ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

จัดจ้านถึงใจไปกับ “ช.ช้างส้มตำยกครก”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2547 10:26 น.
ลีลาการตำส้มตำของเจ้าของร้านช.ช้างส้มตำยกครก
       วันก่อนบังเอิญมีธุระต้องผ่านไปแถววิสุทธกษัตริย์ ขณะที่รถกำลังติดเป็นตังเมอยู่หลังกองทัพบกและในหัวจิตหัวใจกำลังเซ็งสุดๆ อยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นร้าน “ช.ช้างส้มตำยกครก”ฉับพลันคำถามก็เกิดขึ้นในใจว่า เอ..ตั้งแต่เกิดจนโตเคยได้ยินแต่ “โอเลี้ยงยกล้อ”ที่หมายถึงเครื่องดื่มประเภทโอเลี้ยงแต่พิเศษตรงที่ใส่นมลงไปด้วย แต่ยังไม่เค้ย..ไม่เคยได้ยินชื่อ “ส้มตำยกครก”ที่แปลกและโดนใจจน “ผ่านมาแวะกิน”ต้องหาเวลาไปพิสูจน์
ส้มตำไทย+หมี่ขาวลวก
       เดินเข้าร้านมาก็ต้องแปลกใจที่แต่ละโต๊ะก็มีครกเล็กๆเรียงรายอยู่ เต็มพื้นที่ หลังจากที่เมียงมองโต๊ะข้างๆอยู่นานสองนาน ในที่สุด “ผ่านมาแวะกิน”เลือกที่จะสั่ง ส้มตำไทย(25บาท)มา ลองลิ้นดูก่อน แล้วก็ถึงบางอ้อว่าแท้ที่จริงแล้วส้มตำยกครกก็คือส้มตำที่เสิร์ฟมาในครก เล็กๆเพื่อสร้างความแปลกและแตกต่างให้กับสินค้าที่ดูแล้วอดยิ้มกับความช่าง คิดไม่ได้ ส่วนรสชาติส้มตำครกนี้จะออก 3 รสคือเผ็ด เปรี้ยว หวาน แต่ถ้าหากอยากได้รสจัดจ้านก็สามารถสั่งได้
      
       “ผ่านมาแวะกิน”ชื่นชอบปูม้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้โอกาสก็ไม่ลืมที่จะสั่งทุกครั้งไป หลังจากที่เพ่งดูเมนูอยู่นานก็ตัดสินใจที่จะสั่ง ตำโล่งโจ้ง(50บาท)ซึ่ง จะว่าไปแล้วก็คล้ายกับส้มตำปูม้าแต่ที่เรียกว่าโล่งโจ้งนั้นเห็นจะเป็นเพราะ ไม่มีเส้นมะละกออยู่เลย จะเห็นก็แต่ปูม้าสดๆ ที่เนื้อแน่นไม่คาว สัมผัสได้ถึงความหวานของเนื้อปูและรสชาติจัดจ้านเผ็ด เปรี้ยว เค็ม กำลังดี
ตำโล่งโจ้ง+หมี่ขาวลวก
       เหมือนเครื่องร้อนแล้วหยุดไม่ได้ “ผ่านมาแวะกิน”เองก็เช่นกัน ได้กินของถูกปากก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้ จึงสั่ง คอหมูย่าง(40บาท)มา เติมช่องว่างในกระเพาะอีกจาน คอหมูย่างเนื้อหวานนุ่มลิ้นพร้อมน้ำจิ้มแจ่วสูตรพิเศษของทางร้านที่รสชาติ ออกหวานนำเปรี้ยวตาม ทำให้รสชาติที่ได้ไม่แสบทรวงเกินไปนัก เวลากินกับข้าวเหนียวทอด(10บาท)ที่กรอบนอกนุ่มใน ผสมผสานเป็นความหวานมันอยู่ในปาก ชั่วโมงนั้นเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
      
