ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

Mango Sensation เมนูคลายร้อนในช่วงอากาศร้อน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
8 มีนาคม 2555 00:24 น. 
       >>หนึ่ง ในสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้ว นั่นคือเหล่าผลไม้หน้าร้อน ที่พาเหรดกันออกมาให้เราได้ลิ้มรสความอร่อยกัน หลังจากต้องรอกันมานานเป็นปี ซึ่งในลิสต์ของอร่อยนั้น มะม่วงอกร่อง จัดได้ว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ที่หลายคนเฝ้าฝันถึงความหอม ความหวานของมะม่วงเนื้อเนียนสีเหลืองสวย และในวันนี้การรอคอยได้สิ้นสุดลง พร้อมๆ กับการกลับมาให้บริการเมนูไอศกรีมมะม่วงของสเวนเซ่นส์ (Swensen's)
“มะม่วงอกร่องทอง” ที่ทั้งหอม หวาน สีเหลืองจัด อร่อย
       โดยในปีนี้เมนูมะม่วงของสเวนเซ่นส์มี ให้คุณเลือกอร่อยถึง 9 เมนูเลยทีเดียว เยอะกว่าปีก่อนๆ ให้คุณได้อร่อยกับรสมะม่วง หวานๆ เย็นๆ อย่างเต็มคำ คลายร้อนได้อย่างจุใจ ให้สมกับการเป็นเมนูของหวานประจำหน้าร้อนที่หลายๆ คนรอคอย
     
        เมนูในปีนี้มีทั้งแบบไอศกรีม และสมูทตี้ ได้แก่ Mango Boat, Mango Brownie, Mango on-the-go, Mango Crepe, Mango Hurricane, Mango Smoothie, Summer Mango, Mango Waffle และ Mango Sensation สามารถเลือกทานแบบข้าวเหนียวมะม่วงที่มาพร้อมกับข้าวเหนียวหอมๆ และกะทิเข้มข้น พร้อมเนื้อมะม่วงสุก, ทานคู่กับวาฟเฟิล, เครป, บราวนี่ แบบใส่โคน ไปจนถึงน้ำมะม่วงปั่นพร้อมเนื้อมะม่วงสด เรียกได้ว่ามีมะม่วงสารพัดแบบให้คุณได้อย่างถึงใจ
คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากแหล่งปลูกมะม่วงพันธุ์ดีแถบดำเนินสะดวก
     
มะม่วงอกร่องทองสดๆ จากสวน
       ซึ่งในปีนี้ ทางสเวนเซ่นส์เผยเคล็ดลับความอร่อยที่หลายๆ คนติดใจ นั่นคือ การใช้ “มะม่วงอกร่องทอง” มะม่วงพันธุ์ดี ที่มีมาแต่เก่าก่อน ซั่งปัจจุบันหาทานได้ยาก ด้วยคุณสมบัติที่ทั้งหอม หวาน สีเหลืองจัด อร่อย และเนื้อเนียนไม่ค่อยมีเสี้ยนขนให้รำคาญใจ จึงเหมาะแก่กันนำมาทำไอศกรีมมะม่วงเป็นที่สุด
     
        โดยขั้นตอนการผลิตไอศกรีมมะม่วงนั้น ทางสเวนเซ่นส์ให้ความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ อย่างมะม่วงที่ดีที่สุด มาจากแหล่งปลูกมะม่วงพันธุ์ดีกับสวนอันดับหนึ่งในแถบดำเนินสะดวก ที่เขามีมาตรฐานในการจัดการในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการปลูก การเก็บ การบ่ม เพื่อนำมาซึ่งความอร่อยในทุกๆ คำสำหรับชาวมะม่วงเลิฟเวอร์
     
        มะม่วงในสวนที่สุกปลั่งเต็มต้นพันธุ์นี้จะออกเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นใครอยากชิมไอศกรีมแสนอร่อยนี้ ต้องรีบกันหน่อย เพราะสเวนเซ่นส์เขามีบริการ 9 เมนูมะม่วงนี้ ช่วงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 15 พฤษภาคม นี้ เท่านั้นนะค่ะ :: Text by FLASH
Mango Boat
     
Mango Brownie
     
Mango Cone
     
Mango Crepe
     
Mango Hurricane
     
Mango Sensation
     
Mango Smoothy
     
Mango Summer
     
Mango Waffle

เมนูเปี่ยมคอลลาเจน แต่ต้องรู้วิธีกิน...

