ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

Pho Saigon@Footscray...ก๋วยเตี๋ยวเวียดนามเเบบดั้งเดิม

credit cherie amour bloggang.com

ไม่ เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนเวียดนามชมชอบในการกินก๋วยเตี๋ยวมากกกกกกกกกกกก ไม่ว่าจะร้านทั้งในเมืองเเละนอกเมืองนั้นในละเเวกร้านอาหารก็ต้องมีร้าน อาหารเวียดนามขายอยู่ประปราย...

เเละเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจขบ. ได้โอกาสไปเที่ยว Footscray (อีกครั้ง) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเเหล่งชุมชนของชาวเวียดนาม จขบ.นั้นก็ไม่ยอมพลาดที่จะไปลิ้มลองหนึ่งในร้านอาหารที่คนเค้าเเนะนำมาว่า ต้องไปกิน



ร้าน อาหารร้านนี้เน้นขายก๋วยเตี๋ยวเวียดนามเเบบต้นตำรับค่ะ มีทั้งก๋วยเต๊่ยวเนื้อเเละไก่ เเต่สำหรับเพื่อนๆที่อยากกินอย่างอื่นที่ไม่ใช่ก๋วยเต๊่ยวก็มีนะค่ะ เป็นพวกไก่ย่าง หรือ สเต๊กหมูทานกับข้าวสวยก็อร่อยไม่เเพ้กัน

จานเเรกที่สั่งมาเป็นออเดิร์ฟค่ะ Praw Spring Rolls พร้อมน้ำจิ้มหวานๆเปรี้ยวๆ อร่อยดีค่ะ เเผ่นแป้งทอดซะกรอบ เเล้วกุ้งก็สดมากกกกก


ถัดมาเป็น Grilled Chicken with Steamed Rice ค่ะ เสริฟ์พร้อมซุป จานนี้ก็อร่อยค่ะ


อีก จานเป็นหมนูที่เเทบทุกคนที่มาที่ร้านจะสั่งค่ะ Rice Noodles.. วันนี้จขบ. สั่ง beef&tribe ค่ะ เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อพร้อมสะไบ อร่อยมากกกก เเทบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลยค่ะ

ปล. ที่เห็นในรูปสั่ง Medium มานะค่ะ ยังทานไม่หมดลเย เยอะจริงๆ

มาดูรูปเมนูร้านดีกว่าค่ะ ไม่มีอะไรมาก เพราะมีเเต่เมนู ก๋วยเตี๋ยว ข้าว ออเดิร์ฟ และ น้ำ ให้สั่ง..


เพื่อนๆที่อยู่ใน Melbourne ก็อย่าลืมเเวะไปลิ้มลองรสชาติดั้งเดิมเเบบเวียดนามดูนะค่ะ

ครัวบ้านริมน้ำ วัดกู้ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

credit Naomichan  bloggang.com

แนะนำครัวบ้านริมน้ำ ราคากันเอง
ที่อยู่ วัดกู้ ตำแหน่งเข้าไปในวัดกู้ ร้านอาหารอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
มีชื่อเสียงตำรับดั้งเดิมยำตะไคร้และน้ำตะไคร้
เบอร์โทร สังเกตุที่แก้วน้ำตะไคร้ นะจ๊ะ





ยำตะไคร้



เมี่ยงปลาช่อน



หอยแครงลวก ตัวใหญ่กำลังกิน



ยอดผักแม้วผัดน้ำมันหอย



เมนูประจำเมื่อมากินที่นี่ กุ้งเต้น รสแซ่บหลาย




ยอดมะพร้าวอ่อนผัดฉ่า



ปลาอินทรีย์ทอดแดดเดียว



ผัดผักบุ้งเต้าหู้หยี้



หมูป่าผัดเผ็ดมะดัน




กุ้งเผา




วุ้นมะพร้าว เนื้อมะพร้าวเยอะ วุ้นร่วนๆไม่แข็งทำจากน้ำมะพร้าวทั้งลูก

Vanilla Cream Puffs

Vanilla Cream Puffs
credit  http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=choy&month=25-04-2011&group=14&gblog=2

ครีมพัฟท์วนิลา (ลูกโตๆ )




ครีม พัฟท์ เพิ่งจะเรียกชื่อถูกตามสากลเมื่อไม่นานนี่เอง แต่ก่อนแต่ไรเรียกเอแคร์และก็เรียกกันมานานตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถม แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรสูตรและรสชาติคงคล้ายกัน เวลาพ่อแม่ไปรับที่โรงเรียนจะติดเอแคร์วนิลาลูกจ้อยพอดีคำใส่กล่องกระดาษ ปอนด์ขาวมาให้กินรองท้องก่อนจะนั่งรถกลับบ้าน

นานนี่คือเกือบ ๔๐ ปีแล้วยังติดใจรสชาติและปัจจุบันมักจะซื้อกินเป็นประจำ ที่เคยกินมี เอสแอนด์พี, เดอะวิลเลจ, พัฟท์แอนด์พาย กินได้เกือบทุกเจ้ายกเว้นตามตลาดทั้งแบบนัดและไม่นัดนิสัยของครีมพัฟท์และเอ แคร์คือเสียง่ายซื้อตอนสายถ้าไม่แช่เย็นบ่ายๆนี่ต้องทิ้งแล้ว ขนมแบบนี้จึงต้องระวังควรโซ้ยให้หมดทันทีในวันเดียว

