตั้งอยู่ที่ 42 ถ. คอนแวนต์ ตรงข้ามกับโรงพยาบาลบางกอกเนิร์สซิ่งโฮม (BNH) สีลม กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าลงที่สถานีศาลาแดง แล้วเดินตรงไปยังถ.คอนแวนต์ ที่ด้านหน้าเป็นแคลิฟอร์เนีย ฟิตเนส เซ็นเตอร์ เดินเข้าไปตามถนนประมาณ 500 ม. ร้าน “นาจ” ตั้งอยู่ทางขวามือ ตรงข้ามกับรพ.BNH เปิดทุกวัน เวลา11.30- 14.30 น. และ 17.30 – 23.30 น.โทร. 0-2632-2811-3
      
       มอร์น 2
มาที่ร้านนี้จะได้เพลินเพลินไปกับเมนูอาหารไทยๆ นั่งกินข้าวภายใต้บรรยากาศแมกไม้อันร่มรื่น เมนูที่อยากแนะนำมี หมึกไข่ผัดพริกไทยดำ ลาบตะเพียน แกงคั่วหอยขม ตั้งอยู่ที่ 33 / 17 ถ.สุขาภิบาล 3 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. การเดินทางถ้ามาจากถนนหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขับรถตรงมาผ่านแยกลำสาลี ผ่านโครงการโกลเด้นเพลส ผ่านหมู่บ้านสัมมากร ขับตรงมาเรื่อยๆ ข้ามสะพานข้ามคลองแล้วให้ชะลอรถ จะเห็นร้านตั้งอยู่เชิงสะพานทางซ้ายมือ เปิดทุกวันเวลา 11.00 -22.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์ที่ 3 ของเดือน) โทร. 0-2373-9063
       

น้ำพริกกุ้งสด ร้านนาจ
       บ้านกมลชนก BYO ว่าด้วยบรรยากาศชวนนั่ง ร่มรื่น ท่ามกลางสระน้ำขนาดใหญ่ และรายล้อมไปด้วยเรือนไทยหลังเล็กหลังใหญ่ และมีสารพัดเมนูอาหารไทยเลิศรสชวนชิม อาทิ ต้มโคล้งปลากรอบ ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนนึ่ง แกงส้มปลาช่อนชะอมไข่ ตั้งอยู่ที่ 25 หมู่ 8 ถ. ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี กม.16 แขวงศาลาธรรมสพธ์ เขตทวีวัฒนา กทม. การเดินทางมาทางถ.ปิ่นเกล้า ให้ขับรถขึ้นทางต่างระดับบรมราชชนนี วิ่งไปจนสุดทางลง ให้ชิดซ้ายเข้าทางคู่ขนาน ขับไปตามถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี(วิ่งด้านใน) ขับตรงไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านพุธมณฑลสาย 3 ผ่านน้ำพริกแม่ประนอม และผ่านหมู่บ้านลัดดาวัลย์ ไปประมาณ 300 ม. ก็ถึงร้านอยู่ติดถนนทางซ้ายมือ มีจุดสังเกตคือจะเห็นบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ ด้านหน้ามีรั้วล้อเกวียน เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันอังคารเวลา 16.00-22.00 น. โทร. 0-2888-8027, 0-5184-3858
      
       แพสามพราน ร้านอาหารที่มีลักษณะเป็นเรือนแพไม้ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน พื้นที่กว้างขวางดูไม่อึดอัด แถมมีนักดนตรีเล่นกีตาร์ขับกล่อมบทเพลงเพราะๆ ให้ฟัง เมนูอาหารของที่นี่เป็นเมนูอาหารไทยพื้นบ้าน และเมนูปลาน้ำจืด ที่อยากแนะนำให้ลองสั่งก็มี ยำยอดน้ำ เนื้อเค็มต้มกะทิ แกงส้มหลดบัวกุ้ง ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีน ในโรงแรม โรสกาเด้น เอไพรม รีสอร์ท ( สวนสามพราน) กม. 32 ถ. เพชรเกษม อ. สามพราน จ. นครปฐม การเดินทางเข้ามาในส่วนของโรงแรมโรสกาเด้น มีป้ายบอกทางไป "แพสามพราน" ตลอดทาง เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) เวลา 17.00-22.00 น. โทร. 0-34322-588-9
นั่งกินข้าวใต้ร่มเงาแมกไม้ที่มอร์น 2
       สวรส บรรยากาศร้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ตกแต่งสไตล์รีสอร์ททางเหนือ ให้อารมณ์นั่งกินข้าวสบายๆ พร้อมกับมีเมนูอาหารไทยจานเด็ดมากมาย อาทิ ปลากะพงทอดตะไคร้ ห่อหมกทะเลทอด ต้มแซบกระดูกหมู ตั้งอยู่ที่ 99/20 ถ.สรงประภา ดอนเมือง กทม. การเดินทางแนะนำให้ขึ้นทางด่วน แล้วมาลงทางด่วน ศรีสมาน (ดอนเมือง) ลงจากทางด่วนมาตามถนน จะเจอแยกไฟแดง ขับเลยแยกไฟแดงมา 100 ม. จะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือ ริมถนนทรงประภา เปิดทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. โทร. 0-2565-5695 กด 1, 0-9818-5743, 0-9814-9890
      