credit
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
7 มีนาคม 2555 07:01 น.
By Lady Manager
       เพราะเรื่องอาหารการกินสำคัญสุดๆ จะสุขภาพดีผิวดี ก็อยู่ที่แต่ละมื้อที่คุณๆ ทานนี่แหละ และหากอยากผิวสวยเด้ง ก็คงต้องหมั่นหา “คอลลาเจน” มาทานกันสักหน่อย
      
       
หลายท่านคุ้นเคยดีกับคำว่า “คอลลาเจน” (Collagen) เพราะได้ยินตามคำโฆษณาสินค้ามามากมาย ทั้งคอลลาเจนที่เป็นอาหารเสริมแบบเม็ด, แบบน้ำบรรจุเป็นขวด ไปจนถึงครีมทาผิวก็ยังผสมคอลลาเจน... ทว่าอาจจะยังไม่ทราบว่า แท้จริงแล้วคอลลาเจนก็แฝงกายอยู่ในอาหารที่คุณทานนี่เอง หากเลือกทานกันดีๆ ก็ไม่ต้องเปลืองเงินไปซื้อหา คอลลาเจนแบบอาหารเสริมด้วยซ้ำ
      
       
“จริงๆ แล้ว หลักการกินให้ผิวสวยง่ายๆ เลยคือ เมื่อไหร่ที่คอลลาเจน ลา ...ตีนกาจะเกิด เพราะฉะนั้นเราต้องกินอาหารที่ได้คอลลาเจน แต่ได้คอลลาเจนอย่างเดียวไม่พอ หลักการกินคอลลาเจนคือ ต้องให้มันดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ไปสร้างเป็นคอลลาเจนที่ผิวได้จริงๆ เพราะฉะนั้นจะต้องรู้จักเพื่อนของคอลลาเจน นั่นคือ วิตามินซี ให้จำง่ายๆว่า วิตามินซี (Vitamin C) มันจะไปช่วยดูดซึมคอลลาเจนเข้าไปในร่างกาย”
      
       นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เกริ่นนำถึงเรื่องของ คอลลาเจน

       ต้มยำไก่ ซุปเปอร์ขาไก่ เมนูเปี่ยมคอลลาเจนและวิตามินซี
       คุณหมออธิบายต่อว่าคอลลาเจนมักอยู่ใน โปรตีนที่เป็นเนื้อสีขาว เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ที่หาทานกันได้บ่อย จนคุณหมอแนะนำให้เป็นซุปสวยใกล้ตัวก็คือ ต้มยำไก่, ซุปเปอร์ขาไก่ เพราะนอกจากจะเปี่ยมคอลลาเจนแล้ว ยังมีวิตามินซีที่ช่วยดูดซึมคอลลาเจนได้ด้วย
      
       
“ในอาหารที่มีทั้งคอลลาเจน และวิตามินซี มันจะต้องมีรสเปรี้ยว และมีเรื่องของโปรตีน ที่เป็นคอลลาเจนด้วย เช่น ต้มยำไก่, ต้มซุปเปอร์ขาไก่ แบบไทยๆ นี่แหละ เป็นซุปที่เรียกว่า ซุปสวยเลย เพราะมันจะมีทั้งเรื่องของตัวคอลลาเจนจากน้ำซุปไก่จากกระดูกอ่อนไก่ และมีเรื่องของวิตามินซีจากมะนาวที่บีบลงไปด้วย แล้วไหนจะสมุนไพรอีก เพราะฉะนั้นต้มยำไก่, ต้มยำขาไก่, ต้มยำปีกไก่ นี่แหละ เป็นซุปสวยเลย
      
       สังเกตว่า ต้มน้ำซุปพวกนี้ ตักมันหน้าออกพอทิ้งไว้สักครู่ให้เย็น เราจะเห็นน้ำซุปนั้นกลายวุ้นๆ นั่นแหละ เป็นคอลลาเจนแล้ว”
      
       
ส่วนอิลาสติน (Elastin) ที่เรามักได้ยินควบคู่กันมากับคอลลาเจนนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์อายุรวัฒน์อธิบายว่า สองสิ่งนี้ได้จากอาหารประเภทเดียวกันนี่แหละ
      
       
“อาหารที่ให้คอลลาเจน ก็จะให้อิลาสตินด้วยเช่นกัน ซึ่งคอลลาเจนและอีลาสตินนั้น คล้ายแต่ไม่เหมือน ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพคือ หากเราดึงหนังที่หลังมือขึ้นมา ตัวที่ทำให้หนังที่หลังมือคงอยู่ตัวได้คือ คอลลาเจน แต่พอเราปล่อยมือ แล้วหนังที่ดึงมามันเด้งกลับที่เดิม อันนั้นคือ อิลาสติน
      