ด้วยความชอบและ อยากจะกินลูกใหญ่ ๆเรียนมาแล้วนี่เคยทำลูกเล็กมาหลายครั้งแล้วรอบนี้จัดให้ตัวเองเอาแบบบิ๊กๆ เลยขนาดหลังอบแล้วเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๘ ซม. สูง ๘ ซม. ลองหยิบไม้บรรทัดมาวัดดูว่าขนาดแค่ไหน

๑ สูตรแป้งเเค้ก ๑๕๐ กรัม ไข่ไก่ ๒๕๐ กรัม (เบอร์ ๓ จำนวน ๕ ฟอง)
เนย สด ๑๐๐ กรัม บีบแป้งพัฟท์ได้ ๙ ลูกในขนาดใกล้เคียงกันส่วนไส้คัสตาร์ดเพิ่มไวท์ช็อคฯ ๕๐ กรัม บีบใส่ตัวพัฟท์แล้วยังมีเหลือจิ้มกินกับขนมปังได้อีก




ขั้น ตอนการทำ ถ้าไม่อยากจะเหนื่อยมากให้ทำคัสตาร์ดไว้ล่วงหน้าและแช่ตู้เย็นไว้วันรุ่ง ค่อยทำพัฟท์ตอนตีแป้งหลังจากไส่ไข่หมดแล้วให้ยกหัวตีหากแป้งไหลลงจากหัวตี เป็นรูปตัววีถือว่าใช้ได้ไม่ข้นไม่เหลวมากเกินไปจากนั้นผมเอาพิมพ์จีบซ้อนลง บนถ้วยแรมสกิ้นและใช้หัวบีบรูปดาวเบอร์ใหญ่สุดบีบลงพิมพ์จีบ จากนั้นนำเข้าอบที่ ๒๐๐ องศาซี ๒๐ นาที

ปัญหาตรงนี่แหละเพราะตามที่ เล่าเรียนมาครูสอนให้บีบลูกพอดีคำ แต่ของเรา ๘ คำถึงจะกินหมดลูกตรรกะง่ายๆคือเผื่อเวลาไว้อีก ๑๐ นาที รวม ๓๐ นาที ส่องเตาอบเห็นพองฟูเปิดออกมาเช็คเห็นว่าผิวหน้าใช้ได้แล้ว เอาออกมาพัก ยังไม่ปิดเตาเพราะต้องนวดแป้งพายต่อ อบแป้งพายใช้อุณหภูมิเท่ากันวันนั้นทำพายแอปเปิ้ลด้วย

สัก ๑๐นาทีกลับมาดูพัฟท์ยุบหดหมดสิ้นทั้ง ๙ ลูก ตกใจเพราะไม่เคยเจอพอได้สติเอามีดกรีดดูตรงกลาง พบว่าตรงกลางและฐานแป้งยังแฉะอยู่เลย เสี้ยววินาทีบอกตัวเองว่าไหนๆ จะชิบหายทั้งเซท (คิอแบบนั้นจริงนะครับ) ก็ให้มันสำเร็จทีเดียวเลย แต่ยังจำถึงหลักการอบและแก้ไขขนมช่วงเรียนได้ จึงรีบนำเข้าอบอีกครั้งเพราะเตายังไม่ปิดอุณหภูมิคงที่ ๒๐๐ องศ่าซี เลยผลักทั้งชุดเข้าอบจับเวลา ๑๐ นาที




กลับ มาดูอีกทีพี่ ๆ ๙ ตัวยังดูหุบเหี่ยวแต่ก็ยังไม่เสียกำลังใจไปนวดแป้งพายต่อ กลับมานาทีที่ ๑๕ เริ่มพองขึ้นมาบ้าง ใจมาเป็นกองเลยเลยตั้งเวลาอีก ๑๐ นาที ช่วงนั้นวิ่งสลับไปมานวดแป้งพายเช็คแป้งพัฟท์จนทั้งหมดฟูฟ่องพองเหมือนเดิม จนนาทีสุดท้ายเช็คดูว่าไม่มีน้ำเดือดรอบตัวแป้งแล้ว หน้าจะออกเข้มนิด ๆเลยยกจากเตามาพักไว้อีกครั้งรอบนี้ผ่านครับ

ท้ายสุดนำมาบีบใส่ไส้จนทะลักล้นออกนอกแป้งเอาชื่อเสียงงานนี้เพราะตั้งใจทำไปฝากพ่อแม่พี่น้องและราดด้วยช็อคโกแลตให้ดูมีดีเทลอีกนิด
ตอนเช้าน้องมารับของทั้งครีมพัฟท์พายแอปเปิ้ลเค้กช็อคกล้วยหอมหอบพะรุงพะรังไปส่งของตามที่นัดหมาย

