ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

หวานนุ่มละมุนลิ้นกับ เค้กช็อคหน้านิ่ม แสนอร่อย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Kate Somburanayut Kapook.com



เค้กช็อกโกแลต


เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Kate Somburanayut


          แม้ว่าคุณสาว ๆ ทั้งหลายจะรู้ดีว่า "ช็อคโกแลต" คือขนมหวานสุดอร่อยที่เป็นตัวการหนึ่งของความอ้วน >< แต่แหม...พอได้เห็นเค้กช็อคโกแลตชิ้นโต ๆ ทีไร ปากกับใจก็อดไม่อยู่ต้องพุ่งเข้าใส่เสียทุกทีล่ะน่า สักคำก็ยังดีจริงมะ ^^ แถมยิ่งได้มาเห็นสูตรเค้กช็อคหน้านิ่มชวนละมุนลิ้นจาก  คุณ Kate Somburanayut สงสัยคุณสาว ๆ คงต้องบอกกับตัวเองแล้วล่ะว่า "ยอมอ้วนสักวันก็แล้วกันนะ" แล้วจดสูตรไปหัดทำทานเองที่บ้านกันเลยจ้า


เค้กช็อกโกแลต

          สูตรเค้กช็อคโกแลต

          ส่วนผสม - ตัวเค้กส่วนที่ 1

          1. แป้งเค้ก 80 กรัม

          2. ผงฟู 1/4 ช้อนชา

          3. เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา

          4. วานิลลา 1 ช้อนชา

          5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

          6. ผงโกโก้ 25 กรัม

          7. น้ำตาลทรายป่น 90 กรัม


เค้กช็อกโกแลต


          ส่วนผสม - ตัวเค้กส่วนที่ 2
          1. น้ำ 50 กรัม

          2. นมข้นจืด 25 กรัม

          3. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

          4. น้ำมันพืช 65 กรัม

          5. ไข่แดง 2 ฟอง


เค้กช็อกโกแลต


          ส่วนผสม - ตัวเค้กส่วนที่ 3
          1. ไข่ขาว 2 ฟอง

          2. น้ำตาลทรายป่น 45 กรัม

          3. ครีมออฟทาทาร์ 1/4 ช้อนชา

          ขั้นตอนการทำเค้กช็อคหน้านิ่ม

          1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
          2. เตรียมพิมพ์กลมขนาด 8 นิ้ว ปูกระดาษไข ไม่ทาไขมัน
          3. ร่อนส่วนผสม ตัวเค้กส่วนที่ 1 เข้าด้วยกันในอ่างผสม ทำบ่อตรงกลางของส่วนผสม เพื่อเตรียมใส่ส่วนผสม ตัวเค้กส่วนที่ 2
           4. นำส่วนผสม ตัวเค้กส่วนที่ 2 ใส่ลงในบ่อแป้ง ( ตัวเค้กส่วนที่ 1 ) ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน คนพอเข้ากัน แล้วพักไว้
          5. นำไข่ขาว และครีมออฟทาทาร์ ใส่โถตี ตีด้วยความเร็วสูงสุด ( Kitchen Aid Speed 10 )
          6. ตีจนฟองขึ้นหยาบ ๆ จึงค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายป่นลงไปจนหมด
           7. ตีจนไข่ขาวตั้งยอด
          8. นำไข่ขาวที่ตั้งยอดมาตะล่อมกับส่วนผสมในข้อ 4. ให้เข้ากันโดยตะกร้อมือ อย่างเบามือ
          9. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ อบนาน 35 นาที หรือจนกระทั่งเค้กสุก

เค้กช็อกโกแลต

          ส่วนผสม ตัวเค้กส่วนที่ 1 + ส่วนผสม ตัวเค้กส่วนที่ 2

เค้กช็อกโกแลต

          ผสมตัวเค้กส่วนที่ 1 + ตัวเค้กส่วนที่ 2 ให้เข้ากัน

เค้กช็อกโกแลต

          ตีไข่ขาว + ครีมออฟทาทาร์ ให้ขึ้นฟองหยาบ

เค้กช็อกโกแลต

          ใส่น้ำตาลทรายแล้วตีให้ตั้งยอด

เค้กช็อกโกแลต

          ผสมไข่ขาวกับส่วนผสมตัวเค้ก 1+2

เค้กช็อกโกแลต
         
          เทส่วนผสมใส่พิมพ์ แล้วนำเข้าอบ

เค้กช็อกโกแลต

          เค้กที่อบได้...

เค้กช็อกโกแลต

          สไลด์เป็นสองชั้น เตรียมราดหน้านิ่ม

เค้กช็อกโกแลต

          ส่วนผสมของช็อคโกแลตหน้านิ่ม

          ส่วนผสม - หน้าเค้กส่วนที่ 1
          1. ผงวุ้น 1 ช้อนชา
          2. น้ำ 300 กรัม
          3. นมข้นจืด 200 กรัม
          4. น้ำตาลทราย 200 กรัม
          5. โกโก้ 50 กรัม


          ส่วนผสม - หน้าเค้กส่วนที่ 2
          1. แป้งข้าวโพด 40 กรัม
          2. นมข้นจืด 150 กรัม


          ส่วนผสม - หน้าเค้กส่วนที่ 3
          1. เนยสด 150 กรัม
          2. เหล้ารัม 1 ช้อนโต๊ะ


          ขั้นตอนการทำ

          1. นำส่วนผสมหน้าเค้กส่วนที่ 1 ใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อน  ๆ คนด้วยตะกร้อมือ
          2. นำส่วนผสมหน้าเค้กส่วนที่ 2 ใส่ถุง ผสมให้เข้ากัน
          3. ส่วนผสมที่ 1 จะเริ่มเดือด แล้วจึงใส่ส่วนผสม หน้าเค้กส่วนที่ 2 ใส่ลงไป พร้อมกับคนให้เข้ากัน คนอย่าหยุดมือ จนส่วนผสมข้นเท่าที่ต้องการ
          4. ยกลงจากเตา ใส่ส่วนผสม หน้าเค้กส่วนที่ 3 คนให้เข้ากัน
          5. คนต่อจนส่วนผสมอุ่น แล้วนำไปราดตัวเค้กที่เตรียมไว้

เค้กช็อกโกแลต

         เทส่วนผสม หน้าเค้กส่วนที่ 1 ลงในหม้อ

เค้กช็อกโกแลต

          ตั้งบนไฟอ่อนจนเดือด

เค้กช็อกโกแลต

          ใส่ส่วนผสมหน้าเค้ก ส่วนที่ 2 คนด้วยตะกร้อมือ ให้ส่วนผสมข้น

เค้กช็อกโกแลต

          เทหน้านิ่มบนเค้กที่เตรียมไว้แล้วตัดแบ่ง

          จัดแต่งให้งดงาม การ์ตูนโรแมนติก....

          เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ... สำหรับเค้กช็อคโกแลตหน้านิ่มสูตรอร่อยสุด สุด รับรองว่าได้ชิมสักคำจะติดใจแน่นอน

กินข้าวที่ “บ้านย่า” สัมผัสรสชาติอาหารไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2548 10:24 น.
โต๊ะนั่งมุมสบายภายในห้องเรือนกระจกที่ร้าน “บ้านย่า”
       พูดถึง “อาหารไทย” ขึ้นมา ต้องบอกว่าอาหารไทยของเรามีชื่อเสียงโด่งดังขจรไกลไปทั่วโลกเสียจริง ชาวต่างชาติไม่ว่าชาติไหนๆ ก็รู้จักอาหารไทย และหลงใหลในรสชาติของอาหารไทยกันทั้งนั้น
      
       ด้วยเพราะว่าอาหารไทยนั้นมีเสน่ห์ในเรื่องของรสชาติที่ถูกปาก ถูกลิ้น และเรื่องของการตกแต่งอาหารที่ดูสวยงามน่ากินก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์อาหาร อาหารไทยที่ทำให้ชวนกินเป็นอย่างยิ่ง
กระเบื้องกรอบบ้านย่า
       พูดไปพูดมาเริ่มเกิดอาการอยากกินอาหารไทยขึ้นมาแล้ว เอาเป็นว่ามื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน”ขอถือโอกาสควงแขนแฟนนานุแฟนนักกินพากันไปกินอาหารไทย ที่ร้านอาหาร “บ้านย่า” ตรงสุขุมวิท ซอย 7 กันดีกว่า
      
       ร้านอาหาร “บ้านย่า” แห่งนี้ เป็นร้านอาหารไทยที่เปิดขายมานานกว่า 4 ปี แล้วมีคุณธนิสา อมาตยกุล (หนึ่ง) เป็นเจ้าของร้าน บรรยากาศเป็นร้านอาหารที่ดัดแปลงจากบ้านทั้งหลัง เป็นบ้านของคุณพัฒนเพิ่ม อมาตยกุล ซึ่งเป็นคุณย่าของคุณหนึ่ง แล้วก็เป็นที่มาของชื่อร้าน “บ้านย่า” นั่นเอง
      
       สำหรับแนวการตกแต่งของร้านนี้เป็นบรรยากาศร่วมสมัยมีสามส่วนด้วยกัน คือ มีโต๊ะนั่งด้านอกร้านรับลมเย็นๆ ด้านในมีส่วนของบาร์ และห้องเรือนกระจก ที่จัดโต๊ะนั่งได้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน แถมมีโทรทัศน์ และนิตยสารไทยและต่างประเทศไว้บริการ
      
       ที่นี้มาถึงเรื่องของอาหารของ “บ้านย่า” นี้เป็นอาหารไทยแท้ๆ แต่โบราณที่หากินได้ยากในปัจจุบัน และก็มีเมนูไทยประยุกต์บ้างเป็นบางเมนู เพื่อให้ถูกปากลูกค้าคนรุ่นใหม่ ทว่าก็ยังคงยึดแนวการปรุงและวัตถุดิบของไทยเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียเอกลักษณ์ ของความเป็นอาหารไทย
ข้าวมันส้มตำอัญชัน
       เอาล่ะไม่ขอพล่ามอะไรมากแล้ว ไปดูกันดีกว่าว่าเมนูอาหารไทยเด็ดๆ ที่ว่าน่ากินมีอะไรกันบ้าง เริ่มที่เมนูของกินเล่นๆ กระเบื้องกรอบบ้านย่า (100 บาท) หน้าตาเหมือนขนมเบื้องที่เป็น (ขนม) แต่เมนูนี้เป็นของคาว เป็นแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะที่มีความบางเป็นพิเศษมาทอดกรอบ และใส่ไส้ข้างในเป็นมะพร้าวคลุกผสมกับเนื้อกุ้ง เหมือนไส้ขนมเบื้องญวน รสชาติหวาน เค็ม มัน หอม แผ่นแป้งกรอบ และมีอาจาดเป็นน้ำจิ้มเพิ่มรสชาติ
      
       ถัดมาเป็น ข้าวมันส้มตำอัญชัน (130 บาท) ที่มีความโดดเด่นตรงข้าวมันสีสันสดใสออกสีฟ้าอมม่วง เป็นข้าวมันใส่น้ำดอกอัญชัน ส่วนส้มตำเป็นส้มตำไทยรสชาติกลางๆ หวาน เปรี้ยว เค็ม กำลังดี และก็มีปีกไก่ทอดมาให้กินคู่กับข้าวมันและส้มตำด้วย
      
       ต่อด้วยเมนูขนมจีน มีทั้ง ขนมจีนซาวน้ำ (85 บาท) สูตรแบบโบราณ ครบเครื่องขนมจีนซาวน้ำ เด่นตรงน้ำกะทิราดขนมจีนซาวน้ำที่เรียกว่า แจงรอน จะมีหมูเด้งใส่มาด้วย ออกรสชาติหวานปะแล่มๆ เค็มนิดๆ หอมกลิ่นกะทิอ่อนๆ และก็มี ขนมจีนน้ำพริก (100 บาท) มาแบบครบเครื่องเหมือนกัน มีกุ้งชุปแป้งทอด ผักบุ้งชุปแป้งทอด มะละกอดิบ หัวปลี ถั่วฝักยาว เป็นเครื่องเคียง ความเด่นอยู่ตรงน้ำพริกรสชาติหวาน หอม เข้มข้น
ขนมจีนน้ำพริก
       ส่งท้ายด้วยเมนู ข้าวแช่อัญชัน (150 บาท) ที่ปกติจะหากินได้ก็เฉพาะหน้าร้อน แต่ที่นี่มีให้กินตลอดทั้งปี และข้าวแช่ของที่นี่ไม่ธรรมดาตรงที่ข้าวแช่มีสีม่วงครามแช่อยู่ในน้ำใสที่ ลอยด้วยกลีบกุหลาบชมพูและมะลิสีขาวเหนือข้าว สวยงามน่ากิน แถมมีสรรพคุณทางสมุนไพรจากดอกอัญชัน ส่วนเครื่องเคียงที่กินกับข้าวแช่ก็มาแบบครบเครื่องเต็มสูตร ข้าวแช่เมนูนี้เด่นที่ข้าวสีสวย เม็ดร่วน มีกลิ่นหอม กินแล้วเย็นชื่นกายชื่นใจ
ข้าวแช่อัญชัน
       แต่ใช่ว่าจะมีแค่เมนูเด็ดเท่านี้ เพราะว่ายังมีอีกหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น เแสร้งว่ากุ้ง ปลาดุกฟู (175 บาท) ต้มโคล้งหมูตุ๋น เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ลวก (150 บาท) น้ำพริกมะม่วง (180 บาท) น้ำพริกกุ้งสด (180 บาท) ส่วนของหวานก็มี ลูกตาลลอยแก้ว (40 บาท) ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน (40 บาท) เผือกแกงบวช (40 บาท) กระท้อนลอยแก้ว (มีเฉพาะตามฤดูกาล 30 - 45 บาท) และอีกสารพัดเมนู ก็ถ้าใครอยากกินอาหารไทยขึ้นมาก็แวะเวียนมาที่ร้าน “บ้านย่า” นี้กันได้ แล้วจะทำให้ยิ่งหลงใหลอาหารไทยกันเข้าไปใหญ่
      
       พิเศษทางร้านมอบส่วนลด 10% (เฉพาะอาหาร) หรือเมนูเซ็ทวันแม่ในราคาพิเศษ สำหรับผู้มารับประทานอาหารกับคุณแม่ในเดือนสิงหาคมนี้

"แพสามพราน" อาหารพื้นบ้านรสเด็ด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2548 11:58 น.
บรรยากาศภายใน "แพสามพราน" นั่งกินอาหารบนเรือนแพริมแม่น้ำท่าจีน
       บางครั้งการที่จะคิดออกไปกินอาหารนอกบ้านสักมื้อ นอกจากจะเลือกร้านที่มีเมนูอาหารรสชาติโดนใจโดนปากแล้ว เรื่องของบรรยากาศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราตัดสินใจว่ามื้อนี้จะไป กินที่ร้านไหนดี
โต๊ะนั่งติดริมน้ำ บรรยากาศชวนนั่ง
       สำหรับ "ผู้จัดการตระเวนกิน" แล้วในมื้อนี้ เรามีร้านอาหารที่ตอบโจทย์ของเราได้ทั้ง 2 อย่าง คือเรื่องของรสชาติอาหารที่ถูกปาก และบรรยากาศก็ถูกใจ คือ ที่ "แพสามพราน" ตั้งอยู่ในตัวโรงแรมโรสกาเด้น (สวนสามพราน) จ.นครปฐมนี่เอง
ยำยอดน้ำ
       ที่ "แพสามพราน" แห่งนี้เป็นร้านอาหารที่มีลักษณะเป็นเรือนแพไม้ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน พื้นที่กว้างขวางดูไม่อึดอัด แถมมีนักดนตรีเล่นกีตาร์ขับกล่อมบทเพลงเพราะๆ ให้ฟังอีกด้วย (เล่นทุกวันเวลา 18.30-21.00 น.) หรือถ้าอยากจะร้องคาราโอเกะก็มีให้ร้องเหมือนกัน เรียกว่ามานั่งกินอาหารที่นี่ได้ชมวิวแม่น้ำรับลมเย็นๆ ธรรมชาติอย่างสบายอารมณ์
      
       และสำหรับเมนูอาหารของที่นี่มีมากมายหลายรายการ ส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารไทยพื้นบ้าน และเมนูปลาน้ำจืด ที่มีให้เลือกมากว่า 40 รายการ งานนี้เราเลยเลือกไม่ถูกว่าจะกินเมนูอะไร เพราะล้วนแล้วแต่น่ากินไปหมด เลยต้องขอให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูเด็ดมาชิมกัน
      
       เมนูแรกที่แนะนำมาเป็น ยำยอดน้ำ (70 บาท) ชื่อออกจะฟังไม่คุ้นหู แต่ที่จริงแล้วก็คือยำผักบุ้งนั่นเอง เป็นผักบุ้งแม่น้ำนำมาชุบแป้งทอดจนกรอบ ราดมาด้วยน้ำยำออกข้นนิดหน่อย และก็มีพริกทอดโรยหน้ามา ยำจานนี้กินเป็นกับแกล้มคู่เบียร์เย็นๆ ก็เข้าท่า ส่วนถ้ากินกับข้าวร้อนๆ ก็เข้าที รสชาติเด่นตรงน้ำยำออกเปรี้ยวอมหวานนิดๆ และมีรสเผ็ดแซมนิดหน่อย ส่วนผักบุ้งถึงจะโดนน้ำยำแต่ก็ยังคงความกรอบและอุ้มน้ำยำได้รสชาติเข้าลิ้น ดี
เนื้อเค็มต้มกะทิ
       น้ำพริกไข่ปู (120 บาท) ถูกส่งตามมาติดๆ เป็นน้ำพริกที่ใช้ไข่เค็มและเนื้อปูตำรวมกันออกมาเป็นน้ำพริกที่มีรสชาติจัด จ้าน เผ็ดลิ้นถึงเครื่องน้ำพริก ออกรสเปรี้ยว ส่วนไข่เค็มและเนื้อปูนั้นเวลาเคี้ยวจะเค็มๆมันๆ กินกับผักที่เสิร์ฟเคียงคู่มา เพลินปากนัก นอกจากจะมีผักสดแล้วน้ำพริกถ้วยนี้ ยังมีความพิเศษตรงที่มีดอกไม้ที่นำมาทอดกรอบให้กินคู่กัน อย่าง ดอกเข็มทอด เล็บครุฑทอด อีกด้วย
      
       ตามต่อกันด้วย เนื้อเค็มต้มกะทิ (100 บาท) ขอบอกว่าคนชอบกินเนื้อไม่ควรพลาด เพราะเป็นการนำเอาเนื้อแดดเดียวมาต้มกับกะทิ ที่ผสมกับเครื่องแกงสูตรเด็ดของทางร้าน ออกแนวแกงกะทิข้นๆ รสชาตินั้นขอบอกว่าเด่นตรงที่เนื้อเค็มนุ่มเหนียวได้ที่รสชาติกลมกล่อมเข้า กับน้ำกะทิที่ออกหวานหอมมัน คลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ เด็ดสะระตี่ทีเดียว
      
       ปลาเกยตื้น (180 บาท) เมนูปลาตัวเด่นของทางร้านชื่อเก๋ซะไม่มี เป็นปลาทับทิมสดๆ ตัวโต (หรือจะเลือกเป็นปลากะพง ปลาช่อนก็ได้) ชุปแป้งทอดจนปลาเหลืองกรอบ แล้วหั่นมาเป็นชิ้นๆ มีเครื่องน้ำยำเหมือนเครื่องเมี่ยงคำ ราดมาบนตัวปลา มีพริกทอดและเม็ดมะม่วงหิมพานต์โรยหน้าอีกที กินเมนูปลาจานนี้แล้ว เหมือนได้กินสมุนไพรด้วยจากตัวน้ำยำที่เป็นเครื่องเมี่ยง ส่วนรสชาตินั้นเด่นตรงที่เนื้อปลาทับทิมเนื้อนุ่มหวาน กรอบ และน้ำยำออกรสหวานนำ เผ็ดกำลังดีไม่ถึงกับเผ็ดมาก
แกงส้มหลดบัวกุ้ง
       ส่งท้ายมื้ออิ่มด้วยเมนูน้ำๆ ซดคล่องคอกับ แกงส้มหลดบัวกุ้ง (100 บาท) เสิร์ฟมาเป็นหม้อไฟ ร้อนๆ ดูแล้วก็เหมือนแกงส้มกุ้งธรรมดาๆ ทั่วไป แต่ความโดดเด่นของแกงส้มเมนูนี้มันอยู่ตรงที่ หลดบัวกุ้ง (หรือไหลบัว) ที่เคี้ยวกรอบกรุบๆ เข้ากันดีกับน้ำแกงส้มนั้นที่รสเข้มข้นเปรี้ยว เผ็ด ถึงเครื่องแกง
      
       ถึงแม้ว่า "ผู้จัดการตระเวนกิน" จะปิดมื้ออิ่มด้วยเมนูทั้ง 5 อย่างนี้ แล้ว แต่ทางร้านยังแนะนำว่า ที่นี่ยังมีเมนูเด็ดอย่างอื่นอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น ปลากะพงแช่น้ำปลา (220 บาท) ปลาคังลวกจิ้ม (180 บาท) ปลากดผัดฉ่า (200 บาท) แกงส้มปลาช่อนชะอมทอด( 180 บาท) ยำเนื้อมะเขืออ่อน (70 บาท) และอีกสารพัดเมนู
      
       สำหรับที่อยากกินอาหารพื้นบ้าน พร้อมๆ กับดื่มด่ำบรรยากาศริมแม่น้ำท่าจีน "แพสามพราน" นับเป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

“เชียงการีลา หูฉลาม ซีฟู้ด” เมนูจีนหอเจี๊ยะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2548 13:20 น.
บรรยากาศชั้นล่างนั่งสบายๆ ของ “เชียงการีลา หูฉลาม ซีฟู้ด”
       เอ่ยชื่อภัตตาคาร “เชียงการีลา” ขึ้นมา คออาหารจีนหลายๆคนคงจะรู้จักกันดี เพราะว่า “เชียงการีลา” ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารจีนที่มีรสชาติถูกปากคนไทยที่เปิดขายมานานกว่า 40 ปี อีกทั้งยังเปิดขายในหลายสาขาอีกด้วย
      
       สำหรับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” แล้วภัตตาคารเชียงการีลา ถือเป็นหนึ่งในบัญชีร้านชื่อร้านอาหารจีนที่มักจะนึกถึงอยู่บ่อยๆ ครั้นโอกาสเหมาะจึงได้ออกไปตระเวนกินยัง “เชียงการีลา หูฉลาม ซีฟู้ด เรสเทอรองต์” ซึ่งเป็นสาขาเปิดใหม่ย่านถนนนราธิวาส โดยร้านนี้จะเน้นไปที่เมนูหูฉลาม และซีฟู้ดสดๆ ในเมนูอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งเป็นหลัก
กุ้งแป๊ะซะเนื้อหวาน
       ทันทีที่มาถึงร้าน “เชียงการีลา หูฉลาม ซีฟู้ด เรสเทอรองต์ ” ก็ทำเอาเราแปลกใจนิดหน่อยกับบรรยากาศของร้านใหม่นี้ ที่ตกแต่งฉีกภาพภัตตาคารจีนรูปแบบเก่า โดยตกแต่งแบบจีนโมเดิร์นสมัยใหม่ ดูกว้างขวางน่านั่งดี ซึ่งที่นี่มีที่ให้เลือกนั่งได้ตามสบาย ถึง 2 ชั้น แถมมีห้องวีไอพีแบบเป็นส่วนตัวถึง 5 ห้องให้เลือกใช้บริการ
      
       หลังจากที่ดูสถานที่จนทั่วและหาที่นั่งได้แล้ว “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไม่รีรอ รีบขอเมนูมาเปิดสั่งอาหารทันที
เป็ดปักกิ่ง
       เราเลือกสั่งเมนูซีฟู้ดมาเปิดมื้อเป็น กุ้งแป๊ะซะ (250 บาท) ที่พอยกมาตกกะใจเพราะตอนแรกนึกว่าจะเป็นแบบแป๊ะซะหม้อไฟเดือดๆ ที่ไหนได้คือกุ้งลวก (แป๊ะซะเป็นคำแต้จิ๋วคือการลวก) กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ลวกมาสดๆ เวลากินแค่แกะเปลือกกุ้งออก เปลือกล่อนออกง่ายไม่มีเนื้อติดเปลือกเลย ส่งเข้ามาปากเคี้ยวได้รสชาติกุ้งเนื้อแน่นหวาน และมี น้ำจิ้ม 2 สไตล์ให้เลือกจิ้ม มีน้ำจิ้มสไตล์ฮ่องกง เป็นน้ำจิ้มซีอิ๊วปรุงรสชาติ ใส่ต้นหอมทุบและพริกแดง จิ้มแล้วออกรสเค็มๆ หวานๆ หอมกลิ่นต้นหอม น้ำจิ้มอีกอย่างเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบไทยๆ รสชาติ เผ็ด เปรี้ยว
      
       ตามติดมาที่ รวมมิตรทะเลผัดซอสซัมบ้า (200, 300, 400 บาท) มีทั้งหอยเชลล์ ปลาหมึก กุ้ง ผัดกับซอสซัมบ้า เป็นซอสที่ทางร้านดัดแปลงมาจากซอสเอ็กซ์โอ โดยการเพิ่มรสชาติของพริกและเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติเผ็ดยิ่งกว่า ซอสเอ็กซ์โอ รวมมิตรทะเลจานนี้กินแล้วได้รสชาติความสดของอาหารทะเลที่เข้ากันดีกับซอสที่ เผ็ดได้ที่ออกเค็มนิดๆ
หูฉลามแผ่นน้ำแดง
       ต่อด้วยเมนูเด็ด หูฉลามแผ่นน้ำแดง (หม้อเล็ก 800 หม้อใหญ่ 1,200 บาท) ที่มาแล้วไม่ควรพลาดสั่งด้วยประการทั้งปวง หูฉลามแผ่นชิ้นโต (นำเข้าจากฮ่องกง) ปรุงตามสูตรโบราณสไตล์แต้จิ๋ว ออกแนวหูฉลามน้ำแดง น้ำข้นแบบขลุกขลิก เมนูนี้โดดเด่นตรงหูฉลามมาเป็นแผ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวกรุบๆ ส่วนน้ำซุปรสนุ่มหวาน กลมกล่อม แถมกินแล้วบำรุงสุขภาพ เพราะน้ำซุปมีส่วนผสมมาจากขาหมูแฮมฮ่องกง โครงไก่ และเครื่องเทศ สมุนไพรจีนหลากชนิด
กล้วยหอมสโนไวท์
       เป็ดปักกิ่ง (ตัวละ 450 บาท) อีกหนึ่งเมนูเด็ดชวนกิน เป็ดเชอรี่ตัวใหญ่พิเศษ ผ่านการย่างด้วยวิธีพิเศษสไตล์ฮ่องกง จนได้เป็ดปักกิ่งที่หนังกรอบสด ไม่เหนียว กินคู่กับแผ่นแป้ง ผักสด และน้ำจิ้มม้วนเป็นคำส่งปากปาก เคี้ยวแล้วสัมผัสถึงความนุ่มของแป้งและหนังเป็ดที่กรอบกรุบเคี้ยวมัน ส่วนเนื้อเป็ดที่เหลือยังเอาไปทำเป็นเมนูเป็ดได้อีก 2 จาน (คิดราคาอย่างละ 100 บาท) ที่นิยมทำก็มี เป็ดทอดกระเทียม, เมี่ยงเป็ด, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเนื้อเป็ด, เนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ
      
       เราปิดท้ายมื้อล้างปากด้วยของหวาน กล้วยหอมสโนไวท์ (ชิ้นละ 30 บาท) เป็นแป้งนุ่มๆ คล้ายเค้กฝรั่งเศส ข้างในเป็นไส้กล้วยหอม ผสมพุทราแดง ทอดแล้วราดด้วยน้ำตาลไอซิ่ง เคี้ยวแป้งนุ่มๆ ได้รสความหวานของกล้วยและเปรี้ยวนิดๆ ของพุทราแดง และก็มีน้ำขิงให้ซดดื่มคู่กัน ช่วยให้ชุ่มคอดีนัก
      
       ถึงแม้ว่า “ผู้จัดการตระเวนกิน” จะปิดมื้ออิ่มไปแล้ว แต่ก็ยังมีเมนูอื่นๆ อีกที่น่าลิ้มลองอย่าง ปลาบู่ทอดสิงคโปร์ (350 บาท) แมงกะพรุนน้ำมันงา (80 บาท) และในช่วงกลางวันที่นี่จะมี ติ่มซำ (เข่งละ 30 บาทขึ้นไป) ให้เลือกกินมากกว่า 30 ชนิด อาทิ ปลาทอง ฮะเก๋าสามสี ขนมจีบปู ซาลาเปาไส้หมูแดง กุ้งขนมปังทอด ฯลฯ แต่เห็นทีต้องติดเอาไว้ก่อน เดี๋ยวคราวหน้ามาใหม่จะกินให้ครบทุกอย่างเลย