ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

สเต็กเนื้อนุ่ม ชุ่มด้วยน้ำซอส ที่ “สเต็ก ฮันเตอร์”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2547 15:36 น.
บรรยากาศภายในร้าน “สเต็ก ฮันเตอร์”
       เวลาพูดถึง “สเต็ก” ขึ้นมาทีไร ภาพของเนื้อสเต็ก (เนื้อวัว หรือเนื้อหมู) ชิ้นโต ราดด้วยน้ำซอสฉ่ำๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนเตะจมูก มันช่างยั่วน้ำลายสอปากเป็นยิ่งนัก
      
       เดี๋ยวนี้นะสเต็กหากินง่ายจะตายไป ไม่จำเป็นต้องไปกินตามโรงแรมหรูๆ หรือร้านอาหารแพงๆ ที่ขายสเต็กกันอีกแล้ว ตามร้านเล็กๆ ทั่วไปก็เริ่มมีสเต็กออกมาขายเป็นเมนูจานเด็ดกันมากมาย แถมสนนราคาก็ไม่แพงเรียกว่ากินได้อิ่มท้องสบายเงินในกระเป๋ากันละ
Pepper Steak
       เหมือนอย่างเช่นมื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” มีร้านสเต็กมาแนะนำ เอาใจคนชอบกินสเต็กกันสักหน่อย สเต็กร้านนี้มีชื่อว่า “สเต็ก ฮันเตอร์” (Steak Hunter) เป็นร้านสเต็กเทรนด์ใหม่ ที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกเข้ากันได้อย่างลงตัว กลายมาเป็นสเต็กจานโปรดที่มีรสชาติถูกลิ้นคนไทยอย่างเราดี และเรื่องราคาก็ไม่ต้องเป็นห่วงคนไทยทำขายคนไทย ราคาย่อมเยาสมเหตุสมผลกับตัวอาหารดี
      
       และรูปแบบของสเต็ก ฮันเตอร์นี้ เขามีความแปลกไม่เหมือนสเต็กที่ไหนๆ เนื้อสเต็กของเขาจะเป็นสเต็กที่มีรสชาติในตัวเองไม่ว่าจะเป็นแบบเผ็ดหรือว่า ไม่เผ็ด และมีความหอม นุ่ม น่ากิน เพราะว่าเขาจะหมักและปรุงรสชาติที่ตัวเนื้อด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะของทาง ร้าน หมักนานกว่า 20 นาที ให้เครื่องปรุงเหล่านี้แทรกซึมเข้าไปในตัวเนื้อ และอีกหนึ่งความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร คือเนื้อสเต็กของที่นี่จะใช้วิธีนำเนื้อไปย่างบนเปลวไฟ Flamebroiled ที่ใช้ความร้อนสูงถึง 650 ฟาเรนไฮท์ ในการย่าง ทำให้เนื้อที่ย่างออกมามีความนุ่มฉ่ำ ไม่เหนียว ส่วนน้ำซอสที่ราดบนตัวสเต็ก เขาก็มีน้ำซอสให้เลือกหลากหลายทั้งแบบไทย และแบบเทศกว่า 9 ชนิด ราดมาบนตัวสเต็กที่กินแล้วเข้ากั๊น เข้ากัน
Triple Steak
       ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะแอบเช็ดน้ำลายที่มุมปาก ชักเริ่มอยากรู้แล้วใช่ไหมละว่ามีสเต็กอะไรน่ากินบ้าง เอาเป็นว่าตาม “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไปดูกันเลยดีกว่า
      