ส่วนตัวเองกินครีมพัฟท์ไป ๑ ชิ้น พายแอปเปื้ล ๑ ชิ้นกินคนละวันกัน กลัวคาร์ปฯ เกิน


แม่ครัวจำเป็นตอน ~* ข้าวหมูแดงอบน้ำผึ้ง

แม่ครัวจำเป็นตอน ~* ข้าวหมูแดงอบน้ำผึ้ง





รื้อสมบัติในกรุเลยเจอผงทำหมูแดงที่อิออสหิ้วมาให้เมื่อปลายปีก่อน
จำได้ว่าเคยทำหมูแดงจากผงหมักสำเร็จรูปแบบนี้ล่ะแต่รสชาติมันไม่ถึงกลิ่นมันไม่หอม
ถ้าจะเอามาหมักก็คงต้องประยุกต์นิดนึง ก่อนจะลงมือทำต้องจัดการกับหมูก่อน
ล้างหมูแล้วพักให้สะเด็ดน้ำจากนั้นระดมจิ้มด้วยส้อมให้เป็นรูพรุนโดยรอบ เพื่อให้น้ำหมักซึมเข้าไปได้มากที่สุด

เอาผงหมูแดงมาผสมน้ำแล้วเติมฮอยซินซอส น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว พริกไทยป่น
เราชอบกลิ่นและรสของน้ำผึ้งเลยผสมน้ำผึ้งไปด้วยราวๆ5-6ช้อนโต๊ะ ใส่เอาสะใจค่ะเพราะเวลาไปกินหมูแดงตามร้าน
ที่เขาขึ้นป้ายว่าหมูแดงอบน้ำผึ้งเราไม่เคยได้กลิ่นหรือรสของวิญญาณน้ำผึ้งเลย
ไม่รู้เขาใส่จริงหรือแค่เขียนป้ายให้มันดูดีมีสกุล

พอผสมได้ที่แล้วก็เอาหมักกับหมู นวดหมูให้เคล้ากับน้ำหมักสักพักใหญ่ๆจากนั้นก็แช่เย็นไว้1คืนก่อนเอามาอบ

เวลาอบๆในถ้วยฟอยล์ และปิดทับด้วยฟอยล์เพื่อเนื้อหมูจะได้ไม่ด้านและไม่แห้ง เราชอบกินแบบเนื้อฉ่ำๆนุ่มๆอ่ะค่ะ
เวลาไปซื้อเขากินเห็นแขวนๆก็ดูน่ากินดีแต่กัดเข้าไปแล้วมันด้านๆแห้งๆแข็งๆยังไงไม่รู้

ตอนอบใช้ไฟ200องศาอบราวๆ30-40นาที จากนั้นแกะฟอยล์เทน้ำที่ออกจากหมูเก็บไว้ทำน้ำราด
ขอบอกว่าตอนนี้หอมกลิ่นน้ำผึ้งสุดๆ แค่เปิดเตาอบก็น้ำลายสอล่ะ

ส่วนเนื้อหมูแดงนี่เราเอามาย่างต่อให้ด้านนอกเกรียมนิดๆเวลาหั่นออกมาจะได้ดูสวยๆ
แต่ใช้ไฟอ่อนๆนะคะ สัก70องศา เอาแค่เริ่มเกรียมๆ แต่อย่าได้เผลอเชียวเดี๋ยวเนื้อจะแห้ง
ระหว่างนั้นก็ต้มไข่ ทอดกุนเชียงรอได้เลย

เรามีน้ำราดแบบสำเร็จรูปของโลโบ รสชาติก็ใช้ได้แหล่ะแต่ติดจะเค็มไปนิด ก็ได้น้ำจากการอบนี่ล่ะมาเสริมความหวานความหอม
เติมความหอมขั้นกว่าด้วยงาขาวคั่วใหม่ๆ เพิ่มความหนืดด้วยน้ำแป้งมัน

พอทุกอย่างเสร็จก็จัดการเอาหมูแดงมาหั่นหนาๆ ต้องหนาๆนะถ้าไปหั่นบางแบบข้าวมันไก่ตบแปะ แบบนั้นกินไปไม่ได้รสชาติ
หมูแดงของข้าพเจ้านี้สีแดงสดเชียวทั้งที่ไม่ได้ใส่สีเพิ่ม คิดว่าน่าจะเป็นเพราะผสมน้ำผึ้งกับฮอยซินซอส
ด้านนอกเกรียมๆแต่ด้านในนุ่มหอมมั่กๆ กัดไปทีอื้อหื้อออ สุโค่ย

"ไข่ตุ๋นปลาแซลมอน" นุ่มนิ่ม อิ่มท้อง

โดย : กุ๊กเล็ก


       มื้อนี้ของการเข้าครัวทำอาหาร "กุ๊กเล็ก" เปิดตู้เย็นในบ้านแล้วเห็นว่ามีไข่ไก่อยู่หลายฟอง เลยนึกถึงเมนูไข่ๆ ขึ้นมา เลยอยากจะชวนทุกคนมาทำเมนูไข่กินกันดีกว่า ซึ่งเราเพิ่งไปได้สูตรการทำ "ไข่ตุ๋นปลาแซลมอน" มาจากห้องอาหารญี่ปุ่นไดอิจิ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เป็นไข่ตุ๋นสไตล์ญี่ปุ่นที่ชวนกิน แถมกินแล้วดีต่อสุขภาพ เอาเป็นว่าไม่ให้เป็นการเสียเวลาเดินหน้าเข้าครัวกันเลยดีกว่า
      
