ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

“ข้าวแกงป๋าทวี” เมนูเด็ด รสดีชวนกิน

หน้าร้านข้าวแกงป๋าทวี
       “ข้าวแกง”หรือ “ข้าวราดแกง” เป็น อาหารกินง่าย และหากินง่ายได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเช้าสายบ่ายเย็น ไปจนถึงค่ำมืด มีร้านขายข้าวแกงให้กินกันตลอด แต่ว่าถ้าจะหาข้าวแกงเจ้าเด็ดรสอร่อยนั้น คงต้องเสาะหากันหน่อย อย่างกับที่“ผ่านมาแวะกิน” ไปเสาะหาเจอข้าวแกงเจ้าเด็ดในมื้อนี้เข้า
      
       สำหรับร้านที่ว่านั้นชื่อ “ข้าวแกงป๋าทวี” ตั้ง อยู่ที่ย่านสะพานหัน เป็นร้านข้าวแกงที่ยังคงสูตรเด็ดและคงเส้นคงวาในความอร่อยมาร่วม 50 ปี ทำให้ลูกค้าที่เคยมาลิ้มลองติดใจต้องแวะเวียนมาลิ้มรสอยู่เสมอ ซึ่งสูตรเด็ดเคล็ดลับของร้านนี้ก็คือ ความสด สะอาด และคุณภาพของวัตถุดิบ ที่ทางร้านเลือกสรรของสดของแห้งมาปรุงแบบพิถีพิถัน ในแต่ละวันก็จะมีข้าวแกงประมาณ 40 - 60 ชนิด หมุนเวียนกันออกมาเรื่อยๆ แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลกินเจ ที่นี่ก็จะขายเฉพาะอาหารเจเท่านั้น
      
       นอกจากข้าวแกงที่นี่จะรสชาติดีแล้ว ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด ถ้าหากว่ากินข้าวราดแกง 1 อย่าง 20 บาท, ราดแกง 2 อย่าง 30 บาท ส่วนถ้าจะสั่งกับข้าวแยกเป็นจานๆ ก็คิดอย่างละ 30 บาท และข้าวสวยจานละ 5 บาท
หมูหวานและหมูเค็ม
       สำหรับเมนูเด็ดของร้านข้าวแกงป๋าทวีที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ ได้แก่ หมูหวาน และ หมูเค็ม (ขีดละ 40 บาท กิโลกรัมละ 400 บาท) ทั้งสองอย่างนี้ใช้เนื้อหมูสามชั้นเลาะมันออก ในส่วนของหมูหวานนั้นจะนำเนื้อหมูลงไปทอด ก่อนจะนำมาคลุกกับน้ำตาลเคี่ยวที่ปรุงรสไว้แล้ว ลองชิมแล้วเนื้อหมูนุ่มๆ รสชาติหวานๆเค็มๆ ส่วนหมูเค็มนั้นก็จะนำเนื้อหมูสามชั้นไปหมักก่อน แล้วค่อยนำไปทอดให้สุกเหลืองให้รสชาติหอม นุ่ม เค็มกำลังดี เรียกว่าอร่อยไปคนละแบบกับหมูหวาน
      
       ส่วนอีกเมนูหนึ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือ ปลาทูอบน้ำอ้อย (ตัวละ 40 บาท) เมนูนี้ใช้ปลาทูสดตัวโตสั่งตรงจากแม่กลอง นำมาเคี่ยวอบไปกับน้ำอ้อย และอ้อยที่หั่นเป็นท่อนๆ ประมาณ 4 ชั่วโมง จะได้ปลาทูอบน้ำอ้อยหน้าตาน่ากินออกมาให้ลองชิมกัน ซึ่งลองแล้วเนื้อปลาทูนุ่มมัน หวานกลมกล่อมอร่อยดี หรือจะเพิ่มรสชาติอีกสักนิดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ได้
ปลาทูอบน้ำอ้อย
       ผัดหน่อไม้ดอง จานนี้ก็น่าลอง ทางร้านใช้หน่อไม้ดองมาต้มหลายรอบเพื่อจะให้ได้หน่อไม้ที่ไม่มีกลิ่นสาบ จากนั้นนำมาผัดกับพริกแกง และเนื้อปลากรายปรุงรสที่ทางร้านทำเอง เคี่ยวอยู่นานจนเข้าเนื้อ กินแล้วหน่อไม้อ่อน ได้รสชาติของพริกแกง ส่วนเนื้อปลากรายนุ่ม เหนียว ไม่คาว
      
