สุขภาพดีในทุกทริป

ด้วย 10 เทคนิคระหว่างเดินทาง
การเดินทางไปสู่จุดหมายของแต่ละคนย่อมผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย และการจะไปถึง
ปลายทางให้ได้อย่างราบรื่นนั้น ที่สุดแล้วย่อมต้องอาศัย “สุขภาพ” ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้

หนุ่มๆ นักเดินทางทั้งหลายอาจมีเทคนิคส่วนตัวที่จะทำให้การเดินทางของตัวเองราบรื่นและสะดวกที่สุด ซึ่งการ “เตรียมตัว” ก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดีนอกจากเรื่องของรายละเอียด การเดินทางอย่างตั๋วเดินทาง การจองที่พัก และอาหารการกินระหว่างทางแล้ว 10 อันดับ การเตรียมรับมือกับอาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเดินทางที่พบบ่อยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้ อาการที่ทำให้นักเดินทางส่วนใหญ่รู้สึกไม่สะดวกสบายนักหรือถึงขั้นเป็นอุปสรรคได้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ดังนี้

- ง่วง
- เมื่อยล้า
- ไม่สบายท้อง
ทั้ง 3 เป็นเรื่องยอดนิยมที่อาจเกิดได้ในการเดินทางทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยรถยนต์ เรือ หรือเครื่องบิน นอกจากนั้นใครที่ต้องเดินทางไกลข้ามแผ่นดินต่างถิ่นข้ามทวีปอาจมีอาการแถมคือ “Jet Lag” ซึ่งเกิดจากการผิดเวลาข้ามไทม์โซนไปไกลของสมองซึ่งไม่ว่าจะเป็นอาการใดก็ล้วนกวนใจนักเดินทางได้ทั้งนั้น ที่สำคัญคืออาจทำให้เกิดอาการ “ขยาด” การเดินทางขึ้นได้ ยิ่งถ้าเกิดกับผู้ร่วมเดินทางที่เราหวังให้
ไปด้วยกันเป็นทริปแห่งความสุขก็อาจจะกลับกลายเป็น Sick Trip ต้องนั่งฟื้นวิชาปฐมพยาบาลกันยามเจ็บป่วยเป็นทริปที่จดจำไปนาน ซึ่งการจะทำให้การเดินทางแต่ละครั้งสนุกและเป็น Trip of a Lifetime ได้ก็อยู่ที่ “ฝีมือ” ในการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ เพียงแค่คุณมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ บางประการ
จากความ “ใส่ใจ” และ “ไม่ประมาท” ก็สามารถทำให้ทุกทริปน่าประทับใจได้ครับ

ขอให้ท่านที่รักลองมาดูเทคนิคระหว่างการ เดินทางดังต่อไปนี้ครับ

10 หนทางสร้างสุขในทุกทริป
1 กาแฟ เครื่องดื่มทรงพลังที่ช่วยให้คนนั่งหลังพวงมาลัยหรือคนโดยสารเองสดชื่นตื่นตัวได้ดีเพราะในกาแฟมีคาเฟอีนที่ทรงฤทธิ์ในการกระตุ้นร่างกายดังที่ทราบกันดีแล้ว จากการศึกษาที่รายงานโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชี้ว่าคาเฟอีนยังไปยับยั้งเคมีอะดีโนซีนจึงทำให้สมองของเราตื่นตัวมาก นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระดีๆ อย่าง “กรดคลอโรจีนิก” ในกาแฟอีกด้วย แต่ขอให้ดื่มในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนะครับ อย่าง 1-2 แก้วต่อวันก็ยังพอไหว เพราะถ้าเกินจากนั้นก็อาจทำให้คุณไม่สนุกได้

2 อาหารแก้เมา อาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน อาจทำให้ทริปดีๆ หมดสนุกได้ น่าเห็นใจคนช่างเมา
ที่บางคนเซนซิทีฟขนาดขับรถวนขึ้นที่จอดก็ “มึน” แล้ว ในเรื่องนี้มีของกินที่พอช่วยได้ครับ ลองหา “ขิง” หรือ “น้ำขิง” มารับประทาน อาจเป็นโจ๊กใส่ขิงมื้อเช้า ก่อนออกเดินทางหรือหาลูกอมขิงมาอมไว้ก่อน ส่วนจะเป็นขิงแก่หรือขิงอ่อนก็ไม่ว่ากัน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาว่า “วิตามินบี 6” ช่วยเรื่องอาการมึนและคลื่นไส้ด้วย