       สำหรับใครที่ยังเหลือที่ว่างในกระเพาะ ทางร้านก็มีเมนูแนะนำอีกหลายหลากที่อ่านชื่อแล้วแปลกตาแต่ชวนกินไม่น้อย อาทิ ตำวุ้นเส้นปูม้า (50 บาท),ตำซั่วกุ้ง (40 บาท),ตำหมูย่างคะน้ากรอบ (35 บาท),ตำปลาสลิด (50 บาท)หรือจะสั่งไปกินที่ทำงานหรือที่บ้านก็ได้ ทางร้านมีบริการส่งจ้า(สั่ง 300บาทขึ้นไปส่งฟรีในรัศมี 1 กิโลเมตร หากเกินกว่านี้ทางร้านรับผิดชอบค่าส่ง 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาอาหาร)
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
ร้านช.ช้างส้มตกยกครก ตั้งอยู่ใกล้กับแยกวิสุทธกษัตริย์ หลังกองทัพบก สอบถามโทร.0-6569-5129

มื้อนี้อิ่มสบายท้องกับ “ราดหน้ายอดผัก (40 ปี)”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 สิงหาคม 2547 10:07 น.

“ราดหน้ายอดผัก (40 ปี)” ร้านนี้ขายมานาน
       เมื่อสมัยยังเยาว์วัย “ผ่านมาแวะกิน” จำได้ว่า เวลาไปกินอาหารตามสั่งร้านทั่วๆ ไป นอกจากเมนู “กระเพราหมูสับไข่ดาว” ที่เป็นเมนูสิ้นคิดสั่งกินเป็นประจำแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งเมนูที่ไม่พลาดสั่งเสียทุกครั้งไปเวลานึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดี เป็นต้องสั่ง “เส้นใหญ่ราดหน้า” มากินเสียทุกทีสิเอา
      
       ก็แหมอย่างว่า “ราดหน้า” มันกินง่ายและได้เร็วกว่าเมนูอื่นๆ แถมกินกี่ครั้งกี่หนก็ไม่เบื่อไม่รู้เป็นอะไร บางครั้งนึกไปนึกมาคล้ายๆ ว่าเราอาจจะโดนแม่ค้าแอบใส่ยาเสน่ห์ลงไปในราดหน้าก็เป็นได้
เส้นใหญ่ราดหน้ารวมมิตรทะเล
       ที่พูดถึงนึกย้อนไปเมื่ออดีตใช่ว่าจะมาบอกว่าตัวเราเองนั้นแก่แล้ว แต่ว่าภาพของราดหน้ามันผุดขึ้นมาในความทรงจำ ก็เมื่อ “ผ่านมาแวะกิน” ได้แวะไปกินราดหน้าเพื่อรำลึกอดีตมาอีกครั้ง ที่ร้าน “ราดหน้ายอดผัก (40 ปี)” ราด หน้าร้านนี้มีความเด็ดตรงที่เป็นราดหน้ายอดผักสูตรโบร่ำโบราณตั้งแต่สมัย รุ่นคุณพ่อที่ขายกันมานมนานกว่า 40 ปี ส่วนจะเด็ดสะระตี่แต่ไหน เห็นทีต้องตามมาพิสูจน์กัน
      
       เริ่มกันที่จานแรกเป็น เส้นใหญ่ราดหน้ารวมมิตรทะเล (50 บาท) เสิร์ฟมาในกระทะร้อนสแตนเลสหน้าตาดูน่ากินเอามากๆ มีทั้งกุ้งแชบ๊วยตัวโต ปลาหมึกสดๆ และหมูหมักชิ้นโตเอามากๆ และเส้นใหญ่ที่ผัดจนเส้นเกรียม (แต่ไม่ไหม้)หอมได้ที่ และผักคะน้ายอดอวบๆ ขาวๆ แค่ตักเส้นใหญ่เข้าปากสัมผัสได้ถึงความหอมนุ่มของเส้นใหญ่ ที่เข้ากันกับน้ำราดหน้าเหนียวข้นหนืดกำลังดี รสชาติกลมกล่อมโดยไม่ได้ปรุง
      