       อย่างจานแรกเป็นจานเด่นของที่นี่ Pepper Steak (109 บาท) เป็นสเต็กเนื้อ เนื้อวัวชิ้นโตๆ ตรงส่วนสะโพกไม่มีมัน ราดด้วยน้ำซอสเปปเปอร์หอมกลิ่นเครื่องเทศพริกไทย เสิร์ฟพร้อมกับเส้นสปาเก็ตตี้ผัดซอส เนื้อสเต็กเหนียวนุ่มชุ่มกำลังดี เคี้ยวหนึบได้รสชาติเผ็ดในตัว และเผ็ดจากน้ำซอสเปปเปอร์ที่ราดมา กินกับเส้นสปาเก็ตตี้ก็เข้ากัน
Lemon Delight
       Triple Steak (89 บาท) เป็นสเต็กอีกจานที่ขายดี สเต็กปลา ที่ใช้เนื้อปลาสร้อยทะเลคลุกกับเกล็ดขนมปังทอดจนกรอบเสิร์ฟคู่กับข้าวที่ผัด กับเนย แถมมีซอสให้เลือกจิ้มกินตั้ง 3 อย่าง ทั้ง ซอสเทราซัน ทาร์ทาร์ และทริปเปิ้ลซอส (ซอส 3 รส) เนื้อปลานั้นกรอบนอกนุ่มใน กินกับข้าวมันที่หอมเนย จิ้มกับซอสที่ให้มา รสชาติเด็ดแปลกใหม่ลิ้นดี
      
       Lemon Delight (99 บาท) อีกหนึ่งสเต็กปลา ที่ใช้ปลาสร้อยทะเลสดๆ แล่เป็นชิ้นขนาดกำลังดีทอดจนพอสุก และราดด้วยเลมอนซอส เสิร์ฟคู่กับสปาเกตตี้ผัดซอส สเต็กปลาจานนี้ถูกใจคนชอบเปรี้ยวกันละ เพราะน้ำซอสเลมอนนั้นออกเปรี้ยวเข้มข้นเข้ากับเนื้อปลาที่สดหวาน
      
       Grill Pork (99 บาท) สเต็กหมู ที่ใช้เนื้อตรงส่วนสันคอหมูย่าง แล้วราดด้วยน้ำซอสสะเต๊ะ รสออกแนวอินเดียหน่อย โรยหน้าด้วยอาจาดอีกที รสชาติหมูเนื้อนุ่มติดมันหน่อยๆ ออกหวานนิดๆ จากซอสสะเต๊ะ และมีอาจาดกินแก้เลี่ยน
Grill Pork
       Pork Chop Brown Sauce (119 บาท) เป็นสเต็กหมูชุบแป้งสาลีทอด ราดด้วยบราวน์ซอส มีหอมเจียวโรยหน้า เนื้อหมูชุบแป้งกรอบนอก แต่เนื้อในหมูนุ่มกำลังดี น้ำซอสออกหวานๆ เค็มๆ กินคู่กับสปาเก็ตตี้ผัดซอสก็เข้ากันดีไปอีกแบบ
      
       เมนูสเต็กทั้ง 5 เมนูนี้เป็นแค่เศษเสี้ยวของรายการที่เราได้นำเสนอ เพราะถ้าใครได้มาเปิดเมนูสั่งกินเองจะรู้ว่ายังมีอีกหลายเมนูทั้งสเต็ก ยำ สลัด อาหารว่าง หรือจะเป็นขนมหวานทั้งไทยและเทศ และเครื่องดื่มอีกสารพัด ที่ “สเต็ก ฮันเตอร์” เขามีให้เลือกกิน ชนิดอิ่มกันจนพุงกาง จะสงสารก็แต่พุงบางๆ ที่จะกางออกจนเกือบแตก เหมือนที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เป็นอยู่ตอนนี้หลังจากที่มากินสเต็ก ที่ “สเต็ก ฮันเตอร์” แห่งนี้
      
       
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       

       

       
สเต็ก ฮันเตอร์ ตั้งอยู่ที่บิ๊กซี ราชดำริ ชั้น 4 ตรงส่วนของโซนอาหาร เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.00 น. โทร. 0-2250-4793 และมีอีก 4 สาขา คือ  มาบุญครอง ชั้น 7 โทร.0-2611-7169, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้นใต้ดิน โซนโรบินสัน โทร. 0-2958-5858, เมเจอร์ รัชโยธิน ชั้น 2 โทร. 0-2511-5800, โลตัส จรัญสนิทวงศ์ ชั้น1 โทร. 0-2434-7180

