ขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูนออนไลน์ Youtube อ่านการ์ตูน Youtube มังงะออนไลน์ Youtube อ่านมังงะออนไลน์ Youtube การ์ตูนวังวนปรารถนา Youtube การ์ตูนโรแมนติก Youtube ขายการ์ตูนหมึกจีน Youtube การ์ตูนนางฟ้าซาตาน Youtube แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก Youtube เกมรักพยาบาท Youtube GOLD รักนี้สีทอง Youtube เกาะนางพญาเงือก Youtube หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด Youtube วังวนปรารถนา Youtube คุณหนูไฮโซโยเยรัก Youtube เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า Youtube รักทั้งตัวและหัวใจ Youtube หัวใจไม่ร้างรัก Youtube เหิรฟ้าไปคว้ารัก Youtube บินไปกับหัวใจสีชมพู Youtube princessหมึกจีน Youtube ฝ่าไปให้ถึงฝัน Youtube หวานใจองค์ชายมองโกล Youtube หน้ากากนักสืบ Youtube ราศีมรณะ Youtube THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก Youtube เกียรติยศรัก Youtube SAINT ADAM มารยาปรารถนา Youtube หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ Youtube รักแรกแสนรัก Youtube รอรักสาวซากุระ Youtube รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย Youtube หนุ่มนักนวดนิ้วทอง Youtube รักแบบนี้...กิ๊กเลย Youtube ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ Youtube บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา Youtube อ้อมกอดทะเลทราย Youtube การ์ตูนรอรักในฝัน Youtube การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก Youtube อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ Youtube การ์ตูนสองสาวสองรัก Youtube การ์ตูนรอเธอบอกรัก Youtube การ์ตูนรักระแวง Youtube การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ Youtube การ์ตูนหนามชีวิต Youtube ยอดรักเพชรในดวงใจ Youtube การ์ตูนวังวนในหัวใจ Youtube การ์ตูนรักแรกฝังใจ Youtube การ์ตูนกับดักหัวใจ Youtube การ์ตูนคุณชายที่รัก Youtube อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น Youtube การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา Youtube การ์ตูนเพลงรักสองเรา Youtube การ์ตูนมนต์รักลมหนาว Youtube การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก Youtube ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ Youtube เล่ห์รักปักหัวใจ Youtube การ์ตูนคู่รักนิรันดร Youtube การ์ตูนชะตารัก Youtube แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก Youtube รูมินเทพบุตรซาตาน Youtube รักเทวดาท่าจะวุ่น Youtube รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Youtube Hot Love หมึกจีน Youtube การ์ตูนผีกุกกัก Youtube คุณหนูกับทาสหนุ่ม Youtube การ์ตูนเธอคือนางเอก Youtube หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Youtube Extra Romance หมึกจีน Youtube เว็บขายการ์ตูนออนไลน์ Youtube

"Cup B" ร้านนี้ชวนหม่ำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2549 19:01 น. 

บรรยากาศร้าน "Cup B" ตกแต่งสีสันสดใส โดนใจชวนนั่ง
       เพิ่งจะผ่านพ้นฉลองวันปีใหม่ไปหมาดๆ เข้าช่วงอาทิตย์ที่สองของเดือนก็มี "วันเด็ก" (14 ม.ค.)ให้ได้ไปฉลองเฮฮากันอีกแล้ว มื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" จึงบุกไปในพื้นที่แถวสยามสแควร์ ที่เต็มไปด้วย วัยรุ่น วัยทีน เด็กแนว และวัยจ๊าบทั้งหลาย เพื่อตระเวนหาร้านอาหารชวนนั่ง ชวนกิน
      
       แล้วเราก็ไปจ๊ะเอ๋กับร้านที่มีชื่อเก๋ไก๋ว่า "Cup B" เข้าให้ ซึ่งบรรยากาศของร้านเมื่อมองจากภายนอกเข้าไปดูแล้วมีเสน่ห์เชิญชวนไม่น้อยทีเดียว
มุมโต๊ะนั่งเล็กๆ ตรงระเบียงด้านนอก
       ครั้นพอเดินเข้าไปในร้านก็ยิ่งโดนใจยิ่งขึ้น เพราะพื้นที่ภายในถูกตกแต่งไปด้วยสีสัน หวานแหววไฉไล ออกสไตล์คิกขุอาโนเนะน่ารัก สดใส น่านั่งไปด้วยโต๊ะสไตล์กิ๊บเก๋ ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟานิ่มๆ มุมโต๊ะนั่งกินข้าวแบบสบายๆ หรือว่ามุมนั่งรับลมเย็นๆ นอกระเบียง
      
