ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

รุ่งเรืองอาหารป่า ร้านน่าหม่ำแห่งเมืองยศ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 มิถุนายน 2547 16:07 น.


ภายในร้านที่สร้างความรู้สึกนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ
       ยาฮู้ ...วี๊ดวิ้ว นาทีนี้ขอตะโกนเสียงดังๆ ฉลองที่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดเสียหน่อย นานๆ ทีจะได้แล่นออกนอกกรุงไปหาของอร่อยๆกิน แต่งานนี้ขอบอกว่าไม่ได้เยื้องกรายแค่ปริมณฑลนะ ไปไกลถึงเมืองยศหรือจังหวัดยโสธรโน่น และก็ไม่ใช่แค่การผ่านไปหาของกินธรรมดาๆ เพราะคราวนี้ไปเจอร้านดีร้านเด็ด ฝีมือและรสชาติเข้าขั้นเป็นร้านดังของจังหวัดได้เลย
      
       ร้านที่ว่าก็คือ “รุ่งเรืองอาหารป่า” ที่เปิดมานานกว่า 21 ปี จึงได้เห็นของเก่าๆ ที่เจ้าของเก็บสะสมไว้นานมาตกแต่งร้าน ช่วยสร้างบรรยากาศให้นึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ในสมัยคุณปู่คุณย่าได้ดีเลยทีเดียว ที่นี่เขามีเฉพาะสัตว์เล็กๆ ที่หาได้ตามฤดูกาลและไม่เป็นสัตว์ผิดกฎหมายมาทำเป็นอาหารและส่วนใหญ่ก็จะออก รสชาติดุเด็ดเผ็ดมันตามสไตล์คนอีสานที่ชอบกินอาหารรสจัดๆ อย่างเช่น ผัดเผ็ดนก ผัดเผ็ดกบ หรือถ้าอยากกินอาหารอีสานขนานแท้ก็มีให้เลือกกินมากมายหลายอย่าง
ผัดเผ็ดปลาหมึก รสเด็ดถึงใจ
       สำหรับเมนูขึ้นชื่อประจำร้านก็มีทั้งอู๋ปลาหน่อไม้(หน้าตาคล้ายห่อ หมก) อ่อมปลา แกงป่าลูกชิ้นปลากราย ผัดปลาคึ่นฉ่าย ทอดแมง แต่ “ผ่านมาแวะกิน” ครั้งนี้จะไม่ขอตามกระแสอาหารดังของร้าน เพราะในเมื่อเขาการันตีเป็นเมนูเด็ดของร้านก็ต้องเชื่อว่าอร่อยจริง เพราะฉะนั้นก็เลยจะขอสั่งเมนูอื่นเพื่อพิสูจน์ฝีมือแม่ครัวของร้านว่าจะ กระจายความอร่อยได้ทั่วถึงทุกจานทุกเมนูหรือไม่
      
       จานแรกที่สั่งมากินเป็น ผัดเผ็ดปลาหมึก (60 บาท) ไม่ต้องกลัวว่ามาอีสานแล้วจะไม่ได้กินอาหารทะเล ปลาหมึกตัวโตสดใหม่ไม่มีการค้างคืนค้างวันให้เสียรสชาติ มีมะเขือและยอดมะพร้าวอ่อนหวานกรอบที่ช่วยลดความเผ็ดของเครื่องเทศและพริก ไทยอ่อน ทั้งหน้าตาและกลิ่นหอมฉุยที่ยั่วต่อมน้ำลาย ไม่ทันไรชาวคณะก็จ้วงตัก จนหมดจานแต่ได้ยินเสียงซี๊ดซ๊าดของความเผ็ดมาแทน เลยต้องสั่งผัดจืดกุ้งใส่ยอดมะพร้าว ( 60 บาท) มาดับความเผ็ด พร้อมกันนั้นได้ซด ต้มยำปลาเค้า (70 บาท) ก็ช่วยทำให้กินได้คล่องคอขึ้นอีกโข
ปลารากกล้วยทอด ที่หม่ำได้ทั้งตัว
       ยำรวมมิตร (50 บาท) ที่รวมเอาทุกอย่างทั้ง กุ้ง ปลาหมึก หอยลาย หมูยอ คลุกเคล้าด้วยน้ำยำรสเปรี้ยวแซบเด็ดถึงใจ ถึงจะดูเป็นเมนูพื้นๆ ทำง่ายๆ แต่ขอบอกว่าอะไรที่ยิ่งทำง่ายประเภทใครก็ทำได้ นี่ล่ะ หมัดเด็ด ปราบเซียนให้หงายหลังผึ่งมานักต่อนัก เพราะยิ่งง่ายก็ยิ่งท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้รสมือแตกต่างเรียกความอร่อยได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นที่ครหาของนักชิม ซึ่งสำหรับยำรวมมิตรจานนี้ของร้านรับประกันความอร่อยลิ้นได้แน่ๆ
      
       ปิดท้ายมื้ออิ่มด้วย ปลารากกล้วยทอด(50 บาท) ด้วยความที่เป็นปลาชนิดเนื้ออ่อนพอเอามาทอดให้กรอบเกรียมโรยด้วยกระเทียว เจียวหอมๆ ก็สามารถจะกินได้ทั้งตัวโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะมีก้างมาทิ่มตำทำให้ระคายคอ อีกอย่างแคลเซียมจากปลานี้ก็มีมากนักแล เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากมีกระดูกที่แข็งแรงก็ไม่น่าจะพลาดปลารากกล้วยทอดจาน นี้
ยำรวมมิตร เปรี้ยวจี๊ดถูกใจ
       อิ่มหมีพีมันจนหนังท้องตึงหนังตาก็ชักจะเริ่มหย่อน แสดงถึงความเอร็ดอร่อยของอาหารมื้อนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าได้ไปยโสธรเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะชิมฝีมือคนเมืองยศก็แล้วกัน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
ร้านรุ่งเรืองอาหารป่า เปิดทุกวันตั้งแต่ 09.00-20.00 น. อยู่ที่ ถ.ศรีบำรุง อ.เมือง จ.ยโสธร จากธนาคารออมสินเลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปอีกประมาณ 100 เมตร จะเห็นร้านอยู่ด้านขวามือ โทรศัพท์ 0-4572-0248

แวะกินปลาน้อย-ใหญ่ รสโดนใจ ที่ “สไบบาง”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มิถุนายน 2547 11:03 น.
นั่งริมน้ำ ลมพัดเย็นๆ หม่ำเมนูปลาๆ ที่ร้าน “สไบบาง”
       ด้วยบรรยากาศของริมแม่น้ำน่าน ที่เงียบสงบ มีสายลมพัดเอื่อยมากระทบร่างกายพาเอาเย็นกาย สบายใจ หายเหนื่อยกับการเดินทางเป็นระยะทางไกลจากกรุงเทพฯ
      
       “ผ่านมาแวะกิน” ถือโอกาสพักเหนื่อยและเติมกำลังให้กับกระเพาะน้อยๆ ก่อนที่จะเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายปลายทางที่จังหวัดพิจิตร ด้วยการแวะหม่ำอาหารที่ร้าน “สไบบาง” ริมแม่น้ำน่านแห่งนี้
ปลาม้านึ่งมะนาวรสเด็ด
       ด้วยความที่ร้านนี้อยู่ติดริมแม่น้ำน่าน ซึ่งยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องทรัพยากรทางน้ำอยู่บ้าง โดยเฉพาะปลาที่เขาว่าที่แม่น้ำน่านแห่งนี้ มีปลาน้ำจืดหลากชนิดที่นำมาปรุงเป็นอาหารแล้วรสชาติเด็ดอย่าบอกใคร
      