       ส่งท้ายด้วยการเอาใจผู้ที่ชื่นชอบเมนูอาหารแบบหลากหลายสัญชาติและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป
ปูผัดผงกะหรี่ ร้านสมบูรณ์โภชนา
       สมบูรณ์โภชนา ร้านนี้เด่นดังมานานเรื่องเมนูปูผัดผงกระหรี่ ซีฟู้ด และเมนูอาหารจีนรสเลิศมากมาย เมนูเด็ดที่อยากแนะนำให้ลองลิ้มก็มี ปูผัดผงกะหรี่ ออส่วนกระทะร้อน กุ้งผัดพริกเกลือ สมบูรณ์โภชนาสาขาบรรทัดทอง ตั้งอยู่ที่ 895/6-21 จุฬาซ. 8 ถ. บรรทัดทอง ปทุมวัน กทม. การเดินทางหากมาจากมาบุญครอง ถ. พระราม 1 ให้เลี้ยวซ้ายตรงแยกเจริญผล เข้าถ. บรรทัดทอง ขับมาจนถึงจุฬาซ. 8 จะเห็นร้านตั้งอยู่ในซอย เปิดทุกวัน เวลา 16.00-23.30 น. โทร. 0-2216-4203-4 นอกจากนี้ยังมีอีก 3 สาขา คือ สาขาสุรวงศ์ โทร. 0-2233-3104, สาขารัชดา โทร. 0-2692-6850-3 สาขาอุดมสุข (บางนา) โทร. 0-2746-6850-3
ปิ้งๆย่างๆไสตล์ญี่ปุ่นเมนูไฮไลท์ร้านKabuto
       Kabuto Yakiniku ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนที่ไหนๆ เพราะที่นี่มีเมนูประเภทปิ้งๆย่างๆในสไตล์ญี่ปุ่นเป็นเมนูเด่นชูโรงของร้าน เมนูเด็ดแนะนำก็มี เมนูประเภทปิ้งๆ ย่างๆสไตล์ญี่ปุ่นมีเนื้อสัตว์ให้เลือกกินหลายอย่างทั้ง หมู เนื้อ ไก่ และซีฟู้ด ข้าวจานร้อนสูตรญี่ปุ่น มิโซซุปปูหม้อไฟ ตั้งอยู่ที่ 385/11 หมู่ 10 พัทยาใต้ หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากกรุงเทพฯไปตามถนนสุขุมวิทสู่พัทยา เมื่อผ่านเซ็นทรัลพัทยา ให้สังเกตขวามือ จะเจอแยกถนนพัทยาใต้ ที่เลยไปหน่อยจะเป็นบิ๊กซี ให้เลี้ยว(ขวา)เข้าถนนพัทยาใต้ไปอีกประมาณ 1 กม. ก็จะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือ เปิดทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. โทร. 0-3848-8160-4
       