       เมนูถัดมาคือ แกงลูกชิ้นเขียวหวานฟัก ที่ทางร้านตำ เครื่องแกงเขียวหวานเอง ได้กลิ่นหอมและรสชาติเครื่องเทศจัดจ้าน ตัวลูกชิ้นก็ทำมาจากเนื้อปลากรายแท้ๆ นำมาปรุงรสเล็กน้อย แกงถ้วยนี้อร่อยเข้มข้น หอมมันจากกะทิ เผ็ดไม่มากนัก เนื้อปลากรายเหนียวนุ่มเด้งดี
ผัดหน่อไม้ดอง
       ต่อกันด้วย มะระยัดไส้ ที่เคี่ยวกันนานจนเปื่อยนุ่ม มะระไม่ขม ส่วนไส้มะระที่ทำจากหมูสับก็รสดี ลองซดน้ำซุปร้อนๆ แล้วคล่องคอมาก หรือจะลองชิม แกงส้มชะอมทอด ถ้วยนี้ก็อร่อยกลมกล่อม ไม่เผ็ด ทางร้านจะทำน้ำแกงส้มด้วยเครื่องแกงที่ตำเอง แล้วแยกไว้ก่อน ถ้ามีคนสั่งก็จะนำชะอมชุบไข่ทอดที่ทำไว้มาราดด้วยน้ำแกงส้ม และเนื้อกุ้งลวกสุก
      
       สุดท้ายมาลิ้มลอง ปูจ๋าไข่เค็ม ที่ทำจากเนื้อหมูผสมเนื้อปู และกระเทียม ปรุงรส ก่อนจะใส่ไข่แดงเค็มทั้งลูก แล้วนำไปทอดสุก และอีกเมนูคือ กุ้งกระเทียม ที่ใช้กุ้งแม่น้ำมาทอดกระเทียมพริกไทยแล้วปรุงรสเล็กน้อย สองเมนูสุดท้ายนี้ก็อร่อยจนต้องขอสั่งข้าวเปล่ามากินเพิ่มอีกจาน
แกงลูกชิ้นเขียวหวานฟัก
       นอกจากที่ได้ลองชิมกันไปแล้ว ก็ยังมีอีกหลายเมนูที่เอร็ดอร่อยไม่แพ้กัน อย่างเช่น ไก่อบยอดคะน้า ปลาดุกกรอบ ฉู่ฉี่พุงปลาช่อน ผัดลูกชิ้นมะเขือ เป็นต้น
      
       ถ้าหากว่าอยากจะมาลองชิมกันก็มาได้ที่ร้าน “ข้าวแกงป๋าทวี” ตรงสะพานหัน ที่ละลานตาไปด้วยข้าวแกงหลากหลายเมนูอร่อย เรียกว่าเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ข้าวแกงป๋าทวี” ตั้งอยู่ในซอยเชิงสะพานเหล็ก ฝั่งที่จะไปแยกเมอร์รี่คิงส์ เมื่อลงจากสะพานหันแล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็กๆ ที่อยู่เชิงสะพาน เดินตรงเข้าไปประมาณ 20 เมตร จะถึงร้านข้าวแกงป๋าทวีที่อยู่ด้านในสุด (สังเกตจากป้ายร้านที่อยู่ตรงกลางทางเดิน) ทางร้านรับทำข้าวกล่อง และจัดบุฟเฟ่ต์นอกสถานที่ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00-16.30 น.โทร. 08-1916-5053