       
นั่นคือ คอลลาเจนจะเหมือนโครงกระดูกผิว ที่ทำให้ผิวมันคงรูปอยู่ได้ แต่อิลาสตินคือ ตัวที่ทำให้มันยืดหยุ่นได้ แต่พออายุมากขึ้นแล้ว มันจะไม่ค่อยมีทั้งสองตัวนี้ เลยทำให้เมื่อดึงผิวที่หลังมือออกมาแล้ว จะยืดแล้วยืดอีก เด้งกลับช้า”
       งดแป้ง ทานแต่โปรตีน ได้คอลลาเจนสูงและผิวใสจริงหรือ?
       ปัจจุบันเทรนด์ลดความอ้วนด้วยวิธีงด ทานแป้ง เน้นทานแต่โปรตีน (เช่น ทานแต่สเต็ก แทบทุกมื้อ) กำลังได้รับความนิยม เพราะนอกจากเชื่อว่าทานแล้วจะไม่อ้วน ยังมีผลพลอยได้คือ ได้รับคอลลาเจนจากเนื้อสัตว์ที่ทานเข้าไปอีกต่างหาก สำหรับเรื่องนี้คุณหมอหนุ่มอธิบายว่า
      
       
“การทานที่เน้นโปรตีนจากเนื้อ สัตว์ต่างๆ ก็ถือว่าได้คอลลาเจนครับ แต่การทานแบบนี้อาจจะไปรบกวนไตของเราได้ ถ้าไม่มีแป้ง หรือสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) เลย แล้วได้รับโปรตีนเยอะเกินไป ไตก็จะต้องทำงานหนัก จะสังเกตได้ว่า เวลาไปตรวจสุขภาพ หากไตคุณทำงานไม่ดี มันจะมีตัวโปรตีนไข่ขาว ที่เรียก อัลบูมิน (Albumin) หลุดออกมาจากไต ปนอยู่ในปัสสาวะได้
      
       ซึ่งอัลบูมินนี้จะออกมาได้ในกรณีที่หนึ่ง-ไต ทำงานไม่ดี สอง-เรากินโปรตีนเยอะเกินไป หัวกรองไตก็จะทำงานได้ไม่ค่อยดี ลองสังเกตง่ายๆ ว่า หากเรากินโปรตีนเยอะๆ ปัสสาวะจะเป็นฟองเลย มื้อไหนกินไข่ขาว, กินหมูกระทะ หรือขาหมูเยอะๆ ปัสสาวะจะเป็นฟองเลย เพราะร่างกายเราจะขับขยะโปรตีนออกมาในรูปของแอมโมเนีย (Ammonia) ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นฉุน และเป็นฟอง”
       

       ดังนั้นได้คอลลาเจนจากสเต็กก็จริง แต่ต้องทานอย่างอื่นด้วย เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะได้โปรตีนเยอะเกินไป จนเกิดผลเสียได้เช่นกัน
      
       โดยส่วนตัว ผมคิดว่าอาหารไทยจะดีกว่าอาหารฝรั่งตรงที่ว่า เรารู้จักเอาทั้งเนื้อที่เป็นโปรตีนและผักมารวมตัวกันได้อย่างเพอร์เฟค อย่างสเต็ก ฝรั่งเขาไม่สันทัดที่จะเอาผักมาผัดกับหมู เขาก็กินเนื้อก้อนหนึ่ง แกล้มกับผักสลัดขยุ้มหนึ่งกันเลี่ยน แค่นั้นเอง ซึ่งตรงนี้ ถ้าสลัดที่ทานแกล้ม เป็นสลัดผักสด ในผักสดมันก็จะมีไฟเตต (Phytate) ที่เป็นตัวยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม และวิตามินอีกหลายตัวเลย ดังนั้นแม้จะได้ผักกับเนื้อก็ตาม แต่ก็อาจไม่ได้คุณค่าเต็มที่เพราะมันอยู่ที่วิธีการปรุงด้วย ฉะนั้นหากจะทานเสต็กก็ควรจะต้องทานกับผักลวกอย่างนี้เป็นต้น”

