เดี๋ยวนี้นะสเต็กหากินง่ายจะตายไป ไม่จำเป็นต้องไปกินตามโรงแรมหรูๆ หรือร้านอาหารแพงๆ ที่ขายสเต็กกันอีกแล้ว ตามร้านเล็กๆ ทั่วไปก็เริ่มมีสเต็กออกมาขายเป็นเมนูจานเด็ดกันมากมาย แถมสนนราคาก็ไม่แพงเรียกว่ากินได้อิ่มท้องสบายเงินในกระเป๋ากันละ | |||||
และรูปแบบของสเต็ก ฮันเตอร์นี้ เขามีความแปลกไม่เหมือนสเต็กที่ไหนๆ เนื้อสเต็กของเขาจะเป็นสเต็กที่มีรสชาติในตัวเองไม่ว่าจะเป็นแบบเผ็ดหรือว่า ไม่เผ็ด และมีความหอม นุ่ม น่ากิน เพราะว่าเขาจะหมักและปรุงรสชาติที่ตัวเนื้อด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะของทาง ร้าน หมักนานกว่า 20 นาที ให้เครื่องปรุงเหล่านี้แทรกซึมเข้าไปในตัวเนื้อ และอีกหนึ่งความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร คือเนื้อสเต็กของที่นี่จะใช้วิธีนำเนื้อไปย่างบนเปลวไฟ Flamebroiled ที่ใช้ความร้อนสูงถึง 650 ฟาเรนไฮท์ ในการย่าง ทำให้เนื้อที่ย่างออกมามีความนุ่มฉ่ำ ไม่เหนียว ส่วนน้ำซอสที่ราดบนตัวสเต็ก เขาก็มีน้ำซอสให้เลือกหลากหลายทั้งแบบไทย และแบบเทศกว่า 9 ชนิด ราดมาบนตัวสเต็กที่กินแล้วเข้ากั๊น เข้ากัน | |||||
อย่างจานแรกเป็นจานเด่นของที่นี่ Pepper Steak (109 บาท) เป็นสเต็กเนื้อ เนื้อวัวชิ้นโตๆ ตรงส่วนสะโพกไม่มีมัน ราดด้วยน้ำซอสเปปเปอร์หอมกลิ่นเครื่องเทศพริกไทย เสิร์ฟพร้อมกับเส้นสปาเก็ตตี้ผัดซอส เนื้อสเต็กเหนียวนุ่มชุ่มกำลังดี เคี้ยวหนึบได้รสชาติเผ็ดในตัว และเผ็ดจากน้ำซอสเปปเปอร์ที่ราดมา กินกับเส้นสปาเก็ตตี้ก็เข้ากัน | |||||
Lemon Delight (99 บาท) อีกหนึ่งสเต็กปลา ที่ใช้ปลาสร้อยทะเลสดๆ แล่เป็นชิ้นขนาดกำลังดีทอดจนพอสุก และราดด้วยเลมอนซอส เสิร์ฟคู่กับสปาเกตตี้ผัดซอส สเต็กปลาจานนี้ถูกใจคนชอบเปรี้ยวกันละ เพราะน้ำซอสเลมอนนั้นออกเปรี้ยวเข้มข้นเข้ากับเนื้อปลาที่สดหวาน Grill Pork (99 บาท) สเต็กหมู ที่ใช้เนื้อตรงส่วนสันคอหมูย่าง แล้วราดด้วยน้ำซอสสะเต๊ะ รสออกแนวอินเดียหน่อย โรยหน้าด้วยอาจาดอีกที รสชาติหมูเนื้อนุ่มติดมันหน่อยๆ ออกหวานนิดๆ จากซอสสะเต๊ะ และมีอาจาดกินแก้เลี่ยน | |||||
เมนูสเต็กทั้ง 5 เมนูนี้เป็นแค่เศษเสี้ยวของรายการที่เราได้นำเสนอ เพราะถ้าใครได้มาเปิดเมนูสั่งกินเองจะรู้ว่ายังมีอีกหลายเมนูทั้งสเต็ก ยำ สลัด อาหารว่าง หรือจะเป็นขนมหวานทั้งไทยและเทศ และเครื่องดื่มอีกสารพัด ที่ “สเต็ก ฮันเตอร์” เขามีให้เลือกกิน ชนิดอิ่มกันจนพุงกาง จะสงสารก็แต่พุงบางๆ ที่จะกางออกจนเกือบแตก เหมือนที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เป็นอยู่ตอนนี้หลังจากที่มากินสเต็ก ที่ “สเต็ก ฮันเตอร์” แห่งนี้ * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “สเต็ก ฮันเตอร์” ตั้งอยู่ที่บิ๊กซี ราชดำริ ชั้น 4 ตรงส่วนของโซนอาหาร เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.00 น. โทร. 0-2250-4793 และมีอีก 4 สาขา คือ มาบุญครอง ชั้น 7 โทร.0-2611-7169, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้นใต้ดิน โซนโรบินสัน โทร. 0-2958-5858, เมเจอร์ รัชโยธิน ชั้น 2 โทร. 0-2511-5800, โลตัส จรัญสนิทวงศ์ ชั้น1 โทร. 0-2434-7180 |
รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรม รีวิวร้านอาหาร เมนูอาหารน่าทาน รูปภาพอาหาร การทำอาหาร ส่วนผสม วัตถุดิบในการทำอาหาร เมนูอาหารคาว เมนูขนมหวาน เมนูเครื่องดื่ม ตามหาร้านอาหารอร่อย ร้านอาหารในดวงใจ เมนูวัตถุดิบพิเศษ credit www.manager.co.th, www.bloggang.com www.horapa.com,www.foodietaste.com,women.kapook.com
สเต็กเนื้อนุ่ม ชุ่มด้วยน้ำซอส ที่ “สเต็ก ฮันเตอร์”
“สวนอาหารวังทอง” กับหลายเมนูน่าลองลิ้ม
ซึ่งครั้งนี้ถือว่ามันมากๆ เพราะทัพนักกีฬาไทยทำเหรียญรางวัลได้มากที่สุดในประวัติการณ์ และเพื่อเป็นการร่วมฉลองชัยในโอลิมปิกหนนี้ ที่ประเทศไทยได้เหรียญทองเกิน 1 เหรียญ “ผู้จัดการตระเวนกิน”ก็ขอเกาะกระแส หาร้านอาหารที่มีชื่อเกี่ยวกับ “ทอง”กิน-ดื่ม ร่วมแสดงความยินดี สำหรับร้านที่เราไปเจอในมื้อนี้ ชื่อ “สวนอาหารวังทอง” ซึ่งนอกจากจะชื่อเป็นมงคลแล้ว อาหารหลายเมนูในร้านนี้รสชาติก็ยอดเยี่ยมไม่เบา โดยคุณ “พัชราภรณ์ พิลาศลักษณ์” อดีตเจ้าของร้านเสื้อผ้า“หน่อย ดีไซน์” ได้หันเหชีวิตจากดีไซน์เนอร์มาเปิดร้านอาหาร ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ย่านทางด่วนราม-อินทรา ซึ่งสวนอาหารแห่งนี้ตกแต่งสไตล์ล้านนาประยุกต์ มีทั้งส่วนที่ติดแอร์ และส่วนระเบียงที่เปิดโล่ง ให้ลูกค้านั่งกินอาหารในบรรยากาศรับลมชมวิว มองเห็นทุ่งหญ้าและต้นไม้สบายตา | ||||
ปลากะพงเผาเกลือ (250 บาท) ทางร้านใช้ปลากะพงเป็นๆ สดๆ ที่กำลังว่ายน้ำอยู่จับมายัดไส้สมุนไพร แล้วเผาทันที ซึ่งก็ต้องยอมรับในฝีมือคนเผาว่าเผาปลาได้เซียนมาก เพราะเนื้อปลาที่ออกขาวเนียนน่ากิน รสชาติแน่นหวาน หอมสมุนไพร กินเปล่าๆก็ได้รสชาติ แต่ถ้าจะกินให้อร่อยต้องกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดรสกลมกล่อม ไม่เผ็ดเกินไป หรือใครที่จะจิ้มปลากินกับแจ่วแมงดา แล้วตามด้วยผักลวกก็เด็ดสะระตี่เช่นกัน ขอต่อด้วยปลากะพงอีกสักตัวกับ ปลากะพงทอดน้ำปลา (250 บาท) เป็นปลาเป็นๆสดๆอีกแล้ว ทางร้านนำมาทอดให้สุกเหลือง กรอบ แล้วราดด้วยน้ำปลาที่ไม่รู้ว่าเขาราดยังไงรสชาติถึงออกมากลมกล่อม เนื้อนุ่ม เค็มนิดหน่อย กินกับข้าวสวยร้อนๆเยี่ยมไม่เบา ยังคงอยู่กันที่รสชาติซีฟู้ดกับต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน (180 บาท) กุ้งก้ามกรามตัวโตสด ใหม่ ต้มยำแบบครบเครื่องกับเนื้อมะพร้าวอ่อน รสเข้มข้นถึงใจ | ||||
| ||||