       ส่วนผสมมีดังนี้ (สำหรับ 6 ที่)
       ไข่ไก่ 6 ฟอง
       เนื้อปลาแซลมอน 20 กรัม
       น้ำซุปไก่ 3 ถ้วยตวง
       เหล้าสาเก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
       เหล้ามิริน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
       เกลือ 1 1/2 ช้อนชา
       ต้นหอมซอย (สำหรับโรยหน้า)
       

       เมื่อเตรีมส่วนผสมกันพร้อมสรรพ ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือทำ เริ่มจากนำเนื้อปลาแซลมอนมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำมาหมักกับเหล้ามิรินทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
      
       ต่อจากนั้นนำไข่ไก่มาตีให้เข้ากัน เติมน้ำซุปไก่ เกลือ เหล้ามิรินและเหล้าสาเกลงไปแล้วคนให้เข้ากัน พร้อมกับกรองด้วยกระชอนตาถี่ๆ แล้วตักแบ่งใส่ถ้วยนำไปนึ่ง ในน้ำเดือด(ไฟไม่แรง) ครั้นพอไข่อยู่ตัวค่อยๆ โรยปลาแซลมอนและหอมซอยลงไป พร้อมกับปิดผาต่อสักครู่ ก็ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟกินตอนร้อนๆ อิ่มอุ่นท้องดีแท้

“ข้าวเกรียบปากหม้อญวน” ชวนทำกิน/กุ๊กเล็ก

โดย:กุ๊กเล็ก


       ถ้าให้คิดถึงอาหารสักสัญชาติหนึ่ง ที่เน้นผักในการประกอบอาหาร หรืออย่างน้อยก็ต้องมีผักเป็นเครื่องเคียง สำหรับ "กุ๊กเล็ก" แล้วต้องยกให้อาหารสัญชาติเวียดนามติดอยู่ในอันดับต้นๆ
      
       มื้อนี้จึงครื้มอกครื้มใจ อยากลองทำอาหารเวียดนามที่ไม่เน้นผักมากนักมาลองทำกิน ก็มาลงเอยที่ "ข้าวเกรียบปากหม้อญวน" หรือ บั้นกวนทิดเลง ที่ดูแล้วคลับคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อบ้านเรา ต่างกันนิดเดียวคือ แป้งที่ห่อไส้จะนิ่มกว่าและเหนียวน้อย ๆ
      
       ส่วนผสมแป้ง
      
       แป้งข้าวเจ้า 1 1/2ถ้วย
       แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
       เกลือป่น 1 ช้อนชา
       น้ำ 2 ถ้วย
       หอมแดงซอย 1/2 ถ้วย
       หม้อสำหรับทำข้าวเกรียบปากหม้อ, ผ้าขาวบาง, เชือกสำหรับผูก

      
       ส่วนผสมไส้
      
       เนื้อหมูบด 1 ถ้วย
       ต้นหอมซอย 1 ถ้วย
       กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
       เกลือป่น1 ช้อนชา
       น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
       พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
       น้ำมันหอย 2ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

       หมูยอหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
       

       ส่วนผสมน้ำจิ้ม
      
       พริกแดงสับ 1 ถ้วย
       กระเทียมดองบด 1 ถ้วย
       น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมะขามเปียกข้น 2 ถ้วย
       น้ำ 3ถ้วย
       ถั่วลิสงคั่วโขลกหยาบ 1/2ถ้วย
       เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
       
มะนาว 1 ซีก
       
       วิธีทำ
      
       ก่อนอื่นเริ่มด้วยทำน้ำจิ้ม โดยใส่ส่วนผสมทั้งในหม้อแล้วตั้งไฟ เคี่ยวจนน้ำตาลละลาย ปิดไฟยกลงพักไว้ ตักใส่ถ้วยโรยถั่วลิสง บีบมะนาว คนให้เข้ากัน
      
       ต่อจากนั้นมาทำแป้งข้าวเกรียบปากหม้อ เริ่มจากร่อนแป้งข้าวเจ้า แป้งมันใส่ลงอ่างผสม ใส่เกลือ และค่อย ๆ ใส่น้ำนวดจนหมด พักไว้ เอาน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟ พอร้อน ใส่หอมลงเจียวจนเหลือง ตักขึ้นใส่ถ้วย ใส่กระเทียมลงไปผัดจนมีกลิ่นหอมและเหลือง
      