      
       “เรื่องของการทานให้ได้คอลลาเจน ผมแนะนำเป็นแบบไทยๆ เช่น ต้มซุปเปอร์ขาไก่, ปีกไก่, ต้มยำไก่ก็ยังได้ เพราะมันมีวิตามินซี ที่ช่วยดึงคอลลาเจนเข้าไป หรือจะเป็นต้มยำซีฟู้ด, ต้มยำสาหร่ายทะเลก็ยังได้ เพราะสาหร่ายทะเลก็มีคอลลาเจนที่มาจากทะเลน้ำลึกเช่นกัน หรือทานปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน พวกนี้มีคอลลาเจนเพียบเลย เพราะเรากินกระดูกอ่อนได้ หรือแม้แต่ปลาเล็กๆ น้อยๆ ที่มีก้าง ที่กินได้ เราก็จะได้คอลลาเจนเหมือนกัน”
      
       
คอลลาเจนแบบเม็ด จำเป็นต่อคุณแค่ไหน ?
       

       “การที่คนจะได้รับคอลลาเจนเพียงพอหรือไม่ ต้องดูที่ไลฟ์สไตล์ (lifestyle) อย่างเช่น คนทำงานออฟฟิศ (office) อาจจะไม่มีเวลาไปนั่งกินผัดปลาฉลาม หรือว่าไม่มีเวลาไปนั่งกินซุปเปอร์ขาไก่, ปีกไก่บ่อยนัก แต่มันก็มีวิธีกินง่ายๆ เช่น หากจะกินก๋วยเตี๋ยว ก็กินก๋วยเตี๋ยวกระดูกหมู พวกนี้เราก็จะได้น้ำซุปที่ทำจากกระดูกอ่อน ซึ่งเป็นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ถ้าอยากจะกินเป็นเม็ด ก็จะต้องแน่ใจว่า เรากินอาหารสดเพียงพอ
      
       
เพราะอย่าลืมว่าคอลลาเจนคือ โปรตีน เมื่อทานเข้าไปแล้วมันถูกน้ำย่อย ซึ่งเป็นกรดเกลือ หรือไฮโดรคลอริก (Hydrochloric acid) ของเราสลายอยู่แล้ว คอลลาเจนที่เหลือจริงๆ น้อยมาก อาจดูดซึมได้ไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าจะให้ผลดีจริงๆ ก็อาจจะต้องทานร่วมกับวิตามินซีชนิดเม็ด หรือกินจากอาหารสดร่วมด้วย” คุณหมอกฤษดาอธิบายปิดท้าย
       *แถมท้าย* ตัวอย่างอาหารเปี่ยมคอลลาเจน
       สัตว์น้ำ -> ปลาทะเลน้ำลึก, ปลาทู, ปลากระเบน, กระดูกปลาฉลาม ซึ่งคอลลาเจนจะพบในกระดูกของปลา หรือพบบริเวณตาปลาที่มีลักษณะเป็นเหมือนวุ้นใส
       

       สัตว์บก -> พบมากในกระดูกอ่อนไก่, กระดูกอ่อนหมู
       

       พืชผัก ผลไม้ -> สาหร่าย ทะเล, เทา หรือเตา ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืด, เห็ดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเข็มทอง, เห็ดหูหนู, หัวบุก, ถั่วเหลือง, แตงกวา, ขึ้นฉ่าย, มะกอก, ส้มโอ, แก้วมังกร, แอปเปิล (คอลลาเจนที่พบในพืชผัก ผลไม้ จะน้อยกว่าที่พบในสัตว์)

“มันฝรั่งอบชีสเบคอน” อาหารง่ายๆ สไตล์อิตาเลียนคลาสสิก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มีนาคม 2555 16:21 น. 
โดย : กุ๊กเล็ก


       เมื่อคราวที่มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเยือนถึงบ้าน แล้วก็โหวตกันว่าอยากกินอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนง่ายๆ แบบที่ทำได้เอง “กุ๊กเล็ก” ก็เลยไม่ขัดศรัทธา จัดเมนูอร่อยๆ แบบคลาสสิกให้ ในชื่อเมนู “มันฝรั่งอบชีสเบคอน” ที่เพิ่งได้สูตรเด็ดมาจากห้องอาหาร Bangkok Balcony โรงแรมใบหยก สกาย
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       มันฝรั่งหั่นแว่น (หนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร) 150 กรัม
       มอสซาเรลล่าชีส 50 กรัม
       พาเมซานชีส 10 กรัม
       เบคอนกรอบ 10 กรัม
       พาสลีย์ สำหรับแต่งหน้า
      