ลิ้มลองของดี“บะหมี่แสบคูณสอง” บะหมี่รสเด็ด-ขาหมูโอวัลติน

บรรยากาศภายในร้าน
       ประตูน้ำ เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ในวันว่างๆ “ผ่านมาแวะกิน” มัก จะชักชวนเพื่อนฝูงไปเดินดูสินค้าเสมอ แต่ก่อนจะเริ่มเดินนั้น ก็ต้องไปหาของอร่อยกินรองท้องกันเสียก่อน จะได้มีแรงเดินช้อปปิ้งนานๆ มื้อนี้จึงอยากจะนำเสนออีกร้านอร่อยขึ้นชื่อ ที่ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะมากินกันที่ร้าน “บะหมี่แสบคูณสอง”
ด้านหน้าร้านบะหมี่แสบคูณสอง
       ร้านนี้เปิดมากว่า 20 ปีแล้ว โดยตอนแรกนั้นตั้งอยู่ติดริม ถ.เพชรบุรี แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นศูนย์การค้าชิบูย่า 19 แล้ว ร้าน “บะหมี่แสบคูณสอง” จึง ได้ย้ายเข้ามาอยู่ใน ซ.เพชรบุรี 19 แทน แต่ว่าความอร่อยก็ยังคงอยู่เช่นเดิม ส่วนบรรยากาศของร้านก็นั่งกันเย็นสบายในห้องปรับอากาศ ไม่ต้องเหงื่อไหลไคลย้อย
บะหมี่แห้งปู
       อย่างเมนูขึ้นชื่อของร้านนี้ที่ต้องสั่งกันก็คือ บะหมี่แห้งปู (40, 50, 60 บาท) ที่ทางร้านทำเส้นบะหมี่เอง โดยจะเป็นบะหมี่ไข่ ที่ไม่ใส่สารกันบูด ที่ได้ลองชิมแล้วต้องบอกว่าเหนียวนุ่มมากๆ ส่วนเนื้อปูก็จะใช้เนื้อปูเป็นก้อนๆ ที่กินแล้วเต็มปากเต็มคำดี
บะหมี่แห้งหมูแดง
       หรือหากจะสั่ง บะหมี่แห้งหมูแดง (40, 50, 60 บาท) ชามนี้ก็จะได้ความเหนียวนุ่มอร่อยของเส้นบะหมี่เช่นกัน แต่รสชาติจะแตกต่างออกไปด้วยหมูแดงที่นำเนื้อหมูส่วนสะโพกมาหมักด้วยเครื่อง ปรุงรสต่างๆ แล้วนำไปย่างด้วยเตาถ่าน ให้รสชาติที่ออกหวานๆ เนื้อหมูนุ่มๆ
เกี้ยวน้ำปูหมูแดง
       ส่วนอีกชามที่น่ามาลิ้มลองก็คือ เกี๊ยวน้ำปูหมูแดง (40, 50, 60 บาท) ที่ตัวเกี๊ยวเป็นเกี๊ยวหมูปรุงรสได้กลมกล่อม หอมนุ่ม แล้วก็ใส่หมูแดง และเนื้อปูเป็นก้อนๆ ส่วนน้ำซุปก็เคี่ยวมาจากกระดูกหมูแล้วปรุงรสเล็กน้อย ทำให้ได้น้ำซุปรสชาติดี แบบที่ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็อร่อยแล้ว
      
       และอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านนี้ก็คือ ข้าวขาหมูโอวัลติน (40, 50, 60 บาท) เป็นสูตรพิเศษของทางร้านที่คิดค้นขึ้นมาเพิ่มความอร่อย ขาหมูนั้นจะใช้ทั้งขาหน้าและขาหลังมาทำความสะอาด แล้วต้มพร้อมกับเครื่องพะโล้ ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ รวมถึงผงโอวัลตินที่จะช่วยให้ได้รสเข้มข้นขึ้น โดยจะเคี่ยวไว้ข้ามคืนเพื่อความเปื่อยนุ่ม
ข้าวขาหมู
       นอกจากขาหมูแล้ว ก็ยังมีไส้พะโล้ ที่นำมาต้มกับ เครื่องพะโล้เช่นกัน ลองชิมข้าวขาหมูจานนี้แล้วรสชาติจะออกเค็มๆ หน่อย แต่ก็หอม กลมกล่อม อร่อยดี แล้วเพิ่มความจี๊ดจ๊าดให้กับข้าวขาหมูด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ด ที่ออกเปรี้ยวๆ เผ็ด ถ้ากินคู่กันแล้วก็ยิ่งอร่อยเหาะ
      
       นอกจากนี้ก็ยังมี คากิ (ขาละ 60 บาท) มาให้ลองชิมด้วย หรือใครอยากจะเพิ่มโปรตีนก็ต้องสั่ง ไข่พะโล้ (ฟองละ 10 บาท) มากินคู่กัน หรือหากชอบขาหมูมากๆ ก็สั่ง ขาหมูทั้งขา (ขาละ 500 บาท) กลับไปกินที่บ้านก็ได้
      