หากใครยังไม่อิ่มลองตามด้วย หมี่ฮ่องกงผัดแห้ง(80,120,180 บาท) ที่เป็นการผัดหมี่ฮ่องกงผัดร่วมกับ แฮม เนื้อปูก้อน ไก่เส้น เห็ดหอม และถั่วงอกจีน ที่ให้รสชาติกลมกล่อมลงตัว ส่วนใครที่อยากสั่งอาหารเพิ่มที่นี่ก็มีเมนูที่น่าสนใจอีกอย่างเช่น ไก่นาทอดตะไคร้(150 บาท) ปูทะเลหลน(250 บาท) ลาบปลาช่อนน้ำตก(180 บาท) หัวปลาเผือกหม้อไฟ (180 บาท) สำหรับใครที่อยากกินอาหารรสเด็ด ที่สวนอาหารวังทองก็มีเมนูที่น่าลองลิ้มชิมรสหลายอย่างใครสะดวกช่วงเวลาไหน ก็ไปตระเวนกินกันได้ตามปากและใจเรียกร้อง ตามท้องและกระเพาะเรียกหา * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * | ||||
ถ้ามาจากทางด่วนอาจณรงค์ รามอินทรา ให้เลี้ยวขวาตรงสี่แยกโรงแรมเอสซี ปาร์ค เข้าถนนประชาอุทิศ ประมาณ 200 เมตร สวนอาหารวังทองเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 -02.00 น. สามารถจอดรถได้กว่า 150 คัน ในพื้นที่ร้าน และตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน ทางร้านมีส่วนลดพิเศษให้ 15 % สำหรับผู้อ่านที่บอกว่ามาจากคอลัมน์ “ตระเวนกิน” โดยสามารถสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทรศัพท์ 0-2935-6179 และ 0-1561-1648 |
ค่ำคืนมีสีสันและอิ่มหนำ ที่ “Between”
“Between” ร้านนี้ถือเป็นหนึ่งในแหล่งนัดพบสังสรรค์ของใครหลายๆ คน ด้วยความที่สถานที่ภายในร้านกว้างขวางสามารถบรรจุคนได้จำนวนมาก บรรยากาศภายในร้านออกสไตล์คลาสสิกโมเดิร์นอินเทรนด์ แบ่งพื้นที่ด้านในที่มีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้นออกเป็นหลายโซนได้สัดส่วน | |||||
เห็นไหมละว่าพื้นที่ของร้านนี้เขากว้างขวางขนาดไหน ชนิดที่ว่าใครมาแล้วอยากนั่งแบบไหน อารมณ์ไหนก็เลือกหาที่นั่งตามใจชอบกันได้อย่างสบายๆ อย่าง “ผู้จัดการตระเวนกิน” พอเลือกที่นั่งเหมาะเหม็งมุมติดกระจกดูวิวถูกใจได้แล้วก็ขอเมนูมาเปิดสั่งอาหารกินเคล้ากับเสียงเพลงเพราะๆ กันทันที ซึ่งอาหารของที่นี่ก็มีความแปลกใหม่ทันสมัยไม่แพ้กัน เป็นอาหารสไตล์ไทยฟิวชั่นและอาหารอิตาเลียน แต่ว่าอารมณ์แบบนี้เห็นทีเราขอสั่งเป็นอาหารไทยจะดีกว่า แล้วอีกอย่างอาหารไทยฟิวชั่นกำลังได้รับความนิยม เอานะอินเทรนด์กะเขาหน่อย | |||||
กุ้งทอดครีมสลัด (350 บาท) จ่อคิวตามมาติดๆ กุ้งตัวโตชุบแป้งทอดจนเหลืองกรอบ มีน้ำซอสมายองเนสข้นๆ ราดบนตัวกุ้งแถมมีงาคั่วโรยหน้ามาเพิ่มกลิ่นหอมชวนกิน และมีบร็อคโคลี่ลวกประดับตกแต่งจานอย่างสวยงาม แค่ส่งกุ้งเข้าปากสัมผัสได้ถึงความหวานนุ่มอมเปรี้ยวนิดๆ ของน้ำครีมสลัดที่ผสานรสชาติได้เข้ากันกับเนื้อกุ้งที่หวานแน่นกรอบ | |||||
สเต็กปลาแซลมอน (250 บาท) เป็นเมนูท้ายสุดที่เสิร์ฟมา เป็นเสต็กเนื้อปลาแซลมอนย่าง ราดด้วยน้ำเกรวี่ที่มีส่วนผสมของตะไคร้ และมีผักต่างๆ อย่างแตงกวา หอมใหญ่ มะเขือราชินี ผัดคลุกเคล้าแล้วปรุงรส รองอยู่ใต้เนื้อปลา สเต็กจานี้เด่นตรงเนื้อปลาแซลมอนที่เนื้อสดหวาน นุ่ม และน้ำเกรวี่ที่รสเนียนนุ่มเข้ากับเนื้อปลา | |||||