       ส่วนผสมซอสไวน์ขาว
       ไวน์ขาว 2 ถ้วย
       น้ำสต็อกปลา 1 ถ้วย
       น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
       ครีมข้น 1 ถ้วย
       พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
       เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
      
       วิธีทำเริ่มจากทำซอสไวน์ขาวโดยนำกระทะตั้งไฟ ใส่ไวน์ขาว น้ำสต็อกปลา น้ำมะนาว ผัดพอทั่ว ใส่ครีมข้น ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยผัดให้เข้ากัน พักไว้ก่อน จากนั้นนำมันฝรั่งที่หั่นแล้วมาต้มให้สุกประมาณ 70% (ระหว่างต้มใส่เกลือลงไปเล็กน้อย) จากนั้นตักขึ้นมาวางเรียงไว้ในจาน ใช้ซอสไวน์ขาวประมาณ 50 กรัม ตักมาราดลงบนมันฝรั่งที่ต้มเตรียมไว้ โดยหน้าด้วยมอสซาเรลล่าชีส จากนั้นนำเข้าเตาอบสังเกตดูให้หน้าชีสเหลืองสวย แล้วนำออกมาโรยด้วยพาเมซานชีส แล้วนำเข้าเตาอบให้ชีสเหลืองหอมอีกครั้ง เสร็จแล้วจะยกขึ้นเสิร์ฟก็โรยหน้าด้วยเบคอนกรอบและพาสลีย์ เป็นอันได้กินมันฝรั่งอบนุ่มๆ พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นจากชีสและเบคอน อิ่มอร่อยกันไปอีกมื้อ

โปรโมชั่นหอยเป๋าฮื้อ ที่ รร. เรเนซองส์ กรุงเทพฯ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มีนาคม 2555 16:22 น. 
       มื้อหิวๆ มื้อนี้อยากจะเชิญชวนมิตรรักนักกินไปลิ้มรสเป๋าฮื้อเลิศรสกัน ซึ่งที่ห้องอาหารจีน เฟย ยา โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เชิญลิ้มรสหอยเป๋าฮื้อ ที่นำมาปรุงเป็นเมนูพิเศษหลากหลายรสชาติ ด้วยสูตรเฉพาะของเชฟเหลียง ชิง ฮอย พร้อมเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลอง อาทิ เป๋าฮื้อเห็ดพอชินี่อบใบบัว เป๋าฮื้อปลาตาเดียวแห้งผัดไข่กุ้ง ข้าวผัดกังป๋วยหน้าเป๋าฮื้อซอสแดง ราคาเริ่มต้นที่ 480 บาท++ ตั้งแต่วันนี้ - 20 มี.ค. นี้ โทร.0-2125-5030, 0-2125-5000 ต่อ 8320