       เมนูอาหารของร้าน “สไบบาง” จึงเน้นเมนูปลาๆ เป็นส่วนใหญ่ อย่างเท่าที่ “ผ่านมาแวะกิน”สั่งมาเปิบชิมรสชาติกันก็มี ปลาเนื้ออ่อนตัวเล็กทอดกระเทียมพริกไทย (70 บาท) ปลาเนื้ออ่อนตัวเล็กๆ ทอดกระเทียมพริกไทยหอมกรุ่น กินทั้งตัวกรอบกรุบเคี้ยวมัน
      
       ลูกชิ้นปลากรายลวก (60 บาท) เนื้อปลากรายปั้นเป็นลูกชิ้นกลมแบน แล้วนำไปลวกจนสุกได้เนื้อปลาที่เนื้อเหนียวแน่น ไร้กลิ่นคาว เคี้ยวหนึบหนับ เด้งดึ๋งอยู่ในปาก
      
       ปลาม้านึ่งมะนาว (ขีดละ 50 บาท) เมนูนี้รสจัดจ้านเปรี้ยวถึงใจ ปลาม้าสดๆหั่นเป็นชิ้นพอดีคำนำมานึ่งมะนาว ได้รสชาติปลาสดหวานผสมผสานกับน้ำมะนาวที่แทรกซึมถึงเนื้อปลา
ปลาเค้าผัดเผ็ดถูกลิ้นถึงใจ
       อีกหนึ่งเมนูรสจัดแต่เผ็ดเข้มข้นกว่าเป็น ปลาเค้าผัดเผ็ด (ขีดละ 40 บาท) สีสันจัดจ้าน เพราะนำปลาเค้ามาผัดกับเครื่องแกง ใส่พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด รสชาติเข้มข้นถึงใจ กินกับข้าวสวยร้อนๆ ตักปลาใส่ปาก เคี้ยวพริกไทยอ่อนตามเด็ดสะระตี่
      
       และเมนูน้ำๆ หนึ่งเดียวในมื้อนี้เป็น ต้มยำปลากด+พุง+ไข่ (ขีดละ 45 บาท) เสิร์ฟมาแบบควันลอยกรุ่นในหม้อไฟ เป็นต้มยำน้ำจืด รสชาติแซบเผ็ดร้อนครบเครื่องต้มยำ ปลากดเนื้อนุ่มยุ่ย พุงปลา ไข่ปลาเคี้ยวมัน ซดน้ำร้อนๆ คล่องคอนักเชียว
      
       ทั้งหมดนี่เป็นแค่บางส่วนของเมนูปลาๆ ที่ “ผ่านมาแวะกิน” สั่งมาเติมกำลังให้กระเพาะก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งถ้าใครจะเดินทางไปทางพิจิตรแล้วเกิดหมดแรงกลางทาง ก็ลองแวะเติมพลังที่ร้าน “สไบบาง” ดูบ้างก็แล้วกัน
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
       
ร้าน “สไบบาง” ตั้งอยู่ที่ หมู่ 8 ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ. พิจิตร คือถ้ามาจากนครสวรรค์ พอมาถึงสี่แยกโพไทรงามเลี้ยวขวาเข้าโพทะเล ตรงมาถึงอ.บางมูลนาก พอถึงสี่แยกที่จะเลี้ยวไปพิจิตรให้เลี้ยวขวาที่จะมาต.เนินมะกอก และตรงมาประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเห็นป้ายร้านและมีจุดสังเกตคือจะเห็นปล่องโรงสีข้าวอยู่ด้านหน้า เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. โทรสอบถามเส้นทางไปร้านได้ที่ 0-6930-3974, 0-5663-2013
       

“The Shock ข้าวต้มผี” รสดี กินแล้วไม่ช๊อค

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มิถุนายน 2547 13:48 น.
บรรยากาศชวนนั่ง ดูโล่งโปร่งสบายในร้าน “The Shock ข้าวต้มผี”
       ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนตกกระหน่ำฟ้าร้องเปรี้ยงปร้าง เป็นบรรยากาศที่พบเห็นได้ทั่วไปในขณะนี้ “ผ่านมาแวะกิน” ไม่ได้จะมาเป็นผู้บรรยายสภาพอากาศหรอกนะ แต่ช่วงนี้ฝนมันตกหนักจริงๆ รถราติดกันให้จอแจ เดินทางไปไหนลำบากจริงๆ
      
       อย่างวันก่อนไปทำธุระแถวลาดพร้าว รถติดยาวเป็นขบวน ตรงถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ รถติดหงุดหงิด หิวจนจะเป็นบ้า ฉับพลันสายตาเราก็ส่ายส่องมองเห็นป้ายร้านอาหารชื่อแปลกตา ชวนขนลุก บวกกับชวนน่ากิน นามว่า“The Shock ข้าวต้มผี” ไม่รอลีเลี้ยวรถขวับเข้าร้านทันที
สามก๊กสยบผี
       เดินเข้ามาในร้านสัมผัสได้กับบรรยากาศชวนนั่ง ดูโล่งโปร่งสบาย เป็นกันเอง ว่าแล้วก็ขอเมนูมาเปิดสั่งอาหาร ตอนแรกนึกว่าจะมีแต่ข้าวต้มขายตามชื่อร้าน ที่ไหนได้ก็มีเมนูอาหารจานหลักทั่วไปตามสั่ง เท่าที่สังเกตชื่อเมนูแต่ละอย่างดูแปลกพิลึกน่ากลัวๆทั้งนั้น
      
       เอาเท่าที่ “ผ่านมาแวะกิน” สั่งมาขึ้นโต๊ะก็มีเมนูแปลกๆ อย่างเมนูแรกชื่อว่าโลงแตก (120 บาท) เสิร์ฟมาในโรงเล็กๆ ที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ (เก๋เชียว) พอเปิดฝาโรงออกข้างในเป็นกุ้ง หอยแมลงภู่ ปู ลูกชิ้นปลา ฮือก้วยปลา ชุบแป้งทอด ราดด้วยน้ำยำตะไคร้ข้นเหนียว ตักเข้าปากเข้าแรกสมชื่อโลงแตกจริงๆ น้ำยำรสเผ็ดจัดจ้านหอมกลิ่นตะไคร้ น้ำยำซึมเข้าเนื้อกุ้ง หอย ปู ปลา ได้รสชาติกลมกล่อมถูกลิ้น
      
       อีกหนึ่งเมนู สามก๊กสยบผี (150 บาท) เมนูนี้อิ่มแบบทรีอินวัน เป็นปลากะพงสามรสสามแบบ ทั้งทอดกระเทียม ราดพริก และทรงเครื่องแบบยำๆ แต่ละรสชาติเด็ดดวงทั้งนั้น ทอดกระเทียมก็กรอบกรุบเคี้ยวมัน ราดพริกก็เข้มข้นเปรี้ยวหวาน ทรงเครื่องแบบยำๆ ก็แซบกลมกล่อม เรียกคุ้มกันละสั่งจานนี้
ซี่โครงหมูหม้อไฟนรก
       อย่างสุดท้ายเป็นเมนูน้ำๆ สั่งมาซดให้คล่องคอ ซี่โครงหมูหม้อไฟนรก (120 บาท) จัดเสิร์ฟแบบควันลอยหอมกรุ่นมาแต่ไกล ในหม้อไฟใบโต ข้างในเป็นซี่โครงหมูกระดูกอ่อนตุ๋นเครื่องยาจีนจนเปื่อยนุ่ม และใส่พริกขี้หนูทุบโรยมาในน้ำซุปเพิ่มความเผ็ดร้อน ซดน้ำซุปร้อนๆ หอมหวานชุ่มคำ ซี่โครงหมูเนื้อเปื่อยยุ่ยเคี้ยวกรุบเนื้อนุ่ม ซดน้ำซุปตามอีกหลายคำรสชาติเริ่มออกเผ็ดร้อนจัดจ้านถึงใจจากพริกขี้หนูสม ชื่อหม้อไฟนรก
      