“สวนอาหารวังทอง” กับหลายเมนูน่าลองลิ้ม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 สิงหาคม 2547 17:39 น.
สวนอาหารวังทองตกแต่งในสไตล์ล้านนาประยุกต์
       จิตใจของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ช่วงนี้ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว เพราะว่าเรามัวใจจดใจจ่ออยู่กับการลุ้นเหรียญรางวัลในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 28 หรือ เอเธนส์เกมส์
      
       ซึ่งครั้งนี้ถือว่ามันมากๆ เพราะทัพนักกีฬาไทยทำเหรียญรางวัลได้มากที่สุดในประวัติการณ์ และเพื่อเป็นการร่วมฉลองชัยในโอลิมปิกหนนี้ ที่ประเทศไทยได้เหรียญทองเกิน 1 เหรียญ “ผู้จัดการตระเวนกิน”ก็ขอเกาะกระแส หาร้านอาหารที่มีชื่อเกี่ยวกับ “ทอง”กิน-ดื่ม ร่วมแสดงความยินดี
      
       สำหรับร้านที่เราไปเจอในมื้อนี้ ชื่อ “สวนอาหารวังทอง” ซึ่งนอกจากจะชื่อเป็นมงคลแล้ว อาหารหลายเมนูในร้านนี้รสชาติก็ยอดเยี่ยมไม่เบา โดยคุณ “พัชราภรณ์ พิลาศลักษณ์” อดีตเจ้าของร้านเสื้อผ้า“หน่อย ดีไซน์” ได้หันเหชีวิตจากดีไซน์เนอร์มาเปิดร้านอาหาร ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ย่านทางด่วนราม-อินทรา ซึ่งสวนอาหารแห่งนี้ตกแต่งสไตล์ล้านนาประยุกต์ มีทั้งส่วนที่ติดแอร์ และส่วนระเบียงที่เปิดโล่ง ให้ลูกค้านั่งกินอาหารในบรรยากาศรับลมชมวิว มองเห็นทุ่งหญ้าและต้นไม้สบายตา
ปลากะพงเผาเกลือ(ซ้าย)ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน(ขวา)
       หันมาทางด้านอาหารของสวนอาหารแห่งนี้ ก็มีค่อนข้างหลากหลายทั้งไทย จีน อีสาน และซีฟู้ดที่รสชาติลงตัวกับน้ำจิ้มรสกลอมกล่อม(ไม่เผ็ดเกินไป) โดยเมนูเด่นๆที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ติดใจก็มี
      
       ปลากะพงเผาเกลือ (250 บาท) ทางร้านใช้ปลากะพงเป็นๆ สดๆ ที่กำลังว่ายน้ำอยู่จับมายัดไส้สมุนไพร แล้วเผาทันที ซึ่งก็ต้องยอมรับในฝีมือคนเผาว่าเผาปลาได้เซียนมาก เพราะเนื้อปลาที่ออกขาวเนียนน่ากิน รสชาติแน่นหวาน หอมสมุนไพร กินเปล่าๆก็ได้รสชาติ แต่ถ้าจะกินให้อร่อยต้องกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดรสกลมกล่อม ไม่เผ็ดเกินไป หรือใครที่จะจิ้มปลากินกับแจ่วแมงดา แล้วตามด้วยผักลวกก็เด็ดสะระตี่เช่นกัน
      
       ขอต่อด้วยปลากะพงอีกสักตัวกับ ปลากะพงทอดน้ำปลา (250 บาท) เป็นปลาเป็นๆสดๆอีกแล้ว ทางร้านนำมาทอดให้สุกเหลือง กรอบ แล้วราดด้วยน้ำปลาที่ไม่รู้ว่าเขาราดยังไงรสชาติถึงออกมากลมกล่อม เนื้อนุ่ม เค็มนิดหน่อย กินกับข้าวสวยร้อนๆเยี่ยมไม่เบา
      