       ความอิ่มอร่อยแบบนี้ แวะเวียนมาลองชิมกันได้ที่ร้าน “บะหมี่แสบคูณสอง” ซึ่ง หากว่ากินอิ่มแล้วจะไปเดินออกกำลังกายเผาผลาญพลังงานด้วยการช้อปปิ้งต่อก็ ยังไหว หรือจะไปช้อปปิ้งก่อนแล้วแวะมาเติมพลังก็ไม่ว่ากัน

“เดลิเซ่’” จิบกาแฟรสละมุน หอมกรุ่นเบเกอรี่โฮมเมด

ภายในร้านเดลิเซ่
       ความสุขในชีวิตอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้กินอาหารอร่อยๆ ซึ่ง “ผ่านมาแวะกิน” ก็ ไม่เคยพลาดที่จะเดินทางไปลิ้มลอง โดยเฉพาะในวันนี้ที่จะชวนมิตรรักนักกินไปชิมกาแฟรสดี เบเกอรี่อร่อยๆ ในบรรยากาศแบบคลาสสิค กันที่ร้าน “เดลิเซ่” ในย่านเอกมัย
      
       เมื่อเปิดประตูแล้วก้าวเดินเข้าไปในร้าน จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น แต่หรูหรา ด้วยการตกแต่งในสไตล์คลาสสิคจากยุโรป แต่ปรับเปลี่ยนให้ดูน่านั่งขึ้นด้วยโซฟานุ่มๆ บุลายดอกไม้หวานๆ พร้อมกับเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ เหมาะกับการมานั่งจิบชา กาแฟ พักผ่อนหย่อนใจ
Caramel Macchiato
       สำหรับเมนูภายในร้านก็มีให้ลิ้มลองกันทั้ง ชา กาแฟ และเบเกอรี่โฮมเมด รวมถึงเครื่องดื่มหลากชนิด และอาหารรองท้องแบบเบาๆ ซึ่งเราก็ขอเริ่มต้นมื้อนี้กันด้วยเมนู Caramel Macchiato (85 บาท) กาแฟร้อนกลิ่นหอมหวน ที่เลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพเยี่ยมจากเยอรมนี นำมาบด แล้วชงผสมกับไซรัปจากออสเตรเลีย ได้เป็นกาแฟเอสเปรสโซ ส่วนด้านบนมีฟองนมสดที่ตีด้วยไอน้ำ แล้วปิดท้ายด้วยซอสคาราเมล ลองจิบกาแฟถ้วยนี้แล้ว รสชาตินุ่มละมุน แต่เข้มข้น คาดว่าคงถูกใจบรรดาคอกาแฟเป็นแน่
แซนด์วิชแฮมชีสราดซอสเห็ดแชมปิญอง
       แล้วมารองท้องด้วย แซนด์วิชแฮมชีสราดซอสเห็ดแชมปิญอง (150 บาท) ที่มีขนมปังให้เลือกถึงสามชนิด คือ ขนมปังขาว ขนมปังโฮลวีท และขนมปังแบบอิตาเลียน ในส่วนของไส้แซนด์วิชก็มีทั้งชีส แฮม และผักไฮโดรโปนิกส์ เสิร์ฟพร้อมกับซอสเห็ดแชมปิญอง ที่ใส่ทั้งเห็ดแชมปิญอง เครื่องเทศต่างๆ วิปปิ้งครีม และไวน์ขาวเล็กน้อย นอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องเคียงเป็นมันฝรั่งทอด และสลัดผักในถ้วยแก้ว เมนูนี้ครบถ้วน 5 หมู่ รสชาติซอสเห็ดกลมกล่อม หอมมันนุ่ม เข้าคู่กับแซนด์วิช
Mont Blanc Cake
       ต่อกันด้วยเมนูเบเกอรี่ ที่จะต้องกินเรียงกันไปตามลำดับเพื่อรสชาติความอร่อย เริ่มกันที่ Mont Blanc Cake (110 บาท) เป็นเนื้อเค้กวนิลา มีชั้นคัสตาร์ดครีม เกาลัด และวิปปิ้งครีม ส่วนด้านบนสุดแต่งด้วยครีมเกาลัดสูตรพิเศษของทางร้าน และโรยหน้าด้วยผงทองระยิบระยับ เค้กชิ้นนี้หรับคนไม่ชอบหวานมากนัก แถมจะได้ความมันจะความหอมจากเกาลัดที่ปั่นลงไปในเนื้อครีมเนียนนุ่ม
Raspberry Moose Cake
       ลำดับที่สอง ต้องลองชิม Raspberry Moose Cake (110 บาท) ชั้นล่างเป็นสปองเค้กกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ถัดมาเป็นไวท์ช็อคโกแลต ราสเบอร์รี่มูส และด้านบนสุดเป็นราสเบอร์รี่ซอสที่ทำคล้ายเยลลี่ เค้กชิ้นนี้เหมาะกับคนชอบเปรี้ยว เพราะได้ความเปรี้ยวจี๊ดจากราสเบอร์รี่ ตัดด้วยความหวานเล็กน้อยจากไวท์ช็อคโกแลต เวลากินต้องตักขึ้นมาให้ครบทุกชั้น และค่อยละเลียดชิมให้ละลายในปาก
Banoffee
       ปิดท้ายด้วย Banoffee (95 บาท) ที่ทั้งหวานทั้งขม เริ่มจากชั้นล่างสุดที่ใช้โอริโอ้บด ต่อด้วยบราวนี กล้วยหอมสด และกล้วยหอมผัดกับซอสคาราเมล ด้านบนเป็นวิปปิ้งครีม ราดซอสคาราเมล แล้วโรยหน้าด้วยอัลมอนต์ เมนูนี้ได้ความขมจากช็อคโกแลตแบบเข้มข้น ความหวานจากกล้วย ความหอมมันจากวิปปิ้งครีมและคาราเมล กินพร้อมกันแล้วก็ยิ่งกลมกล่อมเข้ากันดี
มุมนั่งสบาย
       ส่วนเมนูอื่นๆ ที่น่ามาลิ้มลอง ก็อย่างเช่น ชาทับทิม (70 บาท) เฮเซลนัทลาเต้ร้อน (85 บาท) High tea Set (350 บาท) Blubarry Soda (105 บาท) Chocolate Lava Cake (150 บาท) New York Cheese Cake (150 บาท) เป็นต้น
      