       จากนั้นมาลองลิ้มอาหารเบลเยี่ยม ที่เดอะ สแควร์ โรงแรม โนโวเทล บางนา กรุงเทพฯ เชิญ มาสำราญกับเทศกาลเยือนอาหารเบลเยี่ยม วันที่ 10 - 19 มี.ค. นี้ ที่จะทำให้หลงใหลอาหารไม่แพ้ชาติอื่น อาทิ ซีฟู้ดรวมกับครีมซอสสมุนไพรดีล กระเพาะหมูอบ ปลาทอดชุบข้าวโอ๊ต ไก่อบเบียร์ สตูเนื้อกับไส้กรอกหมู หอยแมลงภู่นึ่งเบียร์ หวานวัฟเฟิลราดวิปครีมและแยม และอื่นๆ อีกมามกาย บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน 600 บาท++/คน มื้อค่ำ 700 บาท++/คน ซันเดย์ บรันช์ 950 บาท++/คน โทร.0-2366-0505 ต่อ 1431,1432
       แล้วมากินสลัดซีฟู้ดเม็กซิกัน ที่Sky Coffee Shop ชั้น 18 โรงแรมใบหยกสกาย ส่งเมนูโปรโมชั่น สลัดซีฟู้ดเม็กซิกัน สลัดที่มีซีฟู้ดนานาชนิด อาทิ เนื้อปูละเอียดแน่น กุ้งขาวตัวโตและหนวดทาโกะปลาหมึกยักษ์ และปรุงรสด้วยน้ำสลัดแบบเม็กซิกันดั้งเดิม ที่มีรสเปรี้ยวกลิ่นหอมของผิวมะนาวช่วยเพิ่มรสชาติซีฟู้ดไม่ให้เลี่ยน ตกแต่งด้วยสีสันของพริกชี้ฟ้า และมะเขือเทศแดงสดให้สวยงาม เสิร์ฟบนผลอโวคาโดลูกโต ตลอดเดือนมี.ค. นี้ โทร.0-2656-3939,0-2656-3000 กด 4
       ต่อด้วยมาอิ่มอร่อยกับ Thai Set Menu ที่ห้องอาหารโบฑานิกา ชั้น 4 โรงแรม อินทรา รีเจนท์ เชฟ ได้คัดสรรนำอาหารไทยที่ขึ้นชื่อและเป็นชื่นชอบของคนไทยและชาวต่างชาติ จัดเป็นเซทใน 1 เซ็ทมี 3 รายการ ทั้งอาหารคาวและหวานให้อิ่มอร่อย เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยจะเลือกอร่อยกับ ไก่สเต๊ะ ปอเปี๊ยะทอด หรือทอดมันปลา ตามด้วยอาหารจานหลักจะเลือกผัดไทยใส่ไก่ข้าวผัดไก่หรือหมู หรือ แกงเขียวหวานไก่ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ตบท้ายด้วยอาหารหวาน ผลไม้รวม ไอศกรีม หรือขนมไทย 299 บาท++/คน บริการทุกวัน11.30 น.- 22.00 น. ตลอดเดือนมี.ค. นี้ โทร. 0-2208-0022 ต่อ 344
       ปิดท้ายอิ่มอร่อยกับติ่มซำร้อนๆ ที่ห้องอาหารจีน ชิว เทียน เหลา โรงแรมรอยัลซิตี้ เชิญมาพิสูจน์ความอร่อยกับติ่มซำร้อนๆ หอมกรุ่น นานาชนิด ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวผัดและซุปสไตล์จีน กับอาหารชุดติ่มซำ มื้อกลางวัน ราคา 300 บาท ++/คน รวมชาจีน และมาอร่อยกันแบบต่อเนื่องกับเมนูปลิงทะเลจานเด็ด อาทิ ปลิงทะเลผัดใบกะเพรา ปลิงทะเลน้ำแดง ปลิงทะเลผัดหน่อไม้ฝรั่ง และอื่นๆ อีกมากมาย มื้อกลางวัน/มื้อค่ำ โทร. 0-2435-8888 ต่อ 3901