       ยังคงอยู่กันที่รสชาติซีฟู้ดกับต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน (180 บาท) กุ้งก้ามกรามตัวโตสด ใหม่ ต้มยำแบบครบเครื่องกับเนื้อมะพร้าวอ่อน รสเข้มข้นถึงใจ
ขาหมูทอด
       “ผู้จัดการขอเปลี่ยน” อารมณ์ซีฟู้ดด้วย ขาหมูทอด (200 บาท) เมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะทางร้านเลือกเอาเฉพาะขาหลัง(ของหมู)ที่มีมัน(หมู)พองามไปตุ๋นด้วยน้ำ ตุ๋นสูตรพิเศษของทางร้านจนเนื้อนุ่ม จากนั้นไปทอดให้กรอบหอม เวลาส่งขาหมูเข้าปากจะรู้ได้ทันทีถึงความรู้สึกกรอบนอกนุ่มใน
กุ้งทอดครีมสลัดรังเผือก(ซ้าย)หมี่ฮ่องกงผัดแห้ง(ขวา)
       กุ้งทอดครีมสลัดรังเผือก (150 บาท) นับอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจ ทางร้านใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโต สด ชุบแป้งทอดจนกรอบ แล้วผสมด้วยน้ำผึ้งและงาขาวให้เข้ากัน ราดด้วยน้ำสลัดที่หอมมัน วางมาในรังเผือกที่สานเป็นตะกร้า เนื้อกุ้งกรอบนิด หวานหน่อย กินเพลินปากทีเดียว
      
       หากใครยังไม่อิ่มลองตามด้วย หมี่ฮ่องกงผัดแห้ง(80,120,180 บาท) ที่เป็นการผัดหมี่ฮ่องกงผัดร่วมกับ แฮม เนื้อปูก้อน ไก่เส้น เห็ดหอม และถั่วงอกจีน ที่ให้รสชาติกลมกล่อมลงตัว ส่วนใครที่อยากสั่งอาหารเพิ่มที่นี่ก็มีเมนูที่น่าสนใจอีกอย่างเช่น ไก่นาทอดตะไคร้(150 บาท) ปูทะเลหลน(250 บาท) ลาบปลาช่อนน้ำตก(180 บาท) หัวปลาเผือกหม้อไฟ (180 บาท)
      
       สำหรับใครที่อยากกินอาหารรสเด็ด ที่สวนอาหารวังทองก็มีเมนูที่น่าลองลิ้มชิมรสหลายอย่างใครสะดวกช่วงเวลาไหน ก็ไปตระเวนกินกันได้ตามปากและใจเรียกร้อง ตามท้องและกระเพาะเรียกหา
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       สวนอาหารวังทอง อยู่ถนนประชาอุทิศ ใกล้ถนนเลียบทางด่วนอาจณรงค์ รามอินทรา ตรงข้ามกับซอยศูนย์แพทย์พัฒนา ถ้าไปทางศูนย์วัฒนธรรม มาถึงสี่แยกเหม่งจ๋าย เลี้ยวขวา ไปทางด่วนอาจณรงค์ รามอินทรา ประมาณ 900 เมตร
       
       ถ้ามาจากทางด่วนอาจณรงค์ รามอินทรา ให้เลี้ยวขวาตรงสี่แยกโรงแรมเอสซี ปาร์ค เข้าถนนประชาอุทิศ ประมาณ 200 เมตร
      
       สวนอาหารวังทองเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 -02.00 น. สามารถจอดรถได้กว่า 150 คัน ในพื้นที่ร้าน และตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน ทางร้านมีส่วนลดพิเศษให้ 15 % สำหรับผู้อ่านที่บอกว่ามาจากคอลัมน์ “ตระเวนกิน” โดยสามารถสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทรศัพท์ 0-2935-6179 และ 0-1561-1648