       นอกเหนือจากนี้ ยังมีเมนูชื่อแปลกๆ ชวนสยองอีกหลายเมนู อาทิ มัมมี่แห่งอียิปต์ (120 บาท) เป็นปลาหมึกยัดไส้หมูสับชุบไข่ทอด ผีหัวขาด(80 บาท) เป็นหัวกุ้งทอดกรอบ หม้อดินแวมไพร์ (150 บาท) เป็นกุ้งและปูนึ่งกับเครื่องต้มยำ และอีกหลากหลายเมนูจานเด็ดมากมาย
      
       มื้อนี้เล่นเอา “ผ่านมาแวะกิน” อิ่มสบายท้องหายหงุดหงิด หายบ้าจากรถติด กินจนพุงกางก็บึ่งรถกลับบ้านนอน แต่ไม่รู้ว่าชื่อเมนูสยองๆ ที่กินไปเหล่านี้จะมาตามหลอกตามหลอนเราหรือเปล่านะ
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       

       “The Shock ข้าวต้มผี” ตั้งอยู่ที่ 9 หมู่ 6 ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ลาดพร้าว กทม. มาทางเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เลยโลตัสลาดพร้าวมาไม่ไกล มีป้ายร้านเป็นจุดสังเกต เปิดทุกวันเวลา 18.00-04.00 น. พิเศษสุดทุกวันพระลด 20 % (เฉพาะค่าอาหาร) โทร. 0-2970-3738, 0-9542-5282

แซบหลายๆ กับข้าวผัดลาว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 พฤศจิกายน 2547 15:46 น.
       ชื่อเมนู “ข้าวผัดลาว” ที่ “กุ๊กเล็ก”  ได้มาจากพี่แดง ร้าน ส.บุญชัย และเอามาฝากกันวันนี้อาจจะทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะปกติแล้วเราก็จะคุ้นเคยกับข้าวผัดอเมริกันเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อข้าวผัดขอเปลี่ยนสัญชาติมาเป็นลาวแล้ว หน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไรละนี่ จะอร่อยเด็ดกว่าข้าวผัดอินเตอร์อย่างข้าวผัดอเมริกันหรือไม่ แล้วจะแซบถึงใจเหมือนอย่างการจกข้าวเหนียวส้มตำหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องลองไปพิสูจน์กันเอง แต่ก่อนอื่นไปดูส่วนผสมกันดีกว่า
      
       ส่วนผสม
       

       
น้ำมะขามเปียกข้น 1/4 ถ้วย
       ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
       พริกแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ
       คอหมูย่าง 1 ขีด
       ข้าวสวย 2 ถ้วย
       ใบโหระพา 2 กิ่ง
       แตงกวา 2 ลูก
       น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
       

       วิธีการทำก็เริ่มจากเตรียมคอหมูย่างก่อน ถ้าจะให้อร่อยเด็ดละก็ ต้องเอาไปหมักให้เข้าเนื้อ โดยหมักคอหมูย่าง 1 กิโลกรัม กับน้ำมันหอย 5 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ หมักส่วนผสมทั้งหมดนี้รวมกันแล้วแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วค่อยนำมาย่างไฟ
      
       ได้คอหมูย่างแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาลงมือผัด “ข้าวผัดลาว” เสียที เริ่มจากเอาน้ำมะขามเปียกตั้งไฟอ่อนๆ ใส่น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บลงไป พอเดือดก็ยกลง แล้วรอให้เย็น จากนั้นใส่ข้าวคั่วและพริกแห้งป่นเข้าไปผสม เรียบร้อยแล้วก็นำข้าวลงไปผัดกับส่วนผสมที่ปรุงไว้ ผัดให้ทั่วกัน จากนั้นใส่คอหมูย่างและใบโหระพาลงไปก็เป็นอันเสร็จพิธี ยกเสิร์ฟพร้อมแตงกวาได้เลย
      
       เป็นยังไงบ้าง “ข้าวผัดลาว” สูตรของร้าน ส.บุญชัย ทำง่ายแถมยังน่าอร่อย ก็ขนาด “กุ๊กเล็ก” บรรยายไปก็ยังอดน้ำลายสอไม่ได้เลย ใครไปลองทำแล้วได้ผลเป็นยังไง อร่อยแค่ไหนก็อย่าลืมมาบอกกันบ้างเด้อ

ต้มยำปลาช่อน รสกระฉ่อนลิ้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2547 15:43 น.

       
       อันว่าป.ปลานั้นมีประโยชน์มากมาย เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี และยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงน้ำนองเต็มตลิ่ง บรรดาป. ปลาทั้งหลายจึงหาได้ไม่ยาก ในวันนี้ “กุ๊กเล็ก” จึงขอนำเสนอเมนูปลา แต่มาในรูปของต้มยำ เพื่อจะได้ลิ้มรสเนื้อปลา ไปพร้อม ๆ กับซดน้ำต้มยำที่จี๊ดจ๊าด
       

       แต่ก่อนอื่นเราไปเข้าครัวเตรียมส่วนผสมก่อนเลยดีกว่า ซึ่งส่วนผสมก็คุ้นหน้าคุ้นตาหาได้ง่ายดาย และมีหน้าตาดังต่อไปนี้
      
       ส่วนผสม
      
       
ปลาช่อน 1ตัว หั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ
       ตะไคร้ หั่นเป็นท่อน ๆ 3 ต้น
       ข่า1 แง่ง หั่นเป็นแว่น ๆ ตามใจชอบ
       ใบมะกรูดฉีกเป็นชิ้น ๆ 6 ใบ
       พริกแห้งเม็ดใหญ่เผาหั่นเป็นท่อน ๆ 4 เม็ด
       มะเขือเทศ 2 ลูก
       ผักชี 2 ต้นเด็ดเป็นใบ ๆ
       น้ำปลา ตามใจชอบ
       น้ำมะนาว ตามใจชอบ
       น้ำ 4 ถ้วยตวง
       

       ในเรื่องวิธีทำนั้นเรา ๆ คงจะคุ้นเคยกับการทำต้มยำกันดีใช่ไหมล่ะ งั้นเรามาเริ่มกันเลย อันดับแรกเมื่อเรามีปลาช่อนที่ถูกชะตาอยู่ในมือแล้ว ก็จัดแจงล้างปลาช่อนให้สะอาด จากนั้นก็ต้องทำแข็งใจผ่าเอาไส้ ตัดหัวและเหงือกออก (เฮ้อ...ลมจะจับ) หั่นเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอดีคำ พอเสร็จแล้วก็จับล้างใส่ตระแกรงให้สะเด็ดน้ำ ตั้งรอไว้
      
       ต่อจากนั้นก็นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟ (ถ้าหากอยากจะได้กลิ่นหอมหวนชวนรับประทานแล้วล่ะก็ แนะนำให้ใช้หม้อดิน ) ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด พริกแห้ง มะเขือเทศ ตั้งไฟให้เดือด พอน้ำเดือดพล่านจึงใส่ปลาช่อน ช่วงเวลานี้ก็คอยดูพอเนื้อปลาสุกได้ที่แล้วจึงปรุงรสใส่น้ำปลา มะนาว ถึงตอนนี้คงต้องปล่อยให้แสดงฝีมือกันเอง สูตรใครก็สูตรใคร นิยมชมชอบรสชาติแบบไหนก็ปรุงกันได้ตามใจชอบ
      
       ก่อนจะถึงช่วงเวลาที่รอคอย ก็มาตกแต่งโรยหน้าด้วยผักชีสักหน่อย แล้วก็เตรียมพร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ มื้อนี้เราก็จะได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ในตัวป.ปลาตัวนี้ กันถ้วนหน้า

มื้อเด็ด มื้อด่วน กับ “ข้าวผัดน้ำพริกทูน่า”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 พฤศจิกายน 2547 16:11 น.