       จานต่อมา บะหมี่กรอบราดหน้าหมู (30 บาท) บะหมี่เหลืองที่นำไปทอดกรอบทำเป็นเส้นแทนเส้นใหญ่หรือเส้นหมี่ ราดหน้าจานนี้ที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ว่ามีความพิเศษอยู่ตรงที่เนื้อหมูที่ใส่มานั้น เป็นหมูหมักสูตรพิเศษของทางร้านและจะต้องมีขนาดชิ้นใหญ่ๆ บวกกับคะน้ายอดอ่อน ก้านขาวอวบ ตักเส้นบะหมี่ที่พอโดนน้ำราดหน้าแล้วก็ยังหอมนุ่ม เส้นเหนียว เคี้ยวหมูหมักได้รสชาติหวานนุ่ม ส่วนผักคะน้าก็กรุบกรอบเคี้ยวเพลินถูกใจคนชอบผัก
ผัดซีอิ้วเส้นใหญ่
       อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เหมือนเป็นของคู่กันเมื่อมีราดหน้าก็ต้องมี ผัดซีอิ้วเส้นใหญ่ (30 บาท) เป็นเส้นใหญ่ที่นำมาผัดกับไข่และหมูหมัก ใส่ซีอิ้วดำและปรุงรสนิดหน่อย อ้อ!และที่ขาดเสียไม่ได้ก็ต้องคะน้าก้านอวบๆ นี่ละ กินผัดซีอิ้วจานนี้ออกแห้งๆ สักนิดแต่เรื่องรสชาติความกลมกล่อมกำลังดีออกหวานนำนิดๆ ชนิดที่ว่าคนชอบกินหวานไม่ต้องปรุงเครื่องเลย
      
       นอกจาก 3 เมนูเด็ดที่ “ผ่านมาแวะกิน” เลือกสั่งมากินแล้วนั้น ก็ยังมีเมนูราดหน้าอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะสั่งเป็นราดหน้าเส้นหมี่(ขาว)หมู (25 บาท) เส้นใหญ่ราดหน้าใส่ไข่ดาว หรือไข่เจียว (30 บาท) หรือจะสั่งเป็นราดหน้าอื่นๆ ใส่หมูหรือทะเลก็ได้แล้วแต่จะเลือกสั่ง เอาเป็นว่าแวะมากินราดหน้าที่ร้าน “ราดหน้ายอดผัก (40 ปี)” นี้ก็แล้วกัน บอกได้คำเดียวสั้นๆ ว่าอิ่มท้องสบายจริงๆ
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       ราดหน้ายอดผัก (40 ปี) ตั้งอยู่ที่ถนนตะนาว ใกล้ๆกับซุ้มประตูแพร่งสรรพศาตร์ สังเกตง่ายๆ เลยศาลเจ้าพ่อเสือมาไม่ไกลมากนัก ร้านอยู่ติดริมถนน เปิดขายทุกวันเวลา 09.00-21.00 น. และทางร้านรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 0-2622-1910 กด 0 และ 0-6316-2179

“เรือนพี่ เรือนน้องฯ” ร้านอร่อยแห่ง อุตรดิตถ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 สิงหาคม 2547 11:01 น.
บรรยากาศของร้าน “เรือนพี่ เรือนน้อง น้ำยาปลาตะโกก”
       มื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” มีโอกาสผ่านไปแวะกินไกลถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ และไปเจอร้านอาหารน่าสนใจเข้าร้านหนึ่งชื่อว่า “เรือนพี่ เรือนน้อง น้ำยาปลาตะโกก” ซึ่งเป็นร้านขายขนมจีนที่ขึ้นชื่อร้านหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์
      
       ร้านนี้เปิดขายมานานอายุอานามกว่า 7 ปีแล้ว เมนูจานเด็ดของร้าน “เรือนพี่ เรือนน้อง น้ำยาปลาตะโกก” เห็นจะเป็น
น้ำยากะทิปลาตะโกก ซึ่งทำจากเนื้อปลาตะโกก ปลาน้ำจืดขึ้นชื่อของเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ กินคู่กับขนมจีน ซึ่งก็มีทั้งแป้งหมักและแป้งสด ให้คนช่างเลือกได้เลือกสั่งกินกัน
ขนมจีนน้ำยากะทิปลาตะโกก
       ขนมจีนน้ำยาปลาตะโกกของที่นี่รสชาติจะออกหวานเล็กน้อยถูกปากคนไทย ส่วนใหญ่ มีเนื้อปลาตะโกกข้นๆ ละลายอยู่ในน้ำยากะทิ เวลากินต้องกินคู่กับผักสดๆ ที่ทางร้านจะมีให้ในจานใบโตๆ ผักก็มีหลายชนิดให้เลือก ทั้ง ถั่วงอก แตงกวา ยอดกระถิน ใบโหระพา ผักชีลาว ผักหอมแย้ ซึ่งเป็นผักหายากชนิดหนึ่งที่ไม่ได้มีให้กินตลอด และผักดอง เพื่อเพิ่มรสชาติให้ขนมจีนคำนี้ให้อร่อยมากยิ่งขึ้น
      