       เบเกอรี่โฮมเมดอร่อยๆ พร้อมเครื่องดื่มรสชาติดีๆ ในร้านน่านั่งแบบนี้ ก็มากันได้ที่ร้าน “เดลิเซ่”
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “เดลิเซ่” ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 พาร์คเลน คอมมูนิตี้ มอลล์ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทาง จาก ถ.สุขุมวิท ให้เลี้ยวเข้า ซ.เอกมัย ตรงไปประมาณ 200 เมตร สังเกตปั๊มเอสโซทางซ้ายมือ พาร์คเลน คอมมูนิตี้ มอลล์ จะอยู่ถัดจากปั๊ม ส่วนร้านเดลิเซ่จะอยู่ที่ชั้น 1 ด้านหลังบันไดเลื่อน หรือหากใช้รถไฟฟ้า BTS ให้ลงที่สถานีเอกมัย แล้วตรงเข้ามาใน ซ.เอกมัยเช่นกัน สามารถจอดรถได้บริเวณอาคารจอดรถด้านหลัง ร้านเปิดทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น. โทร. 0-2382-0090

ชมของแต่งบ้าน ชิมอาหารอร่อย ที่ “ครัวนครภัณฑ์”

บรรยากาศนั่งสบายในร้านครัวนครภัณฑ์
       วันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจากจะเป็นช่วงเวลาที่เราได้ดูแลตัวเองแล้ว ก็ยังเป็นช่วงเวลาที่จะต้องดูแลบ้านอันแสนอบอุ่นของเราด้วย อาทิตย์ที่ผ่านมา “ผ่านมาแวะกิน” ก็เลยแวะเวียนเข้าออกร้านขายของตกแต่งบ้านหลายๆ ร้าน ก่อนจะมาเจอที่นี่ ร้าน “ครัวนครภัณฑ์” ที่นอกจากจะขายของแต่งบ้านแล้ว ก็ยังมีอาหารอร่อยๆ ไว้ให้ลองชิมกันด้วย
      