โดย : กุ๊กเล็ก


       ชีวิตคนเมืองกรุงอย่าง “กุ๊กเล็ก”นี่ ช่วงเวลาในแต่ละวันมันช่างเร่งรีบเสียจริงเชียว ตื่นแต่เช้าออกมาทำงาน กว่าจะได้กลับบ้านนอนก็มืดค่ำ ส่วนเรื่องอาหารการกินไม่ต้องพูดถึง หาอาหารอะไรง่ายๆ แถวออฟฟิศนั่นแหละกินเอา ง่ายดี ประหยัดเวลา
      
       แต่บางครั้งบางครา “กุ๊กเล็ก” ก็นึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมา ทำอาหารใส่กล่องมากินที่ออฟฟิศเองก็อร่อยดีฝีมือเรา อย่างเมนูง่ายๆกับ “ข้าวผัดน้ำพริกทูน่า” ที่ใช้เวลาในการปรุงไม่มาก ไม่เสียเวลา ได้ความอร่อย ความสะอาด พร้อมด้วยคุณค่าทางอาหาร เพราะว่าเนื้อปลาทูน่า นั้นมีสาร EPA ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ มีโปรตีนที่ย่อยง่าย และไขมันต่ำ กินมากก็ไม่อ้วนสักเท่าไหร่
      
       ส่วนผสมสำหรับ “ข้าวผัดน้ำพริกทูน่า”
      
       
พริกขี้หนูซอย                     1       ช้อนโต๊ะ
       ปลาทูน่าในน้ำมันพืช            1        กระป๋อง
       กะปิ                                 4        ช้อนชา
       กระเทียมปอกเปลือกซอย     1        ช้อนโต๊ะ
       มะนาว                              3        ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลปีบ                          2        ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา                              1        ช้อนโต๊ะ
       ข้าวสวย                            4        ถ้วยตวง
       ไข่เค็ม                              1        ฟอง (ผ่าครึ่ง)
       ทูน่าทอดฟู                         1       กระป๋อง(จะไม่ใส่ก็ได้)
       ผักสดอาทิ แตงกวา มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว ตามใจชอบ
       

       ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากอะไรเลย ถ้าเตรียมส่วนผสมกันพร้อมแล้วก็เดินหน้าเข้าครัวกันเลย
      
       เริ่มต้นกับการทำน้ำพริกด้วยการโขลกกระเทียมกับกะปิให้ละเอียด ใส่พริกลงไปตำให้พอแตก จากนั้นใส่น้ำตาลปีบ น้ำมะนาว แล้วตักใส่ถ้วยพักไว้ก่อน
      
       เสร็จแล้วหันมาตั้งกระทะใส่น้ำมันให้พอร้อน แล้วจึงนำเครื่องที่เครื่องที่โขลกไว้แล้วลงไปผัดให้เข้ากัน ตามด้วยใส่ปลาทูน่า ข้าวสวย แล้วผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการทำ
      
       มาถึงขั้นตอนกระบวนการหม่ำก็ตัก “ข้าวผัดน้ำพริกทูน่า” ใส่จานกินคู่กับไข่เค็ม ปลาทูน่าทอดฟู และผักสดต่างๆ ก็อิ่มหนำไปอีกหนึ่งมื้อแล้วละจ๊ะ

แซลมอนนึ่งตะไคร้ เมนูใส่ใจสุขภาพ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 ธันวาคม 2547 15:59 น.
       วันพ่อปีนี้ แต่ละคนต่างมีวิธีทำให้พ่อมีความสุขต่างกันออกไป สำหรับ “กุ๊กเล็ก” นั้นใช้วิธีปรุงอาหารจานเด็ดๆ สักจานให้พ่อทาน ซึ่งไม่ได้เน้นแค่อร่อยอย่างเดียว แต่ยังเน้นที่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย
       

      
       ในมื้อนี้ จึงมีเมนูสุขภาพมานำเสนอ เป็น “ปลาแซลมอนนึ่งตะไคร้” สูตรจากโรงแรม “โรสการ์เดน เอไพรม รีสอร์ท”
       

       สำหรับส่วนผสมก็มีดังนี้
      
       
ปลาแซลมอน 2 ขีด (หากไม่มีปลาแซลมอน จะใช้ปลาอื่นๆ เช่นปลากะพงแทนก็ได้)
       
แครอทขูดฝอย 1 ขีด
       ผักกาดแก้ว 2 ใบ
       มะเขือเทศสีดา 4 ลูก
       กุ้งแห้ง 1 ช้อนชา
       พริกขี้หนู 5 เม็ด
       กระเทียม 3-4 กลีบ
       น้ำตาลปี๊บ 1-2 ช้อนชา
       ตะไคร้ 2 ต้น
       ถั่วฝักยาว 5 ฝัก
       เกลือ น้ำมะนาว น้ำปลา

      
       วิธีทำก็สุดแสนจะง่ายดาย ก่อนอื่นนำเกลือมาโรยบนเนื้อปลาแซลมอนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติความเค็ม เสร็จแล้วหั่นตะไคร้ตามยาววางในหม้อที่จะใช้นึ่งปลา เอาแซลมอนมาวางทับบนตะไคร้ ใส่น้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ปลาแห้งเกินไป และใช้เวลานึ่งประมาณ 10 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย
      
       ถ้ามีเพียงปลาแซลมอนนึ่งอย่างเดียวก็ดูจะธรรมดาเกินไป ดังนั้นเพื่อเพิ่มความพิเศษและความอร่อยมากยิ่งขึ้น ตำส้มตำแครอทโดยการนำพริก กระเทียม ถั่วฝักยาว ตำเข้าด้วยกันพอแหลก จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว น้ำตาลปี๊บตามใจชอบ ทีนี้ก็ใส่แครอทและกุ้งแห้งลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันเป็นอันว่าเสร็จ ตักใส่ในกาบใบผักกาดแก้ว กินแกล้มกับแซลมอนนึ่งหอมกลิ่นตะไคร้ได้รสชาติแบบไทยๆ ผสมกับความเป็นตะวันตกของปลาแซลมอน เฮ้อ...น่ากินจัง
      
       นอกจากเมนูนี้จะน่ากินน่าอร่อยแล้ว ก็ยังมีประโยชน์อีกเต็มจาน
ไม่ ว่าจะเป็นปลาแซลมอนที่ช่วยบำรุงสมองคนกิน ช่วยลดอัตราเสี่ยงจากโรคสมองฝ่อ โปรตีนจากเนื้อปลาก็ยังช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และตะไคร้ก็ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ แถมช่วยขับปัสสาวะ แก้โรคนิ่ว และยังมีผักสารพัดชนิดที่มีประโยชน์ในส้มตำแครอทอีก เมนูนี้ “กุ๊กเล็ก” ว่ากินแล้วคุ้ม เพราะได้ทั้งอร่อย ทั้งดีต่อสุขภาพ ส่วนใครที่เป็นพ่อจะทำให้ลูกหม่ำก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด

รสเด็ดซาบซ่า“ผัดฉ่าทะเล”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 ธันวาคม 2547 13:30 น.