       นอกจากขนมจีนน้ำยากะทิปลาตะโกกซึ่งเป็นเมนูดาราของร้านนี้แล้ว ที่นี่ก็ยังมีน้ำยาขนมจีนให้เลือกชิมอีกถึง 5 ชนิดด้วยกัน คือ น้ำเงี้ยว น้ำยาป่าปลาช่อน แกงเขียวหวาน แกงปลากราย และน้ำพริก ให้เลือกสั่งกันได้หลายรสชาติ
      
       ส่วนราคาของแต่ละจานก็ไม่แพงเลย ถ้าสั่งเป็นชุดคือขนมจีน 1 กระจาด และน้ำยา 1 ถ้วย ก็ราคา 35 บาท (ขนมจีนกระจาดละ 20บาท น้ำยาถ้วยละ 15 บาท) ถ้าสั่งแบบขนมจีนราดน้ำยา ก็จานละ 15 บาท หรือถ้าสั่งขนมจีน 1 จาน น้ำยา 1 ถ้วยเล็กก็ราคา 20 บาทเท่านั้นเอง ส่วนผักจานโตๆ นั้นแถมฟรีไม่มีอั้น ตบท้ายด้วยน้ำตะไคร้หอมๆ อีกสักแก้ว (10 บาท) ก็อิ่มได้กำลังดี
ขนมจีนน้ำยาป่าปลาช่อน
       หากใครมาที่ร้านนี้แล้วไม่อยากกินขนมจีนเพียงอย่างเดียว ขอแนะนำเมนูน่าอร่อยอื่นๆ ให้ลองเลือกชิม ไม่ว่าจะเป็น ต้มยำหัวพุงไข่ (60 บาท) ซึ่งใช้ปลาช่อนนาตัวโตๆ ที่มีครบตามชื่อเมนูก็คือ หัว พุง และไข่ มารวมไว้เป็นต้มยำหม้อไฟ หรือถ้าอยากกินอาหารรสชาติจัดหน่อยขอแนะนำ ยำแคบหมู (40 บาท) ที่นำเอาแคบหมูชิ้นขนาดกำลังดีมาคลุกกับน้ำยำรสชาติเปรี้ยวถูกใจ จะกินกับข้าวสวยหรือขนมจีนก็ได้ตามใจชอบ
      
       ใครที่ผ่านไปแถวจังหวัดอุตรดิตถ์ก็อย่าลืมแวะชิมขนมจีนน้ำยาปลาตะโกกของร้าน “เรือนพี่ เรือนน้อง น้ำยาปลาตะโกก” ร้านเด็ดของเมืองลับแลแห่งนี้ หลังจากที่ “ผ่านมาแวะกิน” ได้ไปชิมขนมจีนร้านนี้มาแล้ว ก็รู้สึกเหมือนจะหลงทางหาทางออกจากร้านไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้นเครือเขาหลงที่ปลูกไว้หน้าร้าน หรือว่าหลงในรสชาติอาหารกันแน่ สิบตัวอักษรย่อมไม่เท่าหนึ่งคำชิม ดังนั้นถ้าใครอยากจะรู้ก็ต้องลองไปกินกันเองแล้วกัน
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
ร้าน "เรือนพี่ เรือนน้อง น้ำยาปลาตะโกก" เปิดทุกวัน ยกเว้นวันที่ 25-26 ของทุกเดือน เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 18.00 น. อยู่ที่ ถนนเด่นชัย พิษณุโลก (ถนนสายเอเชีย) ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ตรงข้ามกับร้านฮั้วศูนย์ล้อ โทร. 0-5544-2397

เติมเต็มพื้นที่ในกระเพาะกับ “ข้าวต้มเป็ดนายเนี้ยว”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2547 17:08 น.

