เรื่องราวของ Lizzie Borden ผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อคดีฆาตกรรมพ่อและแม่เลี้ยงของเธออย่างโหดเหี้ยมด้วยขวานที่บ้านในเมือง Fall River รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1892
ประเด็นสำคัญของคดี
เหตุการณ์ฆาตกรรม
Andrew Borden และ Abby Borden ถูกพบเป็นศพภายในบ้านที่ล็อคจากด้านใน ซึ่งไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นผู้กระทำ
แรงจูงใจและข้อสงสัย
Lizzie ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลักเนื่องจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับแม่เลี้ยง ปัญหาเรื่องมรดก และพยานหลักฐานที่ไม่สอดคล้องกัน รวมถึงการพยายามซื้อยาพิษก่อนเกิดเหตุ
กระบวนการยุติธรรม
Lizzie ถูกนำตัวขึ้นศาลในปี 1893 แม้จะมีหลักฐานพฤติกรรมที่น่าสงสัย แต่เธอก็ได้รับการตัดสินให้พ้นผิด (acquittal) เนื่องจากอิทธิพลทางสังคมและทัศนคติในยุคนั้นที่มองว่าผู้หญิงชนชั้นสูงไม่น่าจะก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้ได้
หลังจากการพ้นผิด
Lizzie ได้รับมรดกจากพ่อและใช้ชีวิตอย่างหรูหราจนเสียชีวิตในปี 1927 อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังคงเป็นปริศนาที่ถูกพูดถึงและกลายเป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน
Lizzie Borden ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีฆาตกรรมพ่อและแม่เลี้ยงของเธอ เนื่องจากปัจจัยหลายประการที่รวบรวมได้จากการสืบสวน ดังนี้
พยานหลักฐานที่ไม่สอดคล้องกัน
Lizzie ให้คำให้การต่อตำรวจที่เปลี่ยนแปลงไปมาหลายครั้งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในช่วงเช้าที่เกิดเหตุ และไม่สามารถอธิบายการเคลื่อนไหวของตนเองได้อย่างชัดเจนในช่วงเวลาที่คาดว่าเกิดเหตุฆาตกรรม
แรงจูงใจและความตึงเครียดในครอบครัว
มีหลักฐานยืนยันว่า Lizzie มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับ Abby Borden แม่เลี้ยงของเธอ โดยมองว่าเป็นผู้บุกรุกเข้ามาแทนที่มารดาที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สิน รวมถึงความไม่พอใจที่พ่อของเธอมีความเข้มงวดเรื่องเงินทอง
พฤติกรรมที่น่าสงสัย
มีพยานระบุว่าเธอพยายามซื้อยาพิษ Prussic acid จากร้านขายยาก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งวัน เธอทำลายหลักฐานด้วยการเผาชุดที่สวมใส่ในเช้าวันเกิดเหตุ การปรากฏตัวของเธอในวันเกิดเหตุมีท่าทีที่เยือกเย็นเกินกว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป
ข้อสงสัยด้านเวลา
การที่ฆาตกรสามารถเข้าออกบ้านที่ล็อคจากด้านในได้โดยไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเสียงผิดปกติ ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็น "งานภายใน" (inside job) ซึ่ง Lizzie เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในบ้านตลอดเวลา
ศาลตัดสินให้ Lizzie Borden พ้นผิดด้วยเหตุผลหลักๆ
ทัศนคติทางสังคม
ในยุคนั้น สังคมและคณะลูกขุนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่มีฐานะทางสังคมและกิริยามารยาทแบบชนชั้นสูงจะสามารถก่อเหตุฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ได้
การตัดพยานหลักฐานสำคัญ
ศาลตัดสินไม่รับฟังหลักฐานสำคัญบางอย่าง เช่น คำให้การเรื่องการพยายามซื้อยาพิษก่อนเกิดเหตุ โดยให้เหตุผลว่าอัยการไม่สามารถพิสูจน์ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างการพยายามซื้อยาพิษกับคดีฆาตกรรมด้วยขวานได้ รวมถึงศาลได้ตัดคำให้การของ Lizzie ในชั้นสอบสวนออกเนื่องจากไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา
การสร้างความสงสัยโดยพาดพิงคดีอื่น
การที่มีคดีฆาตกรรมด้วยขวานในลักษณะใกล้เคียงกันเกิดขึ้นในเมืองเดียวกันเพียง 5 วันก่อนการพิจารณาคดี โดยผู้ก่อเหตุในคดีนั้นเป็นชายชาวต่างชาติ ทำให้คณะลูกขุนมีข้อสงสัยว่าฆาตกรที่แท้จริงอาจไม่ใช่ Lizzie
ตามข้อมูล ไม่มีหลักฐานชิ้นเดียวที่สามารถมัดตัว Lizzie Borden ได้อย่างเด็ดขาดจนนำไปสู่การตัดสินความผิด แต่มีชุดพยานหลักฐานและพฤติกรรมที่อัยการพยายามนำมาใช้ในชั้นศาลเพื่อชี้ถึงความผิดของเธอ