อิ่มหนำสำราญ ที่ร้าน “Maria” กับหลากหลายเมนูจานเด็ด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มีนาคม 2555 16:52 น.
บรรยากาศภายในร้าน Maria ดูอบอุ่นชวนนั่งสบายๆ
       เวลาที่ได้ออกไปกินข้าวนอกบ้านยังร้านอาหารใดก็ตาม หากว่าที่ร้านอาหารแห่งนั้นมีอาหารหลายหลากสัญชาติให้ได้เลือกอิ่มอร่อย “ตระเวนกิน” จะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะว่าจะได้เลือกกินอาหารแบบหลากหลายรสชาติ ตอบสนองความต้องการของคนชอบเลือกกินอย่างเราให้ได้อิ่มหนำสำราญกันไปในมื้อ เดียว
โต๊ะนั่งด้านนอกชั้น 2 รับลมเย็นๆ
       เหมือนที่ในมื้อนี้ เมื่อเราได้ตระเวนกินมายังร้าน “Maria” (มาเรีย) ที่ตั้งอยู่ตรง ถ.ราชพฤกษ์ ที่นี่ถือว่าเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มากมายไปด้วยอาหารนาชาติให้ได้เลือก อร่อยกันได้อย่างเต็มที่ โดยมีทั้งอาหารอิตาเลียนแบบโฮมเมดแท้ๆ ที่มีการปรุงแต่งรสชาติให้ถูกปากนักกินคนไทย แล้วก็ยังมีอาหารเวียดนาม อาหารจีน และอาหารไทย เรียกว่าหากขอเมนูอาหารมาเปิดดูจะเห็นอาหารหลากหลายมากมายกว่า 100 เมนู ที่ล้วนแล้วแต่น่าลองลิ้มทั้งนั้น
ออเดิร์ฟมาเรีย
       เอาเป็นว่ามื้อนี้ “ตระเวนกิน” ขอเลือกสั่งอาหารมาแบบหลากหลายสัญชาติ ที่ถือว่าเป็นเมนูเด่นประจำร้านที่ถ้าแล้วแนะนำว่าต้องสั่งมาชิมกันให้ได้ เริ่มจากอาหารอิตาเลียนกันก่อนดีกว่า เมนูแรกคือ ออเดิร์ฟมาเรีย (350 บาท) เป็นออเดิร์ฟสไตล์อิตาเลียน ที่พรั่งพร้อมไปด้วยอาหารหลายอย่าง มีมอสซาเรลล่าชีสที่ทางร้านทำชีสเองเป็นชีสสด นำมาหั่นแล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังแล้วทอดให้เหลืองกรอบ ชิมชีสทอดกรอบนุ่มแน่นเคี้ยวหนึบปากจิ้มกินคู่กับซอสมะเขือเทศที่ทางร้าน ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษตามสูตรเด็ดถูกปากดีจริง มีหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่อบกับมอสซาเรลล่าชีสและผักโขม กินหอยเนื้อนุ่มหวานนุ่มหนืดชีสและผักโขมที่มีรสกลมกล่อมเข้ากันดี มีขนมปังกระเทียมที่ทางร้านนำขนมปังเฟรนช์เบรดที่ทำเองมาทาเนยกระเทียม แล้วอบกรอบ กินขนมปังกรอบๆ ได้รสเนยกระเทียมหอมอร่อย และยังมีไส้กรอกหมูสไตล์อิตาเลียนซูบลิค เอาไปกริลล์จนสุกหอม ได้ไส้กรอกหมูเนื้อแน่นรสดีกินคู่กับซาวเค้า และมีสลัดผักสดกับน้ำสลัดรสดีมาให้ด้วย
พิซซ่าคาร์โบนาร่า
       เมนูต่อมาต้องไม่พลาดพิซซ่า ซึ่งที่นี่มีเตาทำพิซซ่าโดยเฉพาะ และเป็นแบบครัวเปิดโชว์การทำพิซซ่าให้เห็นกันด้วย สำหรับพิซซ่าที่อยากนำเสนอก็คือ พิซซ่าคาร์โบนาร่า (350 บาท) เป็นพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ แบบบางกรอบ พิซซ่าหน้านี้ทางร้านคิดสูตรขึ้นมาเป็นพิเศษมีเฉพาะที่นี่เท่านั้น ตัวแป้งพิซซ่าทางร้านทำเองแบบโฮมเมด ตีแป้งพิซซ่าให้เป็นแผ่นแล้วทาด้วยซอสพิซซ่า ใส่มอสซาเรลล่าชีส ท็อปปิ้งด้วยซอสคาร์โบนาร่าสูตรเด็ดของทางร้าน และใส่ไข่ต้ม เบคอนทอดกรอบ เห็ดแชมปิยอง แล้วเข้าอบเตาที่ใช้ฟืนไม้สนเพื่อให้ได้กลิ่นหอม พิซซ่าเสิร์ฟมาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ชิมแล้วขอยกนิ้วให้ในความบางกรอบของแป้งและหน้าพิซซ่ารสกลมกล่อมถูกปากดี จริง
แซลมอนย่างเนยวาซาบิ