หิวๆ ก็แวะกินข้าวต้มที่ร้าน “ข้าวต้มเป็ดนายเนี้ยว”
       จ๊อก จ๊อก จ๊อก......... เสียงอะไรสักอย่างดังมาจากกระเพาะน้อยๆ ของ “ผ่านมาแวะกิน”
      
       
หลังจากที่เอียงหูตั้งใจฟัง ก็แน่ใจได้ว่ามันเป็นเสียงท้องร้องที่เรียกหาอาหารใส่ท้องของเรานั่นเอง เป็นอย่างนี้เสียทุกทีเวลาที่ “ผ่านมาแวะกิน” เกิดอาการหิวจัดจนทำให้น้ำย่อยในกระเพาะมันต้องย่อยด้วยตัวองโดยไม่มีอาหารเกิดอาการคำรามเสียงดังออกมาให้ขายหน้าประชาชี
      
       เอาละไหนๆ ท้องก็ร้องเสียงออกจะดังขนาดนี้ เห็นทีเราต้องหาอาหารมาเติมเต็มพื้นที่ในกระเพาะกันสักหน่อย เอาแบบกินแล้วอิ่มท้องเข้าว่ากับข้าวต้มร้อนๆ สักชามสองชาม ที่ร้าน “ข้าวต้มเป็ดนายเนี้ยว” ร้านนี้ก็เข้าท่าดี เพราะข้าวต้มร้านนี้เข้าขึ้นชื่อลือชาว่ารสเด็ด แถมขายมานานแล้วกว่า 30 ปี
ข้าวต้มเป็ด
       ซึ่งข้าวต้มที่เด่นๆ และว่าเด็ดของร้านนี้ก็มีอยู่หลายอย่าง เอาเท่าที่ “ผ่านมาแวะกิน” ได้ลิ้มลองก็มี ข้าวต้มเป็ด (25 บาท) ที่เป็นตัวเอกชูโรงของร้านนี้ตามชื่อร้าน เป็นข้าวต้มเป็ดที่ทางร้านคัดเอาแต่เนื้อตรงส่วนหน้าอกของเป็ด มาหมักกับพริกไทย น้ำตาล น้ำปลา หมักทิ้งไว้นานกว่า 2 ชม. แล้วค่อยนำไปต้มจนได้เนื้อเป็ดที่นุ่มเปื่อยกำลังดี และนำมาผัดรวมกับเลือดเป็ดที่ปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลาอีกที ถึงจะได้ข้าวต้มเป็ดร้อนๆ ที่หอมกรุ่นกลิ่นเป็ด แค่ตักเนื้อเป็ดเข้าปากสัมผัสได้ถึงเนื้อเป็นที่นุ่มเคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่นสาป ส่วนเลือดเป็ดก็เป็นชิ้นแข็งตัวไม่เหลว ข้าวต้มก็เป็นเม็ดไม่แหยะ เพราะเขาใช้ข้าวหอมมะลิเก่า รวมๆ แล้วข้าวต้มเป็ดชามนี้รสเด็ดถูกลิ้นนักเชียว
      
       ข้าวต้มบ๊ะเต็ง (25 บาท) ที่จริงก็คือข้าวต้มหมูสามชั้น ที่ทางร้านนำหมูสามชั้นมาหมักกับพริกไทย น้ำปลา น้ำตาล และซีอิ้วดำ ก่อนนำไปต้มจนหมู่นุ่มได้ที่ แล้งจึงหั่นหมูเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำและนำมาผัดกับน้ำมันกระเทียมเจียว แถมใส่ปลาหมึกแห้งผัดคลุกเคล้ารวมมาด้วย ข้าวต้มบ๊ะเต็งชามนี้รสชาติออกหวานเพราะซีอิ้วดำที่หมักมากับหมู ตักหมูสามชั้นรวมกับข้าวเข้าปากได้รสชาติที่หมูเนื้อนุ่มเคี้ยวมันเข้ากับ ข้าวสวยเป็นเม็ด สลับกับเคี้ยวปลาหมึกที่หนับหนับไม่แพ้กัน ซดน้ำข้าวต้มตามหอมหวานคล่องคอ
ข้าวต้มบ๊ะเต็ง
       ชามสุดท้ายเป็น ข้าวต้มกระเพาะหมู (30 บาท) ถูกใจคนชอบกินเครื่องใน กระเพาะหมูชิ้นโตพอดีคำที่ผ่านการหมักด้วยพริกไทยเม็ด รากผักชี และเกลือ ก่อนนำไปต้มกว่า 2 ชม. จนกระเพาะสุกเปื่อยนุ่มได้ที่ ได้ข้าวต้มกระเพาะหมูที่รสชาติถูกลิ้นไม้แพ้กัน เพราะกระเพาะหมูนั้นไม่เหนียว ไม่เหม็นสาป
      