       หง่อนหลำ ร้านอาหารเวียดนาม สไตล์อาหารเวียดนามขนานแท้ดั้งเดิม กินแล้วกีต่อสุขภาพเพราะมีผักเยอะ เมนูจานเด่นชวนชิมมี ยำหง่อนหลำ เปาะเปี๊ยดสดกุ้ง ปูตะไคร้ หง่อนหลำมี 2 สาขา สาขาสะพานเหลือง ตั้งอยู่ที่ 556-558 ถ. พระราม 4 บางรัก กทม. การเดินทางถ้ามาจากทางมาบุญครอง ให้เลี้ยวขวาเข้าถ. พระราม 4 ขับตรงมา ร้านจะตั้งอยู่ติดริมถนน ติดกับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาทองหล่อ ตั้งอยู่ที่ ถ.สุขุมวิท 55 สยามฟิวเจอร์ 6 (ท็อปส์ มาเก็ต เพลส) ซอย 4-6 เขวัฒนา กทม. ทั้ง 2 สาขา เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. สาขาสะพานเหลือง โทร. 0-2633-2762, 0-2235-3218, 0-1831-2128 สาขาทองหล่อตรงสยามฟิว โทร. 0-2381-3278, 0-4019-7224
ข้าวเกรียบปากหม้อ ร้านหง่อนหลำ
       Sala Rossa ผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนแบบรสชาติอิตาเลียนแท้ๆ และมีบรรยากาศร้านที่อบอุ่นชวนนั่งแนะนำที่ร้านนี้ มีเมนูจานเด่นมากมาย อาทิ Seafood soup Spaghetti aglio, olio e peperoncino Pizza alla Rucola ตั้งอยู่ที่ 29/1 ศาลาแดงซอย 1 สีลม บางรัก กทม. 10500 อยู่ติดกับอาคาร Tisco สามารถเข้าได้ทั้งจากถนนพระราม 4 (ศาลาแดงซอย 1) ถนนศาลาแดง และถนนสาทรเหนือ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 และ 17.30-22.30 โทร. 0-2234-5653
Pizza alla Rucola ร้านSala Rossa
       ครัวเวียงจันทร์ ร้านนี้มากมายไปด้วยเมนูอาหารไทย-อีสานขนานแท้ และอีสานประยุกต์ ตัวร้านตกแต่งด้วยบรรยากาศมีกลิ่นอายความเป็นอีสานๆ ที่ดูร่มรื่นชวนนั่งหม่ำอาหาร แถมยังมีวงดนตรีโปงลางพื้นบ้าน และการแสดงเล่นให้ชมกัน เมนูเด็ดมีหลายอย่าง อาทิ ส้มตำปูม้า ปลาช่อนเผาริมโขง ผัดเผ็ดกบ ตั้งอยู่ที่ 8 สุขุมวิท ซ. 36 นภาศัพย์แยก 1 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีทองหล่อ ลงมาทางด้านสุขุมวิท 36 หน้าปากซอยมีปั๊มน้ำมันเชลล์ เข้ามาในซอยประมาณ 100 ม. ก็จะเห็นร้าน เปิดทุกวัน เวลา 12.00-24.30 น. โทร. 0-2258-6171
      
       
"ผู้จัดการตระเวนกิน" หวังว่า มิตรรักนักกินคงจะถูกใจกับของขวัญชิ้น (ใหญ่) นี้ที่เราตั้งใจนำมากำนัลให้ และท้ายสุดนี้ขอ อวยพรอวยชัยให้แฟนานุแฟนนักกินทุกท่าน พรั่งพร้อมความสุขสนุกสนาน อิ่มเอมเบิกบาน สำราญกายและใจ เนื่องในโอกาสปีใหม่ (ปีจอ) นี้กันถ้วนทั่วหน้าทุกคนเลย

รสเด็ด โดนใจ อาหารไทยร้าน"ออมทอง"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มกราคม 2549 16:30 น. 

บรรยากาศร้านออมทอง ตกแต่งแบบไทยโมเดิร์น
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองก็ได้ไปฉลองปีใหม่มาเต็มที่เหมือนกัน แต่ถึงยังไงก็ไม่ได้ฉลองจนลืมหน้าที่อันสำคัญ ที่ต้องหาร้านอาหารอร่อยๆ มาแนะนำให้กับแฟนๆนักกินทุกคนเหมือนเดิม
     
       เปิดปฐมฤกษ์ปีจอนี้ เราเลยขอแนะนำอาหารไทยๆ ที่โดนใจปากของทุกคนกันที่ร้าน "ออมทอง" ซึ่งชื่อร้านช่างเป็นมงคลเข้ากับปีใหม่นี้ ที่อยากจะให้ทุกคนออมเงิน ออมทองกันไว้ จะได้มีใช้จ่ายตลอดปี
สารพัดเมนูน้ำพริกกินกับผักพื้นบ้าน
       ร้านออมทอง แห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ตรงสุขุมวิท 33 มาที่ร้านนี้จะได้สัมผัสกับความเป็นไทยจริงๆ ตั้งแต่ตัวบรรยากาศร้าน ที่เดินเข้ามาก็จะเจอเรือโบราณอายุ 100 กว่าปีประดับอยู่ข้างฝาผนัง อีกหน้าถูกประดับไปด้วยไม้พายเรือ บรรยากาศร้านด้านล่าง มีโต๊ะนั่งมุมสบายๆ มีกรอบภาพติดกำแพง ข้างในบรรจุหัวโขนเล็กๆ เป็นตัวละครเรื่องรามเกียรติ์สวยงามมาก นอกจากชั้น1 แล้วก็ยังมีชั้น 2 และชั้น ที่จัดโต๊ะนั่งแบบเป็นส่วนตัวสักนิด และก็ตกแต่งแบบมีกลิ่นอายความเป็นไทย
     