แล้วค่ำคืนแห่งความสุข ที่อิ่มหนำสำราญไปด้วยบรรยากาศอันรื่นรมย์และรสชาติของอาหารที่ได้ลิ้มลอง ของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็จบลงพร้อมๆ กับสิ้นเสียงเพลงสุดท้ายของคืนนี้ พร้อมๆ กับเดินฮัมเพลงฮื้อ ฮือ ฮึม ฮืม ฮืม ในลำคอออกมาจากร้าน “Between” * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “Between”(Restaurant & Bar) ตั้งอยู่ที่ ตึก Sport City 20/262-264 ถ.ประชาชื่น บางตลาด ปากเกร็ด จ. นนทบุรี เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 14.00 น. และ 18.00 – 01.00 น. โทร. 0-2575-0086, 0-2575-3913-21, 0-2575-3926-8 | |||||
|
"นิวเวิลด์ ลอดจ์"อาหารอินเดียตำรับ“โมกุล”
อีนี่ นายจ๋า ...คงจะงุนงงสิว่า แล้วอาหารอินเดียสไตล์โมกุลนี้เป็นอย่างไร ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะได้ผู้รู้บอกมาว่า โมกุล เป็นราชวงศ์หนี่งของอินเดียที่นับถือศาสนามุสลิม ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงแห่งความอุดมสมบูรณ์และเจริญรุ่งเรือง (ง่ายๆ ก็ลองนึกถึง ทัชมาฮาล ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างในยุคของราชวงศ์นี้) เพราะฉะนั้นอาหารแบบโมกุลนั้นจึงค่อนข้างจะหรูหรา ปรุงแต่งอย่างสวยงาม และเน้นเครื่องเทศเป็นสำคัญ | |||||
จานแรกที่ปรี่เข้าไปตักก็คือ “ข้าวหมกแพะ” แหม..นายจ๋า แบบว่าจานนี้มันช่างหอมไปทุกตารางนิ้วทุกสัดส่วน เพราะมีเครื่องเทศเป็นส่วนผสมอยู่ทั้งในข้าวและในเนื้อแพะ โดยเฉพาะเนื้อแพะที่เป็นส่วนของขาหลังต้องหมักกับเครื่องเทศสดอย่าง พริก ขิง กระเทียม ค้างไว้ 1 คืน เลยทำให้เนื้อแพะเปื่อยนุ่มกำลังดี ส่วนข้าวก็หอมนุ่มน่ากินเพราะเลือกใช้ข้าวหอมมะลิอย่างดี ขอฮัดช้า ฮาเฮ ต่อที่เมนูแพะอีกสักอย่าง คราวนี้ลองชิม“แกงกะหรี่แพะ” ซึ่งจานนี้ก็เด่นด้วยเครื่องเทศ ทั้งเครื่องเทศสดและแห้ง เรื่องความเหนียวหนืดของเนื้อแพะแล้วจะทำให้เคี้ยวยากก็ไม่ต้องห่วง เพราะเขาเลือกเนื้อแพะส่วนสันหลังแล้วก็นำไปหมักกับเครื่องเทศอีกเหมือนกัน ส่วนที่เห็นน้ำแกงข้นคลั่กเป็นมันนั้นก็เพราะใส่นมเปรี้ยวและเนยลงไปได้รส ชาติหอมมันเป็นที่สุด | |||||
| |||||
ยังมีอาหารอินเดียอีกมากไม่ว่าจะเป็น ข้าวหมกไก่ ข้าวหมกผัก กระบาบเนื้อ แกงกาเลีย ไก่ย่างทันดูรี บาร์เยีย นาน ปาเปิบ นมเปรี้ยวสูตรอินเดีย ขนมกุหลาบยามุน ซึ่งทางโรงแรมจัดมาเป็นแบบบุฟเฟ่ต์หมุนเวียนให้เลือกกินในแต่ละวัน ฮัดช้า..ฮาเฮ..อย่ามัวลังเล อีนี่ นายจ๋า ขอบอกว่ามื้อนี้คุ้มจริงๆ * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * | |||||
โรงแรมนิวเวิลด์ ลอดจ์ ติดกับคลองบางลำพู สามารถเข้าทางปากซอยสามเสน 2 ประมาณ 100 เมตร สุดซอยเลี้ยวขวาจะเห็นลูกศรชี้ทางเข้าโรงแรม สามารถจอดรถได้ตามสะดวกที่บริเวณหน้าโรงแรม |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
































