       ตามด้วยใส่เนื้อหมูผัดพอสุก ใส่น้ำตาล น้ำมันหอย เกลือ และพริกไทยป่น ใส่ต้นหอมอันดับสุดท้าย ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้ นำผ้าขาวบางที่แช่จนชุ่มน้ำ นำผ้ามาขึงปากหม้อใช้เชือกผูกให้แน่น เจาะรูด้านข้างให้ไอน้ำออก ใส่น้ำลงในหม้อ3/4 ของหม้อ ตั้งไฟให้เดือดพล่าน ตักแป้งที่ผสมไว้ละเลงให้ทั่ว ปิดฝาไว้สักครู่ พอแป้งสุก ตักไส้ใส่ ใช้ไม้พายตะล่อมแป้งให้พัดปิดไส้ ตักใส่จาน โรยด้วยหอมเจียวและหมูยอที่หั่นไว้กินกับน้ำจิ้ม

“เยลลี่ผลไม้” เด้งดึ่ง ชื่นใจ คลายร้อน

       ร้อนๆแบบนี้ ถ้าได้กินอะไรหวานๆ เย็นๆ คงจะชื่นใจดีไม่น้อย ด้วยเหตุนี้ “กุ๊กเล็ก” จึงอยากจะทำอะไรง่ายๆ กินเองที่บ้าน สดชื่นกันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อย่างเมนู “เยลลี่ผลไม้” ที่ทั้งอร่อย และยังได้คุณค่าสารอาหารจากผลไม้อีกด้วย
      
       ส่วนผสม
       ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
       เยลลี่ผง (เจลาติน) 1/2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำสะอาด ½ ลิตร
       น้ำตาลทราย 3 ขีด
       สีผสมอาหารเล็กน้อย (สีตามชอบ)
       ผลไม้ชนิดต่างๆ ตามชอบ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
      
       เมื่อได้ส่วนผสมครบแล้ว เราเริ่มต้นด้วยการแบ่งผลไม้ที่หั่นเตรียมไว้ส่วนหนึ่งจัดใส่พิมพ์ให้สวยงาม จากนั้นเริ่มทำเยลลี่โดยละลายผงวุ้นและเยลลี่ผง (เจลาติน)กับน้ำสะอาด คนให้เข้ากัน แล้วนำไปตั้งไฟกลางๆ รอจนเดือด ระหว่างนั้นให้คนตลอดเวลากันไม่ให้จับตัวเป็นก้อน ใส่สีผสมอาหารเพื่อความสวยงาม คนให้เข้ากัน ใส่ผลไม้ที่เหลือลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอมชวนกิน ปล่อยให้เดือดสักพักแล้วปิดไฟ เทเยลลี่ใส่ในพิมพ์ที่มีผลไม้ พักไว้ให้เย็น แคะออกจากพิมพ์ สุดท้ายนำเข้าตู้เย็น แช่ให้เย็นจัด แล้วกินคลายร้อนได้เลย

หอมกลิ่นแกงกับ“ มัสมั่นปลาชุบแป้งทอด”

โดย : กุ๊กเล็ก


       “มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา” มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” ขออัญเชิญพระราชนิพนธ์ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ในองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่2 มาให้เป็นศรีแก่การเข้าครัว เพราะเมนูมีจะทำกินในมื้อนี้ คือ “แกงมัสมั่น” แต่แทนที่จะทำเป็นมัสมั่นไก่ หมู เนื้อ “กุ๊กเล็ก” ขอปรับเปลี่ยนมาใช้เป็นปลาแทน กับเมนูที่ชื่อว่า “มัสมั่นปลาชุบแป้งทอด”
      
       ส่วนผสม
      
       เนื้อปลาทับทิม                        2     ถ้วย
       ไข่ไก่                                    2     ฟอง
       ถั่วลิสงคั่ว                              ½    ถ้วย
       หอมใหญ่หั่นลูกเต๋า                   2     หัว
       มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นลูกเต๋า       ¾    ถ้วย
       ใบกระวาน                             3-4   ใบ
       ลูกกระวาน                              3     ลูก
       เกล็ดขนมปัง                           1     ถ้วย
       น้ำตาลปี๊บ                              ¼    ถ้วย
       น้ำพริกแกงมัสมั่น                     5      ช้อนโต๊ะ
       กะทิ                                      4      ถ้วย
       น้ำส้มซ่า                                 2     ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา                                   3     ช้อนโต๊ะ
       น้ำมะขามเปียก                         ¼     ถ้วย
       ยี่หร่า                                      1      ช้อนโต๊ะ
       แป้งสาลี                                  4     ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันพืชสำหรับทอด                  4     ถ้วย
       

       วิธีทำ
       

       ก่อนอื่นนำกะทิและถั่วลิสงคั่วมาเคี่ยวพร้อมกัน พอกะทิเดือดแล้ว ตักน้ำกะทิ ½ ถ้วยใส่กระทะอีกใบ ตั้งไฟ ใส่น้ำพริกแกงมัสมั่นลงผัดให้หอมก่อนนำไปเทใส่ลงในหม้อเหมือนเดิม พร้อมทั้งเคี่ยวคนจนเข้ากันแล้ว ใส่หอมใหญ่และมันฝรั่ง ต้มให้สุก ตามด้วยใบกระวาน ลูกกระวาน ใบยี่หร่าปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำส้มซ่า น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก เราก็จะได้แกงมัสมั่น
      