       สำหรับอาหารไทยของร้านนี้ ต้องขอบอกว่าเป็นไทยแบบมีอยู่มากมายหลายรายการ น้ำพริก (ชุดละ 150บาท น้ำพริก 1 อย่าง +ผักพื้นบ้าน) มีอยู่ 4 อย่าง ที่จะแนะนำมี น้ำพริกลงเรือ ที่มีรสชาติออกรสหวานนุ่มๆ ไม่เผ็ดมาก
       น้ำพริกกุ้งหลน เหมาะกับคนไม่กินเผ็ด น้ำพริกหอมกลิ่นกะทิ ออกรสหวาน มันๆ ไม่เผ็ดเลย
ยำผักหวาน
       น้ำพริกปลาย่าง (ราคา 150 บาท) ที่หอมกลิ่นปลาย่างเอามากๆ รสชาติเผ็ดร้อน คลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอบอก และน้ำพริกกะปิ (ราคา 150 บาท) ซึ่งทางร้านใช้กะปิชั้นดีจากภาคใต้มาทำ รสชาติออกเผ็ดนำ หอมกลิ่นกะปิอ่อนๆ
     
       และน้ำพริกของที่นี่จะจัดเสิร์ฟมาพร้อมกับผักพื้นบ้านให้กินแกล้มกัน มีทั้งผักต้มและผักสด ที่กินแล้วดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ บางชนิดหากินอยากสักหน่อย อาทิ น้ำเต้าลวก, ดอกแค สรรพคุณ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ผักปลัง สรรพคุณ ลดไข้ แก้ท้องผูก ชะอม สรรพคุณ แก้ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ ใบชะพลู กระเจี๊ยบมอญ มะแว้ง มะเขือไข่เต่า
ปูนิ่มทอดกระเทียม
       หลักจากเต็มอิ่มกับน้ำพริกก็ต่อด้วย ยำผักหวาน (120 บาท) เมนูนี้มีความน่าสนใจอยู่ที่ผักหวาน ที่มีสรรพคุณ กินแล้วจะรู้สึกเย็นช่วยดับพิษไข้ได้ ทางร้านนำผักหวานลวกสุกมายำกับน้ำยำสูตรเด็ด ใส่หมูบด กุ้งบด คลุกเคล้า แต่งหน้าด้วยกุ้งกุลา และมีไข่ไก่ต้มให้กินแกล้มกับยำ ยำผักหวานรสชาติดีตรงที่ผักหวานกรุบกรอบ ไม่เหม็นเขียว เข้ากับน้ำยำรสกลมกล่อมลิ้น ออกเปรี้ยวๆ หวานๆ
       ตามมาติดๆ ปูนิ่มทอดกระเทียม (480 บาท) ปูนิ่มทอดกระเทียมส่งกลิ่นหอมๆ ทางร้านนำปูนิ่มมาชุบแป้งทอดกับกระเทียม ให้กรุบกรอบเหลืองน่ากิน แล้วโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวทอดกรอบ ตักชิ้นเนื้อปูนิ่งส่งเข้าปาก ปูเคี้ยวนิ่มกรอบนอกนุ่มใน ได้รสชาติหวานๆ มันๆ เค็มๆ เคี้ยวกระเทียมทอดแกล้มกันกรุบกรอบกินเพลิน
แกงไตปลา
       ปิดท้ายด้วย แกงไตปลา (120 บาท) เมนูเด็ดขึ้นชื่อที่ใครมาแล้วต้องไม่พลาดสั่ง ขนาดฝรั่งที่ว่ากินเผ็ดไม่ค่อยได้ ยังนิยมสั่งมากิน เพราะเป็นแกงไตปลาที่มีรสชาติเด็ดดวงโดนใจปากจริงๆ แกงไตปลาน้ำข้น มีผักสะตอ หน่อไม้ และถั่วฝักยาวใส่มาด้วย แค่ตักน้ำแกงซดคำแรกสัมผัสได้ถึงความจัดจ้าน เข้มข้นของแกงไตปลา รสเผ็ดลิ้น ร้อนแรง แต่ว่าไม่มีกลิ่นคาวปลา ไม่เค็มจัด และไม่ขออีกต่างหาก กินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดจนต้องยกนิ้วให้
     
       นอกจากเมนูจานเด็ดที่เราได้ลิ้มลองแล้วนี้ ยังมีรายการอาหารไทยอื่นๆ อีกมากมาย ในเมนูที่น่าสั่งมาลองลิ้ม อาทิ แกงเหลืองปลาแซลมอน (ราคา 180 บาท )ต้มโคล้งปลาย่าง (140 บาท , หม้อดิน 200 บาท , หม้อไฟ 300 บาท ) ปลาสลิดฟูยำมะม่วง (180 บาท) ยำส้มโอ (150 บาท) ปลาเก๋าสามรส (380 บาท) พะแนงซี่โครงหมู (240 บาท)
     
       
หากมิตรรักนักกินท่านใดที่พิสมัยอาหารไทยๆ ลองแวะมาตระเวนกินอาหารไทย ที่ร้านออมทองนี้กันดู มาลิ้มรสชาติความเป็นไทย แบบโดนใจปากกันด้วยตัวเอง