ค่ำคืนมีสีสันและอิ่มหนำ ที่ “Between”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 กันยายน 2547 15:04 น.
บรรยากาศในร้าน “Between” ดนตรีบรรเลงขับกล่อมเสียงเพลงเพิ่มอรรถรสในการกิน
       ฮื้อ ฮือ ฮึม ฮืม ฮืม .....เสียงนี้ไม่ใช่เสียงร้องห่มร้องไห้ แต่เป็นเสียงฮัมเพลงของ“ผู้จัดการตระเวนกิน” ที่มื้อนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจ มานั่งฟังเพลงอันไพเราะเสนาะหูพร้อมๆกับหาอาหารหม่ำ ที่ร้าน “Between”(Restaurant & Bar) ตรงตึกสปอร์ตซิตี้
      
       “Between” ร้านนี้ถือเป็นหนึ่งในแหล่งนัดพบสังสรรค์ของใครหลายๆ คน ด้วยความที่สถานที่ภายในร้านกว้างขวางสามารถบรรจุคนได้จำนวนมาก บรรยากาศภายในร้านออกสไตล์คลาสสิกโมเดิร์นอินเทรนด์ แบ่งพื้นที่ด้านในที่มีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้นออกเป็นหลายโซนได้สัดส่วน
นั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ ที่เคาน์เตอร์บาร์
       มีเคาน์เตอร์บาร์อยู่ชั้นล่างบริการค๊อกเทลและเครื่องดื่มสำหรับผู้ ที่รักการนั่งดริ๊งค์เป็นชีวิตจิตใจ หรือจะเป็นมุมด้านในที่ติดกระจกมองเห็นวิวทัศน์ธรรมชาติภายนอกยามราตรี หรือจะเป็นพื้นที่ส่วนตรงกลางที่จัดเป็นโต๊ะนั่งสบาย มีเวทีแสดงดนตรีอยู่ด้านหน้าคอยบรรเลงเพลงขับกล่อมให้เพลิดเพลินช่วยเพิ่ม อรรถรสในการกินได้เป็นอย่างดี ส่วนถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวสักนิดชนิดที่ว่ามากันเป็นกลุ่มแล้วอยาก สังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้ส่วนตัวก็มีห้องวีไอพีอยู่ด้านบนไว้คอยบริการ
      
       เห็นไหมละว่าพื้นที่ของร้านนี้เขากว้างขวางขนาดไหน ชนิดที่ว่าใครมาแล้วอยากนั่งแบบไหน อารมณ์ไหนก็เลือกหาที่นั่งตามใจชอบกันได้อย่างสบายๆ อย่าง “ผู้จัดการตระเวนกิน” พอเลือกที่นั่งเหมาะเหม็งมุมติดกระจกดูวิวถูกใจได้แล้วก็ขอเมนูมาเปิดสั่งอาหารกินเคล้ากับเสียงเพลงเพราะๆ กันทันที
      
       ซึ่งอาหารของที่นี่ก็มีความแปลกใหม่ทันสมัยไม่แพ้กัน เป็นอาหารสไตล์ไทยฟิวชั่นและอาหารอิตาเลียน แต่ว่าอารมณ์แบบนี้เห็นทีเราขอสั่งเป็นอาหารไทยจะดีกว่า แล้วอีกอย่างอาหารไทยฟิวชั่นกำลังได้รับความนิยม เอานะอินเทรนด์กะเขาหน่อย
ยำหัวปลีกับเส้นชาเขียว
       เมนูแรกที่เสิร์ฟขึ้นโต๊ะเป็น ยำหัวปลีกับเส้นชาเขียว (150 บาท) หน้าตาชวนกินนักละ เส้นชาเขียวที่ทางร้านเขาคิดค้นขึ้นมาเอง คล้ายๆ กับเส้นโซบะ ลวกจนสุก แล้ว ใส่ กุ้ง ปลาหมึก พริกสด และหัวปลี แล้วราดด้วยเครื่องน้ำยำปรุงรสสูตรพิเศษของทางร้าน เวลากินคลุกเคล้าให้เข้ากันหน่อย รสชาติถูกลิ้นอย่าบอกใคร เส้นชาเขียวเหนียวนุ่มกล่อมกล่อมเข้ากับเครื่องยำหัวปลี รสออกเปรี้ยวนิด เผ็ดหน่อย ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว
      