       จากนั้นนำเนื้อปลาทับทิมมาคลุกกับแป้งสาลี ไข่ไก่ และเกล็ดขนมปัง แล้วนำไปทอดในกระทะให้เหลืองสุก เมื่อเนื้อปลาสุกแล้วจัดเรียงใส่ถ้วยแล้วนำแกงมัสมั่นที่ทำไว้มาราดจนท่วม ตัวปลา เพียงเท่านี้ก็เป็นอันได้มัสมั่นปลาชุบแป้งทอดมากินคู่ข้าวสวยร้อนๆแล้ว

การ์ตูนสแกน Pink เล่ม 21 Sweet Teenage เล่ม 6,7,8,9 เรื่องยาวครูคนนี้เราจอง Sweet Teenage เล่ม 6,7,8,9 เรื่องยาวครูคนนี้เราจอง Sweet Teenage เล่ม 6,7,8,9 เรื่องยาวครูคนนี้เราจอง Sweet Teenage เล่ม 6,7,8,9 เรื่องยาวครูคนนี้เราจอง

"เพนเน่ซอสโหระพา"เข้มข้นสไตล์อิตาเลียน-ไทย

โดย : กุ๊กเล็ก


       การเมืองที่ร้อนแรงบวกกับอากาศที่ร้อนระอุทำเอาหลายๆคนเครียดเส้นเลือดปูดกันถ้วนหน้า มื้อนี้ "กุ๊กเล็ก" จึงจะชวนมาทำอาหารใส่ท้องให้อิ่มอร่อยคลายเครียดกันดูบ้าง โดยเมนูวันนี้คือ "เพนเน่ซอสโหระพา" อาหารสไตล์อิตาเลียน ผสมผสานรสชาติสมุนไพรแบบไทยๆ ที่เป็นสูตรเฉพาะของ "ห้องอาหารคริสตัล กริลล์ ชั้น 82 โรงแรมใบหยกสกาย" เอาล่ะอย่ามัวรีรอมาเตรียมตัวทำกันเลย
      
       ส่วนผสม
       เส้นเพนเน่ 50 กรัม
       น้ำมันมะกอก 40 กรัม
       พาเมซานชีส 40 กรัม
       เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 40 กรัม
       ใบโหระพา 100 กรัม
       มะเขือเทศเชอร์รี่ 100 กรัม
       กระเทียม 20 กรัม
       เกลือ,พริกไทย,อโรมาต ปริมาณเล็กน้อย
      
       
เรียบร้อยแล้วก็มาเริ่มลงมือทำกันเลย อย่างแรกปั่นใบโหระพา น้ำมันมะกอก เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กระเทียม พาเมซานชีสเข้าด้วยกันแล้วพักไว้ จากนั้นลวกเส้นเพนเน่แล้วก็พักไว้เช่นกัน ตั้งกะทะใส่ซอสที่เตรียมไว้ ตามด้วยเส้นเพนเน่ และมะเขือเทศหั่นซีก ผัดให้เข้ากันแล้วยกเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยพริกไทย อโรมาต ตกแต่งด้วยใบโหระพาให้น่ากินก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน

"ข้าวผัดรถไฟ" อร่อยคลาสสิค / กุ๊กเล็ก

โดย : กุ๊กเล็ก


       ในบรรดาเมนูข้าวผัดของบ้านเรานั้น มีอยู่หลากหลายจาน ชนิดที่ว่ากินทั้งเดือนก็ยังไม่ซ้ำกัน อย่างล่าสุดนี้ "กุ๊กเล็ก" เพิ่งได้สูตรข้าวผัดอร่อยๆ มาจากหนังสือ "ข้าวผัดสารพัดรส" จากชุดสารพัดรส ของสำนักพิมพ์แสงแดด ชื่อเมนู "ข้าวผัดรถไฟ" ที่ในอดีตมักทำขายกันในรถไฟ และมีจุดเด่นที่เวลาผัดจะใส่น้ำซอสมะเขือเทศสีแดง หรือซอสเย็นตาโฟและกินคู่กับไข่ดาว
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
       กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
       เนื้อหมูส่วนสะโพกหั่นชิ้นบาง 100 กรัม
       หอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1/2 หัว
       ไข่ไก่ 1 ฟอง
       ข้าวสวย 2 ถ้วย
       ซอสมะเขือเทศผสมซอสเย็นตาโฟ อัตราส่วน 1:1 ในประมาณ 1/4 ถ้วย
       เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
       ผักชีซอย 1 ต้น
       แตงกวาหั่นชิ้น 1 ลูก
       ไข่ดาวทอดสุกปานกลาง 1 ฟอง
       มะนาวหั่น 1 ลูก
       ใบผักชีและผักสลัดสำหรับตกแต่ง
       