       นี่เป็นแค่ข้าวต้ม 3 ตัวเด่นๆ ที่ “ผ่านมาแวะกิน” ได้ลิ้มลอง ส่วนถ้าใครมาที่ร้านนี้แล้วจะลองสั่งเป็นข้าวต้มอย่างอื่นก็มี อาทิ ข้าวต้มทะเลรวมมิตร (50 บาท) ข้าวต้มปลากะพง (30 บาท) หรือเป็นอาหารตามสั่งทั่วไปก็มีขาย ซึ่งถ้าใครอยากจะมาเติมเต็มพื้นที่ในกระเพาะเหมือนอย่าง “ผ่านมาแวะกิน” ก็มาที่ร้าน “ข้าวต้มเป็ดนายเนี้ยว” กันได้เลย
       
       
*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
      
       
ข้าวต้มเป็ดนายเนี้ยว ตั้งอยู่ที่ 95 ถ.ไมตรีจิตร ป้อมปราบ กทม. ใกล้วัดพลับพลาชัย ร้านอยู่ติดริมถนน แถวนั้นมีร้านขายยางรถยนต์จำนวนมาก ร้านเปิด 17.00-22.00 น. หยุดขายทุกวันพฤหัสบดี มีรถเมล์สาย 21 และ 35 วิ่งผ่านหน้าร้าน หรือโทร.สอบถามเส้นทางได้ที่ 0-2623-3916, 0-1929-8055

“ครัวริมสวน” ชวนนั่ง ชวนกิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 สิงหาคม 2547 18:02 น.
นั่งหม่ำอาหารท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ
       สายลมพัดเอื่อยๆ ปะทะกับร่างกาย พาเอาจิตใจเย็นสบายตามไปด้วย มันช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขเสียจริงๆ หลายคนอาจนึกว่า “ผ่านมาแวะกิน” กำลังนั่งอยู่ที่ชายทะเลหรือน้ำตกที่ไหนสักแห่งเป็นแน่
      
       แต่อันที่จริงแล้ว “ผ่านมาแวะกิน” ไม่ได้นั่งอยู่ที่น้ำตกหรือริมทะเลที่ไหน แต่กลับมานั่งกินอาหารอยู่ที่ “ครัวริมสวน” ตรงอ. กระทุ่มแบนนี้เอง ที่นี่เขาขายอาหารไทยๆ พื้นบ้านทั่วไป เรียกว่ามานั่งกินอาหารง่ายๆ สบายท้อง แถมสบายกายจะนั่งกินนอนกินเอกเขนกได้ตามสบาย เพราะเขาจัดพื้นที่นั่งกินอาหารในร้านเป็นซุ้มๆ ที่รายล้อมไปด้วยบรรยากาศต้นไม้เขียวชอุ่มและบ่อน้ำใส นั่งกินอาหารแล้วเพลินใจเหมือนว่ากำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่สวนหลังบ้านตัวเอง ยังไงยังงั้น
ปลาดุกฟู
       ด้านอาหารของที่นี่เป็นอาหารไทยๆ ที่เป็นเมนูคุ้นหน้าคุ้นตา แต่ละรายการล้วนน่ากินทั้งนั้น และวัตถุดิบของการทำอาหารของที่นี่เขาจะเน้นใช้ของสดๆ ที่มีอยู่ อย่างปลาก็จับจากบ่อ ผักต่างๆ ก็ได้มาจากที่ปลูกขึ้นมาเอง ฉะนั้นเรื่องความสดสะอาด และความปลอดภัยเห็นจะไม่ต้องเป็นห่วงกันละงานนี้
      
       เอาเป็นว่าไปดูดีกว่าว่ามื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” สั่งอะไรมาขึ้นโต๊ะบ้าง จานแรกนี้เป็นเหมือนออร์เดิร์ฟสั่งมากินเรียกน้ำย่อยให้ตื่นตัว
      