       กุ้งทอดครีมสลัด (350 บาท) จ่อคิวตามมาติดๆ กุ้งตัวโตชุบแป้งทอดจนเหลืองกรอบ มีน้ำซอสมายองเนสข้นๆ ราดบนตัวกุ้งแถมมีงาคั่วโรยหน้ามาเพิ่มกลิ่นหอมชวนกิน และมีบร็อคโคลี่ลวกประดับตกแต่งจานอย่างสวยงาม แค่ส่งกุ้งเข้าปากสัมผัสได้ถึงความหวานนุ่มอมเปรี้ยวนิดๆ ของน้ำครีมสลัดที่ผสานรสชาติได้เข้ากันกับเนื้อกุ้งที่หวานแน่นกรอบ
สเต็กปลาแซลมอน
       ไก่สีทอง 3 รส (180 บาท) ไก่ขนาดตัวกำลังกินหมักด้วยเครื่องเทศต่างๆ นำมาย่างจนไก่สุกได้ที่ และความพิเศษอยู่ตรงที่น้ำซอสสับปะรดปรุงรส ที่มีส่วนผสมของ แครอท หอมใหญ่ แปะก๊วย และสับปะรด ราดลงบนตัวไก่ ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นทั้งตัวไก่ ที่เนื้อแน่นนุ่มชุ่มไปด้วยน้ำซอสรสเข้มข้น ออกรสออกชาติครบ 3 รส หวานนำ เปรี้ยวตาม และเผ็ดกำลังดี
      
       สเต็กปลาแซลมอน (250 บาท) เป็นเมนูท้ายสุดที่เสิร์ฟมา เป็นเสต็กเนื้อปลาแซลมอนย่าง ราดด้วยน้ำเกรวี่ที่มีส่วนผสมของตะไคร้ และมีผักต่างๆ อย่างแตงกวา หอมใหญ่ มะเขือราชินี ผัดคลุกเคล้าแล้วปรุงรส รองอยู่ใต้เนื้อปลา สเต็กจานี้เด่นตรงเนื้อปลาแซลมอนที่เนื้อสดหวาน นุ่ม และน้ำเกรวี่ที่รสเนียนนุ่มเข้ากับเนื้อปลา
ไก่สีทอง 3 รส
       นอกเหนือจากเมนูที่กล่าวมาแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่ากินอีกหลายอย่าง อาทิ แซลมอนแช่น้ำปลา (220 บาท) ขาหมูตุ๋นหนังกรอบ (220 บาท) เนื้อข้างตับทอดซีอิ๊ว (180 บาท) สเต็กเนื้อสันใน (ออสเตรเลีย) (490 บาท) ส่วนเครื่องดื่มที่น่าสนใจเอาแบบแค่พอกรึ่มๆ ก็มี Blue Sky (150 บาท) ไหมไทยสเปเชี่ยล (150 บาท)
      
       แล้วค่ำคืนแห่งความสุข ที่อิ่มหนำสำราญไปด้วยบรรยากาศอันรื่นรมย์และรสชาติของอาหารที่ได้ลิ้มลอง ของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็จบลงพร้อมๆ กับสิ้นเสียงเพลงสุดท้ายของคืนนี้ พร้อมๆ กับเดินฮัมเพลงฮื้อ ฮือ ฮึม ฮืม ฮืม ในลำคอออกมาจากร้าน “Between”
       

      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       “Between”(Restaurant & Bar) ตั้งอยู่ที่ ตึก Sport City 20/262-264 ถ.ประชาชื่น บางตลาด ปากเกร็ด จ. นนทบุรี เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 14.00 น. และ 18.00 – 01.00 น. โทร. 0-2575-0086, 0-2575-3913-21, 0-2575-3926-8
       