       วิธีทำเริ่มจากตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวพอเหลือง ใส่เนื้อหมูผัดให้สุก ใส่หอมใหญ่ ใส่ไข่ พอไข่ใกล้สุก ใส่ข้าวสวย ซอสมะเขือเทศผสมซอสเย็นตาโฟ ปรุงรสด้วยเกลือ ผัดคั่วนานๆให้เครื่องปรุงเข้ากับเมล็ดข้าวจนทั่วและมีกลิ่นหอม จากนั้นปิดไฟตักใส่จาน วางแตงกวาและไข่ดาวข้างๆ ตกแต่งด้วยผักชีและผักสลัด เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้เลย

"หมูสับวุ้นเส้นใส่ไข่" อร่อยง่ายไม่อ้วน /กุ๊กเล็ก

โดย : กุ๊กเล็ก


       อู๊ยๆๆ...หิวจังเลย มองในตู้เย็นแล้วก็มีข้าวของอยู่ไม่กี่อย่าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาของ "กุ๊กเล็ก" ถึงจะมีเครื่องปรุงส่วนผสมในการทำกับข้าวน้อยแต่ก็สามารถดัดแปลงให้ง่ายและสะดวกรวดเร็วกับเราได้ โดยมื้อนี้ "กุ๊กเล็ก" จะนำวัตถุดิบอันน้อยนิดไม่กี่อย่างที่เหลืออยู่มาทำเมนู "หมูสับวุ้นเส้นใส่ไข่" ให้อิ่มท้องหายหิว
      
       ส่วนผสม
       
เนื้อหมูสับละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
       วุ้นเส้นแช่น้ำให้เส้นนิ่ม 1 ถ้วยตวง
       ไข่ไก่ 3 ฟอง
       ถั่วงอก 1 ถ้วยตวง
       ตั้งฉ่าย 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
       ผักกาดหอม, ผักชี, ซอสเปรี้ยว
      
       
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว ก็ลงมือทำโดยนำวุ้นเส้นไปแช่ในน้ำสะอาดให้นิ่ม ผสมวุ้นเส้น ไข่ เนื้อหมูสับ แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันพอร้อน เอาวุ้นเส้นที่ผสมแล้วเทใส่ คนเร็วๆยีให้กระจายอย่าให้เป็นก้อนติดกัน พอหมูสุก ใส่ถั่วงอกที่ล้างสะอาดเด็ดรากออกแล้วลงไปพร้อมด้วยตั้งฉ่าย น้ำปลา น้ำตาล ชิมรสให้กลมกล่อมถูกปากแล้วจึงตักขึ้น จัดตกแต่งจานด้วยใบผักกาด ผักชี ให้สวยงามน่ากิน จะกินคู่กับซอสเปรี้ยวก็ยิ่งเข้ากันได้ดีเชียวหละ

"พะแนงไก่" อร่อยรสแบบไทย / กุ๊กเล็ก

โดย : กุ๊กเล็ก


       อาหารที่ "กุ๊กเล็ก" นำมาเสนอวันนี้ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยลิ้มรส และติดใจในรสชาติที่อร่อยลิ้น นั่นก็คือ "พะแนงไก่" อาหารไทยๆ แต่รสชาติไม่เป็นสองรองใคร แม้จะมีกะทิเป็นส่วนประกอบ แต่เมื่อได้กินกับข้าวสวยร้อนๆ ทีไรเป็นต้องลืมคำว่าอ้วนไปทุกที
      
       ส่วนผสม
      
       เนื้อไก่ 3 ขีด
       กะทิ 1 ถ้วย
       น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
       ใบโหระพา 2 กิ่ง
       ใบมะกรูดซอย 3-5 ใบ
       พริกแดงซอย 2-3 เม็ด
       น้ำมันสำหรับผัด
      
       เครื่องแกง
      
       พริกแห้ง 5 เม็ด
       หอมแดง 5 หัว
       กระเทียม 10 กลีบ
       ข่า 1 ช้อนชา
       ตะไคร้ 1 ช้อนชา
       ผิวมะกรูด 1/2 ช้อนชา
       รากผักชี 1 ช้อนชา
       พริกไทย 5 เม็ด
       เกลือ 1 ช้อนชา
       กะปิ 1 ช้อนชา
       

       วิธีทำ เริ่มจากหั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นๆ แล้วนำไปรวนในกระทะพอให้ไก่สุก จากนั้นโขลกเครื่องแกงทุกอย่างรวมกันให้ละเอียด (หากใครต้องการข้ามขั้นตอนนี้ก็สามารถไปซื้อเครื่องแกงพะแนงจากตลาดมาเลยก็ ได้) นำเครื่องแกงมาผัดกับน้ำมันโดยใช้ไฟอ่อนๆ ผัดจนหอมดีแล้วก็แล้วเติมกะทิลงไปสัก 1/2 ถ้วย ผัดต่อจนหอมเครื่องแกงและกะทิแตกมัน
      
       จากนั้นใส่เนื้อไก่ลงไปผัดต่อ ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ เรียบร้อยแล้วโรยใบมะกรูดซอยลงไป แล้วเติมกะทิอีก 1/2 ถ้วยที่เหลือลงไปให้หมด เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ต่อจนน้ำแกงงวดลงเหลือเพียงน้ำขลุกขลิก ตบท้ายด้วยการโรยพริกแดงซอยและใบโหระพาโรยลงไป แล้วตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้ทันที