       ส่วนเรื่องอาหารของที่นี่ ก็ไม่น้อยหน้าบรรยากาศ เพราะว่ามีอาหารให้เลือกกินมากมาย ทั้งเมนูจานเดียว อาหารกินเล่นทั้งไทยและฝรั่ง เครื่องดื่มอย่างชา กาแฟ น้ำผลไม้ รวมไปถึงเค้กโฮมเมดสารพัดอย่าง
      
       เอาเท่าที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้ลิ้มรสชาติแล้วอยากให้ลองมาชิมกันก็มี ตับบดสูตรฝรั่งเศส+ขนมปังบาแกตต์ (80 บาท) สั่งมาเป็นเมนูกินเล่นๆ เปิดมื้อ กระตุ้นน้ำย่อย ดูหน้าตาเหมือนขนมปังอบธรรมดาๆ และมีตับบดมาให้ทาขนมปัง แต่ว่าพอได้ลองเอาตับบดที่หอมกลิ่นตับเอามากๆ ทากับขนมปัง ร้อนๆ ส่งเข้าปากเคี้ยวกรุบ กลับสัมผัสได้ถึงรสชาติที่ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะว่าตับบดนั้นละลายซึมเข้ากับเนื้อขนมปัง เคี้ยวกรอบกรุบได้รสชาติของตับแท้ๆ
ตับบดสูตรฝรั่งเศส+ขนมปังบาแกตต์
       ตามมาด้วย มันฝรั่งไก่อบซอสขาว (130 บาท) มาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเหลืองๆ ส่งกลิ่นหอมๆ ของชีสที่โรยมาบนหน้า ตักชิ้นมันฝรั่งส่งเข้าปาก เคี้ยวลิ้มรสชาติได้ถึงความหอมนุ่มลิ้นของมันฝรั่งที่ผสานกลมกลึงเข้ากันดี กับเนื้อไก่อบซอสขาว ที่เนื้อนิ่ม ออกรสหวานนุ่มๆ ละมุนลิ้น
      
       แองเจิ้ลแฮร์สตูไก่ (120 บาท) เมนูนี้สั่งมากินอิ่มท้องไม่ใช่ย่อย เป็นแองเจิ้ลแฮร์ ซึ่งเป็นเส้นพาสต้าชนิดหนึ่งลวกสุก แล้วมีสตูไก่แบบไทยๆ น้ำขลุกขลิกราดหน้ามา เวลากินแนะนำว่าให้คลุกเส้นพาสต้ากับสตูไก่ให้เข้ากัน แล้วม้วนเส้นส่งเข้าปาก เส้นเล็กๆ เคี้ยวเด้งเหนียวนุ่มอยู่ในปาก และได้รสชาติของสตูไก่รสเข้มข้นกลมกล่อมเข้ากัน
มันฝรั่งไก่อบซอสขาว
       ส่วนเครื่องดื่มก็ต้องนี่เลย ลาเต้เลเยอร์ (75) ที่ข้างล่างเป็นนมเย็น ตรงกลางเป็นกาแฟ และข้างบนเป็นฟองนมนุ่มๆ เวลาดื่มขอบอกว่าให้ค่อยๆ ดูดจากข้างล่างขึ้นมาก่อน จะได้สัมผัสรสชาติของนมเย็นหวานนุ่ม ไล่ขึ้นมาที่กาแฟหอมหวานไม่ขมนัก และสุดท้ายจะได้สัมผัสกับฟองนมรสนุ่มละมุนคอ เรียกว่าแค่สั่งลาเต้เลเยอร์แก้วนี้แก้วเดียวก็ได้อรรถรสของเครื่องดื่มหลาย รสชาติ
      
       นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่ากินอีกเพียบ อาทิ ข้าวแกงกะหรี่ไก่แห้ง (80 บาท) ข้าวผัดน้ำพริกกุ้งสด (70 บาท) เครื่องดื่มก็มี น้ำสตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่โยเกิร์ตปั่น (แก้วละ 60 บาท) กีวีปั่น (70 บาท) และถ้าใครชอบกินเค้ก ที่นี่ก็เอาใจคนรักเค้ก มีเค้กโฮมเมดสารพันให้เลือกสั่งมากินกันอย่างจุใจ อาทิ White Choc Cake (80 บาท) Marble Cheese Cake (80 บาท) Strawberry Tart (90 บาท) และอื่นๆ อีกมากมายหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนให้เลือกกินกันแบบไม่หวั่นไม่ไหว
สารพัดเค้กโฮมเมดกับน้ำสตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่โยเกิร์ตปั่น
       หากว่าแฟนานุแฟนท่านใด มีโอกาสผ่านมาแถวสยามสแควร์ ก็ลองเดินแวะเข้ามาทักทายร้าน "Cup B" กัน สักหน่อยจะเป็นไร มานั่งพักให้หายเหนื่อย ดื่มกาแฟ กินข้าวเติมกำลังให้กระเพาะอิ่มกายสบายกันไป ของอย่างนี้ถ้าไม่มาลองด้วยตัวเองจะรู้ได้ยังไง ว่าไหม??

"ครัวในซอย" อาหารอร่อย ชวนกิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 มกราคม 2549 11:27 น.

บรรยากาศภายในร้านครัวในซอยโปร่งโล่งนั่งสบาย
       "ครัว" คือ สถานที่ที่ใช้ประกอบอาหาร ปกติครัวจะอยู่ในบ้าน ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม
      
       แต่ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 บางพลัด กลับมี "ครัวในซอย" ที่ไม่ใช่ครัวทำอาหารของซอย แต่เป็นร้านอาหารในซอยที่มีครัว
ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ
       "ครัวในซอย" ร้านนี้เปิดขายอาหารมานานแล้วกว่า 11 ปีแล้ว โดยมีคุณอำภา ดานะสถิตย์ถาวรเป็น เจ้าของร้าน และแม่ครัวใหญ่ เมนูอาหารที่ร้านนี้เป็นอาหารไทยๆ เสียส่วนใหญ่ แต่ก็มีอาหารจีน อาหารฝรั่งด้วย นับรวมแล้วมีรายการอาหารให้เลือกสั่งมากินมากมายกว่า 200 รายการ
      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้มาลองลิ้มในเมนูอาหารแล้วติดใจ ติดปากก็มีอยู่หลายรายการ อย่าง ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ (55บาท) ที่โดดเด่นตรงที่ข้าวจะออกแห้งๆ ไม่มัน เพราะทางร้านไม่ได้เอาข้าวไปผัดกับน้ำพริก แต่ว่าเอาข้าวไปคลุกกับน้ำพริกลงเรือที่ทางร้านปรุงตามสูตรเฉพาะ และใส่เนื้อปลาดุกฟูทอดสุก กับถั่วพูหั่นฝอยคลุกรวมมาด้วย แค่ตักข้าวส่งเข้าปากจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำพริก ข้าวเม็ดร่วนเคี้ยวนิ่มได้รสชาติน้ำพริกลงเรือที่เข้มข้น ออกรสเผ็ดลิ้น และกินแกล้มกับเครื่องเคียงอย่าง ไข่เค็ม จะได้รสชาติเค็มๆมัน เพิ่มขึ้นไปอีก
      
       กุ้งพล่า (180บาท) ทางร้านใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโตย่างจนหอม แล้วนำมายำกับเครื่องสมุนไพร ที่มีทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด สาระแหน่ และผักชีฝรั่ง ปรุงรสชาติยำรวมกัน และใส่ที่เป็นสูตรเด็ดของทางร้าน ซึ่งมีรสชาติเผ็ดกว่าพริกเผาโดยทั่วไป คลุกเคล้าทุกอย่างรวมกันจนได้ออกมาเป็นกุ้งพล่าที่มีรสจัดจ้านถึงใจ หอมเครื่องสมุนไพร หวานหอมรสกุ้งย่าง และโดดเด่นด้วยรสเผ็ดจากน้ำพริกเผา
พล่ากุ้ง
       แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายผัดแห้ง (จานเล็ก80 บาท จานใหญ่ 150บาท) เมนูนี้ไม่เหมือนแกงเขียวหวานทั่วไปตรงที่ไม่มีน้ำให้ซดแต่เป็นน้ำขลุกขลิก ทางร้านนำเครื่องแกงเขียวหวานที่โขลกเองมาผัดกับลูกชิ้นปลากรายที่นวดเอง เช่นเดียวกัน ผัดเคี่ยวกันกับหัวกะทิจนได้ที่เสิร์ฟมาร้อนๆ ตักแกงเขียวหวานคลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอยกนิ้ว ได้รสชาติหอมหวานมันของแกงเขียวหวาน ออกรสจัดจ้านถึงพริกถึงเครื่อง ส่วนลูกชิ้นปลากรายเนื้อเหนียวเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปาก ไม่มีความคาวเลยสักนิด
      