       จุดเริ่มต้นของร้านนี้เริ่มมาจาก บริษัทอุตสาหกรรมนครภัณฑ์ ที่เปิดขายงานประติมากรรม ของตกแต่ง บัวปูนปั้น ต่างๆ ในสไตล์โรมัน จนเมื่อปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ทางร้านจึงเริ่มเปิดขายก๋วยเตี๋ยวควบคู่กันไปด้วย เพื่อเป็นการช่วยเหลือพนักงานและทางบริษัท
ก๋วยเตี๋ยวน่องไก่ตุ๋น
       ปัจจุบันนี้ ทางร้านก็มีหลากหลายเมนูให้เลือกชิม ทั้งก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่งต่างๆ ส่วนบรรยากาศก็นั่งกินกันได้สบายๆ ในห้องแอร์โล่งกว้าง พร้อมกับชมสินค้าแต่งบ้านกระจุกกระจิกที่มีอยู่ด้านใน ส่วนด้านนอกร้านก็ยังมีของตกแต่งบ้านและสวนแบบอื่นๆ ให้เลือกดูด้วย
      
       เดินดูของเพลินๆ ก็เริ่มหิว เราเลยสั่ง ก๋วยเตี๋ยวน่องไก่ตุ๋น (35 บาท พิเศษ 45 บาท) มาลองชิม ชามนี้เป็นเมนูเด่นของร้านที่มีมาแต่เริ่มแรก โดยจะใช้น่องไก่คัดพิเศษมาหมักกับเครื่องเทศข้ามคืน ก่อนจะนำไปตุ๋นจนเปื่อย ส่วนไก่ฉีกก็จะใช้เนื้ออกมาฉีกเป็นชิ้น ลูกชิ้นนั้นใช้ลูกชิ้นหมูคุณภาพดี และน้ำซุปจะต้มจากโครงไก่ใส่เครื่องเทศจีนเพิ่มความหอมน่ากิน ลองชิมน้ำซุปดูแล้วหอมหวานกลมกล่อม เนื้อไก่เปื่อยนุ่มได้รสชาติ
เมี่ยงก๋วยเตี๋ยว
       เมนูถัดไปเอาใจคนรักสุขภาพกับ เมี่ยงก๋วยเตี๋ยว (39 บาท) ที่ในจานมี ผักกาดหอม สะระแหน่ ผักชี โหระพา หอมใหญ่ แครอท เนื้อกุ้งต้ม หมูรวนปรุงรส และโปรตีนเกษตรทอดกรอบ ส่วนเส้นก๋วยเตี๋ยวก็เลือกได้ทั้งเส้นหมี่ เส้นใหญ่ บะหมี่ โดยจะเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่หน้าตาคล้ายๆ น้ำจิ้มซีฟู้ด ซึ่งเวลากินก็จะต้องคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดพร้อมกับน้ำจิ้มให้เข้ากัน เมนูนี้ชิมแล้วชอบมาก เพราะน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานกำลังดี ได้กินผักสดๆ และเพิ่มความอร่อยด้วยโปรตีนเกษตรกรุบกรอบ
      
       ต่อกันด้วย ข้าวคลุกกะปิ (35 บาท) ที่ใช้ขาวหอมมะลิผสมข้าวเสาไห้หุงสุก แล้วผัดกับกะปิที่ปรุงรสแล้ว ตัวหมูหวานใช้หมูสันนอกมาปรุงรส เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงทั้งกุ้งแห้ง ถั่วฝักยาว หอมแดง ไข่ฝอย มะม่วงซอย พริกแห้งทอด พริกซอย และแตงกวา ข้าวคลุกกะปิจานนี้รสชาติเค็มกำลังดี หมูหวานนุ่ม ไม่หวานมากนัก เข้ากันกับเครื่องเคียงต่างๆ
ข้าวคลุกกะปิ
       และเติมเต็มความอิ่มปิดท้ายด้วยเมนู ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ (35 บาท) ทางร้านเลือกใช้เครื่องแกงที่สั่งมาเป็นพิเศษสดๆ ใหม่ๆ มาแกงกับกะทิ ใส่เนื้ออกไก่เลาะหนังออก จากนั้นใส่มะเขือพวง มะเขือเปาะ และใบมะกรูดซอย ตักใส่ชามมาเสิร์ฟพร้อมกับขนมจีนที่จับเป็นก้อนกลม ผักต้มและผักสดแก้เลี่ยน เมนูนี้เน้นที่ความเข้มข้นครบรสของน้ำแกง แต่ไม่มันเกินไป เนื้อไก่นุ่มอร่อย ซึ่งถ้าหากเบื่อเนื้อไก่แล้ว จะสั่งเป็นแกงเขียวหวานปลากรายก็ได้
      