การทำลายชุดที่สวมใส่
หนึ่งในหลักฐานที่ถือว่าสร้างความเสียหายอย่างมากต่อ Lizzie คือการที่เธอ เผาทำลายชุดเดรส ที่เธอสวมใส่ในเช้าวันเกิดเหตุในเตาถ่านที่ครัว โดยมีพยานคือ Alice Russell เห็นเหตุการณ์นี้
คำให้การที่ไม่สอดคล้องกัน
ในการสอบสวนเบื้องต้น (Inquest) Lizzie ให้การที่เปลี่ยนแปลงไปมาหลายครั้งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุและการเคลื่อนไหวของตนเองภายในบ้าน
พฤติกรรมก่อนเกิดเหตุ
มีพยานจากร้านขายยาให้การว่า Lizzie ได้พยายามซื้อยาพิษ Prussic acid (hydrogen cyanide) ก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งวัน ซึ่งอัยการใช้เป็นประเด็นในการสร้างมูลเหตุจูงใจ
อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีคำสั่ง ยกเว้นการรับฟังหลักฐานสำคัญหลายชิ้น เช่น คำให้การในการสอบสวนเบื้องต้นของ Lizzie และพยานหลักฐานเรื่องการพยายามซื้อยาพิษ โดยมองว่าไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับคดีฆาตกรรมด้วยขวาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอได้รับคำตัดสินให้พ้นผิดในที่สุด
แม้ว่า Lizzie Borden จะถูกตัดสินว่าพ้นผิดในชั้นศาล แต่ผู้คนจำนวนมากยังคงเชื่อว่าเธอเป็นผู้กระทำความผิด โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้
พฤติกรรมที่น่าสงสัย
Lizzie ให้การที่ขัดแย้งกันเองหลายครั้งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในช่วงเช้าที่เกิดเหตุ (15:18-16:38) และเธอยังเผาทำลายชุดเดรสที่สวมใส่ในวันนั้น ซึ่งถูกมองว่าเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ
แรงจูงใจเรื่องมรดกและความขัดแย้ง
ครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด Lizzie และพี่สาวไม่พอใจแม่เลี้ยงอย่างรุนแรง และมีความขัดแย้งเรื่องการจัดการทรัพย์สินของพ่อ ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้ในการก่อเหตุเพื่อมรดก
ทฤษฎีการฆาตกรรมแบบ "งานภายใน"
บ้านของครอบครัว Borden มีระบบล็อคจากด้านในที่แน่นหนา ทำให้เป็นไปได้ยากมากที่คนนอกจะสามารถเข้ามาฆ่าคนสองคนในช่วงเวลาห่างกันโดยไม่มีใครสังเกตเห็นหรือได้ยินเสียงผิดปกติ
ความพยายามซื้อยาพิษ
พยานในร้านขายยาให้การว่า Lizzie พยายามซื้อยาพิษเพียงหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ ซึ่งถูกนำมาเชื่อมโยงว่าเป็นการเตรียมการก่อนจะหันมาใช้ขวานแทนเมื่อแผนแรกไม่สำเร็จ
ในท้ายที่สุด สังคมยุคนั้นมองว่าผู้หญิงชนชั้นสูงไม่น่าจะก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้เธอรอดพ้นจากคดีในขณะนั้น
++++++
นำเสนอประเด็นวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในเมือง เซี่ยเหมิน ประเทศจีน ซึ่งเคยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มั่งคั่งและคึกคัก แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างหนักจนกลายเป็น "เมืองร้าง" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
สภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย
ร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่เปิดมานานต้องปิดตัวลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างมาก ผู้คนรัดเข็มขัดและลดรายจ่ายจนถึงขั้นต่ำสุด
วิกฤตตลาดแรงงาน
พนักงานวัยทำงานและนักศึกษาจบใหม่ต้องเผชิญกับการถูกกดค่าจ้าง ลดวันหยุด และไม่มีความมั่นคงในการทำงาน ส่งผลให้เกิดภาวะการแข่งขันที่กัดกินกันเอง (Involution)
ปัญหาค่าครองชีพและที่อยู่อาศัย
รายได้ในเมืองต่ำกว่ามาตรฐานค่าครองชีพที่สูงลิ่ว ทำให้คนวัยทำงานไม่สามารถสร้างตัวได้ และนำไปสู่การล่มสลายของระบบที่อยู่อาศัยระดับล่าง แรงงานจำนวนมากต้องกลายเป็นคนไร้บ้านชั่วคราว นอนในสวนสาธารณะหรือใต้ทางด่วน
ผลกระทบทางสังคม
สภาพสังคมเสื่อมโทรมลงเนื่องจากปัญหาคนไร้บ้านและสุขอนามัย ส่งผลให้ผู้คนตัดสินใจอพยพย้ายออกจากเมืองกลับสู่ชนบท (Hollowing out) ซึ่งสะท้อนถึงรอยร้าวของโครงสร้างเศรษฐกิจจีนในภาพใหญ่




























































































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น