       ปลาแรดทอดตะไคร้ (230บาท) เป็นเมนูปลาที่กินแล้วไม่อ้วน แถมได้คุณค่าจากสมุนไพร เพราะทางร้านใช้ปลาแรดแร่เอาแต่เนื้อมาหมักเครื่องปรุงรส ก่อนจะนำไปคลุกแป้งแล้วทอดจนเหลืองกรอบ และก็มีตะไคร้ซอยปรุงรสกับใบมะกรูดทอดกรอบโรยมาบนตัวปลา
       กล้วยไข่เชื่อม (15บาท) เมนูของหวานที่ทางร้านทำเอง ไม่มีที่ไหนเหมือน เป็นกล้วยไข่เชื่อมใส่น้ำกะทิ ใส่น้ำแข็งเสิร์ฟมาให้กินเหมือนหวานเย็น กล้วยไข่เชื่อมเนื้อนิ่มรสหวานตัดกับความเค็มของน้ำกะทิรสเข้มข้น กินแล้วชุ่มชื่นปากดีแท้
      
       แต่ใช่ว่าจะมีแต่เมนูเหล่านี้ที่ว่าเด็ด เพราะว่าในเมนูอาหารยังมีอีกหลายรายการที่น่าสั่งมาลองลิ้มชิมรสชาติ อาทิ สตูลิ้นวัว (70บาท) ปูผัดผงกะหรี่ (180บาท) ทอดมันปลา (80บาท) ยำถั่วพู (70บาท) ปูนิ่มทอดกระเทียม (150บาท) ปลากะพงผัดพริกไทยดำ (170บาท) ผัดวุ้นเส้นไหหลำ (120บาท) กล้วยหอมทอด (40บาท 5 ชิ้น)
ปลาแรดทอดตะไคร้
       เอาเป็นว่าหากแฟนานุแฟนท่านใดนึกอยากเข้าครัว ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยทำกินเองที่บ้าน ก็ลองแวะมาเข้าครัวพิสูจน์กับอาหารรสดีที่ร้าน “ครัวในซอย” นี้กันดู ทางร้านเขายินดีต้อนรับทุกท่านอยู่เสมอ

สัมผัสรสชาติอิตาเลียน ที่ "วีวา วีโน"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2548 12:15 น. 

บรรยากาศห้องอาหารอิตาเลียน"วีวา วีโน" โปร่งโล่ง ชวนนั่ง
       "อาหารอิตาเลียน" จัดว่าเป็นหนึ่งในอาหารต่างชาติที่คนไทยให้ความนิยมชมชื่นกินกันไม่น้อยเลย ทีเดียว ถึงแม้ว่าอาหารอิตาเลียนจะไม่ได้มีรสชาติจัดแบบถึงพริกถึงเครื่องแบบอาหาร ไทย ทว่าก็มีรสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง รวมถึงมีความหลากหลายของเมนูให้เลือกกิน ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า พาสต้า และอื่นๆ อีกมากมาย
คลาว์ดิโอ เวียร์เลย์ เชฟชาวอิตาเลียนผู้รังสรรค์เมนูอิตาเลียนเลิศรส
       ซึ่งตัว "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองนอกเหนือจากอาหารไทยที่ชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจแล้ว ก็มีอาหารอิตาเลียนนี่ล่ะที่กินได้กินดีกับเขาเหมือนกัน อย่างที่มื้อนี้ก็ได้มาตระเวนกินอาหารอิตาเลียนขนานแท้รสเลิศ ที่ห้องอาหารอิตาเลียน "วีวา วีโน" ของโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ปาร์คอเวนิว สุขุมวิท 22
      