3 ระวังของเค็ม จัดอันดับ การกินเค็มระหว่างเดินทางนอกจากทำให้คุณหิวน้ำบ่อยและต้องหาห้องน้ำแล้ว ยังอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียได้ด้วย มีการสำรวจพบว่าอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบินมีทั้งดีต่อสุขภาพและต้องระวัง โดยเฉพาะอาหารที่ “เค็ม” และ “มัน” เช่น ถั่วอบเกลือที่เสิร์ฟบนเครื่องหรือขนมกรุบกรอบที่มีรสเค็ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากพาให้ความดันนักเดินทางขึ้นได้แล้ว โซเดียมยังทำให้ “บวม” ได้ง่ายตามที่ต่างๆ เช่น ขาทั้งสองข้างเวลาเดินทางด้วยครับ

4 ระวังอาหารที่ทำให้ท้องอืด ของทอดและของมันคือสีสันระหว่างเดินทางโดยเฉพาะคนที่ไปกับเพื่อนฝูงเพื่อเฮฮาทว่าของมันอาจไปปลุกอาการป่วยให้กำเริบในทริปได้ โดยโรคที่ควรจับตาคือกรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน และโรคกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นอาหารมันๆ ยังมีส่วนทำให้ใช้เวลานานในการย่อย จึงอาจทำให้ท้องอืดและรู้สึกไม่สบายท้องได้นานหลายชั่วโมง สำหรับอาหารชวนท้องอืดที่ควรเลี่ยง
ได้แก่ น้ำอัดลม พิซซ่า ถั่ว ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี หอมใหญ่ หรือพูดง่ายๆ ก็คือเลี่ยงสลัดผักสดทั้งชามนั่นล่ะครับ

5 ลุกขึ้นขยับ ใครที่ต้องเดินทางในอิริยาบถเดียวติดต่อกันนานๆ ขอให้หาโอกาสลุกขึ้นขยับเขยื้อนตัวปรับท่าทางไม่ให้แช่อยู่ในท่าเดียวเกินไปนักอย่างน้อยสักทุกๆ 1 ชั่วโมง ควรมีการขยับ หากเดินทางคนเดียวแล้วเกรงใจผู้โดยสารข้างๆ ไม่กล้าลุกก็อาจใช้วิธียืดเหยียดเท้าหรือเกร็งกล้ามเนื้อตามตัวเป็นส่วนๆ ไปก็ยังได้ การขยับตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ท้องไม่อืด ขาไม่บวม และที่สำคัญคือลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดจากการนั่งนานไปอุดที่ปอด (Thromboembolism) ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

6 นอนหลับให้พอ การหลับได้เมื่อหัวถึงหมอนถือเป็นพรอันวิเศษและเป็นความสามารถที่น่าทึ่งของใครหลายคนที่ผมได้สัมผัสมา มีเทคนิคง่ายๆ คือเวลาเดินทางแล้วเขาให้หลับเมื่อไรก็พยายามหลับให้ได้ตามเวลา อาทิ ขึ้นเครื่องบินแล้วเขาปิดไฟให้นอนก็ควรจะนอน แทนที่จะตาสว่างดูหนังบ็อกซ์ออฟฟิศไม่เลิกรา หรือว่าถ้าเห็นตกกลางคืนแล้วเป็นเวลาที่ปกติอยู่บ้านจะเล่นเกมซ่อนลูกตาแล้วก็พึงนอนเถิดครับ เพราะต่อมใต้สมองจะปรับตัวได้ดีถ้าคุณนอนหลับตามเวลาและความมืด-สว่างของสิ่งแวดล้อม

7 ดื่มน้ำ ติด “น้ำเปล่า” ประจำตัวไว้เพราะน้ำธรรมดาคือเครื่องดื่มที่ดีที่สุด การได้ดื่มน้ำระหว่างการเดินทางนอกจากช่วยให้ดับกระหายแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยง “Heatstroke” ซึ่งเกิดจากการเดินทางที่ต้องประสบกับอากาศร้อนจัด รวมถึงอาการ “แฮงก์” หลังปาร์ตี้ที่เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ได้ เพราะการขาดน้ำ (Dehydration) เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่สบายดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ถ้าไม่สะดวกหาน้ำเปล่าอาจใช้ “น้ำมะพร้าว” เป็น Drink of Choice ก็แทนกันได้ ชื่นใจดีครับ

8 ติดหนังสือไว้ เรื่องนี้ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ผู้ใหญ่ในวงการสื่อท่านหนึ่งได้เคยให้เทคนิคนี้กับผมไว้ครับ ท่านคือคุณดำรง พุฒตาล 10 อันดับ ซึ่งผมเห็นว่าใช้ได้ผลดีทีเดียวสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและแต่ละครั้งกินเวลานาน การมีหนังสือไว้อ่านจะช่วยให้ท่านอยู่ในโลกส่วนตัวได้ง่ายๆ เป็นโลกขนาดพกพาแถมเผลอๆ ยังเป็นทูตสันถวไมตรีเรียกเพื่อนที่ชื่นชอบหนังสือให้เข้ามาทักทายกันไม่เหงาได้อีก ขอให้ติดพ็อกเก็ตบุ๊คไว้หรือหา Men’s Health จากแผงใกล้ๆ ติดไว้ก็ได้ครับ

9 ที่ปิดตา เตรียมตัวช่วยง่ายๆ อย่างที่ปิดตาไว้ด้วยจะช่วยคุณได้ยามที่ต้องการโลกส่วนตัว (อย่างจริงจัง) แบบเข้าภวังค์ครับ การมีอายมาสก์ดีๆ สักอันติดตัวไว้ยามเดินทางจะช่วยให้คุณสบายได้ถึงต่อมในสมองทีเดียวครับเพราะความมืดสนิทนั้นช่วยให้ “ต่อมไพนีล” ในสมองหลั่ง “เมลาโทนิน” ออกมาได้ดี มีส่วนช่วยให้ร่างกายคุณสดชื่นดีและมีภูมิคุ้มกันที่คอยปกป้องโรคภัยไข้เจ็บได้ไหนๆ ก็อุตส่าห์เตรียมของสำหรับเดินทางแล้ว พกที่ปิดตาเบาๆ ไว้สักอันก็ไม่ได้กินที่มากมายอะไรครับ

10 อย่าดูนาฬิกาบ่อย จัดอันดับ นิสัยก้มดูจอหรือฆ่าเวลาด้วยการดูนาฬิกาบ่อยอาจเป็นเรื่องที่ดูเหมือน “ใครๆ ก็ทำ” แต่อาจเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณ “เครียด” โดยไม่รู้ตัวครับเพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอแกดเจ็ตทั้งหลายกับจำนวนโมงยามนาทีที่ผ่านไปจะทำให้รู้สึกว่าเวลาเดินทางมันช่างแสนนานกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นการปรับตัวง่ายๆ ก็คืออาจใช้เวลาคุยกับเพื่อนร่วมทาง หรือใช้เทคนิคคลาสสิกอย่างเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ฝึกสมองแทนก็ยังได้ พยายามให้เวลาผ่านไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดจะช่วยคุณได้ครับ
ทั้ง 10 ข้อนี้ถือเป็นบัญญัติสำหรับนักเดินทางเผื่อคุณจำเป็นต้องเดินทางในรูปแบบต่างๆ ก็สามารถเลือก
ข้อเหมาะๆ นำไปใช้ได้ โดยไม่ว่าจะไปที่ไหนขอให้ท่องไว้เสมอว่า ถ้าสุขภาพดีเสียอย่างแล้วอุปสรรคใดๆ ก็จะเป็นเรื่องเล็กน้อยได้หมดแล้วคุณจะถึงที่หมายได้อย่างงดงามครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น