       ความอร่อยของ “ครัวนครภัณฑ์” ไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ ยังมีเมนูน่าลองอย่างเช่น ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นเห็ดหอม (35 บาท) ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง (25 บาท) ก๋วยเตี๋ยวแกงเขียวหวานไก่ (35 บาท) ก๋วยเตี๋ยวหมูอบ (35 บาท) และอีกหลากหลายจาน ซึ่งถ้าใครอยากเลือกซื้อของแต่งบ้านพร้อมกับได้กินของอร่อย ก็อย่าลืมแวะเวียนกันมาที่นี่แล้วกัน
ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ครัวนครภัณฑ์” ตั้งอยู่ที่ 3/4 ม.6 ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี การเดินทางถ้ามาจากแยกเกษตร ให้วิ่งตรงมาทาง ถ.งามวงศ์วาน ตรงเข้าสู่ ถ.รัตนาธิเบศร์ ข้ามสะพานพระนั่งเกล้า แล้วตรงมาเรื่อยๆ ก่อนถึงแยกบางพลูประมาณ 50 เมตร ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือติดริมถนน สังเกตหน้าร้านจะมีชามก๋วยเตี๋ยวใบใหญ่เป็นจุดเด่น สามารถจอดรถได้ในบริเวณร้าน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.30-16.30 น. โทร. 08-9022-1233

ลิ้มลองหลากหลายเมนูรสดี ที่ “แอ๊ว ท่าพระจันทร์ (สาขาท่าช้าง)”

บรรยากาศภายในร้าน
       ในย่านท่าช้าง-ท่าพระจันทร์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งรวบรวมร้านอร่อยขึ้นชื่อ ที่ “ผ่านมาแวะกิน” ก็ชอบที่จะเวียนเข้าออกอยู่หลายๆ ร้าน ซึ่งร้านนี้ก็เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความอร่อยไม่แพ้กัน กับร้าน “แอ๊ว ท่าพระจันทร์ (สาขาท่าช้าง)”
      
       ถ้าเอ่ยถึงชื่อร้านแอ๊ว ท่าพระจันทร์ ก็เป็นที่รู้จักกันในเรื่องของมะขามคลุกและเบเกอรี่ แต่ที่สาขาท่าช้างนั้นจะเน้นที่อาหารตามสั่งหลากหลายเมนู ทั้งไทย จีน ฝรั่ง รวมถึงมีมุมกาแฟสดไว้คอยบริการด้วย และถ้าหากว่าจะเข้ามานั่งกินข้าวในร้าน ก็นั่งกันได้สบายๆ ในห้องแอร์ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง
สเต็กปลา
       ซึ่งอาหารตามสั่งที่มีอยู่ในเมนูนั้น ก็เป็นเมนูเฉพาะของทางร้านที่ คุณปฐมวุฒิ สกุลธรรม เจ้าของร้าน เป็นผู้คิดค้นเอง และลงมือเป็นพ่อครัวเองด้วย
      
       ลองเปิดเมนูดูแล้วก็ถึงกับเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว เพราะมีให้เลือกหลากหลาย แถมรูปที่โชว์ไว้ก็หน้าตาน่ากินมาก แต่ที่สุดแล้วเราก็เลือกมาลองชิมสัก 4-5 จาน เริ่มกันที่ สเต็กปลา (79 บาท) ที่ใช้เนื้อปลาทะเลสดชิ้นใหญ่มาหมักกับเกลือ พริกไทย แล้วนำไปย่าง กินคู่กับทาร์ทาร์ซอสสูตรพิเศษของทางร้าน เสิร์ฟพร้อมกับผักต้มหลายอย่าง และยังมีสลัดผักไฮโดรโปนิกส์กินเป็นเครื่องเคียงด้วย จิ้มเนื้อปลาขึ้นมาลิ้มลองก็ได้ความนุ่ม ไม่คาว ไม่เลี่ยน และเมื่อจิ้มกับทาร์ทาร์ซอสก็ยิ่งเข้ากัน เพราะมีทั้งความนุ่ม มัน และเปรี้ยวเล็กน้อย
ข้าวราดปลาทอดราดซอสมะขาม
       ต่อกันด้วยเมนู ข้าวราดปลาทอดราดซอสมะขาม (59 บาท) จานนี้ก็ใช้เนื้อปลาทะเลสดมาชุบแป้งและเกล็ดขนมปังนำลงไปทอด ส่วนซอสมะขามก็ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ ราดลงไปบนเนื้อปลาที่อยู่ในจานเดียวกับข้าวสวยร้อนๆ พร้อมกับผักสดเครื่องเคียงเพิ่มคุณค่า ชิมเนื้อปลากรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน ซอสมะขามเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดถูกใจ
      