       เริ่มด้วย ปลาดุกฟู (80 บาท) ทางร้านนำปลาดุกตัวโตนำมาย่างจนสุกแล้วแกะเอาแต่เนื้อมาสับให้ละเอียดแล้ว ทอดกรอบ ราดด้วยน้ำยำมะม่วงที่ใช้มะม่วงเขียวเสวยไม่แก่จัดหอมอร่อย กลายเป็นปลาดุกฟูที่กรอบกรุบเข้ากับน้ำยำออก 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน กำลังดี ยิ่งกินเป็นกับแกล้มกับเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วเหมาะเจาะนัก
ไก่ตะไคร้
       ยำหัวปลี+ยำถั่วพู (80 บาท) อันที่จริงจานนี้จะสั่งแยกเป็นแต่ละอย่างก็ได้ แต่พอดี “ผ่านมาแวะกิน” อยากกินแบบรวมมิตร ซึ่งทางร้านก็จัดให้ ยำหัวปลีนั้นเป็นหัวปลีสดๆ นำมาซอยแล้วมายำกับเครื่องปรุง ใส่น้ำพริกเผาใส่กุ้ง ปลาหมึก หมูสับ ส่วนยำถั่วพูก็เหมือนกัน และมีไข่ต้มแบบเป็นยางมะตูมให้กินแกล้มเข้ากันด้วย รสชาติยำออกหวานมันกลมกล่อมลิ้นกำลังดี
      
       ไก่ตะไคร้ (80 บาท) เป็นไก่บ้านที่นำมาหมักกับเครื่องปรุงและเครื่องเทศ อย่างตะไคร้ พริกไทย รากผักชี แล้วนำไปทอดจนไก่สุกกรอบ และมีตะไคร้ซอยทอดกรอบโรยหน้ามาด้วย ส่งไก่เข้าปากหอมกลิ่นตะไคร้เอามากๆ พอเคี้ยวก็สัมผัสได้ถึงความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อไก่ จิ้มกินกับซอสพริกเพิ่มความเผ็ดถูกใจนักเชียว
      
       นอกจากเมนูที่ว่านี้ก็ยังมีอีกหลายเมนูที่น่าสั่งมาลิ้มลอง อาทิ
ต้มยำปลาบึก (100 บาท) ต้มยำไก่ใบมะขามอ่อน (100 บาท) แรด 3 รส (กก. ละ 150 บาท) เรียกว่าที่ร้าน “ครัวริมสวน” แห่งนี้เขามีอาหารไทยพื้นบ้านหน้าตาน่ากิน รสชาติน่าลิ้มลอง และบรรยากาศในร้านก็น่านั่ง ก็ถ้าใครผ่านมาแถวกระทุ่มแบนจะลองแวะมากินที่ร้าน “ครัวริมสวน” กันบ้างก็ไม่ว่ากัน เพราะทางร้านเขายินดีต้อนรับทุกท่านอยู่แล้ว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       “ครัวริมสวน” ตั้งอยู่ที่ ถ.รุ่งสุวรรณ (ทางไปท่าส.จ.) อ. กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ร้านอยู่ห่างจากโรงพยาบาลกระทุ่มแบนประมาณ 2 กิโลเมตร เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. หยุดทุกวันอังคาร โทร.สอบถามเส้นทางได้ที่ 0-3447-3242, 0-9811-8002

“ยืนพื้น” กวยจั๊บน้ำข้นรสเข้มถึงใจ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2547 14:30 น.
บรรยาการศของร้านยืนพื้นกวยจั๊บน้ำข้น
       จำได้ว่าเมื่อตอนที่ยังเด็กๆวันอาทิตย์ตอนเช้าๆผู้ใหญ่มักจะพาเด็กๆอย่างพวกเราออกไปหาอะไรอร่อยๆกินกันนอกบ้าน
      
       “กวยจั๊บ”เป็นหนึ่งในของโปรดอันดับต้นๆของ “ผ่านมาแวะกิน” กวยจั๊บน้ำข้นร้อนๆใส่เครื่องเยอะๆ ชั่วโมงนั้นเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
      