โดย : กุ๊กเล็ก


       “ลมหนาวมาเมื่อไร ใจฉันคงยิ่งเหงา คืนวันที่มันเหน็บหนาว ไม่รู้จะทนได้สักเท่าไร
       ลมหนาวมาเมื่อไร กลัวฉันกลัวขาดใจ เพราะหัวใจที่มันอ่อนไหว ไม่เคยได้รักจากใคร เสียที”

      
       ขอบอกว่า “กุ๊กเล็ก” ไม่ได้อกหักรักคุดอะไรกับใครหรอก เพียงแต่ที่ออกมาครวญเพลงลมหนาว ของพ่อหนุ่มวง Tea For Three อยู่นี้ ก็เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศที่ช่วงนี้มีลมหนาวพัดมาเป็นระยะ แต่ถึงจะหนาวเหน็บขนาดไหน “กุ๊กเล็ก” ก็บ่ยั่น เพราะมีสูตรเด็ดสูตรดีเป็นเมนูคลายหนาวรสจัดจ้านที่กินแล้วเผ็ดร้อนซี๊ดซ๊าดปากดีแท้ นั่นก็คือ “ผัดฉ่าทะเล” ว่าแล้วก็ลงมือทำกันเลยดีกว่า
      
       สำหรับส่วนผสมของผัดฉ่าทะเลก็ประกอบด้วย
       
เนื้อปลากะพง 3-4 ชิ้น
       กุ้งสดตัวใหญ่ 3-4 ตัว
       ปลาหมึกสด 5-6 ชิ้น
       พริกขี้หนู ทุบพอบุบๆ 7-8 เม็ด
       ข่าหั่น 2-3 แว่น
       กระชายซอย 3 ช้อนโต๊ะ
       ตะไคร้ซอย 1 ต้น
       ใบกระเพราเด็ดเป็นใบๆตามรสนิยมความชอบ
       กระเทียมทุบพอบุบๆ 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
       น้ำมัน-น้ำปลา--น้ำมันหอย-ซอสปรุงรส –น้ำซุป

      
       “กุ๊กเล็ก” สรุปรวบสั้นๆ ว่าก่อนอื่นก็ต้องจัดการเนื้อปลากะพง กุ้ง และหมึก ให้พร้อมสำหรับจะผัด ซึ่งจะแล่เนื้อ แกะเปลือก แบบไหนก็แล้วแต่สะดวก พอหลังจากนั้นก็ถึงขั้นตอนการผัดฉ่า
      
       เริ่มจากใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟปานกลาง พอร้อนใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม จากนั้นก็เร่งไฟให้แรงขึ้น ใส่พริกขี้หนู ข่า กระชาย ตะไคร้ แล้วตามด้วยเนื้อปลากะพง กุ้ง และหมึก ลงไปผัดพร้อมๆกัน อาจจะเติมน้ำซุปสักนิด แล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา น้ำมันหอย ซอสปรุงรส ให้อร่อยกลมกล่อมตามใจชอบ สุดท้ายก็ใส่ใบกระเพรา เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย ส่วนใครชอบผักจะกินแกล้มกับผักกาดหรือผักอื่นๆก็ตามแต่สะดวก
      
       แค่นี้ก็ได้ผัดฉ่าทะเลที่รสเด็ดเผ็ดซาบซ่า แต่ว่ารสชาติไม่ออกทะเลแต่ประการใด

ปลาแรดบั้งทอดยำมะม่วงดิบ



เครื่องปรุงปลาแรดบั้งทอด
  • ปลาแรดขอดเกรดล้างแล้ว
  • น้ำปลา
  • น้ำมันปาล์ม

  • 500 กรัม
  • 2 ช้อนโต๊ะ
  • สำหรับทอด

วิธีทำ
  • 1.นำปลาแรดมาทำความสะอาดแล้วมาบั้งทั้งสองข้างพักไว้ในชามผสม ใส่น้ำปลาคลุกเคล้า ให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ 5 นาที
  • 2.นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไปให้ร้อน นำปลาแรดที่หมักไว้ลงไปทอดให้สุกเหลืองทั้งสองด้าน
  • 3.ตักปลาที่ทอดสุกแล้วลงในจาน เสิร์ฟพร้อมกับยำมะม่วงดิบ
เครื่องปรุงยำมะม่วงดิบ
  • พริกขี้หนูเขียว แดงสับ
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปี๊บ
  • น้ำมะนาว
  • มะม่วงสับเป็นเส้น ๆ
  • หอมแดงซอย
  • ต้นหอมซอย
  • ผักชีใบเลื่อยซอย
  • ผักชีซอย

  • 10 เม็ด
  • 2 – 3 ช้อนโต๊ะ
  • 1 ช้อนชา
  • 1 ช้อนโต๊ะ
  • ¼ ถ้วยตวง
  • 3 หัว
  • 2 ต้น
  • 2 ต้น
  • 1 ต้น

วิธีทำ
  • 1. ในชามผสม ใส่พริกขี้หนูเขียวแดงสับ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว ผสมให้เข้ากัน เพื่อทำน้ำยำ
  • 2.ใส่มะม่วงสับ หอมแดงซอย ต้นหอมซอย ผักชีใบเลื่อยซอย ผักชีซอย ผสมให้เข้ากัน ชิมรสชาติ ให้ออก เปรี้ยว เค็ม หวาน
  • 3.ตักยำมะม่วงลงในถ้วยเสริฟกับปลาแรดที่ทอดไว้
  • ที่มา  หมึกแดงดอทคอม