       ส่วนเมนู ข้าวราดพล่ากุ้งทอด (59 บาท) จานนี้ก็อร่อยไม่เหมือนใคร ใช้กุ้งมาชุบแป้งและเกล็ดขนมปังทอด ราดด้วยน้ำพล่าสมุนไพร ที่มีทั้งพริกสด ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง และผักชีฝรั่ง จานนี้หอมกลิ่นสมุนไพร รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ครบรส
ข้าวราดพล่ากุ้งทอด
       แต่ถ้ายังไม่อิ่มกันก็ต้องมาลิ้มลอง ข้าวหน้ากุ้งทอดคัทซึดง (59 บาท) เมนูแบบญี่ปุ่นประยุกต์ นำกุ้งไปชุบแป้งทอด ใส่ลงไปในน้ำซุปญี่ปุ่นที่ใช้ปลาโอมาต้มกับหอมหัวใหญ่ จากนั้นก็ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปด้วย เมื่อสุกแล้วก็ราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ยกมาเสิร์ฟพร้อมกับซอสคัทซึดงรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ ลองชิมตัวน้ำซุปก็ทั้งหอมทั้งหวาน ได้รสชาติแบบญี่ปุ่น
      
       แล้วตบท้ายกันด้วยเมนูไทยๆ แกงส้มชะอมกุ้ง (79 บาท) ทางร้านจะโขลกเครื่องแกงส้มเองใหม่ๆ แล้วใสเนื้อปลาช่อนลงไปด้วย ปรุงรสให้เสร็จสรรพพอจะเสิร์ฟก็ใส่ทั้งกุ้งสด และชะอมชุบไข่ทอดลงไปในชาม ลองชิมน้ำแกงส้มรสชาติกลมกล่อม เข้มข้น ตักแล้วได้เนื้อปลาช่อนที่ละลายอยู่ในน้ำแกง
ข้าวหน้ากุ้งทอดคัทซึดง
       หรือหากอยากจะชิมเมนูอื่นๆ ก็ขอแนะนำ มักกะโรนีอบชีส (69 บาท) ผักขมอบชีส (69 บาท) ข้าวหน้าหมูทอดทงคัทซึ (49 บาท) และอีกหลากหลายเมนูน่ากินที่รอให้ไปลิ้มลองกันที่ร้าน “แอ๊ว ท่าพระจันทร์ (สาขาท่าช้าง)”
แกงส้มชะอมกุ้ง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “แอ๊ว ท่าพระจันทร์ (สาขาท่าช้าง)” ตั้งอยู่ที่ 172 ถ.มหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. การเดินทางถ้ามาจากสะพานปิ่นเกล้า เมื่อลงสะพานแล้วให้ชิดซ้ายแล้วเลี้ยวเข้า ถ.เจ้าฟ้า วิ่งตรงมาแล้วกลับรถลอดใต้สะพานปิ่นเกล้า เข้าสู่ ถ.ราชินี ชิดขวาแล้ววิ่งตรงมาเรื่อยๆ จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ ถ.หน้าพระธาตุ ตรงมาจนถึงหน้า ม.ธรรมศาสตร์ แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ ถ.พระจันทร์ วิ่งตรงมาจนสุด แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.มหาราช วิ่งตรงมาเรื่อยๆ สังเกตทางขวามือจะถึงประตูทางเข้า ม.ศิลปากร (วิทยาเขตวังท่าพระ) ร้านจะอยู่ฝั่งตรงข้าม ร้านเปิดทุกวัน (หยุดวันอาทิตย์ที่ 1 และ 3 ของเดือน) เวลา 08.00-17.00 น. โทร. 0-2623-5750