       นี่ก็ผ่านมาหลายฝนหลายหนาวแล้ว เรายังไม่เคยได้ลองลิ้มชิมรสกวยจั๊บรสชาติถูกปากเหมือนสมัยเด็กเลย
กวยจั๊บน้ำข้น
       แต่วันนั้นมีโอกาสได้ผ่านไปแถวพรานนก เผอิญไปสะดุดตากับร้านกวยจั๊บ “ยืนพื้น”(หรือที่เรียกกันติดปากว่าร้าน จส.100)ที่คนแน่นเหลือเกิน ด้วยความอยากรู้ว่าร้านนี้มีอะไรดี ก็เลยลองสั่ง “กวยจั๊บน้ำข้น” (ธรรมดา 25 พิเศษ 30 บาท)มาลองสักชามก่อน
      
       เห็นควันลอยฉุยมาแต่ไกลพร้อมๆกันนั้นก็ได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศ,ยา จีน ที่ทางร้านได้เคี่ยวพร้อมน้ำซุปทำให้ได้รสชาติเข้มข้น กลมกล่อมถูกใจ “ผ่านมาแวะกิน”เป็นยิ่งนัก แถมในชามยังมีหมูกรอบ ตับ ไข่ เลือดชิ้นโตๆและไส้ที่เวลาเคี้ยวก่อให้เกิดเสียงหนุบหนับขึ้นในปากอย่างพร้อมเพรียง
      
       บางทีความรู้สึกเก่าๆที่เลือนหายไปกับกาลเวลา เพียงแค่มีร่องรอยบางอย่างที่คล้ายคลึงกับอดีตมาสะกิด ก็สามารถทำให้ความทรงจำเก่าๆย้อนคืนมา “ผ่านมาแวะกิน”เองก็รู้สึกเช่นเดียวกับที่ว่านี้ ความสุขยามเมื่อได้กินของโปรดและรสชาติที่คลายคลึงกัน ทำให้เผลอตัวเผลอใจสั่งไปอีก 1 ชาม
เปาะเปี๊ยะสด
       เมียงมองไปหน้าร้านเห็นพนักงานกำลังบรรจงวางแตงกวา กุนเชียง ถั่วงอก ลงบนแผ่นแป้งบางๆ พร้อมหั่นขนาดพอคำ ราดน้ำปรุงรส เสริฟ์พร้อมกับพริกดองและต้นหอม “ผ่านมาแวะกิน”มองแล้วว่าต้องเป็น “เปาะเปี๊ยะสด”(20บาท)แน่ แท้ จึงไม่รอช้าสั่งมาลองชิม เพียงคำแรกที่เข้าปากก็รู้สึกได้ถึงความเนียนนุ่มของเนื้อแป้งผสมผสานกับน้ำ ปรุงรส ทำให้รสชาติที่เกิดขึ้นในปากนั้นกลมกล่อมหวานมัน แถมยังโรยหน้าด้วยปูอัดและไข่หั่นฝอย น่ากินเป็นที่สุด
      
       อิ่มจากอาหารคาวแล้วก็มาถึงคิวของหวานๆกันบ้างกับ “ขนมปลากริม”(ถ้วย 8 บาท/ถุง 10 บาท) เพียงแค่เราเห็นหน้าค่าตาขนมถ้วยนี้ก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นขนมปลากริมประยุกต์ โดยใส่เนื้อมะพร้าวและวุ้นมะพร้าวลงไปแล้วราดด้วยน้ำกะทิรสชาติเข้มข้นหวาน มัน อร่อยเพลินเผลอแปปเดียวหมดถ้วยไม่รู้ตัว
      
       เป็นอันว่าอิ่มอกอิ่มใจอิ่มท้องไปอีกหนึ่งมื้อ
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
ร้านยืนพื้นกวยจั๊บน้ำข้น ตั้งอยู่292/5 ถ.อิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.ร้านอยู่ใกล้สี่แยกพรานนก ตรงข้ามไทยธนาคาร หรือถ้าไปไม่ถูกสามารถโทร.ถามได้ที่0-2411-0301 ร้านเปิดทุกวัน7.00-18.00 น.หยุดทุกวันศุกร์ (คนแถวนั้นรู้จักในนาม กวยจั๊บ จส.100 แต่ที่ใช้ชื่อร้านว่า “ยืนพื้น”นั้นเป็นเพราะคุณป้าเจ้าของร้านกระซิบมาว่า ทุกคนที่มาสั่งต้องยืนที่พื้นเหมือนกันทุกคนและรสชาติของกวยจั๊บร้านนี้เป็น สูตรต้นตำรับดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลงและไม่มีสาขาที่ไหนด้วย)