ออสซิอาโน่

  ของว่างรองท้องสัปดาห์ นี้ขอพาเพื่อนๆไป และเป็นคนขี้โม้หน่อยนะครับ เพราะผมต้องการเล่าให้เพื่อนๆฟังว่าผมได้ไปทานอะไรที่มันแสนเอร็ดอร่อยใน ร้านที่เมืองดูไป ณ โรงแรมแอตแลนติส เผอิญร้านนี้ชื่อออสซิอาโน่ และเชฟเป็นชาวเสปนซึ่งทำกับข้าวและมีชื่อเสียงมาก และพวกเราไปกันราวๆเกือบ 20 คน ได้จองโต๊ะไป 2 โต๊ะ ค่าอาหารก็แพงพอสมควร แต่จริงๆแล้วค่าไวน์เนี่ยแพงกว่า เพราะพวกเรากินไวน์เหมือนกินน้ำ แต่ว่าก็ต้องขอขอบคุณทาง ไรนิช ทราเวลล์ ที่ได้พาพวกเราไปลิ้มรสอาหารอร่อยที่ร้านนี้จริงๆ เพราะว่าร้านนี้ผมต้องยอมรับเลยว่ากินมาหลายแห่งแล้ว แต่ถูกอกถูกใจ คอร์สทั้งหมดที่เราได้กินนะครับ ราวๆ 14 คอร์ส เกือบตายแหน่ะครับ ถึงแม้ว่ามันจะชิ้นนิดเดียว แต่ว่ามันก็เยอะจริงๆ ร้านนี้บรรยากาศสวยงาม ติคองฟี่ แกะ กับหัวอองดิฟ และมันดกับ อควาเรี่ยมซึ่งเป็นตู้ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโรงแรมแอตแลนติส แล้วก็มีปลามากมาย มองออกไปจากโต๊ะกินข้าวก็จะเห็นตู้ปลาที่ใหญ่เหลือเกิน และสูง เหมือนเรานั่งอยู่ใต้ทะเลเลยครับ ร้านก็สวยงาม บริการก็ดี แถมอาหารยิ่งดีใหญ่เลย เพราะฉะนั้นผมขอสาธยายให้เพื่อนๆฟังเพื่อจะได้อิจฉากันไปถ้วนหน้า เมื่อเราไปถึงก็พาเราไปนั่งอย่างสนุกสนานเฮฮา ทุกคนก็มีเมนูที่ผมได้เลือกเอาไว้ให้พวกเขาแล้ว พอเชฟได้ทราบว่าเรามาจากประเทศไทย และเจาะจงที่จะมากินที่นี่ เขาก็เพิ่มอาหารให้เรากินอีก โดยมากแล้วมันจะเป็นแค่ราวๆ 8 – 9 คอร์สเท่านั้นเอง แต่วันนั้นกินไปถึง 14 คอร์ส ผมเกือบตายเลยครับ แต่ว่าก็ยอมนะครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างอร่อยจริงๆ เริ่มด้วยเขาจะเอาอาหารว่างมาเสิร์ฟให้เราชิม วางไว้บนโต๊ะ ก็มีพวกตับห่านเย็นๆวางบนคานาเป้เล็กๆ มะเขือเทศสีดายัดไส้ด้วยตับ หรืออะไรต่างๆ เมือ่เขาเสิร์ฟ และเราสั่งไวน์มารับประทานเรียบร้อยแล้ว มีทั้งไวน์ขาวและแดง เขาก็จัดการเสิร์ฟอาหารจานต่อๆไป จานต่อไปก็คือ มูสในถ้วยแก้วคล้ายถ้วยมาตินี่ เป็นถ้วยเล็กๆให้กินกับผักดอง มันจะได้ตัดความเลี่ยนได้ เพราะว่าผักดองมีความเปรี้ยว มูสนั้นทำด้วยปลากินกับผักดอง คำเดียวก็หมด ตอนแรกคาฟาชิโอ ปลากับน้ำสลัดเรา นึกว่า แค่นี้เองหรอให้เรากิน แต่เดี๋ยวสิ จะมาอีกเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ หลังจากนนั้นก็เป็นอาหารจานต่อไปคือ หอยนางรมสด กับซอสที่เขาทำมาให้ แล้วใส่คาร์เวียนิดหน่อย มันช่างแสนอวบอร่อย แล้วก็หวาน ไม่ต้องใส่อะไรเลยนะครับ แต่ว่าทำไมมันอร่อยเช่นนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ว่าหล่ะ จานก็เย็น หอยก็เย็น และทุกอย่างสดจริงๆเลย ใส่ซอสมานิดเดียว น้ำใสๆคล้ายๆน้ำสลัด แต่ว่ามันแสนจะอร่อยมากเลยพอได้กินคำนี้เข้าไปก็เออ อร่อยนะ อยากจะกินต่อ อาหารจานต่อไปก็กลายเป็นคาพาโช่ ปลาดิบเอามาหั่นบางๆ แล้ววางลงไปในจาน ใส่น้ำสลัดเข้าไปนิดนึง มีผักอยู่ข้างบน ให้กินดิบๆอย่างนั้นหน่ะครับ แต่ว่าทำไมมันอร่อยอย่างนั้นก็ไม่รู้ หลังจากกินปลาเสร็จแล้ว ก็ยังมีปลาอีกคอร์สนึงคราวนี้พิเศษสุดเลย ยำปลาฮามาชิเล็กหั่นเป็นลูกเต๋า กินกันแอปเปิ้ลเขียวก๊หั่นเป็นลูกบรรยากาศของร้านที่ติดกับอคาเรียมเต๋า เล็กๆ เสิร์ฟกับปลาคาร์เวียในแม่พิมพ์ แล้วก็มีซอสครีมเย็นๆ มีกลิ่นตะไคร้ด้วย ผมกินเข้าไปแล้ว ต้องกินช้าๆ ทีละนิดเพื่อได้ลิ้มรสที่แท้จริงขิงเขา ผมก็ได้ขโมยอาหารจานนี้มาทำในรายการของผมช่วงเซเลบ วิสิตด้วย ความจริงแล้วทะไม่ยาก แต่ผมจะหาไข่ปลาคาร์เวียสีดำที่แพงมากๆมาใช้ในรายการคงไม่ไหวครับ ผมก็เลยไม่ได้ใช้ ผมเลยใช้ไข่ปลาคาร์เวียจากแซลม่อนที่เป็นสีแดงแทน เป็นอาหารทะเลเกือบหมดเลยนะครับ จานต่อไปก็เป็นหอยเชลล์ เอาไปนาบกับกะทะนิดเดียวเท่านั้นเอง หลังจากนั้นเขาถึงจะทำซอส แล้วเอามาใส่จาน เป็นของที่อร่อยจริงๆเลย เพราะหอยเชลล์ทอดยังไม่สุกนัก ตรงกลางยังเป็นสีชมพู มีซอสครีม และมีหน่อไม้ฝรั่ง แล้วก็เอาครีมหรือนมเนี่ยไปตีให้เป็นโฟม แล้วยังราดยังราดด้วยน้ำมันทรัฟเฟิ่ล ทรัฟเฟิ่ลเนี่ยเป็นเห็ดชนิดนึงแต่ว่ามันมีกลิ่นที่หอมหวนชวนกินมาก ชิ้นเดียวจริงๆเลยนะครับ พอกินหอยเชลล์เสร็จ หลังจากนั้นก็จะมีปลาแซลม่อน เอามาทอด ด้านในยังเป็นสีชมพูๆอยู่เลย กินกับสตูผัก คุณเอ้อย ผมไม่เคยกินอะไรที่อร่อยอย่างนี้มาก่อน เพราะว่าปลาแซลม่อนเนี่ย ถ้าทอดนานเกินไปมันจะสุก แล้วจะแข็ง และแห้ง แต่ที่นี่ทอดแบบกำลังดีเลย ยังมีความชุมชื้น ยังเป็นสีชมพูอยู่ แล้วก็สดมากๆ น้ำซอสที่เสิร์ฟก็เป็นสตูผัก ถ้าพูดเป็นภาษาจีน คนจีนก็จะบอกว่า อาหารเนี่ยเชงๆสุดๆเลย กินปลากินมูสกินกับผักดองอาหาร ทะเลมาเยอะแล้ว อาหารคอร์สต่อไปเป็นคอร์สที่ 8 ก็คือ ตับห่าน เอาไปทอด เอาอะไรที่กรอบๆเนี่ยโรยด้านบน แล้วเสิร์ฟกับลูกแอปริคอตนะครับ แล้วก็มีซอสที่ทำจากเห็ดทรัฟเฟิ่ล โอ้โห อาหารจานนี้ก็ต้องละเมียดอีกแล้วหล่ะ เพราะผมรู้ว่ามันแพงแค่ไหน แล้วเขาทำได้เอร็ดอร่อยจริงๆเลย และเป็นสิ่งที่น่ากินจริงๆเลย ตอนนี้ล่อเข้าไป 8 – 9 คอร์สแล้ว ยังไม่ได้กินจานหลักเลย เพื่อนๆทราบไหมว่าเราใช้เวลาไป 2 ชม.แล้ว หลังจากนั้นเขาถึงจะเอาจานหลักมาเสิร์ฟให้ เขามีให้เลือก 2 อย่าง เป็นแกะ หรือ ปลา แกะก็เป็นคองฟีย์ ก็คือ แกะต้องเอาไปอบเสียก่อน เมื่อเอาไปอบแล้วเนี่ย เอาไปหมักไว้ในน้ำมันของแกะ ทิ้งไว้นานๆเลยครับ ถึงจะเอามาอบอีกที ถึงจะให้มันสุก ทิ้งไว้นานๆเนี่ยหมายถึง 2 – 3วันนะครับ หรือเป็นอาทิตย์ยังไก้เลย ถึงจะเอามาอบอีกที จนกระทั่งมันสุก และก็หอมมากๆ เสิร์ฟกับซอส แล้วก็ผักหัวอองดีฟ หัวอองดีฟเป็นผักชนิดหนึ่ง แล้วก็เสิร์ฟกับมันชิ้นเดียวเท่านั้นเองนะครับ แต่ว่าต้องขอบอกว่าน่ากินจริงๆ เลย ผมก็สั่งแกะเหมือนกัน กินกับซอสไวน์แดงที่เอร็ดอร่อยเหลือเกิน คนที่สั่งปลา ปลาก็ตุ๋นมาในหม้อทองแดง ชิ้นก็ไม่ใหญ่นัก แต่ว่าปลานั้นก็อร่อยเช่นเดียวกัน ไม่แห้งจนเกินไป หลังจากนั้นก็ยังมีขนมอีกหลายต่อหลายชนิด มีของว่างกินเล่นเป็นถาดมาให้เราชิม เสร็จแล้วยังมีเชอร์เบิทมาให้เรากินอีก หลังจากเชอร์เบิทมะนาวเสร็จแล้ว ก็ยังมีไอศครีมให้เรากิน แล้วก็น้ำชา กับกาแฟ คุณเอ๋ยคืนนั้นเรานั่งกินข้าวกัน 4 ชม. เราไม่รู้สึกอะไรเลย นอกจากอิ่มชะมัด ละอาหารอร่อยเป็นบ้า ยินดีที่ได้ไปกับทาง ไรนิช ทราเวล และได้ไปกินอาหารที่อร่อยเหลือเกิน ซึ่งความจริงแล้วผมเป็นคนเลือกอาหารว่าอยากจะกินอะไร แต่เชฟเขาทราบว่าผมมาเขาก็เลยให้กินมากขึ้นอีก สะใจจริงๆครับ แต่ว่าขอโม้หน่อยเถอะว่า แพงหูฉี่จริงๆครับ แต่ว่าคุ้มค่าที่เราได้ลิ้มรสของแบบนี้นานๆทีนะครับ