       ห้องอาหารอิตาเลียนวีวา วีโน
นี้ บริการอาหารแบบอิตาเลียนแท้ๆ แบบต้นตำรับทุกเมนู ซึ่งแต่ละเมนูถูกปรุงแต่งสรรค์สร้างโดยเชฟ คลาว์ดิโอ เวียร์เลย์ ชาว อิตาเลียน ที่มีประสบการณ์ด้านอาหารอิตาเลียนมากว่า 10 ปี วัตถุดิบอาหารทุกจานคัดสรรเป็นพิเศษ บางอย่างต้องสั่งตรงมาจากอิตาลีโดยตรง เพื่อเป็นเมนูเลิศรสหลายหลายรายการให้เราได้เลือกลิ้มรสชาติกัน
      
       อย่างเมนูเด็ดที่ต้องสั่งมากินเป็นเมนูแรกก็ต้องนี่เลยพิซซ่าร้อนๆ Quattro Stagioni หรือ Four season (240 บาท++) เป็นพิซซ่าที่มีถึง 4 หน้าในถาดเดียวกัน มีทั้งหน้าเห็ด หน้ามะกอกดำ หน้าซาลามีเผ็ด และหน้าหน่อไม้ดอง พิซซ่าของที่นี่เป็นแบบอิตาเลียนแท้ๆ คือแป้งพิซซ่าหอม บางกรอบ แต่ว่ามีความนุ่มอยู่ในตัว จึงทำให้กินแล้วเพลินปาก เคี้ยวแป้งกรอบนอกนุ่มในกลมกลึงกับรสชาติของหน้าพิซซ่าแต่ละหน้าที่กลมกล่อม ลงตัวเข้ากัน
Rucola salad sausage
       ต่อด้วยสลัด Rucola salad sausage (260 บาท++) ที่สาวๆ กลัวอ้วนต้องติดใจ เป็นสลัดที่มีผักร็อคเก็ต มะเขือเทศเชอรี่ มะกอกดำ มีมอสซาเรลล่าชีส และไส้กรอกอิตาเลียนทอดกับเนยใส่มาด้วย และราดด้วยน้ำสลัดอิตาเลียน แค่คลุกน้ำสลัดให้เข้ากับเครื่องทุกอย่าง ส่งเข้าปากผักเคี้ยวสดกรอบเข้ากับน้ำสลัดรสกลมกล่อม ส่วนมอสซาเรลล่าชีสเคี้ยวนุ่มชุ่มชื่นลิ้น ไส้กรอกอิตาเลียนเนื้อแน่น ออกรสเค็มๆ ตัดกับรสชาติน้ำสลัดดี
Quattro Stagioni พิซซ่า 4 หน้า
       มากันที่ Beef fillet เป็นสเต็กเนื้อสันในย่าง ที่มีเนื้อให้เลือก 2 อย่างขึ้นอยู่กับความชอบ ถ้าชอบเนื้อแบบมีเลือดชุ่มๆ อยู่ในเนื้อก็ต้องเนื้ออาร์เจนติน่า (840 บาท++) ส่วนถ้าชอบเนื้อนุ่มๆ ก็ต้องเนื้อออสเตรเลีย (700 บาท++) ซึ่งจะผ่านการย่าง แล้วราดด้วยน้ำซอสที่มีให้เลือกถึง 3 อย่างด้วยกัน มีทั้ง ซอสกากอนซอล่าชีส ซอสพริกไทย และซอสเห็ด ซึ่งความเด็ดของสเต็กที่นี่อยู่ที่เนื้อคุณภาพดี เนื้อจะมีความนุ่มเหนียวเคี้ยวหนึบปาก ไม่มีกลิ่นสาป และรสชาติของน้ำซอสแต่ละอย่างก็ผสานเข้ากับเนื้อได้รสชาติถูกลิ้น
      
       ส่งท้ายมื้อกับเมนูของหวานล้างปาก Panna Cotta Al Cioccolato (150 บาท++) เป็นดับเบิ้ลครีมที่ราดหน้ามาด้วยซอสช็อคโกแลต ตักชิ้นขนมส่งเข้าปาก ขนมเนื้อแน่นนุ่มนิ่มเด้ง ลิ้มรสชาติหอมหวานเย็น เคี้ยวนุ่มเนียนละเมียดลิ้น กินแล้วสดชื่นปากดี
      