"แกงส้มปลากะพงหน่อไม้ดอง" เปรี้ยวเด็ด เผ็ดลิ้น

โดย : กุ๊กเล็ก


       อยู่ๆ "กุ๊กเล็ก" ก็นึกอยากจะกินอาหารปักษ์ใต้ แบบเผ็ดๆ จัดจ้านถึงใจขึ้นมา และพอนึกไปนึกมาว่าอยากจะกินเมนูอะไรดี ก็พลันนึกไปถึงเมนูแกงร้อนๆ อย่าง "แกงส้มปลากะพงหน่อไม้ดอง" ขึ้นมา ที่มีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดสะใจลิ้นดี เอามากินกับข้าวสวยร้อนๆ ขอบอกว่าหรอยอย่างแรง เอาล่ะอย่าให้ต้องทนหิวไปมากกว่านี้เดินหน้าเข้าครัวไปลงมือทำกินกันเลยดี กว่า
      
       ส่วนผสมสำหรับแกงส้มปลากะพงหน่อไม้ดอง มีดังนี้
       

       หน่อไม้ดอง 3 ขีด
       ปลากะพงขาว 3 ขีด
       น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย
       พริกขี้หนูสด 40 เม็ด (หรือจะใส่น้อยกว่านี้ก็ได้ ถ้าไม่กินเผ็ดมาก)
       ขมิ้นซอย 1 ช้อนโต๊ะ
       กระเทียม 1 หัว
       เกลือป่น 1 ช้อนชา
       กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำ 2 ถ้วย
       

       เมื่อเตรียมส่วนผสมกันพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือทำ เริ่มจากนำพริกขี้หนูสด ขมิ้นซอย กระเทียม เกลือป่น และกะปิ มาโขลกรวมกันให้ละเอียดเพื่อเป็นพริกแกงสำหรับทำแกงส้ม
      
       หลังจากนั้นนำหน่อไม้ดองมาล้างให้สะอาด แล้วพักทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วก็นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ และหันมาจัดการกับปลากะพง โดยนำปลากะพงมาขอดเกล็ด ล้างให้สะอาด และควักไส้ทิ้ง พร้อมกับหั่นปลาเป็นชิ้นๆ
      
       ทีนี้ให้นำน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟต้มน้ำให้เดือด จากนั้นก็ใส่เครื่องแกงลงไป พอเครื่องแกงเริ่มหอมให้ใส่หน่อไม้ดองลงไปต้มให้สุก ตามด้วยใส่น้ำมะนาว และใส่ปลากะพงลงไป แล้วต้มจนปลาสุกก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้น ยกลงจากเตา ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ อิ่มอร่อยสมใจปากกันไป

"ไข่ตุ๋นปลาแซลมอน" นุ่มนิ่ม อิ่มท้อง

โดย : กุ๊กเล็ก


       มื้อนี้ของการเข้าครัวทำอาหาร "กุ๊กเล็ก" เปิดตู้เย็นในบ้านแล้วเห็นว่ามีไข่ไก่อยู่หลายฟอง เลยนึกถึงเมนูไข่ๆ ขึ้นมา เลยอยากจะชวนทุกคนมาทำเมนูไข่กินกันดีกว่า ซึ่งเราเพิ่งไปได้สูตรการทำ "ไข่ตุ๋นปลาแซลมอน" มาจากห้องอาหารญี่ปุ่นไดอิจิ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เป็นไข่ตุ๋นสไตล์ญี่ปุ่นที่ชวนกิน แถมกินแล้วดีต่อสุขภาพ เอาเป็นว่าไม่ให้เป็นการเสียเวลาเดินหน้าเข้าครัวกันเลยดีกว่า
      
       ส่วนผสมมีดังนี้ (สำหรับ 6 ที่)
       ไข่ไก่ 6 ฟอง
       เนื้อปลาแซลมอน 20 กรัม
       น้ำซุปไก่ 3 ถ้วยตวง
       เหล้าสาเก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
       เหล้ามิริน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
       เกลือ 1 1/2 ช้อนชา
       ต้นหอมซอย (สำหรับโรยหน้า)
       

       เมื่อเตรีมส่วนผสมกันพร้อมสรรพ ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือทำ เริ่มจากนำเนื้อปลาแซลมอนมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำมาหมักกับเหล้ามิรินทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
      
       ต่อจากนั้นนำไข่ไก่มาตีให้เข้ากัน เติมน้ำซุปไก่ เกลือ เหล้ามิรินและเหล้าสาเกลงไปแล้วคนให้เข้ากัน พร้อมกับกรองด้วยกระชอนตาถี่ๆ แล้วตักแบ่งใส่ถ้วยนำไปนึ่ง ในน้ำเดือด(ไฟไม่แรง) ครั้นพอไข่อยู่ตัวค่อยๆ โรยปลาแซลมอนและหอมซอยลงไป พร้อมกับปิดผาต่อสักครู่ ก็ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟกินตอนร้อนๆ อิ่มอุ่นท้องดีแท้