ชื่อร้านอาหาร ออสซิอาโน
ที่อยู่ Ground Floor, East Tower, Atlantis Hotel, Crescent Road, Dubai Landmark: On The Palm Jumeirah P.O.Box: 211188, Dubai
โทร. +971 (4) 4262626
เปิด. 19.00 – 23.30 น.
 ที่มา  หมึกแดงดอทคอม

ร้านปะโหลว ฉิว โฉ่ว

ที่มา  หมึกแดงดอทคอม

 ขนมใส่มะม่วงเมื่อ เดือนที่แล้ว ผมได้ไปหาเพื่อนๆและก็ไปคุยเรื่องธุรกิจที่ฮ่องกง และเช่นเคยโดยมากแล้ว ถ้าผมไปฮ่องกงผมก็จะไปแวะที่ร้านของเพื่อนผมที่คอร์สเวย์เบย์ ชื่อปะโหลว ฉิวโฉ่ ซึ่งเป็นอาหารแต้จิ๋วนะครับและเขาก็เลี้ยงดูปูเสื่อผมอย่างดีแล้วที่มันไป กว่านั้นก็คือเขาจะเอาอาหารใหม่ๆอะไรใหม่ๆมาให้ผมรับประทานตลอดเวลาเลยแล้วบรรยากาศของอีกร้านของเขา ผมก็กลายเป็นหนูทดลองของเขา ซึ่งความจริงผมเองก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยนะครับเพราะว่าผมได้ลิ้มรสและก็ ได้ชิมอะไรเอร็ดอร่อยที่เขาได้สรรหามาให้ผมชิมและเขาก็รู้ว่าผมเป็นคนเขียน เกี่ยวกับเรื่องอาหารแล้วก็ชอบกิน และเป็นคนที่ตะกละมากเพราฉะนั้นผมก็เลยได้โอกาส แล้วทางเจ้าของร้านนั้นและครอบครัวของเขาก็เป็นเพื่อนที่ผมรักใคร่และชอบพอ กันมาเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาผมไปฮ่องกงทีไรก็มีความรู้สึกว่ากลับไปบ้านไปหาเพื่อนที่ บ้านของเราเองเพราะว่าเขาทำให้เรารู้สึกดีเหลือเกินเวลาเราไป นอกเหนือจากนั้น เวลากินผมก็เลยต้องเล่าให้ฟังว่าเขามีร้านหลายร้าน ร้านของเขาเก่าแก่มากเลย ตั้งแต่หนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบกว่าๆเลยครับ ร้านแรกของเขาเลยที่ คอร์สเวย์เบย์ แต่ว่าเขามีอีกหลายร้านซึ่งเขาก็ไปลงทุนไว้ มีอีกร้านหนึ่งที่อยู่ฝั่งเกาลูน เป็นร้านที่สวยงามมากๆ เลย แล้วอาหารที่นั่นก็คล้ายๆกันกับที่เราได้ชิม แต่ว่าวันที่เราไปที่ร้านใหม่ของเขานั้นก็เราได้กินเป๋าฮื้อที่เอร็ดอร่อย เหลือเกินแล้วก็เป็นเป๋าฮื้อที่มาจากญี่ปุ่น เพราะว่าเป๋าฮื้อของญี่ปุ่นเป็นเป๋าฮื้อที่ดีที่สุด แล้วเขาได้ส่งรายละเอียดแบรนด์ของเป๋าฮื้อ ถ้าใครอยากทราบเรื่องรายละเอียดของเป๋าฮื้ออันนี้เข้ามาในเว็บไซด์ผมก็ได้นะ ครับ ผมหวังว่าปลานึ่งซีอิ๊วเว็บ ไซด์ www.mcdangguide.com นี้จะเปิดแล้วเพราะว่าเรามีเหตุที่เว็บไซด์ของเราเกิดล่มขึ้นมาแล้วข้อมูล หายหมดเลย ต้องนั่งทำกันใหม่เกือบตาย แต่ว่าผมคิดว่าในไม่ช้านี้ก็คงได้เปิดเรียบร้อยแล้วนะครับ เอาละผมขอพูดเรื่องอาหารการกินดีกว่า สิ่งที่เราได้กินในคืนนั้น ไปถึงปั๊บก็มี ปีกห่านและขาห่านพะโล้มาให้กินซึ่งเป็นสิ่งที่เรากินอยู่เสมอเวลาเราไปที่ ร้านนั้น เพราะว่าอาหารแต้จิ๋วพวกห่านพะโล้จะเอร็ดอร่อยมากแล้วก็ทำได้ดีมาก แต่วันนั้นเซอร์ไพร์สจริงๆเลยเพราะว่าอยู่ดีๆเขาก็เอาตับห่านที่เขาเอาไปปลาไหลกับพริกไทยดำดองพะโล้ มาให้กินหั่นเป็นชิ้นหนาพอสมควรนะ ตับห่านก็คือฟลัวกรานั่นแหละครับ เพื่อนๆเพราะฉะนั้นเขาเอาไปทำพะโล้ ผมนึกว่ามันจะขมและจะสุกจนเกินไปที่ไหนได้กินเข้าไปแล้วมันละลายเข้าไปในปาก มีกลิ่นหอมของพะโล้และกลิ่นความมันของตัวตับ โอคุณเอ๋ย ผมอยากได้ขนมปังสักแผ่นหนึ่งมาทาแล้วกินแบบนั้น แบบฝรั่งเลยเพราะว่ามันอร่อยชะมัดเลย หลังจากนั้นเขาก็เอาปลาไหล ผมก็บอกว่าปลาไหลหน้าตามันไม่เหมือนปลาไหลของที่นั่นเลยนะครับ ของที่ฮ่องกง เขาบอกไม่ใช่เป็นปลาไหลที่ได้มาจากเมืองนอกและก็หายากมากแพงมาก แต่ว่าเอามากินมันกรอบไม่ใช่แข็ง มันกรอบๆนะครับ ใส่พริกเอาพริกไทยมาบดๆข้างบนกินแค่นั้นก็เอร็ดอร่อยมากแล้วพร้อมกับกินไวน์ พวกเขาชอบเลี้ยงไวน์ให้ผมกินทุกครั้งที่ผมไป เพราะฉะนั้นมันเอร็ดอร่อยมากเลย หลังจากนั้นผมก็มีกินตับแล้ว กินปีกพะโล้กับขาห่านพะโล้เรียบร้อยแล้วก็กินปลาไหลเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นสิ โอ้โหอาหารจานเบ้อเร่อมาเลย เป็นกะเพาะปลาสดนะครับและเป๋าฮื้อสดน้ำแดงมีคะน้าฮ่องกงอยู่ในนั้นด้วย จานนี้ผมว่ามันหลายตางค์พอสมควรนะ ถ้าเราจะไปกินกันเองเพราะว่าอย่างน้อยเนี้ยก็ตัวกะเพาะปลาสดเนี้ย เขาบอกว่ามาจากเมืองนอกไม่ได้มาจากฮ่องกงจานราวๆ 