"นิวเวิลด์ ลอดจ์"อาหารอินเดียตำรับ“โมกุล”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กันยายน 2547 16:55 น.
บรรยากาศสบายๆ ภายในห้องอาหารไทยมุสลิมซาร่า
       อีนี่ นายจ๋า ...วันนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” รู้สึกนึกอยากจะหม่ำอาหารอินตะระเดียเสียจริงๆ เพราะทนคิดถึงความหอมที่เย้ายวนรัญจวนใจของกลิ่นเครื่องเทศทั้งหลายไม่ไหว เลยต้องขอไปตระเวนหาอาหารอินเดียมากินให้หายอยาก พอดีที่ ห้องอาหารไทยมุสลิมซาร่า โรงแรมนิวเวิลด์ ลอดจ์ กำลังมี “เทศกาลอาหารอินเดีย” ที่ได้สูตรต้นตำรับการปรุงสั่งตรงมาจากราชวงศ์โมกุล เมืองอินเดีย โน่นแน่...อีนี่ นายจ๋า อย่างนี้จึงไม่รอช้า ขอไปฮัดช้า...ฮาเฮ กินกันดีกว่า
      
       อีนี่ นายจ๋า ...คงจะงุนงงสิว่า แล้วอาหารอินเดียสไตล์โมกุลนี้เป็นอย่างไร ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะได้ผู้รู้บอกมาว่า โมกุล เป็นราชวงศ์หนี่งของอินเดียที่นับถือศาสนามุสลิม ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงแห่งความอุดมสมบูรณ์และเจริญรุ่งเรือง (ง่ายๆ ก็ลองนึกถึง ทัชมาฮาล ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างในยุคของราชวงศ์นี้) เพราะฉะนั้นอาหารแบบโมกุลนั้นจึงค่อนข้างจะหรูหรา ปรุงแต่งอย่างสวยงาม และเน้นเครื่องเทศเป็นสำคัญ
ข้าวหมกแพะ(ซ้าย) แกงกะหรี่แพะ(ขวา)
       อีนี่ นายจ๋า...รู้สึกว่าจะพูดมากจนจะทนหิวไม่ไหวแล้ว ยิ่งพอเห็นบรรดาสารพัดเมนูก็ยิ่งชวนน้ำลายไหล เตรียมตัวตะลุยกินอย่างเต็มที่ รับรองว่าการกินมื้อนี้ต้องคุ้มแน่ๆ เพราะจ่ายแค่ 220 บาท แต่มีทั้งของหวานของคาวกว่า 10 อย่างให้ได้กิน ยิ่งมานึกว่าเป็นอาหารอินเดียขนานแท้สูตรดั้งเดิมก็ยิ่งคุ้มไปใหญ่ นะจ๊ะ..นายจ๋า
      
       จานแรกที่ปรี่เข้าไปตักก็คือ “ข้าวหมกแพะ” แหม..นายจ๋า แบบว่าจานนี้มันช่างหอมไปทุกตารางนิ้วทุกสัดส่วน เพราะมีเครื่องเทศเป็นส่วนผสมอยู่ทั้งในข้าวและในเนื้อแพะ โดยเฉพาะเนื้อแพะที่เป็นส่วนของขาหลังต้องหมักกับเครื่องเทศสดอย่าง พริก ขิง กระเทียม ค้างไว้ 1 คืน เลยทำให้เนื้อแพะเปื่อยนุ่มกำลังดี ส่วนข้าวก็หอมนุ่มน่ากินเพราะเลือกใช้ข้าวหอมมะลิอย่างดี
      
       ขอฮัดช้า ฮาเฮ ต่อที่เมนูแพะอีกสักอย่าง คราวนี้ลองชิม“แกงกะหรี่แพะ” ซึ่งจานนี้ก็เด่นด้วยเครื่องเทศ ทั้งเครื่องเทศสดและแห้ง เรื่องความเหนียวหนืดของเนื้อแพะแล้วจะทำให้เคี้ยวยากก็ไม่ต้องห่วง เพราะเขาเลือกเนื้อแพะส่วนสันหลังแล้วก็นำไปหมักกับเครื่องเทศอีกเหมือนกัน ส่วนที่เห็นน้ำแกงข้นคลั่กเป็นมันนั้นก็เพราะใส่นมเปรี้ยวและเนยลงไปได้รส ชาติหอมมันเป็นที่สุด
“ซาโมซา” กรุบกรอบเคี้ยวเพลิน
       พักท้องได้สักครู่ก็ขอต่อที่เมนูเบาๆ อย่าง “ซาโมซา” อาหารชื่อแปลกๆ จานนี้เป็นได้ทั้งของคาวและของว่าง ซาโมซาทำมาชิ้นขนาดพอคำ ข้างในเป็นเนื้อไก่ผัดกับเครื่องเทศและห่อด้วยแผ่นแป้งที่คล้ายๆ แผ่นเกี๊ยวที่เราคุ้นเคยกันดี นำไปทอดจนกรอบ เวลากินก็จิ้มกับน้ำจิ้มมะขามเปียก ได้รสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน มัน เรียกความอิ่มเอมของมื้อนี้ได้อย่างเต็มที่
แต่ละวันมีอาหารอินเดียหลากหลายให้เลือกหม่ำกว่า 10 รายการ
       ปิดท้ายด้วยของหวานของแปลก อย่าง “รัสมาลาย” เห็นหน้าค่าตาก็ต้องแปลกใจว่ามันคืออะไร พอกินเข้าไป ก็ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าเจ้าหอมๆ นุ่ม ๆ นี้มันเป็นอะไร เพราะเคี้ยวแล้วจะว่าเหมือนขนมปังก็ไม่ใช่ เป็นแป้งก็ไม่เชิง แต่ยิ่งกินก็ยิ่งเพลิน เลยต้องขอคำเฉลยว่าเจ้ารัสมาลายนี้คืออะไรกันแน่ ได้คำตอบมาสั้นๆ ว่า มันเป็นนมธรรมดาๆ นี่เองแต่เอาไปทำให้กลายเป็นนมเสีย ฟังดูเหมือนของไม่ดีแต่รับรองว่าเป็นของดีเพราะเขามีกรรมวิธีในการทำ แล้วใช้เฉพาะส่วนที่เป็นนมปั้นให้เป็นก้อนๆ ต้มกับน้ำนมอีกที เติมเครื่องเทศ และถั่วอัลมอนต์เข้าไปอีก กลายเป็นรัสมาลายหอมกรุ่นชวนทาน
      
       ยังมีอาหารอินเดียอีกมากไม่ว่าจะเป็น ข้าวหมกไก่ ข้าวหมกผัก กระบาบเนื้อ แกงกาเลีย ไก่ย่างทันดูรี บาร์เยีย นาน ปาเปิบ นมเปรี้ยวสูตรอินเดีย ขนมกุหลาบยามุน ซึ่งทางโรงแรมจัดมาเป็นแบบบุฟเฟ่ต์หมุนเวียนให้เลือกกินในแต่ละวัน
      
       ฮัดช้า..ฮาเฮ..อย่ามัวลังเล อีนี่ นายจ๋า ขอบอกว่ามื้อนี้คุ้มจริงๆ
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       วันนี้ถึง 15 ตุลาคม โรงแรมนิวเวิลด์ ลอดจ์ จัด “เทศกาลอาหารอินเดีย” บริการตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 ทุกวัน ในราคาคนละ 220 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ 0-281-5599 ต่อ 108
      
       โรงแรมนิวเวิลด์ ลอดจ์ ติดกับคลองบางลำพู สามารถเข้าทางปากซอยสามเสน 2 ประมาณ 100 เมตร สุดซอยเลี้ยวขวาจะเห็นลูกศรชี้ทางเข้าโรงแรม สามารถจอดรถได้ตามสะดวกที่บริเวณหน้าโรงแรม