       แซลมอนย่างเนยวาซาบิ (300 บาท) เมนูนี้ใครที่ชอบกินปลาแนะนำว่าต้องสั่ง เพราะทางร้านนำเนื้อปลาแซลมอนสดๆ ชิ้นใหญ่มากริลล์ให้เนื้อปลาสุกกำลังพอดี แล้วก็ราดด้วยซอสมายองเนสปรุงรสและแต่งรสด้วยวาซาบิ ด้านล่างเนื้อปลามีผักสดราดด้วยสลัดน้ำใส และมีหน่อไม้ฝรั่ง เห็ดหอม และมันฝรั่งทอดใส่เคียงมาให้กินคู่กัน ลิ้มรสแซลมอนเนื้อนุ่มหวานผสานรสชาติเข้ากันดีกับซอสเข้มข้นออกรสและกลิ่นวา ซาบิ
สลัดกุ้งทอดผลไม้
       จานต่อมาเป็น สลัดกุ้งทอดผลไม้ (200 บาท) หน้าตาชวนกิน มีกุ้งชุบแป้งคลุกเกล็ดขนมปังทอดกรอบ มาพร้อมกับสลัดผลไม้มีแก้วมังกร แคนตาลูป แอปเปิ้ล องุ่น สตรอเบอร์รี่ ราดด้วยน้ำสลัดครีมที่ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ ท็อปปิ้งด้วยอัลมอลด์และใส่มาในกระทงเผือกทอดกรอบ กินกุ้งกรอบนอกเนื้อในนุ่ม กินคู่กับสลัดผลไม้สดกรอบอร่อยโดนใจ
ออเดิร์ฟเวียดนาม
       จากนั้นมาชิมอาหารเวียดนามกันบ้าง ขอนำเสนอ ออเดิร์ฟเวียดนาม (320 บาท) มาแบบครบครันมีทั้งข้าวเกรียบปากหม้อ ที่แป้งบางใสเห็นไส้หมูสับที่ปรุงรสผัดรวมกับต้นหอม กินแล้วเนื้อแป้งบางนุ่มไส้รสละมุนปาก มีเปาะเปี๊ยะทอด ที่เป็นแป้งเปาะเปี๊ยะเวียดนามห่อด้วยไว้หมูผสมกับกุ้งทอดมาเหลืองกรอบ ชิมแล้วเคี้ยวกรอบกรุบไส้ข้างในรสดีถูกใจ มีเปาะเปี๊ยะสดที่ใช้แผ่งแป้งเปาะปี๊ยะเวียดนามห่อด้วยไส้หมูกับกุ้ง ถั่วงอก กะหล่ำปลี โหระพา ผักชีฝรั่ง แครอท สะระแหน่ ใบกุ้ยฉ่าย ห่อม้วนเป็นแท่ง กินกับน้ำจิ้มถูกลิ้นดีจริง มีหมูยอเวียดนามแบบธรรมดาและทรงเครื่องที่เนื้อนุ่มรสดี และก็มีแหนมเนืองที่จัดผักกับแป้งมาแบบพอดีคำ กินกับหมูและเครื่องเคียงต่างๆ และน้ำจิ้ม ห่อแหนมเนืองเป็นคำเอาเข้าปากเคี้ยวกร้วมคำโตอร่อยดีแท้
ไก่แช่เหล้ายำแมงกะพรุน
       ปิดท้ายขอแนะนำเป็นเมนูอาหารจีน ไก่แช่เหล้ายำแมงกะพรุน (200 บาท) ทางร้านเลือกใช้ไก่บ้านเนื้อแน่นไม่เละ ต้มแล้วนำมาแช่กับเหล้าจีนที่ผสมด้วยสูตรพิเศษ แช่นานกว่า 1 คืน จนเหล้าซึมถึงเนื้อในไก่ แล่หั่นมาเป็นชิ้นๆ และมียำแมงกะพรุนกับน้ำมันงาด้วย กินไก่เนื้อนุ่มได้รสชาติของเหล้าจีนหอมๆ ส่วนยำแมงกะพรุนเคี้ยวเด้งกรึบรสดีถูกปาก
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยง
       แต่ถ้าหากใครมากินกันหลายๆ คน แล้วอยากจะสั่งเมนูจานเด่นอื่นๆ มาชิมเพิ่มก็ยังเมนูอื่นๆ ที่อยากแนะนำ อาทิ ผักโขมอบชีส (150 บาท) ขาหมูเยอรมัน (320 บาท) หอยลายขนมปังกระเทียม (150 บาท) ปลากะพงทอดน้ำปลา (350 บาท) ห่อหมกหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ (200 บาท) สลัดเนื้อ/หมู เวียดนาม (200 บาท) น้ำสตรอเบอร์รี่ปั่น (60 บาท) และอีกสารพันเมนูอาหารรสเลิศอันหลากหลายที่ชวนให้มากินแบบอิ่มท้องกันได้ที่ร้าน “Maria”
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “Maria” (มาเรีย) ตั้งอยู่ที่ 31/1 หมู่ 4 ถ.ราชพฤกษ์ ต.บางรักเหนือ อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทางถ้ามาจากถ.บรมราชชนนี ให้เลี้ยวเข้าถ.ราชพฤกษ์ มุ่งหน้ามาที่วงเวียนราชพฤกษ์ แล้ววิ่งตรงไปเรื่อยๆ ผ่านแมคโดนัลด์ก็ให้วิ่งตรงไปอีก ก็จะเห็นร้านMaria อยู่ทางซ้ายมือติดริมถนน มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ทางร้านรับจัดเลี้ยงในสถานที่ด้วย ถ้ามากินศุกร์-อาทิตย์ แนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2927-3564-5 และยังมีสาขาอื่นๆ อีก มีสาขาสีลม โทร. 0-2234-0440 สาขาโฮมเวิร์ค โทร. 0-2101-5329-30 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mariapizzeria.com/