500 เหรียญฮ่องกงแล้วเป๋าฮื้อเข้าไปอีกละ ผมก็ไม่ทราบผมไม่รู้ว่าจะพูดว่าไงแต่ว่าผมเคี้ยวตุ้ยๆๆเลยเพราะว่ามันอร่อย มากๆเลยครับ ส่วนเป๋าฮื้อและกะเพาะปลานะเป็ดย่างที่ร้านพระใหญ่ครับ ต้องค่อยๆกินค่อยๆเคี้ยวและเคี้ยวนานๆได้กลิ่นได้รสชาติได้ลิ้มรสและมันได้ ไม่หมดเร็วๆ ถ้ากินเร็วเกินไปเราจะไม่ได้ลิ้มรสของแท้และของจริงที่น่าจะทำน่าได้กินนะ ครับ หลังจากนั้นพอกินเป๋าฮื้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในระหว่างกินเป๋าฮื้อกับกะเพาะปลาสดอยู่นั้นเขาก็เอาปอเปี๊ยะมาให้กินเราก็ เห็นปอเปี๊ยะอันใหญ่เบ่อเร่อเลยเนี้ยปอเปี๊ยะอะไร เขาบอกว่าปอเปี๊ยะไส้หอยนางรม โอ้โห ไม่น่าเชื่อเลยแล้วหอยนางรมตัวอวบๆทั้งนั้นเลยนะครับแล้วก็ทอดน้ำมันร้อน มากๆ หอยนางรมแค่สะดุ้งไฟเฉยๆแต่ข้างในยังนั่นอยู่หมายความว่ายังชุ่มชื้นและยัง ไม่สุกจนเกินไปแล้วก็จิ้มน้ำจิ้มกิน ผมกินเข้าไปแล้วผมก็มีความสุขเป็นบ้าเลยนะครับ ยังไม่พอนะครับ กินไปกินแป้งวุ้นซอสผลไม้และมะม่วงมา ก็เอาหูฉลามน้ำแดงมาให้เรากินคนละหม้อ ผมบอกว่าคืนนี้คงต้องตายแน่เลย อาหารรู้สึกว่ามันเยอะมากและแพงเหลือเกิน ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณเพื่อนผมยังไง แต่ยังไงก็ยังไงผมก็โผเข้าหาอยู่แล้วนะครับ หลังจากนั้นผมกินหูฉลามอย่างอิ่มหนำสำราญแล้ว หูฉลามของเขาไม่ใส่จิ๊กโฉ่เท่าไหร่ พริกไทยก็ไม่ใส่ ใบผักชีก็ไม่ใส่ เขาใส่แต่บางคนและบางครั้งเท่านั้น ใส่แต่ตัวถั่วงอกที่เด็ดหัวกับหางออกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ลวกมานิดหน่อยเท่า นั้น แต่ว่าผมกินเปล่าๆเลยไม่ใส่อะไรเลย เพราะว่ารสชาติมันเอร็ดอร่อยมากอยู่แล้ว อาหารจานต่อไปที่เขาเอามาให้กิน เขาบอกว่าเนี้ยไม่มีอะไรมากนะวันนี้ให้กินก็มีปลานึ่งซีอิ๊ว ทำไมมันแสนจะอร่อยเช่นนี้ คนจีนเนี้ยนะครับ เขานึ่งปลาเก่งไม่ให้สุกจนเกินไป เนื้อปลาได้ไม่แห้ง ตรงกลางยังต้องติดก้างอยู่นิดๆมันรู้ได้ว่าเขาทำเป็นมันไม่สุกจนเกินไป ไม่ลอกออกมาจากเนื้อจากก้างเลย ไม่งั้นอันนั้นสุกเกินไป ก็ลองกินดูสิ โอ้โฮเอร็ดอร่อยมากๆเลยครับจบแล้วผมก็นึกว่าจบแล้วนะครับ ยังไม่จริงเขาบอกว่างั้นก็มีอาหารแต้จิ๋วจริงๆก็คือ อีหมี่ อีหมี่เขาทำเอาเส้นหมี่เหลืองไปต้มกับน้ำซุบจนกระทั่งมันสุกแต่ว่าไม่สุกจน เกินไป เสร็จแล้วก็เอาทั้งกองไปทอดเป็นแผ่นใช้เวลานานมากเลยแล้วทอดเสร็จเรียบร้อย แล้วสองข้าง ข้างนอกเกรียมกรอบ ข้างในนุ่มโรยด้วยน้ำตาลทรายและจิ๊กโฉ่แล้วกินแบบนั้นไม่มีอะไรอื่นเลย สวรรค์ทั้งเป็นครับเอร็ดอร่อยเหลือเกิน ผมนึกถึงคุณหมอถนัดที่ดูแลเบาหวานผม แล้วผมก็ยิ้มบอกว่าคุณหมอก็ต้องให้อภัยผมนะครับ เพราะยังไงผมก็ต้องกิน จบอีหมี่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีขนมมาให้กินมีผลไม้ มีขนมคล้ายๆม้วนๆเป็นแป้งข้าวเหนียวหรือแป้งข้าวจ้าวทำเป็นแผ่นแล้วเอา มะม่วงใส่เข้าไปข้างในแล้วม้วนแล้วก็เอาไปกลิ้งกับเนื้อมะพร้าวขูดแล้วก็ หั่นเป็นท่อนๆ คล้ายๆซูชิมาให้เรากินอร่อยเป็นบ้าเลย แล้วก็ยังมีแป้งนุ่มๆม้วนราดด้วยซอสแป้งม้วนๆเหมือนวุ้นสีขาวๆ แป้งวุ้นเอามาม้วนราดด้วยซอสผลไม้และราดด้วยซอสมะม่วงเอร็ดอร่อยจริงๆเลย ไม่เคยกินมาก่อน แต่วันนั้นอิ่มหนำสำราญจริงๆเลย ถ้าใครไปที่ฮ่องกงก็แวะไปที่ร้านปะโหลว ฉิว โฉ่ของเขา หรือไม่งั้นเวลาไปเที่ยวที่พระใหญ่เขาก็มีสาขาของเขาอยู่ที่นั่นแต่ว่าไม่ ได้ชื่อปะโหลว ฉิวโฉ่ แต่จะบอกที่นั่นว่าเป็ดย่างกับบะหมี่ของเขาอร่อยมากเลยที่โน่น เพราะฉะนั้นอย่าลืมแวะไปนะครับ ตกลงเราก็หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วก็กินเหล้าเมายา เมาจนกระทั่งลืมตาไม่ขึ้นแต่ว่าก็ได้มีความสุขมากๆที่ได้พบเพื่อนแล้วก็ได้ กินอะไรที่อร่อยแล้วก็กลับมาบ้านเราเพื่อพักฟื้น แล้วค่อยไปใหม่ทีหลัง

ชื่อร้านอาหาร ปะ โหลว ฉิว โฉ่ว
ที่อยู่ G/F, 23-25 ไฮสาน อเวนิว, คอร์สเวย์, ฮ่องกง6
โทร. +25768886, 25774051, 25765415
เปิด. 11.00 - 15:30 น. และ 18.00 - 23.00 น.
เว็ปไซด์ http://www.paklohchiuchow.com.hk