       นอกจากนี้ยังมีอื่นๆ อีกหลายรายการที่น่ากิน อาทิ Tortelloni Parma ham (380 บาท++) เป็นเกี๊ยวอิตาเลียนที่ไส้เนื้อ ราดด้วยซอสวอลนัตกับพามาแฮมจากอิตาลี Pasta Linguine seafood เป็นพาสต้าลิงกลินี่ มีผัก ซีฟู้ด ในซอสไวน์ขาว (400 บาท++) Caesar’ s salad (220 บาท++) เป็นซีซ่าสลัดสไตล์อิตาเลียน Zuppa Di Porri & Funghi หรือ Mushrooms soup (160 บาท++) เป็นซุปเห็ดกับต้นกระเทียม และ Snow fish steak (340 บาท++) เป็นปลาหิมะทอดกับแคบเปอร์มะกอกดำและมะเขือเทศ
Beef fillet
       หากมิตรรักนักกินได้ลองแวะมาที่ ห้องอาหารอิตาเลียน "วีวา วีโน" นอกจากจะได้เต็มอิ่มกับอาหารอิตาเลียนเลิศรสแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศร้านที่ชวนนั่ง ซึ่งตกแต่งแนวโมเดิร์น ผสมผสานกับความโล่งโปร่ง มีโต๊ะที่นั่งสบายๆ เน้นโทนสีขาวแลดูสะอาดตา และที่พิเศษสุดที่บ่งบอกถึงความเป็นอิตาเลียนได้ชัดของที่ร้านนี้ ก็คือ จะมีเตาอบพิซซ่าขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องอาหาร เพื่อสาธิตการทำพิซซ่าร้อนๆจากเตาให้ได้ชมกัน

“กูรูกิว ยากินิกุ” บุฟเฟ่ต์เนื้อปิ้งย่าง อร่อยพุงกาง นุ่มลิ้นเพลินปาก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2555 16:49 น. 

บรรยากาศภายในร้าน “กูรูกิว ยากินิกุ”
       อาการเดินพุงกาง แบบอิ่มแน่นท้องสุดๆ จนกางเกงแทบปริเกิดขึ้นกับ “ตรเวนกิน” อีกแล้ว เมื่อในมื้อนี้ได้มาตระเวนกินบุฟเฟ่ต์เนื้อปิ้งย่างแบบญี่ปุ่นกันที่ร้าน “กูรูกิว ยากินิกุ” (Guru Gyuu Yakiniku ) ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบการกินเนื้อแบบปิ้งๆ ย่างๆ บนเตาถ่านร้อนๆ เสียจริงเชียว
เต็มอิ่มกับรายการบุฟเฟต์มากมาย
       แม้ว่าร้าน “กูรูกิว ยากินิกุ” จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากมาย แต่ภายในร้านก็จัดโต๊ะนั่งได้ดูโปร่งชวนนั่งแบบสบายๆ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ให้เลือกนั่งในหลายมุม และแต่ละโต๊ะก็มีเตาปิ้งย่างส่วนตัว ซึ่งเป็นเตาที่ทางร้านสั่งมาโดยเฉพาะจากเกาหลี มีระบบดูดควัน ที่มีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ตรงที่ เตาย่างเนื้อจะเป็นแบบเทฟล่อน ไม่ต้องคอยเปลี่ยนตะแกรงบ่อยๆ แค่ใช้ทิชชู่เช็ดเตาก็สะอาดพร้อมปิ้ง ได้อย่างง่ายดาย ส่วนถ่านที่ใช้เป็นถ่านกะลา ซึ่งมีควันน้อย ขี้เถ้าน้อย แต่ให้ความร้อนนานถึง 3 ชม.
ปิ้งย่างเนื้อบนเตาร้อนๆ
       ส่วนในเรื่องของอาหารที่ร้านกูรูกิว ยากินิกุ เน้นคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดีมานำเสนอ ซึ่งที่นี่จะคัดสรรเนื้อไทยที่มีความหลากหลายและมีคุณภาพ โดยเลือกใช้เนื้อไทยเฟรนช์เกรดพรีเมี่ยมเป็นหลัก รวมถึงมีเนื้อของ KU Beef และการเสิร์ฟเนื้อของที่นี่จะสไลด์สดทำแบบจานต่อจาน เรียกว่าสั่งแล้วค่อยนำเนื้อมาสไลด์ให้ได้ลิ้มรสกันแบบสดๆ ดังคอนเซ็ปท์ของร้านที่ว่า "ใส่ใจในทุกจาน ทานที่ร้านเหมือนบ้านคุณ"
เนื้อบลูโกกิ
       การมากินบุฟเฟ่ต์ของที่ร้านนี้จะมีเวลากำหนดให้กินภายใน 2 ชม. และบุฟเฟ่ต์จะมีให้เลือกอยู่ 2 ราคา คือ มีราคา 399 บาทต่อคน (ไม่ รวมเครื่องดื่ม) โดยมีเนื้อหลากหลายที่สามารถเลือกสั่งเนื้อที่ชอบมากินได้ โดยสั่งมาเป็นจานๆ และเนื้อแต่ละจานจะมีซอสราดสูตรเฉพาะของทางร้านราดมาบนเนื้อ ซึ่งในรายการบุฟเฟต์มี 25 เมนู ให้ได้เลือกกินแบบไม่อั้น
เนื้อลายมัน
       เริ่มจากเนื้อมี เนื้อมาราธอน เป็นเนื้อที่มีความกรุบกรอบของเอ็นเนื้อที่แทรกปนอยู่ เนื้อหินอ่อน เป็นเนื้อหมูส่วนสันคอสไลด์ เนื้อติดมัน เป็นเนื้อที่มีทั้งความหอมและความหวานจากไขมันที่แทรกปนอยู่อย่างทั่วถึง เนื้อสามศอก เป็นเนื้อส่วนหนอกวัว และเนื้อจำแลง เป็นเนื้อที่รวมความหวานและความกรุบกรอบอยู่ในตัวไม่ควรย่างให้สุกเกินไป
เนื้อใบบัว
       แล้วยังมีเนื้อหมูหินอ่อน เป็นเนื้อหมูส่วนสันคอสไลด์ หมูติดมัน เป็นส่วนหมู 3 ชั้น ซี่โครงหมูกูรู เป็นส่วนซี่โครงหมู ซึ่งหมูก็จะมีซอสเฉพาะของทางร้านราดมาบนเนื้อหมู พร้อมกับยังมีกุ้งแม่น้ำตัวโต สะโพกไก่เนื้อนุ่ม หมึกไข่สดๆ ปลาโดริเนื้อนิ่ม ปลาไข่ย่างเกลือที่มาทั้งตัว ไส้กรอก ญี่ปุ่น เห็ดออรินจิ ซุบสาหร่าย ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น ข้าวผัดกระเทียม ข้าวสวยญี่ปุ่น ผักยำน้ำมันงา กิมจิ ผักสด ผักสำหรับย่าง ผลไม้รวม /1 คน และเยลลี่ผลไม้ 1 ชุด / 1 คน
ลิ้นวัว
       ส่วนบุฟเฟต์อีกราคา คือ 499 บาทต่อคน (ไม่รวม เครื่องดื่ม) จะมีรายการเมนูทุกอย่างเหมือนกับราคา 399 บาท แต่ว่าจะมีเมนูเพิ่มขึ้นมาอีก 10 เมนู และมีความพิเศษเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับคนชอบกินเนื้อมากๆ โดยมีเนื้อที่เพิ่มมาคือ เนื้อบลูโกกิ เป็นเนื้อส่วนที่มีลายมันแทรกและมีรสชาติที่เคี้ยวนุ่มโดนใจ เนื้อลายมัน เป็นเนื้อระหว่างซี่โครงที่นุ่มชุ่มลิ้น เนื้อใบบัว เป็นเนื้อที่มีลายมันแทรกเคี้ยวนิ่มนุ่มปาก เนื้อลูกเต๋า ที่หั่นมาเป็นชิ้นลูกเต๋าเนื้อมีความนุ่มมาก พร้อมกับยังมีลิ้นวัว สไลด์มาเป็นชิ้นๆ ย่างให้สุกบีบน้ำมะนาวกินคู่กันเคี้ยวกรึบๆ ปาก แล้วยังมี เบคอน เนื้อนุ่มหอม กระเทียมสไลด์มาให้ย่างกินคู่กับเนื้อ ซุปมิโซะร้อนๆ หน่อไม้ฝรั่งและข้าวโพดอ่อนให้ย่างกินด้วย
เบคอน
       พร้อมกับยังมีน้ำจิ้ม 3 แบบ 3สไตล์ให้เลือกจิ้มกินคู่กับเนื้อย่าง มีน้ำจิ้มกิว ทาเระ เป็นน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่มีส่วนผสมของ โชยุ สาเก มิริน และน้ำตาลหอมๆ รสกลมกล่อมดี น้ำจิ้มโคชุจัง แบบ ฉบับเกาหลี ที่มีความพิเศษของรสเผ็ดที่มาจากส่วนผสมหลัก คือ พริกป่นเกาหลี และน้ำจิ้มมิโซะ แบบฉบับญี่ปุ่น มีกลิ่นหอมและรสหวานแซบจากส่วนผสมหลัก คือ มิโซะ(เต้าเจี๊ยวญี่ปุ่น) และเสิร์ฟพร้อมผักสด
เนื้อลูกเต๋า
       แต่ถ้าไม่เลือกที่จะกินแบบบุฟเฟต์ก็สามารถเลืกสั่งเมนูเนื้อต่างๆ มาแบบเป็นจานๆ ได้ รวมถึงยังมีเมนู a la carte อื่นๆ ที่ชวนสั่งมากินอีกมากมาย อาทิ ยำเนื้อย่างญี่ปุ่น (150 บาท) ยำสาหร่าย (110 บาท) ทงคัสซึ (110 บาท) ข้าวหน้าเนื้อตุ๋น (100 บาท) ข้าวแกงกะหรี่เนื้อ (100 บาท) ข้าวผัดกิมจิหมู (90 บาท) และอีกสารพัดเมนูที่ชวนกินให้อิ่มท้องแบบสุดๆ เมื่อมาที่ร้าน “กูรูกิว ยากินิกุ” แห่งนี้
ยำเนื้อย่างญี่ปุ่นและยำสาหร่าย
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “กูรูกิว ยากินิกุ” (Guru Gyuu Yakiniku ) ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1121 ห้อง 2117 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. การเดินทางถ้าขับรถมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้วิ่งมาที่ถ.พหลโยธิน ตรงมาระหว่างพหลโยธินซ.3กับพหลโยธินซ.5 ร้านจะอยู่ก่อนถึงพหลโยธินซ.5 ประมาณ 50 ม. จอดรถได้บริเวณลานจอดรถรัมภาแมนชั่นด้านหลังร้าน หรือนั่งรถไฟฟ้า BTS ลงได้ทั้ง 2 สถานี คือ อารีย์กับสนามเป้า ร้านจะอยู่ระหว่างรถไฟฟ้าทั้ง 2 สถานีประมาณ 200 ม. เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.30-23.30 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-23.30 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2619-6939, 08-9534-2446 และทางร้านมีโปรโมชั่น มา 4 อิ่ม ฟรี 3 ดื่ม หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.facebook.com/GuruGyuu

“บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน” หอมกรุ่นกะทิสด รสชาติกลมกล่อม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2555 19:45 น.
โดย : กุ๊กเล็ก


       ช่วงหน้าหนาวทีไร “กุ๊กเล็ก” ก็อยากหาอะไรอุ่นมากินให้อุ่นท้องไปเสียทุกที อย่างเมนู “บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน” ก็เป็นหนึ่งในเมนูโปรดยามหน้าหนาวแบบนี้ แต่ถึงแม้ว่าบ้านเราจะกลายเป็นหน้าร้อนไปแล้ว ความอยากกินก็ยังคงไม่หยุดหย่อน วันหยุดที่ผ่านมาก็เลยลงมือทำกินให้หนำใจ แถมยังเหลือแจกจ่ายเพื่อนฝูงได้อีกหลายคน
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       เผือกนึ่งสุก 1 1/2 ถ้วย
       แป้งข้าวเหนียว 1/2ถ้วย
       หัวกะทิ 1/2ถ้วย
       หางกะทิ 1 ถ้วย
       น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลปี๊บ 6 ช้อนโต๊ะ
       เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
       เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 ลูก
       ใบเตย 3 ใบ
      
       วิธีทำ เริ่มจากนำเผือกที่นึ่งสุกแล้วมาบดละเอียด แล้วผสมกับแป้งข้าวเหนียวและน้ำเปล่า นวดให้เข้ากันจนไม่ติดมือ จากนั้นปั้นเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ ขนาดพอเหมาะ ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนขูดออกจากลูกแล้วแยกไว้ต่างหาก นำหางกะทิตั้งไฟ ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือ และใบเตย เคี่ยวจนเดือดและน้ำตาลละลาย จากนั้นใส่เม็ดบัวลอยที่ปั้นเตรียมไว้ลงไป รอให้เดือดอีกครั้ง บัวลอยจะลอยขึ้นมา ให้ใส่หัวกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ รอให้อุ่นลงเล็กน้อยแล้วตักขึ้นเสิร